Mag-log inแฟชั่นตกยุคและหนุ่มฮอตสุดแนวของคณะแพทย์ศาสตร์ดูยังไงก็ไม่เข้ากัน พงษ์สวัสดิ์และคิริมา เปรียบประดุจดังเส้นขนานที่มิอาจมาบรรจบ แต่โชคชะตาก็ดลบันดาลให้เขากับเธอมาลงเอยกันที่เตียง ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนเป็นเหตุให้คนที่ ‘เคย’ มี ‘อดีต’ ร่วมกันมีโอกาสได้ใกล้ชิดกันอีกครั้ง ยิ่งเธอเชิดใส่เขาก็ยิ่งหมั่นไส้ ยิ่งเธอทำท่ารังเกียจเขาก็ยิ่งอยากตอแย ยิ่งเธอหนีเขาก็ยิ่งตาม ให้มันรู้กันไปว่าใครมันจะแน่กว่ากัน! “จะบอกอะไรให้นะป้า ถึงผมจะเมาผมก็มีสติว่าตัวเองกำลังเอากับใคร และเอาท่าไหนบ้าง” คนยโสลอยหน้าบอกด้วยท่าทางมาดมั่นจนน่าหมั่นไส้ “ถ้ายังไม่หยุดพูด ฉันไล่คุณออกแน่คุณหมอพงษ์สวัสดิ์” “แหม…อย่าขู่นักเลยแค่นี้ผัวก็กลัวจะแย่อยู่แล้วยาหยี” “ไอ้คนบ้านี่! อย่ามาเรียกฉันแบบนี้นะ” เธอเค้นเสียงขุ่นสวนกลับ คิดผิดอย่างมหันต์ที่ยื่นมือมายุ่งกับเรื่องนี้ เขาขยับลุกขึ้นเดินมาหา แล้วจงใจยื่นหน้ามาใกล้ๆ “ไม่ให้เรียกแบบนี้ แล้วจะให้เรียกแบบไหน เรียกเมียจ๋าดีไหม” “เด็กบ้า!”
view more“เฮ้ย! อย่าบอกนะว่าที่กูเห็นไอ้ปี่เดินหัวฟูขาเปลี้ยออกมาจากห้องไอ้จอมคือฝีมือมึง” ปรเมศหันขวับไปจ้องหน้าคู่อริ แล้วหลุดอุทานออกมาด้วยความตกใจ “ชิบหาย! ไอ้เชี่ยเมศ! กูไม่ได้เลวระยำขนาดนั้นเว้ย!”“แต่ก็เลวแหละที่มอมเหล้าหมอปี่เขาแบบนั้น” คิริมาเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำคำประณามตรงๆ เพราะนึกหมั่นไส้สามี แต่นอกจากพ่อเจ้าประคุณจะไม่สะทกสะท้านแล้วยังขยิบตาให้ “เลวก็ได้ แต่เป็นคนเลวที่รักเธอนะ”“แหวะจะอ้วก” ปรเมศเอ่ยแขวะด้วยความหมั่นไส้ ทำเอาพงษ์สวัสดิ์ถลึงตาใส่ แล้วทั้งคู่ก็มองกันอย่างฟาดฟัน จนสองสาวต่างพร้อมใจกันส่ายหน้าอย่างระอา เพราะไม่บอกก็รู้ว่าคนที่จับมือปรองดองเพื่อก่อกวนให้จอมพลอยู่ไม่สุขเมื่อครู่กำลังแตกคอกัน ดีกันได้ไม่ทันไรจะกัดกันอีกแล้ว “เดี๋ยวก่อนนะ เมื่อกี้เมศบอกว่าเมศเห็นไอ้ปี่เดินออกมาจากห้องของจอมพลใช่ไหม”คนที่ยังตงิดใจกับคำพูดของสามีเอ่ยซักไซ้ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนรัก เพราะก่อนจะเดินลงมาที่หาดเธอเหลือบเห็นรอยประหลาดตรงคอของปิยฉัตร ส่วนในใจก็ได้แต่ภาวนาว่ามันจะไม่ใช่อย่างที่คิด “ใช่จ้ะ แต่น้ำไม่ต้องห่วงหรอกเมศถามไอ้ปี่แล้ว มันบอกว่าแค่สลับกุญแจกันเท่านั้นเอง ม
