Beranda / โรแมนติก / คุณหมอปะป๊า / บทที่ 2: ร่องรอยในความทรงจำ

Share

บทที่ 2: ร่องรอยในความทรงจำ

Penulis: Chareen
last update Tanggal publikasi: 2026-06-23 23:44:20

การผ่าตัดผ่านพ้นไปได้ด้วยดี พีรวิชญ์ถูกย้ายมาพักฟื้นที่ห้องพิเศษวีไอพีในช่วงเช้าตรู่

บรรยากาศภายในห้องพักฟื้นเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของเด็กน้อยที่ยังหลับสนิทจากฤทธิ์ยาสลบ

ลลิตานั่งจับมือลูกชายอยู่ข้างเตียงไม่ยอมห่าง ขอบตาของเธอช้ำบวมและมีรอยคล้ำจากการอดนอน ทว่าความอ่อนล้าทางร่างกายกลับเทียบไม่ได้เลยกับความหวาดระแวงในจิตใจ

สายตาของหญิงสาวตวัดมองไปที่ประตูห้องพักฟื้นทุกครั้งที่มีเสียงฝีเท้าเดินผ่านหน้าห้อง เธอแทบไม่ได้ลุกไปไหน แม้กระทั่งน้ำสักแก้วก็ยังไม่กล้าเดินไปรินดื่ม ความกลัวว่าผู้ชายคนนั้นจะโผล่เข้ามาคุกคามทำให้เธอต้องอยู่ในโหมดระวังภัยขั้นสูงสุด

ประโยคทิ้งท้ายของเขาหน้าห้องผ่าตัดยังคงดังก้องอยู่ในหัว 'เรามีเรื่องต้องคุยกันยาว' ลลิตาเม้มริมฝีปากแน่น เธอรู้ดีว่าภวินท์ไม่ใช่คนโง่ เขาเป็นหมอ มีความรู้ และที่สำคัญ... หน้าตาของพีรวิชญ์ก็เป็นหลักฐานที่มัดตัวเธอแน่นหนาจนแทบดิ้นไม่หลุด เธอพยายามคิดหาข้ออ้างสารพัดเพื่อเตรียมรับมือ แต่สมองที่ตื้อตึงกลับคิดอะไรไม่ออกนอกจากคำว่า 'หนี'

เสียงลูกบิดประตูถูกปลดล็อกเบาๆ

ลลิตาสะดุ้งสุดตัว ผุดลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ ร่างบางเกร็งเขม็งเมื่อบานประตูถูกผลักเข้ามา

ภวินท์ก้าวเข้ามาในห้อง เขาสวมเสื้อกาวน์สีขาวทับเสื้อเชิ้ตสีเข้ม ป้ายชื่อระบุตำแหน่งศัลยแพทย์เฉพาะทางติดอยู่บนอกซ้าย ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึง ปราศจากร่องรอยของความเร่งรีบเหมือนตอนอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ทว่ารังสีความกดดันที่แผ่ออกมารอบตัวกลับรุนแรงยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า

ชายหนุ่มไม่ได้มองหน้าลลิตาทันที เขาเดินตรงมาที่ข้างเตียงผู้ป่วยอีกฝั่ง แววตาดุดันอ่อนแสงลงชั่วขณะเมื่อทอดมองใบหน้ายามหลับของพีรวิชญ์

ภวินท์สอดมือลงไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์ ยืนมองโครงหน้าของเด็กชายอย่างพิจารณาอีกครั้ง คิ้ว จมูก ปาก รูปหน้า... ทุกอย่างสะท้อนภาพตัวเองในวัยเยาว์อย่างชัดเจน มือหนายื่นออกไปหมายจะปัดปอยผมที่ปรกหน้าผากเด็กน้อย

"อย่าแตะต้องเขานะ" ลลิตาโพล่งขึ้นมาเสียงแข็ง ขยับตัวเข้ามาบังร่างลูกชายไว้ครึ่งหนึ่ง

มือของภวินท์ชะงักกลางอากาศ เขาค่อยๆ ลดมือลงและเงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาว แววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและคุกรุ่น

"ผมเป็นหมอเจ้าของไข้ การตรวจเช็กอาการคนไข้หลังผ่าตัดเป็นหน้าที่ของผม" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียบๆ แต่นัยน์ตาคมกลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "คุณมีปัญหาอะไรกับขั้นตอนการรักษาหรือเปล่า ลลิตา"

การถูกเรียกชื่อจริงด้วยน้ำเสียงแบบนั้นทำให้ลลิตารู้สึกเหมือนถูกคุกคาม เธอพยายามเชิดหน้าขึ้นเพื่อสู้สายตา แม้ภายในใจจะสั่นไหวอย่างรุนแรง

"ลูกฉันพ้นขีดอันตรายแล้ว แค่รอให้ฟื้น ฉันจะขอย้ายโรงพยาบาล"

"ไม่มีเหตุผลทางการแพทย์ข้อไหนที่คุณจะต้องย้ายคนไข้หลังผ่าตัดด่วนภายในไม่ถึงสิบสองชั่วโมง" ภวินท์สวนกลับทันควัน เขาเดินอ้อมเตียงมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ร่างสูงใหญ่บดบังแสงสว่างจากหน้าต่างจนมิด "และผมก็ไม่อนุญาต"

"คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน"

"ผมมีสิทธิ์เต็มที่ในฐานะหมอ... และอาจจะในฐานะอื่นด้วย"

คำพูดกำกวมของเขาทำเอาลลิตาชาวาบไปทั้งร่าง เธอขยับถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง แต่ภวินท์กลับก้าวตามเข้ามาประชิด ไม่เปิดโอกาสให้เธอหนี

"เด็กอายุเท่าไหร่" เขาเปิดฉากตั้งคำถามรุกฆาต

"สี่ขวบ" ลลิตาตอบกลับสั้นๆ หันหน้าไปทางอื่น

"สี่ขวบกี่เดือน"

"สี่ขวบ... เต็ม"

"เกิดเดือนอะไร วันที่เท่าไหร่" น้ำเสียงของเขาเริ่มกดต่ำลง เป็นการคาดคั้นที่ไม่มีช่องว่างให้หลบเลี่ยง

ลลิตากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "พฤศจิกายน... วันที่สิบสอง"

ภวินท์หรี่ตาลง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยขณะสมองกำลังคำนวณตัวเลขอย่างรวดเร็ว ถ้าเด็กเกิดเดือนพฤศจิกายนเมื่อสี่ปีที่แล้ว นับย้อนกลับไปเก้าเดือน... มันคือเดือนกุมภาพันธ์

เดือนกุมภาพันธ์... ที่ภูเก็ต

"บังเอิญจังเลยนะ" ภวินท์แค่นยิ้มมุมปาก เป็นยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา "ห้าปีก่อน เดือนกุมภาพันธ์ ผมไปงานแต่งเพื่อนที่ภูเก็ต และบังเอิญ... ได้เจอผู้หญิงคนหนึ่งที่บาร์ของโรงแรม เรามีความสัมพันธ์กันคืนนั้น ก่อนที่เธอจะทิ้งเงินค่าตัวผมไว้บนหัวเตียงแล้วหนีหายไป"

ใบหน้าของลลิตาร้อนผ่าวเมื่อถูกขุดคุ้ยเรื่องน่าอายในอดีต "ฉันไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องอะไร"

"อย่ามาเล่นลิ้นกับผม ลิตา"

ภวินท์ก้าวพรวดเดียวเข้าประชิดตัว ลลิตาตกใจจนต้องถอยหลังหนี แต่แผ่นหลังบางกลับชนเข้ากับผนังห้องพักฟื้นอย่างจัง ยังไม่ทันที่เธอจะขยับตัวหนีไปทางอื่น ท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้างก็ยกขึ้นยันกำแพง กักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างสมบูรณ์แบบ

พื้นที่ระหว่างพวกเขาแคบลงจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของกันและกัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายแบรนด์หรูผสมผสานกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อของโรงพยาบาลลอยเตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่เธอจำได้ฝังใจตั้งแต่วันนั้น

