Share

บทที่ 1.3

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-20 15:53:18

หญิงสาวก้าวฉับๆ เข้าไปคว้าไม้จากบ่าวชาย ถีบเขาสุดแรง “เจ้า!” มารดาของนางเบิกตาตกตะลึง “จับนางเอาไว้!”

“ท่านแม่ ท่านจะไม่หยุดใช่หรือไม่เจ้าคะ?!” นางเหลืออดแล้วจริงๆ ตั้งแต่เป็นวิญญาณอยู่ข้างกายเยี่ยนเสวี่ยหรู กระทั่งลืมตาขึ้นมาในร่างนี้ นางทำความเข้าใจสถานการณ์ นิสัยใจคอของคนจวนราชครู พยายามที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ทว่าวันนี้นางไม่ยุ่งไม่ได้

“จับนางเอาไว้ โยนนางกลับไปในเรือน!” ลั่วซื่อตวาด

สาวใช้สองคนเดินเข้ามา แน่นอน...นางไม่ใช่เยี่ยนเสวี่ยหรูคนเดิม หญิงสาวกำไม้ในมือแน่น ตวัดออกไปสองครั้งไม้ก็ฟาดถูกสาวใช้สองคน “โอ๊ย!”

“เสี่ยวผิง”

“จะ...เจ้าคะ”

“ประคองพี่สี่ขึ้นมา พาเขากลับเรือน”

“เจ้ากล้า?!”

“ท่านแม่พอเถิดเจ้าค่ะ ท่านทำเช่นนี้ไม่รู้สึกผิดในใจบ้างหรือ ท่านเสียใจ เศร้าโศก ทุกคนเข้าใจได้ แต่ท่านเลือกระบายความโกรธที่ผู้อื่นเช่นนี้มันยุติธรรมแล้วหรือ พี่สี่ทำเรื่องใดผิดหรือเจ้าคะ ท่านตักเตือนว่ากล่าวก็พอแล้ว เหตุใดต้องถึงขั้นโบยตีราวกับเขาเป็นบ่าวไพร่ในจวน”

“แล้วเจ้าคิดว่าเขาเป็นใคร?! เขาเทียบกับพี่ชายเจ้าได้หรือ?! เขาเทียบไม่ได้กับอาจื้อของข้าสักนิด”

“พี่ใหญ่ตายไปแล้ว!” นางมองมารดา “เขาตายไปสามปีแล้วท่านแม่ ท่านควรจะยอมรับความจริงได้แล้ว ใครเทียบใครไม่ได้ไม่สำคัญแล้ว ความจริงตอนนี้ก็คือพี่สี่ก็คือทายาทของท่านพ่อคนถัดไป เป็นซื่อจื่อจวนราชครู”

“เขาไม่ใช่!!!” มารดาของนางกรีดร้อง “ซื่อจื่อต้องเป็นอาจื้อเท่านั้น! คนอื่นไม่คู่ควร เขามันก็แค่บุตรชายที่เกิดจากอนุชั้นต่ำ! เป็นเพียงเลือดโสโครกที่...”

“ท่านแม่!” นางโกรธจนไม่อยากเชื่อ “พี่สี่เป็นคนที่มีเลือดมีเนื้อ มีความรู้สึก เหมือนข้า เหมือนท่าน เหมือนทุกๆ คน ท่านจะสองวันเรียกมาด่าทอ สามวันเรียกมาโบยตี เพียงเพราะเห็นว่าเขาไม่เหมาะกับฐานะซื่อจื่อ มันยุติธรรมแล้วหรือ”

“ลากนางออกไป!!!”

เยี่ยนเสวี่ยหรูมองสาวใช้อาวุโสของมารดาที่ตัวใหญ่กว่านาง ไม้ตวัดออกไปพร้อมหลบหลีก นางเตะ ถีบ หลบ สิ่งที่นางคุ้นเคยแม้ร่างกายนี้ไม่มีกำลังภายใน ทว่าอย่างไรเสียนางก็ฝึกวรยุทธ์ตั้งแต่เพิ่งจำความได้ มันอยู่ในจิตใต้สำนึก ในความทรงจำ

“จับพวกมันเอาไว้ให้หมด!!!” มารดามีท่าทีราวกับคนเสียสติ...อีกแล้ว “เพราะพวกเจ้า ล้วนเป็นเพราะพวกเจ้า! เจ้าทำให้อาจื้อของข้าต้องตาย!”

