Home / โรแมนติก / คุณหมอปะป๊า / บทที่ 3: ผลตรวจ

Share

บทที่ 3: ผลตรวจ

Author: Chareen
last update publish date: 2026-06-23 23:44:32

 

สามวันผ่านไปนับตั้งแต่การผ่าตัด พีรวิชญ์ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วตามประสาเด็ก อาการไข้ลดลงจนเป็นปกติ รอยยิ้มสดใสและเสียงเจื้อยแจ้วกลับมาดังคับห้องพักฟื้นอีกครั้ง

แต่สำหรับลลิตา เวลาสามวันที่ผ่านมาคือการเดินอยู่บนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดผึงได้ทุกวินาที

หญิงสาวนั่งปอกแอปเปิลอยู่บนโซฟาตัวยาว สายตาลอบมองชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกาวน์สีขาวที่กำลังนั่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย ภวินท์ไม่ได้ทำตัวเหมือนหมอที่เข้ามาตรวจอาการแล้วจากไป แต่เขาใช้เวลาว่างทุกนาทีที่ปลีกตัวจากตารางเวรแวะเวียนมาที่ห้องนี้เสมอ

"หุ่นยนต์ตัวนี้ประกอบยากไหมครับคุณหมอ" พีรวิชญ์ถามเสียงใส มือเล็กๆ พยายามต่อชิ้นส่วนเลโก้ที่หมอหนุ่มซื้อมาฝากเมื่อเช้า

"ไม่ยากครับ เดี๋ยวหมอช่วยดูให้" ภวินท์ตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยนแบบที่ลลิตาไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากผู้ชายที่มีใบหน้าเรียบตึงตลอดเวลา มือหนาที่คุ้นเคยกับการจับมีดผ่าตัดกำลังหยิบจับชิ้นส่วนพลาสติกชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างใจเย็น เขาสอนเด็กชายต่อหุ่นยนต์ทีละขั้นตอน รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากเมื่อพีรวิชญ์ทำสำเร็จและหัวเราะเอิ๊กอ๊าก

ลลิตามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกชาวาบในอก ก้อนเนื้อด้านซ้ายบีบรัดจนปวดหนึบ ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วระหว่างสองคนนั้นเป็นสิ่งที่เธอหวาดกลัวที่สุด พีรวิชญ์เป็นเด็กขาดพ่อมาตลอดสี่ปี พอมีผู้ชายวัยผู้ใหญ่ที่ดูพึ่งพาได้และใจดีเข้ามาให้ความสนใจ ลูกชายของเธอก็ติดหมอวินแจจนแทบจะลืมแม่

"เก่งมากครับ พีทเก่งเหมือนหมอเลยรู้ไหมตอนเด็กๆ หมอก็ชอบต่อเลโก้แบบนี้แหละ" ภวินท์เอ่ยชมพลางยกมือขึ้นลูบกลุ่มผมสีเข้มของเด็กชายเบาๆ

คำพูดนั้นไม่ได้จงใจพูดกับเด็กเพียงอย่างเดียว แต่สายตาคมกริบของเขาตวัดข้ามเตียงมาสบเข้ากับดวงตากลมโตของลลิตาอย่างจงใจ แววตาของเขาแฝงนัยยะบางอย่างที่ทำให้คนถูกมองต้องรีบก้มหน้าหลบ หลุบตาลงมองมีดปอกผลไม้ในมือตัวเองเพื่อซ่อนความสั่นไหว

เธอรู้ดีว่าเขากำลังกดดัน

ตลอดสามวันที่ผ่านมา ภวินท์ไม่ได้พูดถึงเรื่องคืนนั้นหรือคาดคั้นหาความจริงอีก เขาทำหน้าที่หมอเจ้าของไข้และเล่นกับลูกชายของเธออย่างเป็นธรรมชาติ แต่ความเงียบของเขากลับเป็นความเงียบที่อันตราย มันคือการคุกคามทางอารมณ์ที่ทำให้ลลิตาอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ทุกครั้งที่สายตาสองคู่ประสานกัน เธอจะเห็นคำประกาศกร้าวอยู่ในแววตาคู่นั้นเสมอว่าเขาไม่มีวันปล่อยเรื่องนี้ไป

