เข้าสู่ระบบ
ฉีอวี้หมิง “เกรงใจแล้ว”เจี๋ยเซี่ยวมาด้วยท่าทางดุดัน ราวกับมีหลักฐานในมือไม่น้อยจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนตระกูลหลินและตระกูลซุน หรือว่าฉีอวี้หมิงกับเฮ่อฉางปั่ว ต่างก็รู้ว่าคดีนี้ไม่ใช่คดีที่จะสู้ได้ง่าย ๆแต่หลังจากเริ่มพิจารณาคดีอย่างเป็นทางการ สีหน้าของคนตระกูลหลินและตระกูลซุนกลับยิ่งดูย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ ส่วนฉีอวี้หมิงกับเฮ่อฉางปั่วก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้นมาเช่นกันเจี๋ยเซี่ยวมีหลักฐานแน่นหนา ไม่ว่าจะเป็นสัญญา หลักฐานการโอนเงิน บันทึกการสนทนา หรือรายงานผลการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ ทุกอย่างล้วนมีครบถ้วน ส่วนเงินชดเชยจำนวนหนึ่งหมื่นสองพันห้าร้อยล้านบาทที่พวกเขาเรียกร้องนั้น เดิมทีพวกเขาต่างคิดว่าเจี๋ยเซี่ยวกำลังเรียกร้องเงินสูงเกินอย่างไร้เหตุผลความจริงแล้ว ตลอดสองปีที่ผ่านมา เจี๋ยเซี่ยวเติบโตได้ดีอยู่แล้ว ยิ่งในช่วงหนึ่งปีมานี้ยังได้ร่วมมือกับฉางโม่อีก ตอนนี้ความสามารถในการแข่งขันของเจี๋ยเซี่ยวในตลาดยกระดับขึ้นไปอีกขั้นแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยีที่พวกเขากำลังจะเอาผิดเรื่องการละเมิดนั้น ยังเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของโปรเจกต์มูลค่าหลายหมื่นล้านบาทของพวกเขาด้วย เงินชดเชยหนึ่งหมื่นสองพันห้าร้อย
เมื่อเครื่องบินลงสู่พื้น หลินอู๋เปิดโทรศัพท์ดู เฟิงถิงเซินยังคงไม่ตอบกลับข้อความเธอส่วนเธอกับโม่ชีฉือก็ไม่ได้พูดคุยกันอีก หลังลงจากเครื่อง ก็ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปคนตระกูลหลินและตระกูลซุนพอรู้ว่าเธอไม่ได้พบเฟิงถิงเซิน ก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขากระวนกระวายใจยิ่งกว่าก็คือ คดีของบริษัทพวกเขากับเจี๋ยเซี่ยวใกล้จะต้องขึ้นศาลแล้วซุนลี่เหยารู้สึกใจหวิว ๆ อดถามไม่ได้ว่า “พี่ ตอนขึ้นศาล พี่ว่าพี่เขยจะกลับมาไหม?”หลินอู๋ “...ไม่รู้”เวลาสองสามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว คดีของหลินซื่อเทคโนโลยีกับเจี๋ยเซี่ยวก็ขึ้นศาลอย่างเป็นทางการสองวันก่อนที่คดีของหลินซื่อเทคโนโลยีกับเจี๋ยเซี่ยวจะขึ้นศาล หรงฉือและคนอื่น ๆ ก็กลับมาจากไปเที่ยวแล้ววันขึ้นศาล หรงฉือ อวี้มั่วซวินและคนอื่น ๆ ก็กลับมาจัดการงานที่ฉางโม่ตามปกติอวี้มั่วซวินลูบคางเบา ๆ ลูบไปลูบมาก็นั่งพูดกับหรงฉือบนโซฟาว่า “วันนี้หลินซื่อเทคโนโลยีกับเจี๋ยเซี่ยวขึ้นศาล เฟิงถิงเซิน...คงไม่ปรากฏตัวหรอกใช่ไหม?”แม้ว่าเรื่องราวระหว่างหรงฉือ เฟิงถิงเซินและหลินอู๋จะหมดกระแสความสนใจบนโลกออนไลน์ไปนานแล้ว แต่คนในแวดวงก็ยังคงจับตาดูความเคล
