คุณหนูสิบเอ็ดจวนราชครู のすべてのチャプター: チャプター 1 - チャプター 10

44 チャプター

บทที่ 1.1

เสวี่ยหรู... ถอนหายใจเป็นครั้งที่เท่าไรนางไม่ได้นับนางมองเสวี่ยหรูอีกคนจมจ่อมอยู่กับความทุกข์ นั่งเหม่อมองโทษฟ้า โทษดิน โทษโชคชะตา ยอมรับความพ่ายแพ้ ไม่ทำอะไรเลยนอกจากนั่งโทษสิ่งต่างๆ รอบตัว!เด็กสาวที่เพิ่งปักปิ่น เยี่ยนเสวี่ยหรู สูงศักดิ์สุขสบายห้อมล้อมด้วยบ่าวไพร่ บุตรสาวของเยี่ยนเจา ราชครูแคว้นต้าเย่า ทว่าชีวิตกลับเต็มไปด้วยความเกลียดชังหม่นหมอง บิดาเอาแต่สอนสั่งรัชทายาท วันๆ ไม่ค่อยอยู่ที่จวน มารดาเอาแต่จมจ่อมอยู่กับการสูญเสียบุตรชาย เฝ้าแต่โทษผู้อื่นที่เป็นต้นเหตุ ทำให้ภายในจวนเต็มไปด้วยความวุ่นวายแก่งแย่ง ทอดทิ้งบุตรสาว ให้ความสำคัญแต่กับบุตรชาย อิจฉา ริษยา ในใจร้อนรุ่มไม่อาจสงบสุขไป๋เสวี่ยหรูเพิ่งลุกขึ้นหมุนตัวกลับไปด้านหลัง นางพลันสะดุ้งเมื่อสาวใช้นามเสี่ยวผิงเดินชนเข้ามา ทว่า...อีกฝ่ายทะลุร่างของนางไปราวกับนางไร้ตัวตนใช่แล้วนางไร้ตัวตน เป็นเพียงวิญญาณที่ติดอยู่ในจวนราชครู ไปไหนไม่ได้ ไม่มีใครมองเห็น ไม่มีใครสัมผัสถึง อันที่จริงจะพูดให้ถูกคือนางติดอยู่กับต้นสนพันปีในจวนราชครู เพราะก่อนตายสั่งเสียเอาไว้ว่านางอยากถูกฝังเอาไว้ใต้ต้นสนบนหุบเขากระบี่ ทว่าไม่รู้เกิดอะไรขึ้นต้นสน
続きを読む

บทที่ 1.2

ครานั้นเมื่อเยี่ยนเสวี่ยหรูอายุครบปักปิ่น อยู่ๆ มารดาก็นึกขึ้นได้ว่ามีบุตรสาวอีกคน จัดงานเลี้ยงปักปิ่นอย่างยิ่งใหญ่หรูหรา เชิญชนชั้นสูงมาร่วมงานมากมายแน่นจวน ทว่าความจริงก็คือหลังสูญเสียบุตรชายที่เป็นความหวัง ลั่วซื่อกลับตั้งใจจะแต่งบุตรสาวออกกับผู้ใดก็ได้ที่จะทำให้นางได้อำนาจในการดูแลจวนทั้งหมดกลับมา!!!เยี่ยนเสวี่ยหรูตัวน้อย...คิดว่ามารดาตระหนักแล้วว่าตนเองก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไข คิดว่าในที่สุดมารดาก็จะหันมารักและใส่ใจตน ที่ไหนได้มารดากลับมองนางเป็นหมากเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจและการเอาชนะ!!งานเลี้ยงปักปิ่นทำให้มารดาได้รับคำชมเชย บิดาส่งคืนการดูแลจวนทั้งหมดให้ลั่วซื่อดังเดิม จากนั้น...ลั่วซื่อกลับขังบุตรสาวเอาไว้ในเรือน รอโอกาสที่จะส่งบุตรสาวขึ้นเกี้ยวเพื่อแต่งออกฟังว่าบุตรชายของแม่ทัพจ้าวปีนี้อายุครบยี่สิบห้า ฮูหยินเอกของอีกฝ่ายเพิ่งสิ้นใจไปหลังคลอดบุตร มารดาบีบให้เยี่ยนเสวี่ยหรูไปดูตัว เยี่ยนเสวี่ยหรูตัวน้อยที่เพิ่งปักปิ่น ตระหนักดีว่ามารดาเห็นนางเป็นเพียงหมากเช่นนี้จึงโวยวายไม่ยินดี นี่จึงเป็นเหตุผลที่เด็กน้อยถูกขังเอาไว้ในเรือน ไม่มีสาวใช้ ไม่มีบ่าวไพร่ มีข้าวส่งไปให้เพียงวันละมื
続きを読む