เวลาล่วงเลยจนถึงช่วงค่ำ พีรวิชญ์หลับสนิทไปแล้วด้วยความอ่อนเพลียจากการเล่นสนุกมาทั้งวัน ลลิตาจัดการห่มผ้าให้ลูกชาย ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้พอเหมาะ ก่อนจะเดินไปทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา ยกมือขึ้นนวดขมับที่ปวดตุบๆ ความเหนื่อยล้าสะสมจากการนอนไม่หลับติดต่อกันหลายคืนเริ่มแสดงผล

เสียงลูกบิดประตูถูกปลดล็อก

ลลิตาสะดุ้งสุดตัว ผุดลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อเห็นบานประตูถูกผลักเข้ามา

ภวินท์ก้าวเข้ามาในห้องพักฟื้น เขาไม่ได้สวมเสื้อกาวน์แล้ว เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีเข้มที่พับแขนขึ้นถึงข้อศอก เนกไทถูกปลดให้หลวมเล็กน้อย บ่งบอกว่าเขาเพิ่งเลิกงานและเตรียมตัวกลับบ้าน แต่เป้าหมายสุดท้ายของวันกลับเป็นห้องนี้

ชายหนุ่มปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา เสียงคลิกของล็อกประตูดังก้องในความเงียบ ทำให้สัญชาตญาณระวังภัยของลลิตาพุ่งทะยานถึงขีดสุด

เขาเดินตรงเข้ามาหาเธอ ไม่ได้แวะไปที่เตียงผู้ป่วยเหมือนทุกครั้ง ท่าทีผ่อนคลายตอนเล่นกับเด็กหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงรังสีความคุกรุ่นและเด็ดขาดที่แผ่ซ่านออกมากดทับบรรยากาศในห้อง

ลลิตากลืนน้ำลายลงคอ ขยับถอยหลังไปครึ่งก้าวเมื่อร่างสูงใหญ่มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ห่างกันเพียงไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน

"คุณมีอะไรอีกล่ะ หมอวิน ดึกแล้ว ลูกฉันต้องการพักผ่อน" เธอพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น แม้จะรู้ตัวว่ากำลังเสียเปรียบในทุกด้าน

ภวินท์ไม่ตอบคำถามนั้น เขายืนนิ่ง สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าซีดเซียวของหญิงสาว ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงสแล็ก ดึงซองเอกสารสีน้ำตาลขนาดเอสี่ที่ถูกพับครึ่งออกมา

หัวใจของลลิตากระตุกวูบเมื่อเห็นซองนั้น

ชายหนุ่มโยนซองเอกสารลงบนโต๊ะกระจกหน้าโซฟา เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวโต๊ะดังชัดเจนในความเงียบ

"เปิดดูสิ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งสั้นๆ เด็ดขาดและไม่เปิดช่องให้ปฏิเสธ

ลลิตามองซองสีน้ำตาลสลับกับใบหน้าเรียบตึงของเขา สองมือบางกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือ "นี่อะไร"

"ผมบอกให้เปิดดู" ภวินท์ย้ำประโยคเดิม ก้าวเข้ามาประชิดอีกหนึ่งก้าว บีบพื้นที่ให้แคบลงจนลลิตาต้องถอยหลังไปชนขอบโซฟา

เมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังคงยืนนิ่งเม้มริมฝีปากแน่น ภวินท์จึงเป็นฝ่ายเอื้อมมือไปหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมาเอง เขาจัดการดึงแผ่นกระดาษสีขาวด้านในออกมา กางมันออกและยื่นไปตรงหน้าเธอ

ลลิตาหลับตาลงเสี้ยววินาทีเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะลืมตาขึ้นมองตัวอักษรบนหน้ากระดาษ

มันคือเอกสารรายงานผลจากห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ตราประทับของโรงพยาบาลเด่นหลาอยู่มุมบนซ้าย บรรทัดต่อมาคือชื่อของนายแพทย์ภวินท์ และชื่อของเด็กชายพีรวิชญ์

สายตาของเธอเลื่อนต่ำลงไปยังบรรทัดสุดท้ายที่เป็นตัวหนา

...Probability of Paternity: 99.99%...

