เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์

เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์

last updateDernière mise à jour : 2026-01-15
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
70Chapitres
1.2KVues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

เธอคือเชลยที่ถูกพันธนาการด้วยไฟสวาท เขาคือฟาโรห์ผู้ดุดันที่ทั้งโลกต้องก้มกราบในวังทองคำ เธออาจเป็นเพียงทาส…แต่ในห้องบรรทม หรืออาจกลายเป็นราชินีผู้ครองหัวใจ เลือด ความรัก ความตาย และ คำาสาป ผูกชะตาไว้ด้วยไฟปรารถนาอันไม่อาจดับได้ เธอจะชำระรักนี้ด้วยน้ำตา... หรือด้วยเลือดของทั้งแผ่นดิน?

Voir plus

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
70
บทที่ 1 เสลี่ยงทองคำคู่รักแห่งโชคชะตา
รุ่งอรุณแห่งลักซอร์ในวันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุคสมัย ท้องฟ้าทะเลทรายเปล่งประกายสีทองอบอุ่นจากดวงอาทิตย์ยามเช้า สายลมพัดผืนผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มบนหอคอยสูงกระพือเบา ๆ ดั่งธงแห่งชัยชนะ ธงเหยี่ยวโฮรัสหลายร้อยผืนโบกไสวไปทั่วนคร แท่นบูชากลางวิหาร เทพีไอซิสถูกตกแต่งด้วยกลีบบัวสีเงินจากหุบเขาตะวันออก และเปลือกหอยขาวจากทะเลเหนือนครทั้งนครสงบนิ่งราวกับเทพเจ้าทั้งสวรรค์กำลังรอชมเสียงแตรศึกเป่าแผ่วดังสามครั้งก่อนจะตามด้วยเสียงฆ้องทองคำจากใจกลางวิหาร นั่นคือสัญญาณ… พิธีอภิเษกสมรสของฟาโรห์ราเมเซส กำลังเริ่มขึ้นประชาชนคุกเข่าทั้งสองฝั่งถนนศิลา ยกมือลูบพื้นเป็นการถวายเกียรติสูงสุดกลีบบัวและกลีบพฤกษานับหมื่นโรยจากยอดหอคอย ร่วงหล่นราวสายฝนจากเทพีฮาเธอร์เสียงร้องของหญิงพรหมจรรย์สิบแปดนางสวดบทสดุดีเทวีอิซิส สรรเสริญรักอันศักดิ์สิทธิ์“ขอจันทราและสุริยันรวมเป็นหนึ่ง...ดั่งฟาโรห์และราชินีให้รักนี้... สะเทือนสรวง”ขบวนเสลี่ยงทองคำเคลื่อนผ่านประตูวิหารโอฬาร ฝ่ายซ้ายคือ ราเมเซส ฟาโรห์ผู้มากด้วยชัยชนะ และความเที่ยงธรรมทรงสวมชุดคลุมสีขาวปักดิ้นทอง ช่วงอกเปลือยเปล่าเผยกล้ามเนื้อเข้มแกร่งคล้ายรูปสลักเทพพระเน
Read More
บทที่ 2 เจ้าคือราชินีที่ข้าจะบูชาทั้งหัวใจ
