LOGINอยุ่ดีดีทาสอย่างข้า ก็กลายเป็นราชบุตรเขยซะอย่างนั้น จะทำอย่างไรได้ในเมื่อข้านั้นเกิดมารูปงามเกินใคร ถ้าเช่นนั้น ข้าก็จะขอเป็นพระสวามีที่ดีที่สุดของท่าน องหญิงค์ห้าท่านอย่าคิดที่จะหนีจากข้าเชียว!.....
View More“อ่าา.......โยกเยกเป็นบ้าเลย ขับรถให้มันดีดีหน่อยไม่ได้รึไงเนี่ย? เมารถจนจะอ้วกอยู่แล้วนะ”
ชายหนุ่มได้ยินเสียงเอะอะดังอยู่รอบตัว แต่เขาไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก “พวกนี้ทำอะไรกันอยู่วะ หนวกหูเป็นบ้าเลย” โคตรจะมึนหัวเลยให้ตายเถอะ ร่างสูงใหญ่บ่นพึมพำในลำคอไม่กี่ประโยค ก่อนจะล้มตัวลงนอนแผ่หลาอยู่ที่เดิม รถสี่ล้อยังคงเคลื่อนตัวไปไม่หยุด ท่ามกลางเสียงพูดคุยจ้อกแจ้กจอแจ พาหนะที่เขานั่งกระแทกซ้ายขวาไปมา พาให้นอนไม่สบาย แต่กระนั้นเขาก็เมาหนักเกินกว่าจะลืมตาตื่นขึ้น “เฮ้ย! ไปดูมันสิ ตายแล้วหรือยังน่ะ” เสียงแว่ว ๆ ดังใกล้หูเขา เซียวต้าเหรินรำคาญจนแทบทนไม่ไหว ตะโกนอะไรอยู่ได้ ไม่น่าดื่มหนักขนาดนั้นเลย เพราะเจ้าพวกเพื่อนบ้าพวกนั้นนั่นแหละ มายุให้เขาดื่มไม่หยุด “โอ๊ย ปวดหัว หัวโขกแท็กซี่แล้วมั้ง? “ ” เดี๋ยวถึงคอนโด จะถ่ายรูปรายงานกรมขนส่งซะให้เข็ด ขับรถประสาอะไรกัน..” ร่างนั้นสะลึมสะลือพึมพำ เอื้อมมือลูบหัวตัวเองก่อนคอพับหลับพิงตัวรถไปอีกครั้ง “ไม่ตื่นเลยขอรับ” บ่าวรับใช้ตะโกนเสียงดัง เขาทั้งใช้ฝ่ามือจิ้ม ทั้งผลัก รวมถึงตบใบหน้าชายหนุ่มเบา ๆ เขาก็ยังไม่ตื่น ไหนลองอีกทีสิ ผัวะ ผัวะ เบาก็แล้ว แรงก็แล้ว นี่มัน..ข้าคงไม่ถูกโบยด้วยอีกคนใช่ไหม? “หลีกไป ไอ้บ่าวโง่! ให้ข้าดูมันหน่อย “ ชายวัยกลางคนตัวใหญ่โต กล้ามเนื้อแน่นปั๋งอย่างกับยักษ์ ก้าวเข้ามาผลักคนรับใช้จนพ้นทาง มือใหญ่ตะปบกรงไม้ที่บรรทุกอยู่หลังเกวียน ตะโกนเรียกคนด้านในเสียงดังปานฟ้าร้อง “เฮ้ยย.. ไอ้ทาสสกปรกตัวเหม็น ตื่นเดี๋ยวนี้ อย่ามาตายในนี้นะ! “ พ่อค้าทาสหยิบไม้ท่อนใหญ่ ฟาดลูกกรงไม้ไม่ยั้ง มองคนตัวเปื้อนมอมแมมด้านใน ที่เริ่มหน้าซีดไร้สีเลือดขึ้นเรื่อย ๆ บนศีรษะนั้นมีของเหลวเหนียวสีแดง ไหลย้อยลงมาเปรอะเปื้อนใบหน้า หรือว่ามันไม่ได้แกล้งตายกัน ไอ้สารเลวนี่ฤทธิ์เยอะนัก ทั้งแหกปากทั้งด่าทอ ร่ำร้องไม่หยุด เผลอไม่ได้หนีเร็วนัก กว่าจะให้คนตามจับกลับมาได้ เสียเวลาไปมากโข แค่โดนทุบตีแค่นี้จะตายแล้วหรือ ใจเสาะยิ่งนัก ถ้าหากว่าตายขึ้นมางานคงจะเข้าข้าอีกแน่ ไอ้เวร หนุ่มใหญ่หันไปสั่งคนรับใช้ข้างตัวด้วยความเคร่งเครียด “เร็ว! รีบไปเอากุญแจมา “ เหลียนก่งสับเท้าเดินวนเวียนไปมาด้วยความร้อนใจ ไอ้สารเลวนี่เป็นของดีซะด้วย นานแค่ไหนแล้ว ที่ไม่ได้มีสินค้าชั้นดีไว้ให้โก่งราคาแบบนี้ “ใครอยู่ตรงนั้น! ไปตามท่านหมอมา เร็วเข้า!” เขาตะโกนโหวกเหวก คนรับใช้หลายคนวิ่งไปท้ายขบวนวุ่นวาย ยิ่งเวลาผ่านไปนานยิ่งร้อนใจ เกรงจะไม่ทันการ โชคดีที่หมอหลี่มาเร็วมาก ชายชราวิ่งกระหืดกระหอบมาแต่ไกล “ท่านหมอหลี่ มันตายรึยัง? อย่าให้มันมาตายในขบวนนะ ท่านต้องช่วยมันให้ได้ อย่างน้อยให้มันตายหลังจากที่ข้าขายมันได้แล้ว! เร็ว รีบช่วยมันเดี๋ยวนี้เลย! “ หลี่หยุนสบถด่าในใจ ไอ้สารเลวที่ซื้อขายชีวิตคนเป็นผักปลา มีหรือจะห่วงชีวิตคน เขาว่าแล้วว่าคนอย่างเหลียนก่งหรือจะสนใจชีวิตผู้อื่น นิ้วมือเหี่ยวย่นของหมอเฒ่าหลี่หยุน แตะข้อมือผอมบางของชายหนุ่มจับชีพจร และตรวจร่างกายโดยรวม เข็มเล่มเล็กถูกฝังทั่วตัวเด็กหนุ่มอ่อนวัยตรงหน้า เพื่อห้ามเลือด รั้งเขาไว้ไม่ให้รีบไปปรโลก อืมมม..เสียเลือดมากจริงๆ ที่จริงควรจะถึงฆาตแล้วด้วยซ้ำโชคดีที่ถึงมือหมอทันเวลา ไม่ถูกสิ อาจจะโชคร้ายก็เป็นได้ มีชีวิตอยู่แบบนี้ ตายไปเสียยังดีกว่า หมอเฒ่าครุ่นคิดอยู่ในใจ มือนั้นไม่ว่างเว้นทำงานไม่หยุด หลี่หยุนจรดพู่กันเขียนชื่อสมุนไพรหลายอย่าง ใส่กระดาษส่งให้คนรับใช้หนุ่มข้างกาย “ไปจัดยาตามนี้ น้ำห้าส่วน ต้มเหลือส่วนเดียว ให้เขากินสามมื้อ สามวันน่าจะดีขึ้น” เด็กหนุ่มเงยหน้า ขอคำอนุญาตจากเหลียนก่ง เมื่อเห็นนายตนพยักหน้า เขาจึงรีบวิ่งหน้าตั้งไปยังเกวียนม้าของหมอหลี่ด้านหลัง เหลียนก่งที่สีหน้าไม่สู้ดีค่อยรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย แต่ปากยังไม่วายก่นด่าไม่หยุด.... “ยังไม่ทันจะขายออก ดันทำข้าเปลืองเบี้ยอัฐเสียแล้ว ข้าคงต้องโก่งราคาค่าตัวเจ้านี่ขึ้นไปอีก แย่จริง อ้อ อย่าให้หน้ามันเป็นแผลล่ะท่านหมอ “ “หากใบหน้ามีตำหนิ ประเดี๋ยวราคาจะตกเอา “แม้มีขุนนางเข้าออก แต่ภายในจวนใหญ่แห่งนี้มักเป็นพ่อบ้านเริ่นฉงกับแม่นางอิ่นเม่ยออกหน้าคอยดูแลจัดการ ทั้งสองมีคนของตนเอง พวกบ่าวที่เหลือแค่ทำหน้าที่ของตนก็พอ งานสบายเจ้านายไม่เรื่องมาก