مشاركة

3

last update تاريخ النشر: 2026-10-24 16:27:18

เซียวเทียนเล่ยก้าวเข้าไปหยุดข้างศพ พลางทอดสายตามองหมอชันสูตรประจำศาลอาญา

"แน่ใจหรือว่าเขาถูกฆ่าด้วยมีดโต้ของชายตัดไม้ผู้นี้"

"เรียนท่านผู้บัญชาการ" หมอชันสูตรรีบก้มศีรษะตอบอย่างมั่นใจ

"ข้าน้อยตรวจสอบแล้ว บาดแผลทั้งกว้างทั้งลึก ขนาดสอดคล้องกับใบมีดโต้ของชายตัดไม้ทุกประการ อีกทั้งบนเสื้อผ้าของมันยังมีคราบเลือดติดอยู่ คดีนี้หลักฐานชัดเจน ไม่มีทางผิดพลาดขอรับ"

"ข้าไม่ได้ทำ ข้าไม่ได้ทำจริงๆ นะขอรับท่านแม่ทัพ" ชายตัดไม้ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวสั่น

"ข้าเพียงออกมาหาฟืน พอเดินมาถึงก็เห็นศพนอนอยู่ ด้วยความตกใจจึงทำมีดหลุดมือไปโดนศพเท่านั้นเอง ข้าไม่ได้ฆ่าผู้ใด"

หมอชันสูตรขมวดคิ้วอย่างรำคาญ ก่อนสะบัดแขนเสื้อ

"ปิดปากมันเสีย แล้วลากตัวไปขังคุกหลวง รอประหารในวันพรุ่งนี้" น้ำเสียงนั้นเย็นชาไร้เมตตา ราวกับชีวิตคนผู้หนึ่งไร้ค่ากว่าเศษหญ้า

"ห่วยแตก" เสียงพึมพำแผ่วเบา หากกลับดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ ราวกับลอยลงมาจากความมืดเหนือศีรษะ

"ผู้ใด" เซียวเทียนเล่ยตอบสนองฉับไว มือใหญ่จับด้ามกระบี่ ชักออกจากฝักครึ่งหนึ่ง ก่อนสะบัดกระแสปราณพุ่งขึ้นไปยังต้นไม้ใหญ่ทันที

ฟึ่บ

เงาร่างหนึ่งพลิ้วลงจากกิ่งไม้ราวกับนกนางแอ่น ร่อนลงแตะพื้นอย่างเบาหวิวจนแทบไร้เสียง

สตรีในชุดสีเข้มปิดบังใบหน้าด้วยผ้าผืนหนึ่ง เหลือเพียงดวงตาเรียวยาวคมกริบที่ฉายแววเย้ยหยันอยู่เหนือผ้าปิดหน้า

"เจ้าเป็นใคร" จงซานชักกระบี่ออกจากฝักทันที เหล่าทหารต่างกรูกันเข้ามาปิดล้อมสตรีปริศนาไว้เป็นวง

"กล้าดียังไงถึงแอบซุ่มดูการทำงานของศาลอาญาหลวง"

ซูซินมิได้มีท่าทีหวาดหวั่นแม้แต่น้อย นางเพียงยกมือปัดฝุ่นที่ชายเสื้อเบาๆ ก่อนทอดสายตาผ่านเหล่าทหารไปหยุดอยู่ที่ร่างของนายกองหวัง

"ข้าจะเป็นใคร ไม่สำคัญ" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ฟังนุ่มหู หากกลับแฝงความเฉียบคมจนผู้ฟังรู้สึกกดดัน

"ที่สำคัญคือ ศาลอาญาหลวงอันเลื่องชื่อ กลับใช้หมอชันสูตรที่ไร้ความสามารถ จนกำลังจะประหารผู้บริสุทธิ์"

"เจ้าว่าอะไรนะ" หมอชันสูตรหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ

"ข้าชันสูตรศพมานานกว่ายี่สิบปี เจ้าเป็นเพียงเด็กเมื่อวานซืน มีสิทธิ์อันใดมาดูหมิ่นข้า"

เซียวเทียนเล่ยยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนสงบลง ดวงตาคมกริบของเขาจับจ้องสตรีตรงหน้าอย่างพินิจ

