เข้าสู่ระบบ“ท่านพ่อพวกเราจะทำอย่างไรกันดี รั่วอี้เล่นแรงถึงขั้นกล้าวางยาคุณหนูเล็กตระกูลหลาน มิหนำซ้ำคุณชายกู้คู่หมั้นของนางยังประกาศก้าวว่าหากหลานหมิงหมิงเป็นอะไรไปจะเอาเรื่องตระกูลเราจนถึงที่สุด”
“ท่านพ่อตอนนี้ครอบครัวเราไม่สามารถรับมือกับทั้งสองตระกูลไหวนะขอรับ”
“ตงหยางไม่ใช่ว่าพ่อไม่รู้ถึงความกังวลของลูก แต่พ่อเองก็จนปัญญา ครั้งนี้รั่วอี้ทำเกินไปมากจริง ๆ ไม่รู้ว่าสองตระกูลนั้นจะเอาคืนตระกูลเราอย่างไรบ้าง”
เจียงเค่อหนิงถอนหายใจยาวมองหญิงสาวบนเตียงนอน
“หากท่านปู่ยังอยู่ตระกูลของพวกเราคงไม่ตกต่ำและวุ่นวายขนาดนี้ ตั้งแต่เหตุการณ์ในวันนั้นท่านปู่ของลูกก็หมดสติไป ส่วนน้องสาวก็กลายเป็นใครก็ไม่รู้”
ใบหน้าเจียงเค่อหนิงเศร้าหมอง หวนนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อสิบกว่าปีก่อน
อุบัติเหตุในครั้งนั้นได้พรากทั้งบิดาและบุตรสาวของตนไป
ส่วนเด็กสาวบนเตียง แม้หน้าตาจะเหมือนบุตรสาวคนเดิมของเขาทุกกระเบียดนิ้วแต่นิสัยใจคอบรรยากาศรอบกายกลับกลายเป็นคนละคน
“ท่านพ่อเรื่องของรั่วอี้ท่านพ่อเชื่อจริง ๆ หรือขอรับว่าเป็นเพราะเหตุการณ์ในวันนั้น”
“หากไม่ใช่คงไม่มีอะไรอธิบายนิสัยที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของน้องสาวเจ้าได้แล้วละ ไม่ใช่แค่พ่อที่รู้สึก ทั้งพี่ชายเจ้าและแม่ของเจ้าต่างก็รู้สึกเหมือนกันไม่ใช่หรือ แถมแม่เจ้ายังกลายเป็นเช่นนั้นหลังได้เห็นรั่วอี้ตอนฟื้นอีก”
“แต่ว่าท่านพ่อ...”
“หยุดพูดเรื่องนี้เถอะ สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือพยายามหาทางรับมือการโจมตีของสองตระกูลให้ได้มากที่สุด และภาวนาขอให้พวกเขาไม่ลงมือรุนแรงมากเกินไป”
“เข้าใจแล้วขอรับท่านพ่อ”เจียงตงหยางถอนหายใจตอบรับอย่างเชื่อฟัง พลางเหลือบมองน้องสาวที่นอนหลับไม่ได้สติมาหลายวันแล้ว
“เอาล่ะ วันนี้ดูแล้วน้องสาวเจ้าก็คงจะยังไม่ฟื้นเหมือนเดิม พวกเราออกไปกันเถิด”
“ขอรับท่านพ่อ”
คนบนเตียงค่อย ๆ เปิดเปลือกตาหลังได้ยินเสียงบานประตูปิดลง หันสายตามองเพดานห้องไม่คุ้นเคย ห้องนอนไม่คุ้นตา แล้วถอนหายใจยาวออกมา
จากที่ได้ฟังทั้งสองคนพูดคุยกันคงปฏิเสธความจริงที่เธอได้กลายเป็นเจียงรั่วอี้ บุตรสาวคนเล็กตระกูลเจียงที่มีนิสัยชั่วช้าร้ายกาจไม่ได้แล้วสินะ
ส่วนร้ายกาจยังไงนะเหรอ ?
