Share

บทที่ 5

last update Tanggal publikasi: 2025-11-01 19:46:34

จางม่านอวี้ได้เงินมาแล้วขอแลกกับร้านแลกเงินเป็นพวงอีแปะ กับตำลึงก้อนอีกสองก้อนเก็บเอาไว้ จากนั้นนางรอที่ร้านบะหมี่เนื้อกับซูหมิงที่เจ้าเด็กน้อยคนนี้เคยมาแอบนั่งกินที่ลูกค้ากินเหลือแล้วบอกว่าอร่อยมาก วันนี้นางจึงอยากเลี้ยงเจ้าเด็กอ้วนสักชาม

ส่วนซูซินกับคนขับรถม้านางให้ไปซื้อข้าวสารให้พอกินสำหรับสามเดือนก่อน จากนั้นพวกเมล็ดผักและธัญพืช รวมทั้งแม่ไก่อีกสามสิบตัวขังเอาไว้เลี้ยงกินไข่เป็นอาหาร เพราะคนงานที่บ้านยี่สิบคนต้องช่วยกันทำงาน

โชคดีที่อย่างน้อย ๆ พวกเขาเหล่านั้นเป็นคนขยันขันแข็ง หากเป็นคนสันหลังยาวนางคงกระโดดน้ำตายให้รู้แล้วรู้รอด ทิ้งพวกเขาให้เผชิญชะตากรรมกันเอาเอง

แต่การกินบะหมี่เนื้อนี้ทำให้นางได้ใช้สกิลในการสอดรู้สอดเห็นเพิ่ม...

“คุณชายเฉินดีมากได้ข่าวว่าจัดการพวกปล่อยเงินกู้เถื่อนเสียจนยกครัวออกจากเมืองฉางเหอย้ายไปแคว้นเซี่ยงหยวนด้วยซ้ำ”

‘โอ๊ะ...ทำไมคุณชายเฉินผู้นี้บารมีมากราวกับเป็นเจ้าของเมืองขนาดนี้ล่ะ’

นอกจากสูดเส้นบะหมี่เข้าปาก นายกับบ่าวตัวน้อยอย่างซูหมิงก็มองตากันพลางเงี่ยหูฟังไปด้วย

“ข้าได้ยินว่ากลัวตายไร้ที่ฝัง”

“จริงหรือ?”

“มีข่าวว่าคุณชายเฉินไม่ธรรมดา มีคนที่มีอำนาจมาก ๆ หนุนหลังอยู่”

ชายวัยกลางคนกำลังพูดอย่างออกรส จนกระทั่งเอ่ยถึงคนมีอำนาจ จากนั้นพวกเขาเริ่มเบาเสียง...

“ข้าไม่แน่ใจว่าระหว่างหานอ๋องกับฮ่องเต้ ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลัง”

คำนี้ทำให้นางตาโตเลยทีเดียว หากมีอำนาจขนาดนั้นไม่แน่ว่านางอาจจะล่วงเกินไม่ได้ไม่พอ นางอาจจะยังต้องตามใจเขาด้วยซ้ำ

‘น่ากลัวอยู่นิด ๆ นะ’

“ข่าวว่าทั้งสองพระองค์เกลียดคนทำผิดคิดชั่วที่สุด หากพูดจาไร้มูลความจริงจะถูกตัดลิ้น หากหักหลังทรยศแคว้นก็บั่นคอทันที บางทีก็ฆ่าคนเป็นผักปลา แต่ทุกคนล้วนทำผิด”

จางม่านอวี้จับคอตัวเองคลำ ๆ นางก็คอเล็กแค่นี้เองเนอะ คงไม่โชคร้ายปานนั้นหรอก

เนื่องจากว่าตอนนี้นางไม่เป็นหนี้ผู้ใดแล้วนอกจากเจ้าหนี้ใบหน้าหล่อที่สุดในเมือง จึงเงยหน้าขึ้นมาสู้ได้เมื่อเก็บข้อมูลคุณชายเฉินจนพอใจแล้ว สองนายบ่าวก็เดินเล่นในตลาดกัน

“ซูหมิงในเมืองนี้หากจะค้าขายหรือทำการค้าอะไรต้องติดต่อผู้ใด”

“พี่อวี้ต้องไปติดต่อทางการ แต่ว่าหากเช่าร้านต้องติดต่อร้านรับแลกเงินตระกูลเฉิน เพราะตึกทั้งตลาดนี้เป็นของคุณชายเฉินจนหมด”

