Masukบรรยากาศภายในรถยนต์ส่วนตัวของก้องเกียรติ เงียบสนิทจนได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของ สุรีย์พรที่นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง คุณหมอหนุ่มเหลือบมองใบหน้าด้านข้างที่ดูอ่อนล้าของพยาบาลสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
“พี่จำได้ว่าเมื่อวานพรเข้าเวรบ่ายไม่ใช่เหรอครับ ทำไมถึงลากยาวจนลงเวรเช้าเลยล่ะ” ก้องเกียรติถามทำลายความเงียบ
“มีเคสด่วนนิดหน่อยค่ะ... ตอนนี้เรียบร้อยแล้ว พรเลยกะว่าจะกลับไปงีบสักพัก แล้วค่อยกลับมาเข้าเวรเย็นต่อ”
“เหนื่อยไหมครับ...” น้ำเสียงของเขานุ่มนวลจนคนฟังใจสั่น แต่สุรีย์พรกลับเสหลบตา เธอรู้ดีว่าภายใต้คำถามสั้นๆ นั้นมีความหมายว่าเขามีใจให้เธอเพียงใด แต่กำแพงในใจที่เธอสร้างไว้เพื่อปกป้องตัวเองจากความผิดหวังในอดีตมันยังหนาแน่นเกินกว่าจะพังทลายลงในเร็ววัน
เช้าวันต่อมา ที่วอร์ดผู้ป่วยกลางโรงพยาบาล... ร่างสูงสง่าในชุดสูทหรูก้าวเข้ามาพร้อมดอกไม้ช่อโต
“สวัสดีครับคุณเจน... นี่ดอกไม้สำหรับคุณครับ” ภาคินัยยื่นช่อดอกไม้ให้พร้อมสายตาที่แทบจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว
“ขอบคุณค่ะ แต่คราวหน้าไม่ต้องลำบากซื้อมาหรอกค่ะ” เจนจิราตอบพลางรับมาถือไว้ กลิ่นดอกไม้หอมอบอวลพอๆ กับความรู้สึกวูบวาบในอก
“ไม่ลำบากเลยครับ สำหรับคุณเจนคนเดียว ผมทำให้ได้มากกว่านี้อีก... เช้านี้ผมขอจองตัวคุณไปทานข้าวด้วยกันนะครับ” ระหว่างมื้อเช้าที่โรงอาหาร ภาคินัยเริ่มรุกหนักเพื่อเอาคำตอบที่เขาเฝ้ารอ
“ตกลงว่า... คุณจะยอมเป็นแฟนผมไหมครับคุณเจน” เจนจิรานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนสบตาเขาอย่างแน่วแน่
“ฉันจะลองเปิดโอกาสให้คุณคบดูค่ะ แต่ฉันไม่รับเงินห้าล้านนั่นนะคะ ถ้าคุณดีพอ... ฉันจะยอมเป็นแฟนคุณเองโดยไม่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน”
คำตอบนั้นทำให้หัวใจของวิศวกรหนุ่มพองโตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นับจากวันนั้น ภาคินัยก็กลายเป็นเงาของเจนจิรา เขามาเฝ้าเธอหลังเลิกงานทุกวัน บางวันก็นั่งหลับคอยอยู่ที่โซฟาหน้าวอร์ดจนเธอออกเวร ความสม่ำเสมอและภาพลักษณ์เพลย์บอยที่ค่อยๆ หายไปเปลี่ยนเป็นชายหนุ่มที่พร้อมจะปกป้องเธอ ทำให้กำแพงในใจของเจนจิราเริ่มพังทลาย
คืนหนึ่งที่วอร์ดเด็ก... ภาคินัยนั่งมองเจนจิราที่กำลังแทงน้ำเกลือให้เด็กน้อยอย่างใจเย็นท่ามกลางเสียงร้องไห้จ้า ภาพความอ่อนโยนและจรรยาบรรณของเธอทำให้เขาเข้าใจความห่วงใยของคนเป็นแม่มากขึ้น เจนจิราหันมาเห็นเขานั่งมองอยู่จึงเดินเข้ามาหา
“ฉันออกเวรแล้วค่ะ... คุณจะกลับพร้อมกันเลยไหม?”
