ของหวงจอมทมิฬ

ของหวงจอมทมิฬ

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-11-17
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 Peringkat. 1 Ulasan
43Bab
2.3KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

“อย่างไรเจ้าค่ะ จะดื่มหรือไม่ดื่ม อันที่จริงของท่านน่ะ จะเรียกไส้เดือนดินก็ดูจะยาวไป เรียกหนอนใบชาจึงเหมาะสม เฮอะ!” ความแซ่บไม่มากแต่ความปากร้ายไม่เคยยอมกัน อะไรคือหนอนชาเขียวต้องติดตามต่อค่ะ

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ

บทนำ

รัชศกไท่เฉิงที่19ของดินแดนต้าเว่ย ปกครองโดยฮ่องเต้นามว่า'หลีสือซาน'มังกรหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบเก้าหนาวโดยไม่มีฮองเฮาเคียงข้างนอกจากกุ้ยเฟยกับเหล่าพระสนมทั้งหลายเท่านั้น นั่นก็เพราะอดีตฮองเฮาจากไปในวัยสาวหลังจากมีบุตรชายให้ฮ่องเต้หนุ่มในวันวานอายุเพียงเจ็ดหนาวนางก็ถึงแก่กรรมไป ทำให้ฮ่องเต้หนุ่มใหญ่นั้นยังรักมั่นคงกับอดีตฮองเฮาที่หวนคืนสวรรค์ไปเร็วไวมาจนถึงในยามนี้และไม่ยอมแต่งตั้งสตรีใดขึ้นมาเป็นฮองเฮาแทนที่อีกเลย

และในวันนี้ก็เป็นวันดีอีกหนึ่งวัน ของเมืองหลวงของดินแดนต้าเว่ย เพราะวันนี้คือวันที่องค์ไท่จื่อ'หลีเซี่ยงหลิ่ว'หรืออดีตองค์ชายสี่ซึ่งเกิดจากอดีตฮองเฮาเช่น ‘ซ่งหลิวอิ๋ง’ที่เพิ่งถูกมอบตำแหน่งไท่จื่อแห่งต้าเว่ยได้เพียงหกเดือนนั้นแต่งพระชายารองหรือเหลียงตี้คนที่หนึ่งและพระชายาเอกหรือไท่จื่อเฟยเข้าตำหนักบูรพาพร้อมกันนั้นเอง ชาวเมืองสองข้างถนนต่างมายืนรอชมขบวนเกี้ยวเจ้าสาว ซึ่งเป็นพี่น้องกันมาจากสกุลหลัวเหมือนกัน อย่างน้อยครั้งที่จะบังเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในดินแดนต้าเว่ย

รัชศกไท่เฉิงที่19ของดินแดนต้าเว่ย ปกครองโดยฮ่องเต้นามว่า'หลีสือซาน'มังกรหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบเก้าหนาวโดยไม่มีฮองเฮาเคียงข้างนอกจากกุ้ยเฟยกับเหล่าพระสนมทั้งหลายเท่านั้น นั่นก็เพราะอดีตซ่งฮองเฮาจากไปในวัยสาวหลังจากมีบุตรชายให้ฮ่องเต้หนุ่มในวันวานอายุเพียงเจ็ดหนาวนางก็ถึงแก่กรรมไป ทำให้ฮ่องเต้หนุ่มใหญ่นั้นยังรักมั่นคงกับอดีตฮองเฮาที่หวนคืนสวรรค์ไปเร็วไวมาจนถึงในยามนี้และไม่ยอมแต่งตั้งสตรีใดขึ้นมาเป็นฮองเฮาแทนที่อีกเลย

และในวันนี้ก็เป็นวันดีอีกหนึ่งวัน ของเมืองหลวงของดินแดนต้าเว่ย เพราะวันนี้คือวันที่องค์ไท่จื่อ'หลีเซี่ยงหลิ่ว'หรืออดีตองค์ชายสี่ซึ่งเกิดจากอดีตฮองเฮาเช่น ‘ซ่งหลิวอิ๋ง’ ที่เพิ่งถูกมอบตำแหน่งไท่จื่อแห่งต้าเว่ยได้เพียงหกเดือนนั้นแต่งพระชายารองหรือเหลียงตี้คนที่หนึ่งและพระชายาเอกหรือไท่จื่อเฟยเข้าตำหนักบูรพาพร้อมกันนั้นเอง ชาวเมืองสองข้างถนนต่างมายืนรอชมขบวนเกี้ยวเจ้าสาว ซึ่งเป็นพี่น้องกันมาจากสกุลหลัวเหมือนกัน อย่างน้อยครั้งที่จะบังเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในดินแดนต้าเว่ย

นั่นอย่างไรหัวขบวนมาโน่นแล้ว”

ท่านป้าท่านหนึ่งชี้มือชี้ไม่ไปยังหัวโค้งถนนที่เห็นหัวขบวนรับตัวเจ้าสาวโผล่มาให้ได้แลเห็น ซึ่งเพียงหัวขบวนก็ยิ่งใหญ่หรูหราให้เป็นบุญตาของชาวบ้านชาวเมืองแล้วจริงๆ

องค์ไท่จื่อช่างรูปงามเสียจริง”

เสียงผู้หนึ่งที่เริ่มแลเห็นหลีเซี่ยงหลิ่ว องค์ไท่จื่อหนุ่มวัยยี่สิบสองหนาวที่อยู่บนอาชาเหงื่อโลหิตสีขาวโดดเด่นที่นำหน้าเกี้ยวหลังโตหรูหราเต็มพิธีการ จนบดบังเกี้ยวหลังน้อยที่อยู่ด้านหลังเอาไว้จนแทบมองไม่เห็น คราวนี้แทนที่ชาวบ้านจะชื่นชมเจ้าบ่าวหรือขบวนสินสอดและเกี้ยวของพระชายาเอก กลับเริ่มกล่าวขวัญนินทาไปถึงเจ้าสาวในเกี้ยวหลังน้อยที่เคลื่อนอยู่ท้ายขบวนซึ่งเป็นพระชายารองทันที

ข้าพอได้ฟังมาบ้างว่าบุตรสาวคนรองของท่านแม่ทัพใหญ่หลัวนั้นไม่เป็นที่รักใคร่ของบิดาทั้งที่นางนั้นก็เกิดร่วมมารดาเดียวกับท่านแม่ทัพน้อยหลัว ที่แท้ก็เป็นจริงหรือนี่?”  ท่านป้าผู้หนึ่งจีบปากจีบคอเจรจา

