Home / รักโบราณ / คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ / บทที่ ๖๖ โรงเตี๊ยมข้ามวิญญาณ – ๒

Share

บทที่ ๖๖ โรงเตี๊ยมข้ามวิญญาณ – ๒

last update Last Updated: 2026-01-09 17:22:05

จิ้งอวี่ลุกขึ้นเดินไปหาชายหัวโล้นที่กำลังครวญคราง นางดึงตะเกียบออกจากไหล่เขาอย่างแรงจนเลือดสาดซ้ำ แล้วเช็ดเลือดกับเสื้อของมันอย่างรังเกียจ

“บอกมา ทางเข้าหุบเขาหมื่นพิษที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน? และใครเป็นคนนำทางได้บ้าง?”

ชายหัวโล้นตัวสั่นงันงก ความเจ็บปวดและความกลัวทำให้เขาสิ้นฤทธิ์เดช “ข้า... ข้าไม่รู้! ข้าเป็นแค่คนเฝ้าปากทาง!”

“ไม่รู้?” จิ้งอวี่เลิกคิ้ว นางหยิบขวดพริกไทยป่นบนโต๊ะขึ้นมา “แผลสดๆ แบบนี้ ถ้าโรยพริกไทยลงไปคงจะรสชาติจัดจ้านน่าดู”

“อย่า! อย่า! ข้าบอกแล้ว! บอกแล้ว!” มันรีบตะโกนลั่น “ไปหาเถ้าแก่โม่ที่หลังร้าน! เขาเป็นคนเดียวที่มียาถอนพิษหมอกม่วงและรู้ทางเข้าลับ!”

“ขอบใจ” จิ้งอวี่เดินกลับมานั่งที่โต๊ะ ท่ามกลางสายตาหวาดผวาของคนทั้งร้าน นางหันไปยิ้มหวานให้สามี “เห็นไหมเจ้าคะสามี การเจรจาด้วยเหตุผลมักได้ผลเสมอ”

เจิ้งเฟิงเยวี่ยส่ายหน้ายิ้มๆ คีบเนื้อไก่ตุ๋นยาจีนใส่ถ้วยให้นาง “เหตุผลของฮูหยิน ช่างคมกริบและเจ็บแสบยิ่งนัก”

หลังจากจัดการมื้ออาหารและพักผ่อนเพียงชั่วครู่ คณะเดินทางก็บุกไปหลังร้านตามคำบอกเล่า พบชายชราหลังค่อมกำลังต้มสมุนไพรกลิ่นฉุนกึกอยู่ในหม้อใบใหญ่

“พวกเจ้าต้องการไปตายรึ
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๖๘ พยัคฆ์เฒ่าคืนถิ่น – ๒

    ขบวนทัพม้าเร็วเคลื่อนตัวออกจากชายแดนเฮยสุ่ย มุ่งหน้าสู่ค่ายทหารลับที่ตั้งอยู่ในหุบเขาฝั่งแคว้นเจิ้ง ภายในกระโจมใหญ่กลางค่ายที่ถูกกางขึ้นอย่างรวดเร็ว หยางจิ้งอวี่กำลังง่วนอยู่กับการรักษาอาการของน้องชาย โดยมีเจิ้งเฟิงเยวี่ยและหยางเจิ้นเฝ้าดูอยู่ไม่ห่างเข็มเงินนับสิบเล่มปักอยู่ตามจุดชีพจรสำคัญบนร่างกายของจิงหยุน ไอสีดำจางๆ ระเหยออกมาตามปลายเข็ม ส่งกลิ่นเหม็นฉุนกึก นี่คือกระบวนการขับพิษที่ต้องใช้สมาธิขั้นสูง“อวี่เอ๋อร์ เจ้าไหวหรือไม่?” เจิ้งเฟิงเยวี่ยถามพลางซับเหงื่อบนหน้าผากให้นาง“ไหวเพคะ” จิ้งอวี่กัดฟันตอบ มือยังคงถ่ายเทพลังวัตรอย่างต่อเนื่อง “พิษส่วนใหญ่ถูกขับออกแล้ว แต่จิตวิญญาณของเขาบอบช้ำมากจากการถูกควบคุมด้วยหนอนกู่ ต้องใช้เวลาฟื้นฟู”ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดจิ้งอวี่ก็ถอนเข็มเล่มสุดท้ายออก นางทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ด้วยความหมดแรง ลมหายใจหอบถี่“ปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะ” นางยิ้มบางๆ ให้ท่านปู่ และสามี “เขาแค่ต้องการการพักผ่อน”หยางเจิ้นถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก “ขอบใจเจ้ามากหลานรัก ถ้าไม่ได้เจ้า ปู่คงต้องเสียใจไปจนวันตาย”

