LOGINอ่างในมือหล่นลงพื้น น้ำสาดกระเซ็น
“ขออภัยเจ้าค่ะคุณหนู บ่าว บ่าวไม่ได้ตั้งใจ”บ่าวหญิงคุกเข่าตัวสั่นงันงก โขกศีรษะกับพื้นราวกับหวาดกลัวว่านางจะลงดาบสังหาร
เจียงรั่วอี้ที่ไม่เข้าใจแค่เอ่ยถามทำไมถึงได้แสดงอาการหวาดกลัวขนาดนี้ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่า เจ้าของร่างร้ายกับทุกคน ยิ่งบ่าวหญิงในเรื่องยิ่งใจร้ายเป็นพิเศษ
ใครก็ตามที่ทำให้นางหงุดหงิดแม้เพียงนิดมักถูกสั่งโบยหลาย ๆ ครั้ง บางครั้งรุนแรงถึงขั้นต้องเรียกหมอมาดูว่าตายหรือไม่
"คุณหนูสามพึ่งกลับมาถึงบ้าน ไม่รีบมาดูอาการคุณชายใหญ่ไม่พอยังมายืนรังแกบ่าวต่อหน้าคนมากมายอีก"
เจียงรั่วอี้ขมวดคิ้วไม่พอใจเล็กน้อย
เปิดปากมาก็ด่าเลยนะ ถึงเจ้าของร่างจะนิสัยเสียยังไงก็เถอะ ก่อนจะว่าช่วยแหกตาดูก่อนไหมว่าอะไรเป็นอะไร ตนยังไม่ได้ทำอะไรอีกฝ่ายเลยแท้ ๆ แค่ถามว่าเจียงเฟยหยาเป็นอะไรเท่านั้น
เมื่ออีกฝ่ายเห็นว่าเจียงรั่วอี้มองมาด้วยท่าทางไม่พอใจเล็กน้อยจึงก้าวขามาใกล้ เชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี ใช้น้ำเสียงประดุจผู้อาวุโสสั่งสอนผู้น้อยกับนาง
“เจ้ายังเด็กควรรู้จักเรียนรู้ที่จะเก็บอารมณ์ ใจดีต่อผู้อื่นบ้างไม่ใช่มัวเมาไปกับอำนาจที่มีในมือ ใช้อำนาจรังแกคนอ่อนแอ คนเช่นนี้ไม่มีใครเขาอยากอยู่ใกล้”
“แล้วท่านเป็นใครถึงได้คิดมาพูดสั่งสอนข้า”สองมือกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
“เจ้า! ว่าอะไรนะ!”
“หูตึง ? คงเพราะอายุมากแล้วถึงหูไม่ดีสินะ ถ้าอย่างนั้นข้าจะพูดให้ฟังอีกรอบ”ก้าวขึ้นหน้า เงยหน้าขึ้นประชันสายตากับอีกฝ่ายไร้ซึ่งท่าทางเกรงกลัว“ข้าพูดว่า ท่านเป็นใครถึงกล้ามาสอนข้า!”
“เจ้า!”
“พอได้แล้ว!”สุรเสียงทรงพลังดังขึ้นในห้อง เจียงรั่วอี้หันมองพบว่าเป็นชายท่าทางมีอายุคนหนึ่ง อีกฝ่ายมองมาที่นางขยับปากพูด“รั่วอี้รีบมาดูอาการพี่ใหญ่เจ้า แล้วที่บ่าวคนนั้นจู่ ๆ ก็ลงไปคุกเข่าเจ้าได้ทำอะไรนางหรือไม่ ?”
“ท่านผู้นำตระกูล!”
เจียงรั่วอี้ไม่สนใจเสียงร้องไม่พอใจข้างหู สบสายตาอีกฝ่ายนิ่ง ชายคนนี้คงจะเป็นบิดาของเจ้าของร่างสินะ
สองขาเพรียวก้าวเข้าใกล้ ทิ้งแขนลงข้างตัว
“ข้าไม่ได้ทำอะไรนางเจ้าค่ะ”
“โกหก คนนิสัยใจคอโหดเหี้ยมชอบทำร้ายบ่าวอยู่เป็นประจำอย่างเจ้านะหรือจะไม่ได้ทำอะไรนาง”
หญิงสาวกลอกตา คนแก่พูดไม่รู้เรื่องกันทุกคนเลยหรือยังไง ถึงเจ้าของร่างจะชั่วร้ายอย่างไรก็ควรถามต้นสายปลายเหตุก่อนสิ พยานในเหตุการณ์ก็มี ไม่มีพยานก็ว่าไปอย่าง
สายตาเหนื่อยหน่ายใจหันมองชายชราขยับปากเรียกออกมาว่า“ตาเฒ่า”
“เจ้าเรียกใครว่าตาเฒ่า!”
