LOGINธรรมชาติของมนุษย์มักจะโหยหาบางอย่างในช่วงเวลาที่เอากลับคืนมาไม่ได้ ไม่อยากยอมรับว่าเขากำลังเป็นอย่างนั้น ‘ปรเมศวร์’ ศัลยแพทย์หนุ่มอนาคตไกล ทายาทผู้มีสิทธิ์สืบทอดโรงพยาบาลเอกชน ชื่อเสียง หน้าตา การงาน ฐานะ ดึงดูดผู้หญิงเข้ามาในชีวิต แต่เขากลับพลาดทำผู้หญิงท้องขณะที่เธอยังเรียนชั้นมัธยมปลาย ‘ญาตาวี’ เด็กสาวบ้านแตก ใจแตก ถูกสังคมกดดันให้ลาออกจากโรงเรียนมาเลี้ยงลูกตามลำพัง โดยมีครอบครัวสามีช่วยเหลือการเงิน พวกเขาทำไปเพื่อรักษาชื่อเสียงวงศ์ตระกูลไม่มีใครรักญาตาวี หลายปีผ่านไป เด็กสาวอ่อนแอเติบโตเป็นหญิงสาวเข้มแข็ง เก่งกล้าพอจะดูแลตัวเองและลูกสาวได้ จึงคืนอิสระให้เขาและพาลูกย้ายออกไป แต่หนึ่งสิ่งที่ญาตาวีไม่ได้บอกให้ปรเมศวร์รู้ คือเธอตั้งท้องลูกอีกคน
View More“คุณแม่ขา ทำไมคุณพ่อไม่มาอยู่กับเราบ้างเลย”
ดวงตาคู่เล็กของเด็กหญิงวัยห้าขวบจวนจะปิดลงหลังจากฟังนิทานจบ ทว่าด้วยความคิดถึงบิดาบังเกิดเกล้าทำให้เด็กหญิงฝืนร่างกายตัวเอง ญาตาวีทอดกายนอนข้างกันวางมือลูบศีรษะ คิ้วได้รูปขยับย่น ทบทวนคำตอบถึงสองรอบ ไม่ต้องการสร้างแผลใจให้ลูกสาวโดยไม่ได้ตั้งใจ ก่อนจะตอบด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“บ้านเราอยู่ไกลโรงพยาบาล คุณพ่อมาอยู่กับเราไม่ได้ วันหยุดที่แล้วคุณพ่อก็มาหา หนูวาคิดถึงคุณพ่ออีกแล้วเหรอลูก”
“คิดถึงค่ะ หนูวาอยากให้คุณพ่อย้ายมาอยู่กับหนู อยากให้ไปส่งหนูที่โรงเรียน สอนการบ้าน พาหนูไปเที่ยว”
ถึงเวลานอน เด็กหญิงฝืนร่างกายไม่ไหวผล็อยหลับไป ถือเป็นเรื่องดี เพราะญาตาวีไม่รู้จะตอบคำถามใสซื่อจากลูกสาวอย่างไร ไม่ให้กระทบจิตใจว่าพ่อแท้ๆ ของแกไม่ได้ไยดี
ญาตาวีจะอายุครบยี่สิบสามปียังถือว่าเด็กมาก คนวัยเท่านี้มีลูกหนึ่งคนไม่แปลก ทว่าเมื่อคนส่วนมากทราบอายุลูกสาวนำมาเปรียบเทียบกับอายุเธอสีหน้าพวกเขาเปลี่ยนไป สาดสายตารังเกียจมาทางนี้หาว่าแรดมีลูกตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมปลาย
ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเรื่องผิดพลาดขึ้น เธออยากใช้ชีวิตวัยรุ่นร่วมกับกลุ่มเพื่อนให้มีความสุขไปตามวัย ไม่ใช่ลาออกจากโรงเรียนมาเลี้ยงลูก เพื่อนร่วมชั้นจากเคยคบหากันสนิทชิดเชื้อก็ต่างตั้งวงนินทา ต่อหน้าว่าอย่าง ลับหลังว่าไปอีกอย่าง ครูประจำชั้นห่วงภาพลักษณ์โรงเรียนมากกว่าอนาคตเด็กคนหนึ่ง กดดันเธอให้ออกมาอยู่นอกวงกลมอย่างโดดเดี่ยว
