LOGINข้าวสารครึ่งกระสอบ... นั่นคือค่าตัวของข้าในชาติก่อนงั้นหรือ ชาติที่แล้ว ‘หลินเยี่ยนเยว่’ โง่เขลาจนถูกแม่เลี้ยงหลอกขายให้ชายแก่ตัณหากลับ แลกกับข้าวสารเพียงครึ่งกระสอบเพื่อประทังชีวิตคนในบ้าน ส่วนตัวเองต้องตายอย่างอนาถในกองหิมะ แต่สวรรค์ยังไม่ทอดทิ้ง ส่งนางย้อนเวลากลับมาในร่างเดิมของอดีตชาติ พร้อมกับ "ระบบยอดหญิง" ที่ปากคอเราะร้ายยิ่งกว่าแม่เลี้ยง ภารกิจแรกคือต้องหาทางรอดจากการถูกขาย แต่ระบบเจ้ากรรมดันมอบทางเลือกให้แค่สองทางระหว่าง กราบหลิวเหมยเซียงสามครั้ง หรือจูบขอความช่วยเหลือจากบุรุษแปลกหน้าหน้าตายด้านนอก
View Moreปี๊นนน
เสียงแตรรถยนต์ดังลั่นไปทั่วถนน หลินเยี่ยนเยว่ผลักลูกแมวตัวน้อยที่ไม่รู้ว่าหลุดออกมาจากไหน ให้กระเด็นออกไป ทว่าตัวเธอกลับไม่โชคดีอย่างนั้น
แรงกระแทกจากรถยนต์ชนเข้าที่บั้นเอว ร่างเพรียวบางกระเด็นลอยออกไป ก่อนจะตกกระแทกพื้น เสียงผู้คนโหวกเหวกโวยจนหูอื้อ ภาพตึกสูงตรงหน้าซ้อนทับกับภาพหิมะขาวโพลน ความหนาวเหน็บกัดกินไปถึงขั้วกระดูก ผสมกับความเจ็บปวดจนแทบขาดใจ
“มีคนถูกรถชน เรียกรถพยายาบาลเร็วเข้า” เสียงตกใจของคนที่ผ่านมาตะโกนดังลั่น แต่มันกลับซ้อนทับกับเสียงที่ฟังดูแปลกประหลาด
“เฮ้อ... ศพที่เท่าใดแล้ว นังหนูนี่คงเป็นสตรีของเถ้าแก่หวังกระมัง ถูกเล่นสนุกจนเบื่อแล้ว ก็ปล่อยให้ตาย เวรกรรมแท้ ๆ”
“นี่มิใช่เด็กสาวจากหมู่บ้านชิงสุ่ยหรอกหรือ” คิ้วเรียวของหลินเยี่ยนเยว่ขมวดขึ้น เธอถูกรถชนและดูเหมือนจะถูกปล่อยให้ตายกลางหิมะด้วย นี่มันเรื่องอะไรกัน
ท่ามกลางพายุหิมะสีขาวโพลน ร่างกายที่ซูบผอมจนแทบเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกนอนขดตัวอยู่อย่างน่าเวทนาบนกองฟางแข็ง ๆ
ลมหายใจของร่างกายนี้แผ่วเบาลงทุกที ทว่าสิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าความหนาว คือภาพความทรงจำที่ฉายวนซ้ำ ๆ ในหัว ภาพของแม่เลี้ยงใจมารที่แสแสร้งบีบน้ำตา ภาพของน้องสาวและน้องชายต่างมารดาที่ยืนกอดอกหัวเราะพลางก่นด่าอยู่ข้างหลัง และภาพของข้าวสารครึ่งกระสอบ ที่พวกมันรับมาจากพ่อค้าหน้าเลือด เพื่อแลกกับตัวนาง
หลินเยียนเยว่จำได้แล้ว ความทรงจำนี้ก็คือตัวของนางในยุคโบราณ ภพที่นางเกิดมาเป็นเด็กสาวในหมู่บ้านชิงสุ่ย
“เยว่เอ๋อร์ ทำเพื่อครอบครัวเถิดนะ ข้าวสารพวกนี้จะช่วยให้พ่อกับน้อง ๆ ของเจ้าไม่อดตาย โดยเฉพาะอาเป่าเขากำลังโตเจ้าเป็นพี่ใหญ่ ต้องเสียสละให้น้องมิใช่หรือ”
วาจาที่เห็นแก่ตัวถึงเพียงนั้น หากเป็นผู้อื่นคงไม่สนใจไยดี ทว่านางในอดีตช่างโง่เขลาเบาปัญญา ยอมกตัญญูจนตัวตาย ยอมขายตัวเพื่อให้น้อง ๆ ได้กินอิ่มนอนหลับ ส่วนตัวเองต้องไปเป็นทาสบำเรอกามให้กับชายแก่คราวพ่อ
พอหมดประโยชน์ก็ถูกทิ้งขว้างราวกับขยะไร้ค่า ต้องหนีออกมาและหนาวตายอย่างโดดเดี่ยวและน่างสมเพช นางจำได้ว่าก่อนตาย นางเอ่ยคำสาบานที่กรีดด้วยเลือด
“หากชาติหน้ามีจริง ข้าขอสาบาน ข้าจะไม่ยอมโง่งมเสียสละให้ใครอีก!”
