ログインภพ เด็กหนุ่มหาวิทยาลัย สาขาสถาปัตยกรรมปีสุดท้าย ถูกหญิงสาวรุ่นพี่ กาญณรรรณ หรือรัน ประธานบริษัท LC คอร์ปอเรชั่น ลากเขาขึ้นห้องในคืนแห่งความวุ่นวายของเธอ ถึงแม้ทั้งคู่จะผ่านคืนนั้นมาด้วยกัน และเธอเสนอเงื่อนไขที่ดีให้ชายหนุ่ม แต่ชายหนุ่มกลับปฏิเสธเธอ กาญณรรรณจะพิชิตใจเด็กหนุ่มรุ่นน้องของเธอได้หรือไม่ เรื่องราวความรักของความพวกเขาทั้งคู่จะเป็นอย่างไร เมื่อรักต่างวัยของเด็กหนุ่มมหาวิทยาลัยและหญิงสาวที่เป็นประธานบริษัท ที่ทั้งคู่ต่างไม่เคยมีความรักมาก่อน ติดตามได้ในสามีตัวน้อยของบอส (บอสของผม)
もっと見るปี 2022 วันที่ 1 เดือนมิถุนายน 2022 เวลา 18.30 น.
รัน ประธานบริษัท LC คอร์ปอเรชั่น จำกัด หญิงสาวสวยสะดุดตา เธอสวมชุดเดรสกระโปรงยาวประมาณเข่า รัดรูปที่เห็นสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบของเธอ สีดำลายลูกไม้ เดินเข้ามาในร้านอาหาร The Underground Bar and Restaurant เธอเป็นที่สะดุดตาของแขกในร้านเมื่อเธอเดินเข้ามาในร้าน
เธอเลือกที่นั่งบริเวณหน้าเคาน์เตอร์บาร์ วางกระเป๋าลงข้างตัว ก่อนหยิบ MacBook ขึ้นมาเปิดราวกับตั้งใจมานั่งทำงาน พร้อมกับสั่ง Blue Hawaii หนึ่งแก้ว เพื่อทานกับขนมหวานอีกหนึ่งอย่าง โดยไม่รู้เลยว่า Blue Hawaii ที่เธอสั่งมันไม่ใช่เครื่องดื่มสีฟ้าหวานๆ แบบเดียวกับที่พบตามคาเฟ่ทั่วไป
เวลา 18.40 น.
นิ้วเรียวยังคงเลื่อนไปบนแทร็กแพดของ MacBook ทว่าอยู่ๆ เธอก็หยุดมือ พร้อมกับเหลือบมองนาฬิกา ก่อนชำเลืองสายตาไปยังประตูทางเข้าร้าน ราวกับกำลังรอคอยใครบางคน ริมฝีปากสวยขยับเบาๆ
“ห้า...” เสียงที่เล็ดรอดออกมาเบาๆ พร้อมกับที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ประตู ตามมาด้วย “สี่... สาม... สอง...” และเมื่อถึงตัวเลขสุดท้าย “หนึ่ง” รอยยิ้มบางๆ ก็ปรากฏขึ้นตรงมุมปากของหญิงสาวอีกครั้ง
ไม่มีใครรู้ว่าเธอกำลังนับอะไร และไม่มีใครรู้เช่นกันว่าเหตุใดเธอจึงดูมั่นใจนัก
เธอละสายตาจากประตู พร้อมกับหมุนตัวกลับไปทางเคาน์เตอร์บาร์ ก่อนก้มหน้าสนใจ MacBook ตรงหน้าต่อ ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เวลา 18.45 น.
เด็กหนุ่มหน้าตาดี นักร้องนักดนตรีกีตาร์คลาสสิก เดินเข้ามาภายในร้านอาหาร The Underground Bar and Restaurant ภายใต้โรงแรมชื่อดัง ใกล้มหาวิทยาลัยที่เขาเรียนในจังหวัดชลบุรี ประเทศไทย
วันนี้เขาแต่งตัวด้วยเสื้อฮูดสีดำ สวมหมวกแก๊ปสีเดียวกัน รองเท้าผ้าใบหุ้มข้อสีดำตัดกับเชือกผูกรองเท้าสีขาว การแต่งกายเรียบง่ายไม่ได้ทำให้เขาดูโดดเด่นจนเกินไป แต่ด้วยรูปร่างและใบหน้าที่สะดุดตา ก็ยังทำให้แขกบางคนหันมองอยู่ดี
คนที่พูดถึง เป็นอื่นไปไม่ได้ นั้นคือ ภพ นักร้องนักดนตรีที่รับหน้าที่เล่นกีตาร์คลาสสิกประจำร้านแห่งนี้
ภพถูกจ้างให้มาเล่นดนตรีที่นี่เป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่เวลา 19.00–20.00 น.
