รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์

รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์

last update최신 업데이트 : 2025-11-04
작가:  พราวนภา참여
언어: Thai
goodnovel18goodnovel
순위 평가에 충분하지 않습니다.
148챕터
3.7K조회수
읽기
보관함에 추가

공유:  

보고서
개요
장르
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.

แฟชั่นตกยุคและหนุ่มฮอตสุดแนวของคณะแพทย์ศาสตร์ดูยังไงก็ไม่เข้ากัน พงษ์สวัสดิ์และคิริมา เปรียบประดุจดังเส้นขนานที่มิอาจมาบรรจบ แต่โชคชะตาก็ดลบันดาลให้เขากับเธอมาลงเอยกันที่เตียง ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนเป็นเหตุให้คนที่ ‘เคย’ มี ‘อดีต’ ร่วมกันมีโอกาสได้ใกล้ชิดกันอีกครั้ง ยิ่งเธอเชิดใส่เขาก็ยิ่งหมั่นไส้ ยิ่งเธอทำท่ารังเกียจเขาก็ยิ่งอยากตอแย ยิ่งเธอหนีเขาก็ยิ่งตาม ให้มันรู้กันไปว่าใครมันจะแน่กว่ากัน! “จะบอกอะไรให้นะป้า ถึงผมจะเมาผมก็มีสติว่าตัวเองกำลังเอากับใคร และเอาท่าไหนบ้าง” คนยโสลอยหน้าบอกด้วยท่าทางมาดมั่นจนน่าหมั่นไส้ “ถ้ายังไม่หยุดพูด ฉันไล่คุณออกแน่คุณหมอพงษ์สวัสดิ์” “แหม…อย่าขู่นักเลยแค่นี้ผัวก็กลัวจะแย่อยู่แล้วยาหยี” “ไอ้คนบ้านี่! อย่ามาเรียกฉันแบบนี้นะ” เธอเค้นเสียงขุ่นสวนกลับ คิดผิดอย่างมหันต์ที่ยื่นมือมายุ่งกับเรื่องนี้ เขาขยับลุกขึ้นเดินมาหา แล้วจงใจยื่นหน้ามาใกล้ๆ “ไม่ให้เรียกแบบนี้ แล้วจะให้เรียกแบบไหน เรียกเมียจ๋าดีไหม” “เด็กบ้า!”

더 보기

1화

ความทรงจำสีหม่น (25%)

“เสี่ยวชู เธอคิดดีแล้วเหรอ เธอจะย้ายไปทำงานที่โรงพยาบาลเจียงเฉิงจริงหรือ?”

ผู้อำนวยการโจวถือรายงานการขอโยกย้ายของเสิ่นชู แล้วมองเธอด้วยความประหลาดใจ

ขนตาของเสิ่นชูสั่นระริก รอยยิ้มแฝงไปด้วยความขมขื่น “ฉันคิดดีแล้วค่ะ”

เมื่อเห็นว่าเธอตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ผู้อำนวยการโจวก็ได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะเซ็นชื่อบนรายงานการขอโยกย้ายในที่สุด

เสิ่นชูออกจากห้องทำงานของผู้อำนวยการ เธอได้พบกับเหวินฉู่สองแม่ลูกที่สวมเสื้อกาวน์สีขาวกับฮั่วจินเฉินตรงทางเดิน

เธอชะงักไป

ภาพที่ปรากฏตรงหน้านั้นงดงามราวกับครอบครัวสามคนเล็กๆ ที่สมบูรณ์

เหวินฉู่จูงมือเด็กชายตัวน้อยเดินเคียงคู่ไปกับฮั่วจินเฉิน มืออีกข้างของเด็กน้อยก็จับมือของเขาไว้ด้วย ยิ้มอย่างสดใส

ภาพนั้นมันกรีดแทงเข้ามาในดวงตาของเธออย่างเจ็บปวด

ความอ่อนโยนและความอดทนที่ฮั่วจินเฉินมอบให้กับเหวินฉู่แม่ลูก เธอไม่เคยได้รับมันเลยสักครั้ง

เธอรู้ดี ฮั่วจินเฉินเกลียดเธอ

เหวินฉู่คือรักแรกของฮั่วจินเฉิน ตอนนั้นหลังจากที่เธอทำข้อตกลงกับคุณย่าฮั่วและได้แต่งงานกับฮั่วจินเฉินแล้ว เธอถึงได้รู้ว่าทั้งคู่เลิกกันแล้ว

สำหรับฮั่วจินเฉินแล้ว เธอเป็นผู้หญิงชั่วร้ายที่ฉวยโอกาสเข้าหา ใช้เล่ห์กลต่างๆ เพื่อไต่เต้าขึ้นมา

แต่เขาไม่เคยรู้เลยว่า

ที่จริงแล้วเธอรู้จักฮั่วจินเฉินมาก่อนหน้าเหวินฉู่เสียอีก เพียงแต่ฮั่วจินเฉินจำเธอไม่ได้...

