LOGINวันนี้เป็นวันไหว้พระจันทร์ คนตระกูลหรงคุยกันไว้ว่าจะไปเยี่ยมหรงอิ้งเซิ่งในช่วงบ่ายหลังจากหรงฉือคุยโทรศัพท์ไปสองสามสาย พอถึงเวลาก็ไปโรงพยาบาลพร้อมกับคนในครอบครัวแล้วอาการของหรงอิ้งเซิ่งไม่ต่างจากเดิมเท่าไร คนตระกูลหรงยังคงทำได้เพียงยืนมองเธออยู่หน้าประตูอย่างห่าง ๆ เท่านั้นหลังจากเยี่ยมหรงอิ้งเซิ่ง และมอบของขวัญที่นำมาให้แก่เจ้าหน้าที่แล้ว พวกเขาก็กลับบ้านพวกเขาเพิ่งถึงบ้าน แม่บ้านก็พูดกับหรงฉือว่ามีคนส่งของขวัญวันไหว้พระจันทร์มาให้พวกเธออีกแล้วหรงฉือเห็นว่าบนโต๊ะมีกล่องของขวัญวางอยู่สี่ห้ากล่อง ยิ่งไปกว่านั้น มองแค่กล่องบรรจุภัณฑ์ ก็รู้แล้วว่าไม่ใช่ขนมไหว้พระจันทร์หรือกล่องผลไม้ธรรมดา ๆ เธอถามว่า “ใครส่งมาเหรอคะ?”แม่บ้าน “ได้ยินว่าคุณพ่อของซินซินให้คนส่งมาให้ค่ะ”หรงฉือชะงักเล็กน้อยคุณยายหรงและคนอื่น ๆ ต่างตกตะลึง หลังจากนั้นก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้นมาหรงฉือไม่พูดอะไร เดินตรงเข้าไป เปิดกล่องของขวัญดูเล็กน้อยของที่เฟิงถิงเซินส่งมาให้ มีทั้งกล่องของขวัญขนมไหว้พระจันทร์ วัตถุโบราณและภาพวาดอักษรพู่กันจีนที่มีมูลค่าสูงรวมถึงโสมอายุร้อยปีด้วยของขวัญวันไหว้พระจันทร์ของเฟิงถิงเ
ถึงตอนนี้ คุณย่าเฟิงก็เข้าใจแล้วว่าระหว่างหรงฉือกับเฟิงถิงเซินเป็นไปไม่ได้แล้วเมื่อได้ยิน เธอก็ทำหน้าขรึม พูดเสียงเย็นว่า “ที่เสี่ยวฉือไม่เป็นฝ่ายพูดเรื่องหย่าขึ้นมาก่อนในช่วงนี้ เพราะเห็นแก่มิตรภาพของพวกเราสองตระกูลในอดีต แกจำบุญคุณในข้อนี้ไว้ให้ดี! ต่อไปถ้าพวกแกหย่ากันอย่างเป็นทางการแล้ว แกก็ต้องให้เกียรติเสี่ยวฉือหน่อย ส่วนค่าชดเชยที่เสี่ยวฉือควรได้รับ แกก็ต้องจ่ายให้ครบ!”เฟิงถิงเซิน “ผมรู้ครับ”คุณย่าเฟิง “หึ!”เมื่อเห็นว่าสองย่าหลานมีปากเสียงกันจนบรรยากาศเสีย เฟิงหลินซงก็เปลี่ยนเรื่องคุย ไม่พูดถึงเรื่องระหว่างเฟิงถิงเซินกับหรงฉืออีกจนกระทั่งถึงช่วงกลางวัน ฉีอวี้หมิงโทรมาหาเฟิงถิงเซิน “เย็นนี้มีแผนการอะไรไหม?”เฟิงถิงเซิน “อยู่เป็นเพื่อนคุณย่าเฟิง”“จะอยู่บ้านคุณย่าเฟิงทั้งวัน? ไม่ออกไปไหนเลยเหรอ?”“อืม”ฉีอวี้หมิง “...”จริงหรือเปล่าเนี่ย? ระหว่างเขากับหลินอู๋ ไม่มีแผนจะทำอะไรร่วมกันเลย?แน่นอนว่าคำพูดอย่างหลังเขาไม่ได้พูดออกไป“ก็ได้ ฉันหาอะไรทำฆ่าเวลาเอง”“อืม”หลังจากวางสาย เฟิงถิงเซินก็กลับไปคุยกับเฟิงหลินซงและคนอื่น ๆ ต่ออีกด้านหนึ่งหรงฉือรับโทรศัพท์อยู่ต
