เข้าสู่ระบบ“ในเมื่อพูดถึงขั้นนี้ เจ้าบอกข้ามาตามตรงเลยดีกว่า เจ้าคิดจะทำอะไร”
นางยิ้ม “ท่านลุง...ส่งใครสักคนเข้าไปแทนท่านแม่ไม่ดีหรือเจ้าคะ คนที่ท่านลุงไว้ใจ คนที่ข้าเชื่อใจได้ คนที่...สามารถต่อกรกับซินอี๋เหนียง เหมาะสมที่จะเป็นทั้งคนตระกูลลั่วและฮูหยินราชครู”
ลั่วอวี้ซูเลิกคิ้ว...เขาพลันนึกถึงน้องสาวบุญธรรมของฮูหยินที่เพิ่งกลับจากชายแดน สตรีม่ายที่สามีเพิ่งตายจาก หลังจากนั้นยังถูกบ้านสามีขับไล่ทางอ้อมให้กลับมาเมืองหลวง
ว่าด้วยนิสัยใจคอ...ไม่เลว
ว่าด้วยฐานะ...ก็ไม่เลวอีก
ว่าด้วยความเหมาะสม...แม้อีกฝ่ายต่ำต้อยกว่า ทว่าหากเขารับเป็นน้องสาวบุญธรรม จากนั้นส่งเข้าจวนราชครู “ตกลงตามนี้ อีกสองสามวันข้าจะส่งข่าวไปให้เจ้า วันนี้เจ้ากลับไปก่อน ดูแลมารดาของเจ้าให้ดี ข้าจะต้องมั่นใจว่านางจะได้รับการดูแลอย่างดีหลังถูกปลด”
“เรื่องนั้นท่านลุงไม่ต้องกังวลเจ้าคะ”
แม้เป็นน้องสาวแท้ๆ ทว่าผลประโยชน์มาก่อน ชื่อเสียงตามมา จากนั้นจึงจะเป็นสายสัมพันธ์ ลั่วอวี้ซูตระหนักดีว่าเรื่องนี้จะต้องทำอย่างรอบคอบ หากเรื่องที่น้องสาวของเขาวิปลาส กระทั่งเป็นต้นเหตุการตายของบุตรชายคนโตไม่พอ ในจวนยังหาเรื่องทำร้ายทายาทคนต่อไปของจวนราชครู แถมยังโยนความผิดทุกๆ เรื่องให้คนอื่น เขาที่เป็นพี่ชายไม่เพียงเสียหน้า แต่อาจยังส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถืออีกด้วย
ฮูหยินราชครูที่เป็นคนตระกูลลั่วถูกปลดด้วยเหตุผลเรื่องสุขภาพ ยังดีกว่าถูกหย่าขาดเพราะทำให้บุตรชายสิ้นใจ จากนั้นยังพยายามทำร้ายทายาทคนต่อไปของสามีอีก หลังจากนั้นหากราชครูยอมรับสตรีอีกคนที่ตระกูลลั่วส่งเข้าไป ก็จะยิ่งทำให้ผู้คนข้างนอกนั่นเชื่อสนิทใจว่าในจวนราชครูไม่ได้มีเรื่องราวขัดแย้งอะไรเกิดขึ้น
แผนการนี้ช่างยอดเยี่ยม อำนาจควบคุมหลังจวนยังคงเป็นของคนตระกูลลั่ว การจัดการสินเดิมของน้องสาวก็ยังคงเป็นของตระกูลลั่ว ไม่ใช่ใครก็ไม่รู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง
จวนราชครูเยี่ยนได้คนที่เหมาะสมกว่าอนุขึ้นมาเป็นฮูหยินเอก ชื่อเสียงไม่ด่างพร้อย แก้ปัญหาเรื่องทายาทได้อย่างเหมาะสม ป้องกันไม่ให้ซินอี๋เหนียงมีใจคิดยกบุตรชายตัวเองขึ้นมาเป็นซื่อจื่อ ตัดความหวังอีกฝ่ายทันทีอย่างเลือดเย็น... ด้วยแผนการนี้สองตระกูลมีแต่ได้กับได้
เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าหลานสาวจะฉลาดหลักแหลม อีกทั้งยังรู้จักรับมือกับเรื่องราวได้เป็นอย่างดีเช่นนี้
ระหว่างนั่งรถม้ากลับจวนเยี่ยนเสวี่ยหรูขมวดคิ้ว “นั่นมิใช่พี่สี่หรอกหรือ?”
