คุณหมอปะป๊า

คุณหมอปะป๊า

last updateLast Updated : 2026-06-25
By:  ChareenUpdated just now
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
72Chapters
0views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ความผิดพลาดเพียงคืนเดียวในอดีต ทำให้เธอต้องกลายเป็นซิงเกิลมัมสุดแกร่งที่หนีหายไปพร้อมกับความลับ แต่โชคชะตากลับเล่นตลก เหวี่ยงเขากลับมาในฐานะ 'คุณหมอเจ้าของไข้' ของลูกชายตัวน้อย! คนหนึ่งพยายามสร้างกำแพงเพื่อปกป้องหัวใจตัวเองและลูก ส่วนอีกคน... เมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นพ่อ ก็พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อทวงคืนพื้นที่ในชีวิตของพวกเธอ "ผลดีเอ็นเอเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเปอร์เซ็นต์บนโต๊ะนั่นไง... คือสิทธิ์ของผม สิทธิ์ที่กฎหมายและสายเลือดให้ผมมา" "..." "ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ผมคือพ่อของพีท ไม่ใช่แค่ในกระดาษผลตรวจ แต่ในชีวิตจริง... เตรียมคำตอบไว้ให้ดีลิตา พรุ่งนี้ตอนลูกตื่น คุณจะบอกเขาเอง หรือจะให้ผมบอกว่าผมเป็นใคร"

View More

Chapter 1

บทที่ 1: โลกที่เหวี่ยงเรากลับมา

แสงสว่างจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ส่องสว่างในห้องนั่งเล่นแคบๆ ลลิตากดบันทึกไฟล์งานกราฟิกชิ้นสุดท้ายของวัน ยกมือขึ้นนวดขมับที่เต้นตุบจากความเหนื่อยล้า นาฬิกาดิจิทัลบนโต๊ะทำงานบอกเวลาตีสองกว่า เธอตั้งใจจะพับหน้าจอลงและกลับไปล้มตัวลงนอนข้างลูกชายตัวน้อยที่หลับไปตั้งแต่หัวค่ำ

แต่ความเงียบสงบกลับถูกฉีกกระชากด้วยเสียงร้องไห้จ้าดังมาจากในห้องนอน

ลลิตาสะดุ้งสุดตัว ผุดลุกจากเก้าอี้จนมันเลื่อนครูดกับพื้นห้อง เธอวิ่งถลันเข้าไปในห้องนอน ภาพที่เห็นทำให้ก้อนเนื้อในอกซ้ายกระตุกวูบ

เด็กชายพีรวิชญ์วัยสี่ขวบนอนขดตัวคู้เป็นกุ้ง สองมือกุมหน้าท้องแน่น ใบหน้าจิ้มลิ้มบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มแดงจัด

"น้องพีท! เป็นอะไรลูก" ลลิตาถลาเข้าไปประคองร่างเล็กขึ้นมาแนบอก ทันทีที่ผิวหนังสัมผัสกัน ความร้อนจัดจากตัวลูกก็แผ่ซ่านมาถึงมือเธอ "ตัวร้อนจี๋เลย พีทเจ็บตรงไหนบอกแม่สิครับ"

"หม่าม้า... พีทเจ็บ เจ็บตรงนี้" เด็กน้อยสะอื้นฮัก ชี้มือสะเปะสะปะไปทางหน้าท้องด้านขวาล่าง

ลลิตาลองแตะมือลงไปเบาๆ ตรงตำแหน่งนั้น พีรวิชญ์ก็กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและดิ้นหนี

สัญชาตญาณความเป็นแม่ร้องเตือนว่านี่ไม่ใช่อาการปวดท้องธรรมดา หญิงสาวกวาดสายตามองหาเสื้อคลุม คว้ากระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือยัดใส่กระเป๋าสะพาย ก่อนจะตวัดผ้าห่มผืนบางห่อตัวลูกชายและช้อนร่างเล็กขึ้นอุ้มแนบอก

เธอวิ่งกระหืดกระหอบลงจากคอนโดมิเนียม โชคดีที่มียามรักษาความปลอดภัยช่วยโบกแท็กซี่ที่วิ่งผ่านมาพอดี ลลิตายัดตัวเองเข้าไปในรถเบาะหลัง สั่งคนขับด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าให้ไปโรงพยาบาลเอกชนที่ใกล้ที่สุด

