นางร้ายอย่างข้าขออยู่คนเดียวเงียบ ๆ เถอะ

นางร้ายอย่างข้าขออยู่คนเดียวเงียบ ๆ เถอะ

last updateDernière mise à jour : 2025-11-04
Par:  จิตอักษรComplété
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
10
11 Notes. 11 commentaires
75Chapitres
17.4KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

รถที่เธอนั่งประสบอุบัติเหตุ จนเธอกระเด็นตกน้ำ แต่ก่อนที่จะหมดสติเธอนึกถึงตัวร้ายในนิยายที่ชื่อเหมือนเธอ และทั้งสองยังตกน้ำตายเหมือนกันอีก แต่หลังจากที่เธอฟื้นเธอกลับพบว่าเธอเข้ามาอยู่ในร่างของนางร้าย

Voir plus

Chapitre 1

บทนำ พินัยกรรมของคุณย่า

บทนำ

พินัยกรรมของคุณย่า

สายลมฤดูใบไม้ร่วงที่แสนเอื่อยเฉื่อยพัดผ่านยอดสนโบราณที่ยืนเรียงรายสองข้างทางเดินหินเก่า ๆ บ้านไม้สไตล์จีนโบราณตั้งตระหง่านท่ามกลางความเงียบงันของเมืองชนบทที่แสนห่างไกลจากความเจริญ ดูราวกับหลุดออกมาจากภาพเขียนหมึกของจิตรกรโบราณ

เฟิงเหม่ยหลินสาวสวยจากเมืองหลวง เธอก้าวลงจากรถหรู พร้อมเสื้อคลุมยาวสะบัดตามแรงลมที่พักมาเบา ๆ เธอยืนทอดสายตามองตัวบ้านตรงหน้า บ้านไม้หลังเก่าที่เธอไม่ได้กลับมาเยือนนานนับสิบปี นานจนแทบลืมว่าเคยมีบ้านหลังนี้อยู่

“ย่ายกบ้านหลังนี้ให้ฉันจริง ๆ น่ะเหรอ”

หญิงสาวกระซิบกับตัวเองเบา ๆ ขณะยกมือขึ้นลูบลูกบิดประตูไม้ที่เย็นเฉียบ ก่อนจะเปิดมันเข้าไปอย่างช้า ๆ

ย่าของเธอเสียไปสิบกว่าปีแล้ว แต่พินัยกรรมของท่านเพิ่งจะถูกเปิด ในวันที่เธอเรียนจบปริญญาตามคำสั่งของท่าน และตามพินัยกรรม ย่ายกบ้านหลังนี้และของทั้งหมดที่อยู่ในบ้านให้กับเธอ

บ้านหลังนี้ไม่ใช่บ้านหรู ไม่ใช่ตึกระฟ้าใจกลางเมือง เป็นเพียงแค่บ้านไม้หลังเก่า ๆ แต่กลับทำให้หัวใจของเธอเต้นแผ่วอย่างแปลกประหลาด มันคือบ้านเก่าที่เธอเคยมาวิ่งเล่นตอนยังเด็ก เมื่อตอนที่พ่อแม่ของเธอยังมีชีวิตอยู่

ภายในบ้านมีฝุ่นจับแน่นทุกมุม โต๊ะเตี้ย ชุดน้ำชาเก่ากระจัดกระจาย และกลิ่นไม้แห้งผสมกลิ่นเย็น ๆ จาก เฟอร์นิเจอร์ไม้เก่า ๆ เธอเดินสำรวจบ้านเก่าทีละห้อง จนกระทั่งมาถึงห้อง ๆ หนึ่ง ห้องที่เธอจำได้ลาง ๆ ว่าย่าหวงมาก

“นี่สินะห้องที่ย่าเคยห้ามฉันเข้า” เธอมองประตุนั่นสักพัก ก่อนจะเอื้อมมือไปบิดที่ลูกบิดประตู แต่มันก็ไม่สามารถเปิดออก

ประตูห้องนั้นยังคงปิดสนิทและล็อกจากด้านใน แต่กุญแจดอกเก่าในซองจดหมายที่ย่าให้เธอไว้ ยังคงใช้งานได้เธอไม่ลังเลที่จะไขมันออก เสียงลั่นของประตูดังขึ้น

ก่อนที่บานประตูจะเปิดออก พร้อมกับสายลมแปลกประหลาดที่พัดสวนออกมาปะทะใบหน้าของเธอ ฝุ่นยังคงหนาเพราะขาดการทำความสะอาจมานาน แต่มีบางสิ่งกลับดูสะอาดจนน่าประหลาดใจ

ภายในห้องมีชั้นหนังสือไม้โบราณ ที่เต็มไปด้วยตำราเล่มหนา บันทึกเก่า ภาพถ่ายเก่า และหนังสือเพียงเล่มเดียวที่โดดเด่นที่สุด ปกดำด้าน ตัวหนังสือสีทองที่จางหายจนแทบมองไม่เห็น

“รักใต้จันทรา ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่” เธอหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมา แล้วอ่านชื่อของมันด้วยเสียงเบา ๆ