ก็เห็นๆ กันอยู่ ข้าเพิ่งได้ฟังมาจากบ่าวในจวนท่านแม่ทัพใหญ่หลัว ว่าที่ต้องแต่งคราวนี้เพราะตามธรรมเนียมแล้วหากพี่สาวไม่แต่งออก น้องสาวก็แต่งงานออกไม่ได้เช่นกัน คราวนี้ไท่จื่อไม่เต็มใจแต่งกับคุณหนูรองหลัวแต่เพราะรักใคร่คุณหนูสามมากจึงจำใจต้องแต่งเอาพี่สาวของคนรักมาเป็นตัวแถม”  ท่านป้าอีกคนที่ดูท่าทางแล้วคงรู้ความมากกว่าผู้อื่นกล่าวออกมาอย่างทรงภูมิ

เสียงนินทานั้นลอยมาเข้าหูของคนในเกี้ยวหลังน้อยที่ทั้งเล็กทั้งแคบ ซึ่งรั้งอยู่ท้ายขบวนแทบจะไร้ตัวตน แต่คำนินทาเหล่านั้นกลับไม่ได้ทำให้นางรู้สึกเสียใจหรือไม่พึงใจแม้แต่น้อย นางหลัวเฟยเฟิ่ง’ บุตรสาวคนรองที่เกิดจากอดีตฮูหยินเอกของท่านแม่ทัพใหญ่หลัวนามว่า‘หลัวเหยียนฟ่าน’ แต่กลับมีชีวิตเหมือนไร้ตัวตนอยู่ในจวนใหญ่มาตลอดสิบแปดหนาวเลยแม้แต่น้อย

ก็เห็นๆ กันอยู่ ข้าเพิ่งได้ฟังมาจากบ่าวในจวนท่านแม่ทัพใหญ่หลัว ว่าที่ต้องแต่งคราวนี้เพราะตามธรรมเนียมแล้วหากพี่สาวไม่แต่งออก น้องสาวก็แต่งงานออกไม่ได้เช่นกัน คราวนี้ไท่จื่อไม่เต็มใจแต่งกับคุณหนูรองหลัวแต่เพราะรักใคร่คุณหนูสามมากจึงจำใจต้องแต่งเอาพี่สาวของคนรักมาเป็นตัวแถม” ท่านป้าอีกคนที่ดูท่าทางแล้วคงรู้ความมากกว่าผู้อื่นกล่าวออกมาอย่างทรงภูมิ

โอ๊ย! จริงหรือนี่ แย่จริง หากเป็นเช่นนั้นคุณหนูรองหลัวก็ช่างน่าสงสารเกินไปแล้ว”

เสียงนินทานั้นลอยมาเข้าหูของคนในเกี้ยวหลังน้อยที่ทั้งเล็กทั้งแคบ ซึ่งรั้งอยู่ท้ายขบวนแทบจะไร้ตัวตน แต่คำนินทาเหล่านั้นกลับไม่ได้ทำให้นางรู้สึกเสียใจหรือไม่พึงใจแม้แต่น้อย นางหลัวเฟยเฟิ่ง’ บุตรสาวคนรองที่เกิดจากอดีตฮูหยินเอกของท่านแม่ทัพใหญ่หลัวนามว่าหลัวเหยียนฟ่าน’ แต่กลับมีชีวิตเหมือนไร้ตัวตนอยู่ในจวนใหญ่มาตลอดสิบแปดหนาวเลยแม้แต่น้อย

มือเรียวลูบขนของแมวเหมียวตัวน้อยอายุหกเดือนพลางนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์วุ่นวายภายในจวนสกุลหลัวเมื่อสามเดือนก่อน ที่มาที่ไปของการที่นางต้องมานั่งตัวเล็กตัวลีบอยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวหลังน้อยที่ทั้งเล็กทั้งแคบ ที่นอกจากคนแบกเกี้ยวทั้งสี่คนราวกับหามโลงศพเอาไปฝังไม่ใช่หามเกี้ยวเจ้าสาวไปส่ง ก็ไม่มีสาวใช้ติดตามแม้แต่คนเดียวในขณะนี้ทันที

...จวนสกุลหลัวเมื่อสามเดือนก่อน...

"ไม่เจ้าค่ะท่านพ่อข้าไม่ยินดีแต่งกับไท่จื่อเซี่ยงหลิ่วเด็ดขาด!"

เผียะ! เผียะ! เผียะ!

เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสะท้อนก้องออกมาจากภายในห้องโถงกลางของจวนของสกุลหลัวของท่านแม่ทัพใหญ่หลัวเหยียนฟ่านของดินแดนต้าเว่ยทำเอาสตรีวัยสามสิบห้าหนาวถลาตามติดร่างน้อยของลูกเลี้ยงสาวของนางลงไปก่อนที่นางจะเอากายของตนเองปกป้องหลัวเฟยเฟิ่งที่นางเลี้ยงดูมาราวกับบุตรสาวของตนเองอีกคนทันที

"นายท่านอย่าทำร้ายเสี่ยวเฟิ่งเลยนะเจ้าค่ะ นางก็ผ่ายผอมถึงเพียงนี้ตบตีนางไปประเดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี"

นางจางซื่อหรือฮูหยินรองคนปัจจุบันของท่านแม่ทัพใหญ่หลัวหันไปขอร้องผู้เป็นสามีด้วยน้ำตาเต็มใบหน้าหากแต่เด็กสาวผู้ถูกตบจนใบหน้าบวมกลับไม่มีน้ำตาสักเพียงหยดและไม่ปริปากร้องขอความเมตตาจากคนเป็นบิดาโดยแท้ของตนเองอีกด้วย เพราะนางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้ยิ่งนางวิงวอนเขายิ่งเสียสติและคลุ้มคลั่งทุบตีตนเองหนักมือขึ้นไปอีกหลายส่วน

"หลบไปเย่เซียงหากเจ้าไม่หลบข้าจะไม่เกรงใจเจ้าเช่นกัน"

หลัวเหยียนฟ่านตวาดเสียงดังก้อง ใบหน้าแดงก่ำเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธขึ้งเพราะนังตัวดีสายเลือดชายชู้มันไม่เจียมตัวเจียมตนเองแต่ดื้อดึงไม่ฟังคำสั่งของเขาแล้วหากไม่ทุบตีมันจะยิ่งเหิมเกริมเท่านั้น

"ไม่เจ้าค่ะ หากข้าหลบท่านก็ตีเสี่ยวเฟิ่งจนตายเท่านั้น"

นางจางซื่อหาได้กล่าวเกินจริงเพราะตลอดมานับจากฮูหยินใหญ่หนีหายทิ้งเอาไว้เพียงบุตรสาวเช่นหลัวเฟยเฟิ่งนายท่านหลัวหรือแม่ทัพใหญ่นั้นก็ไม่เคยปรานีเด็กน้อยไร้เดียงสาแม้เพียงหนึ่งครั้งพบหน้าหากไม่ตบตีก็ด่าทอหากไม่มีเหล่าฮูหยินหลัวและนางคอยปกป้องเกรงว่าเด็กน้อยวัยเพียงยี่สิบเก้าวันในอดีตนั้นก็คงตายไปนานแล้ว

เผียะ!