ไม่มีอะไรมาก แค่ชอบด่าทอบ่าวรับใช้ ดูถูกเหยียดหยามคนอื่น ชอบใช้ความรุนแรง ใช้อำนาจที่มีในมือข่มขู่คนอื่น โดยเฉพาะกับหลานหมิงหมิง สาเหตุที่เจียงรั่วอี้ชอบรังแกหลานหมิงหมิงเพราะนางชอบกู้เหวินซานพระเอกของนิยายเรื่องนี้ แต่กู้เหวินซานกลับมีใจให้หลานหมิงหมิง อีกทั้งตระกูลหลานและกู้ยังตกลงหมั้นหมายกัน
เจียงรั่วอี้ที่มีนิสัย ไม่ว่าอะไรที่นางอยากได้นางก็ต้องได้ จึงไม่พอใจเป็นอย่างมากและด้วยความไม่พอใจนี้นางจึงมองหลานหมิงหมิงเป็นสิ่งขวางหูขวางตา และเริ่มแผนการรังแกอีกฝ่าย แต่ด้วยสกิลนางเอกทุกครั้งที่โดนรังแกพระเอกก็จะเข้ามาช่วยเหลือเสมอประหนึ่งแผนที่ถูกวางเอาไว้ตั้งแต่แรก
เมื่อเห็นว่าไม่ว่าจะรังแกหลานหมิงหมิงไปกี่ครั้งกู้เหวินซานก็ไม่เคยมองมาที่นางเลยมิหนำซ้ำยังทำท่าทางรังเกียจมากกว่าเดิม แทนที่เจียงรั่วอี้จะคิดได้และสำนึกนางกลับโกรธเกลียดหลานหมิงหมิงมากขึ้นกว่าเดิม เอาแต่โทษอีกฝ่าย คิดไปเองว่าที่กู้เหวินซานไม่มองตนเพราะหลานหมิง ถ้าไม่มีหลานหมิงหมิงกู้เหวินซานจะต้องมองนาง
นิสัยเจียงรั่วอี้คือสูตรสำเร็จของนางร้ายที่ช่วงชีวิตสุดท้ายจะต้องตายอย่างแน่นอน
และก็ใช่
ด้วยความรักแสนบิดเบี้ยวของเจียงรั่วอี้ทำให้นางตัดสินใจลงมือวางยาพิษหลานหมิงหมิงหวังให้อีกฝ่ายตาย แต่หารู้ไม่ว่านอกจากหลานหมิงหมิงจะไม่เป็นอะไรแล้ว อีกฝ่ายยังเรียกคะแนนสงสารจากผู้คนที่ได้ยินข่าวลือเรื่องนี้ไปเต็ม ๆ และหลังจากนั้นไม่นานนัก ทั้งสองตระกูลก็จับมือกันและเริ่มโจมตีตระกูลเจียง
จุดจบของนางร้ายคือถูกฆ่าตายอย่างอนาถ ครอบครัวล่มสลาย บรรดาพี่น้องร่วมสายเลือดต่างมีจุดจบไม่ค่อยดีนักทั้งที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในกากระทำของเจียงรั่วอี้ แต่เพราะเป็นครอบครัวเดียวกันจึงถูกลูกหลงจากการะทำของนาง
งานวิวาห์ของสองตระกูลจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ แขกเหรื่อที่มาร่วมงานมีมากมายนับพันคน ผู้คนต่างมาเพื่อแสดงความยินดีกับการเกี่ยวดองของสองตระกูลเจ้าบ่าวเจ้าสาวตัวเอกของงานสวมอาภรณ์สีแดงสดงดงามขับเน้นให้ใบหน้าและบรรยากาศรอบกายของพวกเขาดูสง่างามสูงส่ง เวลายืนอยู่เคียงกันราวกับเทพสวรรค์ธิดาฟ้าลงมาเยือน“คุณชายไป๋ยินดีกับการแต่งงานด้วยนะขอรับ ท่านกับคุณหนูเจียงเหมาะสมกันอย่างยิ่ง!”