“กลับครับ... ผมเป็นห่วงคุณ ไม่อยากให้ขับรถคนเดียวตอนดึกๆ”
ระหว่างทางกลับบ้าน ภาคินัยตัดสินใจเอ่ยปากเรื่องสำคัญ
“พฤหัสหน้าคุณว่างไหมครับ ผมอยากพาคุณไปพบคุณแม่... ท่านอยากเจอคุณจริงๆ”
“ฉันยินดีไปพบท่านค่ะ” เจนจิราตอบตกลงในที่สุด
วันพฤหัสบดี... รถยุโรปสีดำเคลื่อนเข้าสู่คฤหาสน์ทรงทันสมัยของตระกูลบวรกิจ เจนจิราเดินเคียงคู่ภาคินัยเข้าไปด้วยความประหม่า ทว่าเมื่อได้พบกับ คุณนายนวลฉวี ที่นั่งรออยู่ รอยยิ้มที่เป็นมิตรของผู้อาวุโสก็ทำให้เธอคลายกังวล
“สวัสดีค่ะคุณป้า...” เจนจิรายกมือไหว้ด้วยกิริยาอ่อนน้อม
“ไหว้พระเถอะหนู... ตาภาคย์เล่าเรื่องหนูให้ป้าฟังบ่อยจนป้าคิดว่ารู้จักหนูมานานแล้วนะเนี่ย” คุณนายนวลฉวีรับไหว้ด้วยความเอ็นดู ยิ่งเห็นความเรียบร้อยและกิริยาที่ดูเป็นกุลสตรีของพยาบาลสาว เธอก็ยิ่งถูกใจจนออกนอกหน้า
มื้ออาหารค่ำวันนั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่น คุณนายนวลฉวีลงครัวทำของโปรดของลูกชายด้วยตัวเอง และยังเอ่ยชวนเจนจิราให้มาเรียนทำอาหารด้วยกันบ่อยๆ
“ถ้าเจนมีโอกาส เจนจะแวะมาให้คุณป้าสอนนะคะ”
“ต้องมาบ่อยๆ นะ ป้าเหงา... อยากมีลูกสาวมาช่วยงานในครัวบ้าง”
สายตาที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาของคุณนายนวลฉวีทำให้เจนจิรารู้สึกผิดลึกๆ ที่ต้องมาในฐานะแฟนหลอกๆ แต่เมื่อสบตากับภาคินัยที่แอบกุมมือเธอไว้ใต้โต๊ะอาหาร ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาก็ส่งผ่านความมั่นใจมาให้เธอ
หลังลาคุณแม่ ภาคินัยจูงมือเจนจิรามาที่รถด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“วันนี้คุณทำได้ดีมากครับคุณเจน... เพื่อเป็นการให้รางวัล ผมจะพาคุณไปที่ที่หนึ่ง”
“ที่ไหนคะ?”