มือของนางเรียวยาว นิ้วทั้งสิบได้สัดส่วน ปลายนิ้วสะอาดไร้คราบสกปรก ท่าทางสงบนิ่งแม้อยู่ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดของศพ ราวกับคุ้นชินกับภาพเช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วน

คนเช่นนี้ ไม่ใช่สตรีธรรมดาแน่นอน

"เจ้าบอกว่าหมอชันสูตรของข้าผิด" เซียวเทียนเล่ยเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาไม่ละจากนางแม้แต่วินาทีเดียว

"แล้วเจ้ามีปัญญาพิสูจน์ความจริงหรือ"

ซูซินเงยหน้าสบตาเขาโดยไม่หลบเลี่ยงแม้แต่น้อย

"หากข้าพิสูจน์ได้ว่าชายตัดไม้ผู้นี้บริสุทธิ์ และชี้สาเหตุการตายที่แท้จริงได้ ท่านแม่ทัพจะยอมรับผลการชันสูตรของข้าหรือไม่"

เซียวเทียนเล่ยแย้มยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นทั้งเย็นชาและท้าทาย

"หากเจ้าทำได้ ข้าจะปล่อยตัวชายตัดไม้ และมอบทองคำให้เจ้าห้าสิบตำลึง แต่หากเจ้าพูดเพ้อเจ้อ รบกวนการทำงานของศาลอาญาหลวง" เขาชักกระบี่ออกจากฝักอีกคืบ แสงคมกระบี่สะท้อนเปลวไฟวาบเย็น

"ข้าจะตัดศีรษะเจ้าด้วยมือตัวเอง" ซูซินหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนตอบเพียงสองคำอย่างสงบนิ่ง

"ตกลง ตกลง"

ซูซินตอบรับอย่างเรียบง่าย ราวกับสิ่งที่เซียวเทียนเล่ยเพิ่งกล่าวเมื่อครู่เป็นเพียงข้อแลกเปลี่ยนธรรมดา มิใช่การเดิมพันด้วยชีวิตของตนเอง

นางก้าวตรงไปยังร่างของนายกองหวังโดยไร้ความลังเล ท่ามกลางสายตาของทหารศาลอาญาที่จับจ้องทุกฝีก้าว

เมื่อย่อตัวลงข้างศพ ซูซินไม่ได้รีบร้อนแตะต้องร่างผู้ตาย หากใช้สายตากวาดสำรวจอย่างละเอียดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ราวกับกำลังจดจำรายละเอียดทุกกระเบียดนิ้ว ก่อนค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วตรวจดูบาดแผล สัมผัสสภาพผิวหนัง เลือดที่แข็งตัว รวมถึงข้อต่อต่างๆ อย่างเป็นระบบ

การเคลื่อนไหวของนางนิ่ง สุขุม และแม่นยำ จนผู้ที่เฝ้ามองสัมผัสได้ว่านี่ไม่ใช่การตรวจศพของคนทั่วไป หากเป็นผู้ที่ผ่านการชันสูตรมานับไม่ถ้วน

หมอชันสูตรประจำศาลอาญาแค่นหัวเราะอย่างดูแคลน

"เจ้าไปรู้อะไร บาดแผลเปิดกว้างเพียงนี้ ย่อมเกิดจากมีดโต้เล่มใหญ่เป็นแน่"

ซูซินยังคงตรวจศพต่อโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง ก่อนเอ่ยออกมาเพียงสองคำ

"โง่เขลา" คำสั้นๆ นั้นทำเอาหมอชันสูตรหน้าเขียวคล้ำด้วยความอับอาย

ซูซินยกนิ้วชี้ไปยังบาดแผลบริเวณทรวงอก

"ท่านแม่ทัพ โปรดสังเกตให้ดี"

เซียวเทียนเล่ยก้าวเข้ามาอีกสองก้าว ยืนอยู่ด้านข้างอย่างเงียบงัน

"ขอบบาดแผลเรียบเสมอกัน ไม่มีรอยฉีกขาดของชั้นผิวหนัง และไม่มีรอยฟกช้ำหรือรอยครูดบริเวณขอบแผลเลย" นางใช้นิ้วแตะเบาๆ ตรงแนวแผล