เรี่ยวแรงทั้งหมดของลลิตาเหือดหายไปในพริบตา เธอทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดสภาพ ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชิ้นนี้ทำลายข้ออ้างทุกอย่างที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาปกป้องตัวเองจนย่อยยับ

"ผมจัดการเรื่องนี้ตั้งแต่วันแรกที่คุณเผลอ" ภวินท์เริ่มต้นบทสนทนาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงความเยือกเย็นจนน่าขนลุก "ตอนที่พยาบาลเจาะเลือดพีทเพื่อเตรียมผ่าตัด ผมสั่งให้เก็บตัวอย่างเลือดเพิ่มอีกหลอด และส่งตรวจดีเอ็นเอเทียบกับผมแบบเร่งด่วน"

"คุณ... คุณแอบตรวจเลือดลูกฉันโดยไม่ได้รับอนุญาตได้ยังไง คุณมันทำผิดจรรยาบรรณ!" ลลิตาเงยหน้าขึ้นตวาดเสียงสั่น โกรธที่เขาใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด และโกรธตัวเองที่ประมาทเกินไป

"จรรยาบรรณ?" ภวินท์แค่นหัวเราะในลำคอ โยนกระดาษผลตรวจลงบนโต๊ะ "ถ้าต้องเลือกระหว่างจรรยาบรรณหมอ กับการได้รู้ความจริงว่าผมมีสายเลือดของตัวเองเกิดมาบนโลกนี้แล้วถึงสี่ปี... คุณคิดว่าผมจะเลือกอะไร ลลิตา"

ชายหนุ่มก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าเธอ โน้มตัวลงมาใช้สองมือค้ำยันกับพนักพิงโซฟาทั้งสองข้าง กักขังร่างบางไว้ในวงแขนอย่างสมบูรณ์แบบ ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดหน้าผากมน นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกลงไปในดวงตาที่กำลังสั่นไหวของเธอ

"เก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเปอร์เซ็นต์" เขาเน้นย้ำตัวเลขนั้นช้าๆ ชัดๆ "พีรวิชญ์เป็นลูกของผม เด็กคนนั้นคือสายเลือดของผม และคุณ... ปิดบังเรื่องนี้มาตลอดสี่ปีเต็ม"

"ฉันไม่ได้ปิดบัง!" ลลิตาสวนกลับทันที พยายามเชิดหน้าขึ้นเพื่อต่อสู้แม้จะถูกต้อนจนมุม "ฉันแค่ใช้ชีวิตของฉัน คุณใช้ชีวิตของคุณ คืนนั้นมันก็แค่ความผิดพลาด มันจบไปแล้วตั้งแต่เช้าวันนั้น!"

"ความผิดพลาดงั้นเหรอ?" สันกรามของภวินท์ขบเข้าหากันจนขึ้นนูน ความโกรธที่พยายามกดข่มไว้เริ่มปะทุขึ้นมาตามจังหวะอารมณ์ "การที่คุณหอบลูกของผมหนีไปซ่อน ปล่อยให้ผมเป็นไอ้โง่ที่ไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นพ่อคน คุณกล้าเรียกมันว่าความผิดพลาดที่จบไปแล้วได้ยังไง!"

"แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไง!" หญิงสาวเถียงกลับเสียงดังลืมตัว ก่อนจะรีบยกมือขึ้นปิดปากและหันไปมองเตียงผู้ป่วย เมื่อเห็นว่าลูกชายยังคงหลับสนิท เธอจึงหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงแต่เต็มไปด้วยความร้าวราน "จะให้ฉันอุ้มท้องไปเคาะประตูบ้านคุณแล้วบอกว่า 'หมอคะ ฉันท้องกับคุณเพราะเราเมาด้วยกันคืนนั้น' อย่างนั้นเหรอ? คุณจะรับผิดชอบไหม? คุณจะเชื่อไหมว่าเขาเป็นลูกคุณ? หรือคุณจะยัดเงินสักก้อนให้ฉันไปเอาเขาออก!"