เธอเคยเชื่อว่าขอแค่ได้แต่งงานกับฮั่วจินเฉิน ก็จะทำให้เขาจำเธอได้

อาจทำให้หัวใจที่เย็นชานั้นกลับมาอบอุ่นก็เป็นได้

แต่ว่าเธอคิดผิด

เขาเกลียดเธอ

จะรักเธอได้อย่างไร?

มิฉะนั้นตลอดหกปีที่แต่งงานกัน เขาคงไม่ประกาศต่อสาธารณะว่ายังโสด และคงไม่แสร้งทำเป็นไม่รู้จักเธอด้วย

“คุณหมอเสิ่น?” เหวินฉู่มองเห็นเธอ

ฮั่วจินเฉินกลับขมวดคิ้ว จ้องมาที่เธอ

ราวกับว่าเธอจะเปิดเผยความสัมพันธ์ของพวกเขา

ความห่างเหินของเขา มันทำให้หัวใจของเธอเจ็บปวดไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบเรียกสติกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว “หัวหน้าเหวิน คุณฮั่ว”

เมื่อไม่นานมานี้ ฮั่วจินเฉินเพิ่งเข้ามาถือหุ้นในโรงพยาบาลกลาง กลายเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น

แต่เสิ่นชูรู้ดีว่า ที่เขาเข้ามาถือหุ้นที่โรงพยาบาลนี้ ไม่ใช่เพราะเธอ แต่เป็นเพราะเหวินฉู่

หลังจากที่เหวินฉู่กลับมาจากต่างประเทศ ฮั่วจินเฉินก็เป็นคนจัดการให้เธอเข้ามาทำงานที่นี่ เข้ามาก็ได้รับตำแหน่งหัวหน้าศัลยแพทย์ทันที

ทุกคนในโรงพยาบาลรู้ว่าเธอมีฮั่วจินเฉินหนุนหลังอยู่ อีกทั้งข่าวลือเรื่องที่เขาเป็นคนรักของเธอก็เริ่มแพร่สะพัด ฮั่วจินเฉินเองก็ไม่เคยออกมาอธิบายอะไรเลย

เหวินฉู่คล้องแขนฮั่วจินเฉิน “คุณหมอเสิ่นถ่อมตัวเกินไปแล้วค่ะ ในโรงพยาบาลนี้คุณเป็นรุ่นพี่ของฉัน ฉันเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้ไม่นาน ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องขอคำแนะนำจากคุณหมออีก”

เสิ่นชูยังไม่ทันจะเอ่ยตอบ เด็กชายที่อยู่ข้างๆ ก็โผเข้ากอดฮั่วจินเฉิน “พ่อครับ ผมเหนื่อยแล้ว อุ้มผมหน่อยได้ไหม?”

สีหน้าของเสิ่นชูเปลี่ยนไปทันที

เด็กน้อยเรียกเขาว่าพ่อเหรอ?

เหวินฉู่ทำเป็นดุ “ซีซี ทำไมเรียกมั่วแบบนั้นลูก?” จากนั้นจึงหันไปมองฮั่วจินเฉินด้วยท่าทีขอโทษ “ขอโทษนะ จินเฉิน เด็กยังไม่รู้ประสา”

ฮั่วจินเฉินเหลือบมองมาที่เสิ่นชู แต่สีหน้ากลับไม่มีความโกรธใดๆ เลย เขาอุ้มเหวินซีขึ้นมาเบาๆ “ไม่เป็นไร”

“ผมชอบคุณพ่อฮั่วที่สุดเลย!”

เหวินซีเกาะคอเขาไว้แน่น แล้วพูดจาออดอ้อน “ถ้าคุณพ่อฮั่วเป็นพ่อของผมจริงๆ ก็ดีน่ะสิ!”