"บังอาจแข็งข้อกับข้าหรือเย่เซียง!" ดวงตาของบุรุษหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบห้าหนาวแดงก่ำราวกับดวงตาของปีศาจร้ายมิใช่ดวงตาของคนปกติทั่วไปอีกต่อไป

"นายท่านหลัวปล่อยท่านแม่รองเดี๋ยวนี้นะ!"

เด็กสาวเรือนกายบอบบางวัยสิบแปดหนาวตาลุกวาวทันใดเมื่อเห็นบิดาของตนเองนั้นตบตีนางจางซื่อจนโลหิตไหลออกมาจากมุมปากแดงฉานไปหมด

"นังเลือดชั่วบังอาจแข็งข้อไม่พอเดี๋ยวนี้ถึงกับปีกกล้าขาแข็งคิดต่อสู้ข้าแล้วหรือ" เมื่อหลัวเฟยเฟิ่งพุ่งตัวเข้าไปแยกผู้เป็นบิดาแน่นอนว่านางต้องทุ่มเทกำลังแรงกายทั้งหมดเพื่อผลักดันแม่ทัพใหญ่ออกไปจึงทำให้หนุ่มใหญ่ยิ่งโกรธจนหน้ามืดไปหมด

"คำก็นังเลือดชั่ว อีกคำก็นังลูกชายชู้นับจากจำความได้ข้าหาได้เป็นคนดีเช่นนั้นข้าคิดปกป้องท่านแม่รองปกป้องตนดังนั้นจะถูกท่านด่าทอว่าเลวลงไปอีกขั้นล้วนไม่ติดขัด อันใดทั้งสิ้นเจ้าค่ะ นายท่านหลัว!"

หลัวเฟยเฟิ่งมองคนที่เป็นบิดาแค่เพียงฐานะด้วยดวงตาแข็งกร้าวเพราะภายในใจไร้ความผูกพันกับบุรุษผู้นี้มานานแล้วก็นับจากนางจำความได้เขาผู้นี้ไม่เคยอ่อนโยนรักใคร่เช่นบิดาผู้อื่น นอกจากนางจะเกิดมาเป็นหญิงแล้วนางยังมีมารดาเป็นสตรีแพศยาหนีตามชายชู้ไปทำให้เขาต้องอับอายขายหน้าคนทั่วทั้งเมืองหลวง นางที่ยังเด็กจึงถูกใช้เป็นที่ระบายโทสะและความคับแค้นมาตั้งแต่อายุเพียงไม่กี่หนาว

ยังดีว่ามีท่านแม่รองกับท่านย่าที่คอยคุมศีรษะของนางมาหลายหนาวจนเมื่อหนึ่งหนาวก่อนฮูหยินผู้เฒ่าหลัวจากไปด้วยโรคชรานางที่พยายามหลบหลีกไม่ยอมออกเรือนก็ถึงคราวลำบาก เพราะฮูหยินใหญ่ของท่านแม่ทัพใหญ่หลัวคนปัจจุบันนั้นเริ่มไม่พึงใจแล้วที่นางซึ่งเป็นบุตรสาวที่อาจนับได้ว่าเป็นรองแค่เพียงบุตรชายคนโตที่เป็นพี่ชายใหญ่นั้นไม่ยอมออกเรือน น้องสาวอีกสองคนย่อมไม่อาจแต่งงานออกเรือนก่อนพี่สาวได้นั่นเองซึ่งหลัวเฟยลี่นั้นไม่เดือดร้อนเพราะยังเด็กนักแต่ที่ดูจะเดือดร้อนมากคงเป็นหลัวเฟยเมี่ยวที่อายุน้อยกว่านางอยู่สามเดือนมากกว่า

แต่เพราะตลอดหนึ่งหนาวหลัวเฟยเฟิ่งใช้ข้ออ้างเฝ้าสุสานของฮูหยินผู้เฒ่าหลัวเพื่อไว้ทุกข์จึงยังไม่ได้ตกลงแต่งงานออกไปกับคุณชายตระกูลใด แต่เดิมทีนางก็มองดูลู่ทางเอาไว้แล้วเพราะสิ้นท่านย่าของนางไปท่านแม่รองกับน้องสาวคนเล็กของนางคงลำบากเพราะฮูหยินใหญ่ผู้นี้นั้นไม่ใช่คนดีอันใดบัดนี้สิ้นบุญท่านย่าแล้วนางคงได้แต่หาบุรุษธรรมดาสักคนมาแต่งงานบังหน้าแล้วแอบจ่ายเงินแก้ปัญหา ทว่ามิคาดฮูหยินใหญ่และบิดาของนางจะไม่รอเวลาครบหนึ่งหนาวไว้ทุกข์ก็ยอมรับหนังสือสู่ขอขององค์ไท่จื่อหลีเซี่ยงหลิ่วเสียแล้ว ซึ่งหากรับหนังสือสู่ขออย่างเดียวนางคงไม่ร้อนใจ แต่ที่นางรับไม่ได้และไม่ยินยอมอยู่ในขณะนี้ก็คือบิดากำลังบีบบังคับให้นางแต่งงานไปเป็นตัวแถมของน้องสาวคนที่สามเช่นที่อายุห่างจากนางอยู่สามเดือนแต่กลับอย่างเร่งออกเรือนจนตัวสั่นนะสิ!