ประโยคนั้นทำให้ภวินท์ชะงักไปชั่วครู่ แววตาแข็งกร้าววูบไหวลงเล็กน้อย แต่เพียงเสี้ยววินาทีก็กลับมาดุดันตามเดิม

"คุณประเมินผมต่ำเกินไปลิตา" เขากระซิบเสียงลอดไรฟัน "ถ้าวันนั้นคุณบอกผม ผมไม่มีวันปล่อยให้คุณเดินออกจากโรงแรมไปคนเดียวแน่"

"คำพูดมันก็ง่ายทั้งนั้นแหละหมอวิน!" ลลิตาพยายามผลักแผงอกกว้างให้ถอยห่าง แต่เขากลับไม่ขยับเขยื้อน "คุณมีอนาคตไกล เป็นหมอศัลย์ที่ใครๆ ก็นับถือ ส่วนฉันเป็นแค่กราฟิกรับจ้างทั่วไป ชีวิตเรามันคนละโลกตั้งแต่แรก ฉันตัดสินใจถูกแล้วที่เลี้ยงเขามาเองคนเดียว"

"คนเดียว?" ภวินท์ทวนคำด้วยน้ำเสียงหยัน "คุณคิดว่าการให้เด็กคนหนึ่งเติบโตมาโดยไม่มีพ่อ มันคือการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้วเหรอ คุณถามพีทบ้างไหมว่าเขาอยากมีพ่อเหมือนเด็กคนอื่นหรือเปล่า!"

คำถามนั้นแทงทะลุเข้าไปในจุดที่เปราะบางที่สุดของลลิตา ความรู้สึกผิดที่ซ่อนไว้ลึกๆ ถูกขุดขึ้นมาโจมตี เธอรู้ดีว่าพีรวิชญ์โหยหาความอบอุ่นแบบครอบครัวที่สมบูรณ์แค่ไหน สายตาของลูกเวลาเห็นเพื่อนที่โรงเรียนอนุบาลเดินจูงมือพ่อ มันเป็นภาพที่บาดใจเธอเสมอมา

"ถึงไม่มีคุณ ฉันก็เลี้ยงเขามาได้เป็นอย่างดี!" ลลิตาเถียงข้างๆ คูๆ น้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาที่ขอบตา "ฉันอุ้มท้องเขาร่วมสิบเดือน ฉันเป็นคนแพ้ท้องจนอ้วกแทบตาย ฉันเป็นคนทนเจ็บปวดตอนคลอดเขาออกมา ฉันอดนอนให้นม เช็ดตัวตอนเขาป่วย จ่ายค่าเทอม ค่ากินอยู่ทุกบาททุกสตางค์... แค่น้ำเชื้อหยดเดียวในคืนนั้น มันไม่ได้ทำให้คุณมีสิทธิ์มาทำตัวเป็นพ่อของเขาหรอกนะ!"

ความอดทนของภวินท์ขาดผึง

เขาละมือจากพนักพิงโซฟา เลื่อนลงมาคว้าเอวบางของเธอ รั้งร่างที่กำลังสั่นเทาให้ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากัน แรงดึงนั้นทำให้แผ่นอกของเธอปะทะเข้ากับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง ลลิตาตกใจจนเผลอยกมือขึ้นยันหน้าอกเขาไว้

"สิทธิ์งั้นเหรอ?" ภวินท์ก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน มือหนาข้างหนึ่งละจากเอวคอด เลื่อนขึ้นมาบีบปลายคางของเธอ บังคับให้เงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบที่กำลังลุกโชนด้วยแรงโทสะ "ผลดีเอ็นเอเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเปอร์เซ็นต์บนโต๊ะนั่นไงคือสิทธิ์ของผม สิทธิ์ที่กฎหมายและสายเลือดให้ผมมาตั้งแต่เด็กคนนี้ปฏิสนธิ"