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๖๘ พยัคฆ์เฒ่าคืนถิ่น – ๑

    เสียงแหวกอากาศของลูกธนูเหล็กนับพันดอกที่พุ่งลงมาจากยอดหน้าผาสูงชัน ดังหวีดหวิวประหนึ่งเสียงกรีดร้องของมัจจุราช ท้องฟ้าเหนือหุบเขาหมื่นพิษที่เคยถูกปกคลุมด้วยหมอกควันสีม่วงมืดมิดลงถนัดตาด้วยห่าฝนเหล็กที่กองทัพม้าเกราะดำ หรือกองทัพแห่งตระกูลหยางระดมยิงลงมาปูพรมเพื่อเปิดทางฉึก! ฉึก! ฉึก!เสียงหัวลูกศรเจาะทะลุกะโหลกศีรษะและร่างกายเน่าเฟะของเหล่ามนุษย์พิษดังระงมไปทั่ว เลือดสีดำคล้ำสาดกระเซ็นย้อมผืนดินเฉอะแฉะให้กลายเป็นบึง กองทัพอมนุษย์ที่เคยถาโถมเข้ามาดุจคลื่นยักษ์ถูกสกัดกั้นจนแตกกระเจิง ล้มระเนระนาดดั่งใบไม้ร่วง“ดึง!”เสียงตะโกนทรงพลังของผู้เป็นแม่ทัพดังสะท้านก้อง เชือกเส้นหนาทำจากเอ็นสัตว์ผสมลวดเหล็กที่หย่อนลงมาถูกกระตุกขึ้นพร้อมกันด้วยแรงม้าศึก ร่างของเจิ้งเฟิงเยวี่ยที่แบกหยางจิงหยุนไว้บนบ่า และหยางจิ้งอวี่ที่เกาะเชือกเคียงข้าง ลอยลิ่วขึ้นสู่ยอดหน้าผาด้วยความเร็วปานเหาะเหิน“คิดจะหนีรึ! ฝันไปเถอะ!”ตู๋กูมั่วคำรามลั่นด้วยความคั่งแค้น เขาไม่อาจยอมปล่อยให้เหยื่อและภาชนะอันล้ำค่าหลุดมือไปได้ เจ้าหุบเขาพิษร่ายมนตร์ดำกระตุ้นแมงมุมแม่ม่า