ตลอดทางพีรวิชญ์เอาแต่ร้องไห้สลับกับซุกหน้าลงกับซอกคอของเธอ ลลิตากอดลูกแน่นจนข้อขาว ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเพื่อสกัดกั้นความอ่อนแอ เธอพร่ำกระซิบปลอบลูกชายตัวน้อยซ้ำไปซ้ำมา แม้ในใจจะหวาดกลัวจนแทบเสียสติ

รถแท็กซี่จอดเทียบหน้าแผนกฉุกเฉิน บุรุษพยาบาลเข็นเตียงมารับตัวผู้ป่วยตัวน้อยอย่างรวดเร็ว บรรยากาศในห้องฉุกเฉินยามวิกาลเต็มไปด้วยความวุ่นวายแข่งกับเวลา กลิ่นแอลกอฮอล์และยาฆ่าเชื้อลอยแตะจมูก

ลลิตายืนตัวสั่นอยู่ข้างเตียงขณะแพทย์เวรและพยาบาลรุมล้อมตรวจอาการพีรวิชญ์ เธอตอบคำถามซักประวัติด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น สายตาไม่ยอมละไปจากใบหน้าซีดเซียวของลูกชายเลยแม้แต่วินาทีเดียว

"กดเจ็บที่ท้องน้อยด้านขวา มีไข้สูง คลื่นไส้" แพทย์เวรหันมาทางเธอ สีหน้าเคร่งเครียด "สงสัยว่าจะเป็นไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลันครับคุณแม่ เดี๋ยวเราต้องเจาะเลือดและส่งอัลตราซาวนด์ด่วน ถ้าใช่... ต้องผ่าตัดคืนนี้เลย"

คำว่าผ่าตัดทำให้เรี่ยวแรงของลลิตาเหือดหาย เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียง พยักหน้ารับคำแพทย์เวรอย่างคนไร้สติ พยาบาลนำเอกสารยินยอมการรักษามาให้เซ็น เธอจับปากกาด้วยมือที่สั่นเทา จรดลายเซ็นลงไปทั้งที่สายตาพร่ามัวด้วยหยาดน้ำตา

เวลาผ่านไปเนิ่นนานในความรู้สึกของคนเป็นแม่ ผลตรวจยืนยันชัดเจนว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบ พยาบาลจัดการเปลี่ยนชุดให้พีรวิชญ์และเตรียมเข็นเตียงมุ่งหน้าไปยังห้องผ่าตัด ลลิตาเดินตามไปติดๆ จับมือเล็กของลูกชายไว้ไม่ยอมปล่อย

"หม่าม้า... พีทกลัว" เสียงเล็กๆ สั่นเครือ

"ไม่ต้องกลัวนะครับคนเก่ง หมอจะช่วยให้พีทหายเจ็บ หม่าม้าจะรออยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหนเลย" ลลิตาก้มลงจูบหน้าผากชื้นเหงื่อของลูกชาย

เตียงผู้ป่วยถูกเข็นมาหยุดรอที่หน้าประตูกระจกบานใหญ่ของโซนห้องผ่าตัด ลลิตายืนรอด้วยหัวใจที่บีบรัด

เสียงประตูอัตโนมัติเลื่อนเปิดออก

ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดสครับสีเขียวเข้มก้าวเดินออกมาพร้อมกับพยาบาลผู้ช่วย สองมือของเขาสวมถุงมือยางสีขาวสะอาดตา หมวกคลุมผมและหน้ากากอนามัยปกปิดใบหน้าไปกว่าครึ่ง เหลือเพียงดวงตาคมกริบที่สะท้อนแสงไฟนีออน

ศัลยแพทย์หนุ่มเดินตรงมาที่เตียงผู้ป่วย เขาหยุดยืนฝั่งตรงข้ามกับลลิตา ก้มลงมองเด็กชายที่กำลังนอนสะอื้น ก่อนจะยกมือขึ้นดึงหน้ากากอนามัยร่นลงมาใต้คางเพื่อพูดคุยกับญาติผู้ป่วยให้ชัดเจน

"คุณแม่ของคนไข้ใช่ไหมครับ ผมนายแพทย์..."

เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูหยุดชะงักไปกลางคัน

ลลิตาเงยหน้าขึ้นมองศัลยแพทย์เจ้าของไข้ วินาทีที่สายตาสองคู่ประสานกัน ลมหายใจของหญิงสาวสะดุดกึก เลือดในกายเย็นเฉียบราวกับถูกสาดด้วยน้ำแข็ง ใบหน้าที่ซีดเซียวอยู่แล้วยิ่งเผือดสีลงไปอีก

นัยน์ตาคมกริบคู่นั้น... สันกรามแกร่งที่รับกับจมูกโด่งเป็นสัน...

ภวินท์.

ผู้ชายที่เป็นจุดเริ่มต้นของความผิดพลาดในคืนนั้น ผู้ชายที่เธอหนีจากมาเมื่อห้าปีก่อน และเป็นผู้ชายที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้พบเจอกันอีกตลอดชีวิต

ภวินท์ชะงักงัน ร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งขึงอยู่กับที่ ดวงตาคมที่เคยนิ่งสงบและเยือกเย็นในฐานะศัลยแพทย์เกิดความวูบไหวอย่างรุนแรง เขามองหญิงสาวตรงหน้า สลับกับก้มลงมองเด็กชายตัวน้อยบนเตียงผู้ป่วย

ลมหายใจของหมอหนุ่มสะดุด แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงเมื่อพิจารณาโครงหน้าของเด็กชายพีรวิชญ์อย่างถี่ถ้วน

คิ้วเข้มได้รูป จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากบางเฉียบ... ทุกตารางนิ้วบนใบหน้าของเด็กคนนี้ถอดแบบมาจากตัวเขาเองตอนเด็กไม่ผิดเพี้ยน

ความเงียบโรยตัวลงมาครอบคลุมพื้นที่หน้าห้องผ่าตัด มีเพียงเสียงสะอื้นของเด็กน้อยและเสียงเครื่องวัดชีพจรที่ดังรบกวนบรรยากาศ พยาบาลผู้ช่วยมองหน้าหมอวินสลับกับญาติคนไข้ด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจว่าทำไมศัลยแพทย์มือหนึ่งของแผนกถึงได้ยืนนิ่งงันผิดวิสัย

ลลิตาเป็นฝ่ายดึงสติกลับมาได้ก่อน เธอรีบก้มหน้าหลบสายตาคมกริบที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าว มือบางปล่อยมือลูกชายและถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณของการหนี

แต่ภวินท์ไม่ยอมให้เธอหนีแม้มองด้วยสายตา

กรามแกร่งขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นนูน สันญาณบางอย่างในตัวเขาถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ความสงสัย ความโกรธขึ้ง และความจริงบางอย่างที่กำลังตีแสกหน้าทำให้เขาแทบอยากจะกระชากแขนหญิงสาวตรงหน้ามาคาดคั้นหาคำตอบเดี๋ยวนี้

"คุณหมอคะ... คนไข้พร้อมแล้วค่ะ" พยาบาลทักท้วงทำลายความตึงเครียด

ภวินท์สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามกดข่มอารมณ์ส่วนตัวลงไปใต้ก้นบึ้ง เขาคือหมอ และชีวิตตรงหน้าคือความรับผิดชอบสูงสุดของเขาในเวลานี้ ชายหนุ่มดึงหน้ากากอนามัยกลับขึ้นมาปิดบังใบหน้า แววตาคมกริบตวัดกลับมาจ้องมองลลิตาอีกครั้ง

มันเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามนับร้อยพัน และการประกาศกร้าวว่าเขาจะไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ผ่านไป

บุรุษพยาบาลเริ่มขยับเตียงเข็นเข้าไปด้านในห้องผ่าตัด ลลิตายืนตัวสั่น มองตามร่างของลูกชายที่ค่อยๆ หายลับเข้าไปหลังบานประตู

ภวินท์เดินตามเตียงผู้ป่วยไปจนถึงหน้าประตู เขาหยุดฝีเท้า หันหลังกลับมามองหญิงสาวที่ยืนกอดอกตัวสั่นอยู่ลำพัง นัยน์ตาสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อย น้ำเสียงทุ้มต่ำและเด็ดขาดถูกเปล่งออกมากระทบโสตประสาทของลลิตาอย่างชัดเจน

"เตรียมตัวให้พร้อม ลลิตา ลูกปลอดภัยเมื่อไหร่... เรามีเรื่องต้องคุยกันยาว"

