مشاركة

บทที่ 6

مؤلف: Chenaimei
last update تاريخ النشر: 2026-01-24 16:20:42

ใบหน้าจิ้มลิ้มเหยเกขึ้นเพราะความเจ็บ รู้สึกเหมือนข้อเท้าบวมยิ่งกว่าเมื่อวานเสียอีก ทั้งที่กินยาไปแล้ว แต่เหมือนจะไม่ช่วยอะไรเลย นอกจากทำให้ง่วงนอน ส่วนความเจ็บทุเลาลงไปเพียงครู่หนึ่งพอหมดฤทธิ์ยาก็กลับมาเจ็บซ้ำอีก เหมือนจะมีไข้อ่อน ๆ ตามมาด้วย ลำบากคุณแม่ต้องมาคอยเช็ดตัวให้เมื่อคืนนี้

“สวัสดีครับน้าวาด ผมซื้อน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋มาฝากครับ ส่วนอันนี้ของคุณช่อครับน้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง”

เธียรวิญช์ตื่นไปตลาดตั้งแต่เช้า ซื้อน้ำเต้าหู้เจ้าเก่าเจ้าเดิมที่สมัยเรียนชอบแวะไปซื้อก่อนเข้าโรงเรียนเกือบทุกวัน จำได้ดีว่าช่อไม้ชอบกินแบบไหนเลยตั้งใจซื้อมาฝาก ทั้งยังถือโอกาสถามอาการของช่อไม้ด้วย

“ขอบคุณมากนะเธียร” ปานวาดแย้มยิ้มพร้อมรับถุงน้ำเต้าหู้มาถือเอาไว้

“แล้วคุณช่อเป็นยังไงบ้างครับ ที่ข้อเท้ายังเจ็บมาหรือเปล่า”

“เมื่อเช้าน้าเพิ่งเอาข้าวเอายาไปกิน เมื่อคืนก็มีไข้เช็ดตัวให้ทั้งคืน คงจะเจ็บมากอยู่”

“ผมขอโทษนะครับที่ดูแลน้องไม่ดี น้องเลยต้องเจ็บตัวแบบนี้”

“ความผิดของเธียรที่ไหนกัน” เธอรู้นิสัยของลูกชายเธอดี ต่อให้เธียรวิญช์คอยเฝ้าไม่ละสายตา ช่อไม้ก็คงยังซนเหมือนเดิม เรื่องที่ช่อไม้เจ็บตัวกลับบ้านมาเธอไม่ได้คิดว่าเป็นความผิดของเธียรวิญช์แม้แต่นิดเดียว ทว่าคนที่รับปากว่าจะดูแลน้องให้ดีกลับทำหน้ารู้สึกผิดราวกับตนเองเป็นต้นเหตุอย่างไรอย่างนั้น “อยากขึ้นไปดูน้องสักหน่อยไหม”

“ได้เหรอครับ”

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นขออนุญาตนะครับน้าวาด”

เจ้าของบ้านยิ้มรับ ความจริงเธียรวิญช์จะขอขึ้นไปเองก็ได้ ไม่ต้องรอให้เธออนุญาต เพราะเมื่อตอนเด็ก ๆ เจ้าตัวก็เข้าออกบ้านหลังนี้อยู่เป็นประจำ แม้ว่าส่วนใหญ่จะโดนช่อไม้ลากมาก็ตาม

ร่างสูงโปร่งเดินขึ้นมาชั้นสองของบ้าน เคาะประตูห้องเรียกคนด้านในอยู่เกือบสองนาทีก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา จึงถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปก็เห็นร่างเล็กนอนมุดอยู่ในผ้าห่ม พลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ภายในห้องนอนถูกตกแต่งด้วยโทนสีฟ้าขาวเหมือนตอนเด็กไม่มีผิด ชั้นหนังสือมุมห้องเต็มไปด้วยหนังสือนิยายและการ์ตูน เมื้อก่อนไม่เห็นมันจะเยอะขนาดนี้ คงสะสมมาเรื่อย ๆ เพราะเป็นความชอบอย่างหนึ่งที่ช่อไม้เคยบอก คนน้องเคยเอามาให้อ่านอยู่เรื่องหนึ่งมันก็สนุกดี แต่ทว่าตอนฟังช่อไม้เล่าให้ฟังสนุกกว่าอ่านเองเสียอีก