บทที่ 1.3

หญิงสาวก้าวฉับๆ เข้าไปคว้าไม้จากบ่าวชาย ถีบเขาสุดแรง “เจ้า!” มารดาของนางเบิกตาตกตะลึง “จับนางเอาไว้!”“ท่านแม่ ท่านจะไม่หยุดใช่หรือไม่เจ้าคะ?!” นางเหลืออดแล้วจริงๆ ตั้งแต่เป็นวิญญาณอยู่ข้างกายเยี่ยนเสวี่ยหรู กระทั่งลืมตาขึ้นมาในร่างนี้ นางทำความเข้าใจสถานการณ์ นิสัยใจคอของคนจวนราชครู พยายามที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ทว่าวันนี้นางไม่ยุ่งไม่ได้“จับนางเอาไว้ โยนนางกลับไปในเรือน!” ลั่วซื่อตวาดสาวใช้สองคนเดินเข้ามา แน่นอน...นางไม่ใช่เยี่ยนเสวี่ยหรูคนเดิม หญิงสาวกำไม้ในมือแน่น ตวัดออกไปสองครั้งไม้ก็ฟาดถูกสาวใช้สองคน “โอ๊ย!”“เสี่ยวผิง”“จะ...เจ้าคะ”“ประคองพี่สี่ขึ้นมา พาเขากลับเรือน”“เจ้ากล้า?!”“ท่านแม่พอเถิดเจ้าค่ะ ท่านทำเช่นนี้ไม่รู้สึกผิดในใจบ้างหรือ ท่านเสียใจ เศร้าโศก ทุกคนเข้าใจได้ แต่ท่านเลือกระบายความโกรธที่ผู้อื่นเช่นนี้มันยุติธรรมแล้วหรือ พี่สี่ทำเรื่องใดผิดหรือเจ้าคะ ท่านตักเตือนว่ากล่าวก็พอแล้ว เหตุใดต้องถึงขั้นโบยตีราวกับเขาเป็นบ่าวไพร่ในจวน”“แล้วเจ้าคิดว่าเขาเป็นใคร?! เขาเทียบกับพี่ชายเจ้าได้หรือ?! เขาเทียบไม่ได้กับอาจื้อของข้าสักนิด”“พี่ใหญ่ตายไปแล้ว!” นางมองมารด
続きを読む