“คุณชายไป๋นี่คือของขวัญแต่งงานที่ครอบครัวข้าไปเสาะแสวงหามา เป็นพืชวิญญาณช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรงมีกำลังวังชามากล้น”“คุณหนูเจียงปกติท่านก็งดงามอยู่แล้ววันนี้ยิ่งงดงามมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า”“พวกท่านสองคนเหมาะสมกันยิ่งนัก งานแต่งครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นงานแต่งที่ดีที่สุดอันดับหนึ่งเลยก็ว่าได้”“กิ่งทองใบหยก! นอกจากคำพูดนี้แล้วข้าก็ไม่รู้ว่าจะหาคำพูดใดมาเปรียบเทียบความเหมาะสมระหว่างพวกท่านทั้งสอง”คำเยินยอสรรเสริญมากมายจากคนทั้งหลายทำเจียงรั่วอี้เวียนหัวไปหมด สาเหตุหลักที่ทุกคนมาร่วมงานแต่งเพื่อแสดงความยินดีแล้วยังมาเพื่อให้ท่านปู่ของนางและปู่ของไป๋ซีห่าวเห็นหน้าค่าตาด้วยใจคาดหวังว่าการกระทำของตนจะเข้าตาอีกฝ่ายสักส่วนเ
“เจ้าไม่ต้องกังวล แม้หลังแต่งงานไปแล้วข้าก็จะยังทำตามความต้องการของเจ้า”“ได้ยินชัดไหมเจ้าคะ ซีห่าวรับปากแล้วแต่ถ้าพี่ใหญ่ยังไม่มั่นใจในวันแต่งงานสามารถเขียนสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรได้เจ้าค่ะ”“....”“อีกอย่างพี่ใหญ่อย่าลืมสิเจ้าคะ ข้ายังต้องหลอมโอสถให้ตระกูลย่อมต้องมีเรื่องให้ไปมาหาสู่กันบ่อยครั้ง ถึงตอนนั้นพี่ใหญ่อาจจะรู้สึกเบื่อขี้หน้าข้าจนไม่อยากให้ข้ามาหาบ่อย ๆ ก็ได้”“พี่ใหญ่ไม่มีทางเบื่อหน้าน้องสาม”“ไม่เบื่อก็ดีแล้วเจ้าค่ะ” เจียงรั่วอี้เอ่ยยิ้ม ๆ พูดขึ้นมาอีกประโยคว่า “ตอนนี้สบายใจขึ้นมาบ้างแล้วใช่ไหมเจ้าคะ”เจียงเฟยหยามองสีหน้ามั่นอกมั่นใจของน้องสาว ในที่สุดความกังวลใจของพี่ชายอย่างเขาก็ลดน้อยลง เผยยิ้มออกมาได้ในที่สุด“ในเมื่อคุณชายไป๋สัญญาแล้วว่าจะไม่ขัดขวางไม่ให้เจ้ากลับตระกูลพี่ใหญ่ก็จะไม่ขัดขวาง ถึงอย่างไรเมื่อเทียบกับคุณชายบ้านอื่นแล้ว คุณชายไป๋ถือเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง”เจียงรั่วอี้ฉีกยิ้มกว้าง “ถือว่าข้าสายตาดีไม่น้อยเลยใช่ไหมเจ้าคะ มีคนรักครั้งแรกก็ตกได้คนมีความสามารถมาเลย”“อย่าพูดเอาดีเข้าตัวหน่อยเลย เป็นตระกูลเจียงของเราต่างหากที่สายตาดี ถ้าไม่ใช่ท่านปู่พูดคุยเรื่
“น้องว่าอย่างไรนะ? ตกลงปลงใจกับคุณชายไป๋แล้ว?!” เจียงเฟยหยาเอ่ยถามอย่างตกตะลึง ดวงตาชายหนุ่มเบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ จ้องมองน้องสาวสลับกับคุณชายไป๋ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ“พี่ใหญ่จะตกใจอะไรเล่าเจ้าคะ น้องแค่ตกลงศึกษาดูใจกับซีห่าวเท่านั้นเอง”“เรื่องเช่นนี้น้องสามกล้าพูดว่าเป็นเรื่องแค่นี้หรือ !! นี่คือคู่ชีวิตของเจ้า คนที่เจ้าจะต้องใช้ชีวิตร่วมกันต่อจากนี้ไปตลอดชีวิต จะมาตัดสินใจอย่างขอไปทีไม่ได้เด็ดขาด!”