Masukหลังจากที่เฟิงถิงเซินและหลินอู๋พบกันครั้งก่อน ตอนแรกพวกเขาคิดว่าการที่หลินอู๋จะเอาชนะใจเฟิงถิงเซินกลับมานั้นเป็นเรื่องง่ายมาก แต่ความเป็นจริงกลับแตกต่างจากที่พวกเขาคิดไว้มาก เพราะตั้งแต่วันนั้นที่พวกเขาไปทานอาหารด้วยกัน ผ่านไปสี่ห้าวันแล้ว เฟิงถิงเซินก็ยังไม่เป็นฝ่ายติดต่อมาหาหลินอู๋ก่อนเลยแม้ว่าหลินอู๋เป็นฝ่ายไปหาเฟิงถิงเซินที่เฟิงซื่อ แต่ก็ไม่เคยได้พบเขาเลยหากจะบอกว่าเฟิงถิงเซินแค่ยุ่งมาก ข้ออ้างนี้แม้แต่พวกเขาก็ยังไม่เชื่ออย่างไรก็ตาม ต่อให้จะยุ่งแค่ไหน เวลาทานข้าวหรือดื่มน้ำก็ยังคงมีอยู่หากคนคนหนึ่งใส่ใจอีกฝ่ายจริง ตอนทานข้าว หรือแม้กระทั่งระหว่างประชุม ก็ยังสามารถส่งข้อความไปหาอีกฝ่ายได้ เพื่อรายงานความเคลื่อนไหวของตัวเองดังนั้น ที่เฟิงถิงเซินไม่ได้เป็นฝ่ายติดต่อมาก่อน หลินอู๋พยายามไปหาเขากลับคว้าน้ำเหลว จริง ๆ พวกเขาพอจะเข้าใจแล้วว่า แท้จริงเฟิงถิงเซินก็แค่หลบหน้าไม่อยากพบหลินอู๋แต่พวกเขาคาดไม่ถึงว่าเฟิงถิงเซินไม่เพียงหลบหน้าหลินอู๋ ตอนนี้ยังถึงขึ้นอยู่กับหรงฉือ และพาเฟิงจิ่งซินมายังสถานที่แบบนี้ด้วย หรือว่าหัวใจของเฟิงถิงเซิน จะเอียงเอนไปทางหรงฉืออย่างสิ้นเชิงแล้ว ดั
หรงฉือหยุดฝีเท้าลงเฟิงจิ่งซินเห็นว่าจู่ ๆ เธอก็หยุดฝีเท้า เงยหน้าขึ้นก็พูดว่า “คุณแม่คะ?”แค่ออกไปเที่ยวกับเฟิงจิ่งซินเท่านั้น ทางฝั่งเฟิงถิงเซินก็เห็นว่าไม่มีปัญหา ทางเธอเองก็ย่อมไม่มีปัญหาเช่นกันหรงฉือไม่ได้พูดอะไรอีกเธอขับรถมาเอง พอออกจากบ้านไป กำลังจะขึ้นรถของตัวเอง ก็ได้ยินเฟิงถิงเซินพูดขึ้นว่า “ให้ผมขับไหม?”หรงฉือยังไม่ได้พูดอะไร เฟิงถิงเซินก็เดินมายังรถของเธอ และเปิดประตูฝั่งคนขับแล้วหรงฉือชะงักไปแต่พอเห็นเฟิงจิ่งซินขึ้นรถอย่างดีใจ เธอก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเฟิงจิ่งซินอยากไปชอปปิง พวกเขาจึงไปที่ศูนย์การค้าแม้ว่าช่วงหลังมานี้ เพราะเฟิงจิ่งซิน ทำให้พวกเขาสามคนออกไปข้างนอกด้วยกันบ่อยขึ้นกว่าแต่ก่อนมากแต่ก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่แล้วพวกเขามักจะไปที่วิลล่าส่วนตัว มีเพียงบางครั้งจึงจะไปร้านอาหารที่มีคนพลุกพล่านด้วยกันเหมือนอย่างวันนี้ พวกเขามาเดินชอปปิงด้วยกันในศูนย์การค้าที่คนเยอะและคึกคักแบบนี้ ตลอดสองปีมานี้ ยังคงเป็นครั้งแรกเมื่อมายังสถานที่ที่มีคนเยอะขนาดนี้ หรือว่าเฟิงถิงเซินจะไม่กลัวถูกคนบังเอิญเห็น?เมื่อคิดถึงตรงนี้ พอลงจากรถแล้ว หรงฉือก็เหลือบมองเฟิงถิงเซินแวบห
