รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์

รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-11-04
Oleh:  พราวนภาTamat
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
148Bab
3.2KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

แฟชั่นตกยุคและหนุ่มฮอตสุดแนวของคณะแพทย์ศาสตร์ดูยังไงก็ไม่เข้ากัน พงษ์สวัสดิ์และคิริมา เปรียบประดุจดังเส้นขนานที่มิอาจมาบรรจบ แต่โชคชะตาก็ดลบันดาลให้เขากับเธอมาลงเอยกันที่เตียง ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนเป็นเหตุให้คนที่ ‘เคย’ มี ‘อดีต’ ร่วมกันมีโอกาสได้ใกล้ชิดกันอีกครั้ง ยิ่งเธอเชิดใส่เขาก็ยิ่งหมั่นไส้ ยิ่งเธอทำท่ารังเกียจเขาก็ยิ่งอยากตอแย ยิ่งเธอหนีเขาก็ยิ่งตาม ให้มันรู้กันไปว่าใครมันจะแน่กว่ากัน! “จะบอกอะไรให้นะป้า ถึงผมจะเมาผมก็มีสติว่าตัวเองกำลังเอากับใคร และเอาท่าไหนบ้าง” คนยโสลอยหน้าบอกด้วยท่าทางมาดมั่นจนน่าหมั่นไส้ “ถ้ายังไม่หยุดพูด ฉันไล่คุณออกแน่คุณหมอพงษ์สวัสดิ์” “แหม…อย่าขู่นักเลยแค่นี้ผัวก็กลัวจะแย่อยู่แล้วยาหยี” “ไอ้คนบ้านี่! อย่ามาเรียกฉันแบบนี้นะ” เธอเค้นเสียงขุ่นสวนกลับ คิดผิดอย่างมหันต์ที่ยื่นมือมายุ่งกับเรื่องนี้ เขาขยับลุกขึ้นเดินมาหา แล้วจงใจยื่นหน้ามาใกล้ๆ “ไม่ให้เรียกแบบนี้ แล้วจะให้เรียกแบบไหน เรียกเมียจ๋าดีไหม” “เด็กบ้า!”

Lihat lebih banyak

Bab 1

ความทรงจำสีหม่น (25%)

ตอน ม.4 เทอม 1

ซู่…ซ่า…

ซู่ๆ ซ่าๆ ปาทังก้า ปาทังกี้

ซู่ๆ ซี่ๆ ปาทังกี้ ปาทังก้า

สีเขียวซู่ซ่า ปาทังก้า ปาทังกี้

สีเขียวเซ็กซี่ ปาทังกี้ ปาทังก้า

ซู่…ซ่า…

วันนี้โรงเรียนข้างๆ มีการแข่งขันกีฬาสี เสียงเพลงเชียร์ลอยมากระทบหูเป็นระยะหาได้ทำให้คนหงอยมาจากบ้านอย่างคิริมา รุ่งเรืองโรจนไพศาล รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าแต่อย่างใด ตรงข้ามเธอกลับถอนหายใจออกมาหนักๆ ด้วยความเบื่อหน่าย วันหยุดมันควรจะเป็นเวลาของครอบครัว แต่ไม่ใช่สำหรับครอบครัวเธอ                          

ชีวิตเด็กเรียนดีกีฬาไม่เด่นอย่างเธอวนเวียนอยู่ที่โรงเรียนแม้กระทั่งวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เธอก็ยังมาที่โรงเรียน เพราะไม่มีที่ไป บ้านไม่น่าอยู่ เพราะพ่อกับแม่เอาแต่ทะเลาะกันด้วยเรื่องเดิมๆ นั่นก็คือการที่พ่อนอกใจแม่เอาเงินไปปรนเปรอเมียน้อย ฐานะร่ำรวย มีหน้ามีตาในสังคม แต่กลับขาดแคลนความรักความอบอุ่น พ่อไปทาง แม่ไปทาง ทิ้งให้เธอโดดเดี่ยวเคว้งคว้างเป็นเด็กขาดความอบอุ่น    

สาวน้อยคิดหมกมุ่นอยู่ในหัวเกี่ยวกับเรื่องปัญหาในครอบครัว กระทั่งนัยน์ตาหวานปนเศร้าที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้กรอบแว่นหนาเตอะเผลอมองลอดเหล็กดัดลวดลายงดงามของรั้วโรงเรียนที่อยู่ติดกัน แล้วทันใดนั้นสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับเด็กผู้ชายร่างสูงโปร่ง ผมสีเทา ที่ยืนอยู่ท่ามกลางเด็กผู้หญิงเกือบสิบคน ครั้นหรี่ตามองก็ปรากฏว่าอีกฝ่ายกำลังถูกสาวๆ รุมล้อม บ้างยื่นดอกไม้และลูกอมให้ บ้างกรีดร้องประหนึ่งเห็นดารา

