LOGINพีระดาตื่นขึ้นมาในร่างของนายร้ายที่ต้องตายตั้งแตเริ่มต้นเอาละในเมื่อเจ้าของร่างเดิมตามไปตามเนื้อเรื่องต่อจากนี้ฉันจะพลิกชะตาของนางร้ายคนนี้เองและจะเอาคืนทุกคนที่ทำร้ายเธอทุกคนในความทรงจำเลวร้ายนี้
View MoreIt all started when I was 6.
I was about to fall asleep after I heard my father howl, his reassurance towards me that he's safe while he’s on patrol. I shut my eyes and let sleep take over.
I was awoken in the early morning hours to my mother shaking my shoulder. "Celeste. Celeste, wake up honey. We need to go," her voice held an urgency as she spoke.
"Mommy?" I asked questionably, "What's going on?" By now I could hear growls and whimpers coming from outside.
"We have to go. Everything will be alright," she said, picking me up. I wrapped my arms around her neck. She ran out my bedroom and to the back door, where she grabbed the emergency bags that everyone in the pack has (just in case), an idea my grandpa started after one of his cousin's packs' got ambushed.
She held the bags and ran out the door. She ran as fast as she could and others joined us along the way. I saw wolves fighting, everywhere. Some had blood on their mouths, others looked like they just shifted to aid in the fight. Eventually the images of flesh being torn out of wolves necks got to me and I buried my head in my mother's frizzy brown hair.
"Where's Daddy?" I asked, scared of the answer I was hoping wasn't true.
"I'm so sorry baby," she whispered as she kept on running.
*~*~*~*
By daybreak, the fight was no longer audible. The ones who had run had stopped, my mother and I included. There were about 30 of us, all women and children.
We had taken it that either everyone else was dead or ran in a different direction. I, like many, was aware of where my unseen family was. My father was dead. If you looked in my mother's eyes you could no longer see the light that only goes out at the loss of a mate. She had wandered off when we had stopped running, to grieve, but she wouldn’t go too far away from me. I was all she had left.
Most people had started to break away from us, to go to their old packs or the pack of a close family member. Then there were the people like my mom and I who decided to stay together until we find a place to call home, if we can find a place to call home.
When my mom and all the other people who are still grieving got back we decided to start running again. We would run in human form, for the children who could not shift wouldn't be able to keep up. My mother picked up our emergency bags, which are filled with food and clothes, in one hand and picked me up with her other as we all started our descent to an unknown place.
