Partager

บทที่ 7

Auteur: Chenaimei
last update Date de publication: 2026-01-24 16:21:02

เธียรวิญช์ตามช่อไม้กลับมาที่บ้าน แวะที่บ้านของเจ้าตัวก่อนแล้วถึงได้รู้ว่าไม่อยู่ เลยกลับมาดูที่บ้านของตัวเอง เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ ช่อไม้แอบมานอนอยู่ที่นี่คนเดียว วันนี้พ่อกับแม่ออกไปทำธุระกันข้างนอก ป่านนี้เลยยังไม่กลับ เด็กดื้อคนนี้ก็ยังไม่ยอมกลับบ้าน

ดวงตาคมกวาดมองไปรอบ ๆ เห็นปิ่นโตของใบบัวตั้งอยู่บนโต๊ะในสภาพที่ยังดูดีไม่มีอะไรเสียหาย ครั้นเดินเข้ามาใกล้คนที่นอนอยู่ในเปลถึงได้เห็นว่าหลับไปเสียแล้ว

“คุณช่อ!!”

“อือ ฮะ โอ๊ย!”

มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย พยายามกลั้นขำ ที่เห็นช่อไม้ตกใจเพราะเสียงเรียกจนรีบดีดตัวลุกขึ้นจนตกจากเปลนั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่บนพื้น ดีที่เปลไม่ได้สูงมากนัก ใบหน้าจิ้มลิ้มเหยเกเพราะความเจ็บ ทั้งยังงัวเงียจากอาการง่วงนอน

“ที่แท้ก็แอบมานอนอู้อยู่ที่บ้านพี่นี่เอง ทั้งที่เป็นเวลางานแท้ ๆ”

“เราไม่ได้อู้นะ!” เมื่อถูกกล่าวหาก็รีบโต้กลับไปทันที ก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยใบหน้างอง้ำ “เห็นเราเจ็บทำไมยังไม่ช่วยอีก”

“ก็คุณช่องอนพี่อยู่ พี่ก็นึกว่าไม่ต้องการให้พี่ช่วยเสียอีก”

“ชิ! เราลุกขึ้นเองก็ได้”

หากขอร้องให้ช่วยก็คงไม่ใช่คุณช่อ ในเมื่อไม่อยากช่วยก็จะไม่ขอ พยายามลุกขึ้นทั้งที่ข้อเท้ายังรู้สึกเจ็บอยู่ ทว่าคนขี้แกล้งกลับเดินมาช้อนตัวช่อไม้อุ้มขึ้นพาเดินไปวางให้นั่งลงบนเก้าอี้ ช่อไม้เองก็ไม่ขัดขืนอะไร

“เดี๋ยวพี่จะกลับไปที่ฟาร์ม ถ้าคุณช่อไม่อยากไปก็อยู่ที่นี่ เดี๋ยวพี่พากลับไปส่งที่บ้าน”

“ไม่ต้อง! เรากลับเองได้ เชิญคุณเธียรเอาปิ่นโตนี่กลับไปที่ฟาร์มได้เลย ไม่ต้องมาสนใจเรา” ที่แท้ก็แค่กลับมาเอาปิ่นโต คิดว่าจะมาง้อกันเสียอีก คงจะเอาไปกินกับผู้หญิงคนนั้นสองคนน่ะสิ เขาไม่ไปขัดความสุขหรอก กลับบ้านไปอยู่กับคุณหญิงย่ายังจะดีเสียกว่า

ช่อไม้สะบัดหน้าหนีพร้อมกับเดินออกไปทันที ไม่รอให้เธียรวิญช์ต้องเสียเวลาไปส่ง แม้จะเดินขากะเผลกแบบนี้ไปจนกว่าจะถึงบ้านก็ตาม

เสียงมอเตอร์ไซค์ดังตามหลังมาก่อนจะชะล่อรถขี่มาประกบข้าง ช่อไม้ก็ยังคงทำเป็นไม่สนใจเดินต่อไปเรื่อย ๆ ราวกับมองไม่เห็นอย่างไรอย่างนั้น

“คุณช่อขึ้นรถเถอะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

“...”

