Share

บทที่ 2

Author: อวินจงมี่
เฟิงถิงเซินและลูกสาวกลับมาถึงบ้านตอนสามทุ่มกว่า

เฟิงจิ่งซินจับชายเสื้อของเฟิงถิงเซินแล้วลงจากรถอย่างเฉื่อยชา

จริงๆ แล้วคืนนี้เธอไม่อยากกลับบ้านด้วยซ้ำเพราะคุณแม่อยู่

แต่น้าอู๋อู๋บอกว่าคุณแม่ตั้งใจมาหาเธอและคุณพ่อ ถ้าพวกเขาไม่กลับ คุณแม่ก็จะเสียใจ

คุณพ่อก็บอกว่าถ้าคืนนี้พวกเขาไม่กลับ พรุ่งนี้คุณแม่จะต้องไปเที่ยวทะเลกับพวกเขาแน่ๆ

เธอจึงต้องยอมกลับมา

แต่เธอก็ยังค่อนข้างกังวล จึงเอ่ยอย่างเซ็งๆ ว่า “คุณพ่อคะ ถ้าพรุ่งนี้คุณแม่ดื้อจะตามไปกับพวกเราด้วย จะทำยังไงดีคะ”

“ไม่มีทาง” เฟิงถิงเซินเอ่ยอย่างใจเย็น

ถึงแม้ว่าหรงฉือมักจะพยายามหาโอกาสเพื่อได้ใช้เวลาร่วมกับเขามากขึ้นตลอดหลายปีที่แต่งงานกัน

แต่เธอก็นับว่ารู้กาลเทศะ เพียงแค่เขาแสดงท่าที เธอก็ไม่กล้าทำให้เขาไม่พอใจ

ในความทรงจำของเฟิงจิ่งซิน หรงฉือเชื่อฟังเฟิงถิงเซินเสมอมา

ในเมื่อเขาบอกว่าไม่ได้ ก็ต้องไม่ได้เด็ดขาด

ในที่สุดเฟิงจิ่งซินก็โล่งใจ

และอารมณ์ก็ดีขึ้น ทันทีที่สลัดความกลุ้มใจทิ้งไปก็กระโดดโลดเต้นเข้าบ้าน จากนั้นบอกกับป้าหลิวว่าเธอจะอาบน้ำ

“ค่ะค่ะค่ะ” ป้าหลิวขาบรับเสียงรัว เมื่อนึกเรื่องที่หรงฉือสั่งไว้ได้ก็รีบเอาซองจดหมายยื่นให้เฟิงถิงเซิน “คุณผู้ชายคะ คุณผู้หญิงให้ฉันมอบสิ่งนี้ให้คุณค่ะ”

เฟิงถิงเซินรับเอามาพร้อมเอ่ยถามว่า “แล้วเธอล่ะ”

“เอ่อ... คุณผู้หญิงเก็บของกลับประเทศตั้งแต่เที่ยงแล้วค่ะ คุณไม่รู้เหรอ”

เฟิงถิงเซินที่กำลังจะขึ้นบันไดถึงกับหยุดชะงักทันที แล้วหันกลับมาถามว่า “กลับแล้ว?”

“ใช่ค่ะ”

ทำไมจู่ๆ หรงฉือถึงมาที่ประเทศเอนาวา เฟิงถิงเซินไม่เปิดโอกาสให้หรงฉือได้พูดเลย

และเขาก็ไม่สนใจด้วย

เมื่อรู้ว่าเธอกลับไปแล้ว ก็ไม่ได้ใส่ใจ

เฟิงจิ่งซินก็ค่อนข้างประหลาดใจ

พอได้ยินแล้วก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

เธอยังคิดว่าถ้าพรุ่งนี้คุณแม่ไม่ตามเธอกับคุณพ่อออกไปเที่ยวทะเล การที่มีคุณแม่อยู่เป็นเพื่อนตอนกลางคืน ความจริงแล้วก็ดีเหมือนกัน

อีกอย่าง ตอนขัดเปลือกหอยก็มักจะเจ็บมือ เธอยังคิดว่าถ้าขอให้คุณแม่ช่วยจะต้องสำเร็จแน่นอน