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๖๗ ศึกอสูรมรณะ – ๒

    [โฮสต์! หนอนกู่ฝังอยู่ที่ไขสันหลัง! ท่านต้องใช้เข็มเงินสลายวิญญาณแทงสกัดจุดชีพจรใหญ่ 3 แห่งพร้อมกัน แล้วใช้พลังวัตรดึงมันออกมา! แต่ต้องทำในระยะประชิด!]‘เข้าใจแล้ว!’ จิ้งอวี่พยักหน้า นางหันไปสบตากับสามี “ฝ่าบาท หม่อมฉันต้องเข้าไปใกล้เขาอีกครั้ง ฝากระวังหลังให้ด้วย”“วางใจเถอะ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต เจิ้นก็จะไม่ให้ใครมาแตะต้องเจ้าได้อีก แม้แต่เจ้าแมงมุมบ้านั่น!”เจิ้งเฟิงเยวี่ยหมุนกายหันไปเผชิญหน้ากับตู๋กูมั่วและแมงมุมยักษ์เริ่มทรงตัวได้อีกครั้ง แววตาของโอรสสวรรค์ลุกโชนไปด้วยโทสะ รังสีสังหารแผ่พุ่งจนบรรยากาศบิดเบี้ยว“ตู๋กูมั่ว! เจ้ากล้าใช้มนุษย์มาทำพิธีกรรมต่ำช้า วันนี้เจิ้นจะส่งเจ้าไปลงนรกขุมที่ลึกที่สุด!”“ปากดีนักเจ้าหนู!” ตู๋กูมั่วตวาดกลับ เขาโบกสะบัดธงทิวสีดำ ทันใดนั้น เงาตะคุ่มนับสิบก็โผล่ออกมาจากเงามืดรอบหุบเขา พวกมันคือมนุษย์พิษ ร่างกายเน่าเฟะที่ถูกปลุกชีพขึ้นมา ดวงตาสีเขียวเรืองแสงจ้องมองเหยื่ออย่างหิวกระหาย“ฆ่าพวกมันให้หมด!”สงครามตะลุมบอนเปิดฉากขึ้นอีกครั้ง เจิ้งเฟิงเยวี่ยร่ายรำเพลงกระบี่ปกป้องภรรยาจากฝูงมนุษ

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๖๗ ศึกอสูรมรณะ – ๑

    เสียงกัมปนาทกึกก้องฟาดผ่ากลางหุบเขา เมื่อปราณกระบี่สีทองอร่ามของเจิ้งเฟิงเยวี่ยปะทะเข้ากับขาหน้าอันแข็งแกร่งของแมงมุมแม่ม่ายสวรรค์ ประกายไฟแตกกระเซ็นราวดอกไม้ไฟ ทว่าอสูรร้ายกลับมิได้สะทกสะท้าน มันเพียงแค่ขยับก้ามขนาดมหึมา ผลักไสร่างมังกรหนุ่มให้กระเด็นถอยร่นไปหลายจั้ง แรงลมจากการปะทะซัดกระหน่ำจนต้นไม้พิษรอบด้านหักโค่นระเนระนาด“แข็งแกร่งยิ่งนัก!” เจิ้งเฟิงเยวี่ยกัดฟันแน่น มือที่กำกระบี่อาญาสิทธิ์สั่นระริกด้วยแรงสะท้อนกลับ นัยน์ตามังกรฉายแววเคร่งเครียด “เกราะของมันหนาเกินกว่าที่ลมปราณทั่วไปจะเจาะทะลุได้!”หยางจิ้งอวี่ยืนหยัดต้านแรงลมอยู่เบื้องหลัง นางจ้องมองพี่ชายฝาแฝดห้อยตองแต่งอยู่บนหัวแมงมุมด้วยหัวใจอันบีบคั้น ร่างกายของหยางจิงหยุนเริ่มกระตุกเกร็ง เส้นเลือดปูดโปนเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ“ฝ่าบาท! ถ่วงเวลามันไว้!” จิ้งอวี่ตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของสัตว์ร้าย “จุดอ่อนของมันอยู่ที่ข้อต่อบริเวณโคนขา! แต่ต้องทำลายเกราะหุ้มเสียก่อน!”“พูดง่ายแต่ทำยากนะฮูหยิน!” เจิ้งเฟิงเยวี่ยแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ แม้สถานการณ์จะวิกฤตแต่เขาก็ยังคงไว้ซึ่งความอหังการ เขาดีดตัวพุ