“คุณช่อ”

เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเรียกเจ้าของห้องเสียงเบาพลางนั่งลงบนเตียงข้าง ๆ มองคนน้องที่กำลังนอนหลับลึกจนไม่รู้สึกตัวทั้งที่เขาอยู่ใกล้ขนาดนี้ มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นน้อย ๆ ปัดปอยผมที่ปรกใบหน้าทัดหูแผ่วเบา อังหลังมือลงบนหน้าผากมน รับรู้ได้ถึงความร้อนจากพิษไข้

“อือ~” เสียงร้องอื้ออึงในลำคอดังขึ้นเมื่อถูกรบกวนเวลานอน พลันเปลือกตาสีอ่อนยกขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นดวงตากลมเพียงเสี้ยวหนึ่ง พยายามเปรับสายตารับแสงภายในห้อง

“ยังเจ็บมากหรือเปล่า”

“คุณเธียรเหรอ”

“ครับ”

น้ำเสียงอู้อี้เอ่ยถามราวกับคนสะลึมสะลือ จิตใจสำนึกลึก ๆ สั่งการให้ช่อไม้ขยับตัวไปนอนหนุนตักเธียรวิญช์ ทั้งยังจับมือหนาให้วางลงบนศีรษะตัวเอง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าควรทำอย่างไร เพราะเมื่อก่อนนั้นช่อไม้จะชอบให้เธียรวิญช์ลูบหัวให้เสมอเวลานอนด้วยกัน

ไม่นานก็ได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าคนตัวเล็กได้นอนหลับไปอีกคราแล้ว

เธียรวิญช์นั่งให้น้องหนุนตักอยู่อย่างนั้นนานเกือบสามสิบนาที อาการปวดหลังก็เริ่มถามหา จนต้องยกหัวทุยให้กลับไปนอนที่หมอนตามเดิม ห่มผ้าให้เสร็จสรรพก็ออกมาจากห้อง ปล่อยให้ช่อไม้ได้พักผ่อน พรุ่งนี้อาการก็คงจะดีขึ้น

🍊🍊🍊

วันต่อมา

อาการไข้ของช่อไม้ดีขึ้นตั้งแต่คืนก่อน ข้อเท้าก็ดีขึ้นมากสามารถเดินเหินได้สะดวกขึ้น แม้จะเจ็บแปลบอยู่บ้างเวลาลงน้ำหนักเยอะเกินไป วันนี้เลยตั้งใจออกจากบ้านมาทำงานที่ฟาร์ม เพราะกลัวว่าเธียรวิญช์จะบ่นเอาได้ที่หยุดงานไปหลายวัน อีกเหตุผลหนึ่งคือกลัวว่าจะโดนหักเงินเดือน

มาถึงฟาร์มเธียรวิญช์ก็ปลีกตัวไปคุยงานกับทีมงานจากกองถ่ายที่จะมาขอเช่าสถานที่ถ่ายหนัง ส่วนช่อไม้ก็มีหน้าที่ต้องทำเหมือนกัน งานเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะทำได้ไม่หนักเกินไปสำหรับคนที่ขายังไม่ค่อยจะดีก็คือเก็บไข่ไก่

