Compartilhar

บทที่ 5

Autor: ลำธารกวาง
ตอนที่ซูเสี่ยวถังฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เธอก็นอนอยู่ในห้องผู้ป่วยแล้ว

เมิ่งอวิ๋นซูเข้ามาดูอาการของเธอ กำชับให้เธอพักผ่อนมาก ๆ สักสองวันแล้วค่อยออกจากโรงพยาบาล หลังออกจากโรงพยาบาลแล้วก็ต้องพักฟื้นหลังแท้งให้ดีด้วย

ซูเสี่ยวถังรับปากทั้งหมด เธอคิดไว้แล้วว่าจะพักฟื้นให้ครบหนึ่งเดือนเต็ม

ร่างกายเป็นของเธอเอง เธอต้องรู้จักดูแลมันให้ดี

หลังเมิ่งอวิ๋นซูจากไป ซูเสี่ยวถังก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ตามคาด ไม่มีสายจากลู่เฉินแม้แต่สายเดียว

เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน สำหรับพวกเขาอาจเป็นเพียงเหตุการณ์เล็ก ๆ ที่ผ่านเข้ามาเท่านั้น

แต่สำหรับซูเสี่ยวถังกลับเป็นก้าวสำคัญในชีวิตของเธอ

ที่จริงการได้เห็นธาตุแท้ของพวกเขาก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็ดีกว่าต้องทรมานและดิ้นรนอยู่กับตัวเองอย่างไม่มีวันจบสิ้น

เธอกดเข้าอินสตาแกรมโดยไม่รู้ตัว คอนเทนต์แรกที่ระบบแนะนำก็คือวิดีโอของเย่หนานเซิง เหนือชื่อบัญชียังมีข้อความเล็ก ๆ ขึ้นว่า “อีกฝ่ายอาจเป็นคนที่คุณรู้จัก”

ในวิดีโอ เย่หนานเซิงกำลังจูงมือเด็กคนหนึ่ง ซูเสี่ยวถังมองจากด้านหลังแวบเดียวก็จำได้ว่านั่นคือลู่เหยา

ข้อความประกอบเขียนว่า “ความรู้สึกที่มีคนต้องการเรานี่ดีจัง”

ส่วนฉากหลังในวิดีโอก็คือห้องรับแขกของคฤหาสน์เยว่หยวน

อาจเป็นเพราะชินแล้ว ซูเสี่ยวถังเพียงยิ้มบาง ๆ จากนั้นก็กดหน้าจอค้างแล้วเลือกคำว่า ‘ไม่สนใจ’

วันที่คอยแอบส่องก็ควรจบลงได้แล้ว

หลังออกจากโรงพยาบาล ซูเสี่ยวถังหาพี่เลี้ยงหลังคลอดมาให้ตัวเองหนึ่งคน แล้วเธอก็นอนพักยาวตลอดทั้งเดือน

หนึ่งเดือนต่อมา เธอจ่ายเงินเดือนให้พี่เลี้ยง จากนั้นเปลี่ยนมาใส่เดรสยาวสะอาดเรียบร้อย แต่งหน้าบาง ๆ แล้วขับรถมุ่งหน้าเข้าเมืองเจียงโจว

วันนี้เป็นวันที่สิบห้าของเดือนใหม่อีกครั้ง เป็นวันที่เธอกับลู่เฉินนัดกันมีลูกคนที่สองเป็นประจำ

ที่จริง ซูเสี่ยวถังไม่ได้มีประสบการณ์ในเรื่อง “เซ็กซ์” ที่น่าพอใจนัก ทุกครั้งที่ลู่เฉินมีอะไรกับเธอ เขามักทำอย่างขอไปที เพื่อจะได้รีบไปหาเย่หนานเซิงให้เร็วขึ้น

แต่คืนนี้ที่เธอกลับมา ไม่ใช่เพราะเรื่องลูกคนที่สอง เธอตั้งใจจะคุยเรื่องหย่ากับลู่เฉินให้เรียบร้อย

ตอนมาถึงคฤหาสน์จิ่นหยวนเป็นเวลาหนึ่งทุ่ม ป้าหวังเห็นเธอกลับมาก็เตรียมอาหารเย็นไว้ให้