เสี่ยวผิงรีบปราดมายังริมหน้าต่าง “ใช่เจ้าค่ะคุณหนู”
“บาดแผลจากการถูกโบยมิใช่ยังไม่หายดี? เขาออกมาทำไมกัน หยุดรถ”
“คุณหนูท่านจะไปไหนเจ้าคะ!”
ทันทีที่รถม้าจอดไม่รอให้ผู้ใดถามหญิงสาวก้าวลงจากรถม้า เสี่ยวผิงวิ่งตามผู้เป็นนาย ปากตะโกนบอกคนขับรถม้าให้หาที่จอดรถและรีบตามมาโดยเร็ว
ในตรอกเยี่ยนหย่งหนานถูกคนสี่คนลากเข้าไปสภาพหน้าอนาจ เขาถูกโยนลงบนพื้นจากนั้นเสียงหัวเราะเยาะก็ดังสั่น “นี่น่ะหรือซื่อจื่อจวนราชครู หากให้บิดาของเจ้ารู้ว่าในสำนักศึกษาหลวงเจ้าก็เพียงแค่บ่าวรับใช้ของข้า ฮ่าๆๆๆ”
เยี่ยนหย่งหนานลุกขึ้น “ข้าไม่ใช่!!” เขาถูกถีบจนล้มอีกครั้ง ผู้ติดตามยังต่อยไปอีกสองสามหมัด
“ข้าขอเตือนเจ้า หากไม่อยากเจ็บตัวก็ไปบอกบิดาของเจ้าเสียว่าไม่อยากเป็นซื่อจื่อ ไม่อยากแบกรับหน้าที่ที่ไม่สมควร หาไม่ข้าจะให้คนซ้อมเจ้าทุกวัน ดูซิว่าเจ้าจะทนไหวหรือไม่!”
“เจ้าเอาแต่พูดว่าข้าเป็นบ่าวรับใช้ของเจ้า แล้วดูเจ้าสิต่างจากคำพูดตัวเองที่ใด ทำตัวเป็นบ่าวรับใช้ของอนุจวนราชครู หาทางช่วยนาง ช่วยบุตรชายของนางทุกทาง บิดามารดาของเจ้ารู้เรื่องนี้หรือไม่ หรือว่าพวกเขาเองก็เห็นด้วยให้เจ้าทำเรื่องเช่นนี้?”
“เจ้า! ปากดีนัก ข้าเป็นใคร เจ้าเป็นใคร มีหน้ามาสั่งสอนข้า? เป็นเพียงซื่อจื่อที่ไม่มีผู้ใดสนับสนุน คิดหรือว่าวันหน้าเจ้าจะเป็นซื่อจื่อได้อย่าง...โอ๊ย!” บางอย่างลอยหวือมากระแทกหลังศีรษะของเขา ก้มลงมองก็พบว่าเป็น...รองเท้าของอิสตรี!!!
“เรื่องในจวนราชครู ต้องให้เจ้าสอดปากสอดมือเลยหรือ หรือว่าเจ้าเป็นบ่าวรับใช้อี๋เหนียงจวนราชครูจริงๆ”
“เจ้า!”