บทที่ 1.4

“มันเรื่องของข้า! เจ้าเป็นบุตรสาวกล้าตั้งคำถาม กล้าแข็งข้อกับข้าหรือ? ลากมันออกไป! หากยังไม่ไปอีกข้าจะให้คนโบยเจ้าด้วย!! ยังไม่รีบไปจับนางลากออกไป!”“ท่านแม่! ท่านจะลงโทษข้าจนตายเหมือนพี่ใหญ่หรือเจ้าคะ” นางเหลืออดแล้วจริงๆ!!!ลั่วซื่อชะงักงัน บ่าวไพร่เบิกตาอย่างไม่อยากเชื่อ...ใช่แล้ว...เยี่ยนหย่งจื้อ ซื่อจื่อจวนราชครู วันนั้นเขาถูกมารดาด่าทอกดดันทั้งบีบคั้น หลังสอบไม่ได้ที่หนึ่งของชั้นเรียนในสำนักศึกษาหลวง ขณะเดียวกันในชั้นที่อายุน้อยกว่า เยี่ยนหย่งหนานกลับได้ที่หนึ่งวันนั้นมารดาไล่ทุกคนออกไปจากสวน อากาศหนาวเหน็บ ลั่วซื่อให้เยี่ยนหย่งจื้อคุกเข่าโดยไม่สวมเสื้อคลุมเป็นการลงโทษ ทว่าเยี่ยนหย่งจื้อเหนื่อยจนเกินไป อ่อนล้า ท้อแท้ ถูกบีบคั้น กดดันเยี่ยนเสวี่ยหรูมองเห็นพี่ชายเดินลงไปในสระ จากนั้นเขาก็ไม่กลับขึ้นมาอีกเลย... นางวิ่ง...หอบ...เหนื่อย ทว่าเท้าก็ยังคงวิ่ง วิ่งไปหาความช่วยเหลือ ตะโกนบอกให้มารดารับรู้ พ่อบ้านถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าไปในสวน บ่าวไพร่ไม่กล้าขัดคำสั่ง นางตะโกนบอกมารดาว่าพี่ชายเดินลงไปในน้ำ กว่าจะมีคนมาพบ...ก็สายไปแล้ว“เมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะ!”ทุกคนสะดุ้งเฮือก... เยี่ย
続きを読む

บทที่ 1.5

เสียงถอนหายใจดังขึ้น “มารดาของเจ้าดูแลจวนนี้ไม่ได้แล้ว หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้แล้วเรื่องแพร่ออกไป เกรงว่า...”“ท่านพ่อจะปลดท่านแม่หรือเจ้าคะ” นางถามทันทีจะปลดฮูหยิน? เขาเป็นถึงราชครูย่อมไม่กล้าแน่นอน ทางหนึ่งสูญเสียสายสัมพันธ์จากแม่ทัพลั่ว ทางหนึ่งเกิดข้อครหา อีกทางการยกอนุขึ้นมาดูแลจวนทั้งหมด หลังจากนั้นยกขึ้นมาเป็นฮูหยินเอก? นางรู้สึกขบขันขึ้นมาทันทีเกรงว่ารอยยิ้มของซินอี๋เหนียงเมื่อครู่คือรอยยิ้มแห่งชัยชนะ ทว่าอีกฝ่ายไร้เดียงสาจนเกินไปจนไม่เข้าใจสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นเพียงได้รับความโปรดปราน เพียงคิดว่าจะดูแลจวนได้ เพียงเพราะเป็นอันดับที่สอง ทว่าทั้งหมดนั้นไม่ได้แปลว่าเยี่ยนเจาจะเห็นความสำคัญ ทุกๆ อย่างเหล่านั้นล้วนอยู่ภายใต้อำนาจ อิทธิพล และผลประโยชน์ทั้งสิ้น ยิ่งอยู่บนที่สูง ยิ่งมีฐานะเป็นถึงราชครู สายสัมพันธ์ผ่านการแต่งงานก็ยิ่งต้องระมัดระวัง มากไปก็ไม่ได้ น้อยไปก็อันตรายตระกูลลั่วเป็นถึงตระกูลผู้บัญชาการ มารดานางเป็นน้องสาวคนเดียวของแม่ทัพลั่ว แม้ถูกปลดก็ไม่มีทางที่เยี่ยนเจาจะกล้ายกอนุที่ฐานะต่ำต้อยขึ้นมาเป็นฮูหยินเอก หรืออย่างมากเขาก็คงขอความเห็นคนตระกูลลั่ว ให้ทางนั้นเป็
続きを読む