“ข้าพูดตั้งแต่เมื่อไรว่าตัดสินใจอย่างขอไปที? พี่ใหญ่ไม่ไว้ใจคุณชายไป๋หรือ ไม่เชื่อว่าเขาจะดูแลข้าได้เป็นอย่างดีหรือ”เจียงเฟยหยาพูดไม่ออก จ้องมองน้องสาวตนเองนิ่งก่อนจะเบนสายตามองไป๋ซีห่าวดึงสายตาหันกลับมาหาน้องสาว ดึงแขนก้าวห่างจากไป๋ซีห่าวหลายก้าวก้มหน้ากระซิบกระซาบ “น้องสาวเจ้าคิดดีแล้ว ใช่ไหม จะมาเสียใจทีหลังไม่ได้แล้วนะ”นัยน์ตาดอกท้อเหลือบมองพี่ใหญ่ มองใบหน้าเป็นกังวลของเขา หันสายตามองบุรุษด้านหลังแล้วหันกลับมา“พี่ใหญ่ในแคว้นนี้ท่านคิดว่ามีใครดีไปกว่าไป๋ซีห่าวหรือไม่เจ้าคะ”เจียงเฟยหยานิ่งเงียบคิดแล้วเอ่ยออกมาว่า “หากนับช่วงอายุเท่าคุณชายไป๋ คนที่อายุมากกว่าและน้อยกว่าหน่อย บุรุษ
ไป๋ซีห่าวมองภาพตรงหน้านิ่ง สายตาจดจ้องเพียงใบหน้างดงามตรงหน้า เหม่อมองด้วยความหลงใหลไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดแล้วกว่าเขาจะหลุดออกจากภวังค์ก็ตอนฝ่ามือบอบบางยกมือโบกไปมาตรงหน้า“เป็นอะไรของท่านเอาแต่จ้องข้าไม่พูดจา ดีนะที่ข้าสนิทกับท่านเกิดท่านไปจ้องคนอื่นนาน ๆ ด้วยสายตาเช่นนี้คงมิวายถูกคนเขาชักสีหน้าไม่พอใจ”ชายหนุ่มหลุดยิ้มขำ จับมืออีกฝ่ายมากุมไว้“....”“....”“ซีห่าว?” เจียงรั่วอี้เรียกชายหนุ่มเสียงเบาเลิกคิ้วสงสัย ก่อนหลุบสายตาลงมองมืออีกข้างของชายหนุ่มวางลงบนหลังมือ“รั่วอี้”“หืม?” เงยหน้ามอง“เจ้าอาจจะรู้ความรู้สึกของข้าอยู่แล้ว ถึงกระนั้นข้าก็ยังอยากจะพูดให้เจ้าได้ยินจากปากของข้าเอง”“....”“เจ้ายินดีจะร่วมเดินทางต่อจากนี้กับข้าหรือไม่?”“....”เกิดความเงียบขึ้นระหว่างคนทั้งสองเจียงรั่วอี้มองสบดวงตาหนักแน่นจริงจังสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกมากมาย หลุบตามองมือสั่นไหวที่กุมมือของนางไว้ เงยหน้าขึ้นมองไป๋ซีห่าวอีกครั้งดวงตาดอกท้อจ้องมองดวงตาดำขลับนิ่ง จ้องมองเขาอยู่อย่างนั้นไม่เอ่ยคำพูดใด นัยน์ตาคอยแต่สอดส่องความรู้สึกในดวงตาอีกฝ่ายราวกับต้องการตรวจสอบให้แน่ใจว่าคำพูดที่เขาเอื้อนเอ
