Share

ตอนที่ 9 โต๊ะเจ็ม

last update Last Updated: 2026-01-07 20:45:39

ตอนแรกเอกสิทธิ์งงว่าน้องสะใภ้ทำไมสูงเลยเข่าตัวเองมานิดเดียว หน้าตาจิ้มลิ้ม ผิวขาวเหมือนหยวกกล้วยจริง แต่มัดแกละกระจายทั่วศีรษะด้วย ใบหน้ากลม แก้มย้อยแถมแดงแป๊ด น่าหยิกให้หายหมั่นเขี้ยว ตากลมโต ปากนิดจมูกหน่อยว สวมชุดแขนตุ๊กตา สะพายกระเป๋ามาด้วยนี่แปลก ๆ

ความสูงระดับนี้ไม่น่าจะทำอาหารได้หรือเปล่า 

ฟันขึ้นครบหรือยัง เอาอย่างนี้ดีกว่า

“มาทำยัย" (มาทำอะไร) เด็กหญิงพิมพ์ประภายืนจ้องผู้มาเยือนแววตาจริงจัง ในบรรดาผู้ชายสี่คน เด็กหญิงตัวน้อยรู้จักแค่น้าอาทิตย์คนเดียว คนอื่นไม่รู้จัก กติกรก็ไม่ยกเว้น 

เด็กหญิงตัวน้อยชอบคนหน้าตาใจดี คุณสมบัตินั้นมีอยู่ในตัวอาทิตย์ ชายหนุ่มจึงเป็นที่จดจำ

เจ้าตัวเล็กยืนบนสนามหญ้า ย่ำเท้าท่าทางนักเลงทั้งที่ตัวกะเปี๊ยกเดียว ขายังไม่แข็งพอจะวิ่งเร็ว ๆ ได้ด้วยซ้ำ แต่ความมั่นใจแก่นแก้วเกินร้อย รอฟังคำตอบด้วยใจจดจ่อ

“มากินข้าวค่ะ คุณแม่หนูอยู่มั้ย” อาทิตย์ย่อตัวลงบอก อดหยิกแก้มขาวเบา ๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยวไม่ได้  

“โต๊ะเจ็ม" เด็กน้อยยิงฟันโชว์ เลียนแบบคำพูดของพนักงานในร้านที่ชอบกระซิบกันเวลาเร่งด่วน ร้านดาวเดือนมีชื่อเสียงขึ้นเรื่อย ๆ  ผู้คนเริ่มเป็นที่รู้จักทำให้ช่วงกลางวันกับเย็นโต๊ะมักจะเต็ม เวลามีลูกค้ามา พนักงานจึงมักกระซิบกันว่า 'โต๊ะเต็ม' ทำไงดี เจ้าตัวชอบแอบฟัง นานวันไปก็เลียนการออกเสียงจนพูดคำว่า ‘โต๊ะเจ็ม’ ได้เต็มปาก เดินไปที่ไหนก็โต๊ะเจ็มทั้งนั้น

“ข้างในยังเห็นว่างอยู่เลย เข้าไปดูอีกทีสิคะ"

อชิรวิชย์ชี้ให้เด็กน้อยมองเข้าไปข้างใน เด็กหญิงพิมพ์ประภาวิ่งเข้าไปในร้านแล้ววิ่งกลับออกมาเงยหน้าสบตาเขาพร้อมกับพูดอีกครั้ง บอกว่า

“โต๊ะเจ็ม”

ดวงตาไร้เดียงสาเป็นประกายวาววับด้วยความมั่นใจ แน่ใจว่าตัวเองพูดไม่ผิด เวลามีลูกค้ามาต้องบอกว่า ‘โต๊ะเต็ม’ เป็นเรื่องถูกแล้ว เจ้าตัวกลมยืนปักหลักขวางทวงไม่ยอมให้สี่หนุ่มเข้าไปข้างใน แววความมั่นใจนี้มันช่างเหมือน...

