Share

บทที่ ๖๒ หนอนบ่อนไส้ – ๑

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-05 20:25:31

สายลมยามวิกาลพัดกรรโชกหวีดหวิว ผสานกับกลิ่นคาวโลหิตที่ลอยคลุ้งคละเคล้าไปกับกลิ่นหอมเย็นยะเยือกของดอกราตรีโลหิต หยางจิ้งอวี่ยืนนิ่งอยู่บนระเบียงกว้าง อาภรณ์สีดำสนิทที่นางสวมใส่นั้นกลมกลืนไปกับราตรีกาล ผมยาวสลวยถูกรวบมัดไว้อย่างทะมัดทะแมง ดวงตาทอประกายวาวโรจน์ดุจดวงดาวในคืนเดือนมืด จ้องมองลงไปยังความเงียบงันของวังหลวงที่ซุกซ่อนอันตรายไว้ทุกซอกมุม

เจิ้งเฟิงเยวี่ยสาวเท้าเข้ามาประชิดร่างบาง บรรยากาศรอบกายของโอรสสวรรค์แผ่ซ่านไอสังหารอันเข้มข้น รัศมีกดดันของผู้ครองแผ่นดินทำให้เหล่าองครักษ์เงาที่ซุ่มซ่อนอยู่ตามมุมมืดต่างพากันกลั้นหายใจด้วยความเกรงกลัว

“อวี่เอ๋อร์” สุรเสียงทุ้มต่ำทำลายความเงียบงัน “เจ้ามั่นใจเพียงใดว่าเป็นคนของจวนแม่ทัพทิศอุดร”

หยางจิ้งอวี่หมุนกายกลับมา เผยให้เห็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก นิ้วเรียวยาวควงป้ายหยกพยัคฆ์ทมิฬเล่นไปมาอย่างชำนาญ

“มิใช่เพียงมั่นใจเพคะ แต่หลักฐานมันฟ้องอยู่ทนโท่ กลิ่นสมุนไพรพิษชนิดนี้ ติดทนนานยิ่งกว่ากลิ่นแป้งชาดของนางโลมเสียอีก และผู้ที่ดูแลประตูทิศอุดรในยามจื่อของค่ำคืนนี้ ก็คือจ้าวกวง รองแม่ทัพที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาใหม่ คนผู้นี้มีประวัติคลุ
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๖๙ ยุทธการหักเขี้ยวพยัคฆ์ – ๒

    รุ่งเช้าวันใหม่ ณ ท้องพระโรงตำหนักไท่เหอบรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด ขุนนางนับร้อยยืนเรียงรายแบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งซ้ายคือขุนนางตงฉินที่ยังภักดีต่อราชวงศ์ ส่วนฝั่งขวาคือขุนนางกังฉินพรรคพวกของหลิวจงหยวน ซึ่งดูจะมีจำนวนมากกว่าและมีท่าทีกระหยิ่มยิ้มย่องบนบัลลังก์มังกรทองคำนั้นว่างเปล่า แต่ที่บันไดขั้นล่างสุด มีเก้าอี้ไม้สักแกะสลักลวดลายพยัคฆ์ตั้งตระหง่านอยู่ และผู้ที่นั่งอยู่บนนั้นคือหม่าซ่งเหยียน อัครเสนาบดีผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในเวลานี้ เขาอยู่ในชุดขุนนางสีม่วงเข้มปักลายกิเลน ใบหน้าเชิดสูงด้วยความลำพองใจ“เวลาล่วงเลยมาจนป่านนี้แล้ว” หม่าซ่งเหยียนเอ่ยขึ้นเสียงดัง ก้องกังวานไปทั่วท้องพระโรง “แผ่นดินจะว่างเว้นกษัตริย์มิได้ ในเมื่อฮ่องเต้ทรงพระประชวรหนักจนไม่อาจว่าราชการ และยังไร้ซึ่งรัชทายาท ข้าในฐานะผู้สำเร็จราชการ จึงเห็นควรว่าเราต้องคัดเลือกผู้เหมาะสมขึ้นสืบทอดราชบัลลังก์ เพื่อความมั่นคงของต้าเจิ้ง!”“เหลวไหล!” ราชครูอาวุโสท่านหนึ่งก้าวออกมา ชี้หน้าด่ากราด “ฝ่าบาทเพียงแค่ประชวร มิใช่สวรรคต! ท่านกล้าดีอย่างไรจะมาแต่งตั้งฮ่องเต้ใหม่ นี่มันกบฏชัดๆ!”“หุบปากตาเฒ่า!” หม่าซ่งเหยียนตวาดลั่น “ทหา