บทที่ 1.6

บนรถม้า...เสี่ยวผิงสีหน้าไม่ใคร่จะดีนักผิดกับผู้เป็นนายที่ดูสงบเยือกเย็น เยี่ยนเสวี่ยหรูเลิกม่านมองออกไปด้านนอก “กังวลใจไปก็เท่านั้น”สาวใช้ของนางเม้มปาก “คุณหนูเจ้าคะ ท่านแม่ทัพ...”นางยิ้มบาง “ไม่ว่าจะท่านพ่อหรือท่านลุง พวกเขาก็เหมือนๆ กัน ขอแค่ผลประโยชน์ไม่เปลี่ยนมือพวกเขาล้วนคล้อยตามได้”เสี่ยวผิงมองผู้เป็นนายด้วยสายตาไม่เข้าใจ “ท่านเปลี่ยนไปมากเลยรู้ตัวหรือไม่เจ้าคะ”นางถอนหายใจ “แล้วข้าควรเป็นคนเดิมหรือ ในเมื่อแม้แต่ท่านแม่เองก็คิดจะใช้ข้าเป็นหมาก เจ้าคิดหรือว่าเป็นสตรีชนชั้นสูงนั้นโชคดี” นางส่ายหน้า “ไม่เลย ดูสิ ข้างนอกนั้น ทุกคนล้วนมีความทุกข์ มีความสุขที่แตกต่างกันไป มีไม่มากหรอกที่มีความสุขอย่างแท้จริง ชาวบ้านก็มีความทุกข์อย่างชาวบ้าน ชนชั้นสูงเองก็มีความทุกข์ของชนชั้นสูง เพราะเจ้าไม่มีวันหยั่งรู้ได้เลยว่าจิตใจคนนั้นน่ากลัวเพียงใด ทุกๆ คนไม่ว่ายากจนหรือมั่งคั่งล้วนต้องดิ้นรนทั้งนั้นไม่แตกต่างกันหรอก ผู้ชนะคือผู้ที่รู้จักเปลี่ยนตัวเองตามสถานการณ์ รู้จักมองเหตุการณ์ให้ทะลุปรุโปร่ง เข้าใจหรือไม่”เสี่ยวผิงมีสีหน้าคล้ายเข้าใจแต่ก็งุนงงในเวลาเดียวกันเยี่ยนเสวี่ยหรูเพียงยิ้มไม่ได
続きを読む

บทที่ 1.7

“ในเมื่อพูดถึงขั้นนี้ เจ้าบอกข้ามาตามตรงเลยดีกว่า เจ้าคิดจะทำอะไร”นางยิ้ม “ท่านลุง...ส่งใครสักคนเข้าไปแทนท่านแม่ไม่ดีหรือเจ้าคะ คนที่ท่านลุงไว้ใจ คนที่ข้าเชื่อใจได้ คนที่...สามารถต่อกรกับซินอี๋เหนียง เหมาะสมที่จะเป็นทั้งคนตระกูลลั่วและฮูหยินราชครู”ลั่วอวี้ซูเลิกคิ้ว...เขาพลันนึกถึงน้องสาวบุญธรรมของฮูหยินที่เพิ่งกลับจากชายแดน สตรีม่ายที่สามีเพิ่งตายจาก หลังจากนั้นยังถูกบ้านสามีขับไล่ทางอ้อมให้กลับมาเมืองหลวงว่าด้วยนิสัยใจคอ...ไม่เลวว่าด้วยฐานะ...ก็ไม่เลวอีกว่าด้วยความเหมาะสม...แม้อีกฝ่ายต่ำต้อยกว่า ทว่าหากเขารับเป็นน้องสาวบุญธรรม จากนั้นส่งเข้าจวนราชครู “ตกลงตามนี้ อีกสองสามวันข้าจะส่งข่าวไปให้เจ้า วันนี้เจ้ากลับไปก่อน ดูแลมารดาของเจ้าให้ดี ข้าจะต้องมั่นใจว่านางจะได้รับการดูแลอย่างดีหลังถูกปลด”“เรื่องนั้นท่านลุงไม่ต้องกังวลเจ้าคะ”แม้เป็นน้องสาวแท้ๆ ทว่าผลประโยชน์มาก่อน ชื่อเสียงตามมา จากนั้นจึงจะเป็นสายสัมพันธ์ ลั่วอวี้ซูตระหนักดีว่าเรื่องนี้จะต้องทำอย่างรอบคอบ หากเรื่องที่น้องสาวของเขาวิปลาส กระทั่งเป็นต้นเหตุการตายของบุตรชายคนโตไม่พอ ในจวนยังหาเรื่องทำร้ายทายาทคนต่อไปของจวนราช
続きを読む