แม้เฉิงหยวนจะไม่ได้พูดอะไร แต่ดูจากสีหน้าของเขา หลินอู๋ก็เดาได้ทันทีว่า เฟิงถิงเซินต้องทำเรื่องบางอย่างเพราะหรงฉือ ซึ่งเป็นเรื่องที่เธอไม่รู้แน่ ๆ สำหรับเรื่องนี้ หลินอู๋ไม่แปลกใจเลยถึงขนาดมีการเตรียมใจเอาไว้แล้วด้วยแต่ทว่า ในยามนี้หัวใจของเธอกลับไม่ได้สงบนิ่งอย่างที่เธอคาดไว้เมื่อก่อนหน้านี้ในเมื่อเป็นแบบนี้ เธอก็ไม่ได้เผยความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองออกมา ยังคงยิ้มแย้ม หลังจากนั้นก็พูดกับเฉิงหยวนว่า “ฉันรู้แล้ว ขอบคุณสำหรับการเตือนของคุณ”เฉิงหยวนเห็นรอยยิ้มของเธอ ก็ชะงักไปหลินอู๋กลับไม่ได้พูดอะไรมาก ก็หันหลังจากไปแล้ว......พริบตาเดียว ก็วันอาทิตย์แล้วนับตั้งแต่คุณยายหรงป่วยหนักเมื่อคราวก่อน คุณย่าเฟิงได้อ้างอิงตามสภาพร่างกายของคุณยายหรง แล้วส่งของมีค่าจำนวนไม่น้อยมาให้เธอเข้าวันนี้ ญาติที่เมืองเหยียนเฉิงของคุณยายหรงส่งของพื้นเมืองมาให้ คุณยายหรงเห็นว่าหรงฉือว่าง ๆ เลยจะให้เธอแบ่งของส่งไปให้คุณย่าเฟิงบ้างหรงฉือมาถึงบ้านเดิมแล้ว พอเข้าบ้านไป ไม่เห็นคุณย่าเฟิง กลับเห็นเฟิงถิงเซินและเฟิงจิ่งซินแค่สองคนเฟิงถิงเซินกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องรับแขกเฟิงจิ่งซินเห็
อวี้มั่วซวิน “…”ก่อนหน้านี้นัดกันไว้นั้นถูกต้องแล้ว แต่ตอนนี้คนที่มาฉางโม่กลับเป็นเฟิงถิงเซิน เขาก็เลยเปลี่ยนใจแล้วนี่ไง?เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดว่า “มีธุระด้วยกะทันหัน ขอให้ประธานเฟิงเข้าใจด้วย”เฟิงถิงเซินยิ้มเล็กน้อย กลับไม่ได้ซักถามต่อ ลุกขึ้นก็พูดว่า “ตกลง งั้นก็ครั้งหน้า”พูดจบ หลังจากที่เขาและอวี้มั่วซวินจับมือกัน ก็ยื่นมือไปทางหรงฉือหรงฉือชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือไปจับมือเขา แล้วพูดเสียงเรียบว่า “เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ”เฟิงถิงเซินพยักหน้าเล็กน้อย หลังจากที่เหลือบมองกู้เหยียนอีกแวบหนึ่ง ก็ออกจากฉางโม่ไปพร้อมกับเฉิงหยวนสองวันต่อมา เพราะความสัมพันธ์ด้านความร่วมมือ หรงฉือยังต้องไปที่เฟิงซื่อ แล้วคนที่ไปกับเธอ ยังมีกู้เหยียนและในช่วงสองวันนี้ ทุกเช้าเฟิงถิงเซินมักจะเข้าไปนั่งด้วยในระหว่างที่พวกเขาประชุม เพื่อเข้ารับฟังการประชุมของพวกเขาแต่ส่วนใหญ่เขาจะไม่อยู่นาน ประมาณครึ่งชั่วโมงก็จากไปเองแล้วเมื่อเรื่องราวมาถึงจุดนี้ ประธานเฉิงและคนอื่น ๆ ค่อนข้างมั่นใจแล้วว่า เฟิงถิงเซินเริ่มชอบหรงฉือแล้วก่อนหน้านี้กู้เหยียนแทบจะไม่มาเฟิงซื่อก่อนหน้านี้ก็ได้ยินมาว่าเฟิงถ