สองสามีภรรยาอย่างเฟิงถิงเซินและหรงฉือไม่เจอหน้ากันหลายเดือนแล้ว หรงฉืออุตส่าห์มาทั้งที แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเฟิงถิงเซิน เมื่อนึกถึงสีหน้าไม่สู้ดีของหรงฉือตอนที่เธอออกไป ป้าหลิวก็อดไม่ได้ที่จะเตือนว่า “คุณผู้ชายคะ ตอนคุณผู้หญิงออกไป สีหน้าดูผิดปกติเล็กน้อย ดูเหมือนกำลังโกรธ”

ก่อนหน้านี้ป้าหลิวคิดว่าหรงฉือมีธุระด่วนจึงรีบกลับประเทศ

แต่ตอนนี้ได้รู้ว่าเฟิงถิงเซินไม่รู้ว่าหรงฉือกลับประเทศเลยด้วยซ้ำ เธอจึงตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ

โกรธ?

หรงฉือมีท่าทีใจเย็นและใจกว้างเสมอต่อหน้าเขา

ที่แท้เธอก็โกรธเป็นหรือนี่?

ช่างแปลกใหม่เสียจริง

เฟิงถิงเซินยิ้มอย่างไม่แคร์ก่อนตอบกลับป้าหลิวออย่างเฉยเมยแล้วเดินขึ้นชั้นบนไป

พอกลับถึงห้อง ขณะที่เขากำลังจะแกะซองจดหมายที่หรงฉือให้เขา หลินอู๋ก็โทรมาพอดี หลังจากที่เฟิงถิงเซินรับสาย เขาก็โยนซองจดหมายทิ้ง แล้วหันหลังเดินออกจากห้องไป

สักพักซองจดหมายก็หล่นจากขอบเตียงลงพื้นเอง

และในคืนวันนั้น เฟิงถิงเซินก็ไม่ได้กลับบ้าน

วันรุ่งขึ้น ตอนที่ป้าหลิวเข้ามาทำความสะอาดก็เห็นซองจดหมายที่ตกอยู่บนพื้น และจำได้ว่าเป็นซองที่หรงฉือสั่งให้เธอเอาให้เฟิงถิงเซินเมื่อวาน

เธอคิดว่าเฟิงถิงเซินเปิดอ่านมันแล้วจึงวางไว้ในตู้ที่อยู่ด้านข้าง

......

หลังจากที่หรงฉือลงเครื่องก็ตรงกลับบ้านแล้วขึ้นไปเก็บกระเป๋าทันที

อย่างไรก็ผ่านมาหกปีแล้ว และยังมีสิ่งของของเธออยู่ในบ้านมากมาย

แต่เธอเอาไปเพียงเสื้อผ้าไม่กี่ชุด ของใช้จำเป็นประจำวันสองชุด และหนังสือเฉพาะทางบางเล่มของเธอ

เฟิงถิงเซินจะให้เงินค่าครองชีพกับเธอและลูกสาวทุกเดือนหลังแต่งงาน

โดยแบ่งโอนเข้าสองบัญชี

บัญชีหนึ่งของเธอ อีกบัญชีของลูกสาว

แต่ปกติหรงฉือมักรูดบัตรของตัวเองในการใช้จ่าย

ส่วนบัตรของลูกสาวเธอไม่เคยแตะเลย

อีกอย่าง เธอรักเฟิงถิงเซิน ทุกครั้งที่ออกไปชอปปิ้ง พอเห็นเสื้อผ้า รองเท้า เนคไท และกระดุมข้อมือ เป็นต้น ที่เหมาะกับเขาก็อดซื้อไม่ได้

ส่วนตัวเธอเอง เนื่องด้วยการงาน ทำให้ค่าใช้จ่ายประจำวันของเธอไม่สูง และเธอก็เอาแต่ทุ่มเทให้กับสามีและลูกสาว อยากให้สิ่งที่ดีที่สุดกับพวกเขาเสมอ ดังนั้นเธอจึงใช้เงินค่าครองชีพที่เฟิงถิงเซินให้เธอส่วนใหญ่ไปกับสองพ่อลูก

ด้วยเหตุนี้ ดูเหมือนว่าตอนนี้ไม่น่าจะมีเงินเหลืออยู่ในบัตรแล้ว

แต่ว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา เนื่องจากลูกสาวอาศัยอยู่กับเฟิงถิงเซินที่ประเทศเอนาวาเป็นหลัก เธอจึงไม่ค่อยมีโอกาสซื้อของให้พวกเขา