ลลิตายกสองมือขึ้นดันแผงอกกว้างที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อกาวน์ แต่ร่างสูงกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย เขาก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังตื่นตระหนกของเธอ

"เด็กคนนั้น... เป็นลูกของผมใช่ไหม" เขาถามเสียงพร่าต่ำ ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดพวงแก้มเนียน

"ไม่ใช่!" ลลิตาปฏิเสธเสียงแข็ง แม้เสียงจะสั่นจนปิดไม่มิด "เขาเป็นลูกของฉันคนเดียว ไม่เกี่ยวกับคุณ ถอยออกไปนะ"

"คุณโกหก" ภวินท์สวนกลับทันที สายตาของเขาเลื่อนต่ำลงมามองริมฝีปากอวบอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่น "ไทม์ไลน์มันตรงกันเป๊ะ หน้าตาเด็กก็ถอดแบบผมมาขนาดนั้น คุณยังกล้าปฏิเสธหน้าด้านๆ อีกเหรอ"

"ฉันบอกว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่ไง! คืนนั้นฉันไม่ได้นอนกับคุณแค่คนเดียว คุณจะมั่นใจได้ยังไงว่าเป็นคุณ!" เธอโพล่งออกไปอย่างลืมตัว เพียงเพื่อหาข้ออ้างมาป้องกันตัว

ประโยคนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกลงกะทันหัน สันกรามของภวินท์นูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของเขาแข็งกร้าวและดุดันขึ้นมาทันตาเห็น มือหนาข้างหนึ่งละจากกำแพง เลื่อนมาจับปลายคางของหญิงสาว บีบบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ

"คุณจะบอกว่าตัวเองมั่วจนจำไม่ได้ว่าใครเป็นพ่อเด็กงั้นสิ?" เขาถามเสียงเย็นชา นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่มุมปากของเธออย่างจาบจ้วง "แต่เสียใจด้วยนะลิตา ผมจำปฏิกิริยาร่างกายคุณในคืนนั้นได้ดี คุณเพิ่งเคย... และผมเป็นคนแรกของคุณ"

คำพูดตรงไปตรงมาและหยาบคายนั้นทำเอาลลิตาหน้าชา เธอสะบัดหน้าหนีจากการเกาะกุมของเขาด้วยความโกรธจัด

"คุณมันบ้า! ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณแล้ว ออกไปจากห้องลูกฉันเดี๋ยวนี้!"

ภวินท์ไม่ขยับหนี เขาค่อยๆ ลดมือลง ล้วงกลับเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์ ท่าทีคุกคามเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความนิ่งสงบแบบคนที่ถือไพ่เหนือกว่าอย่างสมบูรณ์

"คุณจะปฏิเสธก็สิทธิ์ของคุณ แต่ความจริงก็คือความจริง" ภวินท์หมุนตัวกลับหลังหัน เดินไปหยุดอยู่ที่ปลายเตียงผู้ป่วย มองเอกสารประวัติคนไข้ที่แขวนอยู่ "และถ้าคุณคิดจะหนีหรือย้ายโรงพยาบาลเพื่อปิดบังเรื่องนี้... ผมขอเตือนว่าอย่าทำ"

เขาหันกลับมามองเธอ นัยน์ตาคมกริบฉายแววท้าทายและเอาจริง

"ผมเป็นหมอนะลลิตา การตรวจดีเอ็นเอมันง่ายพอกับการสั่งพาราเซตามอลนั่นแหละ"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณหมอปะป๊า   บทพิเศษ 5: คำสัญญาที่ไม่มีวันหมดอายุ