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๖๖ โรงเตี๊ยมข้ามวิญญาณ – ๒

    จิ้งอวี่ลุกขึ้นเดินไปหาชายหัวโล้นที่กำลังครวญคราง นางดึงตะเกียบออกจากไหล่เขาอย่างแรงจนเลือดสาดซ้ำ แล้วเช็ดเลือดกับเสื้อของมันอย่างรังเกียจ“บอกมา ทางเข้าหุบเขาหมื่นพิษที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน? และใครเป็นคนนำทางได้บ้าง?”ชายหัวโล้นตัวสั่นงันงก ความเจ็บปวดและความกลัวทำให้เขาสิ้นฤทธิ์เดช “ข้า... ข้าไม่รู้! ข้าเป็นแค่คนเฝ้าปากทาง!”“ไม่รู้?” จิ้งอวี่เลิกคิ้ว นางหยิบขวดพริกไทยป่นบนโต๊ะขึ้นมา “แผลสดๆ แบบนี้ ถ้าโรยพริกไทยลงไปคงจะรสชาติจัดจ้านน่าดู”“อย่า! อย่า! ข้าบอกแล้ว! บอกแล้ว!” มันรีบตะโกนลั่น “ไปหาเถ้าแก่โม่ที่หลังร้าน! เขาเป็นคนเดียวที่มียาถอนพิษหมอกม่วงและรู้ทางเข้าลับ!”“ขอบใจ” จิ้งอวี่เดินกลับมานั่งที่โต๊ะ ท่ามกลางสายตาหวาดผวาของคนทั้งร้าน นางหันไปยิ้มหวานให้สามี “เห็นไหมเจ้าคะสามี การเจรจาด้วยเหตุผลมักได้ผลเสมอ”เจิ้งเฟิงเยวี่ยส่ายหน้ายิ้มๆ คีบเนื้อไก่ตุ๋นยาจีนใส่ถ้วยให้นาง “เหตุผลของฮูหยิน ช่างคมกริบและเจ็บแสบยิ่งนัก”หลังจากจัดการมื้ออาหารและพักผ่อนเพียงชั่วครู่ คณะเดินทางก็บุกไปหลังร้านตามคำบอกเล่า พบชายชราหลังค่อมกำลังต้มสมุนไพรกลิ่นฉุนกึกอยู่ในหม้อใบใหญ่“พวกเจ้าต้องการไปตายรึ

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๖๖ โรงเตี๊ยมข้ามวิญญาณ – ๑

    สามราตรีผ่านพ้นไปราวกับกะพริบตา ม้าศึกฝีเท้าจัดห้าตัวควบทะยานฝ่าพายุทรายอันบ้าคลั่งมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าป้ายหินสลักคำว่าเฮยสุ่ย ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่สุดเขตชายแดนแคว้นเจิ้ง รอยต่อแห่งความตายที่กั้นขวางระหว่างโลกมนุษย์และดินแดนแห่งพิษร้ายของแคว้นเป่ยเยี่ยนบรรยากาศ ณ ที่แห่งนี้ช่างวังเวงและหดหู่ ท้องฟ้ามืดครึ้มด้วยเมฆฝนตั้งเค้าตลอดทั้งปี กลิ่นไอความชื้นผสมกับกลิ่นเน่าเปื่อยของซากพืชซากสัตว์ลอยมาแตะจมูก หยางจิ้งอวี่กระตุกบังเหียนม้าคู่ใจให้หยุดลง นัยน์ตาภายใต้หมวกสานปีกกว้างที่มีผ้าแพรสีดำบดบังใบหน้า กวาดมองไปรอบกายด้วยความระแวดระวัง“ที่นี่หรือคือเมืองชายแดนเฮยสุ่ย?” สุรเสียงหวานทว่าแฝงความเย็นชาเอ่ยถาม “เงียบเชียบราวกับป่าช้า”เจิ้งเฟิงเยวี่ยในคราบคุณชายตระกูลผู้ดีตกอับควบม้ามาเทียบข้าง เขาขยับผ้าคลุมไหล่ขนจิ้งจอกสีเงินให้กระชับขึ้นเพื่อต้านลมหนาว “เฮยสุ่ยเป็นแหล่งซ่องสุมของพวกคนคุก นักฆ่าไร้สังกัด และพ่อค้าตลาดมืด กฎหมายราชสำนักเอื้อมมือมาไม่ถึง ที่นี่มีกฎเพียงข้อเดียว ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่อยู่รอด”“น่าสนุก” จิ้งอวี่กระตุกยิ้มมุมปากที่มองไม่เห็น ‘เป่าเปา สแกนพื้นที่โดยรอบ ค้นหาจุดพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status