แชร์

บทที่ 2

ผู้เขียน: อวินจงมี่
เฟิงถิงเซินและลูกสาวกลับมาถึงบ้านตอนสามทุ่มกว่า

เฟิงจิ่งซินจับชายเสื้อของเฟิงถิงเซินแล้วลงจากรถอย่างเฉื่อยชา

จริงๆ แล้วคืนนี้เธอไม่อยากกลับบ้านด้วยซ้ำเพราะคุณแม่อยู่

แต่น้าอู๋อู๋บอกว่าคุณแม่ตั้งใจมาหาเธอและคุณพ่อ ถ้าพวกเขาไม่กลับ คุณแม่ก็จะเสียใจ

คุณพ่อก็บอกว่าถ้าคืนนี้พวกเขาไม่กลับ พรุ่งนี้คุณแม่จะต้องไปเที่ยวทะเลกับพวกเขาแน่ๆ

เธอจึงต้องยอมกลับมา

แต่เธอก็ยังค่อนข้างกังวล จึงเอ่ยอย่างเซ็งๆ ว่า “คุณพ่อคะ ถ้าพรุ่งนี้คุณแม่ดื้อจะตามไปกับพวกเราด้วย จะทำยังไงดีคะ”

“ไม่มีทาง” เฟิงถิงเซินเอ่ยอย่างใจเย็น

ถึงแม้ว่าหรงฉือมักจะพยายามหาโอกาสเพื่อได้ใช้เวลาร่วมกับเขามากขึ้นตลอดหลายปีที่แต่งงานกัน

แต่เธอก็นับว่ารู้กาลเทศะ เพียงแค่เขาแสดงท่าที เธอก็ไม่กล้าทำให้เขาไม่พอใจ

ในความทรงจำของเฟิงจิ่งซิน หรงฉือเชื่อฟังเฟิงถิงเซินเสมอมา

ในเมื่อเขาบอกว่าไม่ได้ ก็ต้องไม่ได้เด็ดขาด

ในที่สุดเฟิงจิ่งซินก็โล่งใจ

และอารมณ์ก็ดีขึ้น ทันทีที่สลัดความกลุ้มใจทิ้งไปก็กระโดดโลดเต้นเข้าบ้าน จากนั้นบอกกับป้าหลิวว่าเธอจะอาบน้ำ

“ค่ะค่ะค่ะ” ป้าหลิวขาบรับเสียงรัว เมื่อนึกเรื่องที่หรงฉือสั่งไว้ได้ก็รีบเอาซองจดหมายยื่นให้เฟิงถิงเซิน “คุณผู้ชายคะ คุณผู้หญิงให้ฉันมอบสิ่งนี้ให้คุณค่ะ”

เฟิงถิงเซินรับเอามาพร้อมเอ่ยถามว่า “แล้วเธอล่ะ”

“เอ่อ... คุณผู้หญิงเก็บของกลับประเทศตั้งแต่เที่ยงแล้วค่ะ คุณไม่รู้เหรอ”

เฟิงถิงเซินที่กำลังจะขึ้นบันไดถึงกับหยุดชะงักทันที แล้วหันกลับมาถามว่า “กลับแล้ว?”

“ใช่ค่ะ”

ทำไมจู่ๆ หรงฉือถึงมาที่ประเทศเอนาวา เฟิงถิงเซินไม่เปิดโอกาสให้หรงฉือได้พูดเลย

และเขาก็ไม่สนใจด้วย

เมื่อรู้ว่าเธอกลับไปแล้ว ก็ไม่ได้ใส่ใจ

เฟิงจิ่งซินก็ค่อนข้างประหลาดใจ

พอได้ยินแล้วก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

เธอยังคิดว่าถ้าพรุ่งนี้คุณแม่ไม่ตามเธอกับคุณพ่อออกไปเที่ยวทะเล การที่มีคุณแม่อยู่เป็นเพื่อนตอนกลางคืน ความจริงแล้วก็ดีเหมือนกัน

อีกอย่าง ตอนขัดเปลือกหอยก็มักจะเจ็บมือ เธอยังคิดว่าถ้าขอให้คุณแม่ช่วยจะต้องสำเร็จแน่นอน

