แชร์

บทที่ 5

ผู้เขียน: อวินจงมี่
หลายปีมานี้ อวี้มั่วซวินและหรงฉือแทบไม่ได้เจอกันเลยจริงๆ

แต่หลังจากเจอกันเพียงไม่กี่ครั้ง อวี้มั่วซวินก็มองออกว่าเธอในตอนนี้แตกต่างจากเมื่อก่อนมาก ไม่กระตือรือร้นเหมือนแต่ก่อน

เมื่อนึกถึงหรงฉือในตอนนั้น เขาไม่เคยคิดฝันเลยว่าวันหนึ่งคำว่ามีปมด้อยจะถูกใช้กับหรงฉือ

อวี้มั่วซวินไม่รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับชีวิตแต่งงานของหรงฉือและเฟิงถิงเซิน

แต่ก็พอรู้มาบ้าง

เขาเพียงคาดเดาอยู่ในใจ แต่ไม่ได้พูดออกมาอย่างชัดเจน เพียงพูดกับเธออย่างจริงจังว่า “ไม่สำคัญว่าคุณจะตามหลังไปสักระยะหนึ่ง ความสามารถและพรสวรรค์ของคุณ ไม่ใช่อัจฉริยะทั่วไปจะเทียบได้ เสี่ยวฉือ ตราบใดที่คุณยังมีใจที่จะเดินตามเส้นทางนี้ ก็ยังไม่สายเกินไปที่จะเริ่มต้นใหม่”

“อย่าลืมว่าคุณเป็นลูกศิษย์ที่อาจารย์ภูมิใจที่สุดในชีวิตการเป็นอาจารย์”

หรงฉือได้ฟังแล้วก็ยิ้ม “ถ้าอาจารย์ได้ยินเข้า ฉันเกรงว่าเขาคงจะเยาะเย้ย และบอกว่าเขาถูกบังคับให้เลือกคนที่ดีที่สุดจากหมู่คนที่แย่ที่สุด”

เมื่อนึกถึงอาจารย์ผู้สง่างามและปากร้ายในอดีต รอยยิ้มของหรงฉือก็จางลง “เมื่อกี้ฉันเห็นในข่าวว่าอาจารย์ท่านก็กลับมาร่วมงานฉลองครบรอบด้วย ท่านยังสบายดีไหม”

“สบายดี เพียงแต่ลูกศิษย์ที่มักทำให้ท่านขายหน้าอยู่เรื่อยๆ อย่างพวกเราจะไปปรากฏตัวให้ท่านเห็นบ่อยๆ ซึ่งมันทำให้ท่านรำคาญมาก”

หรงฉือจึงหัวเราะออกมา และอดไม่ได้ที่จะนึกถึงวันเวลาที่เคยถูกอาจารย์ผู้มีพระคุณกดดันให้เขียนวิทยานิพนธ์ทุกวันในสมัยนั้น

อวี้มั่วซวินเอ่ยว่า “กลับมาเถอะ เสี่ยวฉือ”

หรงฉือจับแก้วชาแน่นขึ้น หายใจเข้าลึกๆ แล้วพยักหน้า “ตกลง”

เธอเริ่มค้นคว้าเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์มาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก

เธอรักในสาขานี้มาก

เธอละทิ้งอุดมการณ์ของตัวเองเป็นเวลาหกเจ็ดปีเพราะรักเฟิงถิงเซิน

เธอจากไปหกเจ็ดปีแล้ว อาจต้องใช้เวลาอย่างมากในการตามให้ทัน

แต่เธอเชื่อว่าตราบใดที่เธอพยายาม ทุกสิ่งอย่างก็ย่อมเป็นไปได้

อวี้มั่วซวินถามอีกว่า “คุณจะกลับมาได้เมื่อไหร่”

“ตอนนี้ยังต้องรอให้มีคนมารับงานปัจจุบันต่อจากฉัน เกรงว่าต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง”

“ไม่เป็นไร ยังไม่รีบร้อนตอนนี้”