อชิรวิชย์ส่ายศีรษะ เขาคิดเพ้อเจ้อไป เป็นไปไม่ได้หรอก ความบังเอิญอาจจะเกิดขึ้นกับคนอื่น ทว่าสำหรับอชิรวิชย์แล้วเขาไม่เชื่อสิ่งนั้น เด็กที่ไหนก็แววตาไร้เดียงสาเต็มไปด้วยความมั่นใจทั้งนั้น เด็กคนนี้ก็คงเหมือนกัน

“โต๊ะไม่เต็มนะคะ น้องพลอยเข้าไปเรียกพี่พนักงานให้หน่อย บอกว่ามีลูกค้ามากินข้าว” อาทิตย์บอกซ้ำอีกครั้ง “พวกพี่ ๆ มาไกลมาก ถ้าไม่ได้กินข้าวต้องหิวตายแย่ ๆ โอ้ย !

เด็กหญิงพิมพ์ประภาอึ้งไปอึดใจ หลังได้ยินอาทิตย์บอก คล้ายว่าสมองเด็กต้องใช้เวลาประมวลผลนานสักหน่อย กว่าเจ้าตัวจะวิ่งทั้งกระเป๋าที่หลังเข้าไปข้างใน ตรงไปยังห้องครัว หยุดยืนข้างหญิงสาวผิวขาวราวกับหยวก 

"จุนแม่ขา น้าทิตย์ มากินข้าว"

พิมพ์ดาวเรียกพนักงานที่กำลังล้างจานให้ออกไปต้อนรับแขกคนนึง แล้วก็เรียกอีกคนให้มาพาลูกสาวตัวน้อยออกไป

"แม่บอกแล้วไงคะว่าอย่าเข้ามาในครัว มันอันตราย หม้อร้อน ๆ เต็มไปหมดเลย"

"น้าทิตย์บอกโต๊ะไม่เจ็ม"

"ไม่เต็มหรอกค่ะ" พิมพ์ดาวเดินไปล้างมือแล้วรีบอุ้มลูกสาวส่งให้เด็กในร้าน "คอยดูแลแขกให้แม่จนกว่าคุณยายจะกลับนะคะ โอเคมั้ย"

"น้องปอยอยากฉับปัก" (น้องพลอยอยากสับผัก)

"ยังไม่ได้ค่ะ" พิมพ์ดาวส่ายหน้า ส่งเสียงเรียกพนักงานในร้านให้ออกมาเอาลูกสาวออกไป

ช่วงนี้พิมพ์ดาวมีปัญหาว่าพนักงานน้อย เธอกำลังติดต่อให้แก้วกานต์มาช่วย แต่เพื่อนบอกว่าแจ้งออกต้องรอเดือนนึง 

แถวนี้ลูกค้าเยอะแต่พนักงานหายาก ขนาดว่าพิมพ์ดาวให้เรตเงินเดือนสูงกว่าร้านอื่น แต่ด้วยสไตล์อาหารอิสานแบบฟิวชั่น ยังไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลูกค้าที่มาเน้นกินข้าว ทิปไม่หนักเท่าลูกค้าเน้นดื่ม พนักงานหลายคนขอลาออกไปร้านอาหารที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากจะได้ส่วนแบ่งแล้ว ยังได้ทิปหนัก ๆ อีกด้วย

คงต้องรอแก้วกานต์มาดูแลเรื่องเครื่องดื่มนู่นแหละ สถานการณ์ถึงจะดีขึ้น

เจ้าตัวยุ่งออกไปแล้ว พนักงานในร้านที่รับออเดอร์โต๊ะของอาทิตย์ก็เดินสวนเข้ามาพร้อมรายการสั่งอาหารในมือ

หญิงสาวอ่านรายการอาการ เมนูที่สั่งมีส้มตำทอดปูนิ่ม ลาบปลาหมึกกรอบ ไก่ทอดตะไคร้ อ่อมเกี๊ยวหมูและข้าวเหนียว 