หลังจากกินมื้อเย็นเสร็จ ซูเสี่ยวถังก็ขึ้นไปยังห้องหนังสือชั้นบน

ข้อตกลงหย่ายังคงวางอยู่บนโต๊ะในสภาพเดียวกับตอนที่เธอจากไปเมื่อเดือนก่อน ไม่มีร่องรอยว่าจะมีใครแตะต้องมันเลย

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าลู่เฉินไม่ได้กลับมาที่นี่เลยตลอดหนึ่งเดือน

ซูเสี่ยวถังรอจนถึงสามทุ่มกว่า ขณะที่เริ่มหมดความอดทน จู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากนอกประตู

แต่พอประตูเปิดออก คนที่เข้ามากลับเป็นป้าหวัง

“คุณนาย เมื่อกี้คุณผู้ชายโทรมาค่ะ เขาบอกว่าคืนนี้มีธุระเลยไม่กลับมา ให้คุณนายค่อยมาใหม่เดือนหน้าค่ะ”

ซูเสี่ยวถังได้ยินดังนั้นก็เพียงหัวเราะอย่างขมขื่น

เดือนหน้า?

เดือนนี้เธอยังกลับมาได้ แต่เดือนหน้าก็อาจจะไม่แล้ว

เธอเบื่อหน่ายและเหนื่อยล้ากับการขังตัวเองอยู่ในกรงนี้มาตลอด

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ลุกขึ้นแล้วเอ่ยกับป้าหวังว่า “ครั้งหน้าที่เขากลับมา อย่าลืมเตือนเขานะว่าฉันทิ้งของไว้ให้บนโต๊ะในห้องหนังสือ”

ป้าหวังก้มหน้ารับคำ “ทราบแล้วค่ะคุณนาย”

ซูเสี่ยวถังหยิบกระเป๋า แล้วออกจากคฤหาสน์จิ่นหยวน

เธอขับรถไปเรื่อย ๆ แต่กลับไม่รู้ว่าจะไปไหน

ไม่รู้เหมือนกันว่าขับรถมาถึงที่ไหน รู้เพียงว่าเห็นชายหญิงวัยหนุ่มสาวจำนวนมากกำลังเดินออกมาจากประตูของสถานที่แห่งหนึ่งที่ชื่อว่า “หอประชุมใหญ่เจียงโจว”

ไม่นาน ฝูงชนที่แออัดก็ค่อย ๆ แยกย้ายกันไปหมด ส่วนสามคนที่เดินออกมาเป็นกลุ่มสุดท้ายกลับทำให้ซูเสี่ยวถังละสายตาไม่ได้

ลู่เฉินกับเย่หนานเซิงจับมือลู่เหยาอยู่คนละข้าง ทั้งสามมองหน้ากัน

“น้าเซิงเซิง เมื่อกี้น้าโดดเด่นมากเลย สวยมาก เหมือนนางฟ้าเลยค่ะ”

“เพลงเปียโนที่น้าเล่นก็เพราะมากเลย พอหนูโตแล้ว น้าเซิงเซิงสอนหนูเล่นด้วยได้ไหม?”

“นะคะน้าเซิงเซิง”

ลู่เหยาใช้สองมือเขย่าแขนของเย่หนานเซิงพลางออดอ้อน

เย่หนานเซิงสวมชุดราตรียาวสีขาว ดูประณีตงดงาม ราวกับดวงดาวที่ร่วงหล่นลงมาในราตรีมืดมิด เปล่งประกายเจิดจ้า

สีหน้าของเธออ่อนโยน เธอโน้มตัวลงตรงหน้าลู่เหยาเล็กน้อย ใช้นิ้วแตะปลายจมูกของลู่เหยา ก่อนจะหัวเราะแล้วเอ่ยว่า “ถ้าเหยาเหยาชอบ น้าเซิงเซิงจะสอนให้แน่นอนจ้ะ”

ลู่เหยากระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ จากนั้นก็หันไปถามลู่เฉินอีกว่า “พ่อ น้าเซิงเซิงเก่งมากเลยใช่ไหม?”