บทที่ 1.8

“น้องสิบเอ็ด?! เจ้ารีบไปเสีย ไปจากที่นี่!”“สิบเอ็ด?? นางน่ะหรือคุณหนูสิบเอ็ดจวนราชครู? รูปโฉมก็นับว่าดูได้นี่ ฟังว่าปักปิ่นแล้วเหตุใดมาเดินในตรอกเงียบๆ นี่เล่า หรือว่าเอาอย่างสตรีชั้นต่ำลอบนัดพบคนรักที่ไม่อาจพาไปพบบิดามารดา? ฮ่าๆๆ”รองเท้าอีกข้างของนางลอยหวือ...มันกระแทกเข้าที่กลางหน้าผากของเขาอีกครั้ง“โอ๊ย เยี่ยนเสวี่ยหรู เจ้าอย่าคิดว่าข้าไม่กล้าทำอะไรเจ้า ที่นี่ไม่ว่าใครทำอะไรล้วนไม่มีใครรู้เห็น พวกเจ้าจับนางเอาไว้!!”“คะ...คุณชายแต่ว่านาง...”“ข้าบอกให้จับนางเอาไว้! อย่างมากก็แค่รับนางเข้าจวนเป็นอนุ ข้าจะดูว่าทำลายชื่อเสียงนางวันนี้นางจะกล้าแต่งให้บุรุษใดได้อีก!”“หยวนอวี่ฉีเจ้ากล้า?! หากเจ้ากล้าแตะต้องนาง...” เยี่ยนหย่งหนานถูกเหยียบจมเท้าหยวนอวี่ฉีหันไปถ่มน้ำลายใส่อีกฝ่าย “คอยดูว่าข้าจะกล้าหรือมะ...” พูดไม่ทันจบประโยคคนของเขาก็ถูกถีบจนกระเด็นกลับมา หยวนอวี่ฉีถูกชนจนเซล้มหงายก้นกระแทกเยี่ยนหย่งหนานอ้าปากค้าง เขามองน้องสาวอัดผู้ติดตามของสหายร่วมเรียนไปกองกับพื้น บุรุษตัวใหญ่กว่านางถึงสองเท่าตัว ถูกนางขยับมือฟาดด้ามไม้กวาดไม่กี่ที ทว่าทั้งหมดร้องโอดโอยราวกับเจ็บปวดหนักหนา ไม่เพีย
続きを読む