ถ้าเธอจำมันไม่ผิด เธอเคยเห็นย่าของเธออ่านหนังสือเล่มนี้และท่านรักหนังสือเล่มนี้มาก ท่านเคยบอกว่าชื่อของเธอเหมือนกับหนึ่งในตัวละครของเรื่องนี้

เธอถือหนังสือเล่มนั้นติดมือออกมาโดยไม่รู้ตัว เหมือนแรงดึงดูดบางอย่างบอกกับเธอว่าให้ “เอาไป” แล้วเธอก็ทำตาม

ที่เบาะหลังของรถ กลายเป็นมุมสงบของเฟิงเหม่ยหลิน หญิงสาวนั่งไขว่ห้าง มือข้างหนึ่งกอดเสื้อคลุมไว้หลวม ๆ ขณะที่มืออีกข้างลูบหนังสือเล่มเก่าปกดำที่เธอเพิ่งได้มาจากบ้านของย่าอย่างเบามือ

“รักใต้จันทรา” ชื่อที่ดูเรียบง่าย แต่ชวนให้รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้ง

กลิ่นของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์แบบโบราณลอยขึ้นมาจาง ๆ เมื่อเธอเปิดหน้าแรก

“ในคืนพระจันทร์เต็มดวง ดอกเหมยแรกแย้มในจวนแม่ทัพใหญ่”

เสียงบรรยายในใจเริ่มดังก้อง พร้อมภาพในหัวของเธอที่คิดภาพหญิงสาวที่นั่งปักผ้าอยู่กลางสวน

ตัวละครเอก ซูเยี่ยน บุตรสาวบุญธรรมของอดีตท่านแม่ทัพที่มีหัวใจบริสุทธิ์และใบหน้าอ่อนโยน ราวกับเทพธิดาในภาพวาด

เฟิงเหม่ยหลินเลิกคิ้ว “แน่นอนตัวนี้ต้องเป็นนางเอกที่แสนดีตามพล๊อตเรื่องทั้วไปแน่ๆ” เธอพึมพำเบา ๆ ก่อนจะเปิดอ่านหน้าต่อ ๆ ไป

ถัดจากนั้นไม่กี่หน้า ตัวละครชายคนแรกก็ปรากฏ องค์ชายสาม หลี่อวี้เหิง เย็นชา ฉลาด หยิ่งทระนง และ หล่อบัดซบ

“นางผู้นี้ เจ้าคิดว่าเหมาะกับตำแหน่งชายาของข้าหรือไม่”

เขาพูดกับขันทีในขบวนรถม้า ขณะมองซูเยี่ยนจากเงาผ้าม่าน แน่นอน นางไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกจับตามอง เธอก็แค่ช่วยชาวบ้านเก็บตะกร้าผลไม้ที่หล่นพื้น

“แหม พระเอกแบบเดิม ๆ เลยสินะ ทำหน้าขรึมแต่แอบตกหลุมรักตั้งแต่เห็นหน้ากันครั้งแรก”

เฟิงเหม่ยหลินกลอกตาบ่นออกมาเบา ๆ  แต่ก็ยังคงอ่านต่อ

จากนั้นอีกไม่กี่หน้า ก็ถึงฉากแรกของ “นางร้าย” ที่โผล่มาอย่างอลังการในงานเลี้ยงของจวนแม่ทัพ

เฟิงเหม่ยหลิน บุตรสาวตระกูลใหญ่ ผู้มากด้วยยศศักดิ์ งามหยดย้อย แต่นิสัยแสนร้ายกาจ

“หญิงต่ำต้อยเช่นนั้นน่ะหรือ สมควรยืนข้างองค์ชาย”

เธอกล่าวพลางยกพัดขึ้นปิดครึ่งใบหน้า รอยยิ้มเยาะในดวงตาเด่นชัดยิ่งกว่าบนริมฝีปาก แม้จะไม่มีคำพูดหยาบคาย แต่สายตาก็แทงใจจนซูเยี่ยนสะอึกไป

เฟิงเหม่ยหลิน (ตัวจริง) หลุดหัวเราะพรืด

“โอ๊ย นี่มันฉันเหรอ ร้ายจัด นี่มันนางร้ายสูตรสำเร็จชัด ๆ” เธออดหัวเราะออกมาเบา ๆ กับความร้ายของตัวร้ายไม่ได้

แต่ความรู้สึกสนุกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความไม่พอใจ เมื่ออ่านต่อไปเรื่อย ๆ

ไม่ว่าจะกี่บท “เฟิงเหม่ยหลิน” ในนิยายก็ไม่เคยชนะซูเยี่ยนได้เลย เธอพ่ายแพ้ทั้งในสนามสังคม และหัวใจขององค์ชาย

ยิ่งไปกว่านั้น ทุกครั้งที่เธอคิดแผนแกล้งนางเอก ก็จะมีคนคอยขัดขวางเสมอ ไม่ใช่องค์ชายแต่เป็น แม่ทัพหนุ่ม ผู้อบอุ่น เยือกเย็น และเที่ยงธรรม

แม่ทัพซูหมิงเฉิน พระรองผู้น่าหลงใหล ทั้งแข็งแกร่ง ทั้งอ่อนโยน ฉลาด รักความถูกต้อง และปกป้องนางเอกแบบสุดตัว