“พอได้แล้ว!” เยี่ยนเสวี่ยหรูตวาดพร้อมกับเตะสาวใช้คนหนึ่งล้มลงกองต่อหน้ามารดา “ท่านกำลังหลอกผู้ใดหรือเจ้าคะ หลอกผู้อื่นหรือหลอกตัวเอง?! พี่ใหญ่ต้องตายวันนั้นเป็นเพราะข้า เพราะพี่สี่ หรือว่าเพราะท่านแม่เองนั่นละ!!!”

เงียบกริบ... ทุกคนอึ้งงัน มารดาของนางเบิกตาอ้าปากค้าง พูดไม่ออก มีท่าทีตกตะลึงอย่างถึงที่สุด “จะ...เจ้า เจ้าพูดเรื่องอะไร”

“ท่านเอาแต่โทษพี่สี่ว่าเขาทำให้พี่ใหญ่ต้องตาย หาเรื่องโบยตีพี่สี่ บอกว่าพี่สี่ไม่เหมาะกับฐานะซื่อจื่อ กล่าวหาว่าผู้อื่นบีบคั้นท่าน ท่านแม่ท่านลองถามตัวเองว่าในจวนนี้นอกจากท่านยังมีผู้ใดกล้าบีบคั้นหาเรื่องลงโทษคนในจวนได้อีก? วันนั้นเกิดอะไรขึ้นท่านรู้ดีแก่ใจ พี่ใหญ่เหตุใดอยู่ที่ริมสระจำลองทั้งที่อากาศหนาวเหน็บ เหตุใดเขาลงไปในสระที่เย็นเยียบ และเหตุใดเขาอยู่ที่นั่นเพียงลำพัง ท่านถามตัวเองดูว่าเพราะเหตุใดและเพราะใคร!”

บ่าวไพร่ก้มหน้าด้วยความหวาดกลัว นางยืนบดบังเยี่ยนหย่งหนานกับเสี่ยวผิงจากสายตามารดา ไหล่ตรง น้ำเสียงหนักแน่น ดวงตาแน่วแน่ไร้รอยกระเพื่อมไหว ไร้ความกลัว

ลั่วซื่อมองบุตรสาวตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา “จะ...เจ้า”

“ท่านแม่ ท่านจะเป็นเช่นนี้ถึงเมื่อไหร่ ท่านให้ความสำคัญต่อพี่ใหญ่จนละเลยข้าข้ายังพอเข้าใจได้ แต่พี่ใหญ่จากไปแล้วท่านก็ควรปล่อยวาง ตอนนี้ท่านไม่เพียงไม่ปล่อยวางแต่กลับโยนความผิดให้ผู้อื่น ท่านไม่รู้สึกว่ามันน่าขันหรอกหรือ พี่สี่อยู่ในจวนนี้อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว เขาไม่เคยเรียกร้องฐานะซื่อจื่อด้วยซ้ำ เป็นท่านพ่อที่เลือกเขาด้วยตัวเอง แล้วเหตุใดท่านแม่จึงโยนความผิดทั้งหมดให้พี่สี่เล่า”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • คุณหนูสิบเอ็ดจวนราชครู   บทที่ 5.6 จบ