“ความลับครับ... แต่รับรองว่าคุณจะลืมไม่ลงเลยล่ะ” ภาคินัยกระซิบเสียงพร่า พร้อมกับออกรถมุ่งหน้าสู่จุดหมายที่เขาเตรียมการไว้
สุรีย์พรเร่งเครื่องยนต์ออกสู่ถนนใหญ่ได้ไม่ไกล ทันใดนั้นรถก็เริ่มออกอาการ เครื่องยนต์สะอึกรุนแรงจนร่างของทั้งคู่โยกคลอน ก่อนที่มันจะกระตุกเป็นครั้งสุดท้ายแล้วดับวูบลงกลางถนนที่เริ่มเปลี่ยว“รถเป็นอะไรน่ะพร!” เจนจิราอุทานพลางมองซ้ายขวาด้วยความกังวล“ไม่รู้สิเจน อยู่ๆ ก็ดับไปเฉยๆ เลย” สุรีย์พรพยายามสตาร์ทซ้ำแต่เครื่องยนต์กลับนิ่งสนิท ทั้งสองจำใจลงจากรถมาช่วยกันเข็นรถเข้าข้างทางอย่างทุลักทุเล เหงื่อเม็ดเล็กผุดพราวตามใบหน้าสวย เจนจิราพยายามมองหาแท็กซี่แต่กลับไร้วี่แวว“พร ไหนลองสตาร์ทอีกทีสิ...” เจนจิราชะโงกหน้าเข้าไปดูที่แผงหน้าปัด ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นเข็มวัดน้ำมันตกลงไปจมมิดขีดล่างสุด “นี่ยัยพร! แกขับรถจนน้ำมันหมดไม่รู้ตัวเลยเหรอเนี่ย ดูสิ!”“อ่าว! เฮ้ย! เป็นไปได้ไง ก็ฉันเพิ่งเติมเต็มถังเมื่อวานนี้เองนะ!” สุรีย์พรเถียงกลับอย่างงุนงง ด้วยความรีบเร่งทำให้เจนจิรามองข้ามความผิดปกติที่เพิ่งเกิดขึ้นกับรถของเธอเมื่อวานซืนไปอย่างน่าเสียดายจังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ของเจนจิราก็ดังขึ้นอีกครั้ง เป็นเอกณัฐที่โทรเข้ามาด้วยจังหวะที่แม่นยำราวจับวาง“สวัสดีค่ะคุณเอก มีอะไรหรือเปล่าคะ”“อ๋อ พอดีทางอู
ตอนที่ 38 แผนรัก แผนร้าย...หลังเสร็จสิ้นพายุสวาทที่เร่าร้อนท่ามกลางสายน้ำและบนเตียงที่ยับย่น ความเงียบสงบในยามสายกลับเต็มไปด้วยพันธนาการลับที่แน่นหนา เมธินีขยับกายเข้าไปซุกซบอกแกร่งที่ยังชื้นเหงื่อ พลางเอ่ยเสียงอ้อนแกมขู่ที่ทำให้ภาคินัยต้องใจหายวาบ“คราวนี้พี่ภาคย์ก็เป็นผัวเมย์เต็มตัวแล้วนะคะ ห้ามทิ้งเมย์นะ ไม่อย่างนั้นเมย์ไม่ยอมจริงๆ ด้วย”“แต่เมย์อย่าเพิ่งไปบอกอะไรเจนนะ พี่ขอร้อง” ภาคินัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงโรยแรง จุมพิตลงบนหน้าผากมนของหญิงสาวอย่างจำยอม เพื่อรักษาความลับที่อาจทำลายชีวิตครอบครัวของเขา“ถ้าพี่ภาคย์ไม่ดื้อกับเมย์ รับรองเมย์ไม่บอกใครหรอกค่ะ” หล่อนยิ้มพึงใจ ซุกกายเข้าหาความอบอุ่นที่ตอนนี้เธอกลายเป็นเจ้าของร่วมอย่างสมบูรณ์ ระหว่างที่ภาคินัยออกไปคุมงานที่ไซต์งานก่อสร้างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เมธินีที่นั่งรออยู่ในรถหรูแอบต่อสายหาเอกณัฐทันทีเพื่อรายงานความคืบหน้า“แผนของฉันสำเร็จแล้วนะ... ตอนนี้พี่ภาคย์ดิ้นไม่หลุดแล้ว”“หึๆ..ร้ายไม่เบานี่” เอกณัฐหัวเราะในลำคอ “รวบหัวรวบหางได้อยู่หมัดเลยล่ะ”“ว่าแต่คุณเถอะ รวบหัวรวบหางยัยพยาบาลนั่นได้เหรอยัง” เมธินีย้อนถามด้วยความริษยาที่ยังคุกร