เสียงพิณบรรเลงคลอเบาๆ จากเรือนดนตรีด้านนอกลมทะเลทรายยามราตรีพัดผ่านม่านผ้าลินินบางสีทอง สะบัดช้า ๆ คล้ายละอองแสงดาวไหลลงมาในห้องหอห้องหอของราชวังถูกประดับด้วยผอบทองคำ น้ำมันหอมกลิ่นดอกบัว และเทียนร้อยเล่ม แสงนวลของมันสะท้อนผิวหินอ่อนสีครีมจนดูราวกับอยู่ในโลกของเทพเจ้ากลางห้องบนเตียงกว้างปูผ้าลินินขาวปักดิ้นทอง เนทาเรียนั่งก้มหน้างามในชุดเจ้าสาวที่บางเบา ริมฝีปากเธอสั่นน้อย ๆ ด้วยทั้งความประหม่าและความสุข ดวงตาฉ่ำน้ำตาเมื่อคิดถึงภาพฟาโรห์ที่สาบานรักต่อหน้าประชาชนทั้งแผ่นดินประตูบานใหญ่เปิดออก ราเมเซสเสด็จเข้ามา ทรงคลุมเพียงผ้าลินินสีขาว พระอังสาและแผ่นอกเปล่งประกายแกร่งอย่างนักรบ ดวงเนตรเข้มที่เคยมองด้วยความเย็นชา บัดนี้กลับอ่อนโยนเหมือนสายน้ำไนล์“เนทาเรีย… นี่คือคืนของเรา”เขาก้าวเข้ามานั่งตรงหน้า ยกพระหัตถ์แตะปลายคางเธอแผ่วเบาก่อนจะกดจูบลงบนหน้าผาก อุ่นจนเธอสะท้าน สองมือที่เคยเย็นจากทองคำและดาบศึก ลูบไล้ต้นคอและแผ่นหลังของเธออย่างคนรักมากกว่ากษัตริย์เนทาเรียหลับตารู้สึกว่าทุกสัมผัสเป็นเพลิงอุ่นที่ละลายหัวใจ เธอค่อย ๆ ยื่นมือแตะอกเขา รับรู้จังหวะเต้นแรงของหัวใจผู้ครองสองแผ่นดินเ
Read More
บทที่ 3 ค่ำคืนที่หวานกลายเป็นเลือดใต้เงาของคำสาป
เขาก้มลงจูบริมฝีปากนางอีกครั้งแล้ว ดันเข้าไปอีกนิดเพียงครึ่งหนึ่งของความยาวลำเขาแน่นร้อนและฝังเข้าไปในโพรงนุ่มแคบที่กำลังขมิบรับเขาอย่างตื่นเต้นสั่นไหว“ถึงเพียงครึ่ง… แต่เจ้าตอดรัดเหลือเกิน…”“เจ้ารู้ไหม… ข้าแทบจะไม่ไหว…”เขาหยุดตรงนั้นไม่ดันเข้าไปอีก แต่เธอก็แน่นเสียจนเขาต้องกัดฟัน ความร้อนของร่างเธอกำลังกลืนเขาทีละช้า ๆ อย่างมีชีวิตเธอกระชับสะโพกแน่นเหมือนอยากได้มากกว่านั้น แต่มือเขากดเอวเธอไว้แผ่วเบาห้ามปรามอย่างรักใคร่“พอแล้ว… แค่นี้ก่อน…”“ข้าจะไม่เร่ง…เพราะข้าอยากให้เจ้าจำ ‘ครั้งแรก’ นี้ ว่ามันเริ่มด้วยความรัก ไม่ใช่เพียงตัณหา…”เขานิ่งสะโพกแนบสะโพก หายใจร้อนรินกลีบของเธอตอดเขาเบา ๆ ทุกจังหวะหัวใจและทั้งคู่นอนกอดกันแน่น โดยที่เขายังอยู่ ในตัวเธอ...คบเพลิงรอบห้องหอวูบไหวแรงขึ้นโดยไม่มีลมพัด กลิ่นกำยานหอมหวานกลายเป็นกลิ่นคาวโลหิตจาง ๆ คลออยู่ในอากาศ ใต้ร่างของหญิงสาวรอยอักษรไฮเออโรกลึกลับที่สลักไว้บนแท่นบรรทมทองเริ่มเรืองแสงเป็นเงาดำล้อมรอบจาง ๆ ทุกจังหวะหัวใจของเธอเต้นแรงเหมือนถูกใครตีกลองเรียกวิญญาณราเมเซสยังคงโอบกอดราชินีของเขาไว้แน่น ท่อนร้อนของเขาอยู่ในโพรงนุ่มเพียงครึ่ง