พนักงานต้อนรับหญิงพูดเสียงเบาว่า “คนคนนั้นคือโม่ชีฉือ ผู้กุมอำนาจคนปัจจุบันของตระกูลโม่แห่งเมืองไห่เฉิงของพวกเราค่ะ”ที่แท้ก็เป็นเขานี่เองถึงแม้หลินอู๋จะไม่ค่อยได้มาที่เมืองไห่เฉิง แต่เธอก็พอจะรู้เรื่องแวดวงตระกูลมหาเศรษฐีระดับสูงของเมืองไห่เฉิงอยู่บ้างแต่ก็เพียงแค่รู้มาบ้างเท่านั้นก่อนหน้านี้เธอเคยได้ยินชื่อของโม่ชีฉือมาก่อน แต่ตัวจริงนั้นกลับเพิ่งได้พบเป็นครั้งแรกเมื่อนึกถึงสายตาที่เย็นชาของโม่ชีฉือเมื่อครู่นี้แล้ว เธอก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่เธอไม่มีเวลาคิดมากนัก หลังจากขอบคุณพนักงานต้อนรับหญิงคนนั้น เธอก็โทรศัพท์ไปหาเฉิงหยวนเฉิงหยวนยังนอนอยู่ เสียงโทรศัพท์ดังสักพักหนึ่งเขาถึงจะตื่นขึ้นมา พอเห็นว่าเป็นสายของเธอ ก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย และกดรับสายอย่างรวดเร็ว “คุณหลิน เช้าขนาดนี้ มี...”หลินอู๋ตัดบทเขา ถามทันทีว่า “คนที่ไปทำงานที่ไห่เฉิงกับถิงเซิน คือคุณใช่ไหม?”“ไม่ใช่ครับ” พอได้ยินถึงตรงนี้ เฉิงหยวนก็เข้าใจจุดประสงค์ที่เธอโทรมาหาเขาแล้ว “ไม่ใช่เจียงเจ๋อด้วยครับ”“การเดินทางของประธานเฟิงครั้งนี้ น่าจะเป็นกำหนดการที่บริษัทอื่นจัดไว้ ไม่เกี่ยวกับเฟิงซื่อ”เขากับเจียงเจ๋
[ช่วงสองสามวันนี้ ลำบากคุณดูแลซินซินแล้ว]หรงฉืออ่านข้อความเสร็จ ก็ไม่ได้ตอบกลับในขณะเดียวกัน หลังจากเห็นข่าวบนอินเทอร์เน็ต หลินอู๋ถึงได้รู้ว่าเฟิงถิงเซินไปทำงานที่เมืองไห่เฉิง คดีของหลินซื่อเทคโนโลยีกับเจี๋ยเซี่ยวใกล้จะต้องขึ้นศาลแล้ว หากเจี๋ยเซี่ยวชนะคดีจริง ๆ พวกเขาอาจต้องสูญเสียซวิ่นตู้ไป ถึงจะมีเงินชดใช้ค่าเสียหายได้เพียงพอ เสียซวิ่นตู้ไปก็ไม่เป็นไร ขอแค่...อ่านข่าวจบ หลินอู๋ก็จองตั๋วเครื่องบินไปเมืองไห่เฉิงทันที หลังจากนั้นก็โทรหาฉีอวี้หมิงเมื่อเห็นเธอโทรมา ฉีอวี้หมิงยังคงกดรับ “โทรมาดึกขนาดนี้ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”“ตอนนี้ฉันกำลังเดินทางไปหาเฟิงถิงเซินที่เมืองไห่เฉิง คุณรู้ไหมว่าเขาพักที่โรงแรมไหนและห้องหมายเลขอะไร? ฉันอยากจะเซอร์ไพรส์เขาหน่อยน่ะ”ฉีอวี้หมิงไม่ได้สงสัยอะไร “อย่างนี้นี่เอง งั้นเดี๋ยวผมช่วยถามให้คุณนะ”“ได้ ขอบคุณนะอวี้หมิง” พูดจบ หลินอู๋ก็หยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดกำชับว่า “จริงสิ ตอนถามก็พยายามทำให้แนบเนียนหน่อยนะ อย่าให้ถิงเซินจับสังเกตได้ อีกอย่าง ทางโรงแรมก็รบกวนคุณช่วยพูดให้หน่อย ไม่อย่างนั้นเกรงว่าฉันจะขึ้นไปไม่ได้” “วางใจเถอะ เรื่องนี้ผมยังไม