สองสามีภรรยาอย่างเฟิงถิงเซินและหรงฉือไม่เจอหน้ากันหลายเดือนแล้ว หรงฉืออุตส่าห์มาทั้งที แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเฟิงถิงเซิน เมื่อนึกถึงสีหน้าไม่สู้ดีของหรงฉือตอนที่เธอออกไป ป้าหลิวก็อดไม่ได้ที่จะเตือนว่า “คุณผู้ชายคะ ตอนคุณผู้หญิงออกไป สีหน้าดูผิดปกติเล็กน้อย ดูเหมือนกำลังโกรธ”

ก่อนหน้านี้ป้าหลิวคิดว่าหรงฉือมีธุระด่วนจึงรีบกลับประเทศ

แต่ตอนนี้ได้รู้ว่าเฟิงถิงเซินไม่รู้ว่าหรงฉือกลับประเทศเลยด้วยซ้ำ เธอจึงตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ

โกรธ?

หรงฉือมีท่าทีใจเย็นและใจกว้างเสมอต่อหน้าเขา

ที่แท้เธอก็โกรธเป็นหรือนี่?

ช่างแปลกใหม่เสียจริง

เฟิงถิงเซินยิ้มอย่างไม่แคร์ก่อนตอบกลับป้าหลิวออย่างเฉยเมยแล้วเดินขึ้นชั้นบนไป

พอกลับถึงห้อง ขณะที่เขากำลังจะแกะซองจดหมายที่หรงฉือให้เขา หลินอู๋ก็โทรมาพอดี หลังจากที่เฟิงถิงเซินรับสาย เขาก็โยนซองจดหมายทิ้ง แล้วหันหลังเดินออกจากห้องไป

สักพักซองจดหมายก็หล่นจากขอบเตียงลงพื้นเอง

และในคืนวันนั้น เฟิงถิงเซินก็ไม่ได้กลับบ้าน

วันรุ่งขึ้น ตอนที่ป้าหลิวเข้ามาทำความสะอาดก็เห็นซองจดหมายที่ตกอยู่บนพื้น และจำได้ว่าเป็นซองที่หรงฉือสั่งให้เธอเอาให้เฟิงถิงเซินเมื่อวาน

เธอคิดว่าเฟิงถิงเซินเปิดอ่านมันแล้วจึงวางไว้ในตู้ที่อยู่ด้านข้าง

......

หลังจากที่หรงฉือลงเครื่องก็ตรงกลับบ้านแล้วขึ้นไปเก็บกระเป๋าทันที

อย่างไรก็ผ่านมาหกปีแล้ว และยังมีสิ่งของของเธออยู่ในบ้านมากมาย

แต่เธอเอาไปเพียงเสื้อผ้าไม่กี่ชุด ของใช้จำเป็นประจำวันสองชุด และหนังสือเฉพาะทางบางเล่มของเธอ

เฟิงถิงเซินจะให้เงินค่าครองชีพกับเธอและลูกสาวทุกเดือนหลังแต่งงาน

โดยแบ่งโอนเข้าสองบัญชี

บัญชีหนึ่งของเธอ อีกบัญชีของลูกสาว

แต่ปกติหรงฉือมักรูดบัตรของตัวเองในการใช้จ่าย

ส่วนบัตรของลูกสาวเธอไม่เคยแตะเลย

อีกอย่าง เธอรักเฟิงถิงเซิน ทุกครั้งที่ออกไปชอปปิ้ง พอเห็นเสื้อผ้า รองเท้า เนคไท และกระดุมข้อมือ เป็นต้น ที่เหมาะกับเขาก็อดซื้อไม่ได้

ส่วนตัวเธอเอง เนื่องด้วยการงาน ทำให้ค่าใช้จ่ายประจำวันของเธอไม่สูง และเธอก็เอาแต่ทุ่มเทให้กับสามีและลูกสาว อยากให้สิ่งที่ดีที่สุดกับพวกเขาเสมอ ดังนั้นเธอจึงใช้เงินค่าครองชีพที่เฟิงถิงเซินให้เธอส่วนใหญ่ไปกับสองพ่อลูก

ด้วยเหตุนี้ ดูเหมือนว่าตอนนี้ไม่น่าจะมีเงินเหลืออยู่ในบัตรแล้ว

แต่ว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา เนื่องจากลูกสาวอาศัยอยู่กับเฟิงถิงเซินที่ประเทศเอนาวาเป็นหลัก เธอจึงไม่ค่อยมีโอกาสซื้อของให้พวกเขา