We would run till we meet our own ends if we had to but for now the children stay in their mother's arms as we begin our descent. Because that's what we have to do, to keep ourselves safe.
ทุกอย่างในชีวิตของฟ่านปิงในแต่ละวันนี้ผ่านมาได้เกือบหนึ่งเดือนในการย้ายเข้ามาในเมืองและตอนดึกหลังจากที่เข้าห้องนอนกับสามีฟ่านปิงปวดท้องตอนหกทุ่มเฉินซานรีบนำรถจากบ้านหลังจากที่อุ้มเมียขึ้นรถเรียบร้อยแม่เสิ่นเตรียมของจนครบทุกอย่าง ทุกคนรู้ว่าฟ่านปิงได้ลูกแฝดเพราะท้องใหญ่มากทุกคนในครอบครัวดูแลเธอเป็นอย่างดีคุณนายเจียงซินเย่วแวะเข้าไปหาลูกสาวบุญธรรมแทบจะทุกวัน หาของบำรุงมากมายไปให้ฟ่านปิงบำรุงหลานในท้องเพราะตอนนี้กิจการของร้านขยายไปอีกหลายเมืองเพราะแบบที่บุตรสาวบุญธรรมคนนี้ให้มาและงานประกวดที่มีขึ้นสองปีได้ที่หนึ่งสองปีซ้อนสร้างความโด่งดังไปทั่วปักกิ่งจนต้องเปิดสาขาในเมืองหลวงอีกที่หนึ่งเป็นร้านที่ใหญ่โตมากเพราะลูกค้ามากมายชอบในแบบสินค้าที่ทางร้านมีแทบจะทุกแบบ แถมมีห้องลองที่ทันสมัยมีนางแบบนายแบบโฆษณาแทบจะทุกสิ้นเดือนเลือกได้ว่าช่างนี้ตัดกันมือเป็นระวิงฟ่านปิงปวดท้องอยู่สองชั่วโมงคุณหมอจึงผ่าทำคลอด เฉินซานเดินจนมารดาเวียนหัวที่ห่วงเมียจนนั่งไม่ติดมู่หยางก็เดินทางมาพร้อมกันกับจื่อเซิ้นตั้งแต่ได้รับโทรศัพท์แล้วรวมทั้งพี่สาวเจียงหยู่กับคุณแม่และพี่ชายที่พากันตามหลังมาติดๆในที่สุดคุณหมอก
วันเวลาหมุนเวียนผ่านไปสองปีตอนนี้ฟ่านปิงมีลูกให้กับเฉินซานสมใจ ทีแรกจนเขาแทบจะท้อใจคิดว่าตัวเองเป็นหมั่นแท้ที่จริงฟ่านปิงกินยาคุมเอาไว้ จนตอนนี้เธอท้องได้เข้าเดือนที่เก้า ฟ่านปิงในวันที่เธอท้องได้สองเดือนที่ตื่นขึ้นมาเวียนหัวจนลุกไม่ได้สามีวิ่งไปบอกให้พี่ชายเอารถออกไปโรงพยาบาลพอรู้ว่ามู่ฟ่านปิงท้องเฉินซานทั้งยิ้มและหัวเราะมาตลอดทางเหมือนคนบ้าจนจื่อเซิ้นกับมู่หยางได้แต่ส่ายหัวให้กับน้องเขยตั้งแต่นั้นมาเขาดูแลฟ่านปิงเหมือนไข่ในหินฟ่านปิงพอคุมได้สองปีเธอจึงปล่อยให้ท้องอะไรเชื้อจะแรงมากขนาดนั้นเพราะปล่อยสามเดือนท้องเลยต้องให้รางวัลของคนขยันที่สามีของเธอขยันปั้นลูกทุกคืนจนสมใจ ก่อนที่เธอจะท้องได้พาสามีเข้ามิติและบอกเรื่องกินยาคุมกับสามีเขางอนเธอไปหลายวันคิดว่าตัวเองจะเป็นหมั่นจนจะไปตรวจที่โรงพยาบาลฟ่านปิงจึงบอกความจริงให้ฟังและนั้นคือการทำโทษของสามีที่ตั้งใจตั้งปั้นใหม่และก็สมใจเขาถึงตอนนี้ซึ่งตอนที่เธอบอกเรื่องที่มีมิติและบอกว่าได้พรมาจากท่านตาเทพตั้งแต่ที่โดนเพื่อนรักอย่างเสี่ยวชิงชิงวางยาในคืนนั้น คิดว่าตัวเองตายไปแล้วท่านตาจึงพาไปที่โลกของอนาคตข้างหน้าและให้เรียนรู้สิ่งต่างๆในโลกใบนั
ทั้งห้าคนในบ้านมู่กินมื้อเช้าด้วยความสุขพอได้บอกเรื่องที่หนักลงจากบ่า สองหนุ่มคู่รักต่างก็มีสีหน้าของความสุขที่ไม่ต้องหลบซ่อนสายจากใครในครอบครัวหลังจากนั่งพักฟ่านปิงไปล้างถ้วยในครัวและบอกให้ทุกคนพักก่อนไม่ต้องตามมาช่วยเดี๋ยวเสร็จแล้วเธอจะออกไปช่วยที่โรงเรือนที่ทุกคนตักผักเองหลังนั่งย่อยอาหารไม่นานสามหนุ่มจึงชวนกันไปตัดผักต่อ แม่เสิ่นจะไปด้วยแต่ทุกคนบอกเหลือไม่เยอะ"แม่ปักผ้าไปเลยครับไม่ต้องห่วงงานผักผมกับพี่ภรรยาทำทันอย่างแน่นอนเพิ่มคุณจื่อเซิ้นไปอีกคนไม่นานก็เสร็จแล้วครับ" ก่อนจะไปเฉินซานที่ช่วยภรรยายกถ้วยให้ภรรยาล้าง