Compartilhar

บทที่ 4

Autor: ลำธารกวาง
ประตูรถเปิดออก ลู่เฉินยกมือกันหลังคารถไว้ พร้อมกับยื่นมือไปหาเย่หนานเซิง

ในวินาทีที่นิ้วทั้งสิบประสานกัน ซูเสี่ยวถังก็หันกลับมาพอดี

เมื่อเห็นภาพที่แทงใจตรงหน้า เธอกลับสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด

บางทีอาจเป็นเพราะคิดได้แล้ว ถึงได้ดูสงบไร้คลื่นลมเช่นนี้

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธอคงร้องไห้ไปยกใหญ่แล้ว

แต่ตอนนี้เธอเพียงอยากถามลู่เฉินว่า ที่เขาพูดว่า “หนานเซิงเหมาะจะเป็นแม่มากกว่าเธอ” นั่นหมายความว่ายังไง

“ลู่เฉิน คุณหมายความว่ายังไง?”

ริมฝีปากของซูเสี่ยวถังสั่นเล็กน้อย แม้แต่น้ำเสียงก็ผิดเพี้ยนไป

เย่หนานเซิงลงจากรถ มือยังคงเกาะอยู่ที่แขนของลู่เฉิน เงาของคนทั้งคู่ทอดลงบนพื้นถนนยาวเหยียดใต้แสงจันทร์

ลู่เฉินทำราวกับไม่ได้ยินที่ซูเสี่ยวถังพูด และพาเย่หนานเซิงเดินเข้าไปในคฤหาสน์เยว่หยวนทันที

ซูเสี่ยวถังจำไม่ได้แล้วว่านี่เป็นครั้งที่เท่าไรที่เธอถูกเมินเฉย

หัวใจของเธอเต็มไปด้วยบาดแผลมานานแล้ว แต่เธอยังปล่อยมือเรื่องลูกสาวไม่ได้

ดังนั้น เธอจึงก้าวเข้าไป ไม่รู้ว่าเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนถึงคว้าข้อมือของลู่เฉินเอาไว้ แล้วตวาดใส่เขาเสียงดัง “ลู่เฉิน พูดมาสิ!”

ในที่สุดลู่เฉินก็หยุดฝีเท้าและหันกลับมา เขามองซูเสี่ยวถัง ในดวงตามีแต่ความเย็นชาและไร้เยื่อใย เขาขยับข้อมือเล็กน้อยก็ถอนมือกลับมาได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับเอ่ยว่า “เธองานยุ่ง เหยาเหยายังเด็ก ต้องมีคนคอยดูแล รอเธอท้องลูกคนที่สองแล้ว ก็ให้หนานเซิงเป็นคนดูแลเหยาเหยา”

ลู่เฉินเป็นแบบนี้มาตลอด ไม่ว่าจะตัดสินใจอะไร เขาไม่เคยปรึกษาซูเสี่ยวถัง มีแต่บอกเธอด้วยน้ำเสียงเหมือนแจ้งให้ทราบ

แต่ครั้งนี้ซูเสี่ยวถังจะไม่ปล่อยให้เขาตัดสินใจตามอำเภอใจอีกแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่ตัดสินใจไปฝึกอบรมต่อที่จังหวัดข้างเคียง ซูเสี่ยวถังก็หาพี่เลี้ยงเด็กไว้ให้เหยาเหยาตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้ว

แต่จนกระทั่งเดือนที่แล้วเธอถึงเพิ่งพบว่า พี่เลี้ยงคนนั้นถูกลู่เฉินไล่ออกไปนานแล้ว

ตลอดครึ่งปีที่เธอไปทำงานต่างจังหวัด เย่หนานเซิงย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์เยว่หยวน และใช้ชีวิตหวานชื่นแบบครอบครัวสามคนกับลู่เฉินและลู่เหยา

ที่ซูเสี่ยวถังไม่คิดจะโวยวาย เป็นเพราะในใจยังเหลือความหวังอยู่เสี้ยวหนึ่ง คิดว่าลู่เฉินยังยอมรับสถานะคุณนายลู่ของเธอ

แต่ไม่คิดเลยว่าแม้แต่ลูกสาวของเธอก็ยังถูกคนอื่นแย่งไปโดยไม่ทันรู้ตัว

แล้วแบบนี้จะให้เธอจากไปอย่างสง่างามได้ยังไง?