ในดวงตาของลู่เฉินมีรอยยิ้ม เขาพยักหน้าตอบว่า “อืม”

แม้เขาจะเป็นคนพูดน้อย แต่คำว่า “อืม” เบา ๆ เพียงคำเดียวกลับเต็มไปด้วยความชื่นชมและความยินดี

ลู่เหยายิ่งดีใจเข้าไปใหญ่ “พอหนูโตขึ้น หนูก็อยากเก่งเหมือนน้าเซิงเซิง”

ซูเสี่ยวถังมองเห็นทุกอย่างอย่างชัดเจนผ่านกระจกหน้ารถ

ลูกสาวไม่เคยมีสายตาชื่นชมแบบนั้นให้เธอเลย

แต่พอมาคิดดูแล้วก็ไม่แปลก หลังแต่งงาน เธอทุ่มเททุกอย่างให้สามีกับลูก ค่อย ๆ ปล่อยเนื้อปล่อยตัวและทิ้งงานอดิเรกที่เคยชอบไป

ในสายตาของลู่เหยา เธอเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่วัน ๆ เอาแต่วนเวียนอยู่ในครัว ส่วนเย่หนานเซิงกลับเป็นความบริสุทธิ์งดงามที่ไม่อาจแปดเปื้อน

พอนึกถึงตรงนี้ หัวใจของซูเสี่ยวถังก็เจ็บปวดราวกับถูกเข็มนับไม่ถ้วนทิ่มแทง

ตรงหน้าหอประชุม ลู่เหยากางแขนทั้งสองข้าง กระโดดไปมาพลางงอแงว่า “น้าเซิงเซิง หนูอยากให้อุ้ม”

ลู่เฉินรีบห้ามไว้ทันที “เหยาเหยา น้าเซิงเซิงใส่ชุดราตรีอยู่ อุ้มไม่สะดวก รอขึ้นรถแล้วค่อยให้อุ้มนะ”

เมื่อได้ยินดังนั้น ลู่เหยาก็หน้าหงอย เห็นได้ชัดว่าไม่พอใจ

เย่หนานเซิงเห็นดังนั้นก็รีบก้มลงอุ้มเธอขึ้นมา พร้อมกับยิ้มให้ลู่เฉินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วเอ่ยว่า “ไม่เป็นไร ขอแค่เหยาเหยาอยากให้ฉันอุ้มก็พอแล้วค่ะ”

ลู่เฉินยิ้มเล็กน้อย ในแววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดูอย่างลึกซึ้ง

เย่หนานเซิงอุ้มลู่เหยาเดินลงบันได ลู่เหยาซบอยู่บนตัวเธอ ทั้งแนบแก้มทั้งคลอเคลีย ส่วนลู่เฉินก็คอยถือชายกระโปรงชุดราตรีให้จากด้านหลัง

ผู้ชายที่มีอำนาจในวงการธุรกิจ ไม่เคยก้มหัวให้กับใคร กลับยอมก้มตัวลงเพราะชายกระโปรงของผู้หญิงคนหนึ่ง

พวกเขาขึ้นรถไปด้วยกัน ก่อนที่รถจะแล่นออกจากที่นี่

นี่สินะคือธุระที่สามีของเธอพูดถึง

ซูเสี่ยวถังอดหัวเราะออกมาไม่ได้

หลังนั่งนิ่งอยู่ในรถเป็นเวลานาน จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

เป็นสายจากทางโรงพยาบาล

หลังจากรับสาย ซูเสี่ยวถังก็เรียกอย่างสุภาพว่า “หัวหน้าสวี่”

ซูเสี่ยวถังเรียนด้านศัลยกรรมเด็ก หลังจากลาออกมาทำหน้าที่แม่เป็นเวลาสี่ปีเต็มแล้วกลับเข้าทำงานใหม่ เธอจึงเป็นแพทย์ระดับล่างสุดของโรงพยาบาล

หัวหน้าสวี่ที่อยู่ปลายสายเอ่ยว่า “การฝึกอบรมของเธอจบก่อนกำหนดได้ สัปดาห์หน้าก็กลับมาทำงานที่โรงพยาบาลได้แล้ว”

ซูเสี่ยวถังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามว่า “โรงพยาบาลมีโควตาให้ลงพื้นที่ชนบทเพื่อตรวจสุขภาพเด็กฟรีไม่ใช่เหรอคะ? ฉันอยากสมัครค่ะ”

หัวหน้าสวี่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “การลงพื้นที่ชนบทเป็นงานหนัก แถมไม่ได้ช่วยเรื่องเลื่อนตำแหน่งของเธอมากนัก โรงพยาบาลแค่มีโควตา แต่ไม่ได้บังคับว่าต้องมีคนไป...”