หลังความโกลาหลผ่านพ้นตระกูลเจียงก็เข้าสู่ช่วงวุ่นวาย เพราะต้องซ่อมแซมอาคารหลายหลังที่พังทลายระหว่างการต่อสู้ พวกเขาจึงจำเป็นต้องเร่งซ่อมแซมอาคารโดยด่วน แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดเรียกเก็บจากตระกูลหลานท่านปู่และบิดาของนางไม่ได้ลงมือสังหารหลานหลิงเฟิงและหลานลี่ฟูแต่ทำให้พวกเขาไม่สามารถฝึกปราณได้อีก ทำลายตันเถียนและเส้นลมปราณทั้งหมดส่งพวกเขากลับคืนสู่คนธรรมดาการไม่ฆ่าแล้วปล่อยให้มีชีวิตเฉกเช่นคนธรรมดาสำหรับเจียงรั่วอี้หญิงสาวคิดว่าเป็นการเอาคืนที่สาสมมากครอบครัวที่คาดหวังจะขึ้นไปให้สูงยิ่งขึ้น ทำได้แม้กระทั่งวางแผนสังหารเด็กน้อยคนหนึ่ง พยายามกำจัดความเป็นไปได้ทั้งหมดที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความสำเร็จในอนาคตของทายาทรุ่นสามความรุ่งโรจน์ที่วาดฝัน ความยิ่งใหญ่ที่เคยมี ตอนนี้สิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นเพียงความทรงจำในวันวาน ชีวิตที่เคยยิ่งใหญ่ร่วงหล่นลงสู่ที่ต่ำไม่อาจก้าวขึ้นมาผงาดเฉกเช่นเดิม“คิดแล้วก็ชวนให้หดหู่ไม่น้อยเลยนะเจ้าคะ ตระกูลหลานที่เคยยิ่งใหญ่ตอนนี้แม้แต่จะคงสถานะหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ก็ทำไม่ได้แล้ว ต้นไม้ใหญ่ล่มลงไปเช่นนั้นหลังจากนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไร”“น้องกังวลเรื่องของคนพวกนั้นหร
เจียงคั่งหยูมองหลานสาวนิ่งคิดไปชั่วขณะว่าจะเล่าให้ฟังดีหรือไม่ ชายชราถอนหายใจออกมาหลังปลงตกขยับปากเอ่ยออกมา “ความบาดหมางของตระกูลหลานกับเจียงเริ่มขึ้นหลังปู่กับย่าของหลานตกลงปลงใจกัน”เจียงรั่วอี้หลุดจากภวังค์เงยหน้ามองเจียงคั่งหยู“เมื่อก่อนปู่กับหลานหลิงเฟิงสนิทสนมกันมาก ด้วยเป็นทายาทของตระกูลใหญ่เหมือนกัน ไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ นิสัยของหลานหลิงเฟิงที่ปู่รู้จักไม่เลวเลย เป็นเด็กช่างพูดช่างเจรจามีความอยากรู้อยากเห็นกระตือรือร้นที่จะพัฒนาความสามารถอยู่เสมอ”“....”“ความสัมพันธ์ของพวกเราทั้งสองคนเรียกได้ว่าดีมาตลอด จนกระทั่งปู่และหลานหลิงเฟิงเข้าไปเป็นศิษย์ในสำนักศึกษา”“ท่านปู่ได้พบท่านย่าตอนนี้หรือเจ้าคะ?”“ใช่ ปู่พบย่าของหลานหลังเข้าสำนักศึกษา ย่าหลานเป็นสตรีเก่งกาจและห้าวหาญมากไม่ยอมอ่อนข้อให้กับความไม่ยุติธรรม เป็นคนสดใสร่าเริงแต่ก็มีมุมซุกซนเหมือนเด็ก ๆ ”“ท่านปู่ดูจะรักท่านย่ามากเลยนะเจ้าคะ”“ไม่ใช่แค่รักมากแต่ปู่ยกให้ย่าของหลานเป็นอีกครึ่งชีวิต ปู่รักย่าของหลานตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ แต่ด้วยความงามและนิสัยของย่าของหลานทำให้มีคนมากมายมาชื่นชอบเหมือนที่ปู่รู้สึก...” เจียงคั่งหยูหยุดคำพ






![พันธะสวาทจอมเวทย์ [18+, พีเรียดอีโรติก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
