LOGINธรรมชาติของมนุษย์มักจะโหยหาบางอย่างในช่วงเวลาที่เอากลับคืนมาไม่ได้ ไม่อยากยอมรับว่าเขากำลังเป็นอย่างนั้น ‘ปรเมศวร์’ ศัลยแพทย์หนุ่มอนาคตไกล ทายาทผู้มีสิทธิ์สืบทอดโรงพยาบาลเอกชน ชื่อเสียง หน้าตา การงาน ฐานะ ดึงดูดผู้หญิงเข้ามาในชีวิต แต่เขากลับพลาดทำผู้หญิงท้องขณะที่เธอยังเรียนชั้นมัธยมปลาย ‘ญาตาวี’ เด็กสาวบ้านแตก ใจแตก ถูกสังคมกดดันให้ลาออกจากโรงเรียนมาเลี้ยงลูกตามลำพัง โดยมีครอบครัวสามีช่วยเหลือการเงิน พวกเขาทำไปเพื่อรักษาชื่อเสียงวงศ์ตระกูลไม่มีใครรักญาตาวี หลายปีผ่านไป เด็กสาวอ่อนแอเติบโตเป็นหญิงสาวเข้มแข็ง เก่งกล้าพอจะดูแลตัวเองและลูกสาวได้ จึงคืนอิสระให้เขาและพาลูกย้ายออกไป แต่หนึ่งสิ่งที่ญาตาวีไม่ได้บอกให้ปรเมศวร์รู้ คือเธอตั้งท้องลูกอีกคน
View Moreบทส่งท้าย“บ้านเงียบชอบกลน่าจะไม่มีใครอยู่ เราเลี้ยวรถกลับเลยดีไหม” “อ๊ะ! มาถึงขนาดนี้แล้วจะกลับไปทั้งที่ของเต็มมือได้ยังไงคะ จอดรถไว้หน้าบ้านนี่แหละค่ะ เข้าไปแป๊บเดียวไม่เป็นไรหรอก ดับรถแล้วลงมา”ดื้อเหลือเกินสามีเธอ ญาตาวีดับเครื่องยนต์แทนเสียเลย ปรเมศวร์มีสีหน้าหนักใจเล็กน้อยแต่เขาไม่ขัดใจ คว้าถุงของฝากจากห้างฯ เดอะแกรนด์ที่พวกเขาร่วมใจพิถีพิถันเลือกลงจากรถมากดกริ่งหน้าบ้านบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ในโครงการหมู่บ้านจัดสรรราคาหลักหนึ่งร้อยล้าน กว้างขวาง สวยงาม สมฐานะลูกชายคนรองของนายแพทย์สิทธิเดช มหาเศรษฐีเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนยักษ์ใหญ่ในประเทศไทยสุธีไม่ได้มีความสุขในการทำงานในโรงพยาบาลตามคำสั่งของบิดา ไม่ได้สุขใจกับการพาภรรยาย้ายเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์ แต่เพราะไม่มีเงินทองมากมายมาตั้งต้นธุรกิจจึงต้องพึ่งพาอาศัยบารมีบิดา เมื่อถึงวันหนึ่งที่บิดาปล่อยวาง ยินยอมให้ลูกๆ ทุกคนดำเนินชีวิตตามความต้องการของตัวเองสุธีได้รับเงินทุนก้อนใหญ่ลงทุนเปิดร้านอาหารหลากหลายสไตล์ ได้รับการตอบรับดีเยี่ยม ขยายสาขารวดเร็วภายในระยะเวลาห้าปี มีเงินทองมากมายซื้อบ้านหลังใหญ่ และรับมารดาออกมาอาศัยด้วยกันน้าสิรีห่วงบิ
ในวันครบรอบสี่ขวบของน้องปริ๊นซ์ น้าสิรีเดินทางไกลจากกรุงเทพฯ มาถึงเชียงใหม่เพื่อขอคุยกับปรเมศวร์และครอบครัวน้าสิรีพูดกับเขาว่า ‘น้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อก่อกวน หรือหาเรื่องให้ปลื้มไม่สบายใจ น้าแค่อยากมาส่งข่าวให้ปลื้มรู้ อาการป่วยของคุณพ่อปลื้มทรุดลง ท่านไม่สามารถเครียดและทำงานเต็มตัวเหมือนเมื่อก่อน ตำแหน่งในโรงพยาบาลสั่นคลอน ท่านต้องการผู้สืบทอด ในบ้านเราเห็นจะมีแค่ปลื้มคนเดียว ที่จะเข้ามาบริหารโรงพยาบาลแทนคุณพ่อปลื้มได้ ถึงคุณพี่เดชจะไม่เคยขอร้องให้ปลื้มกลับไป แต่น้ามองออกว่าท่านคิดถึงปลื้มและอยากเจอหลานมาก ปลื้มออกจากบ้านมาเกือบ 5 ปี มันนานเกินไปแล้วนะปลื้ม’‘น้าเคยทำไม่ดีกับปลื้มไว้มาก น้ารู้ แต่ถ้าหากน้ามีสิทธิ์ขอปลื้มได้หนึ่งอย่าง น้าขอร้องให้ปลื้มพาลูกเมียกับคุณพี่นากลับไปอยู่กรุงเทพฯ กับพ่อปลื้มได้หรือเปล่า โรงพยาบาลต้องการคนสืบทอดกิจการ ปลื้มคือทายาทตัวจริง ปลื้มสมควรได้รับทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของคุณพี่เดช ปลื้มไม่ต้องกังวลว่าน้ากับน้องๆ จะมาเบียดเบียนปลื้ม พวกเรามีความสุขดี แล้วพวกเราก็อยากเห็นคุณพี่เดชมีความสุข อยากให้ท่านคืนดีกับลูกชายของท่าน น้าไปๆ กลับๆ ระหว่างบ้านธีกับบ้