“เมื่อก่อนไม่เห็นท่านถาม” นางเลิกคิ้ว“เมื่อก่อนไม่อยากรู้ ตอนนี้อยากรู้เพราะซื่อจื่อบอกว่าซุนเก่อให้เจ้าดูภาพวาด”นางหวนนึกไปถึงวันนั้นก็ยิ้มออกมา “เป็นภาพเหมือนของปรมาจารย์กระบี่ของสำนักกระบี่ นางแซ่ไป๋ นามเสวี่ยหรู”“ไป๋เสวี่ยหรู??”“ใช่แล้ว ซุนเก่อบอกว่านางเป็นคนคิดค้นเคล็ดวิชากระบี่คู่ที่เหมือนของข้า แต่ว่าอาจารย์ของข้าไม่ใช่นาง อีกทั้งข้าก็ไม่เคยไปแดนเหนือ เช่นนั้นข้าจะเกี่ยวข้องกับสำนักกระบี่ได้อย่างไร ตามที่เขาเล่าเขาเองก็ไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าไป๋เสวี่ยหรูผู้นี้มีอายุอยู่ในช่วงเวลาใด เพลงกระบี่ที่เขาใช้ก็ขาดๆ หายๆ ไม่ครบถ้วน อยากให้ข้าประลองกับเขาสักครั้ง บางทีเขาอาจบรรลุว่าเพลงกระบี่เหล่านี้เกี่ยวกันจริงๆ หรือเพียงบังเอิญ”“แล้วเจ้าทำเช่นไร”“ข้าบอกเขาว่าอดีตผ่านไปแล้ว เกี่ยวข้องหรือไม่ไม่สำคัญแล้ว” นางเอนศีรษะพิงไหล่ของเฟิงเสียนกวง “ข้าปฏิเสธที่จะประลองกับเขาหรือผู้ใดก็ตาม เพราะการประลองครั้งนั้นข้าได้รับชัยชนะและได้รางวัลที่พึงพอใจแล้ว”เฟิงเสียนกวงกอดนางพร้อมจุมพิตหน้าผากนวล ทั้งสองเงยหน้าขึ้นมองต้นสนในสวน เยี่ยนเสวี่ยหรูเพียงปล่อยอดีตให้เป็นเรื่องของอดีต ไม่เสาะแสวงหาสิ่งใด
“รู้สึกเหมือนเป็นบ้านแล้วสิ” เขายิ้มจากนั้นเดินออกไปยังโถงด้านหน้า ตอนนั่งรถม้าออกจากจวนรอยยิ้มของเขาก็ยังไม่จางหายความสุขนี้มันชัดเจนจนเขาไม่อาจไม่ยอมรับ แท้ที่จริงการมีใครสักคนเคียงข้าง อีกทั้งนางก็มีใจให้เช่นกันกับเขาที่มีใจให้นาง “ความสุขที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” เขาพึมพำกับตัวเองเสียงเบาเย็นย่ำเขานั่งรถม้ากลับมาก็พบว่าเยี่ยนเสวี่ยหรูรออยู่ก่อนแล้ว “ไปกันเถิด”“ไปเลย? ไม่ต้องเปลี่ยนชุด”“ไม่เปลี่ยนแล้ว อย่างน้อยหากท่านราชครูอยากชักสีหน้าจะได้มองชุดขุนนางของข้าก่อนสักนิด”นางหัวเราะ “แล้วหากเขาเองก็ยังไม่เปลี่ยนชุดเล่า”“นั่นสิ” เฟิงเสียนกวงชะงัก “เช่นนั้นให้คนไปบอกท่านแม่ บอกให้นางเร่งให้ท่านราชครูเปลี่ยนชุดก่อนที่เราจะไปถึง?”เยี่ยนเสวี่ยหรูหัวเราะ “ท่านบอกว่าข้าเจ้าเล่ห์มากแผนการ แล้วดูท่านตอนนี้สิ”“ข้าก็เรียนรู้มาจากเจ้าไม่ใช่หรือ”“ไม่ใช่เสียหน่อย!”เขาหัวเราะคว้ามือนาง “ไปกันเถิด”ความจริงคือเยี่ยนเจาเปลี่ยนไปแล้ว ปล่อยวางขึ้น ไม่ได้มีท่าทางเช่นเมื่อก่อนอีก รัชทายาทเติบโตแล้วและราชสำนักก็ไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนที่ยังไม่ได้มั่นคง อำนาจของฝ่ายรัชทายาทบัดนี้นับว่ามั่นคงหยั่งรากลึก แ