พอพูดถึงเรื่องว่าใครจะเป็นคนเลี้ยงลูก ซูเสี่ยวถังก็ยังคงถูกอารมณ์ครอบงำจนเสียเหตุผล น้ำเสียงของเธอตื่นตัวขึ้นเล็กน้อย “ฉันเลี้ยงลูกเองได้ ไม่ต้องให้คนนอกมายุ่ง”

ลู่เฉินเมินท่าทีของซูเสี่ยวถังโดยสิ้นเชิง เพียงออกคำสั่งว่า “ตกลงตามนี้”

ซูเสี่ยวถังโมโหขึ้นมา ก่อนจะตะโกนคัดค้านเสียงดังซึ่งดูแตกต่างจากนิสัยใจเย็นตามปกติ “ฉันบอกแล้วว่าฉันเลี้ยงเองได้”

บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมา เย่หนานเซิงที่ยืนอยู่ด้านหลังลู่เฉินเห็นท่าไม่ดี จึงเอ่ยเบา ๆ ว่า “อาเฉิน คุณไปคุยกับคุณซูก่อนนะ ฉันจะเข้าไปดูเหยาเหยา”

หลังจากลู่เฉินพยักหน้าตอบรับ เย่หนานเซิงจึงเดินเข้าไปในคฤหาสน์เยว่หยวน

ตอนนั้นเอง ซูเสี่ยวถังก็เรียกเธอไว้ “เย่หนานเซิง หยุดเดี๋ยวนี้”

ทันทีที่เย่หนานเซิงหันกลับมา ฝ่ามือหนึ่งก็ตบลงบนใบหน้าของเธอ

คนที่ตบคือซูเสี่ยวถัง

พอลู่เฉินตั้งสติได้ ก็พุ่งเข้ามาผลักซูเสี่ยวถังออกอย่างแรง จากนั้นก็ประคองเย่หนานเซิงไว้ พร้อมถามด้วยแววตาปวดใจ “เป็นอะไรไหม?”

เย่หนานเซิงยกมือกุมแก้ม น้ำตาไหลเอ่อออกจากเบ้าตา ท่าทางดูน่าสงสารเสียเหลือเกิน

ลู่เฉินเป็นห่วงเสียจนทำอะไรไม่ถูก ทั้งเป่าทั้งลูบแก้มให้เธอ แต่ซูเสี่ยวถังกลับไม่รู้สึกเลยสักนิดว่าเย่หนานเซิงถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรม

ผู้หญิงปกติที่ไหนจะสนิทสนมกับผู้ชายที่แต่งงานแล้วและมีลูกถึงขนาดนี้?

แน่นอนว่าตบมือข้างเดียวไม่ดัง ลู่เฉินเองก็ไม่ใช่คนดีอะไรเหมือนกัน

ซูเสี่ยวถังกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ร่างเล็ก ๆ ร่างหนึ่งก็วิ่งออกมาจากคฤหาสน์เยว่หยวนอย่างรวดเร็ว

ลู่เหยาวิ่งมาอย่างรีบร้อน ขนาดรองเท้ายังไม่ได้ใส่เลยด้วยซ้ำ

พอวิ่งมาถึง เธอก็โผเข้าไปหาเย่หนานเซิง กอดขาของอีกฝ่ายไว้แล้วเงยหน้าถามว่า “น้าเซิงเซิงเจ็บไหม? ให้เหยาเหยาเป่าให้ไหมคะ?”

เดิมทีลู่เหยากำลังจะนอนแล้ว แต่พอมองผ่านหน้าต่างก็เห็นรถของลู่เฉิน

เธอรู้ว่าพ่อพาน้าเซิงเซิงกลับมา จึงลงมารับ

เมื่อครู่พอมาถึงหน้าประตู ก็เห็นซูเสี่ยวถังตบเย่หนานเซิงหนึ่งฉาด ตอนที่รีบวิ่งออกมา รองเท้าก็หลุดหายไปด้วย

ซูเสี่ยวถังยืนอยู่ด้านข้างมองสามีและลูกสาวของตัวเองพากันเป็นห่วงและปลอบโยนคนนอก ในวินาทีนี้ เธอเหมือนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองแตกสลาย

แต่ถึงอย่างนั้น ซูเสี่ยวถังก็ยังไม่ยอมเชื่อว่ากุหลาบที่เธอเลี้ยงมากับมือ จะหันหนามทั้งหมดมาทิ่มแทงเธอ

เธอยื่นมือที่สั่นไม่หยุดออกไป ปากพึมพำว่า “เหยา...”