พงษ์สวัสดิ์มีอาการแพ้ท้องแทนเมียหนักมากในช่วงอายุครรภ์ของคิริมาย่างเข้าสู่เดือนที่สี่ เขามีอาการคลื่นเหียน วิงเวียน ลุกมาอาเจียนทุกเช้า พอได้กลิ่นอาหารก็จะวิ่งเข้าห้องน้ำ แทบจะกินอะไรไม่ได้ ส่วนเธอก็เหมือนถูกลูกบังคับให้แม่ต้องทำตัวติดกับพ่อแจ คอยคลอเคลียไม่ห่างกาย ซึ่งนั่นเป็นอะไรที่เขาโคตรจะปลื้ม เพราะไม่ว่าจะไปไหนเมียก็จะติดสอยห้อยตามไปทำให้อุ่นใจ รวมทั้งนัดเลี้ยงรุ่นที่ภูเก็ตเมียของเขาก็ยังมาด้วยโดยไม่อิดออด ถ้ารู้ว่าท้องแล้วมันดีขนาดนี้เห็นทีเขาจะต้องหาโอกาสทำให้เมียท้องอีกหลายๆ ครั้งเสียแล้ว บรรยากาศที่หาดสุรินทร์ของทะเลภูเก็ตในเวลาบ่ายกำลังดีไม่น้อย นักท่องเที่ยวต่างจับจองเก้าอี้ผ้าใบ บ้างนอนอาบแดด เล่นน้ำ และเล่นกีฬาริมหาด ส่วนคณะที่มานัดเลี้ยงรุ่นต่างกระจายตัวอยู่เกือบทั่วหาด เพราะช่วงเวลานี้ไม่มีกิจกรรมอะไร ปล่อยฟรีสไตล์ ก่อนจะมีงานเลี้ยงส่งท้ายในช่วงหัวค่ำ พงษ์สวัสดิ์อยู่ในชุดเสื้อฮาวายสีฟ้าลายสับปะรดกับกางเกงขาสั้นสีขาว เข้าคู่กับภรรยาในชุดเดรสสีฟ้าลายเดียวกัน ที่นั่งอยู่บนเสื่อผืนเดียวกันภายใต้ต้นไม้อีกคู่ก็จะเป็นปรเมศและธารธารา ซึ่งทั้งสองอยู่ในชุดคู่รัก เสื้อย
“อุวะ! แซวนิดแซวหน่อยทำเป็นอาย” ตามีโพล่งขึ้นเสียงกลั้วหัวเราะ แล้วหันไปยิ้มให้ยายมา จากนั้นพงษ์สวัสดิ์ก็นั่งโอบร่างอวบอิ่มของเมียรักอยู่หน้ากองไฟ คุยกับตาและยายที่กำลังเผาข้าวหลาม ปีใหม่ปีนี้หนาวกว่าทุกปี แต่พงษ์สวัสดิ์และคิริมากลับรู้สึกอบอุ่นอย่างหามีใดเทียบเทียม เพราะเหมือนทั้งคู่ได้กันและกันกลับคืนมาอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่เหลือสิ่งใดให้ค้างคาใจอีกแล้ว พงษ์สวัสดิ์จูบแก้มคนที่นั่งตักตัวเองอยู่หลายครั้งอย่างอดใจไม่ไหวแบบไม่อายตากับยาย พอตามียื่นข้าวหลามที่ผ่าแล้วให้เขาก็เอ่ยขอบคุณพร้อมรับมาด้วยรอยยิ้ม บิเป็นคำเล็กๆ แล้วป้อนใส่ปากเมียรักด้วยท่าทีอ่อนโยน ก่อนจะยิ้มกว้าง แล้วจูบแก้มนวลฟอดใหญ่ เมื่อแม่คุณทำแบบเดียวกันกับเขา ท่าทางหวานแบบไม่สนใจสิ่งรอบข้างทำให้คนแก่ได้แต่ส่ายหน้าอย่างยิ้มๆ ยายมากระซิบบอกตามีให้รีบผ่าข้าวหลามอันที่เย็นแล้วให้หมด กระทั่งข้าวหลามถูกผ่าจนหมดเกลี้ยงสองตายายถึงได้ชวนกันหลบไปจากกองไฟอย่างเงียบๆ “ที่สุดเราสองคนก็ได้กลับมาที่นี่ด้วยกันอีกครั้ง ผมมีความสุขจนบอกไม่ถูก” คนที่เกยคางอยู่ตรงลาดไหล่อ่อนช้อยกระซิบเสียงนุ่มละมุน พร้อมกระชับอ้อมกอดใ