นิ้วโป้งของเขาเกลี่ยเบาๆ บนมุมปากที่กำลังสั่นระริกของเธอ สัมผัสของเขาไม่ได้รุนแรงจนเจ็บปวด แต่มันเต็มไปด้วยการคุกคามและประกาศความเป็นเจ้าของ

"คุณอาจจะอุ้มท้องเขามา คุณอาจจะเลี้ยงเขามา... แต่คุณลบความจริงที่ว่าครึ่งหนึ่งในตัวเขาคือเลือดเนื้อของผมไม่ได้ ลิตา" น้ำเสียงของเขากดต่ำ พร่าพร่าและอันตราย "สี่ปีที่คุณปล้นเวลาของผมกับลูกไป ผมจะทวงมันคืนทุกวินาที"

"ปล่อยฉันนะ" ลลิตาพยายามสะบัดหน้าหนีจากการเกาะกุม แต่ปลายนิ้วแข็งแรงกลับบีบกระชับคางเธอแน่นขึ้นเล็กน้อย ไม่เปิดโอกาสให้เบือนหน้าหนีความจริง

"คุณหนีผมไม่ได้อีกแล้ว" ภวินท์กระซิบชิดริมฝีปาก เลื่อนสายตาลงมามองกลีบปากอวบอิ่มที่เขาจำรสชาติได้ดีไม่เคยลืม "ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ผมคือพ่อของพีรวิชญ์ ไม่ใช่แค่ในกระดาษผลตรวจ แต่ในชีวิตจริง"

ลลิตาเม้มริมฝีปากแน่น ก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ เธอแพ้แล้ว แพ้ให้กับหลักฐาน แพ้ให้กับอำนาจของเขา และแพ้ให้กับความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้

ภวินท์มองดวงตากลมโตที่มีหยาดน้ำตาคลอหน่วย ความโกรธเกรี้ยวในอกเริ่มทุเลาลงเมื่อเห็นความหวาดกลัวและอ่อนแอของหญิงสาวตรงหน้า เขาค่อยๆ คลายแรงบีบที่ปลายคาง เลื่อนมือลงมาประคองพวงแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสเปลี่ยนจากการบังคับเป็นการลูบไล้ที่ทำให้ลลิตาต้องขนลุกซู่

"เราจะเลิกทะเลาะกันเรื่องอดีต" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แต่ความเด็ดขาดยังคงเดิม "พรุ่งนี้หมอเจ้าของไข้จะอนุญาตให้พีทกลับบ้านได้"

ลลิตามองหน้าเขาด้วยความไม่เข้าใจการเปลี่ยนอารมณ์กะทันหันนี้ "แล้วยังไง"

ชายหนุ่มลดมือลงจากแก้มของเธอ ถอยหลังออกไปครึ่งก้าวเพื่อเปิดพื้นที่ให้เธอหายใจ แต่สายตายังคงจับจ้องไม่วางตา

เขาชี้มือไปที่ร่างเล็กบนเตียงผู้ป่วย ก่อนจะหันกลับมามองลลิตาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยการท้าทายและการประกาศศึกที่แท้จริง

"เตรียมคำตอบไว้ให้ดีลิตา พรุ่งนี้ตอนลูกตื่น คุณจะบอกเขาเอง หรือจะให้ผมบอกว่าผมเป็นใคร"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณหมอปะป๊า   บทที่ 41 ตอนพิเศษ 9  โลกทั้งใบของหมอคราม