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๖๙ ยุทธการหักเขี้ยวพยัคฆ์ – ๑

    เสียงกีบม้าศึกนับพันกระทบพื้นดินดังกึกก้องประหนึ่งเสียงกลองศึกที่รัวกระหน่ำ ขบวนทัพม้าทมิฬของแม่ทัพเฒ่าหยางเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุดตัดผ่านทุ่งหญ้าและป่าเขา มุ่งหน้ากลับสู่เมืองหลวงฉางอันโดยไม่หยุดพัก ฝุ่นตลบอบอวลเป็นทางยาวทิ้งไว้เบื้องหลังภายในรถม้าคันใหญ่ที่ถูกดัดแปลงให้มีความนิ่มนวลเป็นพิเศษด้วยโช้คอัพสปริง ร่างผอมบางของหยางจิงหยุนนอนหลับสนิทอยู่บนฟูกหนานุ่ม ใบหน้าซีดเซียวเริ่มมีเลือดฝาดเจือจางขึ้นบ้างแล้วหลังจากได้รับยาบัวหิมะพันปีหยางจิ้งอวี่นั่งเฝ้าดูน้องชายฝาแฝดด้วยสายตาอ่อนโยน มือเรียวคอยเช็ดเหงื่อที่ผุดพรายตามไรผมให้เขาอย่างเบามือ ในขณะที่เจิ้งเฟิงเยวี่ย หรือฮ่องเต้หนุ่ม นั่งหลับตาเดินลมปราณอยู่ฝั่งตรงข้ามเพื่อฟื้นฟูพลังวัตรที่สูญเสียไป“เขาแข็งแกร่งกว่าที่คิด” เจิ้งเฟิงเยวี่ยเอ่ยขึ้นโดยไม่ลืมตา สุรเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวล “การถูกหนอนกู่กัดกินวิญญาณมานานปี แต่จิตใจยังไม่แตกสลาย นับว่ามีจิตวิญญาณแห่งตระกูลหยางอยู่อย่างเต็มเปี่ยม”จิ้งอวี่ยิ้มบางๆ นัยน์ตาทอประกายภาคภูมิใจ “เพคะ สายเลือดมังกรย่อมไม่กลัวไฟ น้องชายหม่อมฉันต้องกลับมาเป็นปกติได้แน่... ว่าแต่ฝ่าบาทเถอะ ร่างกายเป็นอย่