ตอนนี้เงินในบัตรยังเหลืออยู่หนึ่งร้อยห้าสิบกว่าล้าน

เงินแค่นี้ไม่อยู่ในสายตาของเฟิงถิงเซิน แต่สำหรับเธอแล้วกลับเป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลย

ในเมื่อเงินก็เป็นของเธออยู่แล้ว หรงฉือจึงโอนเงินออกโดยไม่รู้สึกผิด

เธอทิ้งบัตรสองใบไว้ แล้วลากกระเป๋าเดินทางจากไปโดยไม่หันกลับมามอง

เธอมีห้องชุดห้องหนึ่งอยู่ไม่ไกลจากบริษัทที่เธอทำงานอยู่

ห้องมีขนาดหนึ่งร้อยกว่าตารางเมตร ซึ่งถือว่าไม่ใหญ่มาก

เธอซื้อห้องนั้นเพื่อช่วยยอดขายของเพื่อนที่หนีออกจากบ้านเมื่อสี่ปีก่อน แต่ไม่เคยเข้าอยู่เลย

ตอนนี้ได้ใช้ประโยชน์จากมันแล้ว

ก่อนหน้านี้มีคนมาทำความสะอาดเป็นประจำอยู่แล้วจึงไม่สกปรกมาก แค่ทำความสะอาดเล็กน้อยก็เข้าอยู่ได้เลย

เนื่องจากเหนื่อยมาทั้งวัน พอหรงฉืออาบน้ำเสร็จก็กลับห้องพักผ่อนตอนสี่ทุ่มกว่าๆ

“กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง——”

เสียงนาฬิกาปลุกที่แสบหูดังขึ้น ทำให้หรงฉือตื่นจากความฝัน

เพราะถูกปลุกให้ตื่นอย่างกะทันหัน ในหัวของหรงฉือจึงขาวโพ้นไปชั่วขณะ

แต่พอได้สติเธอถึงนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เป็นเวลาตีหนึ่ง ซึ่งก็คือเวลาประมาณเจ็ดโมงเช้ากว่าที่ประเทศเอนาวาที่เฟิงถิงเซินและลูกสาวอาศัยอยู่

ปกติเฟิงถิงเซินและลูกสาวจะทานอาหารเช้าในเวลานี้

นับตั้งแต่ที่ลูกสาวตามเฟิงถิงเซินไปอยู่ที่ประเทศเอนาวา เธอก็มักจะโทรหาลูกสาวเวลานี้เป็นประจำ

เพียงแต่ว่า ปกติเธอทำงานเหนื่อยและชินกับการเข้านอนเร็ว แต่ด้วยกลัวว่าจะพลาดเวลาคุยโทรศัพท์กับลูกสาว เลยตั้งนาฬิกาปลุกแบบนี้ไว้

ตอนที่ลูกสาวตามเฟิงถิงเซินไปอยู่ที่ประเทศเอนาวาใหม่ๆ ก็ยังไม่คุ้นชิน ลูกทั้งคิดถึงเธอมาก และอยากโทรหาเธอตลอดเวลา

แต่หลังจากที่ลูกสาวอยู่ประเทศเอนาวานานขึ้นเรื่อยๆ ลูกสาวจากที่เคยคิดถึงและผูกพันกับเธอก็กลายเป็นรำคาญและทำส่งเดช

ความจริงไม่มีความจำต้องตั้งนาฬิกาปลุกนี้ไว้ตั้งนานแล้ว

แต่เธอยังอาลัยอาวรณ์

เมื่อนึกถึงตรงนี้ หรงฉือก็พลันยิ้มเฝื่อนๆ

หลังจากลังเลอยู่สักพัก หรงฉือก็ลบนาฬิกาปลุก ปิดโทรศัพท์แล้วนอนต่อ

อีกด้าน

เฟิงถิงเซินและเฟิงจิ่งซินทานอาหารเช้าจนใกล้จะเสร็จแล้ว

ถึงแม้ว่าเฟิงถิงเซินจะรู้ว่าหรงฉือจะโทรหาลูกสาวเวลานี้เกือบทุกวัน แต่เขาก็ไม่ได้อยู่บ้านทุกวันจึงไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก

เขาสังเกตุเห็นว่าวันนี้หรงฉือไม่ได้โทรมา แต่ก็ไม่ได้สนใจ และเดินขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าชั้นบนหลังทานอาหารเช้าเสร็จ

เฟิงจิ่งซินรู้สึกว่าหรงฉือนับวันยิ่งจู้จี้จุกจิกขึ้นเรื่อยๆ และเธอก็ไม่ชอบคุยโทรศัพท์กับแม่มากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อเห็นว่าสายขนาดนี้แล้ว แต่หรงฉือยังไม่โทรมา จึงคิดว่าแม่อาจจะติดธุระ

เธอจึงกรอกตาไปมาแล้วถือกระเป๋าหนังสือวิ่งออกไปข้างนอก

เมื่อป้าหลิวเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งตามไป “คุณหนูคะ ตอนนี้ยังเช้าอยู่ สายสักหน่อยค่อยออกไปก็ยังทันค่ะ!”

แต่เฟิงจิ่งซินไม่ฟัง และวิ่งไปที่รถอย่างดีใจ

ล้อเล่นน่า หาได้ยากที่วันนี้คุณแม่จะยุ่งจนไม่ได้โทรมาตรงเวลา

ถ้าเธอไม่ออกไปตอนนี้ อีกเดี๋ยวถ้าคุณแม่โทรมา เธอก็ต้องคุยกับแม่อีก เธอไม่ต้องการแบบนั้นหรอกนะ!

......

หรงฉือเข้าทำงานที่เฟิงซื่อกรุ๊ปหลังจากแต่งงาน

ตอนนั้นเธอเข้าทำงานที่เฟิงซื่อกรุ๊ปเพราะเฟิงถิงเซิน

แต่ในเมื่อตอนนี้จะหย่าร้างกัน เธอก็ไม่มีเหตุผลที่จะทำงานที่เฟิงซื่อกรุ๊ปต่อไปแล้ว

เช้าวันรุ่งขึ้น หรงฉือยื่นหนังสือลาออกให้เจียงเจ๋อทันทีที่ไปถึงบริษัท

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Mga Comments (6)
goodnovel comment avatar
Uraiporn Prangsuwan
ตกลงเรื่องนี้จบไหมคะ ไม่อยากอ่านแล้วจบดื้อๆเหมือนหลายเรื่องที่ค้างคาใจ
goodnovel comment avatar
beewara1982
เจอผู้ชายแบบนี้ ต้องปล่อยค่ะ
goodnovel comment avatar
Piyapattra Samungkun
ลูกสาวตัวดีแม่ไม่โทรถึงขนาดดีใจมีความสุขบอกเลยถ้าเราเจอเหตุการณ์แบบนี้ไม่อภัยให้ทั้งสามีและลูกสาวคงไม่สามารถจะใช้ชีวิตร่วมกันได้อีกต่อไปจะไม่ให้ลูกสาวและสามีกลับเข้ามาในชีวิตอีกมีลูกที่ไหนรักผู้หญิงของพ่อมากกว่าแม่ของตัวเองทั้งๆที่แม่ก็ดีและรักตัวเองเลือดเลวๆแบบนี้ตัดได้สบายอยู่ใครอยู่มันดรที่สุด
Tignan lahat ng Komento