ความแค้นที่เกาะกินจิตใจเป็นสิ่งสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในชาตินั้น ก่อนที่สติจะดับวูบไป พร้อมกับเสียงเบรกของรถยนต์และความเจ็บปวดจากการกระแทกในยุคปัจจุบัน
...
…
เฮือก!!!
หลินเยี่ยนเยว่สะดุ้งตื่นสุดตัว ลมหายใจหอบกระชั้น เม็ดเหงื่อไหลซึมเต็มแผ่นหลัง ทว่าสิ่งที่เข้าสู่สายตาไม่ใช่ห้องพักผู้ป่วยระดับวีไอพี ในโรงพยาบาลยุค 2024 และไม่ใช่กองหิมะอันหนาวเหน็บจนสั่นไหว
แต่มันคือเพดานไม้ผุพังที่มีรอยรั่ว ผนังดินเหนียวผสมฟาง และกลิ่นอับชื้นที่คุ้นเคยจนน่าขนลุก นางก้มลงมองมือตนเอง มือนั้นเล็กลงมาก ผิวหยาบกร้านจากการทำงานหนัก แต่มันยังมีเลือดฝาดของคนมีชีวิต
(ติ๊ง! ระบบยอดหญิงทำการเชื่อมต่อเสร็จสิ้น) เสียงของอะไรบ้างอย่าง ที่เหมือนกับเครื่องกลอัจฉริยะที่มักใช้สื่อสารในยุคปัจจุบันดังขึ้นในหัว
(ยินดีต้อนรับโฮสต์กลับสู่ร่างเดิม ในวัย 17 ปีช่วงเวลา 1 ชั่วโมงก่อนการซื้อขายจะเริ่มขึ้น)
เสียงสังเคราะห์ดังขึ้นเป็นครั้งที่สอง ทำให้นางชะงักพร้อมกับคิ้วที่ขมวดเป็นปม
“กลับมา... ในร่างเดิมเช่นนั้นหรือ” หญิงสาวหลับตาลง พร้อมกับความเจ็บปวดเมื่อสักครู่ จากนั้นความทรงจำที่เหลือในภพภูมินี้ก็ฉายออกมา ราวละครชีวิตเรื่องหนึ่ง
วันนี้คือวันที่หิมะแรกของปีเริ่มตก และเป็นวันที่หลิวเหมยเซียง แม่เลี้ยงบัดซบกำลังต่อรองราคากับเถ้าแก่หวังเรื่องขายตัวนาง เพื่อเอาข้าวสารมาเลี้ยงดูลูกชายลูกสาวสารเลวของมัน
ในขณะที่หน้าจอสีฟ้า กำลังฉายเรื่องราวเก่า ๆ เสียงสนทนาก็แว่วดังมาจากหน้าเรือนที่ปิดไม่สนิท
“ท่านเศรษฐีหวังข้าวสารครึ่งกระสอบนี้ถือว่าคุ้มค่ามากแล้ว เยว่เอ๋อร์ของบ้านเราหน้าตางดงามที่สุดในหมู่บ้าน หากท่านเอาไป...” เสียงหลิวซื่อหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงเด็กชายแทรกขึ้นมา
“ท่านแม่!... ข้าหิวข้าว ข้าอยากกินข้าวสวยร้อนกับไก่ตุ๋น รีบขายพี่ใหญ่ไปเร็ว ๆ เข้า”
เสียงนั้นกระตุ้นโทสะในอกหลินเยี่ยนเยว่ให้ลุกโชน รอยยิ้มเย็นยะเยือกปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน ซึ้งยามนี้แววตาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ในเมื่อสวรรค์เมตตา ส่งวิญญาณนักธุรกิจสาวเขี้ยวลากดินจากยุคปัจจุบัน กลับมาอยู่ในร่างเดิมที่รู้อนาคตทุกอย่างเช่นนี้ ข้าจะโง่ซ้ำซ้อนได้อย่างไร
“จะขายข้า ให้ข้าตกนรกเพื่อให้ลูก ๆ ของตัวเองกินอิ่มเช่นนั้นหรือฝันไปหรือไม่”
นางพึมพำเสียงเหี้ยม แววตาวาวโรจน์ดุดันราวกับราชสีห์ที่จ้องจะล่าเหยื่อ