ไม่จำเป็นต้องเป็นสมรสพระราชทาน ไม่จำเป็นต้องมีงานแต่งงานหรูหรายิ่งใหญ่ ไม่จำเป็นต้องมีสามีเป็นเชื้อพระวงศ์หรือแม่ทัพเก่งกาจ ขอเพียงเขาเป็นคนดีนิสัยเข้ากันได้ ที่สำคัญคือมีใจให้กัน เพียงเท่านั้นงานแต่งงานนี้ก็นับได้ว่าเป็นงานแต่งงานที่ผูกสามีภรรยาเคียงคู่ตราบนิรันดร์เยี่ยนเสวี่ยหรูจับริ้วแพรมงคล อีกด้านของริ้วแพรมีสามีของนางจับจูงก้าวเดิน โถงกว้างเพื่อทำพิธีไหว้ฟ้าดินมีเพียงป้ายวิญญาณของบิดามารดาสามี ทว่าการไหว้ฟ้าดินก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มของความสุขคำอวยพรใดล้วนไม่สำคัญเท่าความรักของบ่าวสาวที่มีให้กัน ด้วยนี่เป็นการแต่งงานหลังจากเกิดความรัก มิใช่การจับคู่ของบุพการี ไม่ใช่การบีบบังคับ แต่เป็นความยินยอมพร้อมใจของทั้งสองคนอย่างแท้จริงในห้องหอ...เยี่ยนเสวี่ยหรูเท้าคางมองสามีของตนด้วยรอยยิ้ม นางปล่อยผมยาวสยายเช่นกันกับเขาที่มองมาด้วยรอยยิ้ม “ยิ้มอะไร”“ยิ้มที่สามีข้าหล่อเหลาน่ามองยิ่ง”เขานั่งลงบนเตียงจากนั้นอุ้มนางวางบนตัก “ขอเพียงเจ้ามองไม่เบื่อเป็นใช้ได้”“เหลวไหลข้าจะเบื่อได้อย่างไร” นางลูบใบหน้าของเขาจากนั้นประคองด้วยสองมือ จุมพิตเบาๆ ที่ริมฝีปาก “เอาละ...ได้เวลาล่วงเกินเอาเปรียบท่านจร
นอกจวนมีรถม้าจอดอยู่จริงๆ เยี่ยนเสวี่ยหรูมองเห็นซูม่อแล้ว หญิงสาววิ่งออกไปจากจวนพุ่งขึ้นไปบนรถม้า นางนั่งลงหายใจหอบเล็กน้อย “ท่านรู้เรื่องแล้ว?”“เพียงเสียดายที่ไม่ได้ไปดูการประลอง”“ข้าชนะ” นางยิ้มกว้าง“เหตุใดไม่บอก ไม่ปรึกษา”“ฉุกละหุกเกินไป ข้าเพิ่งเดาได้หลังสนทนากับท่านแม่เรื่องแม่ทัพอวิ๋น อีกอย่างเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น ยังไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำเช่นนี้จริงๆ” นางมองเขาคล้ายเด็กที่เพิ่งทำผิด “แต่ว่า...