เขากระชากข้อมือเฟิงเหม่ยหลินก่อนจะบีบแน่นไว้ในบทหนึ่ง “หากยังกลั่นแกล้งซูเยี่ยนอีก ข้าจะไม่ไว้หน้าแม้เจ้าจะเป็นธิดาเสนาบดี”

เฟิงเหม่ยหลินคนอ่าน กำหมัดแน่น

“หา แบบนี้มันเกินไปไหมวะ นางร้ายผิดก็จริง แต่ทำแบบนี้รุนแรงไปไหมแม่ทัพ” เธอบ่นออกมาอย่างรู้อินในตัวละคร

“แล้วดูซูเยี่ยนสิยืนน้ำตาคลอ เหมือนจะเป็นลมตลอดเวลา ตามบทนางเอกผู้อ่อนแอจริง ๆ” เธอบ่นแต่ก็ยังคงอ่านต่อ

“พระเอกก็รักนางเอก พระรองก็รักนางเอก แล้วนางร้ายละจะมีใคร แต่ก้ร้ายซะขนาดนั้นจะมีใครสนใจละ” เธอพลิกหน้ากระดาษแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตามอารมณ์ความอิน

และพบบทสรุปของเฟิงเหม่ยหลินว่าเธอจบชีวิตด้วยการตกน้ำตาย ระหว่างแผนลักพาตัวนางเอก รถม้าที่เธอใช้เกิดอุบัติเหตุ ตัวเธอเองพลัดตกจากรถม้า จมหายไปในแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวและเย็นยะเยือก โดยไม่มีใครคิดจะช่วย

หลังอ่านมาถึงตรงนี้ ความเงียบในรถแน่นิ่งลงไปชั่วขณะ เฟิงเหม่ยหลินปิดหนังสือลง เสียงฝนตกปรอย ๆ กระทบกระจกรถดังเปาะแปะ

“โห ตายแบบไม่มีใครคิดไปช่วยสักคนเหรอ” เธอบ่นออกมาเบา ๆ “โดนเขียนบทให้เป็นตัวร้ายขนาดนี้เลยสินะ”

เธอพิงเบาะรถ ถอนหายใจ แล้วสบตาเงาของตัวเองที่สะท้อนในกระจกหน้าต่างรถ

“แต่ถ้าเป็นฉันนะ ฉันจะไม่แย่งพระเอกหรอก จะปล่อยให้พวกนางรักกันไปให้พอใจเลย” เธอพูดกับตัวเองเบาๆ

“ฉันจะไปจีบพระรอง ผู้ชายดี ๆ แบบนั้น สมควรได้รับความรักคืนบ้างเหมือนกันหรือไม่ก็อยู่เงียบ ๆ ในจวนของตัวเอง แล้วทำตัวเป็นคุณหนูผู้เย่อหยิ่งดีกว่า”

เธอบ่นพร้อมกับมองไปที่ข้างนอก ตอนนี้รถกำลังวิ่งข้ามสะพานวันนี้พระจันทร์เต็มดวง ภาพของพระจันทร์ดวงโตที่สะท้อนบนพื้นน้ำทำเอาเธอละสายตาไม่ได้

“คุณหนูระวัง”

แต่แล้วก็มีเสียงเบรกรถกะทันหันดังขึ้น รถไถล เสียงคนขับร้องตะโกน เฟิงเหม่ยหลินถูกเหวี่ยงไปข้างหน้า

โลกหมุนคว้าง รถไถลอย่างรุนแรง ล้อหน้าทิ้งรอยยาวบนพื้นถนนที่เปียกชื้น ก่อนจะพุ่งชนราวสะพานอย่างแรง โครม

ร่างของเฟิงเหม่ยหลินปลิวขึ้นจากเบาะ คนทั้งคนกระเด็นออกนอกตัวรถในวินาทีที่กระจกด้านข้างแตกกระจาย ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเกินกว่าจะตั้งสติได้ เธอรู้เพียงว่าเธอกำลังร่วงลงมา

ลมหายใจถูกดึงออกจากปอด ร่างทั้งร่างลอยคว้างกลางอากาศ เสียงของโลกภายนอกเงียบงัน มีเพียงเสียงหัวใจของเธอเองที่เต้นรัวอย่างหนักหน่วง

สายฝนเย็นเฉียบฟาดหน้า ภาพเบื้องล่างคือสายน้ำกว้างใหญ่สีคล้ำดำที่ขยายใหญ่ขึ้นทุกวินาที

“นี่ฉันกำลังจะตกน้ำเหรอ”

มันคือความจริงที่สมองยังไม่ทันประมวลผล แต่ร่างกายกลับรับรู้ก่อนแล้ว ปลายนิ้วเธอสั่น หน้าท้องหดเกร็ง ดวงตาเบิกโพลง

“เหมือนฉากนั้นเลย” เธอคิดในใจ “เฟิงเหม่ยหลิน ในนิยายก็ตกน้ำตายเหมือนกัน”

หัวใจของเธอเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล ราวกับลางบอกเหตุ เสียงสุดท้ายที่แว่วอยู่ในหัวไม่ใช่เสียงคนขับรถที่ตะโกนเรียกเธอ ไม่ใช่เสียงลม แต่เป็นประโยคในหนังสือที่เธอเพิ่งอ่านไปไม่กี่นาทีก่อน

“เฟิงเหม่ยหลิน กระเด็นตกจากรถม้า พลัดจมหายไปในแม่น้ำ และไม่มีใครตามไปช่วย” เพราะไม่มีใครรักนางเลยแม้แต่คนเดียว

ทันใดนั้น ตูม!!