ใครไม่ชอบเล่า“ในจวนบางทีมักจะมีคนตายถูกพาออกไป ข้าไม่รู้หรอกว่าจริงหรือไม่ พวกที่ฝ่าฝืนคำสั่งน่ะไม่เคยได้กลับมา ข้าได้ยินคนอื่นพูดกัน ไม่เห็นหรือส่วนเรือนหลังมีองครักษ์เยอะมาก““นายหญิงเป็นถึงสายเลือดโอรสสวรรค์ เจ้าน่ะ ทำตัวให้ดีเถอะ แอบหนีหลายครั้งแต่ยังไม่มีใครมาทำโทษ โชคดีแค่ไหนแล้ว””คิดว่าองครักษ์พวกนั้นจะใจดี ปล่อยเจ้าหนีโดยไม่รายงานหรือไง เจ้าทำอะไร เจ้านายในจวนรู้หมดนั่นแหละ“ หนุ่มใหญ่หน้าคล้ำเตือนอย่างเป็นห่วง”พี่ชายชื่ออะไร พี่รู้มากเหมือนกันนะ ข้าอยู่นี่ตั้งหลายวันยังไม่รู้อะไรสักอย่าง ไม่มีใครสนใจพูดกับข้าเลย นอกจากลุงเริ่น“”ข้าฟู่หมิง ข้าถูกซื้อขายเคยเป็นทาสมาหลายปีแล้วล่ะ สุดท้ายส่งต่อมาเป็นบ่าวที่นี่ จะบอกให้ที่นี่น่ะดีที่สุดเชื่อข้า ใช่ว่าจะเข้ามาที่นี่ได้ง่ายนะ“”ข้าเชื่อท่าน เอาเช่นนี้ ต่อไปพวกเรามาเป็นพี่น้องกันดีหรือไม่ล่ะ ข้าชื่อต้าเหริน ไม่รู้ว่าตนเองอายุเท่าใดเหมือนกัน ข้าขอเป็น
“เร็ว รีบจับกลับมา อย่าให้ไปก่อเรื่องที่ด้านนอก” เดิมทีเห็นว่าชายหนุ่มหน่วยก้านดี สูงใหญ่เหมาะจะนำมาให้จงซื่อฝึกเป็นองครักษ์ไว้ใช้ทำงาน บุรุษข้างกายหัวเราะเสียงทุ้ม ขัดความคิดนาง“ไม่เป็นไรขอรับ ทาสชายนั่นไม่มีแรงมากพอ ก่อนหน้านี้คงถูกทรมานมาปางตาย เห็นสลบอยู่แถวประตูเรือนด้านหลัง ข้าน้อยให้คนหามเข้าไปไว้ที่เรือนพักแล้วขอรับ”“.......”***เซียวต้าเหรินลืมตาตื่นขึ้นในความมืด เสียงลูกคอแปดหลอดของพ่อบ้านเริ่นที่นอนด้านข้างกรนดังสนั่น แต่ชายหนุ่มกลับหลับสบาย แถมยังน้ำลายไหลยืดลงมาเป็นทาง”นี่เขาหนีออกไปแล้วไม่ใช่รึไง? ทำไมมาโผล่อยู่เรือนพักอีกแล้วล่ะ!“ เฮ้อ ต้องโทษร่างกายเจ้าของร่างนี้อ่อนแอเหลือเกิน สะดุดล้มทีคงจะแข้งขาหักเลยละมั้ง ว่าแล้วจับเนื้อจับตัวตัวเองสำรวจไปทั่ว ตัวผอมกะหร่อง ข้าวคงไม่ค่อยตกถึงท้อง สมเป็นทาส บ่นไปก็เท่านั้น เขานึกอะไรไม่ออกเกี่ยวกับร่างนี้เหมือนกัน แต่ในเมื่อยังมีชีวิตอยู่ คงต้องหาทางใช้ชีวิตให้ดีต่อไปเซียวต้าเหรินชูไม้ชูมือทำท่าขึงขัง กองทัพต้องเดินด้วยท้อง หาของกินก่อนแล้วกัน ชายหนุ่มทำท่าย่องเหมือนแมวไปตามทางเดินราวกับโจรผู้ร้ายเข้าไปในครัวเห็นเงาตะคุ่มแอ