ครอบครัวนี้มันช่างวิปริตเสียจริง เพื่ออำนาจวาสนาเรื่องอกตัญญูเช่นนั้นก็ยังทำได้ลง!…

มีอย่างที่ใดพี่กับน้องสาวแต่งงานกับบุรุษคนเดียวกัน มีสามีคนเดียวกัน ผู้อื่นหลัวเฟยเฟิ่งยังอาจจะหลับหูหลับตาแต่งไปก่อนจากนั้นค่อยหาวิธีซื้อหนังสือหย่าจากน้องเขยในภายหลัง แต่คนผู้นั้นเป็นถึงองค์ชาย ไม่สิ เขาเป็นถึงองค์ไท่จื่อไปเมื่อสามเดือนก่อนแล้วเป็นว่าที่ฮ่องเต้พระองค์ต่อไปอย่างแน่นอน แค่เชื้อพระวงศ์หลัวเฟยเฟิ่งก็ไม่คิดจะไปยุ่งเกี่ยวแล้ว นี่เป็นถึงว่าที่ฮ่องเต้องค์ต่อไปเชียวนะนางยิ่งไม่คิดจะเข้าใกล้

ถึงนางจะมีนามที่แปลได้ความว่า'หงส์ทะยานบิน'แต่กลับไม่เคยมีใจคิดใฝ่สูงเช่นนั้นเลย หลัวเฟยเฟิ่งนั้นอยากใช้ชีวิตเรียบง่าย ออกเดินทางท่องไปในใต้หล้าเพื่อนำวิชาแพทย์ของตนเองที่ได้ร่ำเรียนมาไปช่วยเหลือผู้คนเป็นแค่เพียงนกนางแอ่นน้อยโบยบินอย่างอิสระเสรี หากวันใดท่านแม่รองของนางแก่เฒ่าจนมิอาจรับใช้บิดาได้แล้วนางก็จะรับอีกฝ่ายไปเลี้ยงดูเองไม่รบกวนคนสกุลหลัวเด็ดขาด แต่ใครจะคิดว่าความฝันของนางกำลังจะพังทลายเพราะน้องสาวต่างมารดานั้นอยากเป็นใหญ่เป็นโตเกินตัวเช่นนี้อยากเป็นใหญ่ก็แล้วไปเถิดแต่เหตุใดต้องลากนางดิ่งลงขุมนรกไปด้วยเล่า?!

เผียะ! โครม!

เรือนกายอรชรถูกบิดาตบจนปลิวไปกระแทกกับโต๊ะมุมห้องสติของหลัวเฟยเฟิ่งนั้นมืดสนิทไปครู่หนึ่งก่อนจะกลับมารับรู้ถึงอ้อมกอดของมารดาเลี้ยงที่นางอาจรักมากกว่ามารดาแท้จริงที่ทอดทิ้งกันไปโอบกอดตนเองเอาไว้แนบแน่น ปากของนางจางซื่อก็ร้องบอกให้สามีของนางหยุดมือหยุดเท้าอย่าทำร้ายเด็กสาวน่าสงสารอีกเลย

"พอแล้ว พอเถิดเจ้าค่ะนายท่าน ได้โปรดอย่าตบตีเสี่ยวเฟิ่งอีกเลย"

นางจางซื่อพยายามวิงวอนและขอร้องให้สามีของนางนั้นเมตตาคนตัวน้อยในอ้อมแขนของตนเองด้วยน้ำตาเต็มใบหน้าแต่คนจิตใจดำมืดมีหรือจะฟังคำห้ามปรามเหล่านั้น'หลัวเหยียนฟ่าน'ยังคงตรงเข้าไปกระชากลากถูเรือนกายอรชรของบุตรสาวที่บัดนี้ชุ่มโชกไปด้วยโลหินแดงฉานดวงตาของหลัวเฟยเฟิ่งนั้นยังดูลอยคว้างคาดว่าคงยังมีสติไม่ครบถ้วนเลยด้วยซ้ำไป

"ข้าให้เจ้าแต่งเจ้าก็ต้องแต่งออกไปหาไม่ หึ!หากเจ้าไม่ยินยอมแต่งออกไปพร้อมกับเมี่ยวเอ๋อร์ชาตินี้ข้าก็จะไม่ให้เข้าก้าวขาออกไปพ้นจวนสกุลหลัวแน่กิจการโรงหมออะไรนั่นของเจ้าก็อย่าได้หวังทำต่อไปเลย และไม่ใช่เพียงเจ้า ท่านแม่รองกับน้องเล็กของเจ้าข้าก็จะขายพวกนางออกไปยังหอนางโลมที่ชายแดนเสีย! เหล่าซานเอากรรไกรมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!!!"

เสียงเอ็ดอึงของฮูหยินรองหยวนกับนายท่านหลัวดังออกไปถึงหน้าจวน แต่ฮูหยินใหญ่และคุณหนูสามนั้นกลับไม่สนใจพากันนั่งเลือกผ้าและเครื่องประดับราวกับภายในจวนนี้สงบสุขหนักหนา ก็สามีนั้นจัดการแทนแล้วนางจะเดือดร้อนให้ตนเองดูไม่ดีในสายตาของบ่าวไพร่ภายในจวนไปไย ยิ่งอีกไม่นานนางจะเป็นมารดาของไท่จื่อเฟย ภาพลักษณ์ย่อมต้องงดงาม บุตรสาวของนางก็เช่นกัน หลัวเฟยเมี่ยวนั้นราวกับถอดแบบนิสัยของคนเป็นมารดาไม่มีผิดดังนั้นแล้วขณะนี้ใครจะถูกตีจนตายก็ไม่เกี่ยวกับนางแม้แต่น้อยขอเพียงนางได้ดังที่ใจที่ตนเองมุ่งหวังล้วนพอแล้ว

"ยอมแล้ว...ข้ายอมแล้ว..."

และนั่นคือจุดจบที่หลัวเฟยเฟิ่งจำเป็นต้องเลือก เพราะนางใจดำอำมหิตไม่พอ นางเห็นคนที่เลี้ยงดูตนเองและน้องสาวตัวน้อยวัยเพียงสิบสามหนาวถูกขายออกไปให้กับหอนางโลมไม่ได้จริงๆ นางจางซื่อหนาวนี้ถึงยังงดงามอยู่มากแต่การเป็นนางโลมย่อมไม่ได้ดีงาม ยิ่ง'หลัวเฟยลี่'ถึงจะอายุเพียงเท่านั้นแต่กลับเห็นแววความงดงามมาแล้วถึงเจ็ดส่วนปล่อยเวลาผ่านไปอีกสักหนึ่งถึงสองหนาวหลัวเฟยลี่คงงดงามล่มบ้านล่มเมืองเช่นกัน ไปอยู่ในหอนางโลมชีวิตก็คงจบสิ้นลงแล้ว

ยิ่งขณะนี้พี่ชายเช่นหลัวเฟยหรงนั้นอยู่ไกลถึงชายแดนคงไม่มีผู้ใดขัดขวางบิดาได้ หากนางไม่กระโดดลงหลุมก็คงมิอาจช่วยอีกสองชีวิตได้อีกแล้ว

"หากแต่ก่อนข้านั้นจะแต่งงานออกไปพร้อมกับน้องสาม ขอนายท่านหลัวช่วยส่งแม่รองกับน้องเล็กกลับบ้านเดิมของพวกนางด้วย หาไม่ต่อให้ต้องตายข้าก็ไม่ยอมเข้าตำหนักบูรพา!"

มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่นางจะปกป้องทั้งสองชีวิตให้ปลอดภัยไปตลอดชีวิต ในเมื่อหลัวเหยียนฟ่านคิดจะขายทั้งสองได้หนึ่งครั้งอนาคตก็ยากจะรับรองได้ว่าบุรุษใจทมิฬผู้นี้จะไม่คิดขายทั้งสองอีก ยังดีว่าสุดท้ายนายท่านหลัวก็ยอมถอยหนึ่งก้าว ดังนั้นหลัวเฟยเฟิ่งจึงไม่นิ่งนอนใจ นางเปลี่ยนแผนส่งมารดาเลี้ยงกับน้องสาวคนเล็กไปอีกทางไม่ยอมส่งกลับบ้านเดิมของนางจางซื่อเพราะไม่วางใจบุรุษเช่นบิดาตนเอง ชีวิตสิบแปดหนาวของนางสอนอะไรมามาก

โดยเฉพาะคนเจ้าคิดเจ้าแค้นเช่นคนมีศักดิ์เป็นบิดาของนาง ไม่มีอะไรรับรองได้ว่าภายหลังจะไปตลบหลังนางกับนางจางซื่อมีเพียงต้องป้องกันเอาไว้ก่อนเท่านั้น ดังนั้นในวันนี้เมื่อขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวไปเป็นตัวแถมให้กับน้องสาวต่างมารดานางจึงหมดกังวล บุญคุณความแค้นหลัวเฟยเฟิ่งตัดมันจบลงนับจากก้าวเท้าขึ้นเกี้ยวทั้งเล็กทั้งคับแคบหลังนี้แล้ว นางกับบุรุษเช่นหลัวเหยียนฟ่านตัดขาดกันจากนี้ตลอดไป

เพราะในคราวนี้นอกจากชุดเจ้าสาวกับเครื่องประดับที่เป็นของพระราชทานไม่ให้ขายหน้าผู้เป็นเจ้าบ่าวแล้วนางก็ไม่มีสิ่งใดติดกายมาอีกนอกจากแมวสีขาวดวงตาสองสีที่หลัวเฟยลี่มอบเอาไว้เป็นสิ่งแทนตัวและแทนใจ ก่อนจากลาระหว่างพี่น้องเท่านั้น...