         พิมพ์ดาวสวมผ้ากันเปื้อน ใส่หน้ากากกันน้ำลาย ก่อนจะเรียกแม่ครัวอีกคนมาช่วยด้วย 

หญิงสาวอ่านรายการอาหารอีกครั้งสั่งให้ละเอียดอีกครั้ง คิ้วสีน้ำตาลขมวดเข้าหากัน เมื่อพบว่ามีรายการเพิ่มเติมยิบย่อยด้านหลังเต็มไปหมด

*ส้มตำทอดปูนิ่ม ไม่เผ็ด พริกครึ่งเม็ด ไม่ใส่กระเทียม ไม่ใส่ถั่วฝักยาว ไม่ใส่ปลาร้า 

*ลาบปลาหมึกกรอบ ไม่เผ็ด ไม่ใส่ผักกลิ่นแรง 

* ไก่ทอดตะไคร้ เอาส่วนอกไก่ แยกหนังกับเนื้อ

* อ่อมเกี๊ยวหมู ไม่ใส่ปลาร้า และผักชีลาว 

*ข้าวเหนียว ขอข้าวใหม่ 

นี่ถ้าไม่เลิกกันไปแล้ว พิมพ์ดาวจะนึกว่าลูกค้าคือผัวเก่าจริง ๆ นะ ให้ตายสิ 

พนักงานพาเด็กหญิงตัวน้อยกลับออกมาข้างนอกเหมือนเดิม เจ้าตัวมาเดินสำรวจความเรียบร้อยรอบ ๆ ประหนึ่งเป็นเจ้าของร้านผู้มีอิทธิพล ต้นหอมผู้เป็นทั้งพนักงานและพี่เลี้ยงจำเป็นจึงเอาหน้ากากกันน้ำลายอันเล็กพร้อมหมวกคลุมผมใส่ให้ จากนั้นชวนเด็กหญิงไปตักออเดิร์ฟเสิร์ฟให้ลูก

“ตักมะพร้าวแก้วให้ลูกค้าก่อนนะคะน้องพลอย เดี๋ยวลูกค้าไม่ได้กินของอร่อย”

เด็กหญิงฟีนขึ้นเก้าอี้ ขอทัพพีจากพี่เลี้ยงจำเป็นแล้วตักมะพร้าวแก้วฝีมือคนเป็นยายใส่จนพูนจาน

“หูย เยอะไปค่ะน้องพลอย เอาพอดี ๆค่ะ”

ต้นหอมถือจานไว้รอจนกระทั่งเจ้าตัวยุ่งปีนลงจากเก้าอี้จึงส่งจานให้ เด็กหญิงพิมพ์ประภาจึงยกจานเอน ๆ เอียง ๆ กะเท่เร่เดินตรงไปยังโต๊ะของอาทิตย์

จังหวะนั้นอชิรวิชย์หันมามองพอดี ใจเขาหายวาบ เพราะภาพมันช่างเหมือนใครบางคนยามที่พยายามจะยกจานอาหารมาให้ไม่มีผิด

“ออเจิ๊บค่า" (ออเดิร์ฟค่า)

อาทิตย์รับจานมะพร้าววางลงบนโต๊ะ อชิรวิชย์ขมวดคิ้ว ไม่เคยเห็นร้านไหนใช้มะพร้าวแก้วเป็นออเดิร์ฟมาก่อน ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาชิม 

“เอาไว้ตัดรสเผ็ดครับ" อาทิตย์อธิบาย หน้าเขายิ้มจนเหมาะจะเป็นฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์มากกว่าสถาปนิกเสียอีก "อาหารที่นี่ถ้าเป็นพวกต้มยำ ส้มตำ จะรสจัดมาก แม่ครัวมาจากอิสาน กินพริกเหมือนกินขนมเลยครับ"

