登入ไป๋เสวี่ยหรู ปรมาจารย์แห่งกระบี่สิ้นใจอย่างสงบ อยู่ๆ เสียงร่ำไห้ของเด็กสาวก็ปลุกวิญญาณให้ตื่นรู้อีก วนเวียนอยู่รอบกายเด็กสาวพริบตาเดียวก็พบว่าตัวเองเข้ามาอยู่ในร่างอีกฝ่ายเสียแล้ว! เยี่ยนเสวี่ยหรู คุณหนูสิบเอ็ดที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเกลียดชังหม่นหมอง แม้บิดาสูงศักดิ์เป็นถึงราชครูแคว้นต้าเย่า ทว่าเพราะจวนใหญ่ทำให้อนุและบุตรแย่งชิงความโปรดปรานโดดเด่น เพิ่งปักปิ่นก็ถูกทิ้งเอาไว้ในเรือนไม่มีใครสนใจ สิ้นใจอย่างเดียวดายโดยไม่มีใครตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้น จากปรมาจารย์กระบี่วัยสามสิบ กลายมาเป็นเด็กสาวที่เพิ่งปักปิ่น เสวี่ยหรู บอกตัวเองให้มีความสุขกับการกลับมามีชีวิต ขออยู่เงียบๆ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้ใด ไม่ทะเลาะตบตีแย่งชิงความโดดเด่น กระทั่ง...นางทนไม่ไหวก่อเรื่องต่อยตีกับบุรุษขึ้น ทั้งยังจำเพาะต้องเป็นต่อหน้าบุรุษหล่อเหลา น่ามอง ทั้งยังน่าหมายปอง เฟิงเสียนกวง ผู้นั้น! เขาที่ดันผ่านมาเห็นตอนนางกำลังเหยียบบุรุษอีกคนเอาไว้ใต้ฝ่าเท้า... ต่อมายังบังเอิญผ่านมาเห็นตอนที่นางกำลังถีบผู้อื่นตกน้ำ... ยังมีตอนที่นางกำลังปีนกำแพงจวนออกมา ก็ยังเป็นเขาที่ผ่านมาเห็นอีก! เหตุใดนางต้องขายหน้าต่อหน้าคนผู้นี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่านะ!!!
查看更多เสวี่ยหรู... ถอนหายใจเป็นครั้งที่เท่าไรนางไม่ได้นับ
นางมองเสวี่ยหรูอีกคนจมจ่อมอยู่กับความทุกข์ นั่งเหม่อมองโทษฟ้า โทษดิน โทษโชคชะตา ยอมรับความพ่ายแพ้ ไม่ทำอะไรเลยนอกจากนั่งโทษสิ่งต่างๆ รอบตัว!
เด็กสาวที่เพิ่งปักปิ่น เยี่ยนเสวี่ยหรู สูงศักดิ์สุขสบายห้อมล้อมด้วยบ่าวไพร่ บุตรสาวของเยี่ยนเจา ราชครูแคว้นต้าเย่า ทว่าชีวิตกลับเต็มไปด้วยความเกลียดชังหม่นหมอง บิดาเอาแต่สอนสั่งรัชทายาท วันๆ ไม่ค่อยอยู่ที่จวน มารดาเอาแต่จมจ่อมอยู่กับการสูญเสียบุตรชาย เฝ้าแต่โทษผู้อื่นที่เป็นต้นเหตุ ทำให้ภายในจวนเต็มไปด้วยความวุ่นวายแก่งแย่ง ทอดทิ้งบุตรสาว ให้ความสำคัญแต่กับบุตรชาย อิจฉา ริษยา ในใจร้อนรุ่มไม่อาจสงบสุข
ไป๋เสวี่ยหรูเพิ่งลุกขึ้นหมุนตัวกลับไปด้านหลัง นางพลันสะดุ้งเมื่อสาวใช้นามเสี่ยวผิงเดินชนเข้ามา ทว่า...อีกฝ่ายทะลุร่างของนางไปราวกับนางไร้ตัวตน
ใช่แล้วนางไร้ตัวตน เป็นเพียงวิญญาณที่ติดอยู่ในจวนราชครู ไปไหนไม่ได้ ไม่มีใครมองเห็น ไม่มีใครสัมผัสถึง อันที่จริงจะพูดให้ถูกคือนางติดอยู่กับต้นสนพันปีในจวนราชครู เพราะก่อนตายสั่งเสียเอาไว้ว่านางอยากถูกฝังเอาไว้ใต้ต้นสนบนหุบเขากระบี่ ทว่าไม่รู้เกิดอะไรขึ้นต้นสนต้นนี้กลับถูกย้ายมาที่นี่!!!
