Share

4

last update publish date: 2026-10-24 16:27:46

"ใช่ ประกาศห้ามสัญจรยามค่ำคืน ทุกหมู่บ้านต้องปิดประตูตั้งแต่หัวค่ำ"

ซูซินผายมือไปทางชายตัดไม้

"ถ้าเช่นนั้น เขาจะเดินทางมาที่นี่ในช่วงเวลาดังกล่าวได้อย่างไร"

ทั่วทั้งบริเวณพลันเงียบลง หมอชันสูตรเม้มริมฝีปากแน่น สีหน้าเริ่มไม่มั่นใจ

ซูซินกลับไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น นางก้มลงตรวจลำคอของศพอีกครั้ง ดวงตาเรียวหรี่ลง ก่อนใช้นิ้วแหวกปกเสื้อออกเล็กน้อย

"เจอแล้ว" ปลายนิ้วเรียวคีบวัตถุเล็กจิ๋วที่ซ่อนอยู่ใต้ไรผมด้านหลังลำคอออกมาอย่างระมัดระวัง

เมื่อยกขึ้นรับแสงคบเพลิง ทุกคนจึงเห็นชัดว่า มันคือลูกดอกโลหะขนาดเล็กเท่านิ้วก้อย ปลายดอกเคลือบด้วยของเหลวสีดำหม่น

"ลูกดอกพิษ"

จงซานอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว

ซูซินพยักหน้า

"บาดแผลนี้เล็กเกินกว่าจะสังเกตเห็นด้วยตาเปล่า อีกทั้งถูกซ่อนอยู่ใต้ไรผม ผู้ตรวจศพที่ขาดความละเอียดจึงมองข้ามไป" นางยกปลายลูกดอกขึ้น

"พิษชนิดนี้ออกฤทธิ์ทำลายระบบประสาท ทำให้หัวใจและระบบหายใจหยุดทำงานอย่างรวดเร็ว" จากนั้นนางชี้ไปยังบาดแผลบริเวณอก

"ส่วนบาดแผลที่หน้าอก" ซูซินทอดสายตามองทุกคนทีละคน ก่อนกล่าวอย่างหนักแน่น

"เกิดขึ้นหลังผู้ตายเสียชีวิตแล้ว"

ทุกคนเบิกตากว้าง หมอชันสูตรรีบส่ายหน้า

"เป็นไปไม่ได้"

"เป็นไปได้" ซูซินตอบทันควัน

"เพราะรอบบาดแผลแทบไม่มีการซึมของเลือดเข้าสู่เนื้อเยื่อ หากหัวใจยังเต้นอยู่ เลือดจะถูกสูบฉีดเข้าไปในบาดแผลจนเกิดรอยช้ำภายใน แต่บาดแผลนี้กลับแห้งผิดปกติ" นางหันไปสบตาเซียวเทียนเล่ย

"คนร้ายใช้ลูกดอกพิษสังหารนายกองหวังก่อน จากนั้นจึงใช้ดาบฟันทรวงอกเพื่อสร้างหลักฐานเท็จ และโยนความผิดให้ชายตัดไม้" ซูซินยื่นลูกดอกพิษให้เซียวเทียนเล่ย

"นี่ต่างหาก คืออาวุธสังหารที่แท้จริง"

ทั่วทั้งลำธารแห้งตกอยู่ในความเงียบงัน ไม่มีผู้ใดกล่าวแม้แต่คำเดียว

หมอชันสูตรศาลอาญาหน้าซีดราวกับกระดาษ จงซานอ้าปากค้าง ส่วนเหล่าทหารต่างมองสตรีปริศนาเบื้องหน้าราวกับกำลังมองปีศาจที่มองทะลุความตายได้

เซียวเทียนเล่ยรับลูกดอกพิษไว้ในมือ พลางก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าซูซิน ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงครึ่งก้าว

กลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ ที่ลอยมาจากเรือนกายของนางทำให้เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย

สตรีผู้นี้ ไม่เพียงมีวิชาชันสูตรเหนือชั้น หากยังสงบนิ่งราวกับความตายเป็นเรื่องธรรมดา