“หนูเนี่ยนะ~” เหวินฉู่ดีดหน้าผากลูกชายเบาๆ

เสิ่นชูกำหมัดแน่น

เธอไม่เคยเห็นฮั่วจินเฉินอ่อนโยนและเอาใจใส่ขนาดนี้มาก่อน

ช่างเถอะ

ไม่ว่ายังไง ก็คงไม่มีทำให้หัวใจของเขาอบอุ่นได้หรอก

แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน...

เธอพยายามข่มความเจ็บปวดเอาไว้ในใจ เดินผ่านพวกเขาทั้งสามคน เดินเข้าไปในลิฟต์

...

เรื่องที่เสิ่นชูยื่นขอย้ายงานเธอไม่ได้บอกใคร และไม่ได้บอกฮั่วจินเฉินด้วย เพราะเธอรู้สึกว่าไม่จำเป็น

เพราะเขาเองก็คงไม่อยากจะรู้

เธอขับรถมาถึงคฤหาสน์เก่าของตระกูลฮั่ว ยืนกดกริ่งอยู่หน้าประตู

ไม่นานนัก ผู้ดูแลหลินก็ออกมาเปิดประตู “คุณนายเล็ก กลับมาแล้วหรือคะ?”

“คุณย่าอยู่ไหม?”

“นายหญิงผู้เฒ่าอยู่ค่ะ เชิญเข้ามาเลย” ผู้ดูแลหลินนอบน้อมกับเสิ่นชูมาก

คุณย่าฮั่วเป็นผู้อาวุโสที่มีบารมีที่สุดของตระกูลฮั่ว หลังจากที่คุณปู่ของฮั่วจินเฉินเสียชีวิตไป เรื่องราวใหญ่น้อยในตระกูลล้วนขึ้นตรงกับคุณย่าฮั่วทั้งหมด

คุณย่าฮั่วเป็นคนทางใต้ ครอบครัวเป็นตระกูลธุรกิจยักษ์ใหญ่ สมัยสาวๆ เธอเป็นผู้หญิงแกร่งที่เฉียบขาดมาก ถึงแม้แม่สามีจะไม่ชอบหน้า แต่อยู่ต่อหน้าคุณย่าฮั่วก็ไม่กล้าทำอะไร

ผู้ดูแลหลินพาเธอเข้าไปยังห้องสวดมนต์ คุณย่านั่งคุกเข่าอยู่บนเบาะกลม มือกำลังคลึงลูกประคำเบาๆ

“นายหญิงผู้เฒ่า คุณนายเล็กมาค่ะ”

คุณย่าฮั่วค่อยๆ ลืมตา หันหน้ากลับมา “เข้ามานั่งสิ”

เมื่อผู้ดูแลหลินออกไปแล้ว เสิ่นชูก็คุกเข่านั่งลงข้างๆ คุณฮั่ว ก้มกราบพระพุทธรูปด้วยความเคารพ

คุณย่าฮั่วศรัทธาในพระพุทธศาสนาและจริยธรรมมาก มักไปไหว้พระที่วัดอยู่เสมอ ไปแต่ละครั้งก็อยู่นานเป็นครึ่งเดือน

“คุณย่า หนูอยากหย่ากับจินเฉินค่ะ”