ผ่านไปเกือบชั่วโมงหน้าที่ช่อไม้ก็เสร็จเรียบร้อย ระหว่างที่กำลังนั่งเอาไข่ไก่จัดใส่แผงก็มีหญิงสาวร่างสมส่วนเดินเข้ามา ช่อไม้มองใบหน้าสวยถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางสีปากแดงแจ๊ด ทั้งยังลอนผมมาเสียสวย ในมือของเธอมีปิ่นโตสเตนเลสสีเงินตรงมาตรงที่เขานั่งอยู่ รอยยิ้มที่ประดับหน้าเมื่อครู่หายวับไปกับตาเมื่อเห็นว่ามีคู่แข่งในวัยเด็กของเธออยู่ที่นี่

“มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ไปเป็นเด็กเมืองกรุงแล้วจะกลับมาอีกทำไม”

เสียงแหลมใสเอ่ยถามช่อไม้ เธอไม่ได้มาที่ฟาร์มหลายวันเลยไม่รู้ว่าช่อไม้กลับมาอยู่บ้านเกิดตัวเองแล้ว ล่าสุดที่รู้ข่าวคือคู่แข่งของเธอคนนี้หลังจากจบมัธยมปลายก็ไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ

ไม่รู้จะกลับมาอีกทำไม

“เราจะอยู่ไหนก็เรื่องของเรา เกี่ยวกับอะไรกับเธอ”

“ชิ! เหม็นขี้หน้าชะมัด”

“เราก็เหม็นหน้าขี้ ๆ ของเธอเหมือนกัน”

ช่อไม้ยืนขึ้นบนแคร่ไม้ไผ่ ตอกกลับไปอย่างไม่ยอมความ ตั้งแต่ไหนแต่ไรใบบัวมักจะชอบหาเรื่องตนอยู่เสมอ แข่งกันมาทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน กิจกรรม หรืออะไรก็ตาม โดยเฉพาะเรื่องของเธียรวิญช์ที่ช่อไม้ไม่มีทางยอมได้ และอีกฝ่ายก็ไม่ยอมรามือไปง่าย ๆ เพราะเธอชอบมาเจาะแจ๊ะกับคนพี่ ในตอนนั้นช่อไม้เลยไม่ชอบหน้าใบบัวเอาเสียมาก ๆ เห็นกันเป็นไม่ได้ต้องมีปากมีเสียงกันตลอด

แม้ว่าจะไม่ได้เจอกันมาหลายปี แต่ช่อไม้ก็จำได้ไม่เคยลืม ลูกสาวผู้ใหญ่บ้านที่ทำตนใหญ่ยิ่งกว่าพ่อ พ่อก็นิสัยดีอยู่หรอก แต่ลูกสาวนี่สิไม่รู้ไปเรียนรู้นิสัยหยาบคายแบบนี้มาจากใคร ผ่านมาก็หลายปีแล้วไม่คิดเลยว่าใบบัวจะยังวิ่งแจ้นตามก้นเธียรวิญช์อยู่อีก

“ช่อไม้! ไอ้ลูกหมา”

“ว่าใครลูกหมาฮะ! ยัยใบบัวเน่า!”

แต่มีหรือที่ช่อไม้จะยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำคนเดียว ปากร้ายมาก็ร้ายกลับ ไม่ยอมอยู่แล้ว แม้ว่าจะเป็นผู้ชายแต่แล้วยังไง เขาก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกันจะให้ผู้หญิงมาข่มได้ยังไง อีกอย่างสมัยนี้ทุกคนเท่าเทียมกันแล้วไม่ว่าจะชายหรือหญิง

คนงานที่นั่งอยู่ด้วยกันมองหน้ากันไปมาอย่างเลิ่กลั่กไม่รู้ว่าควรห้ามศึกที่กำลังจะเกิดขึ้นดีหรือเปล่า อายุก็พอ ๆ กัน ไม่ใช่ว่าจะเด็กนักทำไมถึงยังทำตัวเหมือนเด็กสิบขวบกันอีกก็ไม่รู้ แค่นึกก็ปวดหัวแทนนายหัวแล้วจริง ๆ

“มีไรกันครับ ใจร่ม ๆ อย่ารบกัน” (มีอะไรกันครับ ใจเย็น ๆ อย่าทะเลาะกัน)