ภาคินัยพยายามรวบรวมสติที่หลงเหลือเพียงน้อยนิดค่อยๆ ถอนตัวตนออกอย่างเบามือ แล้วเริ่มเล้าโลมเธอใหม่อย่างใจเย็นเพื่อลดความทรมานจากฤทธิ์ยาที่ยังพลุ่งพล่าน เขาเลื่อนใบหน้าหล่อเหลาลงไปซุกไซ้ที่ซอกขาเนียนละเอียดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับบทเพลงรักจังหวะต่อไปที่กำลังจะทวีความร้อนแรงขึ้นอีกครั้งภาคินัยที่ตกอยู่ในบ่วงกามและความมึนเมาของฤทธิ์ยา บรรเลงเพลงรักอย่างดุดันดั่งเสือหนุ่มที่หิวโหย จมูกโด่งคมสันฝังลึกเข้ากับจุดกึ่งกลางความสาว ก่อนจะปาดเลียเกสรดอกไม้งามด้วยลิ้นที่ร้อนผ่าวและแข็งกร้าว บิดเกลียวชอนไชจนเมธินีสะท้านไปทั้งร่าง“อื้อ พี่ภาคย์ขา เมย์เสียวว!! อื้อ เบา ๆ นะคะ อู๊ยย!! พี่ภาคย์ขา อย่าดูดแรงนักสิคะ เมย์จะขาดใจอยู่แล้ว”เสียงหวานหวีดร้องระงมติดๆ กัน ร่างกายอ้อนแอ้นหอบกระตุกเฮือกใหญ่เมื่อถูกเขานำพาไปถึงแตะขอบสวรรค์อย่างรุนแรง ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันแน่นจนห่อเลือด มือน้อยสั่นเทาขยุ่มลงบนเส้นผมหนาของชายหนุ่มขณะที่เขาดูดกลืนน้ำหวานแห่งความใคร่จนหยดสุดท้าย ก่อนที่ลิ้นสากจะปาดเลียไล้ขึ้นมาตามหน้าท้องแบนราบที่แขม่วรับสัมผัสชวนสยิว จนมาหยุดอยู่ที่ยอดปทุมถันอวบอิ่มที่เขาใช้ความแกร่งขึงบดเบียดนว
เมธินีผละริมฝีปากออกมาเพียงชั่วครู่เพื่อบอกความในใจที่เก็บกดมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสมหวัง ในที่สุดผู้ชายที่เธอเคยได้แต่เฝ้ามอง วันนี้เขากำลังสยบอยู่ใต้ร่างของเธอด้วยความโหยหาหญิงสาวไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า หล่อนแอ่นกายรับสัมผัสรุกรานจากมือหนาที่เริ่มบีบเค้นทรวงอกอย่างแรงตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ภาคินัยซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นและลาดไหล่ขาวเนียน ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาที่รดรินผิวทำเอาเมธินีสั่นสะท้าน หล่อนหลับตาลงรับรสสวาทที่อาบไปด้วยเล่ห์กล โดยหารู้ไม่ว่าทุกสัมผัสที่แสนวาบหวามนี้เมื่อริมฝีปากหนาบดเบียดลงมาอีกครั้ง แรงอารมณ์มหาศาลก็ถาโถมเข้าใส่ร่างบางจนเมธินีแทบจะสำลักความเสียวซ่าน ภาคินัยในยามนี้ไม่ใช่ชายหนุ่มผู้แสนอ่อนโยนคนเดิม แต่เขากลายเป็นเสือผู้หิวโหย ร่างสูงใหญ่พลิกกายขึ้นทาบทับเรือนร่างขาวโพลนที่นอนทอดกายยั่วยวนอยู่เบื้องล่าง แสงไฟสลัวขับเน้นส่วนโค้งเว้าของหญิงสาวให้ดูเย้ายวนใจจนเขาลืมสิ้นซึ่งมโนธรรม“เมย์จ๋า...” เสียงแหบพร่าครางเรียกขณะใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้เข้าหาซอกคอขาวกรุ่น ขบเม้มทิ้งรอยรักสีกุหลาบไว้ทั่วเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ“เมย์จ๋า!!!.