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๖๘ พยัคฆ์เฒ่าคืนถิ่น – ๒

    ขบวนทัพม้าเร็วเคลื่อนตัวออกจากชายแดนเฮยสุ่ย มุ่งหน้าสู่ค่ายทหารลับที่ตั้งอยู่ในหุบเขาฝั่งแคว้นเจิ้ง ภายในกระโจมใหญ่กลางค่ายที่ถูกกางขึ้นอย่างรวดเร็ว หยางจิ้งอวี่กำลังง่วนอยู่กับการรักษาอาการของน้องชาย โดยมีเจิ้งเฟิงเยวี่ยและหยางเจิ้นเฝ้าดูอยู่ไม่ห่างเข็มเงินนับสิบเล่มปักอยู่ตามจุดชีพจรสำคัญบนร่างกายของจิงหยุน ไอสีดำจางๆ ระเหยออกมาตามปลายเข็ม ส่งกลิ่นเหม็นฉุนกึก นี่คือกระบวนการขับพิษที่ต้องใช้สมาธิขั้นสูง“อวี่เอ๋อร์ เจ้าไหวหรือไม่?” เจิ้งเฟิงเยวี่ยถามพลางซับเหงื่อบนหน้าผากให้นาง“ไหวเพคะ” จิ้งอวี่กัดฟันตอบ มือยังคงถ่ายเทพลังวัตรอย่างต่อเนื่อง “พิษส่วนใหญ่ถูกขับออกแล้ว แต่จิตวิญญาณของเขาบอบช้ำมากจากการถูกควบคุมด้วยหนอนกู่ ต้องใช้เวลาฟื้นฟู”ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดจิ้งอวี่ก็ถอนเข็มเล่มสุดท้ายออก นางทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ด้วยความหมดแรง ลมหายใจหอบถี่“ปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะ” นางยิ้มบางๆ ให้ท่านปู่ และสามี “เขาแค่ต้องการการพักผ่อน”หยางเจิ้นถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก “ขอบใจเจ้ามากหลานรัก ถ้าไม่ได้เจ้า ปู่คงต้องเสียใจไปจนวันตาย”

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๖๘ พยัคฆ์เฒ่าคืนถิ่น – ๑

    เสียงแหวกอากาศของลูกธนูเหล็กนับพันดอกที่พุ่งลงมาจากยอดหน้าผาสูงชัน ดังหวีดหวิวประหนึ่งเสียงกรีดร้องของมัจจุราช ท้องฟ้าเหนือหุบเขาหมื่นพิษที่เคยถูกปกคลุมด้วยหมอกควันสีม่วงมืดมิดลงถนัดตาด้วยห่าฝนเหล็กที่กองทัพม้าเกราะดำ หรือกองทัพแห่งตระกูลหยางระดมยิงลงมาปูพรมเพื่อเปิดทางฉึก! ฉึก! ฉึก!เสียงหัวลูกศรเจาะทะลุกะโหลกศีรษะและร่างกายเน่าเฟะของเหล่ามนุษย์พิษดังระงมไปทั่ว เลือดสีดำคล้ำสาดกระเซ็นย้อมผืนดินเฉอะแฉะให้กลายเป็นบึง กองทัพอมนุษย์ที่เคยถาโถมเข้ามาดุจคลื่นยักษ์ถูกสกัดกั้นจนแตกกระเจิง ล้มระเนระนาดดั่งใบไม้ร่วง“ดึง!”เสียงตะโกนทรงพลังของผู้เป็นแม่ทัพดังสะท้านก้อง เชือกเส้นหนาทำจากเอ็นสัตว์ผสมลวดเหล็กที่หย่อนลงมาถูกกระตุกขึ้นพร้อมกันด้วยแรงม้าศึก ร่างของเจิ้งเฟิงเยวี่ยที่แบกหยางจิงหยุนไว้บนบ่า และหยางจิ้งอวี่ที่เกาะเชือกเคียงข้าง ลอยลิ่วขึ้นสู่ยอดหน้าผาด้วยความเร็วปานเหาะเหิน“คิดจะหนีรึ! ฝันไปเถอะ!”ตู๋กูมั่วคำรามลั่นด้วยความคั่งแค้น เขาไม่อาจยอมปล่อยให้เหยื่อและภาชนะอันล้ำค่าหลุดมือไปได้ เจ้าหุบเขาพิษร่ายมนตร์ดำกระตุ้นแมงมุมแม่ม่า