ร่างของเธอกระแทกผิวน้ำ เสียงดังปานสายฟ้าฟาด แล้วทุกอย่างก็กลายเป็นความเย็นเยียบ น้ำทะลักเข้าสู่รูจมูก ปาก และหู เธอตะเกียกตะกายพยายามลอยขึ้น แต่ขาทั้งสองข้างกลับเหมือนถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่าง

ความกลัวแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความเย็นกัดกินเนื้อหนัง ความมืดโอบล้อม เธอมองไม่เห็นสิ่งใด แขนเหวี่ยงไปมาในน้ำโดยไร้ทิศทาง เธอพยายามจะตะโกน เรียกใครสักคน แต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา

“นี่ฉันกำลังจะตายจริง ๆ เหรอ” เธอคิด

“จุดจบของฉันจะเหมือนนางร้ายคนนั้นจริง ๆ งั้นเหรอ”

เธอคิดถึงหน้าตัวเองในกระจกเมื่อครู่ คิดถึงชื่อที่บังเอิญซ้ำกัน คิดถึงนิยายที่หยิบออกมาจากห้องเก็บของในบ้านย่า

คิดถึงตอนที่ตัวเองพูดเล่น ๆ ว่าอยากจะจีบพระรองแทน

“พระรองที่แสนดีคนนั้น เขาจะช่วยฉันเหมือนช่วยซูเยี่ยนไหมนะ”

ภาพของแม่ทัพซูหมิงเฉินลอยเข้ามาในหัวอย่างไร้เหตุผล ทั้งที่เขาเป็นแค่ตัวละครในหนังสือ รอยยิ้มอ่อนโยนสายตาเด็ดขาด น้ำเสียงหนักแน่น

“แม่ทัพ ช่วยฉันด้วย”

เสียงในใจเงียบหาย เธอมองเห็นแสงจันทร์ริบหรี่เหนือผิวน้ำ แล้วทุกอย่างก็มืดดับลงในวินาทีนั้น