เด็กผู้ชายหัวสีเทานั่นแน่ใจนะว่าเป็นนักเรียน เด่นสุด แต่ก็ผิดระเบียบสุดๆ เดาว่าเขาคงไม่ได้อยู่โรงเรียนข้างๆ คงแค่มาเช็กเรตติ้งตามประสาหนุ่มป็อป เพราะถ้าเขาอยู่โรงเรียนนั้นเขาจะไม่ทำไฮไลต์ผมสีเทาอย่างแน่นอน ที่คิดเช่นนั้นก็เพราะทราบดีว่าโรงเรียนของเธอและโรงเรียนข้างๆ มีกฎระเบียบไม่ต่างกัน เนื่องจากสองโรงเรียนมีผู้บริหารเป็นคนในเครือญาติตระกูลเดียวกัน ฉะนั้นการบริหารจึงไม่แตกต่างกัน       

คิริมามองหนุ่มป็อปที่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางวงล้อมของสาวๆ จนลืมตัว กระทั่งอีกฝ่ายเดินมายื่นหน้าหล่อๆ ติดจะร้ายชิดลูกกรงเหล็กดัด ใกล้กันเพียงแค่เหล็กกั้น ทำให้เธอถึงกับสะดุ้งเฮือก ผงะด้วยความตกตะลึงสุดขีด ก่อนจะรีบลนลานถอยห่างไปตามความยาวของม้าหินอ่อน    

“มองอยู่ได้ ไม่เคยเห็นคนหล่อหรือไง”  

เขายกมือเกาะรั้วโรงเรียนที่เป็นลูกกรงเหล็กดัดลายงดงามด้วยท่าทางกร่างๆ แล้วเค้นเสียงดุๆ คาดคั้น แต่เธอกลับทำเหมือนไม่ได้ยินเสียอย่างนั้น และท่าทางเหมือนเขาไม่มีตัวตนก็ทำให้หนุ่มฮอตสุดป็อปเหมือนโดนหักหน้า

ยัยแว่นสุดเชยหน้าตาจืดชืดนี่เป็นใครกันถึงได้กล้าดีมาทำเชิดใส่เขา    

“เฮ้! ยันแว่น! ฉันถาม ก็ตอบสิวะ”   

“หูหนวกหรือว่าเป็นใบ้ ฉันถามทำไมไม่ตอบ” เสียงแข็งๆ เอ่ยคาดคั้นให้ได้อย่างใจ ยิ่งอีกฝ่ายทำเมินเขาก็ยิ่งอยากตอแยและไล่ต้อนให้จนมุม 

“อย่ามายุ่งกับฉัน!” เธอเชิดหน้าสวนกลับอย่างชัดถ้อยชัดคำ

จากนั้นก็หันหลังให้อีกฝ่าย เจ้าของร่างบางตั้งท่าจะลุกขึ้นจากม้าหินอ่อน ทว่าอีกฝ่ายกลับรั้งสายกระเป๋าเอาไว้ ทำให้เธอหลับตาสะกดอารมณ์ แล้วหันกลับมาหาเขา

“บอกแล้วไง ว่าอย่ามายุ่งกับฉัน”

เธอเค้นเสียงเย็นชาลอดไรฟันขณะมองหนุ่มป็อปที่สาวๆ ต่างพากันคลั่งไคล้ด้วยสายตาเย็นชา ซึ่งการเชิดหน้าทำท่าถือดี ไว้ตัว และประหยัดคำพูด ยิ่งทำให้เขานึกหมั่นไส้ คึกคะนองอยากเอาชนะและก่อกวนให้แม่สาวที่ทำตัวเป็นเหมือนผู้ใหญ่เกินวัยออกอาการสติแตก  

“เสาร์อาทิตย์มาโรงเรียน สงสัยจะทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาใช่ไหมวะพวกเรา”

หัวหน้าแก๊ง ‘หน้าใสใจเถื่อน’ ที่สาวๆ พากันคลั่งไคล้หันไปเอ่ยกับอีกสามหนุ่มที่เหลือ ซึ่งทั้งธีรเดช คิมหันต์ และเผ่า ต่างพยักหน้ารับ การตอแยสาวในลักษณะกวนประสาทของพงษ์สวัสดิ์เป็นอะไรที่พวกเขาชื่นชอบเป็นที่สุด เพราะไม่บ่อยนักที่ไอ้หัวเทาจอมเกรียนที่สาวน้อยสาวใหญ่กรี๊ดทั้งโรงเรียนจะต่อปากต่อคำกับผู้หญิง   