    “เมื่อก่อนไม่เห็นท่านถาม” นางเลิกคิ้ว“เมื่อก่อนไม่อยากรู้ ตอนนี้อยากรู้เพราะซื่อจื่อบอกว่าซุนเก่อให้เจ้าดูภาพวาด”นางหวนนึกไปถึงวันนั้นก็ยิ้มออกมา “เป็นภาพเหมือนของปรมาจารย์กระบี่ของสำนักกระบี่ นางแซ่ไป๋ นามเสวี่ยหรู”“ไป๋เสวี่ยหรู??”“ใช่แล้ว ซุนเก่อบอกว่านางเป็นคนคิดค้นเคล็ดวิชากระบี่คู่ที่เหมือนของข้า แต่ว่าอาจารย์ของข้าไม่ใช่นาง อีกทั้งข้าก็ไม่เคยไปแดนเหนือ เช่นนั้นข้าจะเกี่ยวข้องกับสำนักกระบี่ได้อย่างไร ตามที่เขาเล่าเขาเองก็ไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าไป๋เสวี่ยหรูผู้นี้มีอายุอยู่ในช่วงเวลาใด เพลงกระบี่ที่เขาใช้ก็ขาดๆ หายๆ ไม่ครบถ้วน อยากให้ข้าประลองกับเขาสักครั้ง บางทีเขาอาจบรรลุว่าเพลงกระบี่เหล่านี้เกี่ยวกันจริงๆ หรือเพียงบังเอิญ”“แล้วเจ้าทำเช่นไร”“ข้าบอกเขาว่าอดีตผ่านไปแล้ว เกี่ยวข้องหรือไม่ไม่สำคัญแล้ว” นางเอนศีรษะพิงไหล่ของเฟิงเสียนกวง “ข้าปฏิเสธที่จะประลองกับเขาหรือผู้ใดก็ตาม เพราะการประลองครั้งนั้นข้าได้รับชัยชนะและได้รางวัลที่พึงพอใจแล้ว”เฟิงเสียนกวงกอดนางพร้อมจุมพิตหน้าผากนวล ทั้งสองเงยหน้าขึ้นมองต้นสนในสวน เยี่ยนเสวี่ยหรูเพียงปล่อยอดีตให้เป็นเรื่องของอดีต ไม่เสาะแสวงหาสิ่งใด

  • คุณหนูสิบเอ็ดจวนราชครู   บทที่ 5.5

    “รู้สึกเหมือนเป็นบ้านแล้วสิ” เขายิ้มจากนั้นเดินออกไปยังโถงด้านหน้า ตอนนั่งรถม้าออกจากจวนรอยยิ้มของเขาก็ยังไม่จางหายความสุขนี้มันชัดเจนจนเขาไม่อาจไม่ยอมรับ แท้ที่จริงการมีใครสักคนเคียงข้าง อีกทั้งนางก็มีใจให้เช่นกันกับเขาที่มีใจให้นาง “ความสุขที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” เขาพึมพำกับตัวเองเสียงเบาเย็นย่ำเขานั่งรถม้ากลับมาก็พบว่าเยี่ยนเสวี่ยหรูรออยู่ก่อนแล้ว “ไปกันเถิด”“ไปเลย? ไม่ต้องเปลี่ยนชุด”“ไม่เปลี่ยนแล้ว อย่างน้อยหากท่านราชครูอยากชักสีหน้าจะได้มองชุดขุนนางของข้าก่อนสักนิด”นางหัวเราะ “แล้วหากเขาเองก็ยังไม่เปลี่ยนชุดเล่า”“นั่นสิ” เฟิงเสียนกวงชะงัก “เช่นนั้นให้คนไปบอกท่านแม่ บอกให้นางเร่งให้ท่านราชครูเปลี่ยนชุดก่อนที่เราจะไปถึง?”เยี่ยนเสวี่ยหรูหัวเราะ “ท่านบอกว่าข้าเจ้าเล่ห์มากแผนการ แล้วดูท่านตอนนี้สิ”“ข้าก็เรียนรู้มาจากเจ้าไม่ใช่หรือ”“ไม่ใช่เสียหน่อย!”เขาหัวเราะคว้ามือนาง “ไปกันเถิด”ความจริงคือเยี่ยนเจาเปลี่ยนไปแล้ว ปล่อยวางขึ้น ไม่ได้มีท่าทางเช่นเมื่อก่อนอีก รัชทายาทเติบโตแล้วและราชสำนักก็ไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนที่ยังไม่ได้มั่นคง อำนาจของฝ่ายรัชทายาทบัดนี้นับว่ามั่นคงหยั่งรากลึก แ