แต่ซูเสี่ยวถังตัดสินใจแน่วแน่แล้ว “ฉันยินดีไปค่ะหัวหน้าสวี่ ถือว่าให้ฉันได้พักผ่อนไปในตัวก็แล้วกัน”

เมื่อเห็นว่าท่าทีของเธอแน่วแน่ หัวหน้าสวี่ก็ไม่ได้เกลี้ยกล่อมต่อ สุดท้ายจึงยอมตกลง “อืม งั้นก็ไปสองเดือนแล้วกัน”

……

ไม่นาน หนึ่งเดือนก็ผ่านไปอีกครั้ง

ลู่เหยาเองก็เข้าเรียนมาได้หนึ่งเดือนแล้ว

ผ่านไปสองเดือนติดแล้ว แต่ลู่เฉินก็ยังไม่มีลูกคนที่สอง จึงถูกคนในบ้านเร่งรัด ดังนั้นในวันที่สิบห้าของเดือนนี้ เขาจึงกลับมาที่คฤหาสน์จิ่นหยวนเร็วกว่าปกติ

ยังไม่ถึงหกโมงเย็น เขาก็มาถึงคฤหาสน์จิ่นหยวนแล้ว

ป้าหวังเห็นลู่เฉินกลับมาก่อน ก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย “วันนี้คุณผู้ชายกลับมาเร็วจังเลยค่ะ?”

ลู่เฉินไม่ได้อธิบาย ขณะเดินขึ้นชั้นสองก็สั่งป้าหวังไปด้วยว่า “ถ้าคุณนายกลับมา ให้เธอไปหาฉันที่ห้องนอน”

ป้าหวังรับคำแล้วมองส่งลู่เฉินขึ้นชั้นสอง

ตอนเดินผ่านห้องหนังสือ ลู่เฉินตรงไปยังห้องนอนทันทีโดยไม่หยุดแม้แต่น้อย

จุดประสงค์ที่เขากลับมาก็มีเพียงเรื่องลูกคนที่สอง จึงไม่มีความจำเป็นต้องไปที่อื่น

หลังอาบน้ำเสร็จ ลู่เฉินก็นอนรออยู่บนเตียง

หนึ่งทุ่ม สองทุ่ม สามทุ่ม...

สามชั่วโมงผ่านไป ซูเสี่ยวถังก็ยังไม่กลับมา

ขณะที่ลู่เฉินเริ่มรอต่อไปไม่ไหว ด้านนอกประตูก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น...

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • คุณลู่พอเถอะ เมียไม่เอาคุณกับลูกแล้ว   บทที่ 30

    “ไปส่งเหยาเหยาหน่อย ฉันถึงบริษัทแล้ว”คนรับใช้จัดการลู่เหยาจนเรียบร้อย ถักเปียเล็ก ๆ ให้สองข้าง แล้วคอยดูแลตอนเธอกินอาหารเช้ารอตั้งแต่แปดโมงจนถึงแปดโมงยี่สิบ เห็นว่ากำลังจะสายแล้ว แต่ซูเสี่ยวถังก็ยังไม่กลับมาสักทีคนรับใช้เริ่มร้อนใจ จึงรีบออกไปตามหาตอนนั้นเอง คุณปู่ก็ถือไม้เท้าเดินมาถึงหน้าห้องโถง พอเห็นคนรับใช้รีบร้อน ก็ถามอย่างไม่พอใจเล็กน้อยว่า “เป็นอะไร? รีบร้อนขนาดนี้”คนรับใช้มองไปด้านหลังคุณปู่ แต่กลับไม่เห็นซูเสี่ยวถัง จึงถามด้วยสีหน้าสงสัยว่า “คุณท่าน คุณนายล่ะคะ? คุณหนูน้อยยังรอเธออยู่เลย ใกล้จะสายแล้ว คุณนายนี่ก็เหลือเกิน ไม่ตรงต่อเวลาเอาเสียเลย”คุณปู่ไม่มีเวลาจะตำหนิคนรับใช้เรื่องแสดงความไม่พอใจต่อเจ้านาย เขาขมวดคิ้วแล้วเอ่ยว่า “เสี่ยวถังออกไปแล้ว อาเฉินยังอยู่ข้างบนไม่ใช่เหรอ? เขาไม่ไปส่งเหยาเหยาที่โรงเรียนหรือไง?”คนรับใช้ได้ยินแล้วก็ยิ่งร้อนใจ “คุณผู้ชายก็ออกไปแล้วค่ะ เขาให้ฉันบอกคุณนายว่าให้คุณนายไปส่งคุณหนูน้อยที่โรงเรียนอนุบาล”พอคุณปู่ได้ยินแบบนั้นก็ใช้ไม้เท้ากระแทกพื้นแรง ๆ ทีหนึ่ง “เสี่ยวถังออกไปเกือบชั่วโมงแล้ว ลู่เฉินมันทำอะไรของมัน? ลูกสาวตัวเองจะไปโ