หนึ่งพันแปดร้อยปีแล้ว นางสิ้นใจด้วยอายุเพียงสามสิบ หลังถูกยกย่องให้เป็นปรมาจารย์หญิงแห่งกระบี่ เจ้าของเคล็ดวิชากระบี่คู่แห่งสำนักกระบี่ ฝึกกระบี่ตั้งแต่อายุเจ็ดขวบ ถูกบังคับให้แข่งขันกับศิษย์พี่ ศิษย์น้อง แย่งชิงความโปรดปรานของอาจารย์ คิดค้นเคล็ดวิชากระบี่เพื่อให้เป็นอันดับหนึ่งของสำนัก ผ่านเรื่องราวการสูญเสีย ถูกหักหลัง ถูกใส่ร้าย ถูกหลอกลวง จนถึงที่สุดแม้จะสำเร็จในสิ่งที่มุ่งหวัง กลายเป็นปรมาจารย์หญิงหนึ่งเดียวของสำนัก ความจริงอันเลวร้ายกลับตอกย้ำว่านางถูกหักหลัง
เคล็ดวิชากระบี่ทั้งหมดนั้นถูกอาจารย์ฉกฉวยใช้ประโยชน์ เขาปรารถนาจะใช้เคล็ดวิชาเหล่านั้นครอบครองใต้หล้า!!
ไป๋เสวี่ยหรูร่วมมือกับศิษย์คนอื่นๆ หยุดยั้งการกระทำของอาจารย์ นางสิ้นใจพร้อมกับอาจารย์เมื่อสามารถปักกระบี่เล่มนั้นปลิดชีพอีกฝ่าย ทว่ามันก็แลกมาซึ่งชีวิตของนางเองด้วย...
เมื่อสามปีก่อน...อยู่ๆ เสียงร่ำไห้ก็ปลุกนางจากความว่างเปล่า ลืมตาอีกครั้งก็พบเยี่ยนเสวี่ยหรูตัวน้อยนั่งอยู่โคนต้นสน อีกฟากหนึ่งร่างซีดขาวของซื่อจื่อจวนราชครูถูกนำขึ้นมาจากสระ เขาสิ้นใจไปแล้วท่ามกลางความโศกเศร้าของคนในจวน
เสียงกรีดร้องราวคนเสียสติดังขึ้น นางได้ยินเสียงพึมพำของเยี่ยนเสวี่ยหรู “ท่านแม่...พี่ใหญ่”
ที่แท้เยี่ยนเสวี่ยหรูก็เห็นเหตุการณ์ที่พี่ชายของตัวเองสิ้นใจ นางมองเห็นมารดาที่ร่ำไห้ด้วยความโกรธแค้นระคนเศร้าโศกเกลียดชัง นับตั้งแต่นั้น...วิญญาณของนางก็คล้ายถูกผูกติดกับเด็กสาวผู้นี้ แยกจากไม่ได้ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะไปที่ใดนางก็จะถูกดึงให้ตามติด
จวนราชครูใหญ่โตสูงศักดิ์มากด้วยอิทธิพล ลั่วซื่อฮูหยินราชครูเป็นน้องสาวเพียงคนเดียวของผู้บัญชาการลั่ว ดังนั้นไม่ต้องถามก็รู้ว่านางมีอิทธิพลเพียงใดในบรรดาสตรีชนชั้นสูงและราชสำนัก
เยี่ยนเจาเป็นอาจารย์องค์รัชทายาทแคว้นต้าเย่า เป็นที่ไว้วางพระทัยของฮ่องเต้ เป็นที่นับหน้าถือตาในราชสำนัก ทำทุกอย่างเพื่อบ้านเมืองโดยแท้ แม้ว่าเขาจะเพิกเฉยและไม่เคยใส่ใจเรื่องราวในจวนเลยก็ตาม
จวนราชครูมีฮูหยินเอกคือลั่วซื่อ ทว่าอำนาจกึ่งหนึ่งกลับตกไปอยู่ในมือของซินอี๋เหนียง อนุคนโปรดของเยี่ยนเจา ด้วยหลังจากสูญเสียบุตรชายคนโตซึ่งเป็นซื่อจื่อของจวน ลั่วซื่อก็ล้มป่วยและเอาแต่จมอยู่กับความแค้นและความเกลียดชัง จวนวุ่นวาย ทายาทในจวนแข่งขันเล่นงานกันเองเพื่อให้ตัวเองอยู่ในสายตาบิดา โดดเด่นในสายตาคนนอก พี่น้องไม่เพียงไม่รักใคร่ปรองดองทว่ายังถึงขั้นหาเรื่องเล่นงานใส่ร้ายกันเอง
เยี่ยนเสวี่ยหรู...คุณหนูสิบเอ็ดที่เกิดจากฮูหยินเอก ทว่ามารดาเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย นางที่ถูกเพิกเฉยก็เอาแต่กล่าวโทษมารดาที่ทำให้ตนไม่เป็นที่โปรดปรานของบิดา ทำให้สองแม่ลูกห่างเหินไร้ความสนิทสนม ทว่าลึกๆ ผู้ใดจะเข้าใจว่าเยี่ยนเสวี่ยหรูล่วงรู้ หรือเห็นเรื่องใดมาจึงกลายเป็นคนเช่นนี้...