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
72 Chapters
บทที่ 1: โลกที่เหวี่ยงเรากลับมา
แสงสว่างจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ส่องสว่างในห้องนั่งเล่นแคบๆ ลลิตากดบันทึกไฟล์งานกราฟิกชิ้นสุดท้ายของวัน ยกมือขึ้นนวดขมับที่เต้นตุบจากความเหนื่อยล้า นาฬิกาดิจิทัลบนโต๊ะทำงานบอกเวลาตีสองกว่า เธอตั้งใจจะพับหน้าจอลงและกลับไปล้มตัวลงนอนข้างลูกชายตัวน้อยที่หลับไปตั้งแต่หัวค่ำแต่ความเงียบสงบกลับถูกฉีกกระชากด้วยเสียงร้องไห้จ้าดังมาจากในห้องนอนลลิตาสะดุ้งสุดตัว ผุดลุกจากเก้าอี้จนมันเลื่อนครูดกับพื้นห้อง เธอวิ่งถลันเข้าไปในห้องนอน ภาพที่เห็นทำให้ก้อนเนื้อในอกซ้ายกระตุกวูบเด็กชายพีรวิชญ์วัยสี่ขวบนอนขดตัวคู้เป็นกุ้ง สองมือกุมหน้าท้องแน่น ใบหน้าจิ้มลิ้มบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มแดงจัด"น้องพีท! เป็นอะไรลูก" ลลิตาถลาเข้าไปประคองร่างเล็กขึ้นมาแนบอก ทันทีที่ผิวหนังสัมผัสกัน ความร้อนจัดจากตัวลูกก็แผ่ซ่านมาถึงมือเธอ "ตัวร้อนจี๋เลย พีทเจ็บตรงไหนบอกแม่สิครับ""หม่าม้า... พีทเจ็บ เจ็บตรงนี้" เด็กน้อยสะอื้นฮัก ชี้มือสะเปะสะปะไปทางหน้าท้องด้านขวาล่างลลิตาลองแตะมือลงไปเบาๆ ตรงตำแหน่งนั้น พีรวิชญ์ก็กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและดิ้นหนีสัญชาตญาณความเป็นแม่ร้องเตือนว่านี
last updateLast Updated : 2026-06-23
Read more
บทที่ 2: ร่องรอยในความทรงจำ
การผ่าตัดผ่านพ้นไปได้ด้วยดี พีรวิชญ์ถูกย้ายมาพักฟื้นที่ห้องพิเศษวีไอพีในช่วงเช้าตรู่บรรยากาศภายในห้องพักฟื้นเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของเด็กน้อยที่ยังหลับสนิทจากฤทธิ์ยาสลบลลิตานั่งจับมือลูกชายอยู่ข้างเตียงไม่ยอมห่าง ขอบตาของเธอช้ำบวมและมีรอยคล้ำจากการอดนอน ทว่าความอ่อนล้าทางร่างกายกลับเทียบไม่ได้เลยกับความหวาดระแวงในจิตใจสายตาของหญิงสาวตวัดมองไปที่ประตูห้องพักฟื้นทุกครั้งที่มีเสียงฝีเท้าเดินผ่านหน้าห้อง เธอแทบไม่ได้ลุกไปไหน แม้กระทั่งน้ำสักแก้วก็ยังไม่กล้าเดินไปรินดื่ม ความกลัวว่าผู้ชายคนนั้นจะโผล่เข้ามาคุกคามทำให้เธอต้องอยู่ในโหมดระวังภัยขั้นสูงสุดประโยคทิ้งท้ายของเขาหน้าห้องผ่าตัดยังคงดังก้องอยู่ในหัว 'เรามีเรื่องต้องคุยกันยาว' ลลิตาเม้มริมฝีปากแน่น เธอรู้ดีว่าภวินท์ไม่ใช่คนโง่ เขาเป็นหมอ มีความรู้ และที่สำคัญ... หน้าตาของพีรวิชญ์ก็เป็นหลักฐานที่มัดตัวเธอแน่นหนาจนแทบดิ้นไม่หลุด เธอพยายามคิดหาข้ออ้างสารพัดเพื่อเตรียมรับมือ แต่สมองที่ตื้อตึงกลับคิดอะไรไม่ออกนอกจากคำว่า 'หนี'เสียงลูกบิดประตูถูกปลดล็อกเบาๆลลิตาสะดุ้งสุดตัว ผุดลุกขึ้นยืนโด
last updateLast Updated : 2026-06-23
Read more
บทที่ 3: ผลตรวจ