  • คุณหนูสิบเอ็ดจวนราชครู   บทที่ 5.4

    ไม่จำเป็นต้องเป็นสมรสพระราชทาน ไม่จำเป็นต้องมีงานแต่งงานหรูหรายิ่งใหญ่ ไม่จำเป็นต้องมีสามีเป็นเชื้อพระวงศ์หรือแม่ทัพเก่งกาจ ขอเพียงเขาเป็นคนดีนิสัยเข้ากันได้ ที่สำคัญคือมีใจให้กัน เพียงเท่านั้นงานแต่งงานนี้ก็นับได้ว่าเป็นงานแต่งงานที่ผูกสามีภรรยาเคียงคู่ตราบนิรันดร์เยี่ยนเสวี่ยหรูจับริ้วแพรมงคล อีกด้านของริ้วแพรมีสามีของนางจับจูงก้าวเดิน โถงกว้างเพื่อทำพิธีไหว้ฟ้าดินมีเพียงป้ายวิญญาณของบิดามารดาสามี ทว่าการไหว้ฟ้าดินก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มของความสุขคำอวยพรใดล้วนไม่สำคัญเท่าความรักของบ่าวสาวที่มีให้กัน ด้วยนี่เป็นการแต่งงานหลังจากเกิดความรัก มิใช่การจับคู่ของบุพการี ไม่ใช่การบีบบังคับ แต่เป็นความยินยอมพร้อมใจของทั้งสองคนอย่างแท้จริงในห้องหอ...เยี่ยนเสวี่ยหรูเท้าคางมองสามีของตนด้วยรอยยิ้ม นางปล่อยผมยาวสยายเช่นกันกับเขาที่มองมาด้วยรอยยิ้ม “ยิ้มอะไร”“ยิ้มที่สามีข้าหล่อเหลาน่ามองยิ่ง”เขานั่งลงบนเตียงจากนั้นอุ้มนางวางบนตัก “ขอเพียงเจ้ามองไม่เบื่อเป็นใช้ได้”“เหลวไหลข้าจะเบื่อได้อย่างไร” นางลูบใบหน้าของเขาจากนั้นประคองด้วยสองมือ จุมพิตเบาๆ ที่ริมฝีปาก “เอาละ...ได้เวลาล่วงเกินเอาเปรียบท่านจร

  • คุณหนูสิบเอ็ดจวนราชครู   บทที่ 5.3

    นอกจวนมีรถม้าจอดอยู่จริงๆ เยี่ยนเสวี่ยหรูมองเห็นซูม่อแล้ว หญิงสาววิ่งออกไปจากจวนพุ่งขึ้นไปบนรถม้า นางนั่งลงหายใจหอบเล็กน้อย “ท่านรู้เรื่องแล้ว?”“เพียงเสียดายที่ไม่ได้ไปดูการประลอง”“ข้าชนะ” นางยิ้มกว้าง“เหตุใดไม่บอก ไม่ปรึกษา”“ฉุกละหุกเกินไป ข้าเพิ่งเดาได้หลังสนทนากับท่านแม่เรื่องแม่ทัพอวิ๋น อีกอย่างเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น ยังไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำเช่นนี้จริงๆ” นางมองเขาคล้ายเด็กที่เพิ่งทำผิด “แต่ว่า...การประลองกับท่านหญิง”เฟิงเสียนกวงมองนางจากนั้นยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว เยี่ยนเสวี่ยหรูลังเลที่จะพูด “เฟิงเส้าฝู่”“อะไรหรือ” เขาเงยหน้าขึ้นมองนางที่ขยับเข้ามานั่งข้างๆ“ข้าไม่มีเวลาแล้ว” นางบอกจากนั้นคว้าสาบเสื้อของเขาเอาไว้ทั้งสองมือ“เวลาอะไร เจ้าคิดจะทำอะไร”“ล่วงเกินเอาเปรียบท่าน” แล้วนางก็ชิดใบหน้าเข้าไป จุมพิตริมฝีปากเขา กดทาบนิ่ง... ตอนที่นางดึงใบหน้าถอยออกห่างจากนั้นเงยหน้าขึ้นมองเขา สายตาลังเลกัดปากเล็กน้อย “ตอนนี้ใจเต้นบ้างหรือยัง”เขาเหม่อลอยไปชั่วครู่ ดวงตาคมก้มลงมองนาง ในแววตาคล้ายมีพายุกำลังพัดโหม อยู่ๆ เขาก็คว้ามือของนางเอาไว้ข้างหนึ่ง มืออีกข้างสอดเข้าไปคว้าเอวด้านหลัง