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Jj Jj Ok
Jj Jj Ok
สนุกรวบรัด นิยายแนนำคะ
2026-07-18 17:59:44
0
0
43 Bab
บทนำ
บทนำรัชศกไท่เฉิงที่19ของดินแดนต้าเว่ย ปกครองโดยฮ่องเต้นามว่า'หลีสือซาน'มังกรหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบเก้าหนาวโดยไม่มีฮองเฮาเคียงข้างนอกจากกุ้ยเฟยกับเหล่าพระสนมทั้งหลายเท่านั้น นั่นก็เพราะอดีตฮองเฮาจากไปในวัยสาวหลังจากมีบุตรชายให้ฮ่องเต้หนุ่มในวันวานอายุเพียงเจ็ดหนาวนางก็ถึงแก่กรรมไป ทำให้ฮ่องเต้หนุ่มใหญ่นั้นยังรักมั่นคงกับอดีตฮองเฮาที่หวนคืนสวรรค์ไปเร็วไวมาจนถึงในยามนี้และไม่ยอมแต่งตั้งสตรีใดขึ้นมาเป็นฮองเฮาแทนที่อีกเลยและในวันนี้ก็เป็นวันดีอีกหนึ่งวัน ของเมืองหลวงของดินแดนต้าเว่ย เพราะวันนี้คือวันที่องค์ไท่จื่อ'หลีเซี่ยงหลิ่ว'หรืออดีตองค์ชายสี่ซึ่งเกิดจากอดีตฮองเฮาเช่น ‘ซ่งหลิวอิ๋ง’ที่เพิ่งถูกมอบตำแหน่งไท่จื่อแห่งต้าเว่ยได้เพียงหกเดือนนั้นแต่งพระชายารองหรือเหลียงตี้คนที่หนึ่งและพระชายาเอกหรือไท่จื่อเฟยเข้าตำหนักบูรพาพร้อมกันนั้นเอง ชาวเมืองสองข้างถนนต่างมายืนรอชมขบวนเกี้ยวเจ้าสาว ซึ่งเป็นพี่น้องกันมาจากสกุลหลัวเหมือนกัน อย่างน้อยครั้งที่จะบังเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในดินแดนต้าเว่ยรัชศกไท่เฉิงที่19ของดินแดนต้าเว่ย ปกครองโดยฮ่องเต้นามว่า'หลีสือซาน'มังกรหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบเก้าหนาวโดยไม่มีฮองเฮาเ
Baca selengkapnya
บทที่1
บทที่1ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวมาถึงยังตำหนักบูรพาตามฤกษ์มงคล คราวนี้ผู้คนมาก แขกผู้มีเกียรติมีฐานะล้วนมากล้นหลัวเฟยเมี่ยวย่อมต้องแสดงงิ้วบทน้องสาวรักใคร่กลมเกลียวผู้เป็นพี่สาวที่อายุมากกว่าตนเองเพียงสามเดือนขึ้นมาทันที"ไท่จื่อเพคะ ขอเมี่ยวเอ๋อร์ไปรับพี่สาวมาเดินไปพร้อมกันนะเพคะ"ดังนั้นเมื่อหลีเซี่ยงหลิ่วมาจับมือของนางที่หน้าเกี้ยวเจ้าสาวหลังโตเต็มพิธีการย่อมต้องเอ่ยปากให้อีกฝ่ายนั้นได้ไปรับเอาพี่สาวมาเดินเคียงข้างกันซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของราชวงศ์ต้าเว่ยต้องกระทำเพื่อไม่ให้เจ้าสาวคนใดคนหนึ่งรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอยู่แล้วต่อให้อีกฝ่ายไม่ได้เป็นพี่น้องกันเช่นนางกับหลัวเฟยเฟิ่งก็ตาม แต่ความเป็นจริงแล้วหลัวเฟยเมี่ยวนั้นแค่ต้องการอยากให้ผู้เป็นพี่สาวมาเดินเคียงข้างเป็นข้อเปรียบเทียบให้ตนเองยิ่งโดดเด่นขึ้นในสายตาผู้คนกับบุรุษที่นางรักได้เห็นว่าที่เขาเลือกนั้นไม่ผิดคนด้วยใบหน้าหลังพัดงดงามนั้นหลัวเฟยเฟิ่งด้อยกว่านางอยู่หลายส่วน"นางเป็นเพียงเหลียงตี้จะเดินเคียงข้างพวกเราไม่ได้นางต้องอยู่เบื้องหลังของพวกเราสามก้าวหรืออันที่จริงข้าก็ไม่ได้เต็มใจแต่งนางเข้ามาเป็นนางที่อยากแต่งเข้ามา ดังนั้นพิธีวัน
Baca selengkapnya
บทที่2
บทที่2หลังจากลงมือกระชากขวัญของสตรีไร้ยางอายเช่นคุณหนูรองหลัว หลัวเฟยเฟิ่งแล้ว หลีเซี่ยงหลิ่วก็ตรงมายังตำหนักหงส์ทองซึ่งนับจากนี้จะเป็นตำหนักที่พักอาศัยของหลัวเฟยเมี่ยวสตรีที่เขารักและจริงใจด้วยเพียงผู้เดียวจนกว่าเขาจะขึ้นเป็นฮ่องเต้แทนผู้เป็นบิดา เท้าแกร่งของบุรุษวัยเพิ่งเต็มยี่สิบสองก้าวมั่นคง ใบหน้ายิ้มแย้ม เขามีความสุขจนไม่ทันสังเกตรอบกายของตนเองว่ามีบางสิ่งผิดปกติไปมากอาจเป็นเพราะเขาคิดว่านี่คือที่ทางของตนเองจึงไม่ทันระวังตัวอันใดแม้แต่น้อยและอาจเป็นเพราะเขากำลังมีความสุข จึงลืมระวังตัวไป ต่อให้ในอดีต หลีเซี่ยงหลิ่วจะผ่านความยากลำบากมามากแม้แต่กินอาหารบูดเน่าในตำหนักเย็นเขาก็ผ่านมาแล้ว แต่เมื่อสิบสี่หนาวก่อนผู้เป็นบิดาก็ยินยอมให้อภัยให้มารดาของเขาถึงแม้สุดท้ายจะสายไป ทว่าฮ่องเต้ก็ยังคืนฐานะให้กับเขาที่เป็นบุตรชายซึ่งกำเนิดจากสตรีอันเป็นที่รักอยู่ดี ชายหนุ่มนึกไปถึงครั้งแรกที่พบหน้าหลัวเฟยเมี่ยวในวันนั้นเขายังอายุเพียงสิบแปดหนาวส่วนอีกฝ่ายยังมีวัยเพียงสิบสี่หนาวเท่านั้น นางถูกคัดเลือกมาเป็นสหายร่วมศึกษาของ องค์หญิงหนิงเจียวน้องสาวต่างมารดาอีกผู้หนึ่งของเขา ในวันนั้นนางเอาร่างกา
Baca selengkapnya
บทที่3