    บทที่ 41 ตอนพิเศษ 9 โลกทั้งใบของหมอครามวันครบรอบแต่งงานปีที่สามเวียนมาบรรจบ ครอบครัวนายแพทย์หนุ่มจัดการฉลองด้วยการพาสมาชิกทุกคนไปถ่ายรูปครอบครัวที่สตูดิโอชื่อดัง บรรยากาศการถ่ายทำเต็มไปด้วยความวุ่นวายและเสียงหัวเราะต้นว่านในชุดสูทตัวเก่งคอยวิ่งไล่จับน้องข้าวหอมที่สวมชุดเดรสกระโปรงฟูฟ่องสีชมพู เด็กน้อยทั้งสองคนสร้างสีสันให้การถ่ายทำเต็มไปด้วยความสดใส ช่างภาพต้องคอยกดชัตเตอร์รัวๆ เพื่อเก็บภาพความเป็นธรรมชาติของเด็กๆ ครามและน้ำขิงยืนมองลูกทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มเปื้อนหน้าหลังจากถ่ายรูปครอบครัวเซ็ตใหญ่เสร็จสิ้น ครามก็จัดแจงจองดินเนอร์สุดหรูที่ร้านอาหารบนดาดฟ้าตึกระฟ้าใจกลางเมืองเพื่อฉลองกันแบบส่วนตัวสองต่อสอง โดยฝากเด็กๆ ไว้กับคุณป้าที่บ้านค่ำคืนนั้น สายลมเย็นพัดผ่านระเบียงร้านอาหาร แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าระยิบระยับเป็นฉากหลัง ครามในชุดสูทสบายๆ นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับน้ำขิงที่สวมชุดเดรสสายเดี่ยวสีน้ำเงินเข้มขับผิวขาวผ่อง บนโต๊ะอาหารมีเทียนหอมและช่อกุหลาบสีแดงสดวางประดับอยู่"สุขสันต์วันครบรอบแต่งงานนะครับคนดี" ครามยกแก้วไวน์แดงขึ้นมาชนกับแก้วของภรรยา แววตาคมกริบทอประกายความรักอย่างลึกซึ้ง"ส

  • คุณหมอปะป๊า   บทที่ 40 ตอนพิเศษ 8 ฮันนีมูนรอบที่ร้อย

    บทที่ 40 ตอนพิเศษ 8 ฮันนีมูนรอบที่ร้อยเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับโกหก น้องข้าวหอมเติบโตขึ้นเป็นเด็กหญิงวัยสองขวบที่หน้าตาน่ารักน่าชัง ช่างฉอเลาะและเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน ส่วนพี่ต้นว่านในวัยหกขวบก็รับบทบาทอัศวินคอยดูแลน้องสาวอย่างแข็งขันตามที่เคยให้สัญญากับผู้เป็นพ่อไว้บ่ายวันศุกร์ รถตู้คันใหญ่ของคุณย่าแล่นเข้ามารับหลานๆ ทั้งสองคนเพื่อพาไปเที่ยวบ้านพักตากอากาศริมทะเลในช่วงสุดสัปดาห์ คุณป้าผู้ใจดีต้องการเปิดโอกาสให้ลูกชายและลูกสะใภ้ได้มีเวลาพักผ่อนและสวีตหวานกันตามลำพังบ้าง หลังจากที่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการเลี้ยงเด็กสองคนมาตลอดสัปดาห์"เด็กๆ ไปเที่ยวกับคุณย่าอย่าดื้อนะคะ เป็นเด็กดีนะรู้ไหม" น้ำขิงหอมแก้มลูกทั้งสองคนส่งท้ายก่อนจะปิดประตูรถตู้"รับทราบฮะหม่าม้า น้องจะดูแลน้องข้าวหอมเองฮะ" ต้นว่านรับคำเสียงแข็งขันทันทีที่รถตู้เคลื่อนตัวออกจากรั้วบ้าน บรรยากาศภายในบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ก็ตกอยู่ในความเงียบสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ครามปิดประตูรั้วและหมุนตัวกลับมาหาภรรยาที่กำลังยืนยืดเส้นยืดสายอยู่หน้าบ้าน ชายหนุ่มระบายยิ้มเจ้าเล่ห์มุมปาก ก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดตัวและรวบเอวบางเข้ามากอดไว