‘เด็กมีปัญหา’ คำนี้แสนกระแทกใจ ทำเอาคิริมาเม้มปากนิ่งขึงไปชั่วขณะ เพราะเธอเป็นเด็กมีปัญหาจริงๆ พ่อไม่เคยเหลียวแล เห็นลูกเมียน้อยดีกว่าเธอ ส่วนแม่ผู้เป็นที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวก็เอาแต่ทำงานเป็นบ้าเป็นหลัง ตื่นเช้ามาสิ่งที่เธอเจอไม่ใช่หน้าแม่ แต่เป็นจานข้าวและเงินที่วางอยู่ข้างกัน   

“ปล่อยมือจากสายกระเป๋าฉัน”

“ไม่ปล่อย มีอะไรมะ” ไอ้หนุ่มหัวเทาจอมเกรียนลอยหน้าทำท่ากวนๆ ทำให้แม่สาวจอมเย็นชาสติหลุด เผลอชักสีหน้าพร้อมกับเอ่ยเสียงแข็งๆ

“ฉันบอกให้ปล่อย!”

“แน่จริงก็กระชากให้หลุดสิ”

ขาดคำเธอก็ตวัดตาขุ่นมองหน้าใสๆ แต่ร้ายเหลือใจของอีกฝ่าย ครั้นเห็นเขาเลิกคิ้วท้าทาย คิริมาก็กระชากสายกระเป๋าของตัวเองแรงๆ หวังจะให้มันหลุดจากอุ้งมือของไอ้เด็กจอมกวนประสาท ทว่านอกจากจะไม่เป็นดังใจหวังแล้ว เธอยังต้องเบิกตาโพลง ในวินาทีที่อีกฝ่ายกระชากสายกระเป๋าของเธอแรงๆ จนร่างบางเสียหลัก ลอยละลิ่วจนหน้าเกือบแนบกับลูกกรงรั้วโรงเรียน ครั้นจะขืนตัวถอยห่างอีกฝ่ายกลับรั้งเข้าหามากยิ่งขึ้น  

ทันใดนั้นก็ต้องตัวแข็งทื่อ หัวใจดวงน้อยเต้นตึกตักรุนแรง เมื่อคนที่จงใจกวนประสาทและกลั่นแกล้งสาวแว่นจอมเย็นชาแนบหน้าเกือบชิดลูกกรงอีกด้าน ยิ่งสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นแรงของอีกฝ่ายเขาก็ยิ่งได้ใจ กระตุกมุมปากยิ้มร้าย แล้วกระซิบเสียงกลั้วหัวเราะอย่างผู้กำชัยชนะ          

“นึกว่าจะแน่…”

“อูยยยยย…กวนบาทาชะมัดเลยไอ้หัวเทา”  

เสียงสูดปากแซวอย่างครื้นเครงดังออกมาจากปากหนุ่มสุดกวนประจำแก๊งหน้าใสใจเถื่อนอย่างเผ่า ก่อนที่คิมหันต์จะเอ่ยเสริมอย่างนึกสนุก  

“นั่นดิ…คาแรกเตอร์เรียกตีนสุดๆ”

“จะปล่อยฉันไปได้หรือยัง”

“ยัง”

“นายต้องการอะไรอีก” เธอมองเขาอย่างเบื่อหน่าย

สายตาคล้ายตำหนิเหมือนเขาเป็นเด็กตัวเล็กๆ ทั้งที่เธอเองก็น่าจะเกิดพร้อมกับเขาหรือไม่ก็อายุมากกว่าแค่ปีเดียวทำให้พงษ์สวัสดิ์นึกหงุดหงิด ผู้หญิงอะไรเย่อหยิ่งจนน่าหมั่นไส้ 

“พูดกับฉันเพราะๆ ก่อน แล้วจะปล่อย”

“อย่ามาสั่ง! ไอ้เด็กกวนประสาท!” คนที่ไม่เคยถูกสาวไหนตอกหน้าถึงกับอึ้งในถ้อยคำด่าทอที่อีกฝ่ายสาดใส่ เผลอปล่อยสายกระเป๋าเปิดโอกาสให้เธอไหวตัวถอยห่าง 

“ก่อนจะมาสั่งอะไรคนอื่น ไปย้อมผมให้ถูกระเบียบโรงเรียนก่อนเถอะ” คิริมาเชิดหน้าเอ่ยตบท้ายด้วยถ้อยคำกระแทกใจ ก่อนจะหมุนตัวเดินลิ่วจากไปแบบไม่เหลียวหลัง 

“ยัยแว่นปากจัด! แน่จริงก็อย่าเดินหนีสิวะ!”

ครั้นได้สติพงษ์สวัสดิ์ก็ตะโกนไล่หลังไปหาเรื่อง ทว่านอกจากจะทำหูทวนลมแล้วอีกฝ่ายยังวิ่งหนีไปคล้ายรำคาญเสียเต็มประดา ทำเอาคนไม่เคยถูกขัดใจถึงกับคำรามลั่น    

“ฮึ่ม! ฝากไว้ก่อนเถอะ!”