펼치기
다음 화 보기
다운로드

최신 챕터

더보기
댓글 없음
148 챕터
ความทรงจำสีหม่น (25%)
ตอน ม.4 เทอม 1ซู่…ซ่า…ซู่ๆ ซ่าๆ ปาทังก้า ปาทังกี้ซู่ๆ ซี่ๆ ปาทังกี้ ปาทังก้าสีเขียวซู่ซ่า ปาทังก้า ปาทังกี้สีเขียวเซ็กซี่ ปาทังกี้ ปาทังก้าซู่…ซ่า…วันนี้โรงเรียนข้างๆ มีการแข่งขันกีฬาสี เสียงเพลงเชียร์ลอยมากระทบหูเป็นระยะหาได้ทำให้คนหงอยมาจากบ้านอย่างคิริมา รุ่งเรืองโรจนไพศาล รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าแต่อย่างใด ตรงข้ามเธอกลับถอนหายใจออกมาหนักๆ ด้วยความเบื่อหน่าย วันหยุดมันควรจะเป็นเวลาของครอบครัว แต่ไม่ใช่สำหรับครอบครัวเธอ ชีวิตเด็กเรียนดีกีฬาไม่เด่นอย่างเธอวนเวียนอยู่ที่โรงเรียนแม้กระทั่งวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เธอก็ยังมาที่โรงเรียน เพราะไม่มีที่ไป บ้านไม่น่าอยู่ เพราะพ่อกับแม่เอาแต่ทะเลาะกันด้วยเรื่องเดิมๆ นั่นก็คือการที่พ่อนอกใจแม่เอาเงินไปปรนเปรอเมียน้อย ฐานะร่ำรวย มีหน้ามีตาในสังคม แต่กลับขาดแคลนความรักความอบอุ่น พ่อไปทาง แม่ไปทาง ทิ้งให้เธอโดดเดี่ยวเคว้งคว้างเป็นเด็กขาดความอบอุ่น สาวน้อยคิดหมกมุ่นอยู่ในหัวเกี่ยวกับเรื่องปัญหาในครอบครัว กระทั่งนัยน์ตาหวานปนเศร้าที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้กรอบแว่นหนาเตอะเผลอมองลอดเหล็กดัดลวดลายงดงามของรั้วโรงเรียนที่อยู
더 보기
ความทรงจำสีหม่น (50%)
“แค่นั้นจริงๆ เหรอวะ” เผ่าเอ่ยถามเป็นเชิงย้ำด้วยสีหน้ากลั้นยิ้ม“ก็เออสิวะ”สามหนุ่มได้แต่มองหน้ากัน แล้วลอบอมยิ้ม เพราะรู้เท่าทันว่าภายใต้ถ้อยคำปฏิเสธหน้าตายนั้นมันอาจจะมีอะไรมากกว่าคำว่าหมั่นไส้ซุกซ่อนอยู่ วันนี้คิริมาตื่นสายกว่าปกติ เพราะอยู่ๆ ก็เกิดนอนไม่หลับในค่ำคืนที่ผ่านมา กว่าจะข่มตาหลับได้ก็ปาเข้าไปเกือบตีหนึ่ง หัวสมองน้อยๆ เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องเด็กผู้ชายหัวสีเทาคนนั้น เจอกันแค่เพียงครั้งแต่เธอกลับจดจำเขาได้อย่างติดตา ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าหล่อใสสไตล์โอปป้า แววตาร้ายๆ และท่าทางกวนประสาทจนน่าหมั่นไส้ สาวน้อยผมสั้น นัยน์ตากลมโต ผิวขาวอมชมพู ใบหน้ากระจ่างใสสมวัยถูกซุกซ่อนไว้ภายใต้แว่นตาหนาเตอะสุดเชย จนใครต่อใครต่างก็มองว่าเธอเฉิ่มเชย ร่างแน่งน้อยก้าวลงจากบันไดของคฤหาสน์หลังงามอย่างเชื่องช้า ด้วยเบื่อหน่ายกับบรรยากาศสุดอ้างว้างอย่างเช่นทุกเช้าที่ไร้เงาของบิดาและมารดา บ้านหลังใหญ่ดูเงียบเหงาแบบนี้มากว่าสองปีแล้ว หากแต่พอเดินมาถึงห้องครัวเท้าเรียวเล็กก็ถึงกับชะงักกึก ดวงตาหวานปนเศร้าพลันเปล่งประกายเจิดจ้าในวินาทีที่เหลือบไปเห็นแผ่นหลังของผู้หญิงที่เธอรักและเทิดทูนที่สุด