บทที่3ครึกครื้น...หลังจากฝ่ามือแกร่งตบลงบนกลไก พื้นห้องตรงที่ทั้งสี่ชีวิตก็เลื่อนออกเปิดเป็นช่องทางลับ ทั้งหมดจึงตกลงไปในหลุมดังกล่าวโดยที่ทั้งสามชีวิตนั้นรู้แจ้งอยู่ก่อนแล้วว่าจะเกิดอันใดขึ้นมีเพียงหนึ่งเท่านั้นที่ไม่ทันรู้ตัวก็ต้องดิ่งลงที่ต่ำก็คือหลัวเฟยเฟิ่งเท่านั้นตุ๊บ! อึ้ก!ทว่าที่ยิ่งกว่าหลัวเฟยเฟิ่งจะมิคาดมากกว่าก็คือตนจะถูกหลีเซี่ยงหลิ่วพลิกเอาร่างของนางเป็นเบาะรองรับเรือนกายแกร่งของบุรุษวัยฉกรรจ์แสนจะบึกบึนเต็มกายที่น้ำหนักไม่น้อยของเขาเข้าเสียได้!"ไป!""ยิง!"เฟี้ยว เฟี้ยว เฟี้ยวหลีเซี่ยงหลิ่วตะโกนขึ้นมาเกือบจะพร้อมกันกับหลีซือหลางร้องสั่งการทหารให้ยิ่งลูกธนูออกไปซึ่งพุ่งเฉียดใบหน้าของหลัวเฟยเฟิ่งเพียงเส้นผมกั้นขวางแต่นางไม่มีเวลาเสียขวัญเพราะมัวแต่แตกตื่นต่อให้นางทั้งจุกทั้งเจ็บและยังไม่ทันต่อว่าอีกฝ่ายที่ใช้ตนเองเป็นเบาะรองรับแรงกระแทกก็พลันถูกกระชากลากถูให้ตามติดเพื่อหลบหนีทหารของฝ่ายองค์ชายใหญ่และบิดาของนางที่พุ่งลงมาชนิดกระชั้นชิดแบบกายใจจ่อท้ายทอยกันเลยทีเดียวตึก! ตึก! ตึก!เหนื่อยแทบขาดใจเป็นเช่นไรหลัวเฟยเฟิ่งเพิ่งประจักษ์กระจ่างใจตนเอง แต่จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใ
Baca selengkapnya
บทที่4
บทที่4ฝ่ายของคนที่ถูกใส่ร้ายป้ายสีจนไม่เหลือความดีเช่นหลีเซี่ยงหลิ่วหรือบัดนี้คือ'เซียวอู๋เกอ'แล้วนั้นกำลังถูกจูอิงหรือจงเจิ้งแบกขึ้นหลังโดยมีจางเยี่ยนจื่อนำหน้าและฉางเฉี่ยน ปิดท้ายคอยคุ้มกันเดินลัดเลาะอยู่บนเขาเพราะต้องหลบทหารของหลีซือหลางทำให้จนป่านนี้เยี่ยนจื่อก็มิอาจลงไปยังชายเขาได้ทั้งที่แดดเริ่มแรงมากขึ้นทุกขณะดูอย่างไรก็คงเลยยามอู่ไปแล้วเป็นแน่"หลัวเหลียงตี้เอ่อ...ท่านหมอจางคุณชายเซียวของข้าเหมือนจะอาการไม่ดีแล้วเราสมควรพักก่อนเถอะ"เป็นฉางเฉี่ยนที่เดินอยู่ด้านหลังสุดเขาจึงสังเกตเห็นว่าผู้เป็นนายนั้นอาการมิสู้ดี แต่คงเพราะไม่อยากถ้วงเวลาอู๋เกอจึงไม่ยอมเปิดปากบอกว่าตนเองกำลังจะไม่ไหวแล้ว จางเยี่ยนจื่อเองเมื่อได้ฟังคำเตือนของฉางเฉี่ยนจึงคิดขึ้นมาได้ว่าตนเองนั้นเดินอ้อมขึ้นเขามาไกลมากแล้วไม่พอบัดนี้ยังมีคนบาดเจ็บรั้งท้ายมาอีกผู้หนึ่งอีกด้วย ยาสมุนไพรยังไม่ได้ใส่แผลให้อีกฝ่ายคาดว่าเขาน่าจะแทบทนพิษบาดแผลไม่ไหวแล้วเป็นแน่"ด้านหน้าเดินอีกสักราวสองเค่อจะมีกระท่อมนายพรานอยู่ อย่างไรพี่จงเจิ้งพาคุณชายเซียวของท่านไปพักรอข้ากับพี่ฉางเฉี่ยนก่อนก็แล้วกัน""ท่านหมอจางจะไปที่ใด" จงเจิ้งถามเ
Baca selengkapnya
บทที่9
บทที่9ผ่านไปอีกสองวันอาการของคุณชายเซียวก็ดีขึ้นเป็นลำดับจน หย่งเซิ่ง หยุนเปียว กวนเหิง จงเจิ้ง และฉางเฉี่ยนนั้นอดจะยอมรับจากใจเสียมิได้ว่า จางฮองเฮามีฝีมือแพทย์ไม่ธรรมดาจริงๆ ส่วนสองผู้เฒ่าเจ้าสองกระท่อมนั้นรู้แจ้งมาสักพักแล้ว จึงไม่แปลกใจ พอห้าวันคุณชายเซียวของทุกคนก็ลุกออกมาเดินรอบข้างกระท่อมเป็นการออกกำลังกายได้แล้ว"คนของท่านมีตั้งมากหากเอาตามากองรวมกันก็ได้เป็นกอบได้แล้วกระมัง เหตุใดท่านจึงไม่เรียกใช้ เอาแต่เรียกให้ข้าไม่หยุดเช่นนี้"อดรนทนไม่ไหว ที่ถูก'คุณชายเซียว'เรียกใช้และให้นางตามติดเขาราวกับเป็นเนื้องอกส่วนหนึ่งในร่างกายมาหลายวัน จางเยี่ยนจื่อจึงกล่าวออกมาหลังจากพาอีกฝ่ายกลับมาส่งจนถึงเตียงนอนเรียบร้อยแล้ว เพราะหญิงสาวแทบไม่มีเวลาเป็นของตนเองคล้ายกับนางและเขาใช้จมูกอันเดียวกัน ปากอันเดียวกัน จะกิน หายใจ นอนนั่ง ยืนและเดินก็ต้องทำร่วมกันนางทนไม่ไหวแล้วนะ!"พวกนั้นเป็นภรรยาของข้าหรือ?"เซียวอู๋เกอถามออกมาด้วยใบหน้าสงบน้ำเสียงเข้มแข็ง ฉางเฉี่ยนเห็น เช่นนั้นก็หันไปสะกิดสีข้างของจงเจิ้งและหย่งเซิ่ง ส่วนหลุนเปียวกับกวนเหิงนั้นไปล่าสัตว์และหาเสบียงมาเพิ่มกับสองผู้เฒ่าแซ่เพ่ยไม่ไ
Baca selengkapnya
บทที่5
บทที่5พอรุ่งขึ้นอีกวันฝันก็หยุดตกแต่เพราะตกหนักมาตลอดค่ำคืนเช้านี้ที่จงเจิ้งคิดจะลงเขาจึงยังทำไม่ได้ในทันที ทว่าก็ไม่ได้ส่งผลร้ายไปทั้งหมดเนื่องจากคนบนเขาลงไปพื้นด้านล่างไม่ได้ คนจากด้านล่างก็ขึ้นเขาไม่ได้เช่นกัน ทหารของหลีซือหลางเองก็คงมิอาจขึ้นมาค้นหาคนบนเขาแห่งนี้ได้เช่นกัน"พี่ฉางเฉี่ยนช่วยเช็ดตัวให้ คุณชายของท่านด้วย ไข้ของเขาสูงมาก ข้าจะออกไปเก็บสมุนไพรมาเพิ่ม ดูแล้วแผลของคุณชายเซียวน่าจะอักเสบ สมุนไพรที่ได้มาเมื่อวานคาดว่าไม่น่าจะใช้รักษาได้อีก"คิ้วเรียวงามของจางเยี่ยนจื่อขมวดยับยุ่ง มองออกไปด้านนอกแล้วก็ให้หนักใจ แต่ไม่ออกไปสภาพของคนป่วยคาดว่าจะอันตราย แผลแต่เดิมนั้นไม่ถึงจุดตาย แต่คงเพราะระหกระเหินผ่านหลายสิ่งมาไม่น้อยกว่าจะได้ยาสมุนไพรจึงไม่ทันการณ์ แผลเกิดติดเชื้อเข้าแล้ว และสำหรับท่านหมอเช่นนางที่ชวนหนักใจที่สุดก็คือแผลอักเสบติดเชื้อนี่เอง"แล้วเจ้าจะออกไปอย่างไร อันตราย ให้จงเจิ้นไปคุ้มกันเถอะ"คนป่วยยังมีแก่ใจคิดว่านางจะหนีไปได้อีก บางทีเขาก็สมควรตายอยู่ไม่น้อย จางเยี่ยนจื่ออดจะคิดในใจเช่นนั้นเสียมิได้ แต่ไม่กล้ากล่าวออกไปหรอกก็เขามันพญายมนางยังจำรสชาติมือของอีกฝ่ายได้