เสียงเข้มตะโกนดังมาแต่ไกล เป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากไทยลูกน้องคนสนิทของเธียรวิญช์ที่เห็นท่าไม่ดีก็รีบวิ่งมาห้ามศึกเอาไว้เสียก่อน กับช่อไม้ไทยอาจจะไม่ค่อยได้เจอหรือพูดคุยด้วยบ่อยนัก แต่กับใบบัวเรียกได้ว่าเจอหน้าจนเอือมเสียแล้ว

“พี่เธียรอยู่ไหน ฉันเอาข้าวมาให้พี่เธียร”

“คุณเธียรแหลงธุระอยู่ครับ ยังไม่ว่าง ส่งปิ่นโตมาให้ผมก็ได้ เดี๋ยวผมเอาไปให้เอง” (คุณเธียรคุยธุระอยู่ยังไม่ว่าง ส่งปิ่นโตมาเดี๋ยวผมเอาไปให้เอง)

“ไม่ต้อง ฉันจะให้เอง” ใบบัวยังคงดื้อดึงที่จะส่งปิ่นโตที่เธอตั้งใจทำให้กับเธียรวิญช์ด้วยมือตัวเอง ว่าจบก็นั่งลงบนแคร่วางปิ่นโตไว้ข้าง ๆ ยกขาขึ้นไขว่ห้าง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดกล้องถ่ายรูป “หลบไปสิ ฉันไม่อยากให้เสี้ยวของตัวนายมาติดอยู่ในรูปของฉัน”

“เหรอ”

ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ นอกจากไม่ยอมหลบไปแล้วยังนั่งยองลงข้าง ๆ ใกล้ชิดยิ่งกว่าเดิมทั้งเอื้อมมือไปกดถ่ายภาพรัว ๆ ราวกับต้องการยั่วประสาทอีกฝ่าย

“นี่!!”

ช่อไม้ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ แอบยิ้มมุมปากเชิดหน้าเชิดตาใส่อย่างสะใจที่ทำให้อีกฝ่ายอารมณ์เสียขึ้นมาได้ก่อนจะเดินหนีไปที่อื่น อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เธียรวิญช์คุยงาน นั่งมองคนพี่พาทีมงานเดินชมฟาร์ม คงอีกสักพักกว่าจะกลับมาตรงนี้ ไม่รู้ว่าใบบัวจะอยู่รอเจอให้ได้เลยหรือยังไง

ไม่อยากให้เจอกันเลย!

ไม่ชอบเลยจริง ๆ

กว่าเธียรวิญช์จะคุยงานเสร็จ ช่อไม้ก็นั่งดึงต้นหญ้าเตียนเป็นวงกว้าง ถอนหายใจทิ้งจนนับครั้งไม่ได้ งานตัวเองก็ยังมีให้ทำอยู่หรอกแต่กลับมานั่งเฝ้ามองเธียรวิญช์อยู่ไกล ๆ แทน

“มานั่งทำอะไรตรงนี้ เก็บไข่เสร็จแล้วเหรอ”

“ชิ!”

“...?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นด้วยความสงสัย ครั้นอีกฝ่ายทำหน้างอง้ำใส่กันราวกับกำลังไม่พอใจอะไรเขาอยู่อย่างไรอย่างนั้น เมื่อเช้าก็ยังดี ๆ อยู่เลย ไม่รู้ว่าเป็นอะไรขึ้นมาอีก

นอกจากไม่ตอบแล้วยังเดินหนีกันไปหน้าตาเฉย ปล่อยให้เธียรวิญช์ยืนงงอยู่อย่างนั้น ก่อนจะเดินตามหลังมาติด ๆ

“พี่เธียร!” เสียงแหลมใสตะโกนเรียนชื่อคนที่รออยู่เนิ่นนาน ในที่สุดก็มาเสียที

“...” ทันทีที่เห็นหน้าใบบัวก็พอจะเข้าใจแล้วว่าอาการที่ช่อไม้เป็นตอนนี้สาเหตุมาจากอะไร