หลังจากคลอดลูกญาตาวียังรักเรียน แต่ไม่อยากกลับไปอยู่ในสังคมโรงเรียน เลือกที่จะหาความรู้ด้วยตัวเองผ่านการศึกษานอกระบบ ได้วุฒิ ม.6 มาเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเปิด เพื่อจะได้มีเวลาเลี้ยงดูลูกสาวไม่ให้ขาดตกบกพร่อง เท่าที่คุณแม่วัยสาวอย่างเธอจะสามารถทุ่มเทให้ลูกได้
บ้านเดี่ยวไกลเมืองหลังนี้พ่อของลูกซื้อให้อยู่ไม่ให้ไปวุ่นวายกับเขา ญาตาวีอาศัยอยู่กับลูกสาวตั้งแต่แกยังอยู่ในท้องจนคลอดมาได้ห้าปี รถยนต์เขามีให้ เงินเดือนเขาให้ใช้ ให้ทุกสิ่งทุกอย่างยกเว้นเวลาและความรัก ทั้งที่สองสิ่งสำคัญต่อญาตาวีกับลูกสาวมากที่สุด
ความผิดพลาดทั้งหมดเริ่มต้นจากคืนหนึ่ง ญาตาวีได้ยินพ่อแม่ทะเลาะเกี่ยวกับปัญหาการเงิน พวกท่านปะทะฝีปากกันรุนแรงถึงขั้นลงมือทำร้ายร่างกาย เด็กสาววัยสิบเจ็ดปีรับสภาพครอบครัวไม่ได้กรีดร้องใส่พวกท่าน ร้องไห้ หลบหนีออกจากบ้านนัดเพื่อนคนหนึ่งให้ออกมาเจอกัน ญาติเพื่อนเป็นเจ้าของผับ ตามปกติญาตาวีไม่สามารถเข้าได้อายุไม่ถึงเกณฑ์ แต่เพื่อนเปรี้ยวจี๊ดพาเข้าทางด้านหลัง เด็กสาวดื่มเหล้าลืมเศร้าจนขาดสติ ตื่นขึ้นมาอีกทีบนเตียงกับผู้ชายแปลกหน้า ตกใจจนช็อก รีบสวมใส่เสื้อผ้าหนีออกมาจากโรงแรม
เด็กสาวกลับมาพบบ้านว่างเปล่า ซุกตัวใต้ผ้าห่มนอนซมพิษไข้ทั้งวัน ขยับตัวไปไหนไม่ได้ ขาดเรียนวันศุกร์วันเดียวครูไม่ได้แจ้งผู้ปกครอง แต่ถึงวันจันทร์ยังไม่ไปเรียนครูโทรรายงานผู้ปกครอง พ่อแม่บินด่วนจากต่างจังหวัดกลับมาถึงบ้านพบลูกสาวป่วยหนัก จากที่เครียดเรื่องงานเมื่อได้รับรายงานจากหมอเกี่ยวกับรอยช้ำตามตัวที่บ่งชี้ไปในทางไม่ดี พวกท่านเครียดหนักกว่าเดิมเค้นเอาความจริง ญาตาวีกัดปากไม่ยอมพูดถึงพวกท่านก็หาวิธีเค้นจนทราบถึงความเหลวแหลกของลูกสาว พวกท่านผิดหวังในตัวเธอมาก ตัดสินใจขายธุรกิจนำเงินมาหารครึ่งแล้วหย่าขาดกันให้จบสิ้น
ญาตาวีกลายเป็นเด็กบ้านแตกพ่อไปทางแม่ไปทาง เลือกอยู่กับแม่ เพราะพ่อไม่คุยด้วยนับจากเกิดเรื่อง พ่อแยกย้ายไปมีชีวิตใหม่ นำเงินเก็บทั้งหมดไปทุ่มลงทุนธุรกิจเกี่ยวกับการขายเครื่องมือแพทย์ แม่ทำงานในบริษัทต่างชาติพบรักเพื่อนร่วมงาน ย้ายไปอยู่ด้วยกันที่ต่างประเทศ ทิ้งญาตาวีให้อยู่กับป้า