สามวันผ่านไปนับตั้งแต่การผ่าตัด พีรวิชญ์ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วตามประสาเด็ก อาการไข้ลดลงจนเป็นปกติ รอยยิ้มสดใสและเสียงเจื้อยแจ้วกลับมาดังคับห้องพักฟื้นอีกครั้งแต่สำหรับลลิตา เวลาสามวันที่ผ่านมาคือการเดินอยู่บนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดผึงได้ทุกวินาทีหญิงสาวนั่งปอกแอปเปิลอยู่บนโซฟาตัวยาว สายตาลอบมองชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกาวน์สีขาวที่กำลังนั่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย ภวินท์ไม่ได้ทำตัวเหมือนหมอที่เข้ามาตรวจอาการแล้วจากไป แต่เขาใช้เวลาว่างทุกนาทีที่ปลีกตัวจากตารางเวรแวะเวียนมาที่ห้องนี้เสมอ"หุ่นยนต์ตัวนี้ประกอบยากไหมครับคุณหมอ" พีรวิชญ์ถามเสียงใส มือเล็กๆ พยายามต่อชิ้นส่วนเลโก้ที่หมอหนุ่มซื้อมาฝากเมื่อเช้า"ไม่ยากครับ เดี๋ยวหมอช่วยดูให้" ภวินท์ตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยนแบบที่ลลิตาไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากผู้ชายที่มีใบหน้าเรียบตึงตลอดเวลา มือหนาที่คุ้นเคยกับการจับมีดผ่าตัดกำลังหยิบจับชิ้นส่วนพลาสติกชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างใจเย็น เขาสอนเด็กชายต่อหุ่นยนต์ทีละขั้นตอน รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากเมื่อพีรวิชญ์ทำสำเร็จและหัวเราะเอิ๊กอ๊ากลลิตามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกชาวาบในอก ก้อนเนื้อด้าน
last updateLast Updated : 2026-06-23
Read more
บทที่ 4: เขตแดนที่ถูกรุกล้ำ
แสงแดดอ่อนๆ ยามสายส่องผ่านม่านปรับแสงเข้ามาในห้องพักฟื้น พีรวิชญ์ตื่นขึ้นมาด้วยความสดใสพร้อมกับข่าวดีที่สุดของวัน อาการอักเสบหายสนิท แผลผ่าตัดแห้งดี และที่สำคัญ... วันนี้เขาจะได้กลับบ้านเด็กชายกระโดดโลดเต้นอยู่บนเตียงขณะที่ลลิตากำลังเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า หญิงสาวพยายามฝืนยิ้มให้ลูกชาย ทั้งที่ในหัวกำลังหมุนติ้วด้วยความตึงเครียดที่สะสมมาตั้งแต่เมื่อคืนคำขู่ของภวินท์ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท 'พรุ่งนี้ตอนลูกตื่น คุณจะบอกเขาเอง หรือจะให้ผมบอกว่าผมเป็นใคร'ลลิตาเลือกที่จะเงียบ เธอพยายามถ่วงเวลาให้ถึงที่สุด หวังเพียงว่าภวินท์จะติดเคสผ่าตัดด่วนจนไม่มีเวลามาสนใจเรื่องนี้ หรืออย่างน้อยก็ปล่อยให้เธอพาลูกกลับไปตั้งหลักที่คอนโดก่อน แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะไม่เข้าข้างเธอเลยประตูห้องพักฟื้นเปิดออก ภวินท์ก้าวเข้ามาในชุดเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา ป้ายชื่อแพทย์เฉพาะทางติดอยู่บนอกซ้าย เขาส่งยิ้มกว้างให้เด็กชายบนเตียง ก่อนจะปรายตามองลลิตาที่ยืนเกร็งอยู่ข้างกระเป๋าสัมภาระ"หมอวิน! พีทจะได้กลับบ้านแล้วครับ" พีรวิชญ์ชูสองแขนขึ้นสู่อากาศด้วยความดีใจ"หมอทราบแล้วครับ คนเก่งของหมอแข็งแรงไวมากเลย" ภวินท์เดินเข้าไป
last updateLast Updated : 2026-06-23
Read more
บทที่ 5: แผนแทรกซึม