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres

commentairesPlus

spiyana9
spiyana9
เอื่อยจริง เหมาะกับคนที่ชอบแบบอ่านเรื่อยๆ นิ่งๆ เน้นพรรณนาเยอะๆ อ่านแล้วเสียงในหัวเป็นแบบโมโนโทนเลย
2026-04-02 03:33:52
0
0
ผ้าม่าน
ผ้าม่าน
สนุกมาก อ่านไม่เบื่อเลย
2026-03-21 08:42:35
0
0
Nira Ho
Nira Ho
สนุกไหม อ่านไปสิบกว่าตอน มันน่าเบื่ออะไร จะเทแล้ว
2026-03-05 07:38:55
0
0
Jaa Jaa
Jaa Jaa
สนุกนางเอกต้องแบบนี้ชอบดูได้ไม่ผิดหวังคะ
2026-02-23 14:44:46
2
0
Meส
Meส
สนุกมากแนะนำลองอ่านดู
2025-12-06 13:03:43
2
0
75
บทนำ พินัยกรรมของคุณย่า
บทนำพินัยกรรมของคุณย่าสายลมฤดูใบไม้ร่วงที่แสนเอื่อยเฉื่อยพัดผ่านยอดสนโบราณที่ยืนเรียงรายสองข้างทางเดินหินเก่า ๆ บ้านไม้สไตล์จีนโบราณตั้งตระหง่านท่ามกลางความเงียบงันของเมืองชนบทที่แสนห่างไกลจากความเจริญ ดูราวกับหลุดออกมาจากภาพเขียนหมึกของจิตรกรโบราณเฟิงเหม่ยหลินสาวสวยจากเมืองหลวง เธอก้าวลงจากรถหรู พร้อมเสื้อคลุมยาวสะบัดตามแรงลมที่พักมาเบา ๆ เธอยืนทอดสายตามองตัวบ้านตรงหน้า บ้านไม้หลังเก่าที่เธอไม่ได้กลับมาเยือนนานนับสิบปี นานจนแทบลืมว่าเคยมีบ้านหลังนี้อยู่“ย่ายกบ้านหลังนี้ให้ฉันจริง ๆ น่ะเหรอ”หญิงสาวกระซิบกับตัวเองเบา ๆ ขณะยกมือขึ้นลูบลูกบิดประตูไม้ที่เย็นเฉียบ ก่อนจะเปิดมันเข้าไปอย่างช้า ๆย่าของเธอเสียไปสิบกว่าปีแล้ว แต่พินัยกรรมของท่านเพิ่งจะถูกเปิด ในวันที่เธอเรียนจบปริญญาตามคำสั่งของท่าน และตามพินัยกรรม ย่ายกบ้านหลังนี้และของทั้งหมดที่อยู่ในบ้านให้กับเธอบ้านหลังนี้ไม่ใช่บ้านหรู ไม่ใช่ตึกระฟ้าใจกลางเมือง เป็นเพียงแค่บ้านไม้หลังเก่า ๆ แต่กลับทำให้หัวใจของเธอเต้นแผ่วอย่างแปลกประหลาด มันคือบ้านเก่าที่เธอเคยมาวิ่งเล่นตอนยังเด็ก เมื่อตอนที่พ่อแม่ของเธอยังมีชีวิตอยู่ภายในบ้านมีฝุ่น
Read More
ตอนที่ 1 ฟื้นจากความตาย
ตอนที่ 1ฟื้นจากความตายเสียงน้ำกระทบฝั่งอย่างเชื่องช้า สายลมเย็นเฉียบพัดผ่านใบหน้า ราวกับกำลังปลุกปลอบร่างที่ไร้เรี่ยวแรงเฟิงเหม่ยหลินรู้สึกเหมือนลอยอยู่กลางความว่างเปล่าทั้งกายหนักอึ้ง ราวกับจมหายไปในความฝันที่ไม่มีทางตื่น ข้างในอกเต็มไปด้วยความหนาวเหน็บ ความมืด และเสียงเรียกที่แผ่วเบาราวกระซิบ“คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ”เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นแผ่วเบา ก่อนจะแทรกซึมเข้ามาในหัว เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย สัมผัสได้ถึงกลิ่นยาสมุนไพรบางเบาที่โชยเข้าจมูก“คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ”เปลือกตาหนักอึ้งค่อย ๆ เปิดขึ้น แสงสลัวจากโคมไฟน้ำมันสะท้อนแผ่วเบากับม่านผ้าบาง ๆ สีขาวที่ไหวตามลม มีผ้าห่มปักลายหนานุ่มคลุมอยู่บนร่าง ร่างกายของเธอนอนอยู่บนเตียงไม้ที่แกะสลักอย่างสวยงามเฟิงเหม่ยหลินกระพริบตาปริบ ๆ ห้องนี้ ไม่ใช่โรงพยาบาล ไม่ใช่รถพยาบาล ไม่ใช่ โลกที่เธอจากมา“ที่นี่มัน ที่ไหน” เธอพึมพำเสียงแผ่วเบา ขณะที่มองไปรอบ ๆ ห้องด้วยความงุนงง หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกเจ็บหน้าอกเพดานไม้ลายจีนโบราณ ผ้าม่านเนื้อหนา โต๊ะชาจีน แม้กระทั่งชุดนอนของเธอก็ไม่ใช่เสื้อผ้าสมัยใหม่ หากแต่เป็นชุดคลุมผ้าปักมือแบบโบราณทันใดนั้น ร่างข
Read More
ตอนที่ 2 อยู่คนเดียวก็ไม่เห็นเป็นไร