“นึกยังไงถึงไปแกล้งผู้หญิงเชยๆ แบบนั้น”

หนุ่มน้อยมาดนิ่งสุดเนี๊ยบอย่างคุณชายธีรเดชเอ่ยถามอย่างยิ้มๆ เพราะไม่เคยเห็นเพื่อนรักเป็นแบบนี้มาก่อน ซึ่งคิมหันต์และเผ่าก็เห็นด้วยไม่ต่างกัน  

“นั่นดิ ยัยนั่นไม่ใช่สเปกมึงนี่หว่า”

“เอ๊ะ…หรือว่ามึงนึกคึกอยากจะตกสาวเชยขึ้นมา”

“เห็นหน้าเอ๋อๆ แต่อวดดีแล้วหมั่นไส้ เลยอยากแกล้ง…ก็แค่นั้น” คนกลายเป็นผู้ถูกไล่ต้อนไหวไหล่เล็กน้อย ขณะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาสีหน้าเรียบสนิท 

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
148 Bab
ความทรงจำสีหม่น (25%)
ตอน ม.4 เทอม 1ซู่…ซ่า…ซู่ๆ ซ่าๆ ปาทังก้า ปาทังกี้ซู่ๆ ซี่ๆ ปาทังกี้ ปาทังก้าสีเขียวซู่ซ่า ปาทังก้า ปาทังกี้สีเขียวเซ็กซี่ ปาทังกี้ ปาทังก้าซู่…ซ่า…วันนี้โรงเรียนข้างๆ มีการแข่งขันกีฬาสี เสียงเพลงเชียร์ลอยมากระทบหูเป็นระยะหาได้ทำให้คนหงอยมาจากบ้านอย่างคิริมา รุ่งเรืองโรจนไพศาล รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าแต่อย่างใด ตรงข้ามเธอกลับถอนหายใจออกมาหนักๆ ด้วยความเบื่อหน่าย วันหยุดมันควรจะเป็นเวลาของครอบครัว แต่ไม่ใช่สำหรับครอบครัวเธอ ชีวิตเด็กเรียนดีกีฬาไม่เด่นอย่างเธอวนเวียนอยู่ที่โรงเรียนแม้กระทั่งวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เธอก็ยังมาที่โรงเรียน เพราะไม่มีที่ไป บ้านไม่น่าอยู่ เพราะพ่อกับแม่เอาแต่ทะเลาะกันด้วยเรื่องเดิมๆ นั่นก็คือการที่พ่อนอกใจแม่เอาเงินไปปรนเปรอเมียน้อย ฐานะร่ำรวย มีหน้ามีตาในสังคม แต่กลับขาดแคลนความรักความอบอุ่น พ่อไปทาง แม่ไปทาง ทิ้งให้เธอโดดเดี่ยวเคว้งคว้างเป็นเด็กขาดความอบอุ่น สาวน้อยคิดหมกมุ่นอยู่ในหัวเกี่ยวกับเรื่องปัญหาในครอบครัว กระทั่งนัยน์ตาหวานปนเศร้าที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้กรอบแว่นหนาเตอะเผลอมองลอดเหล็กดัดลวดลายงดงามของรั้วโรงเรียนที่อยู
Baca selengkapnya
ความทรงจำสีหม่น (50%)
“แค่นั้นจริงๆ เหรอวะ” เผ่าเอ่ยถามเป็นเชิงย้ำด้วยสีหน้ากลั้นยิ้ม“ก็เออสิวะ”สามหนุ่มได้แต่มองหน้ากัน แล้วลอบอมยิ้ม เพราะรู้เท่าทันว่าภายใต้ถ้อยคำปฏิเสธหน้าตายนั้นมันอาจจะมีอะไรมากกว่าคำว่าหมั่นไส้ซุกซ่อนอยู่ วันนี้คิริมาตื่นสายกว่าปกติ เพราะอยู่ๆ ก็เกิดนอนไม่หลับในค่ำคืนที่ผ่านมา กว่าจะข่มตาหลับได้ก็ปาเข้าไปเกือบตีหนึ่ง หัวสมองน้อยๆ เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องเด็กผู้ชายหัวสีเทาคนนั้น เจอกันแค่เพียงครั้งแต่เธอกลับจดจำเขาได้อย่างติดตา ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าหล่อใสสไตล์โอปป้า แววตาร้ายๆ และท่าทางกวนประสาทจนน่าหมั่นไส้ สาวน้อยผมสั้น นัยน์ตากลมโต ผิวขาวอมชมพู ใบหน้ากระจ่างใสสมวัยถูกซุกซ่อนไว้ภายใต้แว่นตาหนาเตอะสุดเชย