เธอเรียกชื่อลู่เหยาไม่ทันครบ ลู่เหยาก็หันกลับมาอย่างโมโห พุ่งเข้ามาตรงหน้าซูเสี่ยวถัง แล้วใช้มือตีเธอไม่หยุด “แม่ใจร้าย แม่ใจร้าย ใครใช้ให้แม่ตบน้าเซิงเซิง แม่เป็นแม่ใจร้าย หนูไม่อยากได้แม่ใจร้ายแบบนี้”

ซูเสี่ยวถังยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ ใบหน้าซีดเผือดลงในทันที ในตอนนั้นเอง เธอถึงได้ตระหนักขึ้นมาอย่างฉับพลันว่า ที่แท้สิทธิ์เลี้ยงดูลูกที่เธอพยายามจะช่วงชิง ก็เป็นเพียงการคิดไปเองฝ่ายเดียวเท่านั้น

ทั้งสามีและลูกสาวของเธอไม่มีใครต้องการเธอสักคน

ตอนนี้ที่เธอยืนอยู่ตรงนี้ก็เหมือนตัวตลกคนหนึ่ง

สิ่งที่น่าขันยิ่งกว่านั้นคือ เธอกลับตั้งท้องลูกคนที่สองให้ผู้ชายที่ไม่ได้รักเธอเลย

ลู่เหยาตีเธอนานแค่ไหน หยุดลงเมื่อไร แล้วพูดอะไรบ้าง ซูเสี่ยวถังไม่รับรู้อะไรเลย

เพียงคำว่า “แม่ใจร้าย” ก็เพียงพอจะฆ่าความหวังทั้งหมดของเธอจนหมดสิ้น

ซูเสี่ยวถังยืนเหม่ออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะอย่างขมขื่น เธอไม่หันไปมองลู่เฉินกับลู่เหยาอีกแม้แต่ครั้งเดียว แล้วหมุนตัวเดินจากไป

ด้านหลัง ลู่เฉินกับลู่เหยายังคงวนเวียนอยู่รอบเย่หนานเซิง คอยถามไถ่และเป็นห่วงไม่หยุด โดยไม่รู้เลยว่าซูเสี่ยวถังจากไปแล้ว

ตอนเลี้ยวพ้นหัวมุมถนน ซูเสี่ยวถังก็ยังหันกลับไปมองสองคนที่เธอให้ความสำคัญที่สุดในตลอดห้าปีที่ผ่านมา

คนตัวใหญ่และตัวเล็กจับมือเย่หนานเซิงอยู่คนละข้าง ทั้งสามเดินเข้าไปในคฤหาสน์เยว่หยวนด้วยกัน ดูอบอุ่นกลมเกลียวราวกับพวกเขาต่างหากที่เป็นครอบครัวสามคน

ซูเสี่ยวถังยิ้ม เธอเพียงรู้สึกขมขื่นในใจ อยากร้องไห้ แต่กลับไม่มีน้ำตาไหลออกมาสักหยด

ห้าปีที่ผ่านมาสูบเรี่ยวแรงและจิตใจของเธอจนหมดสิ้น

เธอวางพวกเขาไว้เป็นอันดับหนึ่งเสมอ แต่ต่อจากนี้จะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว

หลังออกจากคฤหาสน์เยว่หยวน ซูเสี่ยวถังเดินไปตามทางยาวไกลเพียงลำพัง เมื่อนึกย้อนถึงเรื่องราวทุกอย่างตลอดห้าปีที่ผ่านมา ที่จริงเธอเข้าใจมานานแล้วว่าไม่ควรปล่อยให้ตัวเองถูกกัดกินอยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้ เพียงแต่เธอไม่ยอมเผชิญหน้ากับความจริงมาตลอด