ตอนที่ 2อยู่คนเดียวก็ไม่เห็นเป็นไรเสียงนกร้องเจื้อยแจ้วกลางสวนหลังจวน ดอกเหมยสีชมพูอ่อนร่วงหล่นละลานตา แสงแดดยามสายสาดผ่านซุ้มไม้เลื้อยอย่างอ่อนโยน ลมพัดใบไม้ไหวตามจังหวะธรรมชาติเฟิงเหม่ยหลินนั่งอยู่ใต้ศาลาในชุดสีขาว สะอาด เรียบง่าย ไม่ได้ปักลวดลายมากมายเหมือนก่อน อาการบาดเจ็บจากการตกน้ำจางหายไปจนแทบไม่เหลือร่องรอย ร่างกายฟื้นตัวเร็วราวกับไม่ได้ผ่านความตายมาเลยสักนิดเธอจิบชาช้า ๆ สายตากวาดมองรอบจวนที่เงียบสงัด ร่มรื่น และว่างเปล่าวันนี้เป็นวันที่แปดนับจากวันที่เธอฟื้น นอกจากสาวใช้ที่ผลัดเวรดูแลและท่านพ่อที่มาหาเธอวันละไม่เกินหนึ่งชั่วยามก็ไม่เคยมีใครอื่นมาเยี่ยมเธออีกเลยแม้แต่คนเดียวไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ขุนนางตระกูลใกล้ชิด หรือคุณหนูที่เคยอยู่สำนักเรียนด้วยกันก็ไม่มี เธอหลุบตามองแก้วชาในมือ ก่อนยกยิ้มแห้งในลำคอ“นี่ฉันไม่มีเพื่อนเลยเหรอ”คำถามนั้นลอยอยู่ในหัวเพียงชั่วครู่ ก่อนจะมีคำตอบแล่นขึ้นมาเองโดยไม่ต้องคิดให้ยุ่งยากใช่ ไม่มี เพราะ “เฟิงเหม่ยหลิน” ในบทนิยายเดิมไม่เคยสนใจจะมีเพื่อนหญิงสาวผู้เฝ้าคิดหมกมุ่นกับการครอบครององค์ชายสาม ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการหาเรื่องนางเอก หาข้ออ้าง
Read More
ตอนที่ 3 งานเลี้ยงงานแรก
ตอนที่ 3งานเลี้ยงงานแรกเสียงพิณแผ่วเบาคลออยู่ในงานเลี้ยงยามเย็น แสงโคมทอดตัวเหนือศาลาริมน้ำ กลิ่นดอกไม้หอมจางลอยเคล้ากับไอเย็นของฤดูใบไม้ผลิขุนนางชั้นสูงและคุณหนูตระกูลใหญ่ต่างจับกลุ่มสนทนา หัวเราะเบา ๆ ด้วยท่วงท่าสง่างามจนกระทั่ง เสียงเหล่านั้นเงียบลงแทบจะในทันที เพียงเพราะแค่เธอก้าวเท้าข้ามประตูงานเข้ามาเฟิงเหม่ยหลิน หญิงสาวในชุดสีขาวปักลายดอกไม้เนื้อบาง ผมดำยาวรวบไว้ด้วยปิ่นหยกเรียบหรู ท่วงท่าการเดินของเธฮสงบนิ่ง ไม่เร่งร้อน แต่มีแรงกดดันอันประหลาดแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณเธอยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่สายตานับสิบคู่กลับเลือบมามองราวกับต้องมนต์หรืออาจจะเป็นเพราะความกลัว“นั่นคุณหนูเฟิง”“นางฟื้นจากการตกน้ำแล้วจริง ๆ งั้นหรือ”“ข้าคิดว่านางคงไม่มีวันกล้าออกจากเรือนอีกแล้วเสียอีก หลังจากทำเรื่องนั้น”เสียงซุบซิบแผ่วเบาดังมาจากทุกทิศทาง แต่เมื่อดวงตาคมเรียวของเธอเหลือบมองไปทางกลุ่มใด กลุ่มนั้นก็รีบเงียบเสียง แล้วหลบตาทันทีเส้นทางเบื้องหน้าที่เคยแออัดแหวกออกโดยไม่ต้องใช้คำสั่ง ไม่มีใครกล้าเอ่ยปาก ไม่มีใครกล้าทัก มีเพียงสายตาที่มองเธออย่างหวาดหวั่น แฝงรังเกียจ และอยากรู้อยากเห็นเฟิงเหม่ย
Read More
ตอนที่ 4 นางร้ายก็ยังคงเป็นนางร้าย
ตอนที่ 4นางร้ายก็ยังคงเป็นนางร้ายเสียงฝีเท้าหนักแน่นของทหารยามเคลื่อนผ่านโถงหน้าจวนแม่ทัพ ยามวิกาลเพิ่งจะเริ่มต้น แต่เรือนหลักกลับสว่างไสวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เพียงเพราะข่าวลือหนึ่งประโยค“คุณหนูเฟิงนั่งสนทนาอย่างสนิทสนมกับคุณหนูซูเยี่ยนตลอดทั้งงานเลี้ยง”ก็กลายเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่กระแทกใจของสองบุรุษผู้คอยปกป้องนางมาตลอดจวนแม่ทัพใหญ่ ภายในห้องโถงไม้สัก ซูเยี่ยนนั่งเรียบร้อยบนเบาะนุ่ม ดวงตาใสไร้พิษภัย ขณะที่เบื้องหน้าของนาง มีชายสองคนยืนด้วยสีหน้าไม่สู้ดีหลี่อวี้เหิง หรือองค์ชายสามเขาอยู่ในชุดคลุมยาวสีเข้ม ใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงแรงกดดันซูหมิงเฉิน แม่ทัพหนุ่มผู้สงบนิ่ง แต่ดวงตาเยือกเย็นกว่าคืนที่ไร้ดาว“เจ้าไปนั่งข้างเฟิงเหม่ยหลิน ด้วยความเต็มใจ หรือถูกนางบังคับ”หลี่อวี้เหิงเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน น้ำเสียงเขากดต่ำจนแทบสะท้อนพื้นไม้ซูเยี่ยนพยักหน้าช้า ๆ “ข้านั่งข้างนางเอง และไม่มีผู้ใดบังคับ”“เจ้าไม่กลัวนางหรือ” ซูหมิงเฉินถามต่อ ดวงตาคมเต็มไปด้วยความระแวดระวัง“เจ้าลืมแล้วหรือ ว่าเหตุการณ์ตกน้ำคราวนั้น นางเป็นคนวางแผน”ซูเยี่ยนส่ายหน้าอย่างยิ้ม ๆ ก่อนจะหันไปตอบซูหมิงเฉิน“ข้ามิได้ลืมท่