Read More
บทที่ 4 ค่ำคืนที่หวานกลายเป็นเลือดใต้เงาของคำสาป (2)
“อานูบิส คา-เมเรต เนเฟรู-เรต”(เทพแห่งความตาย จงผูกมัดวิญญาณนี้ด้วยบ่วงรักอันสาปแช่ง)เนทาเรียกุมศีรษะทั้งสองมือเส้นเลือดนูนขึ้นตรงขมับ ร่างบางสั่นสะท้านจากดวงตาที่เคยอ่อนหวานปรากฏประกายทองวาววับ ราวกับเทพเจ้าที่หลับใหลตื่นขึ้นมาสวมวิญญาณเธอเงาดำรูปร่างคล้ายสตรีในชุดคลุมโบราณคืบคลานออกมาจากผืนผ้าโปร่งเสียงสตรีนั้นแหบพร่าราวพัดทะเลทราย“หากเจ้ามอบรักแท้ให้ฟาโรห์… เลือดของผู้เป็นที่รักจักกลายเป็นบรรณาการ…”หญิงสาวกรีดร้องทันทีที่ประโยคนั้นจบเส้นอักขระเรืองแสงสีดำแดงลอยปรากฏบนผิวเธอทีละเส้น ราวกับมีใครสลักจารึกโบราณลงบนร่างกายพระองค์เอื้อมมือคว้าแขนเธอ แต่เมื่อสัมผัส กลับเหมือนถูกแรงสายฟ้าดันกระเด็นออกไปเสียงกระซิบดังพร้อมกันนับร้อย“เมริต… เคต… เจดู…!”(รัก… เลือด… ความตาย…)ร่างบางทรุดคุกเข่า ร่างสั่นสะท้านเหมือนถูกบางสิ่งฉีกจากภายในน้ำตาสีเลือดไหลจากหางตา เธอแหงนหน้ามองเขา ดวงตาทองแปรเปลี่ยนเป็นแดงเข้ม“ราเมเซส… ยิ่งข้ารักท่าน… คำสาปยิ่งแรง…หากดวงใจเราตรงกัน ความตายจักบังเกิด!”เสียงนั้นไม
Read More
บทที่ 5 โอ้มารดาแห่งความตาย
ณ ห้องบูชาลับใต้ดิน กลิ่นกำยานผสมกลิ่นไหม้ของสมุนไพรเน่าเหม็นคลุ้งไปทั่ว ผนังหินสลักอักขระโบราณเรืองแสงสีดำปนเทาและกลิ่นคาวเลือด แสงไฟจากคบเพลิงส่องให้เห็นเงาดำของรูปเทพีอันบิดเบี้ยวเจ้าหญิงฮาเชียร่าในชุดคลุมดำปักทอง ยืนสง่างามราวหญิงสาวจากขุมนรก ในเงามืดริมฝีปากแดงจัดกำลังขยับท่องคาถาเสียงต่ำข้างหน้าแท่นหินดำวางตุ๊กตามัมมี่สองตัว ขดพันด้วยผ้าลินินเก่าเปื้อนคราบเลือดสดใหม่นักพรตเฒ่าผิวเหี่ยวย่น ยืนอยู่ด้านหลัง โบกธูปที่ปล่อยควันหนาทึบเสียงเขาแหบพร่าดังก้อง“อามนีนูบีซุส… โอบาคา นีตาทู…ซีตีเทคานิคเซียรู”โอ้ มารดาแห่งความตาย… คำแห่งความมืด…จงสาปแช่งนางผู้ชิงรักไปเจ้าหญิงฮาเชียร่าหัวเราะเบา ๆ ดวงตาคมวาวด้วยเปลวริษยาเธอยกมีดสั้นด้ามทอง ปลายมีดแกะสลักลายอังค์กลับแสงไฟสะท้อนวาววับ“เมื่อข้าไม่ได้… เจ้าก็ไม่มีวันได้!”เธอปักมีดลงไปกลางอกตุ๊กตามัมมี่เพศหญิงอย่างแรง เสียงแผดร้องของเนทาเรียดังสะท้อนขึ้นทันทีราวข้ามมิติ เลือดสดหยดออกมาจากผ้าลินินเหมือนตุ๊กตานั้