"เจ้า" เซียวเทียนเล่ยเอ่ยเสียงทุ้ม ดวงตาคมจับจ้องนางไม่วาง

"เป็นใครกันแน่"

ซูซินวางลูกดอกพิษลงบนฝ่ามือของเขา ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"ข้าเป็นใครไม่สำคัญ" นางสบตาแม่ทัพหนุ่มตรงๆ ก่อนกล่าวต่อ

"สิ่งสำคัญคือ ท่านแม่ทัพควรรักษาสัญญาของตนเอง"

เซียวเทียนเล่ยก้มมองลูกดอกพิษในมือครู่หนึ่ง ดวงตาคมกริบฉายแววครุ่นคิด ก่อนเงยหน้าขึ้นมองสตรีปริศนาตรงหน้าอีกครั้ง ความสามารถด้านการชันสูตรของนางเหนือกว่าหมอชันสูตรหลวงทุกคนที่เขาเคยพบเสียอีก

เพียงไม่กี่ประโยค นางก็พลิกคดีที่ทุกคนลงความเห็นไปแล้วจนหมดสิ้น

เขาไม่ใช่คนผิดคำพูด

"จงซาน" เสียงทุ้มทรงอำนาจดังขึ้น ทำให้ทหารทุกนายรีบยืนตัวตรงทันที

"ปล่อยตัวชายตัดไม้เดี๋ยวนี้"

"ขอรับ"

จงซานรีบก้าวเข้าไปปลดโซ่ตรวนให้ชายตัดไม้ทันที ชายผู้นั้นถึงกับทรุดลงคุกเข่ากับพื้น น้ำตาไหลอาบใบหน้าด้วยความดีใจ

"ขอบพระคุณท่านแม่ทัพ ขอบพระคุณแม่นางผู้มีพระคุณ หากไม่ได้ท่าน วันนี้ข้าคงต้องตายอย่างคนบริสุทธิ์แล้ว" ซูซินเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ไม่ได้กล่าวสิ่งใด

สำหรับนาง การช่วยผู้บริสุทธิ์คือสิ่งที่ผู้ชันสูตรพึงกระทำอยู่แล้ว

เซียวเทียนเล่ยหันสายตาไปยังหมอชันสูตรประจำศาลอาญา ใบหน้าหล่อเหลาเย็นเยียบจนอีกฝ่ายตัวสั่น

"เจ้ามีอะไรจะอธิบายหรือไม่" หมอชันสูตรหน้าซีดเผือด รีบคุกเข่าลงเสียงดัง

"ท่าน... ท่านผู้บัญชาการ ข้าน้อยเพียงตรวจพลาดไปเล็กน้อย ขอท่านโปรดเมตตา"

"ตรวจพลาด" เซียวเทียนเล่ยเอ่ยเสียงเรียบ แต่กลับทำให้ผู้ฟังหนาวสะท้าน

"เพราะความผิดพลาดของเจ้า ชายบริสุทธิ์เกือบถูกตัดศีรษะ" เขาสะบัดแขนเสื้ออย่างเย็นชา

"จับตัวไปคุมขัง ถอดออกจากตำแหน่งหมอชันสูตรศาลอาญา รอการสอบสวนและรับโทษตามกฎหมาย"

"ท่านผู้บัญชาการ ท่านผู้บัญชาการ ข้าน้อยสำนึกผิดแล้ว โปรดเมตตาด้วย" เสียงร้องอ้อนวอนดังระงม แต่ไม่มีผู้ใดกล้าขัดคำสั่งของแม่ทัพหนุ่ม

ทหารสองนายรีบลากหมอชันสูตรที่ร้องดิ้นรนออกไปทันที ทั่วบริเวณกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง

เซียวเทียนเล่ยจึงหันกลับมามองซูซิน สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง

จากความระแวดระวัง กลายเป็นความสนใจอย่างแท้จริง

"ส่วนทองคำห้าสิบตำลึง" เขาหยิบถุงเงินออกจากเอว พลางยื่นไปตรงหน้านาง

"เป็นของเจ้า"

