تسجيل الدخولเมื่อหยางซินเยว่ถูกหักหลังจากคนที่ไว้ใจจนตัวเองต้องตายพอได้เกิดใหม่ในดินแดนที่แปลกประหลาดยังถูกน้องสาวต่างมารดารังแกแถมบิดาผู้ให้กำเนิดยังรังเกียจที่ไร้พลังทั้งยังต้องค้นหาชาติกำเนิดที่เเท้จริงของตน
عرض المزيدI woke up sore, every muscle aching, my body still humming with the memory of last night. Heat lingered on my skin, the sweetest kind of ache. My lashes fluttered open and there he was, lying right beside me.
Reid. My world. My husband. The steady rise and fall of his chest, the faint stubble shadowing his jaw, the way his arm was already draped across my waist as if he couldn’t let go even in sleep, it all made my heart squeeze. I shifted closer, snuggling into his warmth, breathing in that intoxicating scent of cedar and skin that was uniquely his. Just as I tilted my face to look at him, his lips brushed the curve of my neck. A shiver shot through me. “Mm… Reid…” I whispered, my voice half a moan, half a plea. His lips curved into a smirk against my skin. “Good morning, my baby,” he murmured, his voice low, rough with sleep, but devastatingly tender. His hand slid over my hip, pulling me closer until not even a breath could fit between us. I turned in his arms, catching the hunger in his eyes the moment they opened. “You’re insatiable,” I teased, though my voice trembled with want. “Only with you,” he replied, brushing his thumb over my bottom lip before capturing it with a possessive kiss. I gasped against his mouth as his weight shifted over me, his body covering mine with protective heat. My hands tangled in his hair, pulling him deeper, needing him closer. His kisses grew urgent, tasting of promises and fire, tracing down my throat as if he couldn’t get enough of me. “Reid,” I moaned again, my nails raking lightly over his back. “We… we shouldn’t… it’s morning…” He chuckled, dark and wicked, lips grazing the swell of my chest. “Then let the morning start with you,” he whispered. “Let every day start like this, with my wife in my arms, moaning my name.” The words melted what little resistance I had left. His touch became bolder, his kisses hotter, until the room blurred around us and the only thing that mattered was him, his hands, his mouth, the way he made me forget the world outside our bed. Every sigh, every shiver, every whispered endearment became a symphony between us, building again until I was consumed, lost in the love of the man who