Read More
บทที่ 6 เลือดพรหมจรรย์และคำสาปที่ต้องแลก
ในความมืดมิดที่ปกคลุมห้องบูชาลับใต้ดิน แสงอักษรสีเขียวหม่นยังคงเรืองรองจากอักขระบนผนังลามไล้ลงพื้นหินราวงูเปลือยพิษ ผิวของเจ้าหญิงฮาเชียร่าเต็มไปด้วยอักษรดำที่ไหลย้อนขึ้นจากเลือด มันซึมเข้าในรูขุมขน แทรกซึมเข้าในเส้นเลือดแดงทุกเส้นเหมือนหมึกของข้อตกลงที่ไม่มีวันลบ สะท้อนใบหน้าบ้าคลั่งของเจ้าหญิง และนักพรตเฒ่าสองคน เสียงหัวเราะของนางค่อยๆ เบาลง จนเหลือเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบา ทว่าคำสาปที่ถูกปลุกให้ตื่นเต็มที่แล้วนั้น มิใช่สิ่งที่ได้มาฟรีๆ มันต้องมีข้อแลกเปลี่ยนเสมอพรหมจรรย์ของผู้ร้องขอ ซึ่งเป็นเลือดบริสุทธิ์ที่ต้องถูกพรากไปเพื่อบูชาเทพีแห่งความมืดนักพรตเฒ่าคนแรก ผู้ที่มีผิวซีดเหมือนขี้เถ้าและตาลึกดำสนิท ก้มลงกระซิบใกล้หูของนางด้วยเสียงแหบพร่าเหมือนเสียงจากขุมนรก“คำสาปสมปรารถนาแล้ว... แต่เจ้าก็ต้องจ่ายราคา ร่างกายของเจ้าจะเป็นภาชนะของเทพีอามนี เคฟี เรธทู จิตวิญญาณของเจ้าจะถูกผ่าครึ่งเพื่อเลี้ยงปีศาจในสุสานโบราณ”นักพรตเฒ่าอีกคน ผู้ที่ผิวเหี่ยวย่นและมือสั่นเทา ยิ้มแสยะอย่างชั่วร้าย ขณะที่เขาเอื้อมมือจับชายชุดคลุมดำปักทองของนาง แล้วดึงมันออกอย่างหยาบกระด้
Read More
บทที่ 7 เสียงกระซิบในเงามืด ยอดรักแห่งฟาโรห์
กาลเวลาหมุนผ่านนับพันปีทรายแห่งทะเลทรายไหลรินกลบซากวิหารและสุสานทีละชั้นเสียงพิณแห่งงานวิวาห์วันนั้นเงียบดับ กลายเป็นเพียงเสียงลมพัดก้องในซอกหินรอยเลือดที่รดลงบนพื้นหินแห้งกรัง ถูกกลบด้วยฝุ่นทรายและเถ้าถ่านเหลือไว้เพียงเงาคำสาปที่ฝังลึกลงในแผ่นดินวิญญาณที่เคยโหยหาและกรีดร้องถูกกาลเวลาโอบปิด แต่ถ้อยคำโบราณยังคงก้องสะท้อนในชั้นหิน “เมื่อรักแท้บรรจบ ความตายจักบังเกิด”พันปีแล้วพันปีเล่า…อาณาจักรล่มสลาย จักรวรรดิใหม่ ผงาดขึ้นและดับไปแม่น้ำไนล์ยังคงไหลเรื่อยไม่รู้จักสิ้น ผู้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่าเดินผ่านผืนทราย โดยไม่รู้เลยว่าใต้เท้าของพวกเขายังมีความลับ รอการปลุกให้ตื่นลมทะเลทรายพัดแรงกว่าปกติ ดั่งเสียงกระซิบของวิญญาณโบราณที่ถูกจองจำมาเนิ่นนาน ประกายดวงจิตหนึ่งค่อย ๆ ฉีกม่านกาลเวลา ล่องลอยผ่านสายลม…จากร่างหญิงสาวผู้ถูกสาปพันธนาการเมื่อพันปีที่แล้ว สู่อีกเรือนกายหนึ่งในยุคปัจจุบันแสงไฟสีขาวจากเพดานสนามบินไคโรสะท้อนกับพื้นกระเบื้องหินอ่อน ผู้คนขวักไขว่ เสียงประกาศเที่ยวบินดังเป็นระยะท่ามกลางความวุ่นวาย เสียงลากกระเป๋าเดินทาง รถเข็นสัมภาระ และผู้โดยสารหลายเชื้อชา
Read More
บทที่ 8 เสียงกระซิบในเงามืด ยอดรักแห่งฟาโรห์ (2)
เสียงของเขา... ทั้งนุ่ม ทั้งต่ำ ทั้งหยาบโลนเสียจนขาเธออ่อนวูบ และยังไม่ทันได้เอ่ยปฏิเสธอะไร เขาก็ก้าวเข้ามาเขาจับคางเธอไว้แน่นนิ่งแล้วจูบ ไม่ใช่จูบของคนแปลกหน้า แต่จูบของผู้ครอบครอง จูบของผู้ที่รู้ว่าริมฝีปากเธอชอบสัมผัสแบบไหน รุนแรงแค่ไหนถึงจะทำให้เธอครางเธอพยายามผลักเขาออก แต่ไม่มีแรงเลยแม้แต่นิด ในฝันนี้เขา เหนือกว่า เธอในทุกด้านทั้งกาย ทั้งใจทั้งความต้องการที่เหมือนเขาอ่านเธอออกหมดมือของเขาเลื่อนไปยังต้นคอ ไล่ลงมาตามแนวไหล่ ก่อนจะกระชากชุดนอนบางเบาออกเหมือนไม่มีค่าอะไร แค่ผ้าผืนนั้นร่วงลงพื้น เสียงก็ดังเหมือนโซ่ตรวนหลุดออกจากข้อมือเธอ แต่ไม่ใช่อิสระ ตรงกันข้ามมันคือการถูกจับตรึงไว้กับโชคชะตาอันเร่าร้อนที่หลีกไม่พ้น“ร่างกายของเจ้า... สร้างมาเพื่อให้ข้าสัมผัสเท่านั้น”เขากระซิบข้างหู ขณะที่ร่างของเขาเบียดแนบชิด มือของเขาไล้ไปตามเอวเธอ ทุกจุดที่นิ้วเขาผ่านไป เหมือนมีเปลวไฟแตะลงบนผิวเธอกัดริมฝีปากแน่น ฝืนไม่คราง แต่แล้วเขาก็ก้มลงดูดกลืนยอดอกที่เริ่มแข็งตั้ง"อ๊า—!"เสียงครางแรกหลุดออกมาโดยไม่รู้ตัว เขายิ้ม ยิ้มของผู้ชนะ ยิ้มข
Read More
บทที่ 9 เช้าวันใหม่ ณ สุสานต้องห้าม