Read More
ตอนที่ 5 แขกคนแรก
ตอนที่ 5แขกคนแรกหลายวันผ่านไปหลังจากงานเลี้ยงในคืนนั้น ดอกเหมยที่เคยบานสะพรั่งเริ่มร่วงโรย ใบไม้เปลี่ยนสีเป็นสัญญาณของฤดูใหม่เช่นเดียวกับหัวใจของเธอที่ค่อย ๆ ปรับตัวเฟิงเหม่ยหลินยังคงอยู่ในจวนไม่ออกไปไหนเช่นเคย เช้าอ่านหนังสือ บ่ายดื่มชา เย็นนั่งมองฟ้าอย่างเหม่อลอย ไม่มีจดหมาย ไม่มีแขก ไม่มีข่าวจากซูเยี่ยนวันแล้ววันเล่า เธอเริ่มเรียนรู้ที่จะไม่คาดหวัง แม้จะไม่ยอมรับตรง ๆ แต่ลึก ๆ เธอก็รู้ว่าเธอแอบรอจนเมื่อความเงียบนานพอ เธอก็เริ่มบอกกับตัวเองว่า“บางทีความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความแปลก อาจจบลงอย่างเงียบงันก็ได้”แต่แล้วในเย็นวันนั้น ท้องฟ้ากำลังแต่งแต้มด้วยสีส้มอ่อนยามอาทิตย์ใกล้ตกดิน สายลมพัดหอบกลิ่นหอมจากดอกไม้ที่ปลูกริมระเบียงเสียงสาวใช้วิ่งมาด้วยหน้าตาตื่น ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูซูเยี่ยนมาขอพบเจ้าค่ะ”เฟิงเหม่ยหลินชะงักนิ้วที่กำลังจะพลิกหน้าหนังสือ เธอเงยหน้าขึ้นมองสาวใช้ช้า ๆ สายตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจที่เก็บไว้ไม่มิด“เจ้าว่าอะไรนะ ใครมา” เธอถามซ้ำอีกครั้งอย่างไม่เชื่อหู“คุณหนูซูเจ้าคะ คุณหนูซูเยี่ยนมาขอเข้าพบ”ภายในศาลาหลังเรือน ซูเยี่ยนนั่งเ
Read More
ตอนที่ 6 คำสั่งห้ามเข้าใกล้
ตอนที่ 6 คำสั่งห้ามเข้าใกล้บ่ายวันหนึ่งในจวนสกุลเฟิง ท้องฟ้าเหนือเรือนกระจ่างใส แต่ในศาลากลางสระบัวกลับปกคลุมด้วยความเงียบและแรงกดดันแผ่ว ๆ จากผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญองค์ชายสามหลี่อวี้เหิง เขาอยู่ในชุดคลุมสีดำสนิท ยืนสงบนิ่งราวกับเงามืด อยู่ที่ทางเข้าศาลาตรงข้ามเขา เฟิงเหม่ยหลินนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ประณีตกลางศาลา เธอดื่มชาอย่างไม่เร่งรีบ ราวกับไม่ได้สนใจสายตาคมที่จ้องมองเธอแม้แต่น้อย“ข้าไม่ได้คิดจะมาเยี่ยมเยียน แต่มีบางเรื่องที่ข้าไม่อาจนิ่งเฉยได้”หลังจากยืนนิ่งอยู่นานเขาก็พูดขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบ เยือกเย็น ทว่าแฝงด้วยแรงสะกดดวงตาเรียวหรี่ลงเล็กน้อย“เจ้ารู้หรือไม่ ว่าซูเยี่ยนแอบมาหาเจ้าทุกวัน”เฟิงเหม่ยหลินไม่ตอบทันที เธอวางถ้วยชาลงเบา ๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองชายตรงหน้า สายตาคู่นั้นนิ่ง เย็นชา และเรียบเฉยราวกับน้ำแข็งที่ไม่ยอมละลาย“ข้ารู้”เพียงคำเดียว น้ำเสียงแผ่วเบา ทว่านิ่งเสียจนคล้ายจะกระแทกอากาศรอบตัวหลี่อวี้เหิงขมวดคิ้วเล็กน้อย“เจ้ากำลังใช้วิธีตีสนิทกับนาง เพื่อให้ทุกคนตายใจ แล้วกลับเข้าสู่วงในของวังหลวงใช่หรือไม่”หลังองค์ชายสามพูดจบ เฟิงเหม่ยหลินก็หัวเราะเบา ๆ ราวกั
Read More
ตอนที่ 7 คำเตือนจากท่านแม่ทัพ