  • คุณหมอปะป๊า   บทที่ 39 ตอนพิเศษ 7 วินาทีที่รอคอย

    บทที่ 39 ตอนพิเศษ 7 วินาทีที่รอคอยกลางดึกคืนหนึ่งที่ควรจะเงียบสงบ น้ำขิงสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดเกร็งบริเวณหน้าท้องอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดแล่นริ้วเป็นจังหวะสม่ำเสมอพร้อมกับสัมผัสเปียกชื้นที่ซึมผ่านผ้าปูที่นอน หญิงสาวรู้สัญชาตญาณทันทีว่าเวลาที่รอคอยมาถึงแล้ว"พี่คราม... พี่ครามคะ ตื่นเร็ว ขิงปวดท้อง น้ำเดินแล้วค่ะ" เธอเขย่าแขนสามีที่นอนหลับสนิทอยู่ข้างกาย น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความเจ็บปวดครามผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว อาการงัวเงียหายเป็นปลิดทิ้ง ชายหนุ่มเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยน้ำเปียกชุ่มบนเตียงและใบหน้าเหยเกของภรรยา ศัลยแพทย์หนุ่มผู้มักจะเยือกเย็นและมีสติในการผ่าตัดรักษาชีวิตคนมานับไม่ถ้วน บัดนี้กลับสติแตกและลนลานทำอะไรไม่ถูกเมื่อเป็นเรื่องของครอบครัวตัวเอง"ขิง! ปวดมากไหม หายใจลึกๆ นะครับ เดี๋ยวพี่ไปเอากระเป๋าเตรียมคลอดก่อน ไม่สิ พี่ต้องโทรบอกโรงพยาบาลก่อน หรืออุ้มขิงลงไปเลยดี" เขาลุกลี้ลุกลน เดินวนไปมาข้างเตียง คว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วก็วางลง คว้ากุญแจรถแล้วก็ทำตกพื้นน้ำขิงสูดหายใจเข้าลึก พยายามกลั้นความเจ็บปวดและส่งยิ้มบางๆ ให้สามีจอมสติหลุด "พี่ครามคะ ใจเย็นๆ ค่ะ ขิ

  • คุณหมอปะป๊า   บทที่ 38 ตอนพิเศษ 6 ตำแหน่งพี่ชายคนโต

    บทที่ 38 ตอนพิเศษ 6 ตำแหน่งพี่ชายคนโตเวลาล่วงเลยไปจนอายุครรภ์ของน้ำขิงเข้าสู่เดือนที่แปด หน้าท้องกลมโตขยายใหญ่ขึ้นจนเห็นได้ชัดเจน การเดินเหินเริ่มเป็นไปอย่างอุ้ยอ้ายและยากลำบากมากขึ้น อาการปวดหลังและปวดหน่วงที่หน้าขาทำให้เธอต้องนั่งพักบ่อยกว่าปกติบ่ายวันเสาร์ บรรยากาศภายในบ้านเดี่ยวหลังใหญ่เต็มไปด้วยความวุ่นวายเล็กๆ ครามกำลังยืนคุมช่างทาสีที่เข้ามาจัดการปรับปรุงห้องพักแขกชั้นล่างให้กลายเป็นห้องนอนสีชมพูอ่อนหวานสำหรับต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว เฟอร์นิเจอร์เด็กอ่อนทั้งเตียงนอน ตุ๊กตา และตู้เสื้อผ้าถูกสั่งเข้ามาจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าอย่างครบครัน"พี่ครามคะ ช่างบอกว่าวอลเปเปอร์ลายนางฟ้าที่สั่งไว้จะมาส่งพรุ่งนี้นะคะ" น้ำขิงในชุดคลุมท้องสีฟ้าอ่อนเดินอุ้ยอ้ายเข้ามาในห้อง มือข้างหนึ่งกุมหน้าท้อง อีกข้างประคองหลังตัวเองไว้ครามรีบหันขวับกลับมาหาภรรยา ก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปประคองร่างอวบอิ่มให้มานั่งพักบนโซฟาตัวเล็กมุมห้องทันที"ขิงเดินมาทำไมครับ ทำไมไม่นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขก ปวดหลังหรือเปล่า พี่บอกแล้วไงว่าเรื่องห้องลูกสาวพี่จัดการเองได้" เขาดุด้วยความห่วงใย เอื้อมมือไปบีบนวดเบาๆ ที่บริเวณเอวขอ

