LOGINเธอคือเชลยที่ถูกพันธนาการด้วยไฟสวาท เขาคือฟาโรห์ผู้ดุดันที่ทั้งโลกต้องก้มกราบในวังทองคำ เธออาจเป็นเพียงทาส…แต่ในห้องบรรทม หรืออาจกลายเป็นราชินีผู้ครองหัวใจ เลือด ความรัก ความตาย และ คำาสาป ผูกชะตาไว้ด้วยไฟปรารถนาอันไม่อาจดับได้ เธอจะชำระรักนี้ด้วยน้ำตา... หรือด้วยเลือดของทั้งแผ่นดิน?
View More“ใช่ เขาน่าทึ่งมากจริง ๆ คนที่รวยขนาดนั้นแต่ยังยืนหยัดให้สิ่งของทุกชิ้นอยู่ในแผ่นดินอียิปต์ ไม่ใช่ในคลังมบัติส่วนตัว เขาเคารพอดีตอย่างแท้จริง”อาริสานิ่งไปครู่หนึ่ง เสียงหัวใจของเธอเต้นแรงอย่างประหลาด“แต่ฉัน... ไม่เคยเจอเขาเลยสักครั้ง” เธอเอ่ยเบา ๆ“อยากจะขอบคุณเขา... อย่างน้อยที่สุดสำหรับชีวิตของฉันที่เขาช่วยไว้ในวันนั้น”คาร่ามองเธอด้วยแววตาอ่อนโยน “บางทีคุณอาจจะได้เจอเขาในงานคืนนี้นะคะ ชีคจะมาร่วมเปิดนิทรรศการด้วยตัวเอง”เธอยิ้มบาง ๆ พยักหน้า “คงดีนะ ถ้าโชคจะเมตตาค่ะ...”อาริสาขอตัวจากโต๊ะสนทนา พลางหยิบกระเป๋า“ขอฉันไปล้างหน้าสักครู่นะคะ คงตื่นเต้นเกินไปหน่อย”“รีบกลับมานะ เดี๋ยวพิธีเปิดเริ่มแล้ว ฉันไมอยากให้เธอพลาด”หญิงสาวเดินลึกเข้าไปในโถงนิทรรศการที่เพิ่งเปิดไฟเต็มดวง เสียงฝีเท้าของเธอดังก้องเบา ๆ บนพื้นหินอ่อน แสงจากหลอดไฟส่อง ลงกระทบกระจกใสของตู้จัดแสดง เรียงรายไปด้วยสมบัติโบราณจาก ยุคฟาโรห์ แต่สำหรับเธอ มันไม่ใช่แค่วัตถ
เขากัดฟันกรอด สะโพกกระตุกเบาๆ ให้แท่งร้อนแน่นหนาที่ฝังลึกในกายเธอสั่นสะเทือนนิดหนึ่ง ร่างบางใต้เขาสะดุ้ง แหงนหน้าครวญคราง“อ๊า… อึก… ราเมเซส… ยอดรัก… อย่าหยุดนะ…”เสียงร้องของเธอเป็นเหมือนไฟสุมในเส้นเลือดของเขา ชายหนุ่มถอนสะโพกช้าๆ ความหนาใหญ่ของเขาถูกดึงออกมาทีละนิดเสียง “แจะ…แจะ…” ดังชัด ร่องนุ่มของหญิงสาวตอดรัดลำร้อนจนเขาต้องสูดปาก ครางต่ำในลำคอแล้วเขาก็กระแทกกลับเข้าไปแรงกว่าเดิม!“ปั่ก!”“อ๊าาาาาาาาา!!!!”หญิงสาวแอ่นตัว สะโพกลอยขึ้นรับแรงกระแทกอย่างไม่รู้ตัว มือทั้งสองจิกต้นแขนของเขาไว้แน่นราเมเซสคำรามต่ำในลำคอ ขณะที่เขาเริ่มขยับเอวถี่ขึ้น“พั่บ… พั่บ… พั่บ… พั่บ!!”เสียงกระแทกเนื้อกระทบเนื้อก้องไปทั่วโค้งสระบัว ในค่ำคืนใต้จันทรา ลมหายใจของเขาและเธอพัวพันกันแน่น ร้อนรุ่มยิ่งกว่าทรายกลางแดด"รับข้าไว้ให้หมด...ยอดรัก...ทุกหยดแห่งความคิดถึง...ทุกแรงปรารถนา&
หญิงสาวถอนหายใจ ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัว มือข้างหนึ่งเลื่อนแตะที่กำไลงู แล้วหลับตาช้า ๆ ภาพแรกที่ลอยขึ้นมาในความเงียบของเปลือกตาคือสระบัวยามค่ำ หมอกอ่อนลอยกรุ่นอยู่เหนือผิวน้ำ และเสียงหนึ่งเสียงที่เธอไม่ได้ยินมาเป็นปีแล้ว เสียงของเขา“ยอดรัก…”เสียงทุ้มต่ำแผ่วราวกับขนนกปัดผิวเธอแต่แรงพอจะสั่น ทุกเส้นประสาทและก่อนที่สติจะต้านไหวเธอก็หลุดเข้าสู่ห้วงฝันอีกครั้ง ห้วงฝันที่เขารอเธออยู่เสมอมาหญิงสาวหลับตาช้าๆ ......และทันทีที่ขนตาสัมผัสผิวแก้ม ลมหายใจเริ่ม ลึกช้า...