บรรยากาศเงียบสงบ เสียงปลาหลีฮื้อสะบัดน้ำผลุบโผล่ สะท้อนแสงสีส้มระยิบระยับไปกับแสงแดดอ่อนเหลืองนวล ใบบัวสีเขียวมีดอกบัวชมพูปนขาวนวล ลอยปริ่มน้ำเบ่งบานสะพรั่ง ทิวทัศน์งดงามผ่อนคลาย .....ในศาลาไม่มีคนอยู่ มีเพียงโต๊ะน้ำชาเล็ก ๆ วางอยู่ด้านข้าง หรือบางทีนางอาจชอบแบบเอาท์ดอร์?สมกับเป็นคนใหญ่คนโต อยากจะรับทาสเข้าฮาเร็มสักคน... ยังจะวางมาดเหลือเกิน... ชายหนุ่มบ่นอยู่ในใจ“เจ้ารออยู่ที่นี่ นายหญิงยังไม่ว่าง สักพักจะเข้ามา...” เขาพยักหน้ารับฟังแต่ไม่รับรู้...“ขอรับ” ร่างสูงเข้าไปนั่งเกาะราวระเบียงในศาลามองดูฝูงปลาแหวกว่ายใต้ใบบัวไปมา...รออยู่เกือบสองชั่วโมงแล้วมั้ง... ยังไม่เห็นแม้แต่ชายเสื้อผู้เป็นนาย... แถมเพิ่งกินขนมเปี๊ยะไปชิ้นเดียว แค่นี้มันพอยาไส้ที่ไหนกัน.... หิวอีกแล้ว ท้องของชายหนุ่มส่งเสียงราวกับฟ้าร้อง....เหลือบมองโต๊ะน้ำชาที่มีฝาปิดครอบไว้ตรงกลาง ด้านในมีขนมเผือกกวนวางอยู่ ของเจ้านายไหมนะ? เขาแอบหยิบแทะกินไปชิ้นหนึ่ง.... แค่ชิ้นเดียวไม่มีใครรู้หรอกน่า... ไม่เรียกว่าขโมยรออยู่นานยังไม่มีใครมา บางทีนายหญิงอาจเตรียมไว้ให้เขาก็ได้ ตรงนี้ก็มีแค่เขาคนเดียว คิดไปคิดมาเขาก็เก็บทั้งหม
ตรงกันข้ามกับโลกฮาเร็มที่เขาคิด บุรุษตัวเหม็นถูกองครักษ์หน้าตายในจวนหิ้วปีกมาโยนเข้าไปในโรงครัว “ไปทำความสะอาดเนื้อตัวซะ... จากนี้ไปเจ้าจะได้ทำงานที่นี่..” ห๋าาา... ทำงานในครัวเนี่ยนะ.. นี่มันผิดจากที่เขาคิดไปไกลเลย ไม่ใช่ว่าข้ารูปงามหรือ โอกาสสุขสบายไม่ต้องเป็นทาสของข้า นายบำเรอบ้าบออะไรกัน แม้แต่เล็บขบของนางเขาคงไม่มีโอกาสได้เห็นแล้ว! บ้าบอที่สุด! นี่มันต่างจากที่คิดไปไกลโขเลย แต่ต้าเหรินไม่ได้สนใจอะไรมาก หลังจากตื่นยังคงมึนงง ท้องของเขาส่งเสียงโครกคราก พ่อบ้านใหญ่เริ่นฉงที่กำลังมองดูบ่าวไพร่ในจวนจัดเตรียมวัตถุดิบ หันมามองบ่าวทาสคนใหมอย่างพิจารณา.... ใบหน้านั้นสกปรกมอมแมม แต่ยังเห็นเค้าความหล่อเหลาเจ้าสำอาง.. ไม่แน่ว่าวันหนึ่ง เจ้าหนุ่มผู้นี้อาจจะได้ดิบได้ดี เข้าไปปรนนิบัติรับใช้เจ้านายจนได้ดีก็เป็นได้ คนเราไม่ควรดูถูกผู้อื่น ไม่ว่าสภาพตรงหน้าจะเหมือนขอทานแค่ไหนก็ตาม ไม่เคยเห็นนายหญิงซื้อทาสกลับจวนสักครั้ง... ไม่เป็นมิตรก็อย่าได้สร้างศัตรู ยิ่งกับคนไม่รู้ที่มา นี่เป็นประสบการณ์ที่ไม่มีใครสอน เขาเห็นขุนนางเข้าออกจวนมากมาย ทั้งคนตายและคนเป็น คนฉลาดที่รู้จักโง่เท่านั้นถึ