  • คุณลู่พอเถอะ เมียไม่เอาคุณกับลูกแล้ว   บทที่ 29

    คนรับใช้รีบวิ่งไปที่ข้างเตียง แล้วถามเสียงเบาว่า “คุณหนูน้อย เป็นอะไรไปคะ?”พอลู่เหยาเห็นว่าเป็นคนรับใช้ ก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม“พ่ออยู่ไหน พ่ออยู่ไหน...”มือที่ตบผ้าปูเตียงยิ่งออกแรงมากขึ้น ขาทั้งสองข้างก็ถีบเตะไม่หยุดคนรับใช้ยื่นมือไปอุ้มเธอ “คุณหนูน้อย คุณชายออกไปแล้วค่ะ เขาให้คุณนายไปส่งคุณหนูที่โรงเรียนอนุบาล เดี๋ยวฉันช่วยล้างหน้าแปรงฟันให้นะคะ?”ลู่เหยาเห็นว่ามือของคนรับใช้ที่ยื่นมายังมีคราบมันเหนียวติดอยู่ ก็ผลักออกอย่างรังเกียจ “ฉันไม่ให้เธออุ้มหรอก เอามือสกปรกออกไปนะ”คนรับใช้ชักมือกลับ แล้วปลอบเสียงเบาอีกว่า “งั้นคุณหนูน้อยอย่าเพิ่งร้องนะคะ รอคุณนายกลับมาแล้วให้คุณนายช่วยล้างหน้าแปรงฟันให้ดีไหม?”ลู่เหยาหันหน้าหนี น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “ฉันไม่อยากให้เธอทำ”คนรับใช้จนใจเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจแล้วเอ่ยว่า “คุณหนูน้อย คุณนายออกไปกับคุณท่านแล้วค่ะ เดี๋ยวฉันช่วยล้างหน้าแปรงฟันแล้วก็ถักผมให้ก่อนนะคะ พอคุณนายกลับมาจะได้ไปส่งคุณหนูที่โรงเรียนอนุบาล ไม่งั้นเดี๋ยวจะสายเอานะ”คนรับใช้อดทนมาก เธอใช้น้ำเสียงแบบที่คุยกับเด็ก คอยปลอบคอยหลอกล่อลู่เหยาแต่ลู่เหยากลับไม่ฟั