จนใครต่อใครต่างก็มองว่าเธอเฉิ่มเชย ร่างแน่งน้อยก้าวลงจากบันไดของคฤหาสน์หลังงามอย่างเชื่องช้า ด้วยเบื่อหน่ายกับบรรยากาศสุดอ้างว้างอย่างเช่นทุกเช้าที่ไร้เงาของบิดาและมารดา บ้านหลังใหญ่ดูเงียบเหงาแบบนี้มากว่าสองปีแล้ว หากแต่พอเดินมาถึงห้องครัวเท้าเรียวเล็กก็ถึงกับชะงักกึก ดวงตาหวานปนเศร้าพลันเปล่งประกายเจิดจ้าในวินาทีที่เหลือบไปเห็นแผ่นหลังของผู้หญิงที่เธอรักและเทิดทูนที่สุด
Baca selengkapnya
ความทรงจำสีหม่น (75%)
“ฉันบอกว่าเอามา!” “เฮ้! พวกเธอไม่มีปัญญาหรือไงวะ ถึงได้มาข่มขู่ลอกการบ้านยัยนั่นอยู่ได้” น้ำเสียงกระด้างเจือดุดันที่โพล่งขึ้นทำให้ทุกคนต่างหันไปมองผู้มาใหม่ “พงษ์! พงษ์มาหามินนี่เหรอ” สาวป็อปประจำโรงเรียนร้องอุทานด้วยความยินดี แล้วรีบปรี่เข้าไปเกาะแขนของแฟนหนุ่มสุดหล่อด้วยสีหน้าระรื่น “เปล่า” เขาตอบหน้าตาย ก่อนจะแกะมือของอีกฝ่ายออกจากแขนของตัวเอง ท่าทางเหินห่างทำให้เมริษาถึงกับหน้าเสีย แต่ยังทำเป็นเชิดเหมือนว่าไม่ได้รู้สึกอะไร“แล้วพงษ์มาทำอะไรที่นี่”“ฉันมาแข่งบาส”“งั้นที่อาจารย์บอกว่าจะมีการแข่งบาสเชื่อมสัมพันธ์ ก็แสดงว่าเป็นการแข่งบาสระหว่างโรงเรียนพงษ์กับโรงเรียนมินนี่น่ะสิ” เห็นท่าทางเย็นชาของแฟนเด็กที่อายุห่างกันหนึ่งปีเธอก็ชวนคุยอย่างกระตือรือร้น“ใช่” พงษ์สวัสดิ์ตอบห้วนๆ เริ่มมีสีหน้าเบื่อหน่ายกับคำถามฟังดูไร้สาระ ปากขยับโต้ตอบกับเมริษา แต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับลอบมองคิริมาเป็นระยะ “อุ๊ย! งั้นมินนี่จะรอเชียร์นะ ป่ะพวกเราไปขึ้นสแตนด์กันเถอะ” เมริษาเอ่ยเอาใจแฟนหนุ่มของเธอ ก่อนจะหันไปชักชวนเพื่อนๆ โดยลืมเรื่องส่งการบ้านไปเสียสนิท “เดี๋ยวก่อนมินนี่”“พงษ์เปลี่ยนใจจะไป
Baca selengkapnya
ความทรงจำสีหม่น (100%)
12 สิงหาคม 0.09 น.ห้องดับจิต โรงพยาบาลรักษ์ ที่ตรงนี้มันทั้งวังเวง เงียบเหงา เคว้งคว้าง และหนาวเหน็บจนน่าขนลุก มันไม่เหมาะกับเด็กวัยสิบหกอย่างคิริมาเลยสักนิด แต่ชะตาก็กำหนดให้เธอมายืนร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ที่นี่ ความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของเธอเกิดขึ้นที่ห้องดับจิตของโรงพยาบาลแห่งนี้ พ่อและแม่นอนอยู่บนเตียงข้างกันในสภาพไร้ลมหายใจ ทั้งคู่มีปากเสียงกันขั้นรุนแรง และถึงขั้นลงไม้ลงมือ ก่อนจะจบชีวิตลงด้วยคมมีดที่ต่างจ้วงแทงกัน จากคนที่เคยรักกันปานจะกลืนกินกลับกลายเป็นเกลียดกันจนสามารถทำร้ายให้ตายกันไปข้าง เพียงเพราะมีมือที่สามเข้ามาแทรกกลาง แต่อะไรก็ไม่โหดร้ายและแสนเจ็บปวดเท่ากับทุกช่วงเวลาของการเกิดเหตุสุดสะเทือนขวัญนั้นมีเธอร่วมรับรู้และอยู่ด้วยในทุกเสี้ยววินาที พ่อกับแม่ทำร้ายกันด้วยแรงโทสะทั้งหมดที่มี โดยไม่สนเสียงร้องไห้วิงวอนปานปิ่มจะขาดใจของลูกสาวอย่างเธอ วาจาหยาบคายถูกพ่นออกมาสาดใส่หน้ากัน และถ้อยคำเหล่านั้นก็ทำให้เธอช็อกไม่น้อย เพราะได้รับรู้ความจริงอย่างกระจ่างใจว่าทำไมแม่ถึงห้ามเสมอว่าอย่าเอ่ยถึงพ่อให้ได้ยิน นั่นก็เพราะว่าพ่อยักยอกเงินของบริษัทไปปรนเปรอเมียน้อยและลูกซึ่งอ