더 보기
ความทรงจำสีหม่น (75%)
“ฉันบอกว่าเอามา!” “เฮ้! พวกเธอไม่มีปัญญาหรือไงวะ ถึงได้มาข่มขู่ลอกการบ้านยัยนั่นอยู่ได้” น้ำเสียงกระด้างเจือดุดันที่โพล่งขึ้นทำให้ทุกคนต่างหันไปมองผู้มาใหม่ “พงษ์! พงษ์มาหามินนี่เหรอ” สาวป็อปประจำโรงเรียนร้องอุทานด้วยความยินดี แล้วรีบปรี่เข้าไปเกาะแขนของแฟนหนุ่มสุดหล่อด้วยสีหน้าระรื่น “เปล่า” เขาตอบหน้าตาย ก่อนจะแกะมือของอีกฝ่ายออกจากแขนของตัวเอง ท่าทางเหินห่างทำให้เมริษาถึงกับหน้าเสีย แต่ยังทำเป็นเชิดเหมือนว่าไม่ได้รู้สึกอะไร“แล้วพงษ์มาทำอะไรที่นี่”“ฉันมาแข่งบาส”“งั้นที่อาจารย์บอกว่าจะมีการแข่งบาสเชื่อมสัมพันธ์ ก็แสดงว่าเป็นการแข่งบาสระหว่างโรงเรียนพงษ์กับโรงเรียนมินนี่น่ะสิ” เห็นท่าทางเย็นชาของแฟนเด็กที่อายุห่างกันหนึ่งปีเธอก็ชวนคุยอย่างกระตือรือร้น“ใช่” พงษ์สวัสดิ์ตอบห้วนๆ เริ่มมีสีหน้าเบื่อหน่ายกับคำถามฟังดูไร้สาระ ปากขยับโต้ตอบกับเมริษา แต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับลอบมองคิริมาเป็นระยะ “อุ๊ย! งั้นมินนี่จะรอเชียร์นะ ป่ะพวกเราไปขึ้นสแตนด์กันเถอะ” เมริษาเอ่ยเอาใจแฟนหนุ่มของเธอ ก่อนจะหันไปชักชวนเพื่อนๆ โดยลืมเรื่องส่งการบ้านไปเสียสนิท “เดี๋ยวก่อนมินนี่”“พงษ์เปลี่ยนใจจะไป
더 보기
ความทรงจำสีหม่น (100%)
12 สิงหาคม 0.09 น.ห้องดับจิต โรงพยาบาลรักษ์ ที่ตรงนี้มันทั้งวังเวง เงียบเหงา เคว้งคว้าง และหนาวเหน็บจนน่าขนลุก มันไม่เหมาะกับเด็กวัยสิบหกอย่างคิริมาเลยสักนิด แต่ชะตาก็กำหนดให้เธอมายืนร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ที่นี่ ความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของเธอเกิดขึ้นที่ห้องดับจิตของโรงพยาบาลแห่งนี้ พ่อและแม่นอนอยู่บนเตียงข้างกันในสภาพไร้ลมหายใจ ทั้งคู่มีปากเสียงกันขั้นรุนแรง และถึงขั้นลงไม้ลงมือ ก่อนจะจบชีวิตลงด้วยคมมีดที่ต่างจ้วงแทงกัน จากคนที่เคยรักกันปานจะกลืนกินกลับกลายเป็นเกลียดกันจนสามารถทำร้ายให้ตายกันไปข้าง เพียงเพราะมีมือที่สามเข้ามาแทรกกลาง แต่อะไรก็ไม่โหดร้ายและแสนเจ็บปวดเท่ากับทุกช่วงเวลาของการเกิดเหตุสุดสะเทือนขวัญนั้นมีเธอร่วมรับรู้และอยู่ด้วยในทุกเสี้ยววินาที พ่อกับแม่ทำร้ายกันด้วยแรงโทสะทั้งหมดที่มี โดยไม่สนเสียงร้องไห้วิงวอนปานปิ่มจะขาดใจของลูกสาวอย่างเธอ วาจาหยาบคายถูกพ่นออกมาสาดใส่หน้ากัน และถ้อยคำเหล่านั้นก็ทำให้เธอช็อกไม่น้อย เพราะได้รับรู้ความจริงอย่างกระจ่างใจว่าทำไมแม่ถึงห้ามเสมอว่าอย่าเอ่ยถึงพ่อให้ได้ยิน นั่นก็เพราะว่าพ่อยักยอกเงินของบริษัทไปปรนเปรอเมียน้อยและลูกซึ่งอ
더 보기
ความทรงจำสีหม่น (125%)