“เมื่อก่อนไม่เห็นท่านถาม” นางเลิกคิ้ว“เมื่อก่อนไม่อยากรู้ ตอนนี้อยากรู้เพราะซื่อจื่อบอกว่าซุนเก่อให้เจ้าดูภาพวาด”นางหวนนึกไปถึงวันนั้นก็ยิ้มออกมา “เป็นภาพเหมือนของปรมาจารย์กระบี่ของสำนักกระบี่ นางแซ่ไป๋ นามเสวี่ยหรู”“ไป๋เสวี่ยหรู??”“ใช่แล้ว ซุนเก่อบอกว่านางเป็นคนคิดค้นเคล็ดวิชากระบี่คู่ที่เหมือนของข้า แต่ว่าอาจารย์ของข้าไม่ใช่นาง อีกทั้งข้าก็ไม่เคยไปแดนเหนือ เช่นนั้นข้าจะเกี่ยวข้องกับสำนักกระบี่ได้อย่างไร ตามที่เขาเล่าเขาเองก็ไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าไป๋เสวี่ยหรูผู้นี้มีอายุอยู่ในช่วงเวลาใด เพลงกระบี่ที่เขาใช้ก็ขาดๆ หายๆ ไม่ครบถ้วน อยากให้ข้าประลองกับเขาสักครั้ง บางทีเขาอาจบรรลุว่าเพลงกระบี่เหล่านี้เกี่ยวกันจริงๆ หรือเพียงบังเอิญ”“แล้วเจ้าทำเช่นไร”“ข้าบอกเขาว่าอดีตผ่านไปแล้ว เกี่ยวข้องหรือไม่ไม่สำคัญแล้ว” นางเอนศีรษะพิงไหล่ของเฟิงเสียนกวง “ข้าปฏิเสธที่จะประลองกับเขาหรือผู้ใดก็ตาม เพราะการประลองครั้งนั้นข้าได้รับชัยชนะและได้รางวัลที่พึงพอใจแล้ว”เฟิงเสียนกวงกอดนางพร้อมจุมพิตหน้าผากนวล ทั้งสองเงยหน้าขึ้นมองต้นสนในสวน เยี่ยนเสวี่ยหรูเพียงปล่อยอดีตให้เป็นเรื่องของอดีต ไม่เสาะแสวงหาสิ่งใด
“รู้สึกเหมือนเป็นบ้านแล้วสิ” เขายิ้มจากนั้นเดินออกไปยังโถงด้านหน้า ตอนนั่งรถม้าออกจากจวนรอยยิ้มของเขาก็ยังไม่จางหายความสุขนี้มันชัดเจนจนเขาไม่อาจไม่ยอมรับ แท้ที่จริงการมีใครสักคนเคียงข้าง อีกทั้งนางก็มีใจให้เช่นกันกับเขาที่มีใจให้นาง “ความสุขที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” เขาพึมพำกับตัวเองเสียงเบาเย็นย่ำเขานั่งรถม้ากลับมาก็พบว่าเยี่ยนเสวี่ยหรูรออยู่ก่อนแล้ว “ไปกันเถิด”“ไปเลย? ไม่ต้องเปลี่ยนชุด”“ไม่เปลี่ยนแล้ว อย่างน้อยหากท่านราชครูอยากชักสีหน้าจะได้มองชุดขุนนางของข้าก่อนสักนิด”นางหัวเราะ “แล้วหากเขาเองก็ยังไม่เปลี่ยนชุดเล่า”“นั่นสิ” เฟิงเสียนกวงชะงัก “เช่นนั้นให้คนไปบอกท่านแม่ บอกให้นางเร่งให้ท่านราชครูเปลี่ยนชุดก่อนที่เราจะไปถึง?”เยี่ยนเสวี่ยหรูหัวเราะ “ท่านบอกว่าข้าเจ้าเล่ห์มากแผนการ แล้วดูท่านตอนนี้สิ”“ข้าก็เรียนรู้มาจากเจ้าไม่ใช่หรือ”“ไม่ใช่เสียหน่อย!”เขาหัวเราะคว้ามือนาง “ไปกันเถิด”ความจริงคือเยี่ยนเจาเปลี่ยนไปแล้ว ปล่อยวางขึ้น ไม่ได้มีท่าทางเช่นเมื่อก่อนอีก รัชทายาทเติบโตแล้วและราชสำนักก็ไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนที่ยังไม่ได้มั่นคง อำนาจของฝ่ายรัชทายาทบัดนี้นับว่ามั่นคงหยั่งรากลึก แ