“ไม่ใช่ท่านแล้วจะให้ข้าเรียกใคร คนที่แหกปากเสียงดังต่อว่าข้าตอนนี้ก็มีแค่ท่าน”
“เจ้า! เจ้า!”ยกมือชี้หน้าเจียงรั่วอี้ เมื่อเห็นว่านางยังคงไม่มีท่าทางเกรงกลัวต่อท่าทีของตนจึงหันมองเจียงเค่อหนิง“ท่านผู้นำดูเอาเถิด นางถึงขั้นกล้าทำกิริยาเช่นนี้ต่อหน้าผู้อาวุโสแล้ว วันหน้านางคงไม่เห็นหัวพวกข้าแล้ว!”
“ถ้าอยากให้เคารพก็ทำตัวให้เด็กน่าเคารพหน่อยสิ ผู้ใหญ่ใจร้อนอ้างแต่คำว่าอาวุโสกว่า นิสัยไร้เหตุผล คนเช่นนี้นะหรืออยากให้เด็กเคารพ เหอะ!”กลอกตามองบน หันสายตามองอีกฝ่าย“ขอเถอะ ทำอย่างนี้มันน่าอายนะ”
“รั่วอี้พ่อบอกให้พอแล้ว! แล้วก็ผู้อาวุโสหยวนท่านเองก็ใจเย็น ๆ ลองฟังรั่วอี้ก่อน ครั้งนี้นางอาจจะไม่ได้ทำอะไรบ่าวหญิงคนนั้นก็ได้”
“ไม่ได้ทำ? ไม่ได้ทำแล้วบ่าวคนนั้นจะลงไปคุกเข่ากับพื้นแสดงท่าทางหวาดกลัวขนาดนั้นได้ยังไง”
“ขออภัยขอรับ แต่ครั้งนี้คุณหนูสามไม่ได้ทำอะไรบ่าวหญิงคนนี้จริง ๆ ขอรับ”
เจียงรั่วอี้หันขวับมองคนพูด
ไม่คิดว่าบ่าวชายคนนี้จะออกปากช่วยเหลือ เธอคงต้องจดความช่วยเหลือสิ่งนี้ไว้ในใจแล้วตอบแทนน้ำใจเขาในสักวัน
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
“คุณหนูสามไม่ได้ทำอะไรนางขอรับ คุณหนูเพียงสอบถามนางว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณชายใหญ่ พอบ่าวหญิงคนนั้นเห็นหน้าคุณหนูก็...”หันมองเจียงรั่วอี้แล้วก้มหน้าลงพูดต่อ“พอเห็นหน้าคุณหนูนางก็ลงไปคุกเข่าบนพื้น เอ่ยปากขอการอภัยขอรับ”
“....”