Baca selengkapnya
ความทรงจำสีหม่น (125%)
“ลุงทนาย” น้ำเสียงสั่นเครือบวกกับนัยน์ตาแดงๆ ที่คลอเคล้าไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ทำให้ผู้ที่มาทันได้ยินเสียงซุบซิบของเด็กนักเรียนหญิงมัธยมปลายที่นั่งห่างออกไปแค่สองโต๊ะรู้สึกเวทนาคนที่ขาดทั้งพ่อและแม่แบบกะทันหัน ก่อนจะก้มลงส่งสายตาให้กำลังใจ แล้วเอ่ยชักชวนเบาๆ “กลับบ้านกันเถอะลูก…ลุงมารับ”คิริมาพยักหน้าอย่างเศร้าๆ แล้วลุกขึ้นด้วยท่าทางเนือยๆ ก่อนจะเดินตามหลังทนายความประจำตระกูลไป ไม่นานทั้งคู่ก็มานั่งข้างๆ กันในรถตู้ “หนูมีอะไรอยากจะเล่าให้ลุงฟังไหมลูก”หลังจากเอ่ยบอกให้คนขับรถออกรถ ทนายวิชิตก็หันมาหาคนที่เอาแต่นั่งบีบมือตัวเองและก้มหน้าไม่พูดไม่จา ท่าทางแบบนี้ทำให้คนที่รับใช้ตระกูลรุ่งเรืองโรจนไพศาลมาอย่างยาวนานรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังพยายามข่มกลั้นอารมณ์ไม่ให้ตัวเองแสดงความอ่อนแอออกมา “ไม่มีค่ะ หนูไม่ได้เป็นอะไร…หนูโอเค” สาวน้อยปฏิเสธเสียงสะท้านพร้อมส่ายหน้าจนผมกระจาย ทว่ากลับไม่ยอมเงยขึ้นสบตากับอีกฝ่าย “ถ้ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจก็พูดให้ลุงฟังได้นะ อย่าเก็บไว้คนเดียว ถึงหนูจะไม่มีพ่อกับแม่แต่หนูก็ยังมีลุงอยู่นะลูก ถึงแม้หนูจะไม่ยอมไปอยู่ที่บ้านลุง แต่อย่างน้อยหากหนูมีเรื่องไม่สบายใจขอ
Baca selengkapnya
ความทรงจำสีหม่น (150%)
“เธอจะมาคาดคั้นเอาอะไรจากฉัน เธอเสียแค่พ่อ แต่ฉันเสียทั้งพ่อและแม่ ฉันไม่เหลือทั้งพ่อและแม่เธอได้ยินไหม ได้ยินไหมว่าฉันไม่เหลือใคร” คิริมาผลักอกอีกฝ่ายคืน แล้วสวนกลับอย่างเหลืออด เจียนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ แต่ไม่หรอกเธอจะไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้เห็นน้ำตา การแสดงความอ่อนแอไม่ใช่สิ่งที่เธอปรารถนา “ทุกอย่างมันเป็นเพราะแม่ของเธอ ถ้าแม่ของเธอไม่บ้าสติแตกเพราะความหึงหวงแม่กับฉันก็คงไม่ต้องเสียพ่อไป” คนที่ถูกแม่ฝังหัวให้เกลียดเมียหลวงและลูกมาตั้งแต่เล็กจนโตยังคงไม่เลิกราวีง่ายๆ และการปรักปรำว่าทุกอย่างเป็นความผิดของแม่เธอแต่เพียงผู้เดียวก็ทำให้คิริมาโกรธจนตัวสั่น “ถ้าเธอไม่รู้อะไรก็อย่าพูด และอย่าบังอาจมาใส่ร้ายแม่ฉัน!” คิริมากดเสียงต่ำตอบโต้ ตบท้ายด้วยการเอ่ยเป็นเชิงปกป้องแม่ของตนในท้ายประโยค “ฉันจะใส่ร้ายจะทำไม แม่เธอมันชั่ว! แม่เธอมันเลว! ได้ยินไหม!”แทนที่จะกริ่งเกรงพิริยากลับเอื้อมมือมากระชากไหล่ของคิริมา แล้วเขย่าแรงๆ พร้อมตะโกนใส่หน้าปาวๆ และกำลังจะทำร้ายคิริมาด้วยฤทธิ์ของโทสะหากว่าเสียงกระด้างของใครบางคนไม่ดังแทรกขึ้นเสียก่อน “หยุดนะ!”“อย่ามายุ่ง!” พิริยาซึ่งอยู่ในอารมณ์เกรี