ซูซินเหลือบมองถุงเงินเพียงครู่เดียว ก่อนหัวเราะแผ่วเบาภายใต้ผ้าปิดหน้า

"เก็บไว้เถอะ"

เซียวเทียนเล่ยเลิกคิ้ว

"เหตุใด"

"ถือเสียว่า" นางยกมือปัดฝุ่นที่ชายแขนเสื้ออย่างสบายอารมณ์ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าคมกริบราวกับคมมีด

"เป็นค่าครูที่ข้าช่วยสั่งสอนศาลอาญาหลวง ให้รู้จักวิธีชันสูตรศพที่ถูกต้อง" ประโยคนั้นทำเอาจงซานถึงกับกลั้นหายใจ กล้าพูดกับผู้บัญชาการศาลอาญาหลวงเช่นนี้ ทั้งเมืองหลวงคงมีเพียงสตรีตรงหน้าผู้เดียว

ซูซินหันไปมองศพนายกองหวังอีกครั้ง ก่อนกล่าวต่อ

"วันหน้า หากศาลอาญาหลวงมีคดีที่พวกท่านจนปัญญาจะแก้ได้ ค่อยออกตามหาข้าก็แล้วกัน" นางหยุดเล็กน้อย ก่อนเอ่ยช้าๆ ทีละคำ

"นามของข้า..." ดวงตาเรียวยาวใต้ผ้าปิดหน้าทอประกายเย็นเยียบ

"'หมอศพไร้หน้า'"

สิ้นคำ ซูซินก็ซัดผงเถ้าถ่านดับกลิ่นสกัดลงพื้น สร้างควันอำพรางสายตาชั่วครู่! ก่อนจะอาศัยความเงียบและความมืดมิดของผืนป่า เร้นกายถอยหลังหลบหายไปในเงาไม้หนาอย่างรวดเร็วและไร้ร่องรอย

เหลือไว้เพียงพุ่มไม้ที่สั่นไหวตามแรงลม และความเงียบงันของผู้คนทั้งบริเวณ

จงซานกวาดสายตามองความมืดรอบทิศอย่างตื่นตะลึง ก่อนรีบหันมาถามผู้เป็นนาย

"ท่านผู้บัญชาการ จะให้ข้าน้อยนำกำลังออกติดตามนางหรือไม่ขอรับ" เซียวเทียนเล่ยยังคงทอดสายตามองไปยังทิศทางที่ซูซินหายตัวไป แม้เงาร่างของนางจะลับสายตาไปแล้ว แต่กลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ กลับยังคล้ายลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ

มุมปากของแม่ทัพหนุ่มค่อยๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ลูกน้องทุกคนไม่เคยเห็นมาก่อน

"ไม่ต้อง" เขาตอบสั้นๆ แต่หนักแน่น

เซียวเทียนเล่ยก้มมองลูกดอกพิษในมือ พลางนึกย้อนถึงทุกคำอธิบายเมื่อครู่ ตั้งแต่ลักษณะของบาดแผล การแข็งตัวของศพ ไปจนถึงการพิสูจน์เวลาตาย ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลจนแม้แต่เขาก็ไม่อาจหาข้อโต้แย้งได้

สตรีปริศนาผู้นี้ มีความรู้ด้านการชันสูตรสูงจนน่าหวาดหวั่น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณหนูรองผู้นี้คือหมอศพอันดับหนึ่ง    10