  • คุณหนูสิบเอ็ดจวนราชครู   บทที่ 5.2

    นางชนะอย่างใสสะอาด ชนะแบบหมดจดไร้ข้อกังขา สายตาแน่วแน่หนักแน่นมองไปยังเยี่ยนเจา สีหน้าของนางเรียบเฉยเย็นชา ถึงตอนนี้นางเกรงว่าบิดาคงเพิ่งตระหนักว่านางได้ล่วงรู้แผนการของเขาทั้งหมดแล้ว!!!เพิ่งผ่านเข้าไปในประตูจวน เยี่ยนเจาก็หันกลับมาด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด เขาพุ่งปราดเข้าไปเงื้อมือตรงหน้าเยี่ยนเสวี่ยหรูสวีซื่อดึงหญิงสาวให้ถอยหลัง นางขยับเอาตัวเองบดบัง “ท่านราชครู!!”“เจ้าถอยไป!”“ท่านกล้าตีนาง? เช่นนั้นก็ตีข้า เอาสิ ตบเลย! วันนี้ข้าจะดูว่าใครจะกล้าลงมือกับบุตรสาวข้า!” สวีซื่อมีท่าทีดุดันไม่สมกับเป็นนางเลย พ่อบ้านตกตะลึง บ่าวไพร่ก้มหน้า“สวีซื่อ! เจ้าอย่าคิดว่าข้าไม่กล้าลงมือกับเจ้า!”“กล้าสิ ท่านย่อมกล้า เช่นนั้นเอาเลย ข้าเองก็มีมือมีเท้า มาดูกันว่าข้าที่เคยฝึกยุทธ์ยังแดนเหนือ จะเอาชนะราชครูที่เป็นบัณฑิตมาทั้งชีวิตไม่ได้!” สวีซื่อเลิกแขนเสื้อสองข้างขึ้นเยี่ยนเจาชะงัก “ไร้มารยาท”“ท่านสิไร้ยางอาย!”“เจ้า!”“ใช่ข้าเอง ท่านจะทำไม วางแผนโยนบุตรสาวตัวเองเข้าไปแลกกับความยิ่งใหญ่ ตอนนี้ถูกตอบโต้กลับทำเป็นรับไม่ได้ ตัวเองเป็นถึงราชครู แต่คำพูดกลับเหมือนผายลม! รับปากนางแล้วแท้ๆ กลับกล้าตลบหลัง

  • คุณหนูสิบเอ็ดจวนราชครู   บทที่ 5.1

    “หมายรวมถึงหากเขาไม่ยอมแต่งกับเจ้า?”“เพคะฝ่าบาท!”ท่านหญิงเจาจวินเลิกคิ้วมองนางด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ “เจ้าเสียสติไปแล้ว? หรือมั่นใจว่าเอาชนะข้า? ได้ยินมาว่าเจ้าเพิ่งเรียนรู้จากอาจารย์ที่ตระกูลลั่วส่งไป แม้ซุนเก่อจะเข้าใจผิดว่าเจ้าเป็นคนของหุบเขากระบี่ แต่ข้าไม่เชื่อว่าข้าฝึกมาตั้งแต่จำความได้ ข้าจะพ่ายแพ้ให้เจ้าที่เพิ่งเรียนรู้”“ท่านหญิงหม่อมฉันไม่มีวรยุทธ์”“เช่นนั้นประลองเพลงกระบี่โดยไม่ใช้วรยุทธ์เพื่อความยุติธรรม!!!”“เช่นนั้นตกลงเพคะ”“กราบทูลฝ่าบาทโปรดทรงพระราชอนุญาต!!”สวีซื่อ...นึกไม่ถึงว่าเยี่ยนเสวี่ยหรูจะเฉลียวฉลาดถึงขั้นนี้!!!หลอกใช้ท่านหญิงเจาจวิน ทำให้แผนการของเยี่ยนเจาล่มไม่เป็นท่า เรื่องที่เยี่ยนเจารับปากบุตรสาวมีน้อยคนนักที่ล่วงรู้ ดังนั้นเขาจึงแอบไปร่วมมือกับคนอื่นเพื่อกราบทูลขอสมรสพระราชทานทว่ายังไม่ทันเริ่มแผนการ เยี่ยนเสวี่ยหรูกลับลงมือก่อน หลอกยืมมือท่านหญิงเจาจวิน ยั่วโมโหจนอีกฝ่ายสร้างฉากอื่นขึ้นในงานเลี้ยง ขณะเดียวกันก็เปิดโปงคำมั่นของเยี่ยนเจาต่อหน้าฮ่องเต้ ต่อหน้าขุนนางมากมาย ทำให้เขาไม่อาจดำเนินแผนตามที่วางเอาไว้ ไม่ว่าจะตอนนี้หรือครั้งหน้า!!มองเยี่ยนเสว