“คุณยุงลองกินมั้ย" เด็กหญิงตัวน้อยจิ้มเนื้อมะพร้าวแก้วส่งให้อชิรวิชย์ ยิ่งสบตากลมโตไร้เดียงสาความรู้สึกยิ่งชัดเจน ดวงตากลมโต จมูกรั้น ประกายตาแสนดื้อ

หากไม่ใช่เด็กก็คงเป็นพิมพ์ดาวจริง ๆ อชิรวิชย์ลอบถอนหายใจ จินตนาการในหัวมันเหมือนนิยายเหมือนละครโทรทัศน์เรื่องหนึ่งมากเกินไป จะให้คิดว่าเจ้าของร้านอาจจะเป็นพิมพ์ดาวอย่างนั้นเหรอ เธอจะเอาเงินที่ไหนมากพอมาเปิดร้านอาหารในซอยพื้นที่สุขุมวิทขนาดนี้ อย่างน้อย ๆ ก็ต้องมีเป็นหลักล้าน พิมพ์ดาวที่เขารู้จักช่วยแม่ขายมะพร้าวแก้ว ช่วยพี่สาวขายอาหารตามสั่นงจากนั้นก็แต่งงานมาช่วยงานบริษัทออกแบบของเขา

ไม่เคยทำงานของตัวเองสักที จะเปิดร้านอาหารได้อย่างไร

มัวแต่คิดเรื่องเก่า อชิรวิชย์จึงนั่งนิ่งไม่กินมะพร้าวแก้วของเด็กหญิง

เจ้าตัวน้อยเมื่อยมือจึงเบนเข็มไปหาอาทิตย์แทน คนหน้ายิ้มก้มลงจะกินมะพร้าว อชิรวิชย์สะดุ้งรู้สึกตัวขึ้นมา จับข้อมือเล็ก ๆ ให้เอากลับมาก่อนงับมะพร้าวแก้วตัดหน้าอทิตย์ไปชั่วเสี้ยววินาที

ทำลูกน้องหน้าเหวอ ส่วนตัวเองเคี้ยวมะพร้าวกรุบ ๆ สีหน้าท่าทางครุ่นคิดสงสัย

รสชาติของมะพร้าวแก้วคุ้นปากจนชวนให้นึกถึงมะพร้าวแก้วหอมนวลของเชียงคานที่เคยได้กิน

#รัก #นิยายรัก #อ่านนิยาย #แนะนำนิยาย #นิยายชายหญิง #นิยายหย่าร้าง #นางเอกท้อง #นิยายมีเด็ก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณสามีขา ลืมเหรอว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนที่ 19 เรื่องเก่าเมื่อสามปีก่อน

    ไอยวรินทร์ลงรถหน้าบ้านของอชิรวิชย์ตอนตะวันใกล้จะลับขอบฟ้า หมู่บ้านคนไม่เยอะมาก ส่วนใหญ่ช่วงเย็น ๆ คนไปอยู่ตรงสนามเด็กเล่น หญิงสาวรูปร่างปราดเปรียวชะเง้อเข้าไปข้างในดูว่ามีใครอยู่หรือเปล่า กดออดแล้วรอหน้าบ้านสักพักก็ยังปราศจากเงาของเจ้าของอชิรวิชย์ไปไหนเนิ่นนานเกินไปแล้วสำหรับความสัมพันธ์แบบเธอต้องเป็นฝ่ายรอ หลังคืนนั้นเมื่อสามปีก่อน ไอยวรินทร์ก็เฝ้าฝันเฝ้าหวังว่าตัวเองจะได้ก้าวเข้ามาแทนที่พี่สาว แทนที่พิมพ์ดาวด้วย ทว่าจนแล้วจนรอดก็ยังไม่นานไปยิ่งร้อนใจ เธอกลัวว่าอชิรวิชย์จะไปเจอคนใหม่อีก ผู้หญิงคนนั้นอาจจะหลอกล่ออชิรวิชย์ให้ปฏิเสธหัวใจตัวเองอีกครั้งก็ได้"พี่วิชย์คะ" ไอยวรินทร์ร้องเรียก บ้านเดี่ยวตรงหน้ายังเงียบเหงา หญิงสาวเดินอ้อมไปอ้อมมา ก่อนจะตัดสินใจปีนรั้วเข้าไปข้างในทันทีหลังจากมองซ้ายมองขวาจนทั่วแล้วสามปีก่อนก็แบบนี้ ไอยวรินทร์รู้ว่าทุกวันที่สิบสี่อชิรวิชย์จะไปทำบุญให้ไอยรดา วันนั้นเธอจงใจไปหาเขา บังเอิญเจอหลวงลุงเข้าพอดีหลวงลุงกำลังจะลุกออกจากโบสถ์เห็นไอยวรินทร์มาจึงนั่งลงตามเดิม ไอ