“บัวทำกับข้าวใส่ปิ่นโตมาให้จ้ะ พี่เธียรจะกินเลยไหมจ๊ะ”

“กินไปไม่รู้จะท้องเสียหรือเปล่า”

เด็กขี้งอนเอ่ยขึ้นเสียงเบา ลอยหน้าลอยตาไปทางอื่น ราวกับพูดกับอากาศไม่ได้เจาะจงจะว่าใคร แต่มีหรือที่คนฟังจะไม่รู้ว่าตนกำลังโดนเหน็บแนม

“กับข้าวฝีมือฉันอร่อยจะตาย เอามาให้ทีไรพี่เธียรก็กินหมดตลอด”

“!!!”

ยิ่งได้ยินอย่างนั้นใบหน้าจิ้มลิ้มยิ่งงอง้ำกว่าเดิม ตวัดสายตาไปมองคนพี่ ทว่ายังไม่คิดจะยอมแพ้ เดินไปหยิบปิ่นโตของใบบัวที่นำมาให้เธียร

“งั้นเราขอลองชิมบ้างว่ามันจะอร่อยขนาดไหน”

“ไม่ได้!! ฉันทำมาให้พี่เธียร”

“ก็เราอยากลองชิม หรือว่าจริง ๆ แล้วมันไม่อร่อย หรือเธอแอบใส่ยาเสน่ห์มาให้คุณเธียร ถ้าเป็นแบบนั้นจะทำยังไง”

เธียรวิญช์ยิ้มขำกับคำพูดที่คิดเองเออเองของช่อไม้ กระนั้นก็ยังไม่ยอมคืนปิ่นโตให้กับเจ้าของ ทั้งยังเดินอุ้มหนีเดินออกไป ใบบัวตั้งใจจะเดินตามไปแย่งคืนมา แต่กลับถูกเธียรวิญช์ห้ามไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวพี่ไปเอาคืนเอง บัวอยู่นี่เถอะ เราไปเดี๋ยวก็ทะเลาะกันอีก”

“แต่... ก็ได้จ้ะ งั้นบัวรอที่นี่นะ” พอเป็นคำพูดของเธียรวิญช์เธอก็ไม่กล้าดื้อรั้น ยอมทำตามอย่างว่าง่าย

ช่อไม้เดินออกมาถึงหน้าฟาร์มก็เจอกับคนที่รู้จักพอดี เลยขอให้เขาพามาส่งที่บ้าน จากนั้นก็เดินต่อไปที่บ้านเธียรวิญช์ วางปิ่นโตไว้บนโต๊ะกินข้าว ก่อนจะพาตัวเองไปนอนบนเปลที่ผูกไว้กับเสาใต้ถุนเรือนสองต้น พร้อมกับอุ้มลูกหมาตัวน้อยขึ้นมาตั้งไว้บนอก

“กินของที่คนอื่นเอามาให้สุ่มสี่สุ่มห้าได้ยังไง ทีเมื่อก่อนนะบอกช่อว่า ใครเอาอะไรมาให้ก็ห้ามกินนะต้องรู้จักระวังตัว แต่ดูตัวเองตอนนี้สิ” คำบ่นกระปอดกระแปดของช่อไม้ ไม่ได้ทำให้ลูกหมาเข้าใจเลยแม้แต่น้อย “พ่อของนายใช้ไม่ได้เลยใช่ไหมส้มหวาน”

ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด ความจริงแล้วเขาก็แอบอิจฉาอยู่ลึก ๆ ที่เธียรวิญช์กินอาหารที่ใบบัวทำมาให้ ไม่รู้หรอกว่าจะอร่อยอย่างที่เจ้าตัวโม้ไว้หรือเปล่า แต่เขานี่สิแค่ไข่เจียวยังทอดไหม้ อย่าหวังว่าจะทำอาหารอย่างอื่นให้เธียรวิญช์กินเลย