แต่ตอนนี้เธอคิดได้แล้ว ต่อจากนี้เธอจะรักตัวเองให้มาก

ซูเสี่ยวถังเรียกรถกลับไปคฤหาสน์จิ่นหยวน เธอเข้าไปในห้องหนังสือ แล้วร่างข้อตกลงหย่าขึ้นใหม่อีกหนึ่งฉบับ

ทรัพย์สินแบ่งกันคนละครึ่ง และเธอจะเป็นฝ่ายสละสิทธิ์เลี้ยงดูลูกสาว

หลังจากวางข้อตกลงที่ทำเสร็จแล้วบนโต๊ะหนังสือไว้อย่างเรียบร้อย ซูเสี่ยวถังก็ขับรถกลับจังหวัดข้างเคียงในคืนนั้นทันที

หลังจากพักผ่อนหนึ่งคืน เช้าวันรุ่งขึ้นเธอก็รีบไปโรงพยาบาลแต่เช้า

วันนี้คนที่ออกตรวจแผนกสูตินรีเวชคือเพื่อนมหาวิทยาลัยของเธอ...เมิ่งอวิ๋นซู

เมิ่งอวิ๋นซูก็พอรู้เรื่องชีวิตแต่งงานของซูเสี่ยวถังอยู่บ้าง

เพียงแต่เมื่อได้ยินว่าซูเสี่ยวถังยืนกรานอย่างหนักแน่นว่าจะทำแท้ง เมิ่งอวิ๋นซูก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “กว่าจะมีเด็กคนนี้มันไม่ง่ายเลยนะ ทำไมจู่ ๆ ถึงไม่เอาแล้วล่ะ? ต่อให้มีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์จริง ๆ ก็เก็บลูกไว้แล้วทิ้งพ่อไปก็ได้นี่”

ซูเสี่ยวถังนั่งอยู่ตรงข้ามเมิ่งอวิ๋นซู เธอเอ่ยอย่างสงบนิ่งว่า “อวิ๋นซู ฉันเป็นผู้หญิง สิ่งที่ผู้หญิงควรมีวินัยกับตัวเองมากที่สุดก็คือไม่คลอดลูกส่งเดช ยิ่งไปกว่านั้นชีวิตของฉันก็เป็นชีวิตเหมือนกัน ฉันตัดสินใจแล้ว เธอช่วยจัดคิวผ่าตัดให้ฉันช่วงเช้าเถอะ”

ซูเสี่ยวถังคนเดิมได้ตายไปแล้ว ต่อจากนี้เธอจะรักแค่ตัวเองและคนที่รักเธอเท่านั้น

ส่วนคนที่ไม่รักเธอ เธอก็ไม่ต้องการอีกต่อไป

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • คุณลู่พอเถอะ เมียไม่เอาคุณกับลูกแล้ว   บทที่ 30

    “ไปส่งเหยาเหยาหน่อย ฉันถึงบริษัทแล้ว”คนรับใช้จัดการลู่เหยาจนเรียบร้อย ถักเปียเล็ก ๆ ให้สองข้าง แล้วคอยดูแลตอนเธอกินอาหารเช้ารอตั้งแต่แปดโมงจนถึงแปดโมงยี่สิบ เห็นว่ากำลังจะสายแล้ว แต่ซูเสี่ยวถังก็ยังไม่กลับมาสักทีคนรับใช้เริ่มร้อนใจ จึงรีบออกไปตามหาตอนนั้นเอง คุณปู่ก็ถือไม้เท้าเดินมาถึงหน้าห้องโถง พอเห็นคนรับใช้รีบร้อน ก็ถามอย่างไม่พอใจเล็กน้อยว่า “เป็นอะไร? รีบร้อนขนาดนี้”คนรับใช้มองไปด้านหลังคุณปู่ แต่กลับไม่เห็นซูเสี่ยวถัง จึงถามด้วยสีหน้าสงสัยว่า “คุณท่าน คุณนายล่ะคะ? คุณหนูน้อยยังรอเธออยู่เลย ใกล้จะสายแล้ว คุณนายนี่ก็เหลือเกิน ไม่ตรงต่อเวลาเอาเสียเลย”คุณปู่ไม่มีเวลาจะตำหนิคนรับใช้เรื่องแสดงความไม่พอใจต่อเจ้านาย เขาขมวดคิ้วแล้วเอ่ยว่า “เสี่ยวถังออกไปแล้ว อาเฉินยังอยู่ข้างบนไม่ใช่เหรอ? เขาไม่ไปส่งเหยาเหยาที่โรงเรียนหรือไง?”คนรับใช้ได้ยินแล้วก็ยิ่งร้อนใจ “คุณผู้ชายก็ออกไปแล้วค่ะ เขาให้ฉันบอกคุณนายว่าให้คุณนายไปส่งคุณหนูน้อยที่โรงเรียนอนุบาล”พอคุณปู่ได้ยินแบบนั้นก็ใช้ไม้เท้ากระแทกพื้นแรง ๆ ทีหนึ่ง “เสี่ยวถังออกไปเกือบชั่วโมงแล้ว ลู่เฉินมันทำอะไรของมัน? ลูกสาวตัวเองจะไปโ