Baca selengkapnya
บทที่6
บทที่6พอนอนพักจนเต็มอิ่มซึ่งจางเยี่ยนจื่อก็ใช้เวลาไปเพียงสองชั่วยาม นางก็ตื่นขึ้นมาจัดการ พาคุณชายเซียวกลับขึ้นเตียง จัดการให้เขานอนพักไปในท่าทางแสนสบาย โดยที่อีกฝ่ายนั้นยังคงมองนางด้วยสายตาพร้อมจะใช้ดาบสับเรือนร่างของนางให้แหลกละเอียดเป็นแสนเป็นล้านชิ้น แต่นางหรือจะสนใจแค่ช่วยเหลือตนเองยังทำไม่ได้จะเอาปัญญาใดมาสังหารนางได้กันเล่า"ข้าน้อยขอเตือนคุณชายเซียวจากใจ ว่าอย่าได้เอาเรื่องขายหน้านี้ไป'ฟ้อง'ท่านจงเจิ้งและพี่เฉี่ยนจะเป็นการดีที่สุด ไม่ใช่อันใดนะเจ้าค่ะ แต่ท่านคงไม่คิดว่าหนึ่งขันทีและหนึ่งองครักษ์ของตนเองจะยอมรับเรื่องชวนอัปยศเช่นการที่ท่านถูกสตรีตัวเท่าลูกแมวรังแกด้วยการถีบตกจากเตียงบ้าง ถูกวางยาสลายกำลังบ้าง หรือที่แย่ที่สุดก็..."จางเยี่ยนจื่อทิ้งสายตาลงไปที่ปากแกร่งของอีกฝ่ายที่ยังมี'ถุงเท้า'ยัดเอาไว้แน่บแน่น คุณชายเซียวอู๋เกอหรือก็คือหลีเซี่ยงหลิ่วยิ่งกว่าโมโหอีกฝ่ายไปมากแล้วจริงๆ แต่พอคิดตามที่นางกล่าวก็เห็นจริงไปกับนางด้วย เรื่องขายหน้าถึงเพียงนี้เขาจะให้คนสนิททั้งสองรู้ไม่ได้โดยเด็ดขาด! แค้นนี้เขาต้องชำระแน่แต่ต้องชำระในภายหลัง!"นับจากนี้ต่อให้เจ้าอยากตาย หากข้า เซียวอ
Baca selengkapnya
บทที่7
บทที่7และแล้วช่วงเวลา'เอาคืน'อันแสนหวานของจางเยี่ยนจื่อก็จบลงอย่างรวดเร็วเมื่อตกดึกสักหน่อยอาการไข้ของเซียวอู๋เกอนั้นสูงจนนางมิอาจปล่อยให้ฉางเฉี่ยนดูแลและเช็ดตัวให้คนป่วยเพียงลำพังได้"พี่ฉางเฉี่ยนไปพักเถอะ ที่เหลือข้าจะดูแล คุณชายเซียวของท่านเอง" เห็นใบหน้าอิดโรยของขันทีหนุ่มจางเยี่ยนจื่อนั้นจึงเอ่ยให้อีกฝ่ายไปพักผ่อนเสียก่อน"จะดีหรือท่านหมอจาง คืนที่ผ่านมาท่านก็ไม่ได้พักผ่อนเช่นกัน" ฉางเฉี่ยนนั้นอดจะรู้สึกเป็นห่วงอีกฝ่ายเสียมิได้เพราะค่ำคืนที่ผ่านมาจางเยี่ยนจื่อเองนั้นก็ไม่ได้นอนพักผ่อนเช่นกัน"ดีสิ ท่านไปพักผ่อนเถอะ ใกล้สว่างท่านค่อยมาเปลี่ยนข้าก็ยังไม่สาย ช่วงนี้ท่านอยู่ก็ยังไม่ได้ช่วยอันใดข้าได้มิสู้ไปนอนพักผ่อนเอาแรงเสียก่อนย่อมดีแน่"ถึงจะกล่าวเช่นนั้นแต่กระท่อมคับแคบ ฉางเฉี่ยนก็ไม่ได้ไปนอนพักไกลอันใด เขาก็เพียงนำฟางที่เป็นข้าวไร่ปลูกบนเขาไปปูรองนอนอีกมุมของกระท่อมเพียงเท่านั้น"คุณชายเซียวดื่มยาก่อนเจ้าค่ะ เสร็จแล้วข้าจะเช็ดตัวให้อีกครั้งหนึ่ง" ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วยามยาที่เคี่ยวก็ได้ที่จางเยี่ยนจื่อจึงมาปลุกคนป่วยให้ตื่นขึ้นมาดื่มยาเพื่อไข้ที่สูงนั้นจะได้ลดลงบ้าง"ไม่เช็ดได้หร
Baca selengkapnya
บทที่8
บทที่8"ยังไม่ทำความเคารพนางอีก"กล่าวจบหลีเซี่ยงหลิ่วที่คิดจะปลอมตัวเป็นคุณชายเซียวนั้นก็ไอออกมาหลายครั้งคิดกันทำให้จางเยี่ยนจื่อนั้นต้องเร่งพุ่งตรงไปประคองอีกฝ่ายให้นอนลงแต่ชายหนุ่มก็ยังคงไปจนตัวงออีกครู่ ไอหนักจนกระอักเลือดหญิงสาวจึงคิดว่าอีกฝ่านั้นอาการทรุดลงหนักแล้วจริงๆ"ท่านจงเจิ้งนำเครื่องมือมาให้ข้า พี่เฉี่ยนไปต้มน้ำร้อนมา จากนั้นท่านก็มาช่วยข้าหยิบเครื่องมือ ส่วนท่านน่ะไปช่วยท่านลุงเก็บฟืนมาเพิ่ม ส่วนท่านผู้นั้นไปช่วยท่านป้าเพ่ยต้มยาให้กับคุณชายเซียวของท่านเร็วเข้า"จางเยี่ยนจื่อรวบรัดสั่งการทุกคนได้คล่องแคล่วนัก ฉางเฉี่ยนกับสองผู้เฒ่าที่เคยช่วยเป็นลูกมือให้กับ'ท่านหมอจาง'มาก่อนแล้วล้วนคุ้นเคยทำตามได้ทันที แต่คนมาใหม่รวมถึงจงเจิ้งนั้นออกจะงงงันอยู่มากยังคงต่างยืนนิ่งเป็นก้อนศิลายักษ์ไม่ขยับไปทางใดดังคำสั่งสักคนเดียว"เร็วเข้า ฝ่าบาทของพวกท่านจะแย่แล้วนะ!"จนนางต้องตอกย้ำไปอีกครั้งบุรุษตัวโตทั้งสี่จึงแยกย้ายไปทำตามคำสั่งของ'จางฮองเฮา'ทันที ไม่คิดอยากจะมีอำนาจไม่คิดอยากจะเกี่ยวข้องกับราชวงศ์หรือแม้แต่ขุนนาง ทว่าสุดท้ายจับพลัดจับผลูอยู่ดีๆ นางกลับต้องมาเป็นฮองเฮาไร้บัลลังก์เสีย
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status