หล่อนรีบโทรสั่งพนักงานให้ส่งเบียร์เย็นจัดและน้ำแข็งขึ้นมาบนห้องอย่างรวดเร็ว เมื่อของมาถึง มือบางสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นขณะรินเครื่องดื่มสีเหลืองทองลงในแก้วสองใบ ใบหนึ่งสำหรับเธอ... และอีกใบสำหรับเขาเมธินีหยิบซองยาเม็ดเล็กๆ ออกมาบดละลายลงในแก้วของภาคินัยอย่างเบามือ มันคือยาปลุกกำหนัดชนิดรุนแรงที่จะทำให้สติสัมปชัญญะของชายหนุ่มพังทลายลงในชั่วพริบตา“อะไรมันจะง่ายดายขนาดนี้...” หล่อนพึมพำพลางเขย่าแก้วเบียร์เบาๆ ให้ยาสลายตัว“ขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้ห้องเต็ม... ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องเหนื่อยหาข้ออ้างมากกว่านี้”ประตูห้องน้ำถูกเปิดออก ภาคินัยเดินออกมาในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาดหยดน้ำยังเกาะพราวตามแผงอกหนาและลำคอแกร่ง ดูเย้ายวนจนเมธินีต้องลอบกลืนน้ำลาย หล่อนรีบปั้นหน้านิ่งแล้วส่งแก้วเบียร์ให้เขาด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ“ดื่มสักนิดนะคะพี่ภาคย์ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว จะได้หลับสบาย... เมย์ขอโทษจริงๆ นะคะที่ทำให้พี่ลำบากใจขนาดนี้”ภาคินัยรับแก้วมาด้วยความเผลอเรอ เขาเพียงแค่อยากจะดับความกระหายและหวังว่าแอลกอฮอล์จะช่วยให้เขาหลับลงได้ในค่ำคืนที่แสนวุ่นวายนี้ โดยหารู้ไม่ว่า... เพียงแค่จิบแรกที่ผ่านลำคอเข้าไป
หลังจากเจนจิราเดินเข้าตึกไป เอกณัฐก็หมุนตัวเดินกลับไปยังมุมมืดของลานจอดรถด้วยท่วงท่าของผู้ชนะ รอยยิ้มที่เคยดูสุภาพบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรี้ยมชวนขนลุก เขาหยุดยืนข้างรถยุโรปคันหรูที่จอดซุ่มอยู่ก่อนจะมีชายชุดดำเดินออกมารายงานตัว“รูปทั้งหมด... ส่งเข้าไลน์ให้ฉันเลยนะ” เอกณัฐเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงด้วยคำสั่งอันเด็ดขาด“ครับนาย” ชายคนดังกล่าวตอบรับเขาคือลูกน้องที่เอกณัฐจ้างมาจี้เจนจิราในคืนนั้น และตอนนี้ก็ทำหน้าที่คอยให้สะกดรอยตามพยาบาลสาวมาโดยตลอด ทุกความเคลื่อนไหว ทุกย่างก้าวของเจนจิราถูกบันทึกไว้ในเมมโมรี่การ์ดอย่างละเอียด เอกณัฐเปิดดูรูปในโทรศัพท์ด้วยสายตาที่เป็นประกาย ภาพจังหวะที่เขาแสร้งประคองแผ่นหลังของเจนจิรา ภาพการพูดคุยที่ดูใกล้ชิดหน้าห้องพักผู้ป่วย เมื่อถูกถ่ายในมุมที่จงใจ มันกลับกลายเป็นหลักฐานชั้นดีที่บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ลับ ๆ “แกทำดีมาก...” เอกณัฐพึมพำ “วันนี้แหละไอ้ภาคินัย มึงได้อกแตกตายแน่ ๆ ”“แล้วเรื่องรถล่ะครับนาย” ชายชุดดำถามต่อ“เดี๋ยวแกไปจัดการต่อสายน้ำมันรถของคุณเจนให้เป็นปกติซะ เติมน้ำมันให้เต็มถัง แล้วขับไปจอดซ่อนไว้ที่คอนโดฉันก่อน... ระหว่างนี้ฉันจะโก





![ภรรยา[ไม่]ร้ายของนักแข่ง](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