อื้อหือ...รวยสับ! รวยปานนั้นจะใช้เงินยังไงหมดนะ น่าจะเป็นตัวเอกสักคนในนิยายที่คนอื่นสร้างแน่ ๆ

ก่อนที่นางจะสร้างจางม่านอวี้ที่สวยหวานน่ารักขึ้นมา นางก็ไปดูตัวอย่างของคนอื่นทั้งไปอ่านเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านตาอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

แต่ตัวประกอบอย่างนางหรือจะได้คู่กับตัวเอก ฝันกลางวันชัด ๆ

“เขามีคู่หมั้นหรือยัง”

“ยังไม่มีข่าวว่าเขามีนะพี่อวี้...ทั้งบ่าวรับใช้สนิทล้วนมีแต่บุรุษ” เจ้าซูหมิงนี่ใช้ได้ นับว่าเป็นคู่หูของนางได้ดี เขารอบรู้เรื่องคนอื่นไม่น้อย ช่างเหมือนกับนิสัยชอบใส่ใจคนในโลกก่อนของนาง

“แต่บางทีเขาอาจจะมีสตรีในใจแล้ว” นางรำพันเสียงแผ่ว นึกถึงใบหน้าของสตรีนางนั้นกับเสียงประหลาดที่คาดเดาไปทางเรื่องดีไม่ได้เลย จนกระทั่งผ่านไปยังหอเริงรมย์ที่เหล่าบุรุษมาหาความสำราญ กับเหล่าสตรีที่มีหน้ามีตามานั่งดื่มกินเพื่อมองสอดส่องบุรุษจึงเงยหน้าขึ้นมอง

“หอหยกเร้นจันทร์”

“หอนี้รับแค่คนมีเงิน คนอย่างพวกเราเข้าไม่ได้หรอก” เจ้าซูหมิงบอกนาง ทำให้นางพยักหน้าน้อย ๆ อย่างเข้าใจทันที นางยืนมองอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นเห็นคนคุ้นเคยที่เพิ่งแยกกันไม่นานเดินมาพร้อมคนสนิทของเขา แต่เมื่อจะเดินเข้าไปเขาพลันหยุดหันหน้ามามองยังนาง ทำให้นางรีบหลบ

ไม่เห็นข้า...ไม่เห็น...ไม่เห็น...ไม่เห็น

นางผินหน้าหลบทำมองชมนกชมไม้ไปเรื่อย ทั้งยังไม่ได้ตั้งใจจะมองเขาหรอกนะ แต่ว่ามันบังเอิญจริง ๆ เขาจะคิดว่านางแอบตามเขามาหรือไม่

หากเป็นเช่นนั้นเขาต้องเข้าใจนางผิดแน่ ๆ

“คุณหนูอวี้...ท่านก็มาหอหยกเร้นจันทร์หรือ”

นั่นปะไร...หลบพ้นที่ไหน...นางใช้วิชาล่องหนไม่ได้สินะ เฮ้อ...ชีวิตติดบั๊กไม่พอยังมาติดเจ้าหนี้คนนี้อีกเหรอ

บางทีพวกเราไม่ควรพบหน้ากันบ่อยนักก็ได้

“เอ่อ...คุณชายอย่าเข้าใจผิด ข้าเพียงแค่เดินดู รอบ ๆ เท่านั้นว่าพอจะมีงานอะไรที่ข้าจะทำเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ท่านได้บ้างเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไป”

เจ้าหนี้คงไม่ปรารถนาให้ลูกหนี้ใช้ชีวิตสุขสบายหรอกกระมัง หาไม่เขาจะไม่ได้รับเงินคืนน่ะสิ ตั้งห้าร้อยตำลึงเชียวนะ

“อ้อ...เจ้าจะมาหางานที่หอนี้?”