ดื้อ.. ยิ่งโตยิ่งดื้อ แต่ไม่รู้ว่าทำไมเธียรวิญช์ถึงไม่ได้รู้สึกโมโห หรือรำคาญใจกับนิสัยนี้ของช่อไม้เลย

ในเมื่อช่อไม้ไม่ยอมขึ้นรถมาดี ๆ เธียรวิญช์เลยเลือกที่จะลงจากรถแล้วเข็นตามหลังคนน้อง เดินมาส่งจนถึงบ้าน เจ้าตัวเพียงเหลือบมองด้วยหางตาทำหน้ามุ่ยใส่ก่อนจะเดินเข้าบ้านไปไม่พูดไม่จา

“เอาใจยากจังโว้ย” บ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางยกยิ้มขำท่าทีของช่อไม้ ก่อนจะขี่รถกลับไปที่ฟาร์มอีกครั้ง

ปิ่นโตของใบบัวถูกส่งคืนให้เจ้าของในสภาพที่ยังดูดีเหมือนตอนที่อีกฝ่ายนำมันมา เธียรวิญช์ไม่ได้ตั้งใจจะเอากลับมากินกับใบบัว เพราะที่ผ่านมาตนไม่เคยลิ้มลองรสมือของเธอเลยสักครั้ง คนที่กินคือไทยต่างหาก เรื่องนี้เธียรวิญช์สั่งไว้ไม่ให้พูด เพราะไม่อยากให้ใบบัวเสียน้ำใจ แต่พอมาวันนี้ได้เห็นท่าทีของช่อไม้ก็พอจะรู้แล้วว่าเป็นเพราะอะไร อย่างนั้นเขาเองก็ไม่ควรปล่อยเอาไว้

“ต่อไปไม่ต้องเอามาให้พี่แล้วนะ รบกวนบัวเปล่า ๆ ที่นี่มีโรงครัวอยู่แล้ว บัวไม่จำเป็นต้องเหนื่อยทำมาให้พี่”

“แต่บัวเต็มใจนะจ๊ะ บัวอยากมาให้พี่เธียรกิน”

“เอาเป็นว่าพี่พูดคำไหนคำนั้นแล้วกัน”

“ก็ได้จ้ะ” หญิงสาวหน้าหงอยลงทันที ไม่กล้าจะโต้เถียง หรือรบเร้าอะไรออกไป

“พี่ต้องไปทำงานแล้ว บัวก็กลับบ้านไปก่อนเถอะ”

แม้จะไม่ได้ไล่กันตรง ๆ แต่จากประโยคที่พูดมาฟังดูก็รู้ว่ากำลังไล่กัน หากเป็นคนอื่นพูดเธอก็คงไม่ได้รู้สึกอะไร ยังคงหน้าหนาอยู่ที่นี่ต่อ ทว่าพอเป็นเจ้าของฟาร์มคนที่ตัวเองชื่นชอบมานานหลายปีเป็นคนพูดก็ไม่กล้าที่จะดื้อรั้นอยู่ต่อให้อีกฝ่ายไม่พอใจ จึงทำได้เพียงพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินคอตกออกไปจากฟาร์ม

“นายหัว แล้วคุณช่อไม่มากันเออะ หรือว่าหวิบหนัดจนไม่อยากมาแล้ว” (นายหัวคุณช่อไม่มาด้วยเหรอ หรือว่าโกรธมากจนไม่อยากมาแล้ว)

“คุณช่ออยากหวิบก็ให้คุณเขาหวิบไป”

“นายหัวไม่ง้อหิดเออะ” (นายหัวจะไม่ง้อหน่อยเหรอ)

“ไม่ละ ทำไมต้องง้อ” เอ่ยออกมาอย่างไม่ยี่หระ ครั้นเหลือบดูลูกน้องถึงได้เห็นว่าไทยกำลังทำหน้ากวน ๆ ราวกับไม่เชื่อสิ่งที่เขาพูด “ไม่มีงานทำหรือไง?”

ไทยไม่ได้ตอบกลับอะไร เพียงแต่อมยิ้ม ค้อมหัวให้กับเจ้านายของตนก่อนจะเดินไปอีกทาง

.

.