ตอนที่ 7คำเตือนจากท่านแม่ทัพแสงตะวันยามเย็นทาบลงบนลานของจวนแม่ทัพ ซูเยี่ยนเดินก้าวเข้ามาพร้อมใบหน้ายิ้มระรื่นดวงตาของนางเปล่งประกาย ใบหน้าแดงเรื่อเพราะอารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัด“วันนี้เหม่ยหลินยิ้มให้ข้าด้วย”ซูเยี่ยนกระซิบกับตัวเองเบา ๆ ขณะเดินผ่านทางเดินหินเรียบๆ เข้าสู่จวนแม่ทัพนางชอบยามที่อีกฝ่ายยิ้มมันอบอุ่นจนทำให้หัวใจนางพองโต ทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไรมากด้วยซ้ำ แต่รอยยิ้มนั้นกลับมากพอจะทำให้วันของนางสว่างขึ้นมาอย่างน่าแปลกใจ จนกระทั่งเสียงทุ้มต่ำเย็นชาดังขึ้น“ได้เวลากลับมาแล้วหรือ”เสียงนั้นหนักแน่น ทว่าราบเรียบราวกับสายลมหนาวพัดใส่กลางใจซูเยี่ยนชะงักเท้า รอยยิ้มที่ยังอยู่บนใบหน้าเมื่อครู่หายวับทันทีกลางลานจวนร่างสูงในชุดดำยืนสงบอย่างทรงอำนาจ ซูหมิงเฉิน พี่ชายบุญธรรมของนาง เขายืนกอดอกใบหน้าเคร่งขรึม ดวงตาเรียบเฉยราวกับตัดโลกทั้งใบ“เจ้า ไปไหนมา”เสียงของหมิงเฉินไม่ได้ดัง แต่น้ำเสียงกลับทำให้ซูเยี่ยนรู้สึกเหมือนเด็กที่แอบทำความผิดมา“ขะ…ข้าไปหาเหม่ยหลินมา”ชื่อที่หลุดออกจากปากนาง ทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบลงทันควันยิ่งกว่าเดิมหมิงเฉินขยับคิ้วเล็กน้อย ดวงตาคมกล้าสะท้อนแสงยาม
Read More
ตอนที่ 8 นางไม่เหมือนเดิมจริงๆ
ตอนที่ 8นางไม่เหมือนเดิมจริงๆเสียงฝีเท้าหนักแน่นขององค์ชายสามดังชัดเจนเมื่อเดินเข้ามาในเรือนใหญ่ของจวนแม่ทัพ บรรยากาศโดยรอบยังคงเงียบงันตามแบบฉบับของจวนขุนนางใหญ่ เหล่าขันทีและสาวใช้ต่างหลบตาและรีบถอยฉากไปตามข้างทางอย่างรู้หน้าที่“เจ้ากลับมาแล้วหรือ” อี้เหิงถามขึ้นทันทีที่เห็นหมิงเฉินยืนรออยู่ที่หน้าห้องหนังสือ สาเหตุที่เขารีบมาที่นี่เพราะรู้ว่าหมิงเฉินไปพบเฟิงเหม่ยหลินมาหมิงเฉินพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเดินเลยเข้าไปในห้องหนังสือด้านข้าง อี้เหิงจึงเดินตามเข้าไปโดยไม่พูดอะไรอีก เมื่อประตูปิดลง ทั้งห้องก็เงียบลงราวปิดกั้นโลกภายนอก“นางว่าอย่างไร ยอมถอยห่างจากซูเยี่ยนหรือไม่” อี้เหิงถามเสียงเรียบ ขณะนั่งลงฝั่งตรงข้าม “เจ้าได้คุยกับนางแล้ว ใช่หรือไม่”หมิงเฉินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงต่ำ “ใช่ นางไม่ได้ตอบรับว่าจะเลิกเข้าใกล้เยี่ยนเอ๋อร์”หลี่อี้เหิงถึงกับเลิกคิ้วสูงเล็กน้อย “หึ ฟังดูเป็นเฟิงเหม่ยหลินคนเดิมไม่มีผิด แล้วเจ้าว่านางมีแผนการอะไรหรือไม่” อี้เหิงถาม แต่หมิงเฉินไม่ได้ตอบโต้กลับทันที เขาเพียงหลุบตาลง นึกถึงแววตาและใบหน้านิ่งเฉยคู่นั้น และรอยยิ้มเย็นชาที่ยังติดตาอย
Read More
ตอนที่ 9 นางไม่ได้เปลี่ยน
ตอนที่ 9 นางไม่ได้เปลี่ยนระหว่างที่เหล่าคุณหนูโต๊ะอื่น ๆ กำลังสนทนากันอย่างออกรส โต๊ะของพวกเธอ กลับเงียบสงบจนน่าแปลกใจยกเว้น ซูเยี่ยน หญิงสาวนั่งยิ้มระรื่นพลางหันมาทางเฟิงเหม่ยหลิน แล้วเริ่มซักถามด้วยเสียงแผ่วเบา“เจ้าชอบของหวานหรือของคาวมากกว่าหรือ”เฟิงเหม่ยหลินตักอาหารอย่างใจเย็น ก่อนตอบเรียบ ๆ“คาว”“แล้วชอบสีอะไรที่สุด”“ม่วงเข้ม”“เจ้าชอบฤดูไหน”“ฤดูใบไม้ผลิ”คำตอบทุกคำสั้นกระชับ แต่เธอก็ตอบหมดไม่เคยเมินเฉย ต่างจากใบหน้าที่นิ่งสงบจนคนภายนอกคงคิดว่าเธอไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อยแต่กับคนที่นั่งข้าง ๆ อย่างซูเยี่ยนนางกลับรู้ว่าทุกคำตอบที่ออกมาจากปากเธอนั้นคือความตั้งใจ ที่เหม่ยหลินจะตอบจริง ๆ และนั่นทำให้หัวใจของซูเยี่ยนอ่อนยวบลงอย่างเงียบงัน“เจ้ารู้ไหม เวลานั่งคุยกับเจ้าตอนนี้ ไม่เหมือนกับตอนที่อยู่ในจวนเลย” ซูเยี่ยนพูดเบา ๆ ยิ้มจนตาหยี“นั่นเป็นเพราะที่จวน ข้าไม่ต้องระวังสายตาใคร” เฟิงเหม่ยหลินตอบเรียบ ๆคำพูดนั้นทำให้ซูเยี่ยนหันมองเธออย่างเข้าใจทันที แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ เสียงของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้นด้านหลังโต๊ะ“ช่างน่าประหลาดใจยิ่งนัก ที่เจ้ากล้าปรากฏตัวในงานเลี้ยงเช่นนี้ด้วย
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status