ป้าใหญ่ไม่ได้ตัวเปล่า มีครอบครัว ไม่ได้เต็มใจรับดูแล แต่เพราะแม่ญาตาวีขอร้องให้ป้าใหญ่ช่วยแบ่งห้องในบ้านให้พัก จนกว่าเด็กสาวจะเรียนจบชั้นมัธยมปลาย ญาตาวีช่วยงานบ้านทุกอย่างเพราะเกรงใจป้า ไม่กี่เดือนมีปัญหาสุขภาพมากวนใจกระทบการเรียน ญาตาวีผิดสังเกตตัวเอง ป้าใหญ่ผิดสังเกตเช่นกัน พาไปตรวจที่โรงพยาบาลได้รู้ความจริง ว่าในขณะนั้นญาตาวีกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ
แพทย์สอบถามอายุญาตาวีสีหน้าท่าทางเคร่งเครียด แจ้งข่าวและจะช่วยคุยกับป้าให้ ญาตาวีเสียใจเนื้อตัวสั่นคลอนผิดหวังในตัวเอง พ่อแม่ไม่มีใครรัก ป้าใหญ่ยิ่งแล้วกัน คงไม่อยากรับเธอไปเป็นภาระ ตัดสินใจหลบหนีออกจากห้องตรวจไม่ให้ใครเห็น
เสียงป้าใหญ่ด่าเกรี้ยวกราดดังไกลมาถึงตรงนี้ ญาตาวีรีบวิ่งจนสะดุดล้ม มีคนหนึ่งเข้ามารับไว้ทันหากช้ากว่านี้อาจตกจากพื้นต่างระดับ เสี้ยวหนึ่งในความคิดเด็กสาวโกรธคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วย ถ้าหกล้มกระแทกพื้นแรงๆ แท้งไปเลยอาจจะดีกับเธอมากกว่า เธอยังเรียนจะเอาปัญญาจากไหนมาเลี้ยงลูก
ใบหน้าสวยสมวัยเปรอะเปื้อนคราบน้ำ ยกสูงเลื่อนมองเจ้าของมือที่คว้าเหมาะบนเอวเล็ก เลื่อนสายตาไหวสั่นขึ้นมามองปลายเสื้อกาวน์บ่งบอกอาชีพ นายแพทย์ปรเมศวร์ ชื่อสลักบนเสื้อ
‘แกจะหนีไปไหน! นังหลานไม่รักดี!’
ป้าใหญ่ตรงมาทางญาตาวี ด้านหลังป้าใหญ่มีคุณหมอหนุ่มคนเดิม ญาตาวีขลาดเขลากลัวป้าจะนำเรื่องนี้ไปบอกพ่อแม่ ปัดมือชายคนนั้นออกจะวิ่งหนี ทว่าเขากลับจับเธอไว้ไม่ยอมปล่อย
‘ปล่อยค่ะ’
ดวงหน้าอ่อนหวานจับจ้องผู้เป็นป้าตลอดเวลา แทนที่เขาจะปล่อยกลับจับท่อนแขนเธอแรงกว่าเดิมสองเท่า
ญาตาวีแหงนดวงหน้าซีดขึ้นมองชายหนุ่มสบสายตาคมปลาบ
เขาจ้องหน้าเธออยู่ก่อนหน้าแล้วจ้องนิ่งราวกับรู้จัก เขาคุ้นเธอ เธอคุ้นเขา หวนให้นึกถึงค่ำคืนที่ถูกเกี้ยวพาไปจบบนเตียง ญาตาวีเวียนหัวแทบหมดสติลงตรงนี้ขณะที่ป้าใหญ่เข้ามาถึงตัวคว้าแขนเธอเข้าไปกระหน่ำมือทุบตี
‘นังหลานไม่รักดี ฉันจะตี ตีแกให้ตาย ลำพังตัวแกคนเดียวฉันกลั้นใจรับมาดูแล ยังจะเอาลูกมาเป็นภาระฉัน!’