ดอกมะลิถูกทิ้งลงในถาดสเตนเลสดอกแล้วดอกเล่า นั่งถอนหายใจจนคุณหญิงเพ็ญศรีเริ่มจับสังเกตเห็นว่าหลายชายมีอาการแปลกไปตั้งแต่กลับมาถึงบ้าน ทั้งที่เพิ่งออกไปทำงานได้ไม่ถึงครึ่งวัน ครั้นถามเจ้าตัวก็บอกว่าเจ็บขาเลยลางานกลับมาอยู่ที่บ้าน ทว่าสีหน้าดูไม่ใช่อย่างนั้น ในเมื่อไม่อยากบอกคุณหญิงเพ็ญศรีเลยไม่ถามอะไรมากไปกว่านี้

“ทำได้หรือเปล่าช่อไม้”

“ไม่ได้ครับ”

ช่อไม้ตั้งใจจะมานั่งทำพวงมาลัยกับคุณหญิงย่าแต่ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะปกติไม่ได้ทำอะไรอย่างนี้แม้ว่าจะเห็นคุณหญิงย่าทำมาตั้งแต่เด็กจนโต

“ถ้าใจไม่นิ่ง ไม่จดจ่อ ยังไงก็ทำไม่ได้หรอก” การร้อยมาลัยถือว่าเป็นการฝึกสมาธิอย่างหนึ่ง

เป็นอย่างที่คุณหญิงย่าพูด ตอนนี้เขาไม่ได้มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำ มัวแต่ว้าวุ่นคิดเรื่องไรสาระที่ทำให้หงุดหงิดใจ

กริ่ง~

เสียงกริ่งหน้าประตูรั้วทำให้คนที่กำลังนั่งหน้างอคอหักหันขวับไปมองทันที แม่บ้านเดินออกไปเปิดประตู ครั้นเห็นว่าเป็นใครก็ลุกขึ้นวิ่งหนีขึ้นชั้นบนเสียงดังตึงตัง จนคุณหญิงเพ็ญศรีสะดุ้งตกใจ เธอคงต้องเรียกมาดุสักหน่อยแล้ว ไม่ใช่แค่เพราะวิ่งเสียงดัง แต่เพราะกลัวว่าจะเกิดอันตรายมากกว่า ข้อเท้าก็ยังไม่ทันหายดี

“คุณท่านคะ คุณเธียรมาค่ะ”

“สวัสดีครับคุณหญิงย่า”

“สวัสดีจ้ะ มานั่งก่อนสิ”

เธียรวิญช์เห็นช่อไม้ตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว คงจะยังโกรธกันถึงได้วิ่งหนีไปอย่างนั้น โทรหาก็ไม่รับสาย

“คุณหญิงย่ากำลังร้อยมาลัยอยู่เหรอครับ”

“ใช่จ้ะ พรุ่งนี้วันพระ ย่าจะใส่บาตรสักหน่อย พ่อเธียรมาใส่ด้วยกันไหม”

“ได้ครับ”

ปกติแล้วจะมีพระสงฆ์เดินบิณฑบาตในหมู่บ้านทุกวันพระ คุณหญิงย่าท่านเลยได้ใส่บาตรทุกอาทิตย์ เพราะหากจะให้ออกไปหน้าตลาดก็คงจะไม่ไหว ส่วนเธียรวิญช์ตื่นเช้ามาก็มัวแต่ทำอย่างอื่นค่อยได้ใส่บาตรมาแต่ไหนแต่ไร

“แล้ววันนี้พ่อเธียรมาที่บ้านย่า มาหาช่อไม้หรือ”

“ครับ”

“วิ่งขึ้นห้องไปแล้วนั่น พ่อเธียรขึ้นไปสิ”

“งั้นผมขออนุญาตนะครับ”

เมื่อได้รับอนุญาตเธียรวิญช์เลยตั้งใจจะขึ้นไปอธิบายให้ช่อไม้ได้เข้าใจ ทว่าเจ้าของกลับล็อกกลอนเสียหนาแน่น เรียกเท่าไรก็ไม่ขานรับ แอบอยู่ในห้องอย่างนั้นไม่แม้แต่จะส่งเสียงใด ๆ ตอบกลับมา

“คุณช่อ”

หลายนาทีที่เธียรวิญช์ยืนเคาะประตูเรียกคนน้อง ครั้นเห็นว่าเจ้าของห้องใจแข็งเพียงใดจึงล้มเลิกความพยายาม เลือกที่จะส่งข้อความไปอธิบายแทน จากนั้นถึงได้ลงไปบอกลาคุณหญิงย่าแล้วกลับบ้านตัวเอง