“เล่นตัวดีนัก มันต้องเจอแบบนี้”ขาดคำคิริมาก็ทำให้คนที่คิดว่าเธอจะเลิกเล่นตามคำสั่งถลาลงไปในแปลงนาด้วยการกระชากแขนแกร่ง พอเขาเสียหลักลงไปนอนแอ้งแม้งเธอก็โกยโคลนขึ้นมาป้ายหน้าหล่อๆ พร้อมหัวเราะเสียงใสด้วยความชอบใจ “ฮ่าๆๆๆ”“เล่นแบบนี้เลยเหรอยัยตัวแสบ!”เขาเอ่ยเสียงเข้มๆ พร้อมปาดโคลนออกจากหน้าตัวเอง จ้องแม่ตัวดีด้วยสายตาคาดโทษ แต่นอกจากจะไม่กริ่งเกรงแล้วแม่คุณยังลอยหน้าท้าทายเฉยเลย “อือฮึ…”จากนั้นมหกรรมปาโคลนใส่กันก็เริ่มขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะดังสนั่น กระทั่งเขาเสียหลักแทบจะหัวทิ่มเธอก็ตามไปนั่งคร่อม แล้วละเลงโคลนใส่หน้าสามีประหนึ่งทำสปาโคลนให้อย่างไรอย่างนั้น คนที่ยอมเมียไปเสียทุกอย่างนั่งนิ่งๆ ให้คนท้องแสนซนเล่นสนุกกับการวาดรูปลงบนหน้าที่เลอะไปด้วยโคลนของตัวเอง เสียงหัวเราะคิกคักทำให้เขาอดหัวเราะตามไม่ได้ ก่อนจะจูบเธอทั้งที่โคลนเลอะใบหน้าด้วยความมันเขี้ยว หลังจากเล่นสนุกอยู่ในโคลนจนเหนื่อย และเนื้อตัวเลอะไปหมด พงษ์สวัสดิ์ก็อุ้มร่างอวบอิ่มของเมียรักขึ้นจากแปลงนาด้วยท่าทางทะนุถนอม ค่อยๆ วางเธอลงบนคันนา จากนั้นก็วิ่งลงไปในแปลงนาข้างกันที่มีน้ำใสๆ ขังอยู่ แล้วล้างมือจนไม่เหลือคราบโค
“เว่อร์ไปป่ะไอ้ป๋า” เผ่าโพล่งขึ้นอย่างอดใจไม่ไหว“นั่นดิ อย่าห่วงให้มากนักเลยน่า ถ้าพี่สาวแพ้เราจะทำเบาๆ ไม่รุนแรงกับผู้หญิงหรอก” คิมหันต์เอ่ยอย่างนึกหมั่นไส้ไอ้คนฟอร์มจัดเสียเต็มประดา “ฉันถามยัยแว่น ไม่ได้ถามแก”“อือ…ไม่เป็นไรหรอกน่า มาๆ เรามาเล่นกันเถอะ” คิริมาเอ่ยให้คนที่กำลังทำหน้ายุ่งได้
คล้อยหลังปรเมศและพ่อกับแม่ คิริมาก็นอนลืมตาโพลง ในใจร่ำๆ อยากไปหาสามีตอนนี้ แต่พ่อกับแม่และน้องชายห้ามไว้ บอกว่าพรุ่งนี้ค่อยไป พ่อจะให้คนขับรถไปส่ง คิริมาได้แต่ภาวนาว่าสามีผู้เป็นที่รักของเธอจะยังรออยู่ที่เดิม รอตามคำมั่นสัญญาที่ได้ให้กันไว้ในสมัยมัธยม คนที่นอนคิดถึงสามีหลุดจากภวังค์ เมื่อได้ยิ
“ว่าไงคะตัวแสบทั้งสอง แม่ให้มาอยู่เป็นเพื่อนคุณป๋า แล้วลูกกวนคุณป๋าไหมคะ”คิริมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มละมุน ขณะเดินมาทรุดกายลงนั่งข้างสามีที่เพิ่งลุกขึ้นมานั่งบนโซฟา ก่อนจะสะดุ้งน้อยๆ และหน้าแดงเถือก เมื่อเขาก้มลงหอมแก้มนวลต่อหน้าเด็กแสบที่แสร้งยกมือปิดตาแต่ยังไม่วายทำนิ้วห่างๆ มองพ่อแสดงความรักต่อแม
ตอนนี้คิริมาท้องได้สองเดือนแล้ว เธอท้องสองหลังจากที่ทั้งคู่มีลูกสาวฝาแฝดวัยสามขวบ ยัยหนูทั้งสองต่างน่ารักน่าชัง ช่างพูดช่างเจรจา แถมยังมีพัฒนาการก้าวหน้ากว่าเด็กวัยเดียวกันไปหลายขั้นจนน่าทึ่ง ซึ่งก็อาจจะเป็นเพราะว่าได้ดีเอ็นเอความฉาดเป็นกรดจากพ่อและแม่มาเต็มๆ สามขวบแต่พูดชัด สื่อสารกับผู้ใหญ่ได้รู้