เขาสวมกอดฟ่านปิงจากทางด้านหลังด้วยความรักก่อนจะกระซิบใส่เมียรักเบาๆ"ปิงเอ๋อร์เมื่อคืนน้อนร้อนแรงมากพี่เกือบตายคาอกเมียพี่ขอแบบนี้ทุกคืนนะครับ" พูดจบเฉินซานก็ก้มลงหอมทั้งสองงแก้มซ้ายขวาบอกรักฟ่านปิงแล้วรีบไปตัดผักต่อฟ่านปิงที่ยืนนิ่งเพราะมือไม่ว่างติดล้างถ้วยอยู่ได้แต่ส่งค้อนให้สามีที่ส่งเสียงหัวเราะออกไปจากครัวด้วยความสุขออกไปจากในครัวหลังจากได้รางวัลจากสองแก้มเธอนับวันเขายิ่งทำตัวหื่นไม่เลือกสถานที่ ตั้งแต่ที่เมื่อคืนที่ตัวเธอยอมขอโทษที่พูดให้สามีได้เอาเปรียบเธอแทบจ
"ก็ไม่เป็นอะไรนี้ครับปิงเอ๋อร์พี่รับได้คนเราเลือกเกิดไม่ได้ พี่อยู่ในเมืองใหญ่ในค่ายทหารมาหลายปีหนูคิดว่าพี่จะไม่พบเจอบ้างเลยหรือครับและมันกลับเป็นเรืองที่ดีที่พี่ชายของหนูจะได้อยู่ใก้ลหนูทั้งสองคนยังไงละครับ แม่ของพี่ท่านเป็นคนในเมืองมาก่อนและมีเหตุผลท่านใช้ชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนพวกเรา ท่านต้องเข้าใจมากมากกว่าและเห็นใจพี่ภรรยาทั้งสองคนอยู่แล้วครับ แล้วหนูจะมาขอหย่าพี่เรื่องแค่นี้หรือครับเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะครับ พี่เสียใจมากนะครับปิงเอ๋อร์ที่น้องไม่เคยมองพี่ในแง่ดีขึ้นมาบ้างเลยหรือครับ พี่รู้ว่าที่ผ่านมาพี่ผิดจนหนูโกรธพี่มากพี่จะบอกน้องตรงนี้ต่อหน้าพี่ชายของน้องว่าพี่รักหนูมากเท่าชีวิตของพี่ครับ" เฉินซานบอกภรรยารักและมองหน้าเธอด้วยความเสียใจที่ภรรยาไม่เคยใจอ่อนให้เขาเข้าร่วมและขอความคิดเห็นเลยมีแต่อยากทิ้งเขาทั้งที่ไม่เคยถามสามีสักคำก่อนเลย ฟ่านปิงมองหน้าสามีและเดินเข้าไปจับมือของสามี"หนูขอโทษที่ยังไม่ได้ถามพี่แต่หนูก็คิดไปก่อนขอบคุณพี่ที่เข้าใจพี่ชายของหนูค่ะ" ฟ่านปิงบอกสามีเฉินซานเห็นภรรยาจับมือและขอโทษที่เธอทำผิดเพราะตลอดเวลาที่แต่งงานกันมาฟ่านปิงจะไม่เคยแตะต้องตัว
วันต่อมายามเหมาทั้งสี่คนเดินขึ้นเขาพร้อมกันวันนี้ฟ่านปิงจึงเอาซาลาเปาออกมายี่สิบลูกพร้อมกาแฟให้ตัวเองกับพี่ชายและสามีจำเป็น ส่วนโอวัลตินเอาออกมาให้แม่เสิ่นดื่มเตรียมของเสร็จก็พอดีกับสองแม่ลูกมาถึงบ้านของเธอสองพี่น้อง ก็พากันเดินขึ้นเขาไปถือไฟฉายรุ่นเก่าคนละอันส่องนำทางไม่นานก็ไปถึงลำธาร สองหนุ่มพาก
หลังจากที่กินข้าวเที่ยงกันอิ่มหน่ำสำราญทั้งสี่คนก็รีบลาจื่อเซิ้นกลับบ้านไปดักปลาเอาไว้ให้พรุ่งเช้าให้เขานั้นเองมู่หยางพาทุกคนมาที่ร้านขายที่ดักปลา ฟ่านปิงเลือกเอาแบบเป็นลอบไม้ไผ่และไซร์เพราะเธอต้องการให้ปลาที่ดักได้ไม่ตายจะได้สดขายได้ราคาดีนั้นเอง วันนี้จะขึ้นไปขุดหลุมดักปลาเพิ่มดีกว่าซื้อถังและที
เดินมาถึงห้องครัวจื่อเซิ้นแนะนำมู่ฟ่านปิงให้พ่อครัวใหญ่รู้จักและบอก" ให้ช่วยกันจดรายการอาหารของมู่ฟ่านปิงเพื่อจะทำออกมาขายในร้านอาหารของผมด้วยครับเพราะฟ่านปิงมีสูตรอาหารใหม่มาให้" จื่อเซิ้นบอกพอครัวทุกคนที่รับผิดชอบในส่วนนี้แม้แต่ผู้ช่วยพ่อครัวทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในครัวก็มารับฟังด้วยกันทีเดียว
สามสาวเดินตามกันมาถึงร้านผ้าก็เข้าไปที่ห้องทำงานของลูกสาวทันที เจียงหยู่จึงไปหยิบผ้าที่รับซื้อมาจากมู่ฟ่านปิงให้แม่ของเธอและพี่สะใภ้ดู !!คุณนายเจียงถึงกับตกตะลึงผ้าคลุมไหล่หลายผืนมีลายที่แตกต่างกัน พอกางออกดูรูปดอกไม้หรือสัตว์เหมือนกับมีชีวิตยิ่งมองยิ่งหลงใหล แถมผ้าเช็ดหน้าก็มีลายการ์ตูนคนละลาย












reviews