ครั้นเสียงหน้าห้องเงียบไปช่อไม้ถึงได้แง้มประตูออกมาดู ก่อนจะวิ่งไปที่หน้าต่างชะโงกหน้าออกไปดู เธียรวิญช์กลับไปแล้ว ปากบางเม้มติดกันแน่นพยายามกลั้นยิ้มหลังจากได้อ่านข้อความที่คนพี่อธิบายทิ้งเอาไว้ให้หายข้องใจ

ที่จริงคุณเธียรก็แคร์เราอยู่เหมือนกันนะเนี่ย

🍊🍊🍊

เช้าวันต่อมาช่อไม้ตื่นตั้งแต่เช้าติดรถผู้เป็นแม่มาลงที่ฟาร์มแทนที่จะรอเธียรวิญช์มารับเหมือนทุกที ยังคงทำเป็นเล่นตัวไม่ยอมหายงอนง่าย ๆ มาถึงก็ไปทำหน้าตัวเองอย่างเช่นคนงานคนอื่น ๆ เจอกับไทยพอดีเลยให้ขับรถไปส่งที่สวนส้ม เพราะหากให้เดินไปก็ไกลพอส้มควร

เธียรวิญช์รับปากว่าจะตื่นมาใส่บาตรพร้อมกับคุณย่าก็ต้องผิดคำพูดตื่นมาก็มัวแต่ยุ่ง ๆ เรื่องในบ้าน

“ทำไมวันนี้คุณช่อไม่มาพร้อมคุณเธียรครับ”

“เรารีบ ก็เลยมาก่อน”

“แต่นี่มันยังไม่ถึงเวลางานทีหนิครับ” (แต่นี่มันยังไม่ถึงเวลางานเลยนะครับ)

สำหรับคนงานคนอื่นที่ทำงานที่นี่อยู่แล้วหากมาเช้าขนาดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ แต่สำหรับช่อไม้ที่มาพร้อมเธียรวิญช์ทุกวันนี่สิ หรือว่ายังโกรธกันเรื่องเมื่อวานอยู่ ไทยได้แค่คิดเองเออเองเพราะไม่กล้าก้าวก่ายมากนัก ถ้าเป็นนายหัวคงพอกล้าถามอยู่หรอก

“เราแค่อยากมาเร็วไม่ได้หรือไง แปลกตรงไหน”

“ม่ายครับม่าย ผมถามเฉย ๆ คุณช่ออยากมาตอนไหนก็ได้ครับ แฮะ” (ไม่ครับไม่ ผมแค่ถามดู คุณช่ออยากมาตอนไหนก็มาได้ครับ)

ไทยหัวเราะแห้งละล่ำละลักพูดครั้นคนสนิทของเจ้านายเริ่มจะเปลี่ยนน้ำเสียงเหมือน ทว่าไม่ได้รู้สึกน่ากลัวเลยแม้แต่น้อย

ช่อไม้หันมองซ้ายมองขวาก็ไม่เจอใคร ทุกอย่างรอบตัวเงียบสนิทหลังจากไทยขอตัวไปทำธุระของตัวเอง ช่อไม้เดินไปเรื่อย ๆ ตามทาง ก่อนจะหยุดนิ่งสูดจมูกดมกลิ่นที่ลอยมาตามลม กลิ่นหอมของแกงอะไรสักอย่าง คงจะมาจากโรงครัวคิดได้อย่างนั้นก็ก้าวเท้าไปตามทางตามกลิ่นหอมชวนท้องร้องทันที

เสียงพูดคุยกันของแม่ครัวดังแซ่ กลิ่นหอมที่ก่อนหน้านี้ชัดขึ้นเมื่อมาถึงต้นกำเนิดของมัน

“ทำแกงอะไรกันอยู่ครับ”

“อ้าว! ช่อไม้ไสวันนี้มาเร็ว” (อ้าว ช่อไม้ทำไมวันนี้มาเร็ว)

“แค่อยากมาเร็วน่ะครับ” ช่อไม้ไม่เข้าใจว่าแค่มาเร็วทำไมทุกคนถึงพากันสงสัยนัก

“มานั่งก่อน หิวม้าย แกงแค่สุกแล้วสักเดียว” (มานั่งก่อน หิวหรือเปล่า แกงใกล้จะเสร็จแล้วรอแป๊บหนึ่ง)