  • คุณสามีขา ลืมเหรอว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนที่ 18 ร่องรอยจากอดีต

    อชิรวิชย์เดินตามพิมพ์ดาวมาจนถึงคลินิก พยายามจะเรียกเธอหลายครั้งแต่พิมพ์ดาวจ้ำหนี ไม่ยอมหันมามอง กระทั่งถึงคลินิก อชิรวิยืจึงยอมหยุดคุณหมอคนเดิมเพิ่มเติมคือมีเคสใหม่มองเจ้าตัวยุ่งที่ไม่ได้มาหาหมอเป็นครั้งแรกทั้งสงสารทั้งเอ็นดู เอ่ยทักทายด้วยความคุ้นเคยออกไปว่า“วันนี้เศรษฐีพันล้านเป็นอะไรเนี่ย ฮึ” คนเป็นหมอวัยเกือบห้าสิบเกือบ ๆ จะหัวเราะ ไม่อยากจะทำแต่อดไม่ได้จริง ๆ ในละแวกสุขุมวิทนี่ไม่มีใครตึงเท่านี้แล้ว คราวก่อนหกล้มหัวเข่าเป็นแผลมาหาหมอก็บอกขาหักเดินไม่ได้ พอให้ถอดกระเป๋าออกบอกว่ากระเป๋าแพงพันล้านทั้งที่ค่าเทอมสองบาท แต่ความจริงคือเจ้าตัวยังไม่ได้ไปโรงเรียน มีแพลนว่าจะไปเร็ว ๆ นี้ เลยเตรียมซ้อมสะพายกระเป๋าไว้ก่อน“จุนหมอขา น้องปอยเจ็บ” (คุณหมอขาน้องพลอยเจ็บ) แก่นแก้วยังไงแต่เรื่องอ้อนคือที่หนึ่ง “ตะหมูกน้องปอยตุ่ย” (จมูกน้องพลอยบวมตุ่ย) เจ้าตัวยกมือแตะจมูกแล้วร้องจ๊ากแอคติ้งใหญ่ออกมา คุณหมอเลยให้พาเข้าห้องไปก่อน ส่วนพิมพ์ดาวยื่นบัตรประชาชนให้พยาบาลด้านหน้า บอกรายละเอียดแล้วตามเข้าไปเห็นเป็นห้

  • คุณสามีขา ลืมเหรอว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนที่ 16 ความเชื่อ