  • คุณลู่พอเถอะ เมียไม่เอาคุณกับลูกแล้ว   บทที่ 29

    คนรับใช้รีบวิ่งไปที่ข้างเตียง แล้วถามเสียงเบาว่า “คุณหนูน้อย เป็นอะไรไปคะ?”พอลู่เหยาเห็นว่าเป็นคนรับใช้ ก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม“พ่ออยู่ไหน พ่ออยู่ไหน...”มือที่ตบผ้าปูเตียงยิ่งออกแรงมากขึ้น ขาทั้งสองข้างก็ถีบเตะไม่หยุดคนรับใช้ยื่นมือไปอุ้มเธอ “คุณหนูน้อย คุณชายออกไปแล้วค่ะ เขาให้คุณนายไปส่งคุณหนูที่โรงเรียนอนุบาล เดี๋ยวฉันช่วยล้างหน้าแปรงฟันให้นะคะ?”ลู่เหยาเห็นว่ามือของคนรับใช้ที่ยื่นมายังมีคราบมันเหนียวติดอยู่ ก็ผลักออกอย่างรังเกียจ “ฉันไม่ให้เธออุ้มหรอก เอามือสกปรกออกไปนะ”คนรับใช้ชักมือกลับ แล้วปลอบเสียงเบาอีกว่า “งั้นคุณหนูน้อยอย่าเพิ่งร้องนะคะ รอคุณนายกลับมาแล้วให้คุณนายช่วยล้างหน้าแปรงฟันให้ดีไหม?”ลู่เหยาหันหน้าหนี น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “ฉันไม่อยากให้เธอทำ”คนรับใช้จนใจเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจแล้วเอ่ยว่า “คุณหนูน้อย คุณนายออกไปกับคุณท่านแล้วค่ะ เดี๋ยวฉันช่วยล้างหน้าแปรงฟันแล้วก็ถักผมให้ก่อนนะคะ พอคุณนายกลับมาจะได้ไปส่งคุณหนูที่โรงเรียนอนุบาล ไม่งั้นเดี๋ยวจะสายเอานะ”คนรับใช้อดทนมาก เธอใช้น้ำเสียงแบบที่คุยกับเด็ก คอยปลอบคอยหลอกล่อลู่เหยาแต่ลู่เหยากลับไม่ฟั