หมอกบางเบาคลอเคลียราวผ้าไหมลอยล่องในอากาศ กลิ่นหอมหวานของดอกบัวลอยฟุ้งจากสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่สะท้อนแสงจันทร์สีทองร่างบางยืนอยู่ริมสระ ชุดผ้าลินินบางเบาคลุมร่างกาย เปียกชื้นจนแนบติดผิวเนียน เผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าที่สั่นไหวในสายลมเย็น หัวใจของเธอเต้นรัว เธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนระอุจากด้านหลัง สัมผัสอ่อนหวานแต่หนักแน่นของมือที่โอบเอวเธอไว้ ราวจะไม่ยอมให้เธอหลุดลอยไปจากในฝันคืนนี้“ยอดรัก…” เสียงทุ้มต่ำของราเมเซส ฟาโรห์แห่งนครนครวาสเรต กระซิบข้างใบหูของเธอ น้
มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่ยังติดอยู่ในอก บางสิ่งที่เธอไม่ได้พูด บางสิ่งที่เธอไม่ได้เอ่ยลาจากมือเธอเลื่อนไปแตะหน้าต่างกระจก ปลายนิ้วไล้เป็นเส้นเบา ๆ บนพื้นผิวเย็นเฉียบ สายตายังจับจ้องภาพพีระมิดในระยะไกล ราวกับไม่อาจละสายตาได้เลยเธอหายใจลึก เสียงเครื่องบินดังขึ้นเมื่อลำลอยสูงขึ้นอีกระดับและอียิปต์... ก็ค่อย ๆ ถูกกลืนหายไปในขอบฟ้าดินแดนนั้นเคยต้อนรับเธอเหมือนผู้มาเยือน และส่งเธอกลับไปเหมือนใครบางคนที่แบกบางสิ่งกลับมา สิ่งที่ไม่อาจเล่าต่อใครได้อาริสาไม่รู้ว่าเธอกำลังกลับบ้าน… หรือกำลังหนีจากอะไรบางอย่างที่ยังตามติดไม่เลิกเธอรู้เพียงอย่างเดียว หัวใจของเธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว-------------------------------------เสียงกระดิ่งเหนือประตูร้านกาแฟเล็ก ๆ ดัง “กริ๊ง!” กลิ่นชาไทยหอมหวานลอยคลุ้งปะปนกับกลิ่นกาแฟคั่วใหม่ ร้านนี้ชื่อ The Nomad’s Cup คาเฟ่สไตล์ทราเวลเลอร์ที่ตกแต่งด้วยของสะสมจากทั่วโลก กำแพงด้านหนึ่งมีภาพถ่ายทะเลทรายซาฮาราติดไว้เรียงยาว ทุกครั้งที่อาริส
เสียงของพระนางทำให้เงาในวิหารสะเทือน ราวมีสิ่งเหนือมนุษย์รับรู้ถึงความจริงที่ซ่อนอยู่ ฮาเชียร่าชะงัก ดวงตาเบิกกว้างเพียงชั่ววินาที ก่อนจะกลับมาหัวเราะอีกครั้ง พระนางยกกรีฑพิธีขึ้นเหนือหัว แสงจากอักษรดำสะท้อนปลายคมวาววับ เสียงนักพรตสวดดังขึ้นรัวเร็วกว่าเดิมขณะที่ปลายกรีฑกำลังจะตกลงสู่หัวใจ
เรือหลวงค่อยๆ เทียบท่าที่ขอบวังใหญ่เมื่อดวงจันทร์ลอยสูงเหนือท้องฟ้าแห่งนครวาสเรต แสงจันทร์สีเงินสะท้อนบนผิวน้ำไนล์ ราวกับกระซิบถึงโชคชะตาที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ ราเมเซสเงียบงัน ไม่เอ่ยคำใด พระหัตถ์ใหญ่คลุมผ้าทอสีเข้มปักลายทองลงบนร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาว ซึ่งยังคงสั่นเทิ้มจากเหตุการณ์บนเรือ ร่าง
แต่คำพูดของเธอถูกกลบมิดด้วยริมฝีปาก ที่บดขยี้ลงมาอีกครั้ง จูบนั้นดิบเถื่อนยิ่งกว่าครั้งก่อน ลิ้นร้อนแทรกเข้ามาในปากเธอราวกับต้องการกลืนกินทุกส่วน รสคาวเลือดจากริมฝีปาก ที่แตกยังคงค้างอยู่ ผสมกับกลิ่นเหงื่อและความร้อนจากพระวรกายใหญ่ที่กดทับลงมาราเมเซสไม่รออีก พระหัตถ์เลื่อนลงต่ำ ฉีกผ้าที่เ
เธอกรีดร้องลั่นในฝัน เสียงแหลมสูงสะท้อนทั่วห้อง ร่างหญิงสาวสะดุ้งสุดตัว คมกรีฑในฝันยังค้างอยู่กลางอก หัวใจเต้นถี่รัวจนแทบทะลุอก เหมือนยังหนีไม่พ้นเงื้อมมือของฝันร้ายนั้นฝันเดิม...ฝันที่เต็มไปด้วยเลือดและเสียงร้องขอชีวิต ฝันที่ราวกับเธอยังอยู่ในคืนที่ต้องสาปนั้น กลิ่นคาวยังติดอยู่ปลายลิ้น