ไม่จำเป็นต้องเป็นสมรสพระราชทาน ไม่จำเป็นต้องมีงานแต่งงานหรูหรายิ่งใหญ่ ไม่จำเป็นต้องมีสามีเป็นเชื้อพระวงศ์หรือแม่ทัพเก่งกาจ ขอเพียงเขาเป็นคนดีนิสัยเข้ากันได้ ที่สำคัญคือมีใจให้กัน เพียงเท่านั้นงานแต่งงานนี้ก็นับได้ว่าเป็นงานแต่งงานที่ผูกสามีภรรยาเคียงคู่ตราบนิรันดร์เยี่ยนเสวี่ยหรูจับริ้วแพรมงคล อีกด้านของริ้วแพรมีสามีของนางจับจูงก้าวเดิน โถงกว้างเพื่อทำพิธีไหว้ฟ้าดินมีเพียงป้ายวิญญาณของบิดามารดาสามี ทว่าการไหว้ฟ้าดินก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มของความสุขคำอวยพรใดล้วนไม่สำคัญเท่าความรักของบ่าวสาวที่มีให้กัน ด้วยนี่เป็นการแต่งงานหลังจากเกิดความรัก มิใช่การจับคู่ของบุพการี ไม่ใช่การบีบบังคับ แต่เป็นความยินยอมพร้อมใจของทั้งสองคนอย่างแท้จริงในห้องหอ...เยี่ยนเสวี่ยหรูเท้าคางมองสามีของตนด้วยรอยยิ้ม นางปล่อยผมยาวสยายเช่นกันกับเขาที่มองมาด้วยรอยยิ้ม “ยิ้มอะไร”“ยิ้มที่สามีข้าหล่อเหลาน่ามองยิ่ง”เขานั่งลงบนเตียงจากนั้นอุ้มนางวางบนตัก “ขอเพียงเจ้ามองไม่เบื่อเป็นใช้ได้”“เหลวไหลข้าจะเบื่อได้อย่างไร” นางลูบใบหน้าของเขาจากนั้นประคองด้วยสองมือ จุมพิตเบาๆ ที่ริมฝีปาก “เอาละ...ได้เวลาล่วงเกินเอาเปรียบท่านจร
นอกจวนมีรถม้าจอดอยู่จริงๆ เยี่ยนเสวี่ยหรูมองเห็นซูม่อแล้ว หญิงสาววิ่งออกไปจากจวนพุ่งขึ้นไปบนรถม้า นางนั่งลงหายใจหอบเล็กน้อย “ท่านรู้เรื่องแล้ว?”“เพียงเสียดายที่ไม่ได้ไปดูการประลอง”“ข้าชนะ” นางยิ้มกว้าง“เหตุใดไม่บอก ไม่ปรึกษา”“ฉุกละหุกเกินไป ข้าเพิ่งเดาได้หลังสนทนากับท่านแม่เรื่องแม่ทัพอวิ๋น อีกอย่างเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น ยังไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำเช่นนี้จริงๆ” นางมองเขาคล้ายเด็กที่เพิ่งทำผิด “แต่ว่า...