“จริง ๆ ก็กินมาจากบ้านแล้ว แต่กลิ่นหอมจนเริ่มหิวขึ้นมาอีกแล้วครับ”

“ฮ่า ๆ รอสักเดียว”

แม่ครัวต่างหัวเราะร่ากับเด็กหนุ่มตัวเล็กแต่กินเก่งเกินกว่าที่คิด ทุกคนล้วนทำงานที่ฟาร์มมานาน อายุบางคนก็รุ่นราวคราวเดียวกับแม่ของตน ช่อไม้เลยเหมือนกับลูกหลานคนหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะเป็นคนสนิทของนายหัว ทว่าสถานะของช่อไม้ในฟาร์มแห่งนี้ก็คือคนงานคนหนึ่ง ช่อไม้สะดวกใจที่จะให้ทุกคนทำตัวเป็นกันเองมากกว่าคิดเล็กคิดน้อยเรื่องที่เขาสนิทกับเธียรวิญช์ จะได้ไม่ต้องพยายามพูดภาษากลางกับเขาเหมือนเวลาคุยกับเธียรวิญช์

ไม่สิ.. ตอนนี้เราสองคนไม่ได้สนิทกันสักหน่อย

“อยู่ที่นี่นี่เอง”

เสียงทุ้มเข้มดังขึ้น ทำเอาช่อไม้กลืนน้ำลายลงคอดังอึก ไม่คิดว่าเธียรวิญช์จะตามมาเร็วขนาดนี้ น้าสาวคงจะเป็นคนบอกว่าเขาออกมาพร้อมคุณแม่

“สวัสดีค่ะคุณเธียร”

“สวัสดีครับ” เธียรวิญช์หันไปยิ้มทักทาย สวัสดีกับพวกแม่ครัว ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับช่อไม้อีกครั้ง

ร่างสูงโปร่งเดินมานั่งลงที่โต๊ะข้าง ๆ ช่อไม้ เสียงหอบหายใจที่ดังเบา ๆ นั่นทำให้ช่อไม้พอเดาได้ว่าจะเดินหาเขาจนทั่วแล้วก่อนจะมาที่นี่

กระนั้นช่อไม้ก็ยังคงนั่งเงียบไม่พูดอะไรทั้งยังเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ไม่ใช่ว่ายังโกรธหรือน้อยใจอะไรเรื่องเมื่อวาน เพียงแค่ไม่รู้จะพูดอะไรก็แค่นั้น ทั้งที่ปกติเป็นคนพูดเก่งแท้ ๆ

“ทำไมมาก่อนไม่รอพี่ หรือไม่ก็โทรมาบอกก่อนสิ คุณช่อรีบมาคนเดียวทำไม”

“ก็เราอยากมา” เอ่ยเสียงอ้อมแอ้มคล้ายกับรู้สึกผิด

“ยังงอนพี่อยู่เหรอ”

“เราไม่ได้งอนสักหน่อย แค่ไม่อยากมากับคุณเธียร ไม่อยากกลับพร้อมคุณเธียรด้วย” หันขวับมาเถียงกลับอย่างไม่ยอมความ แม้ว่าจะงอนจริง ๆ อย่างที่ถูกกล่าวหามาก็ตาม แต่เรื่องอะไรต้องยอมรับให้คนพี่ได้ใจ

แต่ท่าทางแบบนี้บอกให้ใครฟังใครเขาจะเชื่อ คุณช่อหนอคุณช่อ

“อ้าว... งั้นเย็นนี้พี่คงต้องไปที่โรงครัวแปรรูปคนเดียวน่ะสิ วันนี้เขาทำพายส้มด้วย ว่าจะให้คุณช่อไปลองชิมสักหน่อย” เธียรวิญช์ตีหน้าเศร้า พูดราวกับเสียดายที่ช่อไม้ไม่ได้ไปด้วยกัน “แต่ก็ช่วยไม่ได้นี่เนอะ ก็คุณช่อไม่อยากไปกับพี่”

“จริง ๆ เราก็ไปช่วยชิมได้ ถ้าคุณเธียรอยากให้ไป” ไม่ทันขาดคำช่อไม้ก็พลันพูดโพล่งขึ้น แค่ได้ยินชื่อเมนูขนมน้ำลายก็สอแล้ว มันต้องอร่อยมากแน่ ๆ

“ไหนบอกไม่อยากไปกับพี่ไง”

“เราไปพราะคุณเธียรขอต่างหาก”

“พี่ขอ?”