Baca selengkapnya
ความทรงจำสีหม่น (170%)
“โอ๋…โอ๋…ไม่เอา ไม่ร้องนะครับ”คนที่ไม่เคยปลอบใครตัดสินใจดึงร่างสั่นเทาเพราะแรงสะอื้นเข้ามากอดไว้ด้วยท่าทางเงอะๆ งะๆ ก่อนจะขยับปากหยักพึมพำปลอบประโลม พร้อมลูบแผ่นหลังสะท้านอย่างแผ่วเบา สัมผัสอบอุ่นเจืออ่อนโยนทำให้คนที่กำลังร้องไห้ถอนสะอื้น เริ่มสงบสติอารมณ์ได้บ้าง ก่อนจะขืนกายออกจากอ้อมกอดของคนที่คิดว่าน่าจะอายุน้อยกว่าแต่ตัวสูงกว่าเธอ แล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างอายๆ“เอ่อ…ขอบใจนายมากนะ”“สำหรับพี่สาวแล้วยินดีมากครับ” หนุ่มหล่อมาดนิ่งล้วงกระเป๋าด้วยท่าทางสบายๆ พลางยิ้มจนตาหยี และรอยยิ้มจริงใจนั้นก็ทำให้คิริมาอดที่จะยิ้มตอบไม่ได้ “งั้นฉันไปนะ”“บ๊ายบายครับ”คนหน้านิ่งยังคงส่งยิ้มให้ผู้ที่ตนรู้สึกถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็น ขณะโบกมือให้อีกฝ่าย ทว่าเมื่อเหลือบไปเห็นเลือดตรงขาเรียวซึ่งเลยขอบกระโปรงยาวเขาก็หลุดอุทานออกมา “โอ๊ะ! อย่าเพิ่งไปครับ ขาพี่สาวมีเลือดออกนี่นา”“ไม่เป็นไรหรอก แผลแค่นี้เอง”“ไม่ได้ครับ เกิดติดเชื้อขึ้นมาจะทำยังไง มานี่ครับ…มานั่งตรงนี้ก่อน เดี๋ยวเมศทำแผลให้” ปรเมศไม่ยอมให้อีกฝ่ายจากไปง่ายๆ ถือวิสาสะจูงมือเรียวมานั่งลงตรงม้านั่งใต้ร่มไม้ที่อยู่ไม่ไกล จากนั้นเขาก็ปลดกระเป
Baca selengkapnya
ร้ายกาจที่สุด (25%)
ตอน ม.5 เทอม 1ขึ้นปีการศึกษาใหม่คิริมาก็ได้ย้ายโรงเรียนสมใจ โรงเรียนใหม่และสังคมใหม่ทำให้คนที่เพิ่งย้ายมาต้องปรับตัวพอสมควร หากแต่ไม่ยากเกินความสามารถ จะแย่หน่อยก็ตรงที่เธอไม่มีเพื่อนเท่าไร ไม่ค่อยมีใครอยากคุยกับเธอ ด้วยความที่เธอเป็นคนพูดน้อยทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าหา จะมีก็แต่ตุ๊ดยักษ์ประจำห้องอย่างศุภชัยหรือเอวาที่เดินเข้ามาพูดคุยกับเธอ คอยช่วยเหลือในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนในที่สุดทั้งคู่ก็กลายเป็นเพื่อนสนิทกันในระยะเวลาเพียงไม่นาน และอีกฝ่ายก็ทำให้คิริมารู้ว่าโลกนี้ไม่โหดร้ายจนเกินไป อย่างน้อยก็ยังมีชายใจหญิงอย่างศุภชัยคอยอยู่เคียงข้างในวันที่เธอไม่เหลือใคร คอยปลอบใจในวันที่เธออ่อนแอจนมีน้ำตา ทุกอย่างมันกำลังจะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ อยู่แล้ว หากว่าในช่วงพักเที่ยงของวันหนึ่งจะไม่มีใครคนบางคนเดินเข้ามาผลักอกเธอในจังหวะที่กำลังจะก้าวเข้าห้องน้ำ พอเงยหน้าขึ้นก็ปรากฏว่าเป็นพิริยา ยังไม่ทันจะได้จับต้นชนปลายอีกฝ่ายก็ชี้หน้าด่าเธอเสียงดังลั่น ว่าแม่ของเธอทำให้พ่อของอีกฝ่ายตาย ทำเอานักเรียนใหม่ที่คิดว่าจะย้ายมาเจอสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่าเดิมถึงกับแทบปล่อยโฮออกมา เสียงตะโกนด่าทอของพิริยาทำให้เ