การประลองกับท่านหญิง”เฟิงเสียนกวงมองนางจากนั้นยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว เยี่ยนเสวี่ยหรูลังเลที่จะพูด “เฟิงเส้าฝู่”“อะไรหรือ” เขาเงยหน้าขึ้นมองนางที่ขยับเข้ามานั่งข้างๆ“ข้าไม่มีเวลาแล้ว” นางบอกจากนั้นคว้าสาบเสื้อของเขาเอาไว้ทั้งสองมือ“เวลาอะไร เจ้าคิดจะทำอะไร”“ล่วงเกินเอาเปรียบท่าน” แล้วนางก็ชิดใบหน้าเข้าไป จุมพิตริมฝีปากเขา กดทาบนิ่ง... ตอนที่นางดึงใบหน้าถอยออกห่างจากนั้นเงยหน้าขึ้นมองเขา สายตาลังเลกัดปากเล็กน้อย “ตอนนี้ใจเต้นบ้างหรือยัง”เขาเหม่อลอยไปชั่วครู่ ดวงตาคมก้มลงมองนาง ในแววตาคล้ายมีพายุกำลังพัดโหม อยู่ๆ เขาก็คว้ามือของนางเอาไว้ข้างหนึ่ง มืออีกข้างสอดเข้าไปคว้าเอวด้านหลัง
เยี่ยนเสวี่ยรุ่ยคุกเข่าขอร้องเมื่อเยี่ยนเจากลับมาถึงจวน อ้อนวอนอย่างสิ้นหวัง ขอให้เขาช่วยมารดาของตน ดึงดันอย่างถึงที่สุด เพราะหวังว่าบิดาจะใจอ่อนเยี่ยนเจาอธิบายว่านั่นคือราชโองการ แม้แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้“ไม่จริง! ท่านพ่อเพียงไม่อยากช่วย! ทั้งที่ทั้งหมดนี้ก็เพราะท่านพ่อทั้งนั้น! หากมิใช่ว่าท่านพ่อ
“ท่านกลับมานี่นะ!” แล้ว...นางก็ถูกกักบริเวณเช่นกันกับเยี่ยนเป่าอวี้และเยี่ยนเสวี่ยรุ่ยเยี่ยนเสวี่ยหรูนั่งเครียดอยู่ในเรือน นางตกลงกับเฟิงเสียนกวงว่าจะเริ่มเกี้ยวพาเขา ทว่านางถูกกักบริเวณเช่นนี้จะเอาโอกาสใดไปเกี้ยวพาเขาเล่า!!นางยังถูกกักบริเวณไม่ครบ เยี่ยนหย่งหนานก็มาส่งข่าวอีกครั้ง ตอนนี้ทั้งสองต
นาง...ประคองเขาลุกขึ้นจากนั้นถอนหายใจ “ปกติเห็นท่านออกจะฉลาด วันนี้ทำไมถูกผู้อื่นรังแกเสียแล้วเล่า”“ผู้อื่นที่เจ้ากล่าวถึงคือองค์หญิง นางเพิ่งถูกริบที่ดินศักดินาและเบี้ยหวัด รวมไปถึงถูกกักบริเวณ วันนี้นางมาเพื่อรอเล่นงานข้าโดยเฉพาะ ยอมนางหน่อยอีกสามเดือนก็ไม่ได้พบแถมก่อเรื่องไม่ได้แล้ว เจ้าเถิดอยู
เยี่ยนเสวี่ยรุ่ยนำเรื่องไปปรึกษามารดากับพี่ชาย จากนั้นทั้งสามก็ลอบให้สาวใช้ออกมาปล่อยข่าวข้างนอก กล่าวว่าคุณหนูสิบเอ็ดจวนราชครูแอบลอบนัดพบคนรัก จนฟ้าสางจึงถูกท่านราชครูจับตัวกลับมา ส่วนบุรุษผู้นั้นหนีออกจากเมืองไปแล้วด้วยความกลัว!!!“ข่าวลือยากจับตัวคนเริ่ม ข้าจะดูว่าเจ้าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไรพ
評論更多