การประลองกับท่านหญิง”เฟิงเสียนกวงมองนางจากนั้นยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว เยี่ยนเสวี่ยหรูลังเลที่จะพูด “เฟิงเส้าฝู่”“อะไรหรือ” เขาเงยหน้าขึ้นมองนางที่ขยับเข้ามานั่งข้างๆ“ข้าไม่มีเวลาแล้ว” นางบอกจากนั้นคว้าสาบเสื้อของเขาเอาไว้ทั้งสองมือ“เวลาอะไร เจ้าคิดจะทำอะไร”“ล่วงเกินเอาเปรียบท่าน” แล้วนางก็ชิดใบหน้าเข้าไป จุมพิตริมฝีปากเขา กดทาบนิ่ง... ตอนที่นางดึงใบหน้าถอยออกห่างจากนั้นเงยหน้าขึ้นมองเขา สายตาลังเลกัดปากเล็กน้อย “ตอนนี้ใจเต้นบ้างหรือยัง”เขาเหม่อลอยไปชั่วครู่ ดวงตาคมก้มลงมองนาง ในแววตาคล้ายมีพายุกำลังพัดโหม อยู่ๆ เขาก็คว้ามือของนางเอาไว้ข้างหนึ่ง มืออีกข้างสอดเข้าไปคว้าเอวด้านหลัง
นางชนะอย่างใสสะอาด ชนะแบบหมดจดไร้ข้อกังขา สายตาแน่วแน่หนักแน่นมองไปยังเยี่ยนเจา สีหน้าของนางเรียบเฉยเย็นชา ถึงตอนนี้นางเกรงว่าบิดาคงเพิ่งตระหนักว่านางได้ล่วงรู้แผนการของเขาทั้งหมดแล้ว!!!เพิ่งผ่านเข้าไปในประตูจวน เยี่ยนเจาก็หันกลับมาด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด เขาพุ่งปราดเข้าไปเงื้อมือตรงหน้าเยี่ยนเสวี่ยหรูสวีซื่อดึงหญิงสาวให้ถอยหลัง นางขยับเอาตัวเองบดบัง “ท่านราชครู!!”“เจ้าถอยไป!”“ท่านกล้าตีนาง? เช่นนั้นก็ตีข้า เอาสิ ตบเลย! วันนี้ข้าจะดูว่าใครจะกล้าลงมือกับบุตรสาวข้า!” สวีซื่อมีท่าทีดุดันไม่สมกับเป็นนางเลย พ่อบ้านตกตะลึง บ่าวไพร่ก้มหน้า“สวีซื่อ! เจ้าอย่าคิดว่าข้าไม่กล้าลงมือกับเจ้า!”“กล้าสิ ท่านย่อมกล้า เช่นนั้นเอาเลย ข้าเองก็มีมือมีเท้า มาดูกันว่าข้าที่เคยฝึกยุทธ์ยังแดนเหนือ จะเอาชนะราชครูที่เป็นบัณฑิตมาทั้งชีวิตไม่ได้!” สวีซื่อเลิกแขนเสื้อสองข้างขึ้นเยี่ยนเจาชะงัก “ไร้มารยาท”“ท่านสิไร้ยางอาย!”“เจ้า!”“ใช่ข้าเอง ท่านจะทำไม วางแผนโยนบุตรสาวตัวเองเข้าไปแลกกับความยิ่งใหญ่ ตอนนี้ถูกตอบโต้กลับทำเป็นรับไม่ได้ ตัวเองเป็นถึงราชครู แต่คำพูดกลับเหมือนผายลม! รับปากนางแล้วแท้ๆ กลับกล้าตลบหลัง
“หมายรวมถึงหากเขาไม่ยอมแต่งกับเจ้า?”“เพคะฝ่าบาท!”ท่านหญิงเจาจวินเลิกคิ้วมองนางด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ “เจ้าเสียสติไปแล้ว? หรือมั่นใจว่าเอาชนะข้า? ได้ยินมาว่าเจ้าเพิ่งเรียนรู้จากอาจารย์ที่ตระกูลลั่วส่งไป แม้ซุนเก่อจะเข้าใจผิดว่าเจ้าเป็นคนของหุบเขากระบี่ แต่ข้าไม่เชื่อว่าข้าฝึกมาตั้งแต่จำความได้ ข้าจะพ่ายแพ้ให้เจ้าที่เพิ่งเรียนรู้”“ท่านหญิงหม่อมฉันไม่มีวรยุทธ์”“เช่นนั้นประลองเพลงกระบี่โดยไม่ใช้วรยุทธ์เพื่อความยุติธรรม!!!”