แสงอรุณแรกพาดผ่านขอบฟ้าเหนือทะเลทรายกว้างใหญ่ สีทองของดวงอาทิตย์แต้มผืนทรายให้ระยิบระยับเหมือนคลื่นทะเล ที่หยุดนิ่ง สายลมเช้าพัดเอาฝุ่นทรายปลิวเป็นริ้ว บางเบาแต่แฝงด้วยความร้อนที่กำลังจะทวีขึ้นเมื่อวันเดินต่อไปค่ายสนามนักโบราณคดีตั้งอยู่ไม่ไกลจากเนินหินสูง เต็นท์ผ้าใบสีครีมเรียงรายราวเมืองเล็ก ๆ ชั่วคราวตรงกลางคือเต็นท์ใหญ่ใช้เป็นศูนย์บัญชาการ มีโต๊ะไม้ยาวปูด้วยแผนที่โบราณ เครื่องมือขุดค้น กล่องเก็บตัวอย่าง และตะเกียงเจ้าพายุวางเรียงรายเสียงพูดคุยหลากภาษาแทรกกับเสียงโลหะกระทบกันขณะทีมงานตรวจเช็กอุปกรณ์ คาร่าสาวผมบลอนด์หยิบกล้องถ่ายภาพโบราณคดีขึ้นมาลองปรับเลนส์ ก่อนจะหันไปยิ้มกับอาริสา“เมื่อคืนนี้เธอดูเหนื่อยมากเลยนะ อาริสา… หวังว่าฝันดี”อาริสายิ้มตอบบาง ๆ ดวงตาสีฟ้ายังเจือความหม่นที่เจ้าตัวไม่อาจอธิบายได้“ก็…ฝันแปลก ๆ นิดหน่อย แต่ไม่เป็นไรหรอก วันนี้เรามีงานใหญ่รออยู่”ศาสตราจารย์โรเบิร์ต ฮอว์ธอร์น ยืนอยู่ที่โต๊ะกลางค่าย เขาสวมหมวกปีกกว้าง เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวเก่า แต่เต็มไปด้วยพลังและแววตามุ่งมั่น เขากวักมือเรียกทีมทั้
Read More
บทที่ 10 คำสาปแห่งสุสาน
หลายสัปดาห์ผ่านไป การขุดคืบหน้าอย่างมั่นคง แดดทะเลทรายยังคงโหดร้ายเหมือนเดิม แต่ค่ายสนามเต็มไปด้วยความคึกคักทีมงานนักโบราณคดีผลัดกันลงไปสำรวจเก็บข้อมูล แล้วกลับขึ้นมาเขียนรายงานไม่เว้นแต่ละวันอาริสาไม่ได้ฝันประหลาดอีกเลยตั้งแต่คืนสุดท้ายนั้น แต่ความรู้สึกบางอย่างยังคงฝังอยู่ในอกเหมือนเงาลาง ๆ ที่เฝ้ารอการปลุกจนกระทั่งเช้าวันหนึ่งเสียงตะโกนของคนงานดังขึ้นจากหลุม ขุดด้านใน“พวกเราเจออุโมงค์ใหม่! มันพาไปข้างล่างได้!”ทั้งทีมกรูไปที่ปากทางทันทีศาสตราจารย์โรเบิร์ตก้มลงมอง ใช้ไฟฉายส่องเข้าไปปรากฏทางเดินหินแกะสลักลาดลงสู่ความมืดลึก เสาโบราณสองข้างทางยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์หญิงสสาวตื่นเต้น ดวงตาสีฟ้าทอประกาย“โอ้พระเจ้า…นี่อาจเป็นเส้นทางสู่ห้องบูชาหลักก็ได้!”ยูซุฟหัวเราะเบา ๆ พลางสะพายกระเป๋าอุปกรณ์ “ใจเย็นก่อน อาริสา เธอดูเหมือนจะกระโดดลงไปเดี๋ยวนี้เลยนะ”“ก็ฉันรอมาตลอดนี่นา!” เธอยิ้ม “เราต้องไปดูกัน”ทีมถูกแบ่งเป็นสองกลุ่มตามแผน แต่โชคร้าย ลูกทีมสองสามคนมีอาการท้องเสียกระทันหันจากอาหารเมื่อคืน ศาสตราจารย์จึงสั่งให้พักอ
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status