held me like I was everything he’d ever wanted. Reid brushed my hair back gently, his lips ghosting over my temple before he rolled onto his back with a satisfied sigh. I curled against him, still dazed. “Where are you going?” I asked when he started to sit up. My voice came out small, uncertain. “It’s Sunday… we should be spending the day together.” Reid reached for his shirt, buttoning it lazily while giving me that familiar smile, the one that always made me forgive too easily. “I’m going to meet Natalie,” he said matter-of-factly. “She’s having trouble with that property case in court. She needs my help.” At the mention of her name, something tightened in my chest. Natalie. His childhood best friend. She always seemed to need him. Always managed to find her way into our weekends, our evenings, our moments. I tried to keep my voice steady. “But… it’s Sunday, Reid. I thought… maybe just for once, we’d stay in bed, spend the day together. Just us.” He leaned over and kissed my forehead softly, lingering as if that would erase my unease. “You’re my wife. My everything. But Natalie's been by my side since we were kids. She really needs me today, and I promise I’ll be back before evening.” I forced a smile, nodding even though doubt pricked at me like needles beneath my skin. “Alright,” I whispered. “I’ll wait.” Reid cupped my face, his thumb brushing along my cheek. “Don’t worry,” he said gently, his eyes holding mine. “It’s just Natalie. Nothing more. You have my heart, always.” I nodded again, this time more hesitant than before. My lips curved, but inside, unease lingered. As the door clicked shut behind him, I lay back against the sheets still warm from his body, my mind whispering questions my heart didn’t want to hear.“เสี่ยวเป่าเจ้าต้องช่วยข้า”เสี่ยวเป่าเหมือนจะรู้ว่าเสี่ยวหงต้องการจะทำอะไร มันกระโดดไปที่นางแล้วคายแก่นพลังของมันวางไว้บนมือของเสี่ยวหง ซินเยว่ที่กำลังโรมรันอยู่กับไป๋ซวี่เฟิงไม่ทันเห็นสิ่งที่พวกเขากำลังทำ‘ฝากเจ้าดูแลนางด้วยนะแล้วอย่าลืมไปตามหาข้าเล่า’เสี่ยวหงพูดกับเสี่ยวเป่าที่ตัวหดเล็กลงกลายเป็นก้อนขนอีกครั้ง เสี่ยวหงใช้แก่นพลังของนางและเสี่ยวเป่าที่บำเพ็ญมายาวนานเพื่อผนึกร่างของไป๋ซวี่เฟิงเอาไว้จากนั้นนางระเบิดแก่นพลังของตนเพื่อทำลายดวงจิตของเขาก่อนที่นางจะหายไป เสี่ยวหงส่งกระแสจิตมาที่ซินเยว่‘แม้ว่าข้าจะตายไปแล้วเกิดใหม่อยู่ที่ใดข้าและเจ้าจะยังคงผูกพัน ในชาตินี้ข้าตายไปก่อนเมื่อถึงเวลาจุติอีกครั้งหวังว่าเจ้าจะตาหาข้าจนพบ’น้ำตาหยดสุดท้ายหลั่งออกมาจากดวงตาหงส์คู่งามของเสี่ยวหง ไป๋เยี่ยนหลงดึงร่างของซินเยว่ให้ออกห่างจากรัศมีแรงระเบิด ไป๋ซวี่เฟิงดินรนเพื่อให้หลุดจากการผนึกของเสี่ยวหงแต่เพราะมีแก่นพลังของเสี่ยวเป่าด้วยเขาจึงต้องสลายหายไปพร้อมกับนางท้องฟ้าที่เคยเเดงฉานกำลังมีฝนตกลงมาเหมือนท้องว่ากำลังหลั่งน้ำตาให้กับเสี่ยงหง ซินเยว่ร้องเรียกหาเสี่ยวหงทั้งน้ำตา เสียงร้องไห้ของนางดั