    บทพิเศษ 5: คำสัญญาที่ไม่มีวันหมดอายุเสียงเกลียวคลื่นกระทบฝั่งดังแว่วมาตามสายลมยามค่ำคืนของเกาะภูเก็ต ท้องฟ้าเบื้องบนมืดสนิทประดับประดาด้วยหมู่ดาวนับล้านดวง บรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัวของพูลวิลลาริมหน้าผาแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่ศิลาและเพียงขวัญคุ้นเคยเป็นอย่างดีวันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานปีที่ห้าของพวกเขา ศิลาตัดสินใจฝากน้องศริน ลูกสาววัยสามขวบครึ่งไว้ให้อยู่ในการดูแลของคุณปู่คุณย่าที่กรุงเทพฯ แล้วแอบพาภรรยาคนสวยบินลัดฟ้ามาฮันนีมูนรอบสอง เพื่อรำลึกความหลังและเติมความหวานให้กับชีวิตคู่บริเวณระเบียงริมสระน้ำส่วนตัว แสงเทียนสีนวลตาจากเชิงเทียนประดับส่องสว่างกระทบผืนน้ำใส เพียงขวัญสวมชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวพริ้วไหว ยืนเหม่อมองออกไปยังท้องทะเลกว้างใหญ่ สองมือเรียววางทาบทับอยู่บนราวระเบียงกระจกใส ปล่อยให้สายลมเย็นสบายพัดผ่านเรือนผมสลวยศิลาเดินถือแก้วแชมเปญสองแก้วก้าวเข้ามาจากด้านในห้องพัก ชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีเข้มปลดกระดุมคอสบายๆ เขาสอดท่อนแขนแข็งแรงเข้าสวมกอดเอวคอดบางของภรรยาจากด้านหลัง รั้งร่างของเธอเข้ามาแนบชิดกับแผงอกกว้าง พร้อมกับเกยคางลงบนลาดไหล่เนียน"กำลังคิดอะไรอยู่ครับคน

  • คุณหมอปะป๊า   บทพิเศษ 4: คุณหมอพ่อลูกอ่อน

    บทพิเศษ 4: คุณหมอพ่อลูกอ่อนเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากสดใสของเด็กหญิงวัยสามขวบดังก้องไปทั่วโถงทางเดินของแผนกศัลยกรรมทรวงอก ทำลายความเงียบสงัดและเคร่งเครียดที่มักจะปกคลุมตึกนี้เป็นประจำ พยาบาลหลายคนที่เดินผ่านไปมาต่างพากันหยุดแวะทักทายและส่งรอยยิ้มเอ็นดูให้กับ 'น้องศริน' ลูกสาวตัวน้อยของอาจารย์หมอศิลาและวิสัญญีแพทย์เพียงขวัญวันนี้เป็นวันเสาร์ที่ควรจะเป็นวันหยุดพักผ่อนของครอบครัว ทว่าเพียงขวัญกลับถูกเรียกตัวด่วนให้เข้ามาสมทบในเคสผ่าตัดอุบัติเหตุฉุกเฉินที่ซับซ้อน ศิลาซึ่งเพิ่งออกเวรเช้าจึงต้องรับบทเป็นคุณพ่อลูกอ่อน กระเตงลูกสาวตัวกลมมาไว้ที่ห้องพักแพทย์ส่วนตัวเป็นการชั่วคราวภายในห้องพักแพทย์ที่เคยวางของเป็นระเบียบเรียบร้อย บัดนี้เต็มไปด้วยของเล่นพลาสติก สมุดระบายสี และตุ๊กตาหมีกระจัดกระจายอยู่บนโซฟาและพื้นพรมศิลาในสภาพที่ยังสวมเสื้อกาวน์สีขาวทับเสื้อเชิ้ตลำลอง กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นพรมตรงหน้าลูกสาว นัยน์ตาคมกริบที่เคยใช้เพ่งมองรอยต่อของเส้นเลือดในห้องผ่าตัด บัดนี้กำลังจดจ่ออยู่กับการจับรวบเส้นผมเส้นเล็กๆ ของน้องศรินให้รวมกันเป็นกระจุกเดียว"คุณพ่อขรา มัดจุกสองข้างเหมือนชินจังเลยนะคะ หน