กลิ่นหอมของเนยและกระเทียมที่ลอยฟุ้งมาจากโซนห้องครัวทำลายสมาธิการทำงานของลลิตาจนหมดสิ้นหญิงสาวละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยเลเยอร์งานกราฟิก หันไปมองภาพความวุ่นวายขนาดย่อมที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนตัวของเธอชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตทำงานที่ถูกพับแขนขึ้นถึงข้อศอกกำลังยืนอยู่หน้าเตาไฟฟ้า มือข้างหนึ่งจับตะหลิวพลิกชิ้นปลาแซลมอนอย่างทะมัดทะแมง ส่วนอีกข้างกำลังรับส่งบทสนทนากับเด็กชายตัวน้อยที่ยืนเกาะเคาน์เตอร์อยู่ไม่ห่าง"หมอวินครับ พีทอยากกินแครอทรูปดาวแบบที่หมอวินทำเมื่อวานอีก" เสียงเจื้อยแจ้วของพีรวิชญ์ร้องขอ"ได้เลยครับคนเก่ง แต่พีทต้องสัญญากับหมอก่อนนะว่าจะกินบรอกโคลีด้วย ตกลงไหม" ภวินท์หันมาต่อรองด้วยรอยยิ้มละมุน นัยน์ตาคมที่เคยมองใครต่อใครด้วยความเยือกเย็นกลับทอประกายอ่อนโยนเมื่อทอดมองเด็กชายตรงหน้า"ตกลงครับ! พีทจะกินผักให้หมดจานเลย จะได้แข็งแรงเหมือนหมอวิน" เด็กน้อยชูนิ้วก้อยขึ้นมาตรงหน้าภวินท์ย่อตัวลง ใช้ปลายนิ้วก้อยของตัวเองเกี่ยวกระหวัดกับนิ้วเล็กจิ๋วนั้นเพื่อทำสัญญา ก่อนจะหันไปจัดการหั่นแครอทเป็นรูปดาวตามคำขออย่างตั้งอกตั้งใจลลิตาลอบถอนหายใจยาว แผ่นหล
last updateLast Updated : 2026-06-23
Read more
บทที่ 6: รอยจูบแรก
บทที่ 6: รอยจูบแรกเช้าวันเสาร์ที่ควรจะเงียบสงบและผ่อนคลาย กลับกลายเป็นเช้าที่ตึงเครียดที่สุดในรอบสี่ปีของลลิตาหญิงสาวยืนทำอาหารเช้าอยู่ในโซนครัวด้วยความรู้สึกเหมือนมีเมฆดำลอยอยู่เหนือหัว คำขู่ของภวินท์เมื่อคืนยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท เขาไม่ได้แค่ขู่ แต่เขาทำจริงๆ!เมื่อคืนนี้ หลังจากยื่นคำขาดจบ ศัลยแพทย์หนุ่มก็ล้มตัวลงนอนบนโซฟาในห้องนั่งเล่นอย่างหน้าตาเฉย ปล่อยให้ลลิตายืนอ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูก ครั้นจะไล่ก็ไล่ไม่ไป จะลากก็สู้แรงผู้ชายตัวโตไม่ได้ สุดท้ายเธอจึงต้องยอมปล่อยให้เขานอนขดตัวอยู่บนโซฟาแคบๆ นั้นไปทั้งคืนและเช้านี้ เขาก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มสดใส ทักทายลูกชายที่เพิ่งตื่นนอน ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำของเธอเพื่ออาบน้ำชำระร่างกายราวกับเป็นบ้านของตัวเองเสียงกริ่งหน้าประตูห้องดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดที่กำลังฟุ้งซ่านลลิตาเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน เดินไปส่องตาแมว เมื่อเห็นว่าเป็นใครก็รีบปลดล็อกและเปิดประตูรับทันที"เซอร์ไพรส์! ฉันซื้อครัวซองต์ร้านโปรดมาฝากแกกับหลานรักด้วยนะ" พิมพ์ เพื่อนสนิทสมัยมหาวิทยาลัยของลลิตา ชูถุงกระดาษแบรนด์ดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง แต่พอก้าวเท้าเข้
last updateLast Updated : 2026-06-25
Read more
บทที่ 7: ข้อตกลงที่ซ่อนเร้น