แม้ในช่วงเวลานั้นสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 จะส่งผลกระทบต่อร้านอาหารและสถานบันเทิงจำนวนมาก หลายแห่งต้องหยุดกิจการหรือปิดตัวลง แต่ร้านแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโรงแรมชื่อดังของจังหวัด จึงยังสามารถเปิดให้บริการได้ ภายใต้มาตรการควบคุมและป้องกันโรคตามข้อกำหนดของทางราชการ
ภพเล่นดนตรีที่นี่มาเกือบหนึ่งปีแล้ว สิ่งที่ทำให้ลูกค้าประจำจดจำเขาได้ ไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์หรือฝีมือการเล่นกีตาร์ แต่เป็น น้ำเสียงทุ้มต่ำอันเป็นเอกลักษณ์ เสียงของเขาไม่ได้ทรงพลังจนต้องเรียกร้องให้ทุกคนหันมาฟัง หากกลับมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้คนฟังรู้สึกผ่อนคลาย และอยากนั่งฟังต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว
ค่ำคืนนี้ก็เช่นกัน เสียงกีตาร์และเสียงร้องของภพค่อยๆ เติมเต็มบรรยากาศภายในร้านตั้งแต่หนึ่งทุ่ม โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า...
ตรงเคาน์เตอร์บาร์ไม่ไกลจากเวที มีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่ก่อนที่เขาจะมาถึง และที่สำคัญ เธอรู้ว่าเขาจะมาถึงเมื่อไร
20.10 น.
หลังจบการแสดง ภพจัดเก็บอุปกรณ์ดนตรีของตัวเองตามปกติ ก่อนสะพายสัมภาระบางส่วนแล้วเดินลงจากเวที มุ่งหน้าไปยังบริเวณด้านหลัง
สำหรับเขา นี่ก็เป็นเพียงอีกหนึ่งคืนของการทำงานที่ร้านแห่งนี้
แต่สำหรับหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์ ... ค่ำคืนนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
หลังจากเหตุการณ์ลอบทำร้ายรณภพผ่านไป 5 วัน หมายจับพร้อมหมายศาลของอเนกและวิภาก็ได้รับการอนุมัติเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเข้าดำเนินการทันที โดยครั้งนี้ข้อหาที่ทั้งสองได้รับนั้นหนักกว่าคดีที่ผ่านมาอย่างมาก นั่นคือ ข้อหาพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เสียงกริ่งหน้าห้องพักของอเนกดังขึ้น วิภาซึ่งเป็นคู่ขาของเขาเดินไปเปิดประตูด้วยความเคยชิน โดยไม่ได้ตรวจสอบก่อนว่าใครเป็นผู้มาเยือน ทันทีที่ประตูเปิดออก เธอก็ต้องชะงัก เมื่อพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบเต็มยศยืนอยู่หน้าห้อง “ตำรวจครับ” เจ้าหน้าที่แสดงตัวพร้อมเข้าควบคุมสถานการณ์ทันที “นี่มันอะไรกัน! พวกคุณจะมาจับผมด้วยข้อหาอะไรอีก? คดีฉ้อโกงก็จบไปแล้วไม่ใช่เหรอ!” อเนกตะโกนขึ้นด้วยความไม่พอใจ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาภายในห้อง ร้อยตำรวจโทเจษฎา หัวหน้าชุดจับกุม เดินเข้ามาพร้อมยื่นหมายจับและหมายศาลให้อเนกตรวจสอบ “ผมร้อยตำรวจโทเจษฎา สารวัตรฝ่ายสืบสวน เป็นหัวหน้าชุดจับกุมในครั้งนี้ครับ ... คุณถูกออกหมายจับในข้อหาพยายามฆ่าคุณรณภพ เจริญพาณิชย์ และพยายามฆ่าคุณพจน์ เจริญพาณิชย์ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน” อเนกนิ่งไปทันที
“เป็นไงบ้างลูกชาย?” ชายสูงวัยเดินเข้ามาภายในห้องพักผู้ป่วย พร้อมเอ่ยถามอาการของชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วง “ไม่เป็นไรมากครับคุณพ่อ มีเพียงบาดแผลภายนอกเท่านั้นครับ พักรักษาตัวอีกประมาณ 4–5 วันก็น่าจะออกจากโรงพยาบาลได้แล้วครับ” รณภพตอบด้วยรอยยิ้ม “อือ... ดีแล้วล่ะ ไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว” เดชอนันต์พยักหน้าด้วยความโล่งใจ ก่อนหันไปมองลูกสาวของตัวเองที่นั่งอยู่ข้างๆ “ไม่อย่างนั้นภรรยาของเธอคนนี้คงอยู่ไม่สุขแน่ๆ” “ตอนนี้คุณพ่อมีลูกชายแล้ว หนูก็ไม่มีความหมายแล้วสินะคะ ถึงได้ปิดบังเรื่องสำคัญกับหนูแบบนี้...” เธอพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจเล็กน้อย ก่อนจะเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ “เดี๋ยวนะคะ ... เมื่อกี้คุณพ่อพูดว่า ... ภรรยา?” หญิงสาวค่อยๆ หันกลับไปมองชายสูงวัยตรงหน้าอย่างสงสัย “ใครภรรยาใครคะ?” เดชอนันต์มองหน้าลูกสาว ก่อนถอนหายใจออกมาเบาๆ “ยัยรัน ... แกคิดว่าฉันเป็นใครกัน?” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเอ็นดูปนตำหนิ “แกคิดว่าจะปิดบังฉันเรื่องที่แอบไปจดทะเบียนสมรสกับลูกเขยของฉันได้อย่างนั้นเหรอ? คิดว่าฉันจะไม่รู้หรือไง ฉันเป็นพ่อแกนะ!” กาญณรรรณนิ่งไปทันที เธอมองหน้าบิดาของตัวเอง
เวลาผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมงได้ ประตูห้องไอซียูเปิดออก พร้อมกับแพทย์ผู้ดูแลที่เดินออกมา “ไม่ทราบว่าใครเป็นญาติของคนไข้ครับ?” กาญณรรรณรีบลุกขึ้นทันที “ฉันค่ะ... ฉันกาญณรรรณ ภรรยาของเขาค่ะ สามีดิฉันเป็นอย่างไรบ้างคะ?” แต่ก่อนที่แพทย์จะได้ตอบ เสียงของชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านข้าง “คุณหมอครับ ขอเชิญพูดคุยทางนี้ก่อนครับ” แพทย์หันไปมองเจ้าของเสียง ก่อนสังเกตเห็นเครื่องแบบตำรวจและดาวสามดวงบนบ่าพร้อมเครื่องหมายมงกุฎ “ครับ ... คุณคือ?” ชายคนนั้นแนะนำตัวอย่างสุภาพ “ผมพันตำรวจโทอินทัชครับ รองผู้กำกับการและพนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ เรียกรองผู้กำกับก็ได้ครับ ... ผมขอรบกวนคุณหมอช่วยย้ายคนเจ็บไปพักรักษาตัวที่ห้องพิเศษด้วยครับ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ทางเราจะประสานกับทางโรงพยาบาลและญาติผู้ป่วยอีกครั้ง” แพทย์ยังคงมีสีหน้าสงสัย “เอ่อ ... ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ?” พันตำรวจโทอินทัชจึงอธิบายสถานการณ์ที่แท้จริง “เหตุการณ์ครั้งนี้อาจไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดาครับ แต่มีแนวโน้มว่าเป็นการพยายามฆ่า ทางเราจึงขอความร่วมมือจากโรงพยาบาลในการปกปิดข้อมูลอาการของผู้ป่วย รวมถึงจำกัดการเข้าถึงข้อม
ย้อนกลับไป เวลา 02.30 น. ผับแห่งหนึ่งที่พจน์มักมาใช้บริการเป็นประจำ หลังจากดื่มจนเมาได้ที่ พจน์เดินออกมาจากผับพร้อมกับหญิงสาวคู่ขาที่เขาควงมาด้วย สีหน้าของเขายังคงเต็มไปด้วยความอารมณ์ดีจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินไปยังรถของเขา จู่ๆ ก็มีชายฉกรรจ์จำนวน 4 คนเดินเข้ามาขวางทาง “จะรีบไปไหนวะ?” หนึ่งในชายกลุ่มนั้นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกวนประสาท พจน์ที่อยู่ในอาการมึนเมา เมื่อถูกขวางทางก็เริ่มไม่พอใจ เขามองชายทั้งสี่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนพูดสวนกลับทันที “พวกแกมีปัญหาอะไรกับกู! ไม่รู้หรือไงว่ากูเป็นใคร?” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งหัวเราะเยาะ “ถ้ามึงยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ... เดี๋ยวกูช่วยเตือนความจำให้เอง” ทันทีที่พูดจบ ชายทั้งสี่ก็พุ่งเข้าใส่พจน์ทันที ทั้งหมัด และเท้ากระหน่ำเข้าใส่ร่างของเขาอย่างไม่ยั้ง “โอ๊ย! หยุดนะ!” เสียงร้องของพจน์ดังขึ้นด้วยความเจ็บปวด ร่างของเขาล้มลงกับพื้น ขณะที่ชายทั้งสี่ยังคงรุมทำร้ายอย่างต่อเนื่อง หญิงสาวที่เดินมาด้วยกันตกใจจนหน้าซีด เธอรีบร้องขอความช่วยเหลือจากคนที่อยู่บริเวณนั้น “ช่วยด้วย! มีคนถูกทำร้าย! ช่วยด้วยค่ะ!” แต่ท