‘ป้าใหญ่ หนูเจ็บ ฮือๆ’
ป้าใหญ่กระหน่ำทุบหลังหลานสาวไม่ออมแรง หมอหนุ่มสองคนจากด้านหน้าด้านหลังเข้ามาจับแยกผู้ใหญ่ออกจากเด็กสาว
‘คุณป้าใจเย็นๆ ก่อนนะครับ มีอะไรค่อยพูดค่อยจากัน’
‘ถ้ามันเป็นลูกเป็นหลานหมอ หมอจะใจเย็น ค่อยพูดค่อยจากันได้เหรอ! มันยังเรียนอยู่เลยนะ พ่อแม่แยกทางโยนมันมาเป็นภาระฉัน อีกหน่อยพอมันคลอด ฉันต้องรับพวกมันสองคนมาเป็นภาระงั้นเหรอ หมอไม่ใช่ฉันก็พูดได้สิ!’
‘ท้องเหรอ’
ปรเมศวร์ทวนเสียงหลงมองข้ามศีรษะผู้สูงวัยไปทางเพื่อนร่วมงานที่ยืนขวางเด็กสาว ใบหน้าแสนหวานเลอะรอยน้ำตา ดวงตาแดงช้ำก้มมองพื้นคอนกรีต ถ้าหากไม่มีตรีวิทย์จับมือไว้ เธออาจจะวิ่งหนีอีกรอบไปแล้วก็ได้
‘ใช่ มันท้อง ท้องไม่มีพ่อเสียด้วย นังหลานไม่รักดี!’
ป้าใหญ่ตะเบ็งเสียงใส่ชายหนุ่มที่จับตัวพลางดิ้นให้หลุดพ้นเงื้อมมือ เหตุการณ์ตกอยู่ในสายตาคนจำนวนหนึ่งที่ให้ความสนใจ ญาตาวีรวบรวมความกล้าอึดใจเดียวเท่านั้น ยกมือชี้หน้าคนที่อยู่ข้างป้า
‘หนูไม่ได้ท้องไม่มีพ่อ แต่หนูท้องกับคุณหมอคนนี้’
‘ไอ้ปลื้ม!’
ตรีวิทย์พูดเสียงดัง ทำให้ญาตาวีรู้จักชื่อเล่นเขาเป็นครั้งแรก ปลื้ม ปรเมศวร์ คือชายแปลกหน้าในคืนนั้น
‘วันนี้เวลา 14 นาฬิกามีอุบัติเหตุใหญ่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร รถตู้บรรทุกผู้โดยสารเกินกำหนด คนขับหลับในประสานงานพุ่งชนรถโดยสารพลิกคว่ำ ผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิต...” นักข่าวเบี่ยงตัวให้กล้องเบนไปสำรวจความเสียหาย ในจุดเกิดเหตุทีมกู้ภัยยังอยู่ในพื้นที่จำนวนมากแม้ว่าจะลำเลียงผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตออกจากรถมาหมด เคลียร์ถนนเปิดทางให้รถยนต์กลับมาสัญจรตามปกติจากที่ติดเป็นทางยาวตั้งแต่ช่วงบ่ายเสียงรายงานหยุดลงตามมาด้วยภาพข่าวหายไปเนื่องจากปรเมศวร์ปิดรีโมต เขาไม่ต้องการเห็นภาพข่าวที่กระทบกระเทือนจิตใจ ภายหลังไม่สามารถช่วยชีวิตคนบาดเจ็บได้ มีคนเสียชีวิตเพิ่มขณะรักษา ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของชายคนนั้นยังวนเวียนอยู่ในหัว