บทที่ 7: ข้อตกลงที่ซ่อนเร้นบรรยากาศในเช้าวันอาทิตย์ภายในคอนโดมิเนียมขนาดหนึ่งห้องนอนเต็มไปด้วยความอึดอัดจนแทบจะจับต้องได้ลลิตายืนจับขอบซิงค์ล้างจานแน่น สายตาจดจ่ออยู่กับสายน้ำที่ไหลผ่านมือลงสู่ท่อระบายน้ำ ทว่าจิตใจกลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สัมผัสร้อนผ่าวที่ริมฝีปากและการรุกล้ำอย่างเอาแต่ใจเมื่อวานยังคงตามหลอกหลอน ทุกครั้งที่เผลอคิดถึง ใบหน้าของเธอจะร้อนฉ่าขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้หญิงสาวปิดก๊อกน้ำ คว้าผ้าขนหนูผืนเล็กมาเช็ดมืออย่างลวกๆ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากโซนครัวเป้าหมายของเธอคือการหลบหน้าผู้ชายอันตรายคนนั้นให้ได้มากที่สุดแต่เพียงแค่ก้าวพ้นกรอบประตูห้องครัว ร่างบางก็ต้องชะงักฝีเท้าภวินท์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาตัวยาวกลางห้องนั่งเล่น เขาสวมเสื้อยืดสีพื้นกับกางเกงวอร์มสบายๆ ท่าทางผ่อนคลาย ขัดกับรังสีความกดดันที่แผ่กระจายออกมารอบตัว นัยน์ตาคมกริบละจากหน้าจอไอแพดในมือ ตวัดขึ้นมามองสบตากับเธอทันทีราวกับรอคอยอยู่นานแล้วลลิตารีบหลุบตาลงต่ำ เบือนหน้าหนีไปทางอื่นโดยสัญชาตญาณ เธอทำทีเป็นเดินเลี่ยงไปจัดของเล่นของพีรวิชญ์ที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น พยายาม
last updateLast Updated : 2026-06-25
Read more
บทที่ 8: ใต้ชายคาเดียวกัน
บทที่ 8: ใต้ชายคาเดียวกันแสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาในห้องนอนขนาดใหญ่บนชั้นสองของบ้าน ลลิตากำลังง่วนอยู่กับการรื้อเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าเดินทางเพื่อจัดเข้าตู้เสื้อผ้าบิวต์อินห้องนี้คือ 'ห้องปีกซ้าย' ตามที่ภวินท์ได้ตกลงไว้ มันกว้างขวางกว่าคอนโดทั้งห้องของเธอเสียอีก ตกแต่งด้วยโทนสีพาสเทลสบายตา มีเตียงคิงไซส์ ห้องน้ำในตัว และระเบียงที่มองเห็นสวนหลังบ้าน ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมไว้อย่างไร้ที่ติจนลลิตาอดคิดไม่ได้ว่า เขาแอบวางแผนเรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้ว"หม่าม้าครับ! ดูนี่สิ หมอวินซื้อเตียงรูปรถแข่งให้พีทด้วย!"เสียงตะโกนเจื้อยแจ้วดังมาจากห้องข้างๆ ลลิตาวางเสื้อยืดในมือลงและเดินตามเสียงนั้นไปห้องนอนของพีรวิชญ์อยู่ติดกับห้องของเธอ ภายในถูกเนรมิตให้กลายเป็นอาณาจักรของเด็กผู้ชาย มีเตียงนอนรูปรถแข่งสีแดงสด โต๊ะทำการบ้านขนาดกะทัดรัด และชั้นวางของเล่นที่อัดแน่นไปด้วยเลโก้และหุ่นยนต์เด็กชายกำลังกระโดดโลดเต้นอยู่บนเตียงด้วยความตื่นเต้น โดยมีภวินท์ยืนกอดอกพิงกรอบประตูมองดูด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนลลิตาหยุดยืนอยู่ข้างๆ เขา มองภาพลูกชายที่กำลังมีความสุขอย่างเต็มเปี่ยม ความกังวลและหวาดระแว
last updateLast Updated : 2026-06-25
Read more
บทที่ 9: คืนที่กำแพงสั่นคลอน