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๖๗ ศึกอสูรมรณะ – ๒

    [โฮสต์! หนอนกู่ฝังอยู่ที่ไขสันหลัง! ท่านต้องใช้เข็มเงินสลายวิญญาณแทงสกัดจุดชีพจรใหญ่ 3 แห่งพร้อมกัน แล้วใช้พลังวัตรดึงมันออกมา! แต่ต้องทำในระยะประชิด!]‘เข้าใจแล้ว!’ จิ้งอวี่พยักหน้า นางหันไปสบตากับสามี “ฝ่าบาท หม่อมฉันต้องเข้าไปใกล้เขาอีกครั้ง ฝากระวังหลังให้ด้วย”“วางใจเถอะ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต เจิ้นก็จะไม่ให้ใครมาแตะต้องเจ้าได้อีก แม้แต่เจ้าแมงมุมบ้านั่น!”เจิ้งเฟิงเยวี่ยหมุนกายหันไปเผชิญหน้ากับตู๋กูมั่วและแมงมุมยักษ์เริ่มทรงตัวได้อีกครั้ง แววตาของโอรสสวรรค์ลุกโชนไปด้วยโทสะ รังสีสังหารแผ่พุ่งจนบรรยากาศบิดเบี้ยว“ตู๋กูมั่ว! เจ้ากล้าใช้มนุษย์มาทำพิธีกรรมต่ำช้า วันนี้เจิ้นจะส่งเจ้าไปลงนรกขุมที่ลึกที่สุด!”“ปากดีนักเจ้าหนู!” ตู๋กูมั่วตวาดกลับ เขาโบกสะบัดธงทิวสีดำ ทันใดนั้น เงาตะคุ่มนับสิบก็โผล่ออกมาจากเงามืดรอบหุบเขา พวกมันคือมนุษย์พิษ ร่างกายเน่าเฟะที่ถูกปลุกชีพขึ้นมา ดวงตาสีเขียวเรืองแสงจ้องมองเหยื่ออย่างหิวกระหาย“ฆ่าพวกมันให้หมด!”สงครามตะลุมบอนเปิดฉากขึ้นอีกครั้ง เจิ้งเฟิงเยวี่ยร่ายรำเพลงกระบี่ปกป้องภรรยาจากฝูงมนุษ

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๖๗ ศึกอสูรมรณะ – ๑

    เสียงกัมปนาทกึกก้องฟาดผ่ากลางหุบเขา เมื่อปราณกระบี่สีทองอร่ามของเจิ้งเฟิงเยวี่ยปะทะเข้ากับขาหน้าอันแข็งแกร่งของแมงมุมแม่ม่ายสวรรค์ ประกายไฟแตกกระเซ็นราวดอกไม้ไฟ ทว่าอสูรร้ายกลับมิได้สะทกสะท้าน มันเพียงแค่ขยับก้ามขนาดมหึมา ผลักไสร่างมังกรหนุ่มให้กระเด็นถอยร่นไปหลายจั้ง แรงลมจากการปะทะซัดกระหน่ำจนต้นไม้พิษรอบด้านหักโค่นระเนระนาด“แข็งแกร่งยิ่งนัก!” เจิ้งเฟิงเยวี่ยกัดฟันแน่น มือที่กำกระบี่อาญาสิทธิ์สั่นระริกด้วยแรงสะท้อนกลับ นัยน์ตามังกรฉายแววเคร่งเครียด “เกราะของมันหนาเกินกว่าที่ลมปราณทั่วไปจะเจาะทะลุได้!”หยางจิ้งอวี่ยืนหยัดต้านแรงลมอยู่เบื้องหลัง นางจ้องมองพี่ชายฝาแฝดห้อยตองแต่งอยู่บนหัวแมงมุมด้วยหัวใจอันบีบคั้น ร่างกายของหยางจิงหยุนเริ่มกระตุกเกร็ง เส้นเลือดปูดโปนเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ“ฝ่าบาท! ถ่วงเวลามันไว้!” จิ้งอวี่ตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของสัตว์ร้าย “จุดอ่อนของมันอยู่ที่ข้อต่อบริเวณโคนขา! แต่ต้องทำลายเกราะหุ้มเสียก่อน!”“พูดง่ายแต่ทำยากนะฮูหยิน!” เจิ้งเฟิงเยวี่ยแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ แม้สถานการณ์จะวิกฤตแต่เขาก็ยังคงไว้ซึ่งความอหังการ เขาดีดตัวพุ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status