    "นาง... นางขู่จะนำเรื่องที่ข้าลวนลามไปบอกท่านพ่อ ข้ากลัวความผิดจะถึงหูบิดา ข้าจึง..." เขาสะอึกจนพูดแทบไม่ออก"ข้าจึงเผลอบีบคอนาง พอนางแน่นิ่ง ข้าก็... ข้าก็เอาศพไปโยนลงแม่น้ำ เพื่อให้ทุกคนคิดว่านางลื่นตกน้ำ ข้าไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ" คุณชายใหญ่จางก้มหน้าร้องไห้ไม่หยุด"ข้าผิดไปแล้ว ขอท่านแม่ทัพโปรดเมตตา ขอไว้ชีวิตข้าด้วย" เสียงอ้อนวอนดังต่อเนื่อง แต่สีหน้าของเซียวเทียนเล่ยกลับไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย ดวงตาคมยังคงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งเขาลุกขึ้นยืนช้าๆ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด"ผู้ใดฆ่าคน" เซียวเทียนเล่ยมองตรงไปยังผู้ต้องหา"ผู้นั้นย่อมต้องชดใช้ด้วยชีวิต" เขาสะบัดแขนเสื้อ"จงซาน""ขอรับ""นำตัวคุณชายใหญ่จางไปคุมขังคุกหลวง รอศาลพิพากษาประหารชีวิตตามกฎหมาย""ขอรับ" เหล่าทหารรีบก้าวเข้ามาลากตัวคุณชายใหญ่จางออกไป เสียงร้องขอชีวิตค่อยๆ ไกลออกไป จนสุดท้ายเหลือเพียงความเงียบงันภายในห้องโถงหลังจากจัดการผู้ต้องหาเรียบร้อย จงซานจึงหันกลับมาคารวะผู้เป็นนายอีกครั้ง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความชื่นชมและยินดี"เรียนท่านผู้บัญชาการ" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น"คดีลอบสังหารนายกองหวังเมื่อสองวันก่อน ข้าน้อ

  • คุณหนูรองผู้นี้คือหมอศพอันดับหนึ่ง    9

    เซียวเทียนเล่ยหยุดครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อด้วยแววตาครุ่นคิด"อีกเรื่อง" เขานึกถึงกลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ ที่ยังติดอยู่ในความทรงจำ"จงสืบด้วยว่า" สายตาคมกริบทอดมองไปยังสายน้ำเบื้องหน้า"ช่วงนี้ มีสตรีตระกูลใดในเมืองหลวงนิยมใช้ยาสมุนไพรที่ผสมดอกเหมยเป็นประจำบ้าง""ขอรับท่านผู้บัญชาการ"รุ่งเช้าของวันถัดมา แสงอาทิตย์อ่อนยามเช้าสาดลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าของเรือนชิงจู กลุ่มละอองฝุ่นลอยระยิบระยับอยู่กลางลำแสง บรรยากาศภายในเรือนยังคงเงียบสงบ แตกต่างจากความวุ่นวายที่เพิ่งเกิดขึ้นริมแม่น้ำฉินหวายเมื่อคืนราวกับเป็นคนละโลกซูซินกลับมาได้ตั้งแต่ก่อนฟ้าสาง นางเปลี่ยนอาภรณ์สีดำของ "หมอศพไร้หน้า" ออกเรียบร้อย เหลือเพียงชุดกระโปรงสีอ่อนเรียบง่ายของคุณหนูรองผู้แสนอ่อนโยนหากผู้ใดได้เห็นนางในเวลานี้ คงไม่มีวันเชื่อว่าสตรีที่กำลังนั่งสงบอยู่หน้าคันฉ่องไม้ คือคนเดียวกับผู้ที่เพิ่งทำให้ศาลอาญาหลวงทั้งกองต้องตะลึงเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อนเสี่ยวชุ่ยยืนอยู่ด้านหลัง ค่อยๆ ใช้หวีไม้สางเส้นผมดำขลับของผู้เป็นนายอย่างเบามือ"คุณหนูรองเจ้าคะ" เด็กสาวยิ้มอย่างโล่งอก"เมื่อคืนท่านกลับมาโดยปลอดภัย ทำเอาบ่าวโล่งใจแทบแย่" ซูซ