เจ้าส้มหวานที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวกระดิกหางไปมาราวกับชวนเล่น ทว่าช่อไม้กลับไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วย ทำเพียงแค่กอดเอาไว้ ก่อนที่ความอึดอัดจะทำให้ส้มหวานกระโดดหนีไป

“อือ! เรากำลังเศร้าอยู่นะยังจะวิ่งหนีเราไปอีก ปลอบกันหน่อยก็ไม่ได้”

เสียงงอแงดังขึ้นครั้นไม่มีอะไรได้ดั่งใจ รู้อย่างนี้นอนอยู่ที่บ้านตัวเองไม่มาที่นี่เสียยังจะดีกว่า พ่อกับแม่คุณเธียรก็ไม่รู้ไปไหน บ้านเงียบขนาดนี้ทำให้เหงาอยู่ไม่น้อย เขาไม่ชอบอยู่คนเดียวแบบนี้เลยจริง ๆ

#คุณเธียรอย่าตื๊อ
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 35

    วันนี้อากาศดี มองไปทางไหนก็สว่างสดใส ท้องฟ้าปลอดโปร่ง แม้ว่าแสงจากดวงอาทิตย์จะร้อนมากแค่ไหน แต่ก็ยังมีลมพัดเอื่อย ๆ ไม่ขาดสายพอทุเลาความร้อนได้บ้าง ยิ่งได้ร่มเงาจากต้นไม้ยิ่งทำให้รู้สึกเย็นขึ้น ช่อไม้นั่งอ่านหนังสือการ์ตูนจบไปหนึ่งเรื่องก็เริ่มจะง่วงขึ้นมา“คุณเธียรช่อง่วง” เอ่ยบอกคนที่นอนหนุนตักตัว

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 34

    ‘อีกไม่กี่เดือนก็ต้องไปเรียนต่อมหาลัยแล้ว ปีนี้ได้ใช้เวลาอยู่กับคุณช่อยังไม่คุ้มเลย ทำให้คุณช่อน้อยใจจนร้องไห้อยู่หลายครั้ง ปีนี้พี่ไม่มีอะไรจะเขียนเลยนอกจากอยากขอโทษคุณช่อ ขอโทษที่ทำให้ร้องไห้ ขอโทษที่ไม่มีเวลาให้ ถ้าไปเรียนที่นู่นพี่ต้องคิดถึงคุณช่อมากแน่ ๆ คุณช่อเองก็คงคิดถึงพี่เหมือนกันใช่ไหม ตอ

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 33

    “คุณเธียร”“ครับ?”จู่ ๆ ช่อไม้ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ วางหนังสือในมือขยับมานั่งใกล้ ๆ เธียรวิญช์“จำกล่องจดหมายที่เราเคยเขียนกันตอนเด็ก ๆ ได้ไหม”“กล่องจดหมาย?”“ที่ทุก ๆ วันสุดท้ายของปีเราจะเขียนว่าตลอดปีเจออะไรมาบ้าง พร้อมอธิษฐานขอสิ่งที่ต้องการ”“จริงสิ พี่ลืมไปเลย แล้วตอนนี้คุณช่อยังเก็บไว้อยู

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 32

    2 เดือนต่อมา“คุณแม่ครับ ชิมให้ช่อหน่อยว่ามันอร่อยหรือยัง”ช่อไม้ตักผัดผักใส่จานมาให้คุณแม่ชิม เพราะวันนี้ลงทุนเข้าครัวทำกับข้าวเอง เนื่องจากเป็นวันแห่งความรัก นานทีปีหนช่อไม้ถึงจะเข้าครัวทำอาหารสักที ปกติจะเป็นลูกมือช่วยคุณแม่เสียมากกว่า หากให้ทำทุกวันคงได้เททิ้งมากกว่ากิน“เติมซอสเพิ่มเค็มอีกหน่อย