    ไอยวรินทร์กดโทรออกเป็นครั้งที่ห้า หลังจากสี่ครั้งแรกเบอร์ปลายทางปราศจากผู้รับสาย หญิงสาวเดินไปเดินมาจนคนเป็นแม่เวียนหัวไปหมด นางอรอุมาต้องหมุนตัวหนี หันหลังให้กับลูกสาวก่อนตัวเองจะคลื่นไส้อาเจียนไปเสียก่อนสองแม่ลูกอาศัยอยู่ทาวเฮ้าส์สองชั้น ส่วนหนึ่งได้เงินมาจากบริษัทประกันซึ่งจ่ายให้หลังจากลูกสาวคนโตของนางอรอุมาจากไป คนเป็นแม่นั่งบนโซฟาหนังเทียมสีเทาเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ส่วนลูกสาวยังกระหน่ำกดโทรออกไปอยู่อย่างนั้นไม่เลิกไม่แล้ว“ทำไมพี่วิชย์ไม่รับสายรินทร์เลยล่ะคะ” ไอรวรินทร์กระแทกตัวลงนั่งบนโซฟาข้างแม่ นางอรอุมาถอนหายใจ พอลูกเลิกเดินไปเดินมาจึงขยับตัวกลับมายี่สิบองศาตอบคำถามไปสั้น ๆ ว่า“พ่อวิชย์เขายุ่งอยู่ล่ะมั้ง”“แต่นี่รินทร์นะคะ” ไอยวรินทร์คิดว่าตัวเองได้สิทธิ์พิเศษมากกว่าใครเสมอ เธอเป็นน้องสาวของไอยรดา หน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะ อชิรวิชย์จะต้องให้ความสำคัญกับเธอมากกว่าสิ่งอื่นในความน่าจะเป็นของไอยวรินทร์เธอเชื่ออย่างนั้น ทว่าในความเป็นจริงอชิรวิชย์ไม่ได้ให้สิทธิ์พิเศษเธอไปมากกว่าความเป็นน้

  • คุณสามีขา ลืมเหรอว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนที่ 15 ใครคนนั้นกลับมาโดยไม่ทันตั้งตัว

    พิมพ์ดาวปลดผ้ากันเปื้อนอย่างรวดเร็ว หลังต้นหอมวิ่งเข้ามาบอกว่าลูกสาววิ่งสะดุดก้อนหินในสวนหน้าร้านล้มจนหน้าคะมำ ถึงขนาดเลือดกำเดาไหล แล้วลูกค้าที่เพิ่งมาถึงกำลังจะพาไปหาหมอหญิงสาวฝากหน้าที่ทำอาหารให้คนเป็นแม่ดูแล ส่วนตัวเองเดินเร็วจนเกือบ ๆ จะเหมือนวิ่งออกไปข้างนอก ผ่านโต๊ะลูกค้าสองโต๊ะตรงไปยังหน้าร้าน สายตาของพิมพ์ดาวเห็นแค่ลูกในอ้อมกอดของใครคนนึง เธอถลาเข้าไปรับร่างเล็กแนบอก อุ้มมาลูบหลังเบา ๆ ปลอบโยนเด็กหญิงไม่ให้ขวัญเสียไปมากกว่านี้“โอ๋ ๆ คุณแม่อยู่นี่นะคะ น้องพลอยสะดุดล้มเหรอคะ พี่หอมบอกน้องพลอยสะดุดล้ม เจ็บตรงไหนมั้ยคะ” พิมพ์ดาวปลอบลูกจนลืมสนใจคนรอบตัว ไม่ทันสังเกตว่าตรงนั้นใครคนนึงจ้องเธอเขม็ง หน้าเครียด คล้ายทั้งโกรธทั้งเจ็บใจทั้งโมโห แววตาอชิรวิชย์หลากหลายไปด้วยความรู้สึก มองคนเคยคุ้นและเด็กคนที่เขารับรู้บางอย่างด้วยสัญชาตญาณว่าพิเศษด้วยความรู้สึกแปลบปลาบในอก มันเหมือนความรู้สึกอัดอั้นหลากหลายจะทะลักทลายออกมา ใครคนที่หายไปกะทันหัน ตอนจะกลับมาก็รวดเร็วเกินจะคาดเดา“พิมพ์”เสียงเรียกดังไม่ถึงพ

  • คุณสามีขา ลืมเหรอว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนที่ 14 จุนแม่ขาหนูเจ็บ