"อาวุธที่ก่อให้เกิดบาดแผลเช่นนี้ ต้องเป็นดาบหรือกระบี่ที่มีคมสูง ใบมีดแคบและเรียบ"

จากนั้นนางหันไปมองมีดโต้ที่วางอยู่ข้างชายตัดไม้

"ส่วนมีดโต้ของชายผู้นี้ ใบมีดหนา ปลายทู่ อีกทั้งมีรอยบิ่นและรอยหยักจากการผ่าฟืน หากใช้ฟันร่างมนุษย์จริง ขอบแผลย่อมไม่เรียบเช่นนี้ แต่จะเกิดรอยช้ำและการฉีกของเนื้อเยื่อรอบบาดแผล" ซูซินเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"เพราะฉะนั้น บาดแผลนี้ ไม่ได้เกิดจากมีดโต้"

หมอชันสูตรรีบโต้ทันที

"เป็นเพียงคำพูดของเจ้า ต่อให้ไม่ใช่มีดโต้ ก็ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าชายตัดไม้บริสุทธิ์"

ซูซินไม่ได้ตอบโต้อารมณ์ หากเพียงใช้นิ้วกดลงบนคราบเลือดที่เปื้อนอยู่บนเสื้อของชายตัดไม้ ก่อนยกขึ้นให้ทุกคนดู

"คราบเลือดนี้แห้งเกือบทั้งหมด สีแดงคล้ำและเกาะตัวเป็นแผ่น แสดงว่าเลือดที่ติดเสื้อเกิดจากการสัมผัสภายหลังเลือดของผู้ตายเริ่มแข็งตัวแล้ว" นางเงยหน้ามองทุกคน

"หากเขาเป็นคนลงมือฆ่า เลือดจะกระเด็นขณะหัวใจยังสูบฉีด มีทั้งละอองเลือดและเลือดสดติดอยู่บนเสื้อผ้า ไม่ใช่คราบลักษณะนี้"

ทหารหลายคนเริ่มหันไปมองกันเอง สีหน้าเต็มไปด้วยความลังเล

ซูซินกล่าวต่ออย่างใจเย็น

"ดังนั้น ชายตัดไม้เพียงสัมผัสศพหลังผู้ตายเสียชีวิตแล้ว อย่างน้อยครึ่งชั่วยาม"

เซียวเทียนเล่ยหรี่ตาลง

"แล้วเวลาตายเล่า" คำถามนั้นทำให้ซูซินยิ้มบางๆ ราวกับรอให้เขาถามอยู่แล้ว

นางจับข้อมือของศพ ก่อนค่อยๆ ขยับแขนและขา ตรวจการแข็งตัวของกล้ามเนื้ออย่างละเอียด

"การแข็งตัวของศพเพิ่งเริ่มเกิดบริเวณกราม คอ และแขน ส่วนข้อสะโพกกับหัวเข่ายังขยับได้ตามปกติ" นางแตะลำคอของศพอีกครั้ง

"อุณหภูมิร่างกายยังเหลือความอุ่นอยู่บ้าง แสดงว่าผู้ตายเสียชีวิตมาไม่เกินสองชั่วยาม" ซูซินหันไปมองจงซาน

"ข้าขอถาม ในช่วงสองชั่วยามที่ผ่านมา มีคำสั่งห้ามชาวบ้านออกจากหมู่บ้านใช่หรือไม่"

จงซานชะงักไปเล็กน้อย ก่อนพยักหน้า

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • คุณหนูรองผู้นี้คือหมอศพอันดับหนึ่ง    10