ชายชุดดำนับร้อยค่อยๆ เปิดเผยตัวแต่ละคนมีพลังขั้นเจี๋ยตันขึ้นไปทั้งนั้น ไป๋เยี่ยนหลงยังคงนั่งนิ่งอยู่เช่นนั้นเหมือนกับเขามิได้หวันเกรงให้กับคนของไป่ซวี่เฟิงเลยสักนิดด้านซินเยว่ยังคงหลับไม่ตื่นวนเวียนอยู่ในภาพฝันที่นางได้อยู่ร่วมกับคนตระกูลหยางอีกครั้ง นางรู้สึกมีความสุขเมื่อได้อยู่กับพวกเขาแต่ความรู้สึกลึกๆ เหมือนกำลังโหยหาบางสิ่งแต่นางไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร นางนั่งเหม่อลอยอยู่คนเดียวในศาลาใกล้สระบัวท่าทางของนางเหงาหงอยเหมือนกำลังรอคอยบางสิ่ง“หลานรักปู่มีของที่ต้องการมอบให้เจ้า”ท่านปู่ของนางเดินเข้ามาในศาลา ซินเยว่หันมาสนใจ หยางตงฉวนท่านปู่ของนาง“นี่คือสิ่งที่จำกัดพลังของเจ้าเอาไว้ เมื่อถึงเวลาเจ้าจะต้องได้ใช้มันแน่”เขาได้มอบป้ายหยกรูปหงส์ให้นางถึงเวลาที่หลานจะต้องไปแล้ว อย่าลืมว่าพวกเราตระกูลหยางทุกคนอยู่ข้างหลานตลอดเวลาไม่เคยไปไหน”ซินเยว่พยักหน้า ครอบครัวของนางมายืนรอส่งนางที่หน้าประตูจวนทุกคนโบกมือให้นางทั้งยังอวยพรให้ซินเยว่ได้พบกับเขาผู้นั้น นางไม่รู้ว่าสิ่งที่พวกเขาพูดนั้นหมายถึงอะไร ก่อนที่ซินเยว่จะฟื้นกลับมาร่างของนางเปล่งแสงสีแดงเปลวเพลิงค่อยก่อตัวเป็นรูปร่างเหมือนไข่
ซินเยว่นั่งมองภาพของการต่อสู้ของตระกูลหยางจนจบ นางค่อยๆ ออกเดินไปท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาจนกระทั่งถึงหน้าประตูจวนของตระกูลเจียว ซินเยว่สะบัดมือหนึ่งครั้งประตูบานใหญ่สองบานแตกกระจุยไม่เหลือชินดี“เจียวเมิ่งออกมาพบข้าเดี๋ยวนี้ วันนี้ข้าหยางซินเยว่จะไม่ยอมปล่อยพวกเจ้าไปแม้แต่คนเดียว”ซินเยว่ยืนถือกริชอยู่ท่ามกลางสายฝนดวงตาของนางแดงก่ำไปด้วยความคั่งแค้น พลังของนางทำให้องครักษ์ที่เฝ้าประตูต้องถอยห่างเพราะแรงกดดันและความร้อนที่แผ่ออกมา เสี่ยวเป่าในร่างสัตว์อยู่ตัวยักษ์คำรามเสียงดังก้องฟ้า องครักษ์ขั้นเจี๋ยตันถึงกับกระอักเลือดออกมาองครักษ์ของตระกูลเจียวออกมาล้อมซินเยว่เอาไว้ ทุกคนล้วนระดับขั้นเจี๋ยตันขึ้นไปแต่สายตาของนางไม่มีความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย เจียวมิ่งเดินออกมาพร้อมองครักษ์ที่คอยกางร่มให้เขามองมาที่ซินเยว่ด้วยความสงสัยตอนนี้ใบหน้าของนางได้ถูตี้ซางพรางเอาไว้ทำให้มองเห็นเป็นผู้อื่น“แม่นางน้อยเจ้าบุกมาทำลายประตูจวนตระกูลเจียวเช่นนี้ เจ้าคิดว่าเจ้าจะสามารถออกไปจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัยหรือซินเยว่หัวเราะออกมาอย่างไม่ไว้หน้าเขา“เจ้าเฒ่าสารพัดพิษ”นางสบถด่าเจียวเมิ่งออกไปอย่างสะใจ“นา