“ลุงทนาย” น้ำเสียงสั่นเครือบวกกับนัยน์ตาแดงๆ ที่คลอเคล้าไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ทำให้ผู้ที่มาทันได้ยินเสียงซุบซิบของเด็กนักเรียนหญิงมัธยมปลายที่นั่งห่างออกไปแค่สองโต๊ะรู้สึกเวทนาคนที่ขาดทั้งพ่อและแม่แบบกะทันหัน ก่อนจะก้มลงส่งสายตาให้กำลังใจ แล้วเอ่ยชักชวนเบาๆ “กลับบ้านกันเถอะลูก…ลุงมารับ”คิริมาพยักหน้าอย่างเศร้าๆ แล้วลุกขึ้นด้วยท่าทางเนือยๆ ก่อนจะเดินตามหลังทนายความประจำตระกูลไป ไม่นานทั้งคู่ก็มานั่งข้างๆ กันในรถตู้ “หนูมีอะไรอยากจะเล่าให้ลุงฟังไหมลูก”หลังจากเอ่ยบอกให้คนขับรถออกรถ ทนายวิชิตก็หันมาหาคนที่เอาแต่นั่งบีบมือตัวเองและก้มหน้าไม่พูดไม่จา ท่าทางแบบนี้ทำให้คนที่รับใช้ตระกูลรุ่งเรืองโรจนไพศาลมาอย่างยาวนานรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังพยายามข่มกลั้นอารมณ์ไม่ให้ตัวเองแสดงความอ่อนแอออกมา “ไม่มีค่ะ หนูไม่ได้เป็นอะไร…หนูโอเค” สาวน้อยปฏิเสธเสียงสะท้านพร้อมส่ายหน้าจนผมกระจาย ทว่ากลับไม่ยอมเงยขึ้นสบตากับอีกฝ่าย “ถ้ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจก็พูดให้ลุงฟังได้นะ อย่าเก็บไว้คนเดียว ถึงหนูจะไม่มีพ่อกับแม่แต่หนูก็ยังมีลุงอยู่นะลูก ถึงแม้หนูจะไม่ยอมไปอยู่ที่บ้านลุง แต่อย่างน้อยหากหนูมีเรื่องไม่สบายใจขอ
더 보기
ความทรงจำสีหม่น (150%)
“เธอจะมาคาดคั้นเอาอะไรจากฉัน เธอเสียแค่พ่อ แต่ฉันเสียทั้งพ่อและแม่ ฉันไม่เหลือทั้งพ่อและแม่เธอได้ยินไหม ได้ยินไหมว่าฉันไม่เหลือใคร” คิริมาผลักอกอีกฝ่ายคืน แล้วสวนกลับอย่างเหลืออด เจียนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ แต่ไม่หรอกเธอจะไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้เห็นน้ำตา การแสดงความอ่อนแอไม่ใช่สิ่งที่เธอปรารถนา “ทุกอย่างมันเป็นเพราะแม่ของเธอ ถ้าแม่ของเธอไม่บ้าสติแตกเพราะความหึงหวงแม่กับฉันก็คงไม่ต้องเสียพ่อไป” คนที่ถูกแม่ฝังหัวให้เกลียดเมียหลวงและลูกมาตั้งแต่เล็กจนโตยังคงไม่เลิกราวีง่ายๆ และการปรักปรำว่าทุกอย่างเป็นความผิดของแม่เธอแต่เพียงผู้เดียวก็ทำให้คิริมาโกรธจนตัวสั่น “ถ้าเธอไม่รู้อะไรก็อย่าพูด และอย่าบังอาจมาใส่ร้ายแม่ฉัน!” คิริมากดเสียงต่ำตอบโต้ ตบท้ายด้วยการเอ่ยเป็นเชิงปกป้องแม่ของตนในท้ายประโยค “ฉันจะใส่ร้ายจะทำไม แม่เธอมันชั่ว! แม่เธอมันเลว! ได้ยินไหม!”แทนที่จะกริ่งเกรงพิริยากลับเอื้อมมือมากระชากไหล่ของคิริมา แล้วเขย่าแรงๆ พร้อมตะโกนใส่หน้าปาวๆ และกำลังจะทำร้ายคิริมาด้วยฤทธิ์ของโทสะหากว่าเสียงกระด้างของใครบางคนไม่ดังแทรกขึ้นเสียก่อน “หยุดนะ!”“อย่ามายุ่ง!” พิริยาซึ่งอยู่ในอารมณ์เกรี
더 보기
ความทรงจำสีหม่น (170%)