ฮะ...นี่นางพูดสิ่งใดให้เขาเข้าใจผิดไปได้ว่านางมาหางานในหอหยกเร้นจันทร์ ที่เหล่าบุรุษรู้ดีว่าสตรีวัยสะพรั่งเช่นนางจะมีงานอะไรได้นอกจากงานคณิกาในหอนี้

“มะ...ไม่...ไม่ใช่อย่างนั้นเจ้าค่ะ...ข้าเพียงแค่มาดูร้าน...เอ่อ...ร้านสำหรับเอาไว้ค้าขายในอนาคตเท่านั้น”

นางชี้มั่วซั่วไปยังร้านตรงข้ามกับหอหยกเร้นจันทร์ แต่มันดันเป็นร้านขายยาเพิ่มกำลังบุรุษ เมื่อมองไปยังใบหน้าของคนที่นางพูดด้วยเขากำมือขึ้นปิดปากยิ้มแล้วนางต้องหันมองว่าตัวเองชี้อะไร นางเบิกตากว้างพลันหดนิ้วกลับแทบไม่ทัน

ซวยอะไรอย่างนี้...เขาจะคิดกับนางอย่างไรนะ

“เอ่อ...ไม่ใช่...โน่น...ร้านหนังสือ...ข้าลายมือสวยจะคัดหนังสือมาขายต่างหาก” แต่เมื่อมองเห็นภาพวาดสตรีที่มีแพรบางปิดบนและล่าง กับบนชั้นวางคือนิยายประโลมโลกรู้สึกอยากจะขุดดินตรงหน้าแล้วมุดลงไป

หมดกัน...ชื่อเสียงข้าดูท่าจะป่นปี้ในสายตาเขาแล้วสินะ เดิมก็ไม่ได้มีชื่อเสียงที่ดีอยู่แล้ว การจะเป็นสตรีน่ารักอ่อนหวานนี่มันยากสำหรับตัวประกอบหรือไง

“อื้ม...น่าสนใจยิ่งนัก”

เขาไม่เพียงแต่สนใจยังให้คนของตนเองไปเหมาหนังสือมาทุกเล่มแล้วห่อให้นาง ก่อนจะก้มลงมากำชับที่ข้างใบหู

“เจ้าไปอ่านให้ดี...อีกสามวันมาอ่านให้ข้าฟังที่หอหยกเร้นจันทร์แห่งนี้!”

“O.O”

ห๊ะ! จางม่านอวี้ร้องอุทานในใจ กะพริบตาปริบ ๆ มองคนที่โน้มหน้าหล่อเข้ามาใกล้ชิดจนได้กลิ่นหอมที่ทำให้รู้สึกสบายไปชั่วครู่ จนเกิดอาการชะงักค้าง

ปากที่อ้ากว้างเมื่อรู้ว่าเขาต้องการให้นางทำอะไร พลันหนังสือในมือที่รับไว้หนักอึ้งเสียจริง ทว่าเขากลับไม่ฟังเสียงนางปฏิเสธเดินเข้าหอหยกเร้นจันทร์ไปแล้ว

นี่เขาจะให้นางอ่านเรื่องราวพวกนี้ให้ฟังที่หอเริงรมย์ เขามีรสนิยมแบบไหนกัน ให้นางพากย์แล้วเขาทำตามหรือ

บรึ๋ย...แค่คิดก็หวาดเสียวแล้ว!

คิดเรื่องไม่เป็นเรื่องได้ชั่วครู่ซูหมิงก็ดึงแขนเสื้อนาง จนนางต้องตั้งสติส่ายหัวไปมา

“พี่ซูซินมากันแล้วรีบกลับกันเถอะพี่อวี้”

เนื่องจากของที่ซื้อมามากมายนัก ทำให้ต้องจ้างเกวียนวัวไปส่งที่บ้านตระกูลจาง หลังจากประชุมรับหน้าที่แต่ละคนเรื่องปลูกผักเลี้ยงไก่แล้วนางให้ขุดบ่อปลาเอาไว้ด้วยเพราะในจวนไม่ห่างจากลำธาร เลี้ยงปลาเอาไว้นอกจากเสริมบารมีแล้ว หากไม่มีอะไรกินยังจับมันมาทำอาหารได้

โชคดีที่พ่อบ้านเก่าแก่ไม่ยอมจากไป เพราะรับใช้ตั้งแต่มารดานางยังอยู่ จึงให้เขาช่วยจัดการงานอื่น ๆ ในบ้านพร้อมทั้งให้พ่อครัวแม่ครัวช่วยกันทำอาหารเลี้ยงทุกคนให้กินอิ่มท้องในวันนี้ ที่สำคัญมีเนื้อสำหรับทุกคน จะได้มีกำลังใจทำงานหลังจากที่ต้องเก็บผักและยอดอ่อนต้นต่าง ๆ กินประทังชีวิตกันมาหลายวัน เพราะหัวมันที่ปลูกเอาไว้ยังไม่ออกให้เก็บกิน