“ใช่สิ ก็คุณเธียรกำลังขอให้เราไปอยู่นี่ไง ไม่อย่างนั้นจะบอกว่าอยากให้เราไปชิมทำไม”

ช่อไม้ยังคงเถียงตาใส ทำเอาเธียรวิญช์ถึงกับกลั้นขำสุดชีวิต มีประโยคไหนกันที่เขาขอให้คนน้องไปด้วยกัน นอกเสียจากพูดไปเพราะแกล้งเด็กขี้งอนเพื่อดูว่าจะเล่นตัวได้นานแค่ไหนหากเอาของกินมาล่อ แต่ช่อไม้ก็คือช่อไม้ สามารถพูดอะไรก็ได้เพื่อให้ตัวเองชนะ ซึ่งมันก็ดูน่ารักดีสำหรับเขา

“ก็ได้พี่ขอให้ไปก็ได้ ถ้าอย่างนั้นตอนเย็นไปด้วยกัน โอเคไหม”

“อือ!!”

จากที่หน้าบึ้งก่อนนี้กลายเป็นยิ้มแป้น ตาแป๋วขึ้นมาทันที

น่ารักจนใจเจ็บไปหมดแล้ว

#คุณเธียรอย่าตื๊อ
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 35

    วันนี้อากาศดี มองไปทางไหนก็สว่างสดใส ท้องฟ้าปลอดโปร่ง แม้ว่าแสงจากดวงอาทิตย์จะร้อนมากแค่ไหน แต่ก็ยังมีลมพัดเอื่อย ๆ ไม่ขาดสายพอทุเลาความร้อนได้บ้าง ยิ่งได้ร่มเงาจากต้นไม้ยิ่งทำให้รู้สึกเย็นขึ้น ช่อไม้นั่งอ่านหนังสือการ์ตูนจบไปหนึ่งเรื่องก็เริ่มจะง่วงขึ้นมา“คุณเธียรช่อง่วง” เอ่ยบอกคนที่นอนหนุนตักตัว

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 34

    ‘อีกไม่กี่เดือนก็ต้องไปเรียนต่อมหาลัยแล้ว ปีนี้ได้ใช้เวลาอยู่กับคุณช่อยังไม่คุ้มเลย ทำให้คุณช่อน้อยใจจนร้องไห้อยู่หลายครั้ง ปีนี้พี่ไม่มีอะไรจะเขียนเลยนอกจากอยากขอโทษคุณช่อ ขอโทษที่ทำให้ร้องไห้ ขอโทษที่ไม่มีเวลาให้ ถ้าไปเรียนที่นู่นพี่ต้องคิดถึงคุณช่อมากแน่ ๆ คุณช่อเองก็คงคิดถึงพี่เหมือนกันใช่ไหม ตอ

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 33

    “คุณเธียร”“ครับ?”จู่ ๆ ช่อไม้ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ วางหนังสือในมือขยับมานั่งใกล้ ๆ เธียรวิญช์“จำกล่องจดหมายที่เราเคยเขียนกันตอนเด็ก ๆ ได้ไหม”“กล่องจดหมาย?”“ที่ทุก ๆ วันสุดท้ายของปีเราจะเขียนว่าตลอดปีเจออะไรมาบ้าง พร้อมอธิษฐานขอสิ่งที่ต้องการ”“จริงสิ พี่ลืมไปเลย แล้วตอนนี้คุณช่อยังเก็บไว้อยู

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 32

    2 เดือนต่อมา“คุณแม่ครับ ชิมให้ช่อหน่อยว่ามันอร่อยหรือยัง”ช่อไม้ตักผัดผักใส่จานมาให้คุณแม่ชิม เพราะวันนี้ลงทุนเข้าครัวทำกับข้าวเอง เนื่องจากเป็นวันแห่งความรัก นานทีปีหนช่อไม้ถึงจะเข้าครัวทำอาหารสักที ปกติจะเป็นลูกมือช่วยคุณแม่เสียมากกว่า หากให้ทำทุกวันคงได้เททิ้งมากกว่ากิน“เติมซอสเพิ่มเค็มอีกหน่อย