ตอนนี้เงินในบัตรยังเหลืออยู่หนึ่งร้อยห้าสิบกว่าล้าน

เงินแค่นี้ไม่อยู่ในสายตาของเฟิงถิงเซิน แต่สำหรับเธอแล้วกลับเป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลย

ในเมื่อเงินก็เป็นของเธออยู่แล้ว หรงฉือจึงโอนเงินออกโดยไม่รู้สึกผิด

เธอทิ้งบัตรสองใบไว้ แล้วลากกระเป๋าเดินทางจากไปโดยไม่หันกลับมามอง

เธอมีห้องชุดห้องหนึ่งอยู่ไม่ไกลจากบริษัทที่เธอทำงานอยู่

ห้องมีขนาดหนึ่งร้อยกว่าตารางเมตร ซึ่งถือว่าไม่ใหญ่มาก

เธอซื้อห้องนั้นเพื่อช่วยยอดขายของเพื่อนที่หนีออกจากบ้านเมื่อสี่ปีก่อน แต่ไม่เคยเข้าอยู่เลย

ตอนนี้ได้ใช้ประโยชน์จากมันแล้ว

ก่อนหน้านี้มีคนมาทำความสะอาดเป็นประจำอยู่แล้วจึงไม่สกปรกมาก แค่ทำความสะอาดเล็กน้อยก็เข้าอยู่ได้เลย

เนื่องจากเหนื่อยมาทั้งวัน พอหรงฉืออาบน้ำเสร็จก็กลับห้องพักผ่อนตอนสี่ทุ่มกว่าๆ

“กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง——”

เสียงนาฬิกาปลุกที่แสบหูดังขึ้น ทำให้หรงฉือตื่นจากความฝัน

เพราะถูกปลุกให้ตื่นอย่างกะทันหัน ในหัวของหรงฉือจึงขาวโพ้นไปชั่วขณะ

แต่พอได้สติเธอถึงนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เป็นเวลาตีหนึ่ง ซึ่งก็คือเวลาประมาณเจ็ดโมงเช้ากว่าที่ประเทศเอนาวาที่เฟิงถิงเซินและลูกสาวอาศัยอยู่

ปกติเฟิงถิงเซินและลูกสาวจะทานอาหารเช้าในเวลานี้

นับตั้งแต่ที่ลูกสาวตามเฟิงถิงเซินไปอยู่ที่ประเทศเอนาวา เธอก็มักจะโทรหาลูกสาวเวลานี้เป็นประจำ

เพียงแต่ว่า ปกติเธอทำงานเหนื่อยและชินกับการเข้านอนเร็ว แต่ด้วยกลัวว่าจะพลาดเวลาคุยโทรศัพท์กับลูกสาว เลยตั้งนาฬิกาปลุกแบบนี้ไว้

ตอนที่ลูกสาวตามเฟิงถิงเซินไปอยู่ที่ประเทศเอนาวาใหม่ๆ ก็ยังไม่คุ้นชิน ลูกทั้งคิดถึงเธอมาก และอยากโทรหาเธอตลอดเวลา

แต่หลังจากที่ลูกสาวอยู่ประเทศเอนาวานานขึ้นเรื่อยๆ ลูกสาวจากที่เคยคิดถึงและผูกพันกับเธอก็กลายเป็นรำคาญและทำส่งเดช

ความจริงไม่มีความจำต้องตั้งนาฬิกาปลุกนี้ไว้ตั้งนานแล้ว

แต่เธอยังอาลัยอาวรณ์

เมื่อนึกถึงตรงนี้ หรงฉือก็พลันยิ้มเฝื่อนๆ

หลังจากลังเลอยู่สักพัก หรงฉือก็ลบนาฬิกาปลุก ปิดโทรศัพท์แล้วนอนต่อ

อีกด้าน

เฟิงถิงเซินและเฟิงจิ่งซินทานอาหารเช้าจนใกล้จะเสร็จแล้ว

ถึงแม้ว่าเฟิงถิงเซินจะรู้ว่าหรงฉือจะโทรหาลูกสาวเวลานี้เกือบทุกวัน แต่เขาก็ไม่ได้อยู่บ้านทุกวันจึงไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก

เขาสังเกตุเห็นว่าวันนี้หรงฉือไม่ได้โทรมา แต่ก็ไม่ได้สนใจ และเดินขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าชั้นบนหลังทานอาหารเช้าเสร็จ

เฟิงจิ่งซินรู้สึกว่าหรงฉือนับวันยิ่งจู้จี้จุกจิกขึ้นเรื่อยๆ และเธอก็ไม่ชอบคุยโทรศัพท์กับแม่มากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อเห็นว่าสายขนาดนี้แล้ว แต่หรงฉือยังไม่โทรมา จึงคิดว่าแม่อาจจะติดธุระ

เธอจึงกรอกตาไปมาแล้วถือกระเป๋าหนังสือวิ่งออกไปข้างนอก

เมื่อป้าหลิวเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งตามไป “คุณหนูคะ ตอนนี้ยังเช้าอยู่ สายสักหน่อยค่อยออกไปก็ยังทันค่ะ!”

แต่เฟิงจิ่งซินไม่ฟัง และวิ่งไปที่รถอย่างดีใจ

ล้อเล่นน่า หาได้ยากที่วันนี้คุณแม่จะยุ่งจนไม่ได้โทรมาตรงเวลา

ถ้าเธอไม่ออกไปตอนนี้ อีกเดี๋ยวถ้าคุณแม่โทรมา เธอก็ต้องคุยกับแม่อีก เธอไม่ต้องการแบบนั้นหรอกนะ!

......

หรงฉือเข้าทำงานที่เฟิงซื่อกรุ๊ปหลังจากแต่งงาน

ตอนนั้นเธอเข้าทำงานที่เฟิงซื่อกรุ๊ปเพราะเฟิงถิงเซิน

แต่ในเมื่อตอนนี้จะหย่าร้างกัน เธอก็ไม่มีเหตุผลที่จะทำงานที่เฟิงซื่อกรุ๊ปต่อไปแล้ว

เช้าวันรุ่งขึ้น หรงฉือยื่นหนังสือลาออกให้เจียงเจ๋อทันทีที่ไปถึงบริษัท

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (6)
goodnovel comment avatar
Uraiporn Prangsuwan
ตกลงเรื่องนี้จบไหมคะ ไม่อยากอ่านแล้วจบดื้อๆเหมือนหลายเรื่องที่ค้างคาใจ
goodnovel comment avatar
beewara1982
เจอผู้ชายแบบนี้ ต้องปล่อยค่ะ
goodnovel comment avatar
Piyapattra Samungkun
ลูกสาวตัวดีแม่ไม่โทรถึงขนาดดีใจมีความสุขบอกเลยถ้าเราเจอเหตุการณ์แบบนี้ไม่อภัยให้ทั้งสามีและลูกสาวคงไม่สามารถจะใช้ชีวิตร่วมกันได้อีกต่อไปจะไม่ให้ลูกสาวและสามีกลับเข้ามาในชีวิตอีกมีลูกที่ไหนรักผู้หญิงของพ่อมากกว่าแม่ของตัวเองทั้งๆที่แม่ก็ดีและรักตัวเองเลือดเลวๆแบบนี้ตัดได้สบายอยู่ใครอยู่มันดรที่สุด
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว   บทที่ 868