Baca selengkapnya
ร้ายกาจที่สุด (50%)
“นั่นสิ ฉันลืมไปเลย ว่าเธอไม่มีแม่นี่นา” คนที่ตั้งใจเข้ามาหาเรื่องก่อกวนนักเรียนใหม่ของห้องกอดอกสาดน้ำคำแทงใจดำคนฟัง แล้วยิ้มเยาะอย่างสะใจเมื่อเห็นเธอตาแดงๆ “ฉันมีแม่!” คิริมาเชิดหน้าตอบโต้เสียงแข็งๆ ทั้งที่น้ำตาเจียนจะหยดแหมะอยู่รอมร่อ พยายามจะไม่แสดงความอ่อนแอให้อีกฝ่ายได้ใจ แต่มันช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน ถึงแม้แม่จะจากไปเกือบจะครบหนึ่งปีในอีกไม่กี่วันข้างหน้าแต่เธอก็ยังคงอาลัยอาวรณ์ท่านไม่เสื่อมคลาย เธอยังคิดถึงและโหยหาอ้อมกอดของแม่ คนมีแม่ไม่เข้าใจหรอกว่าในวันแม่คนที่ขาดแม่มันรู้สึกอ้างว้างและเจ็บปวดหัวใจมากแค่ไหน “เธอไม่มีแม่!” “ฉันมีแม่! ฉันมีแม่พวกเธอได้ยินไหม!” “เธอไม่มีแม่! แม่เธอตายแล้ว! ยัยเด็กไม่มีแม่!” สามสาวประสานเสียงตะโกนใส่หน้าคนที่ตกเป็นแกะดำของโรงเรียน คิริมาทำเพียงกำหมัดแน่นๆ เม้มริมฝีปากสั่นระริกเข้าหากันอย่างพยายามจะข่มกลั้นอารมณ์เอาไว้ ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีไปแบบไร้ทิศทาง ที่สุดเธอก็มาหยุดลงที่ดาดฟ้า สถานที่ต้องห้ามสำหรับเด็กนักเรียนทุกคนแต่ไม่รู้ว่าใครมาแอบเปิดประตูค้างเอาไว้ ร่างบอบบางทว่าสั่นเทาเดินไปนั่งลงที่ข้างผนังดาดฟ้าอย่างหมดแรง ทันใดนั้นความ
Baca selengkapnya
ร้ายกาจที่สุด (75%)
“อย่ามายุ่งกับฉัน!” คราวนี้เธอหลับหูหลับตาตะเบ็งเสียงไล่ตะเพิด “โห...หลงตัวเองชิบหาย ใครอยากยุ่งกับเธอไม่ทราบ ผู้หญิงอะไรร้องไห้ได้ทุเรศสุดๆ ทั้งขี้มูกขี้ตา” เขามองเธออย่างหยันๆ ขณะสวนกลับด้วยนำคำยโสชวนหมั่นไส้ “ไม่อยากยุ่งก็ไปไกลๆ เลย ไปให้พ้น!”“อย่ามาปากดีนะโว้ย! ดาดฟ้าเนี่ยคือที่ของพวกฉัน ถ้าไม่อยากโดนดีก็รีบเช็ดขี้มูกขี้ตา แล้วไสหัวไปซะแม่นักเรียนใหม่” เขาขึ้นเสียงไล่ตะเพิดพลางชี้มือไปยังประตูไม่รอให้ถูกไล่ซ้ำคิริมาก็ผุดลุกขึ้น ยกหลังมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาที่ยังหลงเหลืออย่างลวกๆ แล้วผลักอกกว้างแรงๆ พร้อมตะโกนด้วยถ้อยคำที่ทำให้พงษ์สวัสดิ์นิ่งงันไปชั่วขณะ “ไอ้คนใจร้าย! ฉันเกลียดนาย!”จากนั้นร่างบางก็วิ่งจากไปไม่เหลียวหลัง“ยัยบ้าเอ๊ย! บังอาจมาเกลียดฉันได้ยังไงวะ”คนไม่เคยถูกสาวตะโกนใส่หน้าว่าเกลียดกะพริบตาอย่างเรียกสติ ก่อนจะหลุดสบถออกมาด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่าน แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อเสียงกลั้วหัวเราะดังขึ้น “ชอบหรือไง ถึงได้แกล้งเขา”ยังไม่ทันจะขาดคำเผ่าก็เดินล้วงกระเป๋าออกมาจากที่ซ่อนตรงหลังประตูดาดฟ้า หลังจากแอบดูฉากเด็ดอยู่เป็นนานสองนาน โดยมีคิมหันต์เดินตามมาติดๆ แล
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status