  • คุณหมอปะป๊า   บทที่ 37 ตอนพิเศษ 5 อาการหวงเมียขั้นสุดของคุณพ่อลูกสอง

    บทที่ 37 ตอนพิเศษ 5 อาการหวงเมียขั้นสุดของคุณพ่อลูกสองแสงแดดอ่อนยามเช้าสาดส่องเข้ามาภายในห้องแต่งตัวกว้างขวาง ครามในชุดเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มและกางเกงสแล็กกำลังยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าฝั่งของภรรยา มือหนาจับไม้แขวนเสื้อที่แขวนชุดเดรสคลุมท้องสีโอรสผ้าชีฟองบางเบาขึ้นมาพิจารณา ก่อนจะส่ายหน้าไปมาและแขวนมันกลับเข้าไปไว้ด้านในสุดของตู้"ชุดนี้ก็บางเกินไป ลมพัดทีเห็นไปถึงไหนต่อไหนแน่"ชายหนุ่มบ่นพึมพำกับตัวเอง เลื่อนมือไปหยิบชุดเดรสกระโปรงยาวสีขาวพิมพ์ลายดอกไม้เล็กๆ ขึ้นมาดูแทน ทว่าสายตาคมกริบกลับไปสะดุดเข้ากับรอยคว้านบริเวณคอเสื้อที่ลึกลงมาจนเห็นเนินอก"ชุดนี้คอก็กว้างไป ก้มทีคนอื่นเห็นหมดพอดี"น้ำขิงที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำหยุดยืนมองภาพสามีที่กำลังรื้อค้นตู้เสื้อผ้าของเธอด้วยความขบขัน หญิงสาวเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากด้านหลัง แนบแก้มลงกับแผ่นหลังกว้าง"พี่ครามทำอะไรอยู่คะ รื้อตู้เสื้อผ้าขิงทำไมแต่เช้า"ครามหมุนตัวกลับมาหาภรรยา สอดท่อนแขนแกร่งเข้าโอบรัดรอบเอวที่เริ่มหนาขึ้นตามอายุครรภ์ห้าเดือน เขากดจูบลงบนหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม"พี่กำลังหาชุดให้ขิงใส่สำห

  • คุณหมอปะป๊า   บทที่ 36 ครอบครัวที่สมบูรณ์

    บทที่ 36 ครอบครัวที่สมบูรณ์สองปีผ่านไปนับตั้งแต่วันที่ศิลาและเพียงขวัญจูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์ชีวิตคู่ของศัลยแพทย์ทรวงอกมือหนึ่งและวิสัญญีแพทย์สาวคนเก่งเต็มไปด้วยความเรียบง่ายแต่อบอุ่น พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ใต้ชายคาคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองที่ถูกตกแต่งใหม่ให้กลายเป็นบ้านอย่างแท้จริง การทำงานในโรงพยาบาลยังคงดำเนินไปอย่างหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความรับผิดชอบ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือการมีใครสักคนคอยรอคอยและเป็นที่พักพิงให้กันและกันในทุกๆ วันเช้าตรู่วันครบรอบแต่งงานปีที่สอง แสงแดดอ่อนละมุนทาบทับลงบนเตียงกว้าง ศิลาขยับตัวตื่นขึ้นมาด้วยความเคยชิน ท่อนแขนแข็งแรงยังคงตระกองกอดร่างบอบบางของภรรยาเอาไว้แนบแผงอก ชายหนุ่มก้มลงประทับจูบแผ่วเบาที่ขมับของเพียงขวัญ สูดกลิ่นหอมสบู่อ่อนๆ ประจำตัวเธอเข้าปอด“ตื่นได้แล้วครับคนดี วันนี้เรามีนัดดินเนอร์ฉลองวันครบรอบกันนะ” เขากระซิบปลุกเสียงนุ่มเพียงขวัญขยับตัวยุกยิก ซุกหน้าลงกับอกอุ่นของสามีอย่างออดอ้อน “ขออีกห้านาทีนะคะพี่ศิ ขวัญรู้สึกมึนหัวนิดหน่อย สงสัยเมื่อคืนจะนอนน้อยไป”ศิลาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความกังวล เขาทาบหลังมือลงบนหน้าผากเนียนเพื่อวัดอุณหภูมิ “ต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status