ในเมื่อเธอกลับมาได้ รอต่อไปอีกสักหน่อยจะเป็นไรไป

ทั้งสองพูดคุยกันต่อสักพักหนึ่ง อวี้มั่วซวินมองดูเวลาแล้วพูดว่า “ลูกน้องแนะนำอัจฉริยะด้านอัลกอริธึมคนหนึ่งให้ผม ได้ยินมาว่าเพิ่งกลับจากต่างประเทศเมื่อไม่กี่วันก่อน พวกเรานัดกันไว้ว่าจะเจอกันในอีกสักพัก และในเมื่อเราบังเอิญเจอกันพอดี ไปเจอเขาด้วยกันกับผมไหม”

หรงฉือส่ายหน้า “ฉันก็ไม่รู้จักลูกน้องของคุณด้วย ไว้ครั้งหน้าเถอะ”

“ก็ได้”

อวี้มั่วซวินเพิ่งออกไป หรงฉือก็เห็นเฟิงถิงหลิน ซึ่งเป็นพี่สาวของเฟิงถิงเซินเดินมาหาเธอ

หรงฉือก็เห็นเธอในข่าวด้วย

แต่ไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอเธอที่นี่

หรงฉือทักทายว่า “พี่ถิงหลิน”

เฟิงถิงหลินไม่ตอบ แต่มองเธอและถามด้วยความสงสัยว่า “เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

“วันนี้เป็นวันฉลองครบรอบของมหาลัยตงฟาง ฉันก็เลยกลับมาดูสักหน่อย”

ถ้าหรงฉือไม่พูด เฟิงถิงหลินก็ลืมไปเลยว่าเธอก็สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยตงฟาง

แต่นอกจากอาจารย์และนักศึกษาในมหาลัยแล้ว คนที่กลับมาร่วมงานในวันนี้ล้วนแล้วแต่เป็นศิษย์เก่ากิตติมศักดิ์ที่ได้รับเชิญจากมหาลัย

ส่วนคนธรรมดาไร้ชื่อเสียงอย่างหรงฉือมาร่วมสนุกอะไรด้วย?

แต่ก็ช่างมันเถอะ

ตราบใดที่เธอไม่ไปพูดจาไร้สาระข้างนอก และทําให้ตระกูลเฟิงต้องอับอาย เธอก็ไม่อยากยุ่งด้วย

เมื่อนึกถึงตรงนี้ เฟิงถิงหลินก็พูดตรงๆ ว่า “เสี่ยวหมิงบอกว่าอยากทานอาหารที่เธอทำ เดี๋ยวฉันจะให้คนพาเขาไปส่งหาเธอกับถิงเซิน”

เสี่ยวหมิงเป็นลูกชายของเฟิงถิงหลิน ซึ่งโตกว่าเฟิงจิ่งซินหนึ่งหรือสองปี

ระหว่างเฟิงถิงหลินและสามีไม่ค่อยลงรอยกัน หลายปีก่อนเฟิงถิงหลินยุ่งกับงานจนไม่มีเวลาดูแลลูก ลูกของพวกเขาจึงเริ่มมีพฤติกรรมก้าวร้าวมากขึ้นในช่วงสองปีที่ผ่านมา ตอนนี้เธออยากจะดูแลลูก แต่ก็ยากเกินกว่าที่จะจัดการได้

เมื่อรู้ว่าลูกชายชอบอาหารที่เธอทํา พอมีเวลาว่างเฟิงถิงหลินก็ส่งลูกชายไปหาเธอและเฟิงถิงเซินตลอดช่วงสองปีนี้

คนในตระกูลเฟิงไม่มีใครให้ความสำคัญกับเธอเลย ยกเว้นคุณหญิง

เด็กโตมักจะชอบเลียนแบบคนอื่นมากที่สุด

แม้ว่าลูกชายของเฟิงถิงหลินจะชอบอาหารที่เธอทำ แต่กลับรู้สึกดูถูกน้าสะใภ้อย่างเธอในใจลึกๆ และทุกครั้งที่มาหาเธอก็แทบจะปฏิบัติกับเธอเหมือนเป็นแม่บ้านอย่างไงอย่างงั้น

ก่อนหน้านี้หรงฉือปฏิบัติกับลูกชายของเฟิงถิงหลินอย่างเต็มที่เพราะเฟิงถิงเซิน และไม่ถือสากับความก้าวร้าวของเด็กน้อยเลย