    การเลือกวัสดุเสร็จสิ้นลงตอนบ่ายสองกว่า ๆ สามหนุ่มจากบริษัทออกแบบ A – Chi ได้ตัวอย่างวัสดุมาถุงใหญ่ จากนั้นมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารอันเป็นหมุดหมาย‘ร้านเดือนดาว’ถึงตอนเกือบสี่โมงเย็น ทั้งสามคนลงจากรถเดินเข้าไปข้างใน เด็กหญิงพิมพ์ประภากำลังสะพายกระเป๋าราคาพันล้านเดินเสิร์ฟมะพร้าวแก้วโต๊ะอื่น ๆ อยู่ครั้นพอเห็นลูกค้าเจ้าเดิม เด็กหญิงตัวน้อยก็ปรี่เข้ามาหาทั้งที่ถาดแสตนเลสเล็กยังอยู่ในมือ“โต๊ะเจ็ม” เจ้าตัวบอกเหมือนเดิม วันนี้แฟชั่นของเด็กหญิงพิมพ์ประภามีความเฮ้ว มีความลูกสาวกำนัน เสื้อลายสก๊อตพับแขนกับกางเกงส์ขายาวสียีนส์และผมเปียสองข้างพร้อมกระเป๋าพันล้านเตรียมสำหรับไปโรงเรียน“ฮั่นแน่ วันนี้เป็นสาวห้าวนะเรา” เอกสิทธิ์แซวอชิรวิชย์เผลอยิ้มนิดนึง สายตาเอ็นดู หากเป็นเมื่อก่อนเขาเชื่อว่าตัวเองคงไม่รู้สึกอะไร ทว่าตอนนี้อาจจะเพราะอายุที่มากขึ้นด้วยกระมังอชิรวิชย์ให้เหตุผลกับตัวเองสามปีที่ผ่านมาบรรดาเพื่อน ๆ หลายคนอวดรูปลูกลงเฟซเป็นทิวแถว แม้แต่เอกสิทธิ์ก็เช

  • คุณสามีขา ลืมเหรอว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนที่ 13 อย่าให้มีอีกครั้ง

    “คิดอะไรวะไอ้วิชย์” เอกสิทธิ์ตบหลังเพื่อนเบา ๆ ไม่รู้นั่งเหม่ออะไร เขาเดินเข้ามาในห้องทำงานมันตั้งนานแล้วมันยังไม่รู้ตัว จนเขาต้องตบหลังสะกิด อชิรวิชย์จึงสะดุ้งห้องทำงานของอชิรวิชย์แยกจากคนอื่น ๆ ชายหนุ่มชอบความเป็นส่วนตัว ในห้องมีเครื่องใช้สำนักงานครบ หากเขาไม่อยู่ออฟฟิศ บางทีเอกสิทธิ์ก็เข้าใช้ห้องนั่งทำงาน ยกเว้นลิ้นชักที่อชิรวิชย์ค่อนข้างหวง ล็อกแล้วเก็บกุญแจไว้ แต่ว่าตู้เก็บของด้านหลังโต๊ะทำงานเขาอนุญาตให้เพื่อนเก็บของร่วมได้เอกสิทธิ์อ้อมมานั่งข้างหน้า โยนแบบคาเฟ่โปรเจคท์ใหม่ของลูกค้าลงหน้าเพื่อน "ว่าจะชวนมึงไปตระเวนดูวัสดุด้วยกัน" เอกสิทธิ์ชอบออกไปข้างนอก ไม่ค่อยชอบให้ซัพพลายเออร์เข้ามาเสนอวัสดุในออฟฟิศเท่าไหร่ยิ่งถ้าเจ้าไหนมีโชว์รูมเขาจะชอบเป็นพิเศษ ได้เห็นวัสดุสำหรับก่อสร้างเยอะดี"ไม่เรียกเข้ามาในออฟฟิศ เรียกมาหลาย ๆ เจ้าก็ได้ ให้รินทร์เรียกให้สิ" รินทร์ที่ว่าคือประสานงานของบริษัท มีหน้าที่ติดต่อซัพพลายเออร์ให้มาเสนอวัตถุดิบเพื่อใช้ในการวางสเปคให้ลูกค้า"เออ พูดเรื่องรินทร์นี่ยังไงวะ" เอกสิท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status