  • คุณลู่พอเถอะ เมียไม่เอาคุณกับลูกแล้ว   บทที่ 28

    ส่วนทางฝั่งโทรศัพท์ เย่หนานเซิงได้ยินคำพูดของลู่เหยาก็รีบปลอบว่า “เหยาเหยาเด็กดี คืนนี้ไม่ต้องอาบก็ได้ พรุ่งนี้กลับบ้านแล้ว เดี๋ยวน้าเซิงเซิงจะอาบให้เอง”ลู่เหยาได้ยินแล้วก็ส่งเสียงฮึเบา ๆ “โอเคค่ะ”น้าเซิงเซิงดีก็จริง แต่แม่อาบให้ละเอียดกว่าแต่ตอนนี้แม่ไม่รักเธอแล้วลู่เฉินเป็นผู้ชาย จึงไม่สะดวกอาบน้ำให้ลู่เหยา ส่วนลู่เหยาก็ไม่ได้เรียกคนรับใช้มาช่วยอาบ แต่ปีนขึ้นเตียงโดยตรง ดึงผ้าห่มมาคลุมแล้วหลับตาหลังวางสายวิดีโอคอล ลู่เฉินก็ลุกขึ้นเช่นกัน เขามองซูเสี่ยวถังแวบหนึ่งแต่ไม่ได้ถามอะไร แล้วเดินเข้าไปอาบน้ำล้างหน้าในห้องน้ำเองตอนเขาอาบน้ำเสร็จแล้วออกมา ซูเสี่ยวถังก็ปิดไฟไปแล้ว ในห้องเหลือเพียงโคมไฟติดผนังที่เปิดอยู่ลู่เฉินนอนอยู่ข้างลู่เหยา แต่กลับนอนไม่หลับเสียที ขณะที่บนโซฟาไม่ไกลก็มีเสียงหายใจสม่ำเสมอของซูเสี่ยวถังดังมาอะไรที่ทำให้ซูเสี่ยวถังเปลี่ยนไปมากขนาดนี้?แต่พอลองคิดให้ดี เรื่องเหล่านั้นก็ดูเหมือนไม่ได้สำคัญอะไรมากนักเช้าวันรุ่งขึ้น ซูเสี่ยวถังก็ตื่นแต่เช้าตอนเธอลุกขึ้น ลู่เฉินกับลู่เหยายังคงหลับสนิท เธอไม่ได้ปลุกพวกเขา แต่ลงไปล้างหน้าแปรงฟันข้างล่างเธอลงมือเ

  • คุณลู่พอเถอะ เมียไม่เอาคุณกับลูกแล้ว   บทที่ 27

    ตอนลู่เหยาอาละวาดอยู่ในห้องรับแขกจนพอใจ ลู่เฉินก็เดินออกมาจากห้องนอนของคุณปู่พอดีพอเห็นการ์ดกระจัดกระจายเต็มพื้น เขาก็มองไปรอบ ๆ แต่กลับไม่เห็นเงาของซูเสี่ยวถังเขาสงสัยเล็กน้อย จึงถามลู่เหยาที่อยู่ข้าง ๆ ว่า “แม่หนูล่ะ?”ลู่เหยาเหลือบมองชั้นบนอย่างโมโห “ขึ้นไปแล้ว”ลู่เฉินได้ยินแบบนั้นก็เหม่อไปชั่วขณะผู้หญิงที่เคยมองลูกสาวสำคัญยิ่งกว่าชีวิต ตอนนี้กลับไม่สนใจลูกสาวเลยแม้แต่น้อยหลังเงียบไปสองสามวินาที ลู่เฉินก็จับมือลู่เหยาแล้วเอ่ยว่า “ไปเถอะ เดี๋ยวพ่อพาขึ้นไปอาบน้ำล้างหน้า”ลู่เหยาหยุดเดิน “คุณพ่อ หนูไม่อยากนอนกับแม่”ลู่เฉินหันกลับไปมองเธอด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “คุณทวดจัดไว้แค่ห้องเดียว ถ้าหนูไม่อยากนอนกับแม่ก็ไปบอกคุณทวดเองนะ”ลู่เหยาทำปากยื่น ใบหน้าแสดงออกถึงความไม่พอใจและต่อต้านอย่างชัดเจนแต่ในเมื่อลู่เฉินไม่เข้าข้างเธอ ต่อให้งอแงก็ไม่มีประโยชน์ สุดท้ายจึงได้แต่ยอมแม่ไม่สนใจเธอ งั้นเธอก็ไม่สนใจแม่เหมือนกันพอมาถึงห้องนอน ลู่เฉินกลับไม่เห็นภาพซูเสี่ยวถังกำลังเตรียมชุดนอนกับของใช้สำหรับล้างหน้าแปรงฟันให้พวกเขาเหมือนอย่างเคยตอนนี้ไฟในห้องน้ำกำลังเปิดอยู่ ซูเสี่ยวถังกำล