  • คุณหมอปะป๊า   บทพิเศษ 3: 1,460 วันที่ไม่มีเธอ

    บทพิเศษ 3: 1,460 วันที่ไม่มีเธออากาศยามค่ำคืนของกรุงลอนดอนเย็นเฉียบจนทะลุผ่านเสื้อโค้ตตัวหนา ศิลาผลักบานประตูห้องพักอพาร์ตเมนต์ขนาดกะทัดรัดใจกลางเมืองเข้ามาด้วยความเหนื่อยล้า ชายหนุ่มถอดเสื้อโค้ตแขวนไว้ที่ตะขอหลังประตู โยนกระเป๋าเอกสารลงบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกองตำราแพทย์และงานวิจัยที่ต้องอ่านนี่คือชีวิตที่เขาเลือก ชีวิตที่เต็มไปด้วยความก้าวหน้าทางวิชาการและโอกาสในการก้าวขึ้นเป็นศัลยแพทย์ทรวงอกระดับแนวหน้าของโลก เขาเพิ่งผ่านการผ่าตัดเคสยากร่วมกับอาจารย์แพทย์ชื่อดังของมหาวิทยาลัยมาหมาดๆ ได้รับคำชมเชยและการยอมรับจากเพื่อนร่วมงานต่างชาติมากมายทุกอย่างดูเหมือนจะดำเนินไปตามเป้าหมายที่เขาวางไว้ในอดีตอย่างสมบูรณ์แบบศิลาเดินไปที่ตู้เย็น รินน้ำเปล่าเย็นจัดใส่แก้วและยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด ความเงียบสงัดภายในห้องพักโรยตัวลงมาอย่างหนักอึ้ง ไม่มีเสียงโทรทัศน์ ไม่มีเสียงเพลง และไม่มีเสียงบ่นเจื้อยแจ้วของใครบางคนที่คอยบอกให้เขาหาเวลาพักผ่อนบ้างชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาผ้าสีหม่น ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง นิ้วเรียวยาวเลื่อนปลดล็อกหน้าจออย่างเชื่องช้า สัญชาตญาณความเคยชินสั่งให้เขาก

  • คุณหมอปะป๊า   บทพิเศษ 2: วินาทีที่สูญเสียความเยือกเย็น

    บทพิเศษ 2: วินาทีที่สูญเสียความเยือกเย็นแสงไฟแอลอีดีทรงกลมขนาดใหญ่เหนือเตียงผ่าตัดสาดส่องลงมายังช่องอกของผู้ป่วยชายวัยห้าสิบปี ศิลายืนประจำตำแหน่งศัลยแพทย์มือหนึ่ง มือที่สวมถุงมือยางปลอดเชื้อจับคีมคีบเข็มขนาดเล็ก จัดการเย็บซ่อมแซมลิ้นหัวใจที่รั่วด้วยความแม่นยำ ทุกจังหวะการขยับข้อมือเป็นไปอย่างไหลลื่นและเด็ดขาด ไม่มีข้อผิดพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียวอายุการทำงานและประสบการณ์นับหมื่นชั่วโมงหล่อหลอมให้เขากลายเป็นเครื่องจักรที่เยือกเย็นที่สุดในห้องผ่าตัด ไม่เคยมีสถานการณ์ใดทำให้เขาเสียสมาธิได้จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ภายในห้องผ่าตัดดังขึ้นพยาบาลผู้ช่วยเดินไปรับสาย ฟังข้อความจากปลายทางเพียงไม่กี่วินาที เธอก็หันขวับมามองศัลยแพทย์ทรวงอกที่กำลังจดจ่ออยู่กับบาดแผลตรงหน้าด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“อาจารย์ศิลาคะ ทางวอร์ดสูติกรรมโทรมาแจ้งด่วนค่ะ หมอขวัญน้ำเดินแล้ว ตอนนี้กำลังเตรียมย้ายเข้าห้องคลอดค่ะ!”ปลายเข็มที่กำลังจะแทงทะลุเนื้อเยื่อหยุดนิ่งทันทีศิลาเงยหน้าขึ้นจากช่องอกของผู้ป่วย ดวงตาคมกริบภายใต้แว่นขยายผ่าตัดเบิกกว้างขึ้น ลมหายใจเข้าออกสะดุดกึกไปหนึ่งจังหวะ เขากวาดสายตามองนาฬิกาดิจิทัลบนผนังห้อง ตอ