แต่ตอนนี้เธอเตรียมจะหย่ากับเฟิงถิงเซินแล้ว เธอไม่อยากลำบากตัวเองเพื่อเฟิงถิงเซินอีกต่อไป

ดังนั้นหรงฉือจึงปฏิเสธตรงๆ ว่า “ขอโทษนะคะพี่ถิงหลิน พรุ่งนี้ฉันไม่ว่าง”

ในเมื่อเธอตัดสินใจจะกลับสู่สาขาวิชาชีพเดิม ต่อไปในอนาคตเธอจะให้ความสำคัญกับงานของเธอเป็นหลัก

ไม่ว่าจะเป็นเฟิงถิงเซินหรือเฟิงถิงหลิน หลังจากหย่าร้างเธอก็ไม่มีความสัมพันธ์กับพวกเขาอีกต่อไป

เธอจะไม่เสียเวลาให้กับพวกเขาอีกต่อไป

เฟิงถิงหลินไม่คิดว่าหรงฉือจะกล้าปฏิเสธเธอตรงๆ

อย่างไรเสีย เมื่อก่อนหรงฉือก็ยอมลดตัวเอาใจคนในตระกูลเฟิงอย่างพวกเขาบ่อยครั้งเพราะเฟิงถิงเซิน

เพียงแต่เฟิงถิงหลินไม่ได้คิดมาก

ก่อนหน้านี้หรงฉือไม่เคยปฏิเสธเธอเลย ตอนนี้หรงฉือบอกว่ามีธุระ เธอจึงคิดว่าหรงฉือต้องมีธุระจริงๆ ไม่เช่นนั้น หรงฉือจะยอมทิ้งโอกาสที่จะเอาใจเธอได้ยังไง

แต่เธอก็ยังพูดอย่างไม่พอใจว่า “ตอนนี้ถิงเซินและซินซินไม่ได้อยู่กับเธอ เธอจะมีเรื่องสำคัญอะไรได้อีก?”

หรงฉือฟังแล้วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างขมขื่นในใจ

หลายปีมานี้ เธอทิ้งความเป็นตัวเอง โดยที่จุดศูนย์กลางของชีวิตเธออยู่ที่เฟิงถิงเซินและลูกสาว และหมุนรอบพวกเขามาตลอด

ตอนนี้ได้รับคำวิจารณ์เช่นนี้จากเฟิงถิงหลินก็สมควรแล้วจริงๆ

แต่ต่อไปนี้เธอจะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว

เมื่อนึกถึงตรงนี้ ในขณะที่หรงฉือกำลังพูดก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินมาทางพวกเธออย่างพอดี

“คุณเฟิง”

เห็นได้ชัดว่าพวกเขามาตามหาเฟิงถิงหลิน

เมื่อพวกเขาเห็นหรงฉือก็มองตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนถามว่า “คุณเฟิง คนนี้คือ...”

เฟิงถิงหลินไม่ได้บอกว่าหรงฉือเป็นน้องสะใภ้ของเธอ เพียงแต่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เพื่อนน่ะ”

“อ๋อ เพื่อนนี่เอง...”

พวกเขาและเฟิงถิงหลินต่างก็กลับมาที่มหาลัยตงฟางเพื่อร่วมงานฉลอง และต่างก็มีสถานะสูง

เมื่อเห็นเฟิงถิงหลินบังเอิญเจอคนรู้จัก ตอนแรกก็คิดว่าเป็นบุคคลที่สำคัญอะไร

แต่พอเห็นท่าทีของเฟิงถิงหลินที่มีต่อหรงฉือ นอกจากบางคนที่มองว่าหรงฉือสวย ก็เลยอดไม่ได้ที่จะมองขาเรียวยาวขาวผ่องของเธอหลายแวบ ส่วนคนอื่นๆ ไม่มีใครสนใจเธอเลย

พวกเขาล้อมรอบเฟิงถิงหลินก่อนจะเดินจากไปในทันที

ถ้าเป็นเมื่อก่อนหรงฉืออาจจะรู้สึกเสียใจและเศร้าใจที่เฟิงถิงหลินไม่ยอมรับสถานะน้องสะใภ้ของเธอ