“ธุรกิจร้านอาหารกำไรไม่ได้เยอะหรอกนะ ได้สัก 10% ต่อรายรับทั้งหมดต่อหนึ่งสาขาก็ถือว่าเพอร์เฟกต์มาก พี่กับฟ้าถึงต้องวางแผนขยายสาขาร้านออกไปให้ได้เยอะๆ ผลประกอบการโดยรวมจะได้โตตาม”“พูดจาดีมีหลักการ ร่ำรวยเมื่อไหร่ อย่าลืมน้องสาวคนนี้นะคะ”“งานยูทูบเบอร์ของจินก็ไปได้สวยไม่ใช่เหรอ รายได้โฆษณา รายได้สปอนเซอร์ รวมๆ รับต่อเดือนน่าจะหลายแสนเอาเรื่องอยู่ใช่ไหม ยังคุยกับฟ้าอยู่เลย จินเดือนทางบ่อยจะมีเวลาแวะมาเฝ้าไข้คุณพ่อหรือเปล่า”“เรื่องงานเรื่องเที่ยวจะสำคัญเท่าชีวิตคุณพ่อได้ยังไงคะ จินเลื่อนไปหมดแล้ว ถ้าพี่ธีมีงานด่วนปลีกตัวไปได้เลยนะ ไม่ต้องห่วงคุณพ่อ”“มีพยาบาลสวยขนาดนี้คอยเอาใจ คุณพ่อมีหวังหายวันหายคืน”สุธีแซวน้องสาวคนรอง ขโมยผลไม้ที่เธอตั้งใจปอกเปลือกเก็บใส่ตู้เย็นรอป้อนบิดาที่อยู่ระหว่างการพักฟื้นหลังผ่าตัดบายพาสหัวใจ“พี่ธี! มือไม่ล้างมาหยิบกิน เชื้อโรคลงท้องคุณพ่อไปด้วยจะทำยังไง”“ชิ้นเดียวไม่เป็นไรหรอกน่า คุณพ่อนอนหลับ ไม่ตื่นมาบ่นพี่หรอก”“ใครว่าฉันไม่อยาก ฉันไม่มีแรงบ่นพวกแกต่างหาก”นายแพทย์สิทธิเดชตื่นมาส่งยิ้มให้ลูกๆท่านพักฟื้นในห้องไอซียูเจ็ดวัน ก่อนจะย้ายออกมานอนพักที่ห้องผู
ในวัย 29 ปีบริบูรณ์ ลูกสาวเพิ่งจะลืมตาดูโลกได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน ปรเมศวร์บินไปประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อเรียนเจาะจงด้านการผ่าตัด เขาทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้การเรียนและทำงานอยู่ที่นั่นนานกว่าสองปีโรงพยาบาลเอกชนใหญ่ในรัฐนั้นเสนอตำแหน่งงานให้เขา มีช่วงว่างหนึ่งเดือนสั้นๆ ให้พักผ่อนและตัดสินใจ ปรเมศวร์คิดถึงเพื่อนสนิททั้งสองเลือกใช้ช่วงเวลาสั้นๆ นั้นกลับมาเยี่ยมเพื่อนๆ และครอบครัวกันต์ดนัยกับตรีวิทย์ไปรับถึงสนามบินไม่ได้พาไปกินเลี้ยงสังสรรค์อย่างที่คาดการณ์ไว้ แต่พาเขามาบ้านเดี่ยวหลังเล็กๆ หลังหนึ่ง ที่เขาเคยเกือบจะลืมไปแล้วว่าครั้งหนึ่งเคยซื้อให้ใครอาศัยในบ้านหลังนั้นเขามีโอกาสได้พบผู้หญิงคนหนึ่งที่โตขึ้นกว่าวันที่เขาไปจากประเทศไทย เธอน่าจะอายุย่าง 20 ปี จูงมือลูกสาววัย 2 ขวบออกมารับแขก เด็กผู้หญิงผิวพรรณดีหน้าตาน่ารักถอดพิมพ์เดียวกับเขา ยิ้มตาหยีหัวเราะดีใจที่เห็นว่าใครมา เด็กร้องเรียก พ่อ ไม่เต็มเสียง เพราะเพิ่งฝึกพูดไม่กี่คำ เท้าเล็กๆ เดินตรงมาทางเขาแต่ผ่านไปกอดกันต์ดนัยสลับกับตรีวิทย์ เพื่อนสนิททั้งสองมีของติดมือมาฝากเป็นขนมกับของเล่นเด็กหญิงจิ้มนิ้วลงบนซองขนมให้พ่อตรีช่วยแกะ ล้วงมือป้อมๆ