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 31

    นั่นเลยเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ช่อไม้ติดเธียรวิญช์เป็นตังเมแต่ตั้งแต่จำความได้ และถึงแม้ว่าจะห่างกันไปนานเป็นสิบปี เธียรวิญช์ก็ยังคงเป็นอย่างนั้นอยู่ หากว่าเขาตัดใจจากเธียรวิญช์ได้แล้ว ตอนนี้เขาจะนึกเสียดายไหนนะ จะมีโอกาสได้เจอคนที่ทำทุกอย่างให้เขาได้เหมือนเธียรวิญช์หรือเปล่ารถยนต์เลี้ยวเข้าโรงแร

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 30

    อร่อย!! อร่อยกว่าของตัวเองที่กำลังกินอยู่ด้วยซ้ำ ไอศกรีมกะทิหอม ๆ มัน ๆ หวาน ๆ กินคู่กับขนมปังนุ่ม ๆ เข้ากันอย่างน่าเหลือเชื่อ ดวงตากลมใสเป็นประกายวับขึ้น จนเธียรวิญช์อดยิ้มตามไม่ได้ ที่บอกว่าซื้อมาฝากความจริงแล้วก็แค่อยากกินเอง ซึ่งปกติเธียรวิญช์ไม่ได้ชอบของหวานอยู่แล้ว แต่ที่กินมาตลอดก็เพราะช่อไม้

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 29

    ช่อไม้ช่วยคนงานยกเข่งส้มขึ้นหลังรถกระบะที่เธียรวิญช์จอดเอาไว้ วันนี้ต้องเข้าไปส่งในเมืองตามที่พ่อค้า แม่ค้าสั่งเอาไว้ ประมาณสามถึงสี่เจ้า เธียรวิญช์เลยเลือกที่จะไปเอง โดยมีช่อไม้นั่งไปด้วยกัน ส่วนที่ต้องส่งพ่อค้า แม่ค้าในตลาดแถวบ้านจะให้ไทยเป็นคนเอาไปส่งแทน“ฝากด้วยนะไทย”“ครับ ขับรถดี ๆ ครับนายหัว”

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 28

    ทว่าในตอนนี้เราสองคนโตพอที่จะรักกันได้โดยไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว นับว่าเป็นโชคดีของเขาด้วยเหมือนกันที่ช่อไม้ยังคงหลงเหลือความรู้สึกดี ๆ ให้กัน และมอบโอกาสให้เขาอีกครั้ง“ช่อรักคุณเธียรนะ รักมาก ๆ เลย”“พี่ก็รักคุณช่อที่สุดเลย”ในที่สุดคำว่ารักของเราก็ตรงกันเสียที🍊🍊🍊เธียรวิญช์ลุกขึ้นตั้งแต่เช้ามา

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 27

    ตั้งแต่อายุสิบขวบช่อไม้เริ่มรู้ตัวแล้วว่าตัวเองชอบเธียรวิญช์ ในตอนนั้นอาจเป็นเพียงความรู้สึกชอบของเด็กประถมที่เกิดจากความสนิทสนม จนกระทั่งขึ้นมัธยมความรู้สึกชอบของเขาได้ชัดเจนขึ้น เขาอยากครอบครองเธียรวิญช์ เขารู้สึกหวงเธียรวิญช์มากกว่าปกติ รู้สึกเสียใจตอนที่อีกฝ่ายเมินกันไป หรือแม้แต่ตอนที่พูดจาทำร้

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 26

    “ฉันจะจัดการลูกสาวฉันให้ ยังไงก็ต้องขอโทษเธียรกับช่อไม้ด้วย”“จริง ๆ คนที่ควรขอโทษคือใบบัว ไม่ใช่ผู้ใหญ่นะครับ”ใบบัวนั่งคอตกไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาดูมาตอนนี้เธียรวิญช์มีสีหน้า แววตาอย่างไร ทั้งที่เธอกำชับชมพูไปแล้วว่าให้ระวัง อย่าให้โดนจับได้ แต่ก็ยังพลาดอยู่ดี แม้สิ่งที่เธอทำจะไม่ได้รุนแรงแต่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status