“เช่นนั้นตกลงเพคะ”“กราบทูลฝ่าบาทโปรดทรงพระราชอนุญาต!!”สวีซื่อ...นึกไม่ถึงว่าเยี่ยนเสวี่ยหรูจะเฉลียวฉลาดถึงขั้นนี้!!!หลอกใช้ท่านหญิงเจาจวิน ทำให้แผนการของเยี่ยนเจาล่มไม่เป็นท่า เรื่องที่เยี่ยนเจารับปากบุตรสาวมีน้อยคนนักที่ล่วงรู้ ดังนั้นเขาจึงแอบไปร่วมมือกับคนอื่นเพื่อกราบทูลขอสมรสพระราชทานทว่ายังไม่ทันเริ่มแผนการ เยี่ยนเสวี่ยหรูกลับลงมือก่อน หลอกยืมมือท่านหญิงเจาจวิน ยั่วโมโหจนอีกฝ่ายสร้างฉากอื่นขึ้นในงานเลี้ยง ขณะเดียวกันก็เปิดโปงคำมั่นของเยี่ยนเจาต่อหน้าฮ่องเต้ ต่อหน้าขุนนางมากมาย ทำให้เขาไม่อาจดำเนินแผนตามที่วางเอาไว้ ไม่ว่าจะตอนนี้หรือครั้งหน้า!!มองเยี่ยนเสว
บนรถม้า...เสี่ยวผิงสีหน้าไม่ใคร่จะดีนักผิดกับผู้เป็นนายที่ดูสงบเยือกเย็น เยี่ยนเสวี่ยหรูเลิกม่านมองออกไปด้านนอก “กังวลใจไปก็เท่านั้น”สาวใช้ของนางเม้มปาก “คุณหนูเจ้าคะ ท่านแม่ทัพ...”นางยิ้มบาง “ไม่ว่าจะท่านพ่อหรือท่านลุง พวกเขาก็เหมือนๆ กัน ขอแค่ผลประโยชน์ไม่เปลี่ยนมือพวกเขาล้วนคล้อยตามได้”เสี่ยว
เสียงถอนหายใจดังขึ้น “มารดาของเจ้าดูแลจวนนี้ไม่ได้แล้ว หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้แล้วเรื่องแพร่ออกไป เกรงว่า...”“ท่านพ่อจะปลดท่านแม่หรือเจ้าคะ” นางถามทันทีจะปลดฮูหยิน? เขาเป็นถึงราชครูย่อมไม่กล้าแน่นอน ทางหนึ่งสูญเสียสายสัมพันธ์จากแม่ทัพลั่ว ทางหนึ่งเกิดข้อครหา อีกทางการยกอนุขึ้นมาดูแลจวนทั้งหมด หลัง
“มันเรื่องของข้า! เจ้าเป็นบุตรสาวกล้าตั้งคำถาม กล้าแข็งข้อกับข้าหรือ? ลากมันออกไป! หากยังไม่ไปอีกข้าจะให้คนโบยเจ้าด้วย!! ยังไม่รีบไปจับนางลากออกไป!”“ท่านแม่! ท่านจะลงโทษข้าจนตายเหมือนพี่ใหญ่หรือเจ้าคะ” นางเหลืออดแล้วจริงๆ!!!ลั่วซื่อชะงักงัน บ่าวไพร่เบิกตาอย่างไม่อยากเชื่อ...ใช่แล้ว...เยี่ยนหย่งจ
หญิงสาวก้าวฉับๆ เข้าไปคว้าไม้จากบ่าวชาย ถีบเขาสุดแรง “เจ้า!” มารดาของนางเบิกตาตกตะลึง “จับนางเอาไว้!”“ท่านแม่ ท่านจะไม่หยุดใช่หรือไม่เจ้าคะ?!” นางเหลืออดแล้วจริงๆ ตั้งแต่เป็นวิญญาณอยู่ข้างกายเยี่ยนเสวี่ยหรู กระทั่งลืมตาขึ้นมาในร่างนี้ นางทำความเข้าใจสถานการณ์ นิสัยใจคอของคนจวนราชครู พยายามที่จะไม่