    [ช่วงสองสามวันนี้ ลำบากคุณดูแลซินซินแล้ว]หรงฉืออ่านข้อความเสร็จ ก็ไม่ได้ตอบกลับในขณะเดียวกัน หลังจากเห็นข่าวบนอินเทอร์เน็ต หลินอู๋ถึงได้รู้ว่าเฟิงถิงเซินไปทำงานที่เมืองไห่เฉิง คดีของหลินซื่อเทคโนโลยีกับเจี๋ยเซี่ยวใกล้จะต้องขึ้นศาลแล้ว หากเจี๋ยเซี่ยวชนะคดีจริง ๆ พวกเขาอาจต้องสูญเสียซวิ่นตู้ไป ถึงจะมีเงินชดใช้ค่าเสียหายได้เพียงพอ เสียซวิ่นตู้ไปก็ไม่เป็นไร ขอแค่...อ่านข่าวจบ หลินอู๋ก็จองตั๋วเครื่องบินไปเมืองไห่เฉิงทันที หลังจากนั้นก็โทรหาฉีอวี้หมิงเมื่อเห็นเธอโทรมา ฉีอวี้หมิงยังคงกดรับ “โทรมาดึกขนาดนี้ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”“ตอนนี้ฉันกำลังเดินทางไปหาเฟิงถิงเซินที่เมืองไห่เฉิง คุณรู้ไหมว่าเขาพักที่โรงแรมไหนและห้องหมายเลขอะไร? ฉันอยากจะเซอร์ไพรส์เขาหน่อยน่ะ”ฉีอวี้หมิงไม่ได้สงสัยอะไร “อย่างนี้นี่เอง งั้นเดี๋ยวผมช่วยถามให้คุณนะ”“ได้ ขอบคุณนะอวี้หมิง” พูดจบ หลินอู๋ก็หยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดกำชับว่า “จริงสิ ตอนถามก็พยายามทำให้แนบเนียนหน่อยนะ อย่าให้ถิงเซินจับสังเกตได้ อีกอย่าง ทางโรงแรมก็รบกวนคุณช่วยพูดให้หน่อย ไม่อย่างนั้นเกรงว่าฉันจะขึ้นไปไม่ได้” “วางใจเถอะ เรื่องนี้ผมยังไม

  • คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว   บทที่ 867

    คุณยายหรงยิ้มแล้วพูดว่า “น่าจะไม่ได้ผอมลงเท่าไรหรอก ดูเหมือนว่าโตแล้วจะสวยขึ้นนะ ยิ่งดูคล้ายเสี่ยวฉือมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว”หรงฉือและคนอื่น ๆ ตัดสินใจเดินทางลงใต้ เพื่อท่องเที่ยวชมธรรมชาติและเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวโบราณที่มีชื่อเสียงทางประวัติศาสตร์ล่องแก่ง ปีนเขา เดินสัมผัสประสบการณ์บนสะพานกระจก เข้าร่วมกิจกรรมตามขนบธรรมเนียมท้องถิ่น อีกทั้งยังได้ลองชิมอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่ออีกหลายอย่าง ตลอดสองสามวันที่ผ่านมา หรงฉือสัมผัสได้ว่าเฟิงจิ่งซินมีความสุขมากยิ่งไปกว่านั้น ความสัมพันธ์ระหว่างเฟิงจิ่งซินและคนอื่น ๆ ในตระกูลหรงก็ใกล้ชิดกันมากขึ้นในคืนวันที่สาม เพิ่งกลับมาถึงโรงแรม อวี้มั่วซวินก็ส่งข้อความมาหาเธอ หลังจากที่หรงฉือเปิดดู จึงพบว่าสิ่งที่อวี้มั่วซวินส่งมาให้เธอคือภาพแคปหน้าจอข่าวหนึ่งและเนื้อหาในภาพแคปหน้าจอเกี่ยวข้องกับเฟิงถิงเซินเธออ่านข้อความในภาพแคปหน้าจอยังไม่ทันจบ อวี้มั่วซวินก็ส่งข้อความเข้ามาอีก [ได้ยินว่าเขาบินไปเมืองไห่เฉิงครั้งนี้ ก็เพื่อโปรเจกต์นี้แหละ ดูท่าเขาจะยุ่งจริง ๆ เลยนะ แต่ผมจำได้ว่าเฟิงซื่อไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจด้านเภสัชกรรมเลยไม่ใช่เหรอ? จู

  • คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว   บทที่ 866

    อวี้มั่วซวินคร้านเกินกว่าจะพูดเรื่องนี้ต่อ จึงเปลี่ยนไปคุยสัพเพเหระแทนว่า “พรุ่งนี้ก็หยุดแล้ว มีแผนจะทำอะไรหรือยัง?”หรงฉือยิ้ม “ยังไม่มีแผนเลย แล้วฉันก็ไม่มีที่ที่อยากไปเป็นพิเศษ คิดว่าคงจะพักผ่อนอยู่ที่บ้านสักสองวันก่อน”อวี้มั่วซวินพยักหน้า “ก็ดี”หรงฉือเองก็ไม่ได้มีแผนจะทำอะไร แต่ว่า...คืนนั้น ขณะกลับถึงบ้าน เธอโทรศัพท์หาเฟิงจิ่งซิน ทางฝั่งเฟิงจิ่งซินก็รับสายเธออย่างรวดเร็ว “คุณแม่”“จ้ะ” หรงฉือขับรถไปด้วย ขณะเดียวกันก็ถามเสียงอ่อนโยนไปด้วยว่า “พรุ่งนี้เป็นวันหยุดวันชาติจีนแล้ว มีแผนจะทำอะไรไหม?”เฟิงจิ่งซินพูดเสียงอ่อย “ไม่มีค่ะ”“แม่ก็ไม่มีแผนเหมือนกัน หนูมีที่ที่อยากจะไปไหม? ให้แม่พาหนูไปดีไหม?”เฟิงจิ่งซินลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพูดว่า “ค่ะ”“งั้นพรุ่งนี้เช้าแม่ไปรับหนูนะ?”เมื่อได้ยินแบบนั้น เฟิงจิ่งซินก็ชะงักไปเล็กน้อย ราวกับมีอะไรอยากจะพูด หรงฉือสังเกตเห็นแล้ว กำลังจะถามว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า เฟิงจิ่งซินก็เอ่ยปากขึ้นเสียก่อนว่า “โอเคค่ะ เจอกันพรุ่งนี้นะคะ”“จ้ะ เจอกันพรุ่งนี้”พวกเธอไม่ได้พูดคุยอะไรกันต่อ ก็วางสายแล้วเช้าวันรุ่งขึ้น หรงฉือก็ออกเดินทางไปรับเฟิงจิ่

  • คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว   บทที่ 865

    หลังจากที่เธอวางสาย ซุนเยว่ชิงก็ถาม “ใครโทรมา? เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?”หลินอู๋เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟังอย่างคร่าว ๆ พอคนตระกูลซุนและตระกูลหลินฟังจบ ก็ประหลาดใจอย่างมากซุนลี่เหยาตื่นเต้นจนกระโดดตัวลอย ดีใจถึงขั้นขอบตาแดงก่ำ “ฉันรู้อยู่แล้ว! ในใจพี่เขยรักแค่พี่คนเดียวเท่านั้น! หรงฉือไม่ได้มีความสำคัญอะไรเลย!”เซี่ยงหรูฟางก็อดพูดคล้อยตามไม่ได้ว่า “ใช่แล้ว ต่อให้หรงฉือจะยอดเยี่ยมแค่ไหน ก่อนหน้านี้ถิงเซินไม่รักเธอ ตอนนี้ก็ไม่มีวันรักเธอเช่นกัน!”ซุนเยว่ชิงก็ยิ้มเล็กน้อยพูดตามตรง เรื่องที่หรงฉือเป็นผู้ถือหุ้น แล้วยังเป็นลูกศิษย์ของหนานจื้อจือ ทั้งสองเรื่องนี้ทำให้เธอตกใจมากจริง ๆ จะอย่างไรเธอก็คิดไม่ถึงว่า หรงฉือ...จะมีวาสนาได้ดีแบบนี้หรงฉือในตอนนี้ได้รับความสนใจจากทุกคนอย่างแท้จริงเมื่อเห็นว่าตอนนี้หรงฉือทั้งเก่งกาจและประสบความสำเร็จแบบนี้ เธอกังวลจริง ๆ ว่าเฟิงถิงเซินจะเกิดความรู้สึกที่ต่างไปจากเดิมกับหรงฉือเพราะเรื่องนี้ ถึงอย่างไร ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เพราะความโดดเด่นของหรงฉือ ท่าทีที่เฟิงถิงเซินมีต่อหรงฉือได้เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนแล้วดังนั้น ตลอดช่วงหลายเดือนที่

  • คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว   บทที่ 864

    คืนนั้น จนกระทั่งงานเลี้ยงสิ้นสุดลง ระหว่างหรงฉือกับเฟิงถิงเซินก็ยังไม่มีปฏิสัมพันธ์ใด ๆ ต่อกันทั้งหมดนี้ คนอื่น ๆ ที่อยู่ในงานล้วนเห็นอยู่ในสายตาตอนที่งานเลี้ยงสิ้นสุดลง หรงฉือและอวี้มั่วซวินออกจากงานไปก่อน ส่วนเฟิงถิงเซิน เฮ่อฉางปั่วและคนอื่น ๆ ก็เดินตามหลังพวกเขาออกไปคืนนั้น พอเห็นเงาร่างที่จากไปของหรงฉือและอวี้มั่วซวินอยู่ไม่ไกล เฮ่อฉางปั่วหันไปมองทางเฟิงถิงเซิน “ถิงเซิน เรื่องของนายกับหลินอู๋...”เฟิงถิงเซิน “เรื่องของฉัน ฉันจัดการเองได้”ฉีอวี้หมิงรู้ว่า เฟิงถิงเซินดูออกว่าเขากับเฮ่อฉางปั่วคิดจะพูดอะไรแต่ท่าทีแบบนี้ของเฟิงถิงเซิน เห็นได้ชัดมากว่าไม่คิดจะฟังคำตักเตือนของพวกเขาฉีอวี้หมิงขมวดคิ้ว “ถิงเซิน บางทีนายควรจะ...”เฟิงถิงเซิน “นี่ก็ดึกมากแล้ว ทุกคนรีบกลับไปพักผ่อนเถอะ”ในเมื่อเฟิงถิงเซินปฏิเสธที่จะรับฟัง ฉีอวี้หมิงรู้ว่าต่อให้เขาพูดมากแค่ไหนก็ไม่ได้ช่วยอะไร จึงทำได้เพียงพูดว่า “...ก็ได้”เฮ่อฉางปั่วเห็นแบบนั้น ก็ไม่ได้เกลี้ยกล่อมอะไรอีกในขณะเดียวกันหลินอู๋ที่เพิ่งกลับถึงบ้าน กลับได้รับโทรศัพท์หลายสายและพวกเขาที่โทรศัพท์หาเธอ นึกไม่ถึงเลยว่าล้วนแต่ต้องกา

  • คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว   บทที่ 863

    เหรินจี่เฟิงและเหยาซินปั๋วเพิ่งมาถึงบังเอิญเห็นท่าทีที่เฟิงถิงเซินกับหรงฉือต่างก็ทำเหมือนไม่อยากข้องเกี่ยวกันเมื่อครู่นี้พอดีเหยาซินปั๋วอดกระซิบไม่ได้ว่า “หรงฉือยอดเยี่ยมขนาดนั้น เฟิงถิงเซินกลับยังดื้อดึงไม่ยอมเปลี่ยนใจ ก่อนหน้านี้รู้แค่ว่าเขาดีต่อคุณหลินมาก แต่ตอนนี้เพิ่งรู้ว่าเขายังเป็นคนรักเดียวใจเดียวขนาดนี้อีก ดูไม่ออกเลยจริง ๆ นะเนี่ย”เหรินจี่เฟิงไม่ได้พูดอะไรหรงฉือเป็นคนที่ยอดเยี่ยมขนาดนั้น เฟิงถิงเซินยังไม่มีความรู้สึกในเชิงชู้สาวกับเธอเช่นเดิม เขาไม่คิดว่านั่นเป็นเรื่องแปลกอะไร แต่...เมื่อพิจารณาถึงปัญหาร้ายแรงในเรื่องนิสัยและคุณธรรมของหลินอู๋กับคนในครอบครัวเธอ เฟิงถิงเซินกลับยังคงมีความรู้สึกต่อหลินอู๋ไม่เปลี่ยนแปลง...ในความคิดของเขา ทัศนคติสามด้านและหลักคุณธรรมคือบรรทัดฐานขั้นต่ำสุดอาจเป็นเพราะเขาไม่เคยมีความรักจริง ๆ ก็ได้ เขาถึงไม่เข้าใจความรู้สึกที่เฟิงถิงเซินมีต่อหลินอู๋สักเท่าไรเหยาซินปั๋วพูดอีกว่า “ตอนนี้พวกเขาคงจะยังไม่ได้หย่ากันสินะ? ตามที่ชิงเยว่บอกเมื่อก่อนหน้านี้ พวกเขาสองคนหย่ากันมาปีกว่าแล้วไม่ใช่เหรอ? แล้วอย่างนี้อีกนานแค่ไหนถึงจะหย่ากันอย่างเป็นท

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status