“โอ๋…โอ๋…ไม่เอา ไม่ร้องนะครับ”คนที่ไม่เคยปลอบใครตัดสินใจดึงร่างสั่นเทาเพราะแรงสะอื้นเข้ามากอดไว้ด้วยท่าทางเงอะๆ งะๆ ก่อนจะขยับปากหยักพึมพำปลอบประโลม พร้อมลูบแผ่นหลังสะท้านอย่างแผ่วเบา สัมผัสอบอุ่นเจืออ่อนโยนทำให้คนที่กำลังร้องไห้ถอนสะอื้น เริ่มสงบสติอารมณ์ได้บ้าง ก่อนจะขืนกายออกจากอ้อมกอดของคนที่คิดว่าน่าจะอายุน้อยกว่าแต่ตัวสูงกว่าเธอ แล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างอายๆ“เอ่อ…ขอบใจนายมากนะ”“สำหรับพี่สาวแล้วยินดีมากครับ” หนุ่มหล่อมาดนิ่งล้วงกระเป๋าด้วยท่าทางสบายๆ พลางยิ้มจนตาหยี และรอยยิ้มจริงใจนั้นก็ทำให้คิริมาอดที่จะยิ้มตอบไม่ได้ “งั้นฉันไปนะ”“บ๊ายบายครับ”คนหน้านิ่งยังคงส่งยิ้มให้ผู้ที่ตนรู้สึกถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็น ขณะโบกมือให้อีกฝ่าย ทว่าเมื่อเหลือบไปเห็นเลือดตรงขาเรียวซึ่งเลยขอบกระโปรงยาวเขาก็หลุดอุทานออกมา “โอ๊ะ! อย่าเพิ่งไปครับ ขาพี่สาวมีเลือดออกนี่นา”“ไม่เป็นไรหรอก แผลแค่นี้เอง”“ไม่ได้ครับ เกิดติดเชื้อขึ้นมาจะทำยังไง มานี่ครับ…มานั่งตรงนี้ก่อน เดี๋ยวเมศทำแผลให้” ปรเมศไม่ยอมให้อีกฝ่ายจากไปง่ายๆ ถือวิสาสะจูงมือเรียวมานั่งลงตรงม้านั่งใต้ร่มไม้ที่อยู่ไม่ไกล จากนั้นเขาก็ปลดกระเป
더 보기
ร้ายกาจที่สุด (25%)
ตอน ม.5 เทอม 1ขึ้นปีการศึกษาใหม่คิริมาก็ได้ย้ายโรงเรียนสมใจ โรงเรียนใหม่และสังคมใหม่ทำให้คนที่เพิ่งย้ายมาต้องปรับตัวพอสมควร หากแต่ไม่ยากเกินความสามารถ จะแย่หน่อยก็ตรงที่เธอไม่มีเพื่อนเท่าไร ไม่ค่อยมีใครอยากคุยกับเธอ ด้วยความที่เธอเป็นคนพูดน้อยทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าหา จะมีก็แต่ตุ๊ดยักษ์ประจำห้องอย่างศุภชัยหรือเอวาที่เดินเข้ามาพูดคุยกับเธอ คอยช่วยเหลือในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนในที่สุดทั้งคู่ก็กลายเป็นเพื่อนสนิทกันในระยะเวลาเพียงไม่นาน และอีกฝ่ายก็ทำให้คิริมารู้ว่าโลกนี้ไม่โหดร้ายจนเกินไป อย่างน้อยก็ยังมีชายใจหญิงอย่างศุภชัยคอยอยู่เคียงข้างในวันที่เธอไม่เหลือใคร คอยปลอบใจในวันที่เธออ่อนแอจนมีน้ำตา ทุกอย่างมันกำลังจะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ อยู่แล้ว หากว่าในช่วงพักเที่ยงของวันหนึ่งจะไม่มีใครคนบางคนเดินเข้ามาผลักอกเธอในจังหวะที่กำลังจะก้าวเข้าห้องน้ำ พอเงยหน้าขึ้นก็ปรากฏว่าเป็นพิริยา ยังไม่ทันจะได้จับต้นชนปลายอีกฝ่ายก็ชี้หน้าด่าเธอเสียงดังลั่น ว่าแม่ของเธอทำให้พ่อของอีกฝ่ายตาย ทำเอานักเรียนใหม่ที่คิดว่าจะย้ายมาเจอสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่าเดิมถึงกับแทบปล่อยโฮออกมา เสียงตะโกนด่าทอของพิริยาทำให้เ
더 보기
ร้ายกาจที่สุด (50%)