  • คุณหมอปะป๊า   บทพิเศษ 1: ว่าที่คุณพ่อจอมหวง

    บทพิเศษ 1: ว่าที่คุณพ่อจอมหวงแฟ้มตารางเวรปฏิบัติงานของแผนกวิสัญญีวิทยาถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส ศิลาพรูลมหายใจออกทางปาก สันกรามคมขบเข้าหากันจนนูนเด่น นัยน์ตาสีเข้มจดจ้องไปที่รายชื่อของภรรยาซึ่งถูกระบุให้รับผิดชอบเคสผ่าตัดมะเร็งลำไส้ที่กินเวลาต่อเนื่องยาวนานกว่าหกชั่วโมงอายุครรภ์ของเพียงขวัญก้าวเข้าสู่เดือนที่สี่แล้ว ท้องของเธอเริ่มนูนป่องออกมาให้เห็นเด่นชัดขึ้น อาการแพ้ท้องในช่วงสามเดือนแรกที่เคยรุนแรงเริ่มทุเลาลง ทว่าสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาคือความพารานอยด์ขั้นสุดของศัลยแพทย์ทรวงอกมือหนึ่งอย่างเขาชายหนุ่มเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสามโมงตรง เพียงขวัญอยู่ในห้องผ่าตัดมาตั้งแต่เก้าโมงเช้า ขาทั้งสองข้างของเธอต้องรับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นจากการตั้งครรภ์เป็นเวลานานเกินไป ศิลาไม่รอช้า เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อกาวน์ให้เข้าที่ และสาวเท้าเดินตรงไปยังโซนห้องผ่าตัดทันทีเมื่อมาถึงบริเวณหน้าห้องผ่าตัดหมายเลขสอง ศิลาไม่ได้เปิดประตูเข้าไปรบกวนการทำงานด้านใน เขาเพียงแค่ยืนกอดอก มองผ่านช่องกระจกใสบนบานประตู สายตาของเขาจดจ่ออยู่ที่ร่างบอบบางในชุดสครับสีเขียวอ่อน เพียงขวัญกำลังย

  • คุณหมอปะป๊า   บทที่ 36 ครอบครัวที่สมบูรณ์

    บทที่ 36 ครอบครัวที่สมบูรณ์สองปีผ่านไปนับตั้งแต่วันที่ศิลาและเพียงขวัญจูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์ชีวิตคู่ของศัลยแพทย์ทรวงอกมือหนึ่งและวิสัญญีแพทย์สาวคนเก่งเต็มไปด้วยความเรียบง่ายแต่อบอุ่น พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ใต้ชายคาคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองที่ถูกตกแต่งใหม่ให้กลายเป็นบ้านอย่างแท้จริง การทำงานในโรงพยาบาลยังคงดำเนินไปอย่างหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความรับผิดชอบ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือการมีใครสักคนคอยรอคอยและเป็นที่พักพิงให้กันและกันในทุกๆ วันเช้าตรู่วันครบรอบแต่งงานปีที่สอง แสงแดดอ่อนละมุนทาบทับลงบนเตียงกว้าง ศิลาขยับตัวตื่นขึ้นมาด้วยความเคยชิน ท่อนแขนแข็งแรงยังคงตระกองกอดร่างบอบบางของภรรยาเอาไว้แนบแผงอก ชายหนุ่มก้มลงประทับจูบแผ่วเบาที่ขมับของเพียงขวัญ สูดกลิ่นหอมสบู่อ่อนๆ ประจำตัวเธอเข้าปอด“ตื่นได้แล้วครับคนดี วันนี้เรามีนัดดินเนอร์ฉลองวันครบรอบกันนะ” เขากระซิบปลุกเสียงนุ่มเพียงขวัญขยับตัวยุกยิก ซุกหน้าลงกับอกอุ่นของสามีอย่างออดอ้อน “ขออีกห้านาทีนะคะพี่ศิ ขวัญรู้สึกมึนหัวนิดหน่อย สงสัยเมื่อคืนจะนอนน้อยไป”ศิลาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความกังวล เขาทาบหลังมือลงบนหน้าผากเนียนเพื่อวัดอุณหภูมิ “ต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status