“คอยดูเถอะ... ชาตินี้ข้าจะไม่ยอมถูกขาย แต่จะเป็นคนขายพวกเจ้าทิ้งเสียเอง”
(ภารกิจแรก ปฏิเสธการขายตัวและสั่งสอนแม่เลี้ยง รางวัลชุดยังชีพเบื้องต้น และแต้มความสะใจ +10)
หลินเยี่ยนเยว่ปัดหน้าต่างระบบสีฟ้าใสตรงหน้าออก
ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงที่เก่าราวกับเศษไม้ นางสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะเหยียดยิ้มออกมา บทบาทพี่สาวผู้เสียสละจบลงแล้ว
นับจากบัดนี้นี้ จะมีเพียงนางมารร้ายที่โลกต้องจำ!!!
----------------------------
ตอนพิเศษ ครอบครัวสกุลหลินและวาสนาในเมืองหลวงหนึ่งเดือนหลังจากเหตุการณ์กบฏสงบลง และภัตตาคารกุ้ยหลายกลับมาเปิดกิจการอย่างยิ่งใหญ่ ณ ประตูเมืองทิศใต้ของเมืองหลวงฉางอัน ขบวนรถม้าหรูหราจำนวนสามคัน พร้อมทหารคุ้มกันนับสิบนาย เดินทางมาถึงท่ามกลางความสนใจของชาวบ้าน นี่เป็นขบวนที่ท่านแม่ทัพเซียวจวินเหอ ส่งไปรับครอบครัวของภรรยา จากหมู่บ้านชายแดนให้ย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองหลวงตามสัญญา“โอ้โฮ... ท่านพ่อดูนั่นสิ กำแพงสูงเกือบถึงฟ้าเลยขอรับ” หลินเป่าโผล่หัวออกมาจากหน้าต่างรถม้า ตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้น“อาเป่าอย่าทำตัวบ้านสิ เดี๋ยวพี่เขยของเจ้าก็ขายหน้าเขาหรอก” ถึงแม้จะพูดเช่นนั้น ทว่าหลิวเฉิงก็ก็ลอบมองออกไปเช่นกัน ผ่ามือของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อ นั่งหลังตรงไม่กล้าพิง เขาเป็นเพียงชาวบ้านแก่ ๆ คนหนึ่ง การที่ลูกเขยผู้สูงศักดิ์ส่งคนมารับเยี่ยงอย่างยิ่งใหญ่เช่นนี้ ทำให้เขาทั้งปลาบปลื้มและประหม่าไปพร้อมกันเมื่อขบวนรถม้ามาหยุดที่หน้าจวนแม่ทัพสกุลเซียว ประตูจวนเปิดกว้าง หลินเยี่ยนเยว่ในชุดผ้าแพรพรรณงดงาม และเซียวจวินเหอในผ้าฝ้ายสบาย ๆ พร้อมทั้งบุตรชายหญิง ต่างก็ยืนรอรับอยู่ด้วยรอยยิ้ม“ท่านพ่อ! อาเป่า!” หลินเย
ตอนที่ 30 รสชาติแห่งวาสนาและการเริ่มต้นใหม่ (จบ)เจ็ดวันหลังเหตุการณ์กบฏเมืองหลวง ภัตตาคารกุ้ยหลายที่เคยปิดเงียบมาตลอดสัปดาห์ บัดนี้กลับมาคึกคักยิ่งกว่าเดิม แต่ไม่ใช่ด้วยลูกค้าที่มาทานอาหาร แต่เป็นชาวบ้านนับพันที่มายืนรอชื่นชมบารมีของ “ท่านแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดิน” และ “ฮูหยินเซียว”หลินเยี่ยนเยว่ยืนอยู่หน้าร้าน นางสวมชุดผ้าไหมสีชมพูอ่อน ใบหน้าอิ่มเอิบแม้จะมีความกังวลซ่อนอยู่ในดวงตา ตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมา นางทำได้เพียงส่งเสบียงอาหารและยาสมุนไพรเข้าไปในวังหลวง