บทที่ 9: คืนที่กำแพงสั่นคลอนหยาดฝนเม็ดใหญ่สาดกระหน่ำกระทบบานกระจกหน้าต่างห้องนอน ท้องฟ้าเบื้องนอกมืดมิดไร้แสงดาว มีเพียงประกายสายฟ้าแลบแปลบปลาบที่ส่องสว่างวาบขึ้นมาเป็นระยะลลิตาพลิกตัวไปมาบนเตียงคิงไซส์ ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศผสมผสานกับอุณหภูมิที่ลดต่ำลงจากพายุฝนด้านนอกทำให้เธอรู้สึกหนาวสะท้าน หญิงสาวควานหาผ้าห่มมาคลุมจนถึงปลายคาง พยายามข่มตาหลับมานานกว่าสองชั่วโมง ทว่าสมองกลับตื่นตัวเต็มที่ความกระหายน้ำปลุกให้เธอต้องหยัดตัวลุกขึ้นนั่ง ลลิตาถอนหายใจยาว สะบัดผ้าห่มออกจากตัว คว้าเสื้อคลุมผ้าไหมสีเข้มมาสวมทับชุดนอนสายเดี่ยวตัวบาง สองเท้าเปลือยเปล่าก้าวลงจากเตียงและเดินออกจากห้องนอนปีกซ้ายอย่างเงียบเชียบที่สุดเพื่อไม่ให้รบกวนลูกชายที่หลับสนิทอยู่ในห้องข้างๆภายในบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ตกอยู่ในความมืดสลัว ลลิตาคลำทางเกาะราวบันไดเดินลงมายังชั้นล่าง แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟมุมห้องนั่งเล่นเปิดทิ้งไว้เพียงดวงเดียว ช่วยส่องนำทางให้เธอเดินตรงไปยังโซนห้องครัวแต่เมื่อเดินพ้นช่วงหัวมุมบันได ฝีเท้าของหญิงสาวก็ต้องชะงักกึกร่างสูงใหญ่ของใครบางคนกำลังนั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาหนังตัวยาวกลางห้องนั่งเล่น ภว
last updateLast Updated : 2026-06-25
Read more
บทที่ 10: ปลดล็อกความปรารถนา
บทที่ 10: ปลดล็อกความปรารถนาสิ้นคำประกาศิต ริมฝีปากหยักก็ฉกวูบลงมาบดขยี้ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างตะกรุมตะกรามและหิวกระหายภวินท์ไม่เปิดโอกาสให้ลลิตาได้ท้วงติงหรือตั้งตัว เขาปล้นชิงลมหายใจของเธอด้วยรสจูบที่ดุดันและเอาแต่ใจ เรียวลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหวาน กวาดต้อนและพัวพันกับเรียวลิ้นเล็กอย่างชำนาญ รสชาติความฝาดเถื่อนของวิสกี้ผสมผสานกับความหวานล้ำของหญิงสาว สร้างความมึนเมาที่รุนแรงยิ่งกว่าแอลกอฮอล์ขวดใดบนโลกลลิตาครางอือในลำคอ สองมือบางที่เคยวางทาบอยู่บนแผงอกกว้างเพื่อผลักไส ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำขยุ้มเส้นผมหนาของเขาเพื่อระบายความรัญจวนที่ตีตื้นขึ้นมาจุกที่อก ร่างกายของเธอตอบสนองต่อการกระตุ้นของเขาอย่างซื่อตรง กำแพงน้ำแข็งที่เคยสร้างไว้หลอมละลายลงอย่างรวดเร็วภายใต้ไฟปรารถนาที่เขาสาดซัดเข้าใส่"อืม..."เสียงครางต่ำในลำคอของศัลยแพทย์หนุ่มดังก้อง มือหนาเลื่อนลงมาปลดปมเชือกผูกเสื้อคลุมผ้าไหมของเธอออกอย่างรวดเร็วและร้อนรน เขาแหวกสาบเสื้อคลุมออกกว้าง เผยให้เห็นชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินตัวบางที่แนบลู่ไปกับสัดส่วนโค้งเว้าสายตาคมกริบกวาดมองความงามเบื้องหน้าด้วยความลุ่มหลง ภวินท์ก้มหน้าลงซุกไ
last updateLast Updated : 2026-06-25
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status