  • คุณลู่พอเถอะ เมียไม่เอาคุณกับลูกแล้ว   บทที่ 26

    คุณปู่เห็นรูปแบบการอยู่ร่วมกันของทั้งสองคนก็อดถอนหายใจไม่ได้ผ่านมาห้าปีแล้ว นอกจากความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะไม่ดีขึ้นแล้ว กลับมีแนวโน้มจะแตกหักหนักกว่าเดิมเสียอีกเขาพยายามจับคู่ให้ไม่รู้กี่รอบ แต่ทั้งสองคนก็ยังเป็นแบบนี้ เขาเองก็จนปัญญาแล้วหลังมื้ออาหาร ซูเสี่ยวถังจะไปล้างจานเอง แต่คุณปู่ไม่ยอม ให้คนรับใช้เป็นคนล้างแทนพอนั่งอยู่ในห้องรับแขก บรรยากาศก็ค่อนข้างกระอักกระอ่วนลู่เหยาเล่นการ์ดไปพลางพูดคุยกับคุณทวดและลู่เฉินเป็นครั้งคราว ตลอดเวลานั้นไม่สนใจซูเสี่ยวถังเลยสักนิดส่วนซูเสี่ยวถังก็พูดคุยกับคุณปู่เพียงคนเดียว เธอเองก็ไม่สนใจทั้งสองคนที่อยู่ข้าง ๆ ด้วยเช่นกันลู่เฉินพูดไม่มาก เพียงส่งข้อความในโทรศัพท์เป็นครั้งคราวซูเสี่ยวถังรู้ว่าเขากำลังคุยกับเย่หนานเซิงบางทีอาจกำลังรู้สึกผิดที่คืนนี้ไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนเย่หนานเซิงคุณปู่ยังอยากช่วยจับคู่ทั้งสองอีกหน่อย แต่เวลาค่อนข้างดึกแล้ว ต่อให้ใจอยากทำก็ไม่มีเรี่ยวแรง จึงลุกขึ้นบอกว่าจะไปนอน และกำชับให้ซูเสี่ยวถังกับพวกเขาค้างคืนด้วยกันลู่เฉินเป็นคนแรกที่ลุกขึ้น “เดี๋ยวผมไปส่งคุณปู่ที่ห้องนะครับ”คุณปู่เห็นลู่เฉินมีความกตัญญ

  • คุณลู่พอเถอะ เมียไม่เอาคุณกับลูกแล้ว   บทที่ 25

    ซูเสี่ยวถังไม่อยากฟังลู่เหยาบ่นเกี่ยวกับตัวเองอีก จึงก้าวเข้าไปในห้องโถงทันทีคุณปู่เห็นเธอก็ลุกพรวดขึ้น แล้วเดินเข้ามาหา “เสี่ยวถัง ในที่สุดก็มาสักที ทำไมวันนี้กลับมาดึกขนาดนี้ล่ะ?”ซูเสี่ยวถังยิ้มแล้วอธิบายกับคุณปู่ว่า “ตอนเลิกงานมีคนไข้ฉุกเฉินเข้ามาค่ะ พอจัดการเสร็จถึงได้รีบมา”ตอนลู่เหยาได้ยินเสียงของซูเสี่ยวถัง แผ่นหลังก็เกร็งขึ้นมา แต่เธอยังคงวางท่า ไม่คิดจะหันกลับไป เพียงนั่งอยู่แบบนั้นรอให้ซูเสี่ยวถังเป็นฝ่ายทักเธอก่อนเธอคิดว่าที่นี่เป็นบ้านของคุณทวด แม่คงไม่ถึงขั้นเมินเธอหรอกต่อให้แค่แกล้งทำ อย่างน้อยก็ควรแสดงสักหน่อยแต่ความจริงกลับกลายเป็นว่าแม่ไม่ได้สนใจเธอเลย ราวกับเธอไม่ได้อยู่ตรงนี้ตอนคุณปู่ลุกขึ้น ลู่เฉินก็เหลือบมองซูเสี่ยวถังที่เพิ่งเดินเข้ามา แต่เธอไม่แม้แต่จะมองเขา ในสายตามีเพียงคุณปู่คนเดียวคุณปู่จูงซูเสี่ยวถังเดินไปทางโซฟา ระหว่างเดินก็เหลือบมองลู่เฉินแล้วเอ่ยว่า “เมียแกยังไม่ได้กินข้าว ไปเอาอาหารที่เก็บไว้ในครัวมาให้เธอ”น้ำเสียงเป็นคำสั่ง ไม่เปิดโอกาสให้ลู่เฉินปฏิเสธลู่เฉินเองก็ไม่อยากมีปากเสียงกับคุณปู่ ยิ่งไปกว่านั้นก็แค่ไปยกอาหารมา เขาจึงตอบรับแ

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status