เป็นไงละอึ้งรับประทานไปเลยไหม
เจียงรั่วอี้หันมาเผชิญหน้ากับผู้อาวุโสหยวน ยามมองหน้าอีกฝ่ายดวงตาดอกท้อมีประกายบางอย่างวาบผ่าน
“ท่านได้ยินชัดแล้วใช่ไหม ? ในเมื่อได้ยินชัดแล้วก็ขยับถอยห่างออกไปหน่อย ข้าจะเข้าไปดูพี่ใหญ่ข้า”
คนถูกหักหน้ามองตามแผ่นหลังบอบบาง สองมือทิ้งลงข้างตัว อยากเดินเข้าไปกระชากนางมาสั่งสอนอีกสักครั้ง แต่ติดที่ไม่สามารถทำได้จึงต้องข่มกลั้นอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ในอกเอาไว้
รอคอยวันที่จะได้ตอบแทนความอัปยศที่ตนได้รับในวันนี้
อ่างในมือหล่นลงพื้น น้ำสาดกระเซ็น“ขออภัยเจ้าค่ะคุณหนู บ่าว บ่าวไม่ได้ตั้งใจ”บ่าวหญิงคุกเข่าตัวสั่นงันงก โขกศีรษะกับพื้นราวกับหวาดกลัวว่านางจะลงดาบสังหารเจียงรั่วอี้ที่ไม่เข้าใจแค่เอ่ยถามทำไมถึงได้แสดงอาการหวาดกลัวขนาดนี้ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่า เจ้าของร่างร้ายกับทุกคน ยิ่งบ่าวหญิงในเรื่องยิ่งใจร้ายเป็นพิเศษใครก็ตามที่ทำให้นางหงุดหงิดแม้เพียงนิดมักถูกสั่งโบยหลาย ๆ ครั้ง บางครั้งรุนแรงถึงขั้นต้องเรียกหมอมาดูว่าตายหรือไม่"คุณหนูสามพึ่งกลับมาถึงบ้าน ไม่รีบมาดูอาการคุณชายใหญ่ไม่พอยังมายืนรังแกบ่าวต่อหน้าคนมากมายอีก"เจียงรั่วอี้ขมวดคิ้วไม่พอใจเล็กน้อยเปิดปากมาก็ด่าเลยนะ ถึงเจ้าของร่างจะนิสัยเสียยังไงก็เถอะ ก่อนจะว่าช่วยแหกตาดูก่อนไหมว่าอะไรเป็นอะไร ตนยังไม่ได้ทำอะไรอีกฝ่ายเลยแท้ ๆ แค่ถามว่าเจียงเฟยหยาเป็นอะไรเท่านั้นเมื่ออีกฝ่ายเห็นว่าเจียงรั่วอี้มองมาด้วยท่าทางไม่พอใจเล็กน้อยจึงก้าวขามาใกล้ เชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี ใช้น้ำเสียงประดุจผู้อาวุโสสั่งสอนผู้น้อยกับนาง“เจ้ายังเด็กควรรู้จักเรียนรู้ที่จะเก็บอารมณ์ ใจดีต่อผู้อื่นบ้างไม่ใช่มัวเมาไปกับอำนาจที่มีในมือ ใช้อำนาจรังแกคนอ่อนแอ คนเช่นนี้ไ
“เกิดอะไรขึ้นใครเป็นอะไรแล้วเหตุใดเจ้าถึงได้อุ้มข้ามาเช่นนี้ไม่รอให้ข้าได้ขอโทษพวกเขาก่อน”“ขอโทษ ? คุณหนูจะไปขอโทษคนพวกนั้นทำไม!”น้ำเสียงชิงชังรังเกียจของเขาทำหัวคิ้วงามขมวดเข้าหากันไม่ให้ขอโทษ ?เจ้าของร่างเดิมวางยาพิษคนอื่นจนเกือบตายเลยนะ ถึงสุดท้ายจะไม่ตายก็เถอะ แต่ความจริงเรื่องวางยาก็ใช่ว่าจะทำเป็นลืมได้“เหตุใดน้ำเสียงเจ้าถึงดูโกรธแค้นตระกูลหลานถึงเพียงนี้ พวกเขาทำอะไรเหรอ”“คุณหนูไปถึงก็จะรู้เองขอรับ ถึงตอนนั้นคุณหนูอาจจะนึกขอบใจข้าน้อยก็ได้ที่มาห้ามคุณหนูได้ทัน”“...”เจียงรั่วอี้ไม่ทันแล้วล่ะ ข้าคุกเข่าสร้างภาพต่อหน้าคนมากมายและตระกูลหลานไปแล้ว…เจียงรั่วอี้คิดแต่ไม่ได้พูดออกมา หญิงสาวเงียบปากปล่อยให้เขาพากลับจวน ที่เธอไม่ขัดขืนไม่ใช่ว่าไม่ระวังตัว แต่เพราะอีกฝ่ายเป็นคนคนเดียวกับที่มารับกลับจวนครั้งแรกจึงปล่อยเลยตามเลยให้เขาพาตัวกลับคนถูกอุ้มพากลับบ้านไม่ได้สนใจเลยว่าตนเองไม่ได้ใช้เส้นทางปกติในการเดินทาง แต่เดินทางผ่านหลังคาบ้าน เพราะมัวแต่จมจ่ออยู่กับความคิดของตนเองกว่าจะรู้ตัวก็ตอนที่เขากระโดดลงจากหลังคาปล่อยตัวเธอให้เป็นอิสระ“ถึงแล้ว ? ว่าแต่เมื่อสักครู่เจ้าพาข้าเดินท