รวมถึงภาพความเสียใจของลูกสาวและภรรยาที่สวมกอดร่างไร้วิญญาณอาชีพหมอพบเจอการเกิดแก่เจ็บตายมามาก แต่ไม่มีครั้งไหนสัมผัสหัวใจเขาได้เท่าการเสียชีวิตของชายคนนั้น ลูกสาวผู้เสียชีวิตอายุน่าจะใกล้เคียงกับหนูวาววา ลูกสาวที่น่ารัก ในฐานะที่เป็นพ่อคน ปรเมศวร์สงสารครอบครัวผู้เสียชีวิตจับใจ ความสูญเสียนี้ทำให้เขาย้อนกลับมามองตัวเอง ถ้าเขาประสบอุบัติเหตุหรือเป็นอะไรไปจะเป็นอย่างไรต่อไป คนตาย ตายไ
“วันนี้แปลกๆ นะว่าไหม ไม่ได้ยินเสียงคุณแม่บ้านทะเลาะกัน” สาวรับใช้ประจำบ้านกระซิบใกล้ริมหูเพื่อนร่วมงาน ขณะเดียวกันก็เร่งมือจัดวางพืชผักสวนครัว เนื้อสัตว์ วัตถุดิบทำอาหารนานาชนิดบนโต๊ะทำครัวยาวสามเมตรให้เป็นระเบียบ“พูดเสียงดัง เดี๋ยวแม่ผ่องได้ยิน”อีกคนปรายสายตาไปทางแม่ผ่อง แม่บ้านคนสนิทของคุณผู้หญิงคนรอง แม่ผ่องหูตาไวปานสับปะรดสองคนก้มหลบ“อย่าพูดมาก เร่งมือเข้า ไม่ทันเวลาตั้งโต๊ะระวังโดนดี”ออกคำสั่งเสียงทรงอำนาจ ล้วงกระดาษแผ่นเล็กที่มีรายชื่ออาหารประจำวันมาอ่านทวนให้สาวรับใช้หลายชีวิตได้จัดเตรียม ส่วนตนเองมีหน้าที่ปรุงอาหารให้ถูกปากเจ้าของบ้านแม่ผ่องยังพูดไม่ทันจบ จู่ๆ ร่างกายอ้วนท้วนของหญิงวัยใกล้เคียงกัน เบียดร่างกายเล็กผอมของเธอเข้ามาในห้องครัว“เพิ่มกุ้งทอดกระเทียมพริกไทยอีกหนึ่งจาน คุณหนูของฉันจะมาร่วมโต๊ะ” แม่นวล เข้ามาแย่งชามกุ้งสดน็อกน้ำแข็งจากมือสาวใช้ข้ามหน้าข้ามตาแม่ผ่อง แม้ว่าวันนี้จะเป็นเวรแม่ผ่องทำอาหารตัวเล็กกว่าแล้วไง คิดเหรอคนอย่างแม่ผ่องจะยอมแพ้ง่ายๆ กระทืบเท้าปังๆ เลือดร้อนเข้าไปแย่งกุ้งคืน“เอาคืนมา ฉันเป็นคนไปจ่ายตลาด ถ้าแกอยากทำให้คุณหนูของแกกินก็ไปซื้อเอง
ญาตาวีออกจากห้องนอนลูกสาวมาอาบน้ำแต่งตัวเตรียมทำงานรอบดึก ต่อมามีเสียงกริ่งทำลายสมาธิญาตาวีที่กำลังละเลงปลายนิ้วบนแป้นพิมพ์ ถ่ายทอดจินตนาการในหัวออกมาเป็นนิยายรักให้นักอ่านกลุ่มเล็กๆ ที่คอยสนับสนุนผลงานได้อ่านงานนี้นับได้ว่าเป็นหนึ่งในรายได้หลักของคุณแม่ยังสาว ญาตาวีมีลูกเร็วไม่เคยทำงานประจำเป็นหลักแหล่ง มองหางานขายของเล็กๆ น้อยๆ มาประคับประคองตัวเองเพื่อไม่ให้รบกวนเงินจากสามีมากเกินไป