คอยฟังข่าวสารด้วยใจจดจ่อ จนกระทั่งวันนี้... วันที่เขาบอกว่าจะกลับมาเสียงกีบม้ากระทบพื้นถนนดังกังวานขึ้น ฝูงชนแหวกทางออกเป็นสองฝั่งโดยอัตโนมัติ เผยให้เห็นขบวนเกียรติยศของทหารองครักษ์เสื้อแพร และที่นำหน้าขบวนมาอย่างสง่าผ่าเผยบนหลังม้าสีดำทมิฬคือเซียวจวินเหอ เขาสวมชุดเกราะเต็มยศสีเงินวาววับ ผ้าคลุมไหล่สีแดงเพลิงโบกสะบัด แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดไม่ใช่ชุดเกราะ แต่คือรอยยิ้มอบอุ่นที่ส่งตรงมาให้นางเพียงผู้เดียวเซียวจวินเหอกระโดดลงจากหลังม้า เดินตรงเข้ามาหาหลินเยี่ยนเยว่ท่ามกลางสายตาประชาชี เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่งเบื้องหน้านาง ถอดหมวกเกราะออก
ตอนที่ 29 ยุทธการกู้บัลลังก์และจุดจบของทรราชเสียงการปะทะกันของอาวุธโลหะดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณประตูเมืองทิศใต้ เซียวจวินเหอบนหลังม้าศึกสีดำทมิฬไล่ต้อนศัตรูอย่างดุเดือด หอกยาวในมือของเขาร่ายรำดุจพญามังกรคะนองน้ำ ทุกครั้งที่ตวัดออกไป จะต้องมีทหารกบฏล้มตายดุจใบไม้ร่วง เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วยาม กองกำลังของฝ่ายกบฏที่พยายามจะยึดประตูเมืองก็แตกพ่ายยับเยิน ธงรบของฝ่ายกบฏถูกหักสะบั้นลง“ท่านแม่ทัพ เรายึดประตูเมืองคืนได้แล้วขอรับ” รองแม่ทัพวิ่งมารายงานด้วยใบหน้าเปื้อนเลือดและรอยยิ้มแห่งชัยชนะ “ข้าศึกภายนอกถูกสกัดกั้น ไม่สามารถข้ามกำแพงเมืองเข้ามาได้!”เซียวจวินเหอพยักหน้าเล็กน้อย แต่ทว่า... คิ้วเข้มของเขากลับขมวดเข้าหากันแน่น ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเขาว่ามันง่ายเกินไปรุ่ยอ๋องวางแผนก่อกบฏมานานนับปี จะพ่ายแพ้ง่ายดายเพียงเพราะถูกยึดประตูเมืองแค่นี้หรือ และที่สำคัญจำนวนทหารกบฏที่ปะทะเมื่อครู่ แม้จะดูเยอะ แต่ก็เบาบางกว่าที่คาดการณ์ไว้มากทันใดนั้นสายตาของเซียวจวินเหอ ก็เหลือบไปเห็นควันไฟสีดำทมิฬกลุ่มใหญ่ พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าใจกลางเมือง ทิศทางนั้นไม่ใช่ค่ายทหาร... แต่มันคือวังหลวง!“แย่แล้ว...” เซ
ตอนที่ 28 ความจริงท่ามกลางเปลวเพลิงกบฏบรรยากาศหน้าภัตตาคารกุ้ยหลายตึงเครียดเป็นอย่างมาก แสงแดดยามสายสาดส่องลงมากระทบชุดเกราะสีทองของกององครักษ์เสื้อแพรและชุดเกราะสีดำของทหารรักษาการณ์เมืองหลวงที่ยืนประจันหน้ากัน ราชโองการสีทองในมือขององค์รัชทายาทหลี่เสวียนยังคงชูเด่น