ที่เฟิงถิงเซินจับตามองเขา เขาก็คิดว่าเป็นเพราะเขาและหลินอู๋รู้จักกันเมื่อเห็นเฟิงถิงเซินมองมา เขาไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้ามองเขาไม่นานเฟิงถิงเซินก็ชักสายตากลับไปแล้วเห็นว่าเฟิงถิงเซินเข้ามาลงนามสัญญากับพวกเขา ตอนแรกอวี้มั่วซวินอยากให้หรงฉือออกไป เขาจะเป็นคนเจรจากับเฟิงถิงเซินเองแต่ความร่วมมือกับเฟิงซื่อ หรงฉือเป็นคนรับผิดชอบดูแลเสียส่วนใหญ่ รายละเอียดบางอย่าง ให้หรงฉือเป็นผู้เจรจาจะเหมาะสมกว่า…หรงฉือกลับไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรสีหน้าของเธอยังคงเป็นปกติ และพูดคุยบางปัญหาในสัญญากับเฟิงถิงเซินอย่างมืออาชีพความร่วมมือระหว่างทั้งสองบริษัท เฟิงถิงเซินไม่ได้เป็นคนจัดการด้วยตัวเอง แต่หลังจากที่พูดคุยกันแล้ว หรงฉือ อวี้มั่วซวิน แล้วยังมีกู้เหยียนต่างพบว่า เฟิงถิงเซินมีความเข้าใจในเนื้อหาของสัญญาและรายละเอียดบางประการเป็นอย่างดีหรงฉือพูดประเด็นไหน เขาก็สามารถพูดต่อได้หมด อีกทั้งยังมีท่าทีในการเจรจาที่ดี แสดงให้เห็นถึงความจริงใจในการร่วมมืออีกครั้ง ขณะเดียวกันก็แสดงความพึงพอใจต่อความร่วมมือกับฉางโม่ด้วยอวี้มั่วซวิน “…”ทำยังไงดี เขารู้สึกว่าเหมือนเขาจะโมโหมากกว่าเดิมแล้วขณะที่แน่ใจใ
เฟิงถิงเซินได้ยิน ก็เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าหลังจากที่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก็พูดว่า “โอเค”เขาเพิ่งพูดจบ เฉิงหยวนก็ผลักประตูเข้ามาแล้วหลังจากที่รายงานการทำงานเสร็จ เขากำลังจะจากไป ก็ได้ยินเฟิงถิงเซินพูดกับเขาว่า “ช่วยเลื่อนนัดทานอาหารเที่ยงไปเป็นเวลาอื่นให้ผมด้วย"เฉิงหยวนตกตะลึงเล็กน้อย แต่พอเห็นหลินอู๋ที่นั่งอยู่อีกฝั่ง ทันใดนั้นก็ยิ้มเล็กน้อย แล้วตอบกลับว่า “ได้ครับ”หลินอู๋ได้ยิน อารมณ์ก็ค่อย ๆ ผ่อนคลายลง เธอมองไปทางเฟิงถิงเซิน ในแววตาก็เผยความอ่อนโยนออกมาเล็กน้อยเที่ยงวันนั้น เฟิงถิงเซินกับหลินอู๋ออกไปทานอาหารด้วยกันแล้วหลังจากทานอาหารเสร็จ เฟิงถิงเซินยังมีงานอื่นต้องไปทำ ทั้งสองจึงแยกจากกันแล้วหลินอู๋กลับมาถึงบริษัท เซี่ยงหรูฟางอดใจไม่ไหวถามขึ้นในทันทีว่า “เป็นยังไงบ้าง?”คุณยายซุนและซุนเยว่ชิงก็มองมาเช่นกันหลินอู๋นั่งลง “ยังดีค่ะ รู้สึกแทบไม่ต่างจากเมื่อก่อนเลย”เมื่อรู้ว่าเฟิงถิงเซินยกเลิกแผนการของตัวเองเพื่อเธอ และยังคงให้เธอเป็นที่หนึ่งเหมือนเมื่อก่อน คนตระกูลซุนต่างก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งซุนลี่เหยาพูดอย่างได้ใจว่า “ฉันรู้อยู่แล้ว ว่าในใจของพี่เขย คนที