ตกดึกนางอาบน้ำให้สดชื่นก่อนจะใส่ชุดนอนแสนเก่าที่เหลืออยู่จากนั้นเดินไปยังโต๊ะหนังสือ เมื่อนางไล่ซูซินไปนอนห้องข้าง ๆ นางจึงหยิบหนังสือที่เขากว้านซื้อให้นางมาอ่านดู แต่ละประโยคดูหวาดเสียวจริง ๆ

บุรุษหนุ่มผู้กระหายในบุปผาสตรีปลดผ้าคาดเอวออก รูดกางเกงร่วงไปข้างเตียง ประคองความเป็นบุรุษขึ้นชักรูดรั้งขึ้นลง!

อร้าย!!! ทะลึ่ง...ทะลึ่งเกินไปแล้ว...นางรับไม่ได้

(* ̄∇ ̄)

ปากบอกว่ารับไม่ได้แต่ว่านางกวาดตามองทุกตัวอักษรพร้อมกับยกนิ้วกัดปากไปด้วย ทั้งหัวใจที่เต้นตุบลุ้นแบบฉากต่อฉาก

ซี๊ด...ให้ตายเถอะข้าต้องอ่านพวกนี้ให้เขาฟัง จริง ๆ หรือ!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณหนูอวี้ข้ามาเก็บดอกท่านแล้ว   บทที่ 73

    ทุกคนส่ายหน้าให้กับเด็กน้อยที่พยายามป้ายความผิดให้คนอื่น ทั้งที่นางชอบดูผีเสื้อบินในสวนแต่ผีเสื้อดันบินหนีไปต่อหน้าต่อตาเท่านั้น “เช่นนั้นต้องขอโทษพี่ใหญ่ก่อนนะ วันนี้พี่ใหญ่ไปหาท่านอาลี่เจินมาด้วยล่ะ มีขนมใหม่ ๆ ที่ท่านอาคิดสูตรด้วยตนเอง” จางม่านอวี้ไม่รู้จะห้ามปรามเฟยเทียนอย่างไ

  • คุณหนูอวี้ข้ามาเก็บดอกท่านแล้ว   บทที่ 72

    หลังจากแต่งงานได้เก้าเดือน ลูกหงส์และมังกรก็ มาเกิดในตำหนักหานอ๋องสร้างความปีติยินดีมากมายให้ กับเหล่าประชาชนในแคว้น รวมทั้งเสด็จลุงอย่างฮ่องเต้ เยว่อันคังประทานของรับขวัญหลานจนต้องสร้างห้องเก็บสมบัติเพิ่ม จางม่านอวี้ท้องลูกแฝดแต่เป็นแฝดชายหญิง โดยคนเป็นบิดาอย่างหานอ๋องก็ตั้งชื่อให

  • คุณหนูอวี้ข้ามาเก็บดอกท่านแล้ว   บทที่ 71

    “ท่านอ๋องแก่ที่ไหนกันเพคะ แค่อวี้เอ๋อร์อายุสิบเจ็ดปี ท่านอ๋องอายุยี่สิบเจ็ดปีห่างกันแค่สิบปีถือว่าไม่มากกำลังพอดีเพคะ” นางกดข่มอมยิ้มในใจ ที่จริงหากนับกันก็หลายปีอยู่นะ “เจ้าเล่ห์นักหลอกด่าข้า นับจากนี้ชั่วชีวิตเจ้าข้าจะลงโทษเจ้าให้ต้องทรมานอยู่ใต้ร่างกายของข้า ถูกข้าเคี่ยวกรำทุกค

  • คุณหนูอวี้ข้ามาเก็บดอกท่านแล้ว   บทที่ 70

    คืนนี้เยว่เค่อไท่ไม่ได้รังแกหานเฟยของเขาหนักมาก เพียงแค่ตั้งใจจะมีลูกกับนางในค่ำคืนนี้ให้จงได้ ฤกษ์หยิน หยางบรรจบกันไม่ใช่จะมีได้ในทุกปี เขาจึงไม่ปล่อยให้ความพิเศษนี้ผ่านไปเพียงเปล่าประโยชน์ ด้านนอกแขกที่เชิญมาล้วนเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมสำนัก ขุนนางสำคัญในเมือง ไร้ขุนนางสอพลอในเมืองหลวงม