Pinakabagong kabanata

  • คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว   บทที่ 875

    หรงฉือพยักหน้าเล็กน้อย พูดว่า “ฉันกลับก่อนนะ พอซินซินตื่นแล้ว คุณอย่าลืมบอกเธอหน่อย”เฟิงถิงเซินมองเธอ “โอเค ไม่กินข้าวเช้าก่อนแล้วค่อยไปเหรอ?”“ไม่ล่ะ”เฟิงถิงเซินก็ไม่ได้ฝืน ลุกขึ้นพูดว่า “ผมไปส่งคุณ”“ไม่ต้องลำบากหรอก”เฟิงถิงเซินไม่พูดอะไร กลับเดินตามหลังไปส่งเธอข้างนอกด้วยตัวเอง รอจนรถของเธอออกจากลานบ้านแล้ว เฟิงถิงเซินจึงจะหันหลังกลับเข้าบ้านสิบกว่านาทีต่อมา เฟิงจิ่งซินก็ตื่นนอนแล้ว หลังจากลงมาชั้นล่าง เธอมองซ้ายทีขวาที เฟิงถิงเซินพูดว่า “แม่หนูมีธุระ กลับไปก่อนแล้ว”“อ้อ...”ทันทีที่ตื่นขึ้นมาแล้วไม่เห็นหรงฉืออยู่ข้าง ๆ เฟิงจิ่งซินก็คิดถึงความเป็นไปได้นี้ไว้แล้ว เธอเม้มริมฝีปากเล็กน้อย จากนั้นก็ไปทานอาหารที่ห้องอาหารโดยไม่พูดสักคำเฟิงถิงเซินนั่งลงข้างเธอ ยื่นมือไปแตะหน้าผากเธอเพื่อวัดอุณหภูมิ “ไข้ลดหมดแล้ว ยังรู้สึกไม่สบายตรงไหนอีกไหม? ถ้ารู้สึกเหนื่อยก็นอนพักอยู่ที่บ้านหนึ่งวัน พรุ่งนี้ค่อยไปโรงเรียน”เฟิงจิ่งซินไม่เงยหน้า แล้วก็ไม่ได้สะบัดมือของเขาออก พูดแค่ว่า “ไม่ค่ะ หนูจะไปโรงเรียน”“โอเค” พูดจบ ก็พูดอีกว่า “ต่อจากนี้พ่อยังต้องไปทำงานต่างเมือง กว่าจะกลับมาก็ค

  • คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว   บทที่ 874

    เฟิงถิงเซินรับถ้วยจากมือหรงฉือไป หลังป้อนโจ๊กให้เฟิงจิ่งซินกินไปสองคำ ก็พูดกับหรงฉือว่า “ทางครัวน่าจะทำของกินอย่างอื่นไว้อยู่ คุณก็ลงไปทานสักหน่อยดีกว่าไหม?”จริง ๆ แล้วหรงฉือไม่หิวแต่เธอกับเฟิงถิงเซินไม่มีอะไรจะพูดคุยกันจริง ๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าเฟิงจิ่งซิน การที่พวกเขาพยายามหลีกเลี่ยงอยู่ในพื้นที่เดียวกันก็น่าจะดีกว่าเธอพยักหน้าเล็กน้อย พูดกับเฟิงจิ่งซินว่า “ซินซิน งั้นแม่ก็ลงไปหาอะไรกินข้างล่างหน่อยนะ แม่กินเสร็จแล้วค่อยขึ้นมา”เฟิงจิ่งซินพูดอย่างเชื่อฟังว่า “ค่ะ”หรงฉือไม่พูดอะไรอีก ก็หันหลังลงไปชั้นล่างแล้วจนกระทั่งหลังจากแผ่นหลังของหรงฉือหายลับไปจากประตู เฟิงจิ่งซินจึงจะละสายตากลับมา รอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าก็หุบลงทันที ก่อนจะมองไปที่เฟิงถิงเซินอาจเพราะดูออกว่าเธอมีอะไรอยากจะพูด เฟิงถิงเซินเช็ดมุมปากให้เธอเล็กน้อย “อยากจะพูดอะไร?”เฟิงจิ่งซินเม้มริมฝีปาก สองมือกำผ้าห่มไว้ สุดท้ายกลับไม่พูดอะไร เพียงแค่กินอย่างเงียบ ๆ เท่านั้นเธอไม่พูด เฟิงถิงเซินก็ไม่ถามหลังจากเธอกินอะไรเสร็จได้สักพัก เฟิงถิงเซินก็วัดอุณหภูมิร่างกายให้เธออีกครั้ง เวลานี้หรงฉือเดินขึ้นมาชั้นบนพอดี เมื่อ

  • คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว   บทที่ 873

    พ่อบ้านยิ้มแล้วพูดว่า “ได้ครับ ผมจะให้คนยกอาหารขึ้นมาเดี๋ยวนี้”พ่อบ้านพูดจบก็ลงไปชั้นล่างแล้วเฟิงถิงเซินมองเฟิงจิ่งซิน “ไม่ให้พ่ออยู่เป็นเพื่อนจริง ๆ เหรอ?”เฟิงจิ่งซินถลึงตาใส่เขา “ไม่ต้องค่ะ!”หรงฉือคิดว่าระหว่างพ่อกับลูกสาว พวกเขาน่าจะต้องการพื้นที่ส่วนตัว เธอจึงพูดกับเฟิงจิ่งซินว่า “แม่ไปโทรศัพท์หน่อยนะ เดี๋ยวกลับมา”เฟิงจิ่งซินพยักหน้า “ค่ะ”หรงฉือหันหลังออกจากห้องไปแน่นอนว่าเธอไม่ได้มีธุระต้องโทรศัพท์อะไร เธอหันหลังเดินไปยืนอยู่ตรงระเบียงริมหน้าต่างสองสามนาที เมื่อเธอกลับมาที่ห้องของเฟิงจิ่งซิน เฟิงถิงเซินก็ไม่อยู่ในห้องแล้ว ส่วนอาหารนั้นพ่อบ้านก็ได้ให้คนยกมาส่งเรียบร้อยแล้วทางห้องครัวตั้งใจต้มโจ๊กให้เฟิงจิ่งซินเป็นพิเศษ นอกจากโจ๊กแล้ว ยังมีอาหารอีกหลายอย่าง เรียกได้ว่าจัดเต็มเลยทีเดียวแต่เฟิงจิ่งซินกำลังป่วยอยู่ แม้แต่โจ๊กก็ยังกินไม่ลง เพิ่งจะกินไปได้ไม่กี่คำ ก็รู้สึกอ่อนเพลียจนอยากนอนต่อแล้วในเมื่อเธอง่วงแล้ว หรงฉือก็ให้เธอขึ้นไปนอนต่อบนเตียงเฟิงจิ่งซินกลับไปนอนบนเตียง มือเล็ก ๆ จับชายเสื้อของหรงฉือไว้ ราวกับมีอะไรอยากจะพูด แต่สุดท้ายก็ฝืนความง่วงไม่ไหว ไม่นาน

  • คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว   บทที่ 872

    เบอร์โทรศัพท์ของเฟิงถิงเซินอวี้มั่วซวินก็จำได้เขาแค่นเสียงเหอะคำหนึ่ง “เขาโทรมาทำไม? หรือคิดจะให้คุณช่วยขอร้องเจี๋ยเซี่ยวแทนตระกูลหลิน? เขาขี้ขลาดขนาดนี้เลยเหรอ?”หรงฉือไม่พูดอะไร กดรับสาย ยังไม่ทันได้พูด เฟิงถิงเซินก็พูดขึ้นก่อนว่า “ซินซินเป็นไข้มาหนึ่งวันแล้ว ตอนเย็นถ้ามีเวลาก็แวะไปดูเธอหน่อยได้ไหม?”หรงฉือขมวดคิ้ว ถามทันทีว่า “เป็นไข้นานขนาดนี้แล้วเหรอ? ตอนนี้อาการเป็นยังไงบ้าง?”“ตอนนี้ยังให้น้ำเกลืออยู่ อุณหภูมิก็ยังไม่ลดเลย”“เข้าใจแล้ว อีกเดี๋ยวฉันจะแวะไป”“รบกวนด้วยนะ”หรงฉือไม่พูดอะไร วางสาย หลังจากมอบหมายงานที่อยู่ในมือเรียบร้อยแล้ว ก็ออกจากฉางโม่ไปเมื่อมาถึงที่หมาย พ่อบ้านทราบว่าเธอกลับมาแล้ว ก็รีบออกมาต้อนรับ “คุณนาย มาแล้วเหรอครับ?”หรงฉือ “ฉันจะขึ้นไปดูซินซินหน่อย”ที่ชั้นบน เฟิงจิ่งซินเพิ่งให้น้ำเกลือเสร็จ ตอนที่กำลังจะนอนหลับอย่างสะลืมสะลือ หรงฉือเดินเข้ามาในห้อง เห็นเฟิงจิ่งซินที่ขมวดคิ้วอยู่ ก็นั่งลงข้างเตียง ก่อนจะยื่นมือไปแตะหน้าผากของเธอเบา ๆพ่อบ้านพูดเสียงเบาว่า “อุณหภูมิร่างกายลดลงไปมากแล้ว แต่หมอบอกว่าไข้อาจจะกลับมาขึ้นสูงได้อีกครับ”หรงฉือพยักหน้

  • คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว   บทที่ 871

    ฉีอวี้หมิง “เกรงใจแล้ว”เจี๋ยเซี่ยวมาด้วยท่าทางดุดัน ราวกับมีหลักฐานในมือไม่น้อยจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนตระกูลหลินและตระกูลซุน หรือว่าฉีอวี้หมิงกับเฮ่อฉางปั่ว ต่างก็รู้ว่าคดีนี้ไม่ใช่คดีที่จะสู้ได้ง่าย ๆแต่หลังจากเริ่มพิจารณาคดีอย่างเป็นทางการ สีหน้าของคนตระกูลหลินและตระกูลซุนกลับยิ่งดูย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ ส่วนฉีอวี้หมิงกับเฮ่อฉางปั่วก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้นมาเช่นกันเจี๋ยเซี่ยวมีหลักฐานแน่นหนา ไม่ว่าจะเป็นสัญญา หลักฐานการโอนเงิน บันทึกการสนทนา หรือรายงานผลการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ ทุกอย่างล้วนมีครบถ้วน ส่วนเงินชดเชยจำนวนหนึ่งหมื่นสองพันห้าร้อยล้านบาทที่พวกเขาเรียกร้องนั้น เดิมทีพวกเขาต่างคิดว่าเจี๋ยเซี่ยวกำลังเรียกร้องเงินสูงเกินอย่างไร้เหตุผลความจริงแล้ว ตลอดสองปีที่ผ่านมา เจี๋ยเซี่ยวเติบโตได้ดีอยู่แล้ว ยิ่งในช่วงหนึ่งปีมานี้ยังได้ร่วมมือกับฉางโม่อีก ตอนนี้ความสามารถในการแข่งขันของเจี๋ยเซี่ยวในตลาดยกระดับขึ้นไปอีกขั้นแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยีที่พวกเขากำลังจะเอาผิดเรื่องการละเมิดนั้น ยังเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของโปรเจกต์มูลค่าหลายหมื่นล้านบาทของพวกเขาด้วย เงินชดเชยหนึ่งหมื่นสองพันห้าร้อย

  • คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว   บทที่ 870

    เมื่อเครื่องบินลงสู่พื้น หลินอู๋เปิดโทรศัพท์ดู เฟิงถิงเซินยังคงไม่ตอบกลับข้อความเธอส่วนเธอกับโม่ชีฉือก็ไม่ได้พูดคุยกันอีก หลังลงจากเครื่อง ก็ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปคนตระกูลหลินและตระกูลซุนพอรู้ว่าเธอไม่ได้พบเฟิงถิงเซิน ก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขากระวนกระวายใจยิ่งกว่าก็คือ คดีของบริษัทพวกเขากับเจี๋ยเซี่ยวใกล้จะต้องขึ้นศาลแล้วซุนลี่เหยารู้สึกใจหวิว ๆ อดถามไม่ได้ว่า “พี่ ตอนขึ้นศาล พี่ว่าพี่เขยจะกลับมาไหม?”หลินอู๋ “...ไม่รู้”เวลาสองสามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว คดีของหลินซื่อเทคโนโลยีกับเจี๋ยเซี่ยวก็ขึ้นศาลอย่างเป็นทางการสองวันก่อนที่คดีของหลินซื่อเทคโนโลยีกับเจี๋ยเซี่ยวจะขึ้นศาล หรงฉือและคนอื่น ๆ ก็กลับมาจากไปเที่ยวแล้ววันขึ้นศาล หรงฉือ อวี้มั่วซวินและคนอื่น ๆ ก็กลับมาจัดการงานที่ฉางโม่ตามปกติอวี้มั่วซวินลูบคางเบา ๆ ลูบไปลูบมาก็นั่งพูดกับหรงฉือบนโซฟาว่า “วันนี้หลินซื่อเทคโนโลยีกับเจี๋ยเซี่ยวขึ้นศาล เฟิงถิงเซิน...คงไม่ปรากฏตัวหรอกใช่ไหม?”แม้ว่าเรื่องราวระหว่างหรงฉือ เฟิงถิงเซินและหลินอู๋จะหมดกระแสความสนใจบนโลกออนไลน์ไปนานแล้ว แต่คนในแวดวงก็ยังคงจับตาดูความเคล

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status