  • คุณลู่พอเถอะ เมียไม่เอาคุณกับลูกแล้ว   บทที่ 28

    ส่วนทางฝั่งโทรศัพท์ เย่หนานเซิงได้ยินคำพูดของลู่เหยาก็รีบปลอบว่า “เหยาเหยาเด็กดี คืนนี้ไม่ต้องอาบก็ได้ พรุ่งนี้กลับบ้านแล้ว เดี๋ยวน้าเซิงเซิงจะอาบให้เอง”ลู่เหยาได้ยินแล้วก็ส่งเสียงฮึเบา ๆ “โอเคค่ะ”น้าเซิงเซิงดีก็จริง แต่แม่อาบให้ละเอียดกว่าแต่ตอนนี้แม่ไม่รักเธอแล้วลู่เฉินเป็นผู้ชาย จึงไม่สะดวกอาบน้ำให้ลู่เหยา ส่วนลู่เหยาก็ไม่ได้เรียกคนรับใช้มาช่วยอาบ แต่ปีนขึ้นเตียงโดยตรง ดึงผ้าห่มมาคลุมแล้วหลับตาหลังวางสายวิดีโอคอล ลู่เฉินก็ลุกขึ้นเช่นกัน เขามองซูเสี่ยวถังแวบหนึ่งแต่ไม่ได้ถามอะไร แล้วเดินเข้าไปอาบน้ำล้างหน้าในห้องน้ำเองตอนเขาอาบน้ำเสร็จแล้วออกมา ซูเสี่ยวถังก็ปิดไฟไปแล้ว ในห้องเหลือเพียงโคมไฟติดผนังที่เปิดอยู่ลู่เฉินนอนอยู่ข้างลู่เหยา แต่กลับนอนไม่หลับเสียที ขณะที่บนโซฟาไม่ไกลก็มีเสียงหายใจสม่ำเสมอของซูเสี่ยวถังดังมาอะไรที่ทำให้ซูเสี่ยวถังเปลี่ยนไปมากขนาดนี้?แต่พอลองคิดให้ดี เรื่องเหล่านั้นก็ดูเหมือนไม่ได้สำคัญอะไรมากนักเช้าวันรุ่งขึ้น ซูเสี่ยวถังก็ตื่นแต่เช้าตอนเธอลุกขึ้น ลู่เฉินกับลู่เหยายังคงหลับสนิท เธอไม่ได้ปลุกพวกเขา แต่ลงไปล้างหน้าแปรงฟันข้างล่างเธอลงมือเ

  • คุณลู่พอเถอะ เมียไม่เอาคุณกับลูกแล้ว   บทที่ 27

    ตอนลู่เหยาอาละวาดอยู่ในห้องรับแขกจนพอใจ ลู่เฉินก็เดินออกมาจากห้องนอนของคุณปู่พอดีพอเห็นการ์ดกระจัดกระจายเต็มพื้น เขาก็มองไปรอบ ๆ แต่กลับไม่เห็นเงาของซูเสี่ยวถังเขาสงสัยเล็กน้อย จึงถามลู่เหยาที่อยู่ข้าง ๆ ว่า “แม่หนูล่ะ?”ลู่เหยาเหลือบมองชั้นบนอย่างโมโห “ขึ้นไปแล้ว”ลู่เฉินได้ยินแบบนั้นก็เหม่อไปชั่วขณะผู้หญิงที่เคยมองลูกสาวสำคัญยิ่งกว่าชีวิต ตอนนี้กลับไม่สนใจลูกสาวเลยแม้แต่น้อยหลังเงียบไปสองสามวินาที ลู่เฉินก็จับมือลู่เหยาแล้วเอ่ยว่า “ไปเถอะ เดี๋ยวพ่อพาขึ้นไปอาบน้ำล้างหน้า”ลู่เหยาหยุดเดิน “คุณพ่อ หนูไม่อยากนอนกับแม่”ลู่เฉินหันกลับไปมองเธอด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “คุณทวดจัดไว้แค่ห้องเดียว ถ้าหนูไม่อยากนอนกับแม่ก็ไปบอกคุณทวดเองนะ”ลู่เหยาทำปากยื่น ใบหน้าแสดงออกถึงความไม่พอใจและต่อต้านอย่างชัดเจนแต่ในเมื่อลู่เฉินไม่เข้าข้างเธอ ต่อให้งอแงก็ไม่มีประโยชน์ สุดท้ายจึงได้แต่ยอมแม่ไม่สนใจเธอ งั้นเธอก็ไม่สนใจแม่เหมือนกันพอมาถึงห้องนอน ลู่เฉินกลับไม่เห็นภาพซูเสี่ยวถังกำลังเตรียมชุดนอนกับของใช้สำหรับล้างหน้าแปรงฟันให้พวกเขาเหมือนอย่างเคยตอนนี้ไฟในห้องน้ำกำลังเปิดอยู่ ซูเสี่ยวถังกำล