การกระทำของเจียงรั่วอี้สร้างความประหลาดใจให้คนเดินผ่านไปมา ภาพหญิงสาวเนื้อตัวมอมแมมเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด คุกเข่าสองข้าง คำนับอย่างจำนน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสำนึกผิดท่าทางของนางเหมือนลูกนกตัวน้อย ๆ ไร้ทางสู้ ไร้ที่ไป ทำได้เพียงยอมศิโรราบต่อผู้แข็งแกร่งไหล่บอบบางสั่นเล็กน้อย ดูแล้วพานให้รู้สึกสงสารและอยากปกป้อง ถึงแม้พวกเขาจะรู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าคือเจียงรั่วอี้ แต่สภาพของนางตอนนี้กลับทำให้คนมองหัวใจกระตุกนางพึ่งจะอายุสิบหกปี ถึงจะมีนิสัยชั่วร้ายแต่อย่างไรก็เป็นเพียงเด็กสาวอายุสิบหกปีคนหนึ่งวันนี้เด็กสาวคนนั้นสำนึกผิดแล้ว อยากขอโทษในความผิดที่ตนเคยก่อ ในฐานะผู้ใหญ่ควรให้โอกาสเด็กได้สำนึกผิดและเปลี่ยนแปลงตนเองไม่ใช่หรือหลานลี่ฟูมองเจียงรั่วอี้ที่คุกเข่าแนบศีรษะบนพื้น เงยหน้ามองชาวบ้านที่กำลังมองตนอยู่มือซึ่งซุกซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อกำเข้าหากันแน่ดี! นางมาเพื่อเรียกความสงสารเห็นใจเพราะรู้ว่าตระกูลตนและกู้กำลังวางแผนโจมตีตระกูลของนางสินะ หญิงสาวชั่วร้ายไร้สมองรู้จักแต่ทำอะไรโง่ ๆ วันนี้รู้จักใช้ความคิดของชาวบ้านให้เป็นประโยชน์แล้ว หลานลี่ฟูไม่มีทางคิดว่าเจียงรั่วอี้สำนึกจริง ๆ
“ข้ามาพบคุณหนูหลานหมิงหมิงไม่ทราบว่านางอยู่หรือไม่”คนเฝ้าหน้าประตูมองเจียงรั่วอี้ ท่าทีเป็นปฏิปักษ์อย่างชัดเจน“คุณหนูของพวกเราไม่อยู่ คุณหนูเจียงกลับไปเถิด”แม้จะเรียกอย่างให้เกียรติว่าคุณหนูเจียงแต่น้ำเสียงและสายตากลับแสดงออกถึงความรังเกียจไม่ต้อนรับอย่างชัดเจนเจียงรั่วอี้เข้าใจปฏิกิริยาของพวกเขา เจ้าของร่างทำกับอีกฝ่ายไว้มากคนของหลานหมิงหมิงจะรังเกียจเธอก็ไม่แปลก“ข้ามีเรื่องจะพูดกับนางจริง ๆ รบกวนพวกเจ้าช่วยไปแจ้งแก่นางได้หรือไม่ว่าข้ามาขอพบ”“คุณหนูท่านฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือขอรับ ข้าบอกว่าคุณหนูของพวกข้าไม่อยู่ให้ท่านกลับไป”น้ำเสียงกดต่ำท่าทีคุกคามเจียงรั่วอี้ยังคงทำใจเย็นพูดกับพวกเขาจะใช้อารมณ์ไม่ได้เด็ดขาด!ท่องไว้เจ้าของร่างคือคนผิดเจ้าของร่างคือคนผิดพวกเขาไม่พอใจที่เจ้าของร่างทำร้ายคุณหนูของพวกเขาถึงได้แสดงอาการไม่พอใจออกมา“ข้าขอร้องพวกท่านอย่างน้อยช่วยไปบอกนางก็ยังดี ข้าอยากจะมาขอโทษที่เคยทำผิดต่อนาง”“เกรงว่าบุตรสาวของข้าคงรับคำขอโทษของคนสูงศักดิ์อย่างคุณหนูเจียงไม่ไหวหรอกขอรับ”น้ำเสียงเย้ยหยันดังขึ้นหลังบานประตู ก่อนประตูจะเปิดออกเผยให้เห็นชายอายุประมาณห้าสิบหกส