“ทะ... ท่านจ้าวผู้ครองนครได้โปรด....”ลี่ผิงยังไม่ทันที่จะเอ่ยจบประโยคร่างของนางก็กระเด็นออกไปไกลหลายจั้ง นางพยายามพยุงร่างที่บอบช้ำของตนหมอบคลานมาเบื้องหน้าของไป๋เยี่ยนหลง ลี่ผิงเห็นสายตาที่แสนอำมหิตของเขานางก็รู้สึกกลัวขึ้นมาจับใจ“โปรดเมตตาหม่อมฉันด้วยเพคะ หม่อมฉันผิดไปแล้ว”ไป๋เยี่ยนหลงไม่สนใจลี่ผิงอีกต่อไป เขาอยากรีบกลับไปอยู่กับสตรีแสนซุกซนที่เอาแต่บ่นทำปากขมุบขมิบน่ารักอยู่ด้านในแล้ว“ทำลายตันเถียนส่งไปส่วนลึกของหุบเขาทมิฬ”สิ้นคำของไป่เยี่ยนหลงลี่ผิงก็กรีดร้องขอความเมตตาแต่คนของไป๋เยี่ยนหลงก็เข้ามาลากนางออกไปจากตรงนั้น เยี่ยจื่อส่ายหน้าด้วยความจนใจพลางมองร่างของลี่ผิงที่กำลังถูกลากออกไป แค่ถูกส่งไปยังส่วนลึกของหุบเขาทมิฬโอกาสรอดของนางก็แทบไม่มีแล้ว นี่นายท่านยังให้ทำลายตันเถียนของนางอีกชีวิตนี้ของลี่ผิงไม่มีทางรอดกลับมาอย่างแน่นอน เมื่อจัดการตัวต้นเรื่องเสร็จแล้วจากนั้นไป่เยี่ยนหลงก็หันมาจัดการคนที่มาจากแผ่นดินชิวหลิง“ทำลายตันเถียนแล้วส่งกลับไปที่แคว้นฉิง ป่าวประกาศการกระทำของพวกเขาให้คนแผ่นดินชิวหลิงได้รู้ให้ทั่ว”สิ้นคำไป่เยี่ยนหลงก็ลุกออกไปจากท้องพระโรงทันที ที่ไป๋เยี่ยนหล
เพราะความแตกต่างจึงทำให้ทั้งสองเข้ากันได้อย่างดี จากนั้นจึงบังเกิดเป็นความรักไป๋เยี่ยนหลงได้มอบลูกสัตว์อสูรสีดำแก่ไซซีเป็นของแทนใจและตั้งชื่อให้มันว่าเจ้าดำตามสีขนของมัน เวลาผ่านไปห้าสิบปีท่านจ้าวผู้ครองนครเทียนจิ่งได้คิดสละราชบัลลังก์เพื่อออกไปใช้ชีวิตอิสระ แต่เนื่องด้วยไม่มีบุตรและธิดาจึงได้แต่งต
ฮุ่ยหลิงพยักหน้าเป็นเชิงว่าเข้าใจแล้ว จิ่งเม่ยจึงรีบสั่งการนางกำนัลให้ไปขนเสื้อผ้าสัมภาระของฮุ่ยหลิงมาไว้ที่ตำหนักของตนก่อนที่นางจะเปลี่ยนใจกลับไปที่แคว้นฉิงอีกครั้งฉิงอิงหลางเมื่อได้รับรายงานจากคนสนิทของตนว่า หยางหลันฮวาต่อสู้กับซินเยว่จนทำให้งานชุมนุมประลองยุทธพังลงไม่เป็นท่าก็รู้สึกโมโหยิ่งนัก
ใบหน้าของหยางหลันฮวาหันไปมาสามครั้งตามแรงตบปริศนา ซินเยว่ไม่แม้เเต่จะขยับตัวสองมือยังคงไพล่หลังทำเพียงปรายตามองใบหน้าบวมปูดของน้องสาวต่างมารดาด้วยสายตาเรียบเฉย ผู้คนรอบด้านต่างส่งเสียงฮือฮาดังขึ้นเป็นระลอกพวกเขาอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหยางหลันฮวาบนเวทีประลอง"ช่างเป็นสตรีที่โง่เขลายิ่งนัก "เสียงท
เสียงของเจ้าหน้าที่พิธีการประกาศรายชื่อของคู่ต่อสู้ที่กำลังจะขึ้นเวทีเรียกความสนใจของผู้คนรอบข้างให้กลับมามองที่กลางเวทีอีกครั้ง"องค์รัชทายาทจิ่งเหลยแห่งแคว้นจิ่งและองค์ชายสามแห่งแคว้นฉิง ฉิงอิงหลาง"บุรุษหนุ่มเชื้อพระวงศ์ของทั้งสองแคว้นก้าวขึ้นเวทีด้วยท่วงท่าสง่างาม เรียกเสียงฮือฮาของสตรีที่ยังมิ












![เฮ่าเทียนแห่งหอคณิกา [NC25+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [นางเอก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

المراجعات