  • คุณหนูรองผู้นี้คือหมอศพอันดับหนึ่ง    8

    นางหยิบแท่งโลหะขึ้นมา ค่อยๆ เขี่ยบริเวณริมฝีปากและรูจมูกของผู้ตายอย่างแผ่วเบา ก่อนใช้ผ้าสะอาดซับตรวจดูอย่างละเอียด ผ่านไปครู่หนึ่ง นางจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง"ผู้ที่จมน้ำตายในขณะที่ยังมีชีวิต" นางหันมองทุกคน"เมื่อร่างกายขาดอากาศ สมองจะกระตุ้นให้ดิ้นรนหายใจอย่างรุนแรง ทำให้น้ำ อากาศ และสารคัดหลั่งภายในหลอดลมผสมกัน เกิดเป็นฟองละเอียดสีขาวบริเวณปากและรูจมูก" ปลายนิ้วเรียวชี้ไปยังใบหน้าของผู้ตาย"แต่ผู้ตายผู้นี้" นางกล่าวอย่างหนักแน่น"ริมฝีปากแห้งสนิท ไม่มีฟองละเอียดแม้แต่น้อย" หมอชันสูตรรีบโต้กลับทันที"แต่ในปอดและกระเพาะของนางมีน้ำ" ซูซินเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย"แล้วผู้ใดบอกท่านว่า น้ำในปอดย่อมหมายถึงการจมน้ำเสมอ" ประโยคนั้นทำเอาหมอชันสูตรชะงัก ซูซินกล่าวต่ออย่างเป็นระบบ"หลังจากผู้ตายหมดสติหรือเสียชีวิตแล้ว หากมีผู้กดศีรษะลงน้ำ หรือกรอกน้ำเข้าปาก น้ำย่อมเข้าสู่กระเพาะและทางเดินหายใจได้เช่นกัน" นางใช้นิ้วเปิดเปลือกตาของผู้ตายขึ้นอย่างเบามือ"ดูที่เยื่อบุตา" ทุกคนรีบก้มมองตาม"มีจุดเลือดออกขนาดเล็กกระจายอยู่หลายแห่ง" จากนั้นนางใช้นิ้วแตะใต้คางของศพ"ใต้คางมีรอยช้ำเขียวจางๆ และบริ

  • คุณหนูรองผู้นี้คือหมอศพอันดับหนึ่ง    7

    ซูซินหยิบมีดปลายแหลมขึ้นส่องกับแสงเทียน ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ"ใช้ได้" นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ"อย่างน้อยก็ไม่ต้องใช้มีดทำครัวผ่าศพอีก"เสี่ยวชุ่ยหันมามองด้วยความสงสัย"คุณหนูรองเจ้าคะ" เด็กสาวลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยต่อ"ใต้เท้าสั่งให้คนเฝ้าเรือนไว้ ห้ามพวกเราออกไปไหน แล้วคืนนี้"ซูซินวางเครื่องมือลง ก่อนลุกขึ้นยืน"เวรยามของตระกูลเกา" นางเดินไปเปิดหน้าต่าง แอบมองลานด้านนอกเพียงครู่เดียว"หละหลวมยิ่งกว่ากรงไก่เสียอีก" ริมฝีปากบางยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม"ผลัดเวรทุกหนึ่งเค่อ ช่องว่างระหว่างผลัดประมาณยี่สิบลมหายใจ ด้านหลังกำแพงมีต้นหวงหยางโน้มเข้ามา เหมาะสำหรับปีนออกไป ส่วนองครักษ์สองคนทางทิศตะวันตกติดสุรา ตั้งแต่หัวค่ำก็เริ่มง่วงแล้ว" เสี่ยวชุ่ยอ้าปากค้าง"คุณหนู ท่านรู้ได้อย่างไรเจ้าคะ""ตอนเดินเข้ามา ข้าดูไว้หมดแล้ว" ซูซินตอบเรียบ ๆ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับนาง การสำรวจสภาพแวดล้อมและทางหลบหนีเป็นสัญชาตญาณที่ติดตัวมาตั้งแต่ทำงานนิติเวชและร่วมสืบคดีในโลกเดิมนางหันกลับมาที่โต๊ะ หยิบกล่องไม้ใบเล็กซึ่งภายในบรรจุอุปกรณ์ชันสูตรที่เพิ่งทำเสร็จเรียบร้อย จากนั้นจึงเปิดห่อผ้าสีเข้มที่เตรียมไว