    "นาง... นางขู่จะนำเรื่องที่ข้าลวนลามไปบอกท่านพ่อ ข้ากลัวความผิดจะถึงหูบิดา ข้าจึง..." เขาสะอึกจนพูดแทบไม่ออก"ข้าจึงเผลอบีบคอนาง พอนางแน่นิ่ง ข้าก็... ข้าก็เอาศพไปโยนลงแม่น้ำ เพื่อให้ทุกคนคิดว่านางลื่นตกน้ำ ข้าไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ" คุณชายใหญ่จางก้มหน้าร้องไห้ไม่หยุด"ข้าผิดไปแล้ว ขอท่านแม่ทัพโปรดเมตตา ขอไว้ชีวิตข้าด้วย" เสียงอ้อนวอนดังต่อเนื่อง แต่สีหน้าของเซียวเทียนเล่ยกลับไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย ดวงตาคมยังคงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งเขาลุกขึ้นยืนช้าๆ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด"ผู้ใดฆ่าคน" เซียวเทียนเล่ยมองตรงไปยังผู้ต้องหา"ผู้นั้นย่อมต้องชดใช้ด้วยชีวิต" เขาสะบัดแขนเสื้อ"จงซาน""ขอรับ""นำตัวคุณชายใหญ่จางไปคุมขังคุกหลวง รอศาลพิพากษาประหารชีวิตตามกฎหมาย""ขอรับ" เหล่าทหารรีบก้าวเข้ามาลากตัวคุณชายใหญ่จางออกไป เสียงร้องขอชีวิตค่อยๆ ไกลออกไป จนสุดท้ายเหลือเพียงความเงียบงันภายในห้องโถงหลังจากจัดการผู้ต้องหาเรียบร้อย จงซานจึงหันกลับมาคารวะผู้เป็นนายอีกครั้ง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความชื่นชมและยินดี"เรียนท่านผู้บัญชาการ" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น"คดีลอบสังหารนายกองหวังเมื่อสองวันก่อน ข้าน้อ

  • คุณหนูรองผู้นี้คือหมอศพอันดับหนึ่ง    9

    เซียวเทียนเล่ยหยุดครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อด้วยแววตาครุ่นคิด"อีกเรื่อง" เขานึกถึงกลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ ที่ยังติดอยู่ในความทรงจำ"จงสืบด้วยว่า" สายตาคมกริบทอดมองไปยังสายน้ำเบื้องหน้า"ช่วงนี้ มีสตรีตระกูลใดในเมืองหลวงนิยมใช้ยาสมุนไพรที่ผสมดอกเหมยเป็นประจำบ้าง""ขอรับท่านผู้บัญชาการ"รุ่งเช้าของวันถัดมา แสงอาทิตย์อ่อนยามเช้าสาดลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าของเรือนชิงจู กลุ่มละอองฝุ่นลอยระยิบระยับอยู่กลางลำแสง บรรยากาศภายในเรือนยังคงเงียบสงบ แตกต่างจากความวุ่นวายที่เพิ่งเกิดขึ้นริมแม่น้ำฉินหวายเมื่อคืนราวกับเป็นคนละโลกซูซินกลับมาได้ตั้งแต่ก่อนฟ้าสาง นางเปลี่ยนอาภรณ์สีดำของ "หมอศพไร้หน้า" ออกเรียบร้อย เหลือเพียงชุดกระโปรงสีอ่อนเรียบง่ายของคุณหนูรองผู้แสนอ่อนโยนหากผู้ใดได้เห็นนางในเวลานี้ คงไม่มีวันเชื่อว่าสตรีที่กำลังนั่งสงบอยู่หน้าคันฉ่องไม้ คือคนเดียวกับผู้ที่เพิ่งทำให้ศาลอาญาหลวงทั้งกองต้องตะลึงเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อนเสี่ยวชุ่ยยืนอยู่ด้านหลัง ค่อยๆ ใช้หวีไม้สางเส้นผมดำขลับของผู้เป็นนายอย่างเบามือ"คุณหนูรองเจ้าคะ" เด็กสาวยิ้มอย่างโล่งอก"เมื่อคืนท่านกลับมาโดยปลอดภัย ทำเอาบ่าวโล่งใจแทบแย่" ซูซ