แต่ตอนนี้หรงฉือไม่สนใจแล้ว

หลังจากที่เฟิงถิงหลินจากไปแล้ว เธอก็หยิบกระเป๋าของเธอแล้วหันหลังจากไป

เฟิงถิงเซินและเฟิงจิ่งซินนั่งเครื่องบินมาถึงสนามบินตรงเวลาตอนประมาณสี่ทุ่มกว่าของคืนวันนั้น

ตอนพวกเขากลับถึงบ้านก็เกือบตีหนึ่งแล้ว

เฟิงจิ่งซินผล็อยหลับไปก่อนที่จะกลับถึงบ้าน

เฟิงถิงเซินอุ้มเฟิงจิ่งซินขึ้นไปที่ชั้นบน ขณะเดินผ่านห้องนอนใหญ่ เขาพบว่าประตูเปิดอยู่ แต่ข้างในมืดสนิท

หลังอุ้มเฟิงจิ่งซินไปส่งห้องของเธอ เขาก็กลับมาที่ห้องนอนใหญ่ เฟิงถิงเซินเปิดไฟสลัวในห้องก่อนที่สายตาจะเหลือบมองไปที่เตียง ซึ่งว่างเปล่า

หรงฉือไม่อยู่

ในเวลานี้ พ่อบ้านช่วยเขายกกระเป๋าขึ้นมาชั้นบนพอดี เฟิงถิงเซินคลายเนคไทที่คอออกเล็กน้อยแล้วถามว่า “แล้วเธอล่ะ”

พ่อบ้านรีบพูดว่า “คุณผู้หญิงไปทำธุระต่างเมืองแล้วครับ”

เมื่อครึ่งเดือนก่อน บังเอิญว่าเขาไม่อยู่พอดีตอนที่หรงฉือมาเก็บข้าวของ

เพียงแต่ได้ยินจากคนรับใช้คนอื่นในวิลล่าว่าหรงฉือออกไปพร้อมกับกระเป๋าเดินทาง จึงคิดว่าไปทำธุระต่างเมือง

จะว่าไปก็แปลก เมื่อก่อนหรงฉือไม่ค่อยเดินทางไปทําธุระต่างเมืองเลย แต่ถึงแม้จะไป ก็ไปแค่สองสามวันเท่านั้น

ครั้งนี้ผ่านมาจวนครึ่งเดือนแล้วยังไม่กลับมาเลย

เฟิงถิงเซินเพียงตอบ “อืม” คำหนึ่ง แล้วไม่ถามอะไรอีกต่อไป

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (12)
goodnovel comment avatar
Pojana Po
เค้าทิ้ง พวกแกร แร้ววว ไม่เอาแล้ววว พอแล้ววว เข้าใจบ่
goodnovel comment avatar
Aom
สมหน้านางเอกโง่รักข้างเดียว
goodnovel comment avatar
Pojana Po
คนไม่รักคือไม่รัก แยกย้าย
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว   บทที่ 874

    เฟิงถิงเซินรับถ้วยจากมือหรงฉือไป หลังป้อนโจ๊กให้เฟิงจิ่งซินกินไปสองคำ ก็พูดกับหรงฉือว่า “ทางครัวน่าจะทำของกินอย่างอื่นไว้อยู่ คุณก็ลงไปทานสักหน่อยดีกว่าไหม?”จริง ๆ แล้วหรงฉือไม่หิวแต่เธอกับเฟิงถิงเซินไม่มีอะไรจะพูดคุยกันจริง ๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าเฟิงจิ่งซิน การที่พวกเขาพยายามหลีกเลี่ยงอยู่ในพื้นที่เดียวกันก็น่าจะดีกว่าเธอพยักหน้าเล็กน้อย พูดกับเฟิงจิ่งซินว่า “ซินซิน งั้นแม่ก็ลงไปหาอะไรกินข้างล่างหน่อยนะ แม่กินเสร็จแล้วค่อยขึ้นมา”เฟิงจิ่งซินพูดอย่างเชื่อฟังว่า “ค่ะ”หรงฉือไม่พูดอะไรอีก ก็หันหลังลงไปชั้นล่างแล้วจนกระทั่งหลังจากแผ่นหลังของหรงฉือหายลับไปจากประตู เฟิงจิ่งซินจึงจะละสายตากลับมา รอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าก็หุบลงทันที ก่อนจะมองไปที่เฟิงถิงเซินอาจเพราะดูออกว่าเธอมีอะไรอยากจะพูด เฟิงถิงเซินเช็ดมุมปากให้เธอเล็กน้อย “อยากจะพูดอะไร?”เฟิงจิ่งซินเม้มริมฝีปาก สองมือกำผ้าห่มไว้ สุดท้ายกลับไม่พูดอะไร เพียงแค่กินอย่างเงียบ ๆ เท่านั้นเธอไม่พูด เฟิงถิงเซินก็ไม่ถามหลังจากเธอกินอะไรเสร็จได้สักพัก เฟิงถิงเซินก็วัดอุณหภูมิร่างกายให้เธออีกครั้ง เวลานี้หรงฉือเดินขึ้นมาชั้นบนพอดี เมื่อ

  • คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว   บทที่ 873

    พ่อบ้านยิ้มแล้วพูดว่า “ได้ครับ ผมจะให้คนยกอาหารขึ้นมาเดี๋ยวนี้”พ่อบ้านพูดจบก็ลงไปชั้นล่างแล้วเฟิงถิงเซินมองเฟิงจิ่งซิน “ไม่ให้พ่ออยู่เป็นเพื่อนจริง ๆ เหรอ?”เฟิงจิ่งซินถลึงตาใส่เขา “ไม่ต้องค่ะ!”หรงฉือคิดว่าระหว่างพ่อกับลูกสาว พวกเขาน่าจะต้องการพื้นที่ส่วนตัว เธอจึงพูดกับเฟิงจิ่งซินว่า “แม่ไปโทรศัพท์หน่อยนะ เดี๋ยวกลับมา”เฟิงจิ่งซินพยักหน้า “ค่ะ”หรงฉือหันหลังออกจากห้องไปแน่นอนว่าเธอไม่ได้มีธุระต้องโทรศัพท์อะไร เธอหันหลังเดินไปยืนอยู่ตรงระเบียงริมหน้าต่างสองสามนาที เมื่อเธอกลับมาที่ห้องของเฟิงจิ่งซิน เฟิงถิงเซินก็ไม่อยู่ในห้องแล้ว ส่วนอาหารนั้นพ่อบ้านก็ได้ให้คนยกมาส่งเรียบร้อยแล้วทางห้องครัวตั้งใจต้มโจ๊กให้เฟิงจิ่งซินเป็นพิเศษ นอกจากโจ๊กแล้ว ยังมีอาหารอีกหลายอย่าง เรียกได้ว่าจัดเต็มเลยทีเดียวแต่เฟิงจิ่งซินกำลังป่วยอยู่ แม้แต่โจ๊กก็ยังกินไม่ลง เพิ่งจะกินไปได้ไม่กี่คำ ก็รู้สึกอ่อนเพลียจนอยากนอนต่อแล้วในเมื่อเธอง่วงแล้ว หรงฉือก็ให้เธอขึ้นไปนอนต่อบนเตียงเฟิงจิ่งซินกลับไปนอนบนเตียง มือเล็ก ๆ จับชายเสื้อของหรงฉือไว้ ราวกับมีอะไรอยากจะพูด แต่สุดท้ายก็ฝืนความง่วงไม่ไหว ไม่นาน

  • คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว   บทที่ 872

    เบอร์โทรศัพท์ของเฟิงถิงเซินอวี้มั่วซวินก็จำได้เขาแค่นเสียงเหอะคำหนึ่ง “เขาโทรมาทำไม? หรือคิดจะให้คุณช่วยขอร้องเจี๋ยเซี่ยวแทนตระกูลหลิน? เขาขี้ขลาดขนาดนี้เลยเหรอ?”หรงฉือไม่พูดอะไร กดรับสาย ยังไม่ทันได้พูด เฟิงถิงเซินก็พูดขึ้นก่อนว่า “ซินซินเป็นไข้มาหนึ่งวันแล้ว ตอนเย็นถ้ามีเวลาก็แวะไปดูเธอหน่อยได้ไหม?”หรงฉือขมวดคิ้ว ถามทันทีว่า “เป็นไข้นานขนาดนี้แล้วเหรอ? ตอนนี้อาการเป็นยังไงบ้าง?”“ตอนนี้ยังให้น้ำเกลืออยู่ อุณหภูมิก็ยังไม่ลดเลย”“เข้าใจแล้ว อีกเดี๋ยวฉันจะแวะไป”“รบกวนด้วยนะ”หรงฉือไม่พูดอะไร วางสาย หลังจากมอบหมายงานที่อยู่ในมือเรียบร้อยแล้ว ก็ออกจากฉางโม่ไปเมื่อมาถึงที่หมาย พ่อบ้านทราบว่าเธอกลับมาแล้ว ก็รีบออกมาต้อนรับ “คุณนาย มาแล้วเหรอครับ?”หรงฉือ “ฉันจะขึ้นไปดูซินซินหน่อย”ที่ชั้นบน เฟิงจิ่งซินเพิ่งให้น้ำเกลือเสร็จ ตอนที่กำลังจะนอนหลับอย่างสะลืมสะลือ หรงฉือเดินเข้ามาในห้อง เห็นเฟิงจิ่งซินที่ขมวดคิ้วอยู่ ก็นั่งลงข้างเตียง ก่อนจะยื่นมือไปแตะหน้าผากของเธอเบา ๆพ่อบ้านพูดเสียงเบาว่า “อุณหภูมิร่างกายลดลงไปมากแล้ว แต่หมอบอกว่าไข้อาจจะกลับมาขึ้นสูงได้อีกครับ”หรงฉือพยักหน้

  • คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว   บทที่ 871

    ฉีอวี้หมิง “เกรงใจแล้ว”เจี๋ยเซี่ยวมาด้วยท่าทางดุดัน ราวกับมีหลักฐานในมือไม่น้อยจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนตระกูลหลินและตระกูลซุน หรือว่าฉีอวี้หมิงกับเฮ่อฉางปั่ว ต่างก็รู้ว่าคดีนี้ไม่ใช่คดีที่จะสู้ได้ง่าย ๆแต่หลังจากเริ่มพิจารณาคดีอย่างเป็นทางการ สีหน้าของคนตระกูลหลินและตระกูลซุนกลับยิ่งดูย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ ส่วนฉีอวี้หมิงกับเฮ่อฉางปั่วก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้นมาเช่นกันเจี๋ยเซี่ยวมีหลักฐานแน่นหนา ไม่ว่าจะเป็นสัญญา หลักฐานการโอนเงิน บันทึกการสนทนา หรือรายงานผลการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ ทุกอย่างล้วนมีครบถ้วน ส่วนเงินชดเชยจำนวนหนึ่งหมื่นสองพันห้าร้อยล้านบาทที่พวกเขาเรียกร้องนั้น เดิมทีพวกเขาต่างคิดว่าเจี๋ยเซี่ยวกำลังเรียกร้องเงินสูงเกินอย่างไร้เหตุผลความจริงแล้ว ตลอดสองปีที่ผ่านมา เจี๋ยเซี่ยวเติบโตได้ดีอยู่แล้ว ยิ่งในช่วงหนึ่งปีมานี้ยังได้ร่วมมือกับฉางโม่อีก ตอนนี้ความสามารถในการแข่งขันของเจี๋ยเซี่ยวในตลาดยกระดับขึ้นไปอีกขั้นแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยีที่พวกเขากำลังจะเอาผิดเรื่องการละเมิดนั้น ยังเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของโปรเจกต์มูลค่าหลายหมื่นล้านบาทของพวกเขาด้วย เงินชดเชยหนึ่งหมื่นสองพันห้าร้อย

  • คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว   บทที่ 870

    เมื่อเครื่องบินลงสู่พื้น หลินอู๋เปิดโทรศัพท์ดู เฟิงถิงเซินยังคงไม่ตอบกลับข้อความเธอส่วนเธอกับโม่ชีฉือก็ไม่ได้พูดคุยกันอีก หลังลงจากเครื่อง ก็ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปคนตระกูลหลินและตระกูลซุนพอรู้ว่าเธอไม่ได้พบเฟิงถิงเซิน ก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขากระวนกระวายใจยิ่งกว่าก็คือ คดีของบริษัทพวกเขากับเจี๋ยเซี่ยวใกล้จะต้องขึ้นศาลแล้วซุนลี่เหยารู้สึกใจหวิว ๆ อดถามไม่ได้ว่า “พี่ ตอนขึ้นศาล พี่ว่าพี่เขยจะกลับมาไหม?”หลินอู๋ “...ไม่รู้”เวลาสองสามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว คดีของหลินซื่อเทคโนโลยีกับเจี๋ยเซี่ยวก็ขึ้นศาลอย่างเป็นทางการสองวันก่อนที่คดีของหลินซื่อเทคโนโลยีกับเจี๋ยเซี่ยวจะขึ้นศาล หรงฉือและคนอื่น ๆ ก็กลับมาจากไปเที่ยวแล้ววันขึ้นศาล หรงฉือ อวี้มั่วซวินและคนอื่น ๆ ก็กลับมาจัดการงานที่ฉางโม่ตามปกติอวี้มั่วซวินลูบคางเบา ๆ ลูบไปลูบมาก็นั่งพูดกับหรงฉือบนโซฟาว่า “วันนี้หลินซื่อเทคโนโลยีกับเจี๋ยเซี่ยวขึ้นศาล เฟิงถิงเซิน...คงไม่ปรากฏตัวหรอกใช่ไหม?”แม้ว่าเรื่องราวระหว่างหรงฉือ เฟิงถิงเซินและหลินอู๋จะหมดกระแสความสนใจบนโลกออนไลน์ไปนานแล้ว แต่คนในแวดวงก็ยังคงจับตาดูความเคล

  • คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว   บทที่ 869

    พนักงานต้อนรับหญิงพูดเสียงเบาว่า “คนคนนั้นคือโม่ชีฉือ ผู้กุมอำนาจคนปัจจุบันของตระกูลโม่แห่งเมืองไห่เฉิงของพวกเราค่ะ”ที่แท้ก็เป็นเขานี่เองถึงแม้หลินอู๋จะไม่ค่อยได้มาที่เมืองไห่เฉิง แต่เธอก็พอจะรู้เรื่องแวดวงตระกูลมหาเศรษฐีระดับสูงของเมืองไห่เฉิงอยู่บ้างแต่ก็เพียงแค่รู้มาบ้างเท่านั้นก่อนหน้านี้เธอเคยได้ยินชื่อของโม่ชีฉือมาก่อน แต่ตัวจริงนั้นกลับเพิ่งได้พบเป็นครั้งแรกเมื่อนึกถึงสายตาที่เย็นชาของโม่ชีฉือเมื่อครู่นี้แล้ว เธอก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่เธอไม่มีเวลาคิดมากนัก หลังจากขอบคุณพนักงานต้อนรับหญิงคนนั้น เธอก็โทรศัพท์ไปหาเฉิงหยวนเฉิงหยวนยังนอนอยู่ เสียงโทรศัพท์ดังสักพักหนึ่งเขาถึงจะตื่นขึ้นมา พอเห็นว่าเป็นสายของเธอ ก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย และกดรับสายอย่างรวดเร็ว “คุณหลิน เช้าขนาดนี้ มี...”หลินอู๋ตัดบทเขา ถามทันทีว่า “คนที่ไปทำงานที่ไห่เฉิงกับถิงเซิน คือคุณใช่ไหม?”“ไม่ใช่ครับ” พอได้ยินถึงตรงนี้ เฉิงหยวนก็เข้าใจจุดประสงค์ที่เธอโทรมาหาเขาแล้ว “ไม่ใช่เจียงเจ๋อด้วยครับ”“การเดินทางของประธานเฟิงครั้งนี้ น่าจะเป็นกำหนดการที่บริษัทอื่นจัดไว้ ไม่เกี่ยวกับเฟิงซื่อ”เขากับเจียงเจ๋

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status