“นั่นสิ ฉันลืมไปเลย ว่าเธอไม่มีแม่นี่นา” คนที่ตั้งใจเข้ามาหาเรื่องก่อกวนนักเรียนใหม่ของห้องกอดอกสาดน้ำคำแทงใจดำคนฟัง แล้วยิ้มเยาะอย่างสะใจเมื่อเห็นเธอตาแดงๆ “ฉันมีแม่!” คิริมาเชิดหน้าตอบโต้เสียงแข็งๆ ทั้งที่น้ำตาเจียนจะหยดแหมะอยู่รอมร่อ พยายามจะไม่แสดงความอ่อนแอให้อีกฝ่ายได้ใจ แต่มันช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน ถึงแม้แม่จะจากไปเกือบจะครบหนึ่งปีในอีกไม่กี่วันข้างหน้าแต่เธอก็ยังคงอาลัยอาวรณ์ท่านไม่เสื่อมคลาย เธอยังคิดถึงและโหยหาอ้อมกอดของแม่ คนมีแม่ไม่เข้าใจหรอกว่าในวันแม่คนที่ขาดแม่มันรู้สึกอ้างว้างและเจ็บปวดหัวใจมากแค่ไหน “เธอไม่มีแม่!” “ฉันมีแม่! ฉันมีแม่พวกเธอได้ยินไหม!” “เธอไม่มีแม่! แม่เธอตายแล้ว! ยัยเด็กไม่มีแม่!” สามสาวประสานเสียงตะโกนใส่หน้าคนที่ตกเป็นแกะดำของโรงเรียน คิริมาทำเพียงกำหมัดแน่นๆ เม้มริมฝีปากสั่นระริกเข้าหากันอย่างพยายามจะข่มกลั้นอารมณ์เอาไว้ ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีไปแบบไร้ทิศทาง ที่สุดเธอก็มาหยุดลงที่ดาดฟ้า สถานที่ต้องห้ามสำหรับเด็กนักเรียนทุกคนแต่ไม่รู้ว่าใครมาแอบเปิดประตูค้างเอาไว้ ร่างบอบบางทว่าสั่นเทาเดินไปนั่งลงที่ข้างผนังดาดฟ้าอย่างหมดแรง ทันใดนั้นความ
더 보기
ร้ายกาจที่สุด (75%)
“อย่ามายุ่งกับฉัน!” คราวนี้เธอหลับหูหลับตาตะเบ็งเสียงไล่ตะเพิด “โห...หลงตัวเองชิบหาย ใครอยากยุ่งกับเธอไม่ทราบ ผู้หญิงอะไรร้องไห้ได้ทุเรศสุดๆ ทั้งขี้มูกขี้ตา” เขามองเธออย่างหยันๆ ขณะสวนกลับด้วยนำคำยโสชวนหมั่นไส้ “ไม่อยากยุ่งก็ไปไกลๆ เลย ไปให้พ้น!”“อย่ามาปากดีนะโว้ย! ดาดฟ้าเนี่ยคือที่ของพวกฉัน ถ้าไม่อยากโดนดีก็รีบเช็ดขี้มูกขี้ตา แล้วไสหัวไปซะแม่นักเรียนใหม่” เขาขึ้นเสียงไล่ตะเพิดพลางชี้มือไปยังประตูไม่รอให้ถูกไล่ซ้ำคิริมาก็ผุดลุกขึ้น ยกหลังมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาที่ยังหลงเหลืออย่างลวกๆ แล้วผลักอกกว้างแรงๆ พร้อมตะโกนด้วยถ้อยคำที่ทำให้พงษ์สวัสดิ์นิ่งงันไปชั่วขณะ “ไอ้คนใจร้าย! ฉันเกลียดนาย!”จากนั้นร่างบางก็วิ่งจากไปไม่เหลียวหลัง“ยัยบ้าเอ๊ย! บังอาจมาเกลียดฉันได้ยังไงวะ”คนไม่เคยถูกสาวตะโกนใส่หน้าว่าเกลียดกะพริบตาอย่างเรียกสติ ก่อนจะหลุดสบถออกมาด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่าน แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อเสียงกลั้วหัวเราะดังขึ้น “ชอบหรือไง ถึงได้แกล้งเขา”ยังไม่ทันจะขาดคำเผ่าก็เดินล้วงกระเป๋าออกมาจากที่ซ่อนตรงหลังประตูดาดฟ้า หลังจากแอบดูฉากเด็ดอยู่เป็นนานสองนาน โดยมีคิมหันต์เดินตามมาติดๆ แล
더 보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status