จนกระทั่งได้ลองเขียนหนังสือและได้เงินพอค่าใช้จ่าย ทุ่มเทเวลาว่างหลังจากการเลี้ยงลูกให้งานเขียนมาจนปัจจุบันตัวเลขบนนาฬิกาดิจิตอลบอกเวลาตีหนึ่ง ใครมา บ้านเดี่ยวตั้งอยู่ในโครงการที่มีพนักงานรักษาความปลอดภัย อุ่นใจได้ระดับหนึ่งสำหรับหญิงสาวที่อาศัยกับลูกสาวสองคนญาตาวีถอดแว่นกรองแสงคุณภาพปานกลางวางบนกองหนังสือ เปิดผ้าม่านดูความเคลื่อนไหวจากหน้าบ้าน พบเงาสองคนเป็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่อยู่ในลักษณะหิ้วปีก ผู้มาใหม่ไม่ได้กดซ้ำแต่ต่อสายเข้ามาที่โทรศัพท์ส่วนตัว“น้องญา ขอโทษที่มารบกวนกลางดึก”ญาตาวีออกมาเปิดประตู ตรีวิทย์เมื่อยแขนจากการหิ้วปีกคนเมารีบทักทาย นัยน์ตาคู่อ่อนหวานของสาวหน้าเด็กเลื่อนมามองปรเมศวร์ ได้
“คุณแม่ขา ทำไมคุณพ่อไม่มาอยู่กับเราบ้างเลย” ดวงตาคู่เล็กของเด็กหญิงวัยห้าขวบจวนจะปิดลงหลังจากฟังนิทานจบ ทว่าด้วยความคิดถึงบิดาบังเกิดเกล้าทำให้เด็กหญิงฝืนร่างกายตัวเอง ญาตาวีทอดกายนอนข้างกันวางมือลูบศีรษะ คิ้วได้รูปขยับย่น ทบทวนคำตอบถึงสองรอบ ไม่ต้องการสร้างแผลใจให้ลูกสาวโดยไม่ได้ตั้งใจ ก่อนจะตอบด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“บ้านเราอยู่ไกลโรงพยาบาล คุณพ่อมาอยู่กับเราไม่ได้ วันหยุดที่แล้วคุณพ่อก็มาหา หนูวาคิดถึงคุณพ่ออีกแล้วเหรอลูก”“คิดถึงค่ะ หนูวาอยากให้คุณพ่อย้ายมาอยู่กับหนู อยากให้ไปส่งหนูที่โรงเรียน สอนการบ้าน พาหนูไปเที่ยว”ถึงเวลานอน เด็กหญิงฝืนร่างกายไม่ไหวผล็อยหลับไป ถือเป็นเรื่องดี เพราะญาตาวีไม่รู้จะตอบคำถามใสซื่อจากลูกสาวอย่างไร ไม่ให้กระทบจิตใจว่าพ่อแท้ๆ ของแกไม่ได้ไยดีญาตาวีจะอายุครบยี่สิบสามปียังถือว่าเด็กมาก คนวัยเท่านี้มีลูกหนึ่งคนไม่แปลก ทว่าเมื่อคนส่วนมากทราบอายุลูกสาวนำมาเปรียบเทียบกับอายุเธอสีหน้าพวกเขาเปลี่ยนไป สาดสายตารังเกียจมาทางนี้หาว่าแรดมีลูกตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมปลายไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเรื่องผิดพลาดขึ้น เธออยากใช้ชีวิตวัยรุ่นร่วมกับกลุ่มเพื่อนให้มีความสุขไปตามวัย ไม