บทที่ 1.9

“ยังไม่รีบพาคุณชายของพวกเจ้ากลับจวนอีก?”“ขอรับ!!”เยี่ยนเสวี่ยหรูยังคงจ้องมองอีกฝ่าย เขารีบแนะนำตัว “เยี่ยนซื่อจื่อ คุณหนูสิบเอ็ด ข้าเฟิงเสียนกวง”“เฟิงเส้าฝู่” สองพี่น้องกล่าวพร้อมคารวะอีกฝ่าย“เยี่ยนซื่อจื่อ ให้ข้าแนะนำท่านสักหน่อยได้หรือไม่”“เฟิงเส้าฝู่เชิญกล่าว”“บอกเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้บิดาของท่านรับรู้อย่างชัดเจน” เยี่ยนเสวี่ยหรูก็ยังมองเฟิงเสียนกวงนิ่ง “คุณหนูสิบเอ็ด” นางสะดุ้ง... “ฝีมือไม่เลว”นางพยายามรักษาสีหน้า แม้ว่าจะ...ให้ตาย! น่าขายหน้าชะมัดคงมิใช่ถูกคนสงสัยเข้าแล้ว? นางเป็นคุณหนูในห้องหอเชียวนะ อีกทั้งยังเป็นคุณหนูจวนราชครูที่แทบไม่ได้ข้องแวะกับฝ่ายบู๊ แม้มีท่านลุงเป็นแม่ทัพทว่าจวนราชครูไม่มีใครเรียนรู้วรยุทธ์และการต่อสู้ หาไม่พี่ชายของนางจะมีสภาพน่าอนาจเช่นนี้เชียวหรือ!!!“คะ...คุณหนูเจ้าคะ” เสี่ยวผิงกระซิบ“อะไรหรือ” นางหันไปมองอีกฝ่ายที่ถือรองเท้าทั้งสองข้างของตน ก้มลงมองเท้าตัวเองที่สวมเพียงถุงเท้า... เยี่ยนหย่งหนานกระแอม เฟิงเสียนกวงหันหน้าหนีเยี่ยนเสวี่ยหรูหลับตาสูดลมหายใจเข้าลึก นางกังวลจริงๆ ว่าเฟิงเสียนกวงผู้หล่อเหลาจะเห็นตอนที่นางถอดรองเท้าขว้างเข้
続きを読む

บทที่ 1.10

“ข้าน้อยเคยได้ยินเรื่องซุบซิบ อนุคนหนึ่งของท่านราชครู เดิมทีเคยช่วยชีวิตฮูหยินใต้เท้าหยวน ดังนั้นแม้ว่าฐานะจะไม่ได้สูงส่ง แต่หยวนฮูหยินก็ยังคบหาและให้ความช่วยเหลือนางอยู่เสมอ ในสำนักศึกษาหลวงคุณชายหกจวนราชครูก็ได้รับความช่วยเหลือจากคุณชายหยวนหลายครั้ง อำนาจที่ถูกแบ่งครึ่งไปจากมือข้าน้อยเกรงว่าฮูหยินราชครูคงเลือกที่จะช่วยคุณชายสี่ ดังนั้นอาจเป็นได้ที่คุณหนูสิบเอ็ดเลือกที่จะช่วยคุณชายสี่?”เฟิงเสียนกวงฟังแล้วก็ไม่ได้คล้อยตาม สีหน้า ท่าทาง รวมไปถึงดวงตาของหญิงสาวที่แสดงออก เขาไม่คิดว่านางช่วยเพียงเพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ของมารดา เขากำลังครุ่นคิดรถม้าก็กลับมาถึงที่จวน“นายท่าน”“ท่านพ่อบ้าน” เขามองไปยังประตูจวน “มีแขกหรือ”“ขอรับ หลี่ฮูหยินมารออยู่ครู่หนึ่งแล้ว”ชายหนุ่มถอนหายใจมองพ่อบ้าน “เรียกหลี่ฮูหยินไม่ได้แล้ว นางเป็นม่ายสามีสิ้นใจแล้ว อีกทั้งบ้านสามียังขับไล่ไสส่งอย่างไม่เป็นธรรม เรียกนางว่านายหญิงสวี”“ขอรับ”เฟิงเสียนกวงเดินเข้าไปในห้องโถง พบว่านายหญิงสวีลุกขึ้นมองเขาด้วยสายตากังวล “นายหญิงสวี” เขาประสานมือคารวะอีกฝ่าย“คารวะเฟิงเส้าฝู่ ข้ามารอท่านเพราะมีเรื่องสำคัญจะปรึกษา”“ท่านนั
続きを読む
前へ
12345
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status