  • คุณหนูรองผู้นี้คือหมอศพอันดับหนึ่ง    6

    "ซูซิน ก้มหน้าลงเดี๋ยวนี้ หายไปอยู่วัดร้างตั้งสามปี กลับมาถึงก็สร้างเรื่องวุ่นวาย กล้ารังแกบ่าวรับใช้ แล้วยังทำให้ผู้คนหน้าจวนหัวเราะเยาะตระกูลเกาอีก" เสียงตำหนิดังลั่นไปทั่วเรือนโถงบ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่โดยรอบต่างพากันก้มหน้า ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง แต่ซูซินกลับยืนนิ่ง นางไม่ได้คุกเข่าคารวะ ไม่ได้ก้มหน้า และไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังผู้เป็นบิดาอย่างสงบนิ่ง หากเย็นชาจนทำให้ผู้สบตารู้สึกอึดอัดโดยไม่รู้ตัว"ท่านพ่อ" เสียงของนางไม่ดังนัก แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ"ข้าถูกใส่ร้ายว่าสติวิปลาส ถูกส่งไปทอดทิ้งที่วัดร้าง ถูกวางยาพิษจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด" ซูซินหยุดเพียงครู่ ก่อนเอ่ยต่อ"วันนี้ข้ากลับมา ท่านไม่ถามไถ่แม้สักคำว่าข้าอยู่เช่นไร ลำบากเพียงใด กลับเอ่ยตำหนิข้าเพียงเพราะข้าปกป้องเกียรติของบุตรสาวสายตรง มิให้ผู้คนหัวเราะเยาะว่าฮูหยินใหญ่รังแกลูกเมียหลวง" นางยกยิ้มบางๆ"เช่นนี้ สมควรแล้วหรือเจ้าคะ"เกาจินชะงักไปชั่วขณะ เขาไม่เคยคิดเลยว่า บุตรสาวที่เคยอ่อนแอ เชื่อฟัง และไม่เคยโต้แย้ง จะกล้าตั้งคำถามต่อหน้าผู้คนเช่นนี้"เจ้า" เขาอ้าปากจะพูด แต่กลับหาเหตุผลมาตอบไม่ได้ใน

  • คุณหนูรองผู้นี้คือหมอศพอันดับหนึ่ง    5

    เขาเงยหน้ามองท้องฟ้ายามราตรีอีกครั้ง ดวงตาคมกริบเปล่งประกายทั้งความท้าทาย ความสนใจ และความกระหายที่จะค้นหาความจริง"หมอศพไร้หน้างั้นหรือ" เซียวเทียนเล่ยพึมพำกับตัวเองเบาๆ"ฝีมือการชันสูตรระดับนี้ คารมคมคายเช่นนี้ และยังกล้าต่อกรกับศาลอาญาหลวงต่อหน้าข้า" เขากำลูกดอกพิษในมือแน่น"ตราบใดที่เจ้ายังอยู่ในเมืองหลวง" ริมฝีปากบางของแม่ทัพหนุ่มยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่แฝงความมุ่งมั่น"ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดิน ข้าก็จะหาตัวเจ้าให้พบ"เสียงล้อรถม้าไม้เก่าแก่บดครูดไปตามพื้นอิฐหินของถนนสายหลักในเมืองหลวง ดังกุกกักเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ผู้คนสองข้างทางต่างสัญจรขวักไขว่ ทั้งพ่อค้า ชาวบ้าน และขุนนางที่กำลังเร่งรีบไปทำธุระยามสายภายในรถม้า ซูซินในชุดกระโปรงป่านสีเทาอมม่วงเรียบง่ายนั่งหลับตาพิงผนังรถอย่างสงบนิ่ง แม้เรือนร่างยังคงซูบผอมจากการถูกทรมานและขาดสารอาหารมานานหลายปี แต่ผิวพรรณกลับเริ่มมีเลือดฝาดขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากที่เคยซีดเซียวเริ่มแต้มสีชมพูอ่อน ดวงตาที่ลืมขึ้นอีกครั้งเต็มไปด้วยความกระจ่างใสและเฉียบคม ไม่เหลือเค้าของคนสติวิปลาสอย่างที่ผู้คนกล่าวหาแม้แต่น้อย"คุณหนูรองเจ้าคะ" เสี่ยวชุ่ยที่นั่งอยู่เคียงข้า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status