  • คุณหนูอวี้ข้ามาเก็บดอกท่านแล้ว   บทที่ 69

    หานอ๋องเห็นเช่นนั้นยกยิ้มให้นาง แล้วรีบไปจูงนางออกมาจากเรือนจากนั้นเมื่อถึงหน้าเรือน เสียงประกาศจากขันทีที่นำพระราชโองการมาประกาศยังเมืองฉางเหอดังขึ้น “พระราชโองการจากฝ่าบาท...หานอ๋องและคุณหนูจางม่านอวี้รับราชโองการ” จางม่านอวี้ถูกท่านอ๋องประคองให้นั่งคุกเข่าคู่กัน ในวันที

  • คุณหนูอวี้ข้ามาเก็บดอกท่านแล้ว   บทที่ 68

    เมื่อตัวประกอบหลุดจากบั๊กสู่ตำแหน่งชายาเอกหนึ่งเดียวของหานอ๋องจากแคว้นเยว่หาน... วันมงคลสมรสของจางม่านอวี้และหานอ๋องเยว่เค่อไท่ถูกจัดอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่สิบสองเดือนสิบสองรัชศกเยว่คังที่สิบสอง ซึ่งเป็นวันมงคลที่สิบสองปีจะมีครั้ง คือวันที่หยินหยางสมดุลพร้อมให้พลังแด่คู่รักชายหญิง ถือว่าวันนี

  • คุณหนูอวี้ข้ามาเก็บดอกท่านแล้ว   บทที่ 55

    กว่าซูหมิงจะมาถึงตำหนักอ๋องก็เที่ยงพอดี ดังนั้นเขาจึงเร่งรีบวิ่งไป แต่เมื่อจะเลี้ยวไปทางห้องบรรทมท่านอ๋องเสียงน่ากลัวพลันดังขึ้น “กงกงไปจับเด็กสามหาวผู้นั้นมาตัดขา” ซูหมิงไม่คิดว่าจะพบกับไทเฮากำลังนั่งจิบชาที่สวน แค่เขาเดินเร่งรีบไปหน่อยถึงขนาดตัดขาเลยหรือ ไม่ได้เขาต้องสู้ตาย

  • คุณหนูอวี้ข้ามาเก็บดอกท่านแล้ว   บทที่ 61

    “กลัวเหลือเกินเพคะว่าจะหาสามีดี ๆ แบบท่านอ๋องไม่ได้ หากท่านอ๋องไม่กลับมาอวี้เอ๋อร์คงเป็นหม้าย” เยว่เค่อไท่ดีดหน้าผากนางหนึ่งที นี่เท่ากับแช่งเขา ชัด ๆ “ข้าอยากพาเจ้าไป” จางม่านอวี้อมยิ้มเขินที่สามีห่างจากนางไม่ได้ ก็คนอย่างนางมีคนเดียวนี่นา แต่ทว่าคำพูดต่อมาทำให้นางทำหน้

  • คุณหนูอวี้ข้ามาเก็บดอกท่านแล้ว   บทที่ 60

    หลังจากหานอ๋องพาจางม่านอวี้เที่ยวจนคนที่ขี่หลังอยู่หลับไปเขาก็พานางกลับไปนอนพักที่ตำหนัก เมื่อจัดการห่มผ้าให้นางอย่างดีกำลังจะเดินไปสะสางงานที่ทิ้งมาเมื่อตอนกลางวันก็เห็นเสด็จพี่เดินเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด “มีอะไรหรือเสด็จพี่” “ข้าคิดว่ากำลังจะมีเรื่องไม่ดีเท่าไหร่” คำ

  • คุณหนูอวี้ข้ามาเก็บดอกท่านแล้ว   บทที่ 56

    จางม่านอวี้ชะงักเท้ากึก...แต่ทว่าสามีคนดีของนางกลับไม่ยอมหยุดทั้งกึ่งลากกึ่งจูงนางเข้าไป จนนางต้องรีบเอ่ยท้วง “เอ่อ...ท่านอ๋อง...เอ้ย...คุณชายเฉิน” จางม่านอวี้ หลุดเรียกเขาเพราะชินปาก แต่ทว่าเขากลับไม่ดุนาง ซ้ำยังยิ้มให้กับนางอย่างเอ็นดูอีกด้วย “ไม่เข้าไปหรือ” “ซูหมิง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status