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 31

    นั่นเลยเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ช่อไม้ติดเธียรวิญช์เป็นตังเมแต่ตั้งแต่จำความได้ และถึงแม้ว่าจะห่างกันไปนานเป็นสิบปี เธียรวิญช์ก็ยังคงเป็นอย่างนั้นอยู่ หากว่าเขาตัดใจจากเธียรวิญช์ได้แล้ว ตอนนี้เขาจะนึกเสียดายไหนนะ จะมีโอกาสได้เจอคนที่ทำทุกอย่างให้เขาได้เหมือนเธียรวิญช์หรือเปล่ารถยนต์เลี้ยวเข้าโรงแร

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 30

    อร่อย!! อร่อยกว่าของตัวเองที่กำลังกินอยู่ด้วยซ้ำ ไอศกรีมกะทิหอม ๆ มัน ๆ หวาน ๆ กินคู่กับขนมปังนุ่ม ๆ เข้ากันอย่างน่าเหลือเชื่อ ดวงตากลมใสเป็นประกายวับขึ้น จนเธียรวิญช์อดยิ้มตามไม่ได้ ที่บอกว่าซื้อมาฝากความจริงแล้วก็แค่อยากกินเอง ซึ่งปกติเธียรวิญช์ไม่ได้ชอบของหวานอยู่แล้ว แต่ที่กินมาตลอดก็เพราะช่อไม้

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 23

    “สวัสดีครับ นี่เป็นผลผลิตจากฟาร์มสด ๆ ใหม่ ๆ ทุกวัน รับรองว่าหากซื้อไปจะไม่ผิดหวังแน่นอนครับ”เสียงหวานใสเจื้อยแจ้วนำเสนอสินค้าที่เอามาวางขายเป็นอย่างดี งานส้มหวานฟาร์มแฟร์วันแรกดูครึกครื้นและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ยอดลงทะเบียนเต็มทั้งสามวัน ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืนช่วงเช้าจะแบ่งลูกค้าที่

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 22

    “...”“ถ้าพี่ทำให้คุณช่อโกรธพี่ขอโทษ”“...”“คุณช่อ” ลมหายใจเริ่มติดขัดขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อกำลังตัดสินใจว่าจะพูดออกไปตอนนี้เลยดีไหม เพราะเขาเองก็คิดวนเรื่องที่ไทยพูดเหมือนกัน ถ้าหากเขาชัดเจนมากกว่านี้จะทำให้ช่อไม้เชื่อใจมากขึ้น ไม่ต้องโกรธหรือน้อยใจเรื่องพวกนั้นอีกได้หรือเปล่า“มีอะไรก็พูดมาสิ เรียกเ

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 21

    “เหนื่อยไหม”ร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาถามเด็กหนุ่มที่กำลังช่วยจัดซุ้มสำหรับวางขายสินค้าในงานส้มหวานฟาร์มแฟร์ในอีกสองวันที่จะถึงนี้ช่อไม้ส่ายหน้าไปมา เม้มปากติดกันแน่น ไม่แม้แต่จะหันไปมองคนถาม เพราะไม่รู้จะเก็บสีหน้าและแววตาอย่างไรดีสิ่งที่คิดเอาไว้ดูเหมือนจะไม่ได้เพ้อเจ้อไปเอง เพราะหลายวันที่ผ่านมาเธ

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 20

    หลังจากทุกคนแยกย้ายกันไปทำงานแล้ว ช่อไม้เองก็ต้องกลับไปที่สวนส้มเหมือนกัน วันนี้เขาอู้ไปเป็นชั่วโมงเพราะอยากจะหลบหน้าเจ้าของฟาร์ม“คุณช่อ”เท้าเล็กหยุดชะงัก ปากบางเม้มติดกันแน่น ไม่รู้ว่าเธียรวิญช์ต้องการจะคุยอะไรถึงได้เรียกกัน ช่อไม้พยายามเก็บสีหน้าทุกอย่างก่อนจะหันกลับมามอง“มีอะไรครับ”“เย็นนี้ไป

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status