คุณยายหรงยิ้มแล้วพูดว่า “น่าจะไม่ได้ผอมลงเท่าไรหรอก ดูเหมือนว่าโตแล้วจะสวยขึ้นนะ ยิ่งดูคล้ายเสี่ยวฉือมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว”หรงฉือและคนอื่น ๆ ตัดสินใจเดินทางลงใต้ เพื่อท่องเที่ยวชมธรรมชาติและเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวโบราณที่มีชื่อเสียงทางประวัติศาสตร์ล่องแก่ง ปีนเขา เดินสัมผัสประสบการณ์บนสะพานกระจก เข้าร่วมกิจกรรมตามขนบธรรมเนียมท้องถิ่น อีกทั้งยังได้ลองชิมอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่ออีกหลายอย่าง ตลอดสองสามวันที่ผ่านมา หรงฉือสัมผัสได้ว่าเฟิงจิ่งซินมีความสุขมากยิ่งไปกว่านั้น ความสัมพันธ์ระหว่างเฟิงจิ่งซินและคนอื่น ๆ ในตระกูลหรงก็ใกล้ชิดกันมากขึ้นในคืนวันที่สาม เพิ่งกลับมาถึงโรงแรม อวี้มั่วซวินก็ส่งข้อความมาหาเธอ หลังจากที่หรงฉือเปิดดู จึงพบว่าสิ่งที่อวี้มั่วซวินส่งมาให้เธอคือภาพแคปหน้าจอข่าวหนึ่งและเนื้อหาในภาพแคปหน้าจอเกี่ยวข้องกับเฟิงถิงเซินเธออ่านข้อความในภาพแคปหน้าจอยังไม่ทันจบ อวี้มั่วซวินก็ส่งข้อความเข้ามาอีก [ได้ยินว่าเขาบินไปเมืองไห่เฉิงครั้งนี้ ก็เพื่อโปรเจกต์นี้แหละ ดูท่าเขาจะยุ่งจริง ๆ เลยนะ แต่ผมจำได้ว่าเฟิงซื่อไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจด้านเภสัชกรรมเลยไม่ใช่เหรอ? จู
อวี้มั่วซวินคร้านเกินกว่าจะพูดเรื่องนี้ต่อ จึงเปลี่ยนไปคุยสัพเพเหระแทนว่า “พรุ่งนี้ก็หยุดแล้ว มีแผนจะทำอะไรหรือยัง?”หรงฉือยิ้ม “ยังไม่มีแผนเลย แล้วฉันก็ไม่มีที่ที่อยากไปเป็นพิเศษ คิดว่าคงจะพักผ่อนอยู่ที่บ้านสักสองวันก่อน”อวี้มั่วซวินพยักหน้า “ก็ดี”หรงฉือเองก็ไม่ได้มีแผนจะทำอะไร แต่ว่า...คืนนั้น ขณะกลับถึงบ้าน เธอโทรศัพท์หาเฟิงจิ่งซิน ทางฝั่งเฟิงจิ่งซินก็รับสายเธออย่างรวดเร็ว “คุณแม่”“จ้ะ” หรงฉือขับรถไปด้วย ขณะเดียวกันก็ถามเสียงอ่อนโยนไปด้วยว่า “พรุ่งนี้เป็นวันหยุดวันชาติจีนแล้ว มีแผนจะทำอะไรไหม?”เฟิงจิ่งซินพูดเสียงอ่อย “ไม่มีค่ะ”“แม่ก็ไม่มีแผนเหมือนกัน หนูมีที่ที่อยากจะไปไหม? ให้แม่พาหนูไปดีไหม?”เฟิงจิ่งซินลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพูดว่า “ค่ะ”“งั้นพรุ่งนี้เช้าแม่ไปรับหนูนะ?”เมื่อได้ยินแบบนั้น เฟิงจิ่งซินก็ชะงักไปเล็กน้อย ราวกับมีอะไรอยากจะพูด หรงฉือสังเกตเห็นแล้ว กำลังจะถามว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า เฟิงจิ่งซินก็เอ่ยปากขึ้นเสียก่อนว่า “โอเคค่ะ เจอกันพรุ่งนี้นะคะ”“จ้ะ เจอกันพรุ่งนี้”พวกเธอไม่ได้พูดคุยอะไรกันต่อ ก็วางสายแล้วเช้าวันรุ่งขึ้น หรงฉือก็ออกเดินทางไปรับเฟิงจิ่