  • คุณลู่พอเถอะ เมียไม่เอาคุณกับลูกแล้ว   บทที่ 26

    คุณปู่เห็นรูปแบบการอยู่ร่วมกันของทั้งสองคนก็อดถอนหายใจไม่ได้ผ่านมาห้าปีแล้ว นอกจากความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะไม่ดีขึ้นแล้ว กลับมีแนวโน้มจะแตกหักหนักกว่าเดิมเสียอีกเขาพยายามจับคู่ให้ไม่รู้กี่รอบ แต่ทั้งสองคนก็ยังเป็นแบบนี้ เขาเองก็จนปัญญาแล้วหลังมื้ออาหาร ซูเสี่ยวถังจะไปล้างจานเอง แต่คุณปู่ไม่ยอม ให้คนรับใช้เป็นคนล้างแทนพอนั่งอยู่ในห้องรับแขก บรรยากาศก็ค่อนข้างกระอักกระอ่วนลู่เหยาเล่นการ์ดไปพลางพูดคุยกับคุณทวดและลู่เฉินเป็นครั้งคราว ตลอดเวลานั้นไม่สนใจซูเสี่ยวถังเลยสักนิดส่วนซูเสี่ยวถังก็พูดคุยกับคุณปู่เพียงคนเดียว เธอเองก็ไม่สนใจทั้งสองคนที่อยู่ข้าง ๆ ด้วยเช่นกันลู่เฉินพูดไม่มาก เพียงส่งข้อความในโทรศัพท์เป็นครั้งคราวซูเสี่ยวถังรู้ว่าเขากำลังคุยกับเย่หนานเซิงบางทีอาจกำลังรู้สึกผิดที่คืนนี้ไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนเย่หนานเซิงคุณปู่ยังอยากช่วยจับคู่ทั้งสองอีกหน่อย แต่เวลาค่อนข้างดึกแล้ว ต่อให้ใจอยากทำก็ไม่มีเรี่ยวแรง จึงลุกขึ้นบอกว่าจะไปนอน และกำชับให้ซูเสี่ยวถังกับพวกเขาค้างคืนด้วยกันลู่เฉินเป็นคนแรกที่ลุกขึ้น “เดี๋ยวผมไปส่งคุณปู่ที่ห้องนะครับ”คุณปู่เห็นลู่เฉินมีความกตัญญ

  • คุณลู่พอเถอะ เมียไม่เอาคุณกับลูกแล้ว   บทที่ 25

    ซูเสี่ยวถังไม่อยากฟังลู่เหยาบ่นเกี่ยวกับตัวเองอีก จึงก้าวเข้าไปในห้องโถงทันทีคุณปู่เห็นเธอก็ลุกพรวดขึ้น แล้วเดินเข้ามาหา “เสี่ยวถัง ในที่สุดก็มาสักที ทำไมวันนี้กลับมาดึกขนาดนี้ล่ะ?”ซูเสี่ยวถังยิ้มแล้วอธิบายกับคุณปู่ว่า “ตอนเลิกงานมีคนไข้ฉุกเฉินเข้ามาค่ะ พอจัดการเสร็จถึงได้รีบมา”ตอนลู่เหยาได้ยินเสียงของซูเสี่ยวถัง แผ่นหลังก็เกร็งขึ้นมา แต่เธอยังคงวางท่า ไม่คิดจะหันกลับไป เพียงนั่งอยู่แบบนั้นรอให้ซูเสี่ยวถังเป็นฝ่ายทักเธอก่อนเธอคิดว่าที่นี่เป็นบ้านของคุณทวด แม่คงไม่ถึงขั้นเมินเธอหรอกต่อให้แค่แกล้งทำ อย่างน้อยก็ควรแสดงสักหน่อยแต่ความจริงกลับกลายเป็นว่าแม่ไม่ได้สนใจเธอเลย ราวกับเธอไม่ได้อยู่ตรงนี้ตอนคุณปู่ลุกขึ้น ลู่เฉินก็เหลือบมองซูเสี่ยวถังที่เพิ่งเดินเข้ามา แต่เธอไม่แม้แต่จะมองเขา ในสายตามีเพียงคุณปู่คนเดียวคุณปู่จูงซูเสี่ยวถังเดินไปทางโซฟา ระหว่างเดินก็เหลือบมองลู่เฉินแล้วเอ่ยว่า “เมียแกยังไม่ได้กินข้าว ไปเอาอาหารที่เก็บไว้ในครัวมาให้เธอ”น้ำเสียงเป็นคำสั่ง ไม่เปิดโอกาสให้ลู่เฉินปฏิเสธลู่เฉินเองก็ไม่อยากมีปากเสียงกับคุณปู่ ยิ่งไปกว่านั้นก็แค่ไปยกอาหารมา เขาจึงตอบรับแ

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status