  • คุณหนูรองผู้นี้คือหมอศพอันดับหนึ่ง    8

    นางหยิบแท่งโลหะขึ้นมา ค่อยๆ เขี่ยบริเวณริมฝีปากและรูจมูกของผู้ตายอย่างแผ่วเบา ก่อนใช้ผ้าสะอาดซับตรวจดูอย่างละเอียด ผ่านไปครู่หนึ่ง นางจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง"ผู้ที่จมน้ำตายในขณะที่ยังมีชีวิต" นางหันมองทุกคน"เมื่อร่างกายขาดอากาศ สมองจะกระตุ้นให้ดิ้นรนหายใจอย่างรุนแรง ทำให้น้ำ อากาศ และสารคัดหลั่งภายในหลอดลมผสมกัน เกิดเป็นฟองละเอียดสีขาวบริเวณปากและรูจมูก" ปลายนิ้วเรียวชี้ไปยังใบหน้าของผู้ตาย"แต่ผู้ตายผู้นี้" นางกล่าวอย่างหนักแน่น"ริมฝีปากแห้งสนิท ไม่มีฟองละเอียดแม้แต่น้อย" หมอชันสูตรรีบโต้กลับทันที"แต่ในปอดและกระเพาะของนางมีน้ำ" ซูซินเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย"แล้วผู้ใดบอกท่านว่า น้ำในปอดย่อมหมายถึงการจมน้ำเสมอ" ประโยคนั้นทำเอาหมอชันสูตรชะงัก ซูซินกล่าวต่ออย่างเป็นระบบ"หลังจากผู้ตายหมดสติหรือเสียชีวิตแล้ว หากมีผู้กดศีรษะลงน้ำ หรือกรอกน้ำเข้าปาก น้ำย่อมเข้าสู่กระเพาะและทางเดินหายใจได้เช่นกัน" นางใช้นิ้วเปิดเปลือกตาของผู้ตายขึ้นอย่างเบามือ"ดูที่เยื่อบุตา" ทุกคนรีบก้มมองตาม"มีจุดเลือดออกขนาดเล็กกระจายอยู่หลายแห่ง" จากนั้นนางใช้นิ้วแตะใต้คางของศพ"ใต้คางมีรอยช้ำเขียวจางๆ และบริ

  • คุณหนูรองผู้นี้คือหมอศพอันดับหนึ่ง    7

    ซูซินหยิบมีดปลายแหลมขึ้นส่องกับแสงเทียน ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ"ใช้ได้" นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ"อย่างน้อยก็ไม่ต้องใช้มีดทำครัวผ่าศพอีก"เสี่ยวชุ่ยหันมามองด้วยความสงสัย"คุณหนูรองเจ้าคะ" เด็กสาวลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยต่อ"ใต้เท้าสั่งให้คนเฝ้าเรือนไว้ ห้ามพวกเราออกไปไหน แล้วคืนนี้"ซูซินวางเครื่องมือลง ก่อนลุกขึ้นยืน"เวรยามของตระกูลเกา" นางเดินไปเปิดหน้าต่าง แอบมองลานด้านนอกเพียงครู่เดียว"หละหลวมยิ่งกว่ากรงไก่เสียอีก" ริมฝีปากบางยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม"ผลัดเวรทุกหนึ่งเค่อ ช่องว่างระหว่างผลัดประมาณยี่สิบลมหายใจ ด้านหลังกำแพงมีต้นหวงหยางโน้มเข้ามา เหมาะสำหรับปีนออกไป ส่วนองครักษ์สองคนทางทิศตะวันตกติดสุรา ตั้งแต่หัวค่ำก็เริ่มง่วงแล้ว" เสี่ยวชุ่ยอ้าปากค้าง"คุณหนู ท่านรู้ได้อย่างไรเจ้าคะ""ตอนเดินเข้ามา ข้าดูไว้หมดแล้ว" ซูซินตอบเรียบ ๆ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับนาง การสำรวจสภาพแวดล้อมและทางหลบหนีเป็นสัญชาตญาณที่ติดตัวมาตั้งแต่ทำงานนิติเวชและร่วมสืบคดีในโลกเดิมนางหันกลับมาที่โต๊ะ หยิบกล่องไม้ใบเล็กซึ่งภายในบรรจุอุปกรณ์ชันสูตรที่เพิ่งทำเสร็จเรียบร้อย จากนั้นจึงเปิดห่อผ้าสีเข้มที่เตรียมไว