  • คุณหนูสิบเอ็ดจวนราชครู   บทที่ 1.11

    นางไร้ทายาท ไม่มีที่พึ่งพิง อยู่ๆ แม่ทัพลั่วที่เคยช่วยชีวิตก็ให้คนตามหา กระทั่งยื่นข้อเสนอ นางไม่รับก็เท่ากับไสส่งตัวเองให้กลับไปแดนเหนือซึ่งที่นั่นนางก็เหมือนตัวคนเดียว นางกล้ามาที่นี่เพราะเดิมทีเคยเป็นสหายของมารดาเฟิงเสียนกวง ความสัมพันธ์เก่าก่อนยังพอมี ปรึกษาเขานางเชื่อมั่นว่าเรื่องนี้จะไม่ถูกแพ

  • คุณหนูสิบเอ็ดจวนราชครู   บทที่ 1.9

    “ยังไม่รีบพาคุณชายของพวกเจ้ากลับจวนอีก?”“ขอรับ!!”เยี่ยนเสวี่ยหรูยังคงจ้องมองอีกฝ่าย เขารีบแนะนำตัว “เยี่ยนซื่อจื่อ คุณหนูสิบเอ็ด ข้าเฟิงเสียนกวง”“เฟิงเส้าฝู่” สองพี่น้องกล่าวพร้อมคารวะอีกฝ่าย“เยี่ยนซื่อจื่อ ให้ข้าแนะนำท่านสักหน่อยได้หรือไม่”“เฟิงเส้าฝู่เชิญกล่าว”“บอกเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ใ

  • คุณหนูสิบเอ็ดจวนราชครู   บทที่ 1.8

    “น้องสิบเอ็ด?! เจ้ารีบไปเสีย ไปจากที่นี่!”“สิบเอ็ด?? นางน่ะหรือคุณหนูสิบเอ็ดจวนราชครู? รูปโฉมก็นับว่าดูได้นี่ ฟังว่าปักปิ่นแล้วเหตุใดมาเดินในตรอกเงียบๆ นี่เล่า หรือว่าเอาอย่างสตรีชั้นต่ำลอบนัดพบคนรักที่ไม่อาจพาไปพบบิดามารดา? ฮ่าๆๆ”รองเท้าอีกข้างของนางลอยหวือ...มันกระแทกเข้าที่กลางหน้าผากของเขาอีก

  • คุณหนูสิบเอ็ดจวนราชครู   บทที่ 1.7

    “ในเมื่อพูดถึงขั้นนี้ เจ้าบอกข้ามาตามตรงเลยดีกว่า เจ้าคิดจะทำอะไร”นางยิ้ม “ท่านลุง...ส่งใครสักคนเข้าไปแทนท่านแม่ไม่ดีหรือเจ้าคะ คนที่ท่านลุงไว้ใจ คนที่ข้าเชื่อใจได้ คนที่...สามารถต่อกรกับซินอี๋เหนียง เหมาะสมที่จะเป็นทั้งคนตระกูลลั่วและฮูหยินราชครู”ลั่วอวี้ซูเลิกคิ้ว...เขาพลันนึกถึงน้องสาวบุญธรรมข

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status