เป็นดั่งคำประกาศิตที่ไม่อาจขัดขืนรุ่ยอ๋องที่คุกเข่าอยู่บนพื้นกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เลือดลมในกายปั่นป่วนด้วยความโกรธแค้นและความหวาดกลัว คำว่าประหารที่หลี่เสวียนเอ่ยออกมาเมื่อครู่ ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเขารู้ดีกว่าใครว่าฮ่องเต้พี่ชายของเขาเป็นคนเช่นไร หากเข้าวังไปตอนนี้ ด้วยหลักฐานศพหน้าจวนและพยานบุคคลอย่างเซียวจวินเหอ เขาไม่มีทางรอดแน่ อย่างดีก็ถูกเนรเทศ อย่างร้ายก็ดื่มยาพิษพระราชทาน“ไม่...” รุ่ยอ๋องพึมพำเสียงเบา แววตาที่เคยซ่อนเร้นความทะเยอทะยานเริ่มเปลี่ยนเป็นความบ้าคลั่งของสัตว์ป่าที่จนตรอก“ข้าจะไม่ยอมตายเยี่ยงสุนัขข้างถนน... บัลลังก์นั่นควรจะเป็นของข้ามาตั้งนานแล้ว”ทันใดนั้น รุ่ยอ๋องก็เงยหน้าขึ้น แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก “หลานชาย... เจ้าบีบคั้นข้าเอง!”“ตายซะเถอะ!!!”ฉับพลันนั้น รุ
ตอนที่ 5 มารยาหญิงกับยาวิเศษคำประกาศก้องของหลินเยี่ยนเยว่ทำให้บรรยากาศในลานบ้านเงียบกริบไปชั่วพริบตา หลินเฉิงมองบุตรสาวคนโตสลับกับภรรยาใหม่ด้วยแววตาสับสน ความเชื่อมั่นในตัวหลิวซื่อที่เคยมีเต็มเปี่ยมเริ่มสั่นคลอน เพราะหลักฐานเรื่องกำไลหยกของอดีตภรรยาผู้เป็นที่รัก มันชัดเจนจนยากจะปฏิเสธได้หลิวซื่อเ
ตอนที่ 4 มิติช่องว่างกับซาลาเปาอุ่นหัวใจหลังจากเหตุการณ์วุ่นวายหน้าเรือนสงบลง หลินเยี่ยนเยว่ก็หอบกล่องไม้จันทน์หอมกลับเข้ามาในห้องนอนเล็ก ๆ ของตนเองที่อยู่ติดกับห้องเก็บฟืนเสียงกรีดร้องโวยวายของหลิวซื่อ ยังคงดังแว่วมาให้ได้ยินอยู่ตลอด นางคงกำลังระบายอารมณ์กับข้าวของ หรือไม่ก็กำลังก่นด่าฟ้าดินด้วย
ตอนที่ 3 หลักฐานบนข้อมือและตู้ไม้ที่ถูกงัดสายลมหนาวพัดหอบเอาเกล็ดหิมะสีขาวโพลนปลิวว่อนไปทั่วลานหน้าบ้านตระกูลหลิน แต่ทว่าความเย็นยะเยือกของอากาศนั้น ยังมิอาจเทียบได้กับความเย็นชาในแววตาของหลินเยี่ยนเยว่ ที่กำลังจ้องมองไปที่ข้อมือของน้องสาวต่างมารดาอย่างไม่วางตาหลิวซื่อหน้าซีดเผือด รีบเอาตัวเข้าบั
ตอนที่ 2 ทวงคืนสินเดิมชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดนายพรานเก่า ๆ ยืนกอดอกพิงต้นไม้อยู่ตรงนั้น ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาแต่เย็นชา มีรอยแผลเป็นจาง ๆ ที่หางคิ้วเพิ่มความดุดัน ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองเหตุการณ์ตรงหน้า ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของหลินเยี่ยนเยว่(ตรวจพบเป้าหมายพิเศษ บุรุษลึกลับผู้มีออร่ารุ


















reviews