รถม้าเคลื่อนตัวจากจุดเดิมออกมาได้สักพักเจียงรั่วอี้จึงขยับปากเอ่ยเพื่อทำลายความเงียบ“ท่านชื่ออะไรหรือ ขอบใจมากนะที่ฟังคำขอร้องของข้า”ท่าทางของนางเต็มไปด้วยบรรยากาศเย็นชายหนุ่มมองพิจารณาสตรีตรงหน้านิ่ง ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าคล้าย แถมบรรยากาศรอบกายยังไม่ชวนอึดอัดเหมือนครานั้นเจียงรั่วอี้เห็นว่าเขาเอาแต่จ้องตนไม่พูดอะไรรอยยิ้มจึงค่อยๆ หายไปจากใบหน้า“เอ่อ...ข้าทำให้ท่านอึดอัดใช่หรือไม่ ? ข้าก็พอจะรู้ตัวอยู่ว่าไม่ค่อยมีใครต้อนรับข้า ถึงอย่างนั้นข้าก็ดีใจที่ท่านยอมช่วยเหลือข้านะ และจะยิ่งดีใจมากหากท่านส่งข้าจนถึงปลายทาง”หญิงสาวก้มหน้าลงเล็กน้อยงื้อออ อีกฝ่ายคงไม่ได้กำลังนึกเสียใจที่ยอมให้เธอขึ้นรถมาใช่ไหมถึงได้เงียบไม่ยอมพูดอะไรเลยนะ แต่จะมานึกเสียใจแล้วไล่ลงตอนนี้ไม่ได้นะ ไม่อย่างนั้นเธอคงได้เดินไปบ้านตระกูลหลานที่ไม่รู้ว่าอยู่ส่วนไหนของที่นี่เพราะหารถม้าไม่ได้แน่ ๆ“ข้าไม่ไล่ไม่ต้องกังวล”“จริงหรือ ? ท่านไม่ได้กำลังคิดว่าจะไล่ข้าลงไปจริง ๆ ใช่ไหม?”ดวงตาเป็นประกายเงยขึ้นสบตา“...อืม”ไป๋ซีห่าวพยักหน้ารับหันหน้าหนีเจียงรั่วอี้เห็นว่าเขาไม่มีความคิดจะไล่ตนลงไปแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าจึงไม่
“แม่งเอ๊ย! เจ็บเป็นบ้าเลย”เจียงรั่วอี้สบถออกมาอย่างหัวเสีย แค่จะออกจากบ้านทำไมถึงได้ยุ่งยากขนาดนี้หญิงสาวบ่นพลางยกมืออีกข้างกดแผลไว้ไม่ให้เลือดไหลออกมา เพราะในหัวไม่มีความคิดที่จะพาตนเองไปรักษาอาการบาดเจ็บด้วยกลัวว่าคนของตระกูลจะตามมาจับตัวกลับระหว่างกำลังรักษาอยู่ในโรงหมอหลังวิ่งหนีไกลออกมาสักระยะเจียงรั่วอี้ก็ใช้สายตามองซ้ายขวามองหารถม้าที่พอจะพาไปส่งบ้านตระกูลหลาน ก่อนจะเห็นว่ามีรถม้าคันหนึ่งวิ่งมาพอดี จึงยกมือขึ้นเป็นเชิงให้เขาจอดทว่าหลังรถม้าที่ชะลอความเร็วเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้แล้วมองเห็นหน้าหญิงสาวชัด ๆ ความเร็วของรถม้าก็เพิ่มขึ้นทันทีขับฉิวผ่านไปอย่างไม่รีรอ“...”คนถูกเมินมองตามตาปริบ ๆ นิ่งเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง“บางทีคนขับอาจจะปวดท้องหนักถึงได้รีบเพิ่มความเร็วรถ”เจียงรั่วอี้พูดให้กำลังใจตนเองอย่างนั้นทั้งที่ในอกรู้ดีว่า สาเหตุที่เขาขับรถหนีไปคงไม่พ้นใบหน้านี้แต่เจียงรั่วอี้ก็หาได้คิดยอมแพ้ นางยังคงมองหารถม้าต่อระหว่างเดินไปด้านหน้าเรื่อย ๆ ทว่าไม่ว่าจะผ่านไปกี่รถม้าก็ไม่มีรถม้าคันไหนยอมจอดให้เจียงรั่วอี้ขึ้นนั่ง“...”เจียงรั่วอี้ไม่เป็นที่ต้อนรับขนาดนี้เลยเหรอหญิงสาวคิดอย่าง