  • คุณหนูรองผู้นี้คือหมอศพอันดับหนึ่ง    6

    "ซูซิน ก้มหน้าลงเดี๋ยวนี้ หายไปอยู่วัดร้างตั้งสามปี กลับมาถึงก็สร้างเรื่องวุ่นวาย กล้ารังแกบ่าวรับใช้ แล้วยังทำให้ผู้คนหน้าจวนหัวเราะเยาะตระกูลเกาอีก" เสียงตำหนิดังลั่นไปทั่วเรือนโถงบ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่โดยรอบต่างพากันก้มหน้า ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง แต่ซูซินกลับยืนนิ่ง นางไม่ได้คุกเข่าคารวะ ไม่ได้ก้มหน้า และไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังผู้เป็นบิดาอย่างสงบนิ่ง หากเย็นชาจนทำให้ผู้สบตารู้สึกอึดอัดโดยไม่รู้ตัว"ท่านพ่อ" เสียงของนางไม่ดังนัก แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ"ข้าถูกใส่ร้ายว่าสติวิปลาส ถูกส่งไปทอดทิ้งที่วัดร้าง ถูกวางยาพิษจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด" ซูซินหยุดเพียงครู่ ก่อนเอ่ยต่อ"วันนี้ข้ากลับมา ท่านไม่ถามไถ่แม้สักคำว่าข้าอยู่เช่นไร ลำบากเพียงใด กลับเอ่ยตำหนิข้าเพียงเพราะข้าปกป้องเกียรติของบุตรสาวสายตรง มิให้ผู้คนหัวเราะเยาะว่าฮูหยินใหญ่รังแกลูกเมียหลวง" นางยกยิ้มบางๆ"เช่นนี้ สมควรแล้วหรือเจ้าคะ"เกาจินชะงักไปชั่วขณะ เขาไม่เคยคิดเลยว่า บุตรสาวที่เคยอ่อนแอ เชื่อฟัง และไม่เคยโต้แย้ง จะกล้าตั้งคำถามต่อหน้าผู้คนเช่นนี้"เจ้า" เขาอ้าปากจะพูด แต่กลับหาเหตุผลมาตอบไม่ได้ใน

  • คุณหนูรองผู้นี้คือหมอศพอันดับหนึ่ง    5

    เขาเงยหน้ามองท้องฟ้ายามราตรีอีกครั้ง ดวงตาคมกริบเปล่งประกายทั้งความท้าทาย ความสนใจ และความกระหายที่จะค้นหาความจริง"หมอศพไร้หน้างั้นหรือ" เซียวเทียนเล่ยพึมพำกับตัวเองเบาๆ"ฝีมือการชันสูตรระดับนี้ คารมคมคายเช่นนี้ และยังกล้าต่อกรกับศาลอาญาหลวงต่อหน้าข้า" เขากำลูกดอกพิษในมือแน่น"ตราบใดที่เจ้ายังอยู่ในเมืองหลวง" ริมฝีปากบางของแม่ทัพหนุ่มยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่แฝงความมุ่งมั่น"ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดิน ข้าก็จะหาตัวเจ้าให้พบ"เสียงล้อรถม้าไม้เก่าแก่บดครูดไปตามพื้นอิฐหินของถนนสายหลักในเมืองหลวง ดังกุกกักเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ผู้คนสองข้างทางต่างสัญจรขวักไขว่ ทั้งพ่อค้า ชาวบ้าน และขุนนางที่กำลังเร่งรีบไปทำธุระยามสายภายในรถม้า ซูซินในชุดกระโปรงป่านสีเทาอมม่วงเรียบง่ายนั่งหลับตาพิงผนังรถอย่างสงบนิ่ง แม้เรือนร่างยังคงซูบผอมจากการถูกทรมานและขาดสารอาหารมานานหลายปี แต่ผิวพรรณกลับเริ่มมีเลือดฝาดขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากที่เคยซีดเซียวเริ่มแต้มสีชมพูอ่อน ดวงตาที่ลืมขึ้นอีกครั้งเต็มไปด้วยความกระจ่างใสและเฉียบคม ไม่เหลือเค้าของคนสติวิปลาสอย่างที่ผู้คนกล่าวหาแม้แต่น้อย"คุณหนูรองเจ้าคะ" เสี่ยวชุ่ยที่นั่งอยู่เคียงข้า

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status