พ่อบ้านพูดว่า “เรื่องสั่งขนมไหว้พระจันทร์นี้จัดการง่าย ซินซินอยากสั่งให้ใคร แล้วอยากได้รสอะไรครับ?”เฟิงจิ่งซินพูดขึ้นทันทีว่า “สั่งให้คุณแม่ค่ะ! แต่เรื่องรสชาติ...”เธอเหมือนจะไม่รู้ว่าแม่ชอบกินขนมไหว้พระจันทร์รสอะไร“ที่แท้สั่งให้คุณนายนี่เอง?” พ่อบ้านได้ยินว่าสั่งให้หรงฉือ ก็ดีใจมาก “ผมรู้ว่าคุณนายชอบรสอะไร เดี๋ยวผมให้คนส่งภาพตัวอย่างมาให้ซินซินลองเลือกดูดีไหม?”เฟิงจิ่งซินพยักหน้า “ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณปู่พ่อบ้าน”พ่อบ้านรีบไปจัดการทันทีภาพตัวอย่างมีเยอะมาก พ่อบ้านบอกว่าสามารถสั่งมาหลาย ๆ รสชาติ เพื่อจะได้คำนึงถึงความชอบของคนอื่น ๆ ในตระกูลหรงด้วยเฟิงจิ่งซินคิดว่ามีเหตุผล และรู้สึกว่าดีทุกแบบ จึงอยากจะสั่งมาอย่างละหนึ่งกล่อง พ่อบ้านรีบห้ามไว้ “เยอะเกินไปแล้วครับ พวกคุณนายกินเยอะขนาดนี้ไม่ไหวหรอก สั่งสักห้าหกกล่องก็พอแล้ว”เฟิงจิ่งซิน “...ก็ได้ค่ะ”เธอเลือกได้พอสมควรแล้ว ก็ส่งไอแพดคืนให้พ่อบ้าน กำลังจะขึ้นไปชั้นบน พอหันกลับมาก็เห็นเฟิงถิงเซินที่ยืนอยู่หน้าโถงบันไดแล้วไม่รู้ว่าเฟิงถิงเซินยืนอยู่นานแค่ไหนแล้ว เห็นเธอหันหลัง จึงจะเอ่ยปากขึ้น “สั่งขนมไหว้พระจันทร์? ไม่มีส่วนของ
เฟิงจิ่งซินถอยหลังไปอีกหนึ่งก้าว เว้นระยะห่างกับหลินอู๋ “หนูไม่อยากไปค่ะ หนูอยากกลับบ้านไปทานข้าว”หลินอู๋ยิ้ม “โอเคจ้ะ งั้นน้าไปกับหนู...”“หนูอยากกลับบ้านเองค่ะ” กลัวว่าเธอจะไม่เข้าใจ เฟิงจิ่งซินมองเธอ แล้วพูดซ้ำอีกครั้ง “หนูจะกลับเองค่ะ”หลินอู๋แววตามืดมน ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว “ซินซิน...”ทว่า ทันทีที่เธอเอ่ยปาก คนขับรถของเฟิงจิ่งซินก็เข้ามาขวางเธอ “คุณหลิน หยุดก่อนครับ”หลินอู๋มองไปทางเฟิงจิ่งซิน เอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง “ซินซิน...”เฟิงจิ่งซินไม่ตอบกลับ หันหลังก็เปิดประตูแล้วขึ้นรถไปเห็นเฟิงจิ่งซินขึ้นรถ คนขับก็หันหลังขึ้นรถตามไปมองดูรถของเฟิงจิ่งซินหายลับไปท่ามกลางกระแสรถบนท้องถนน หลินอู๋ก็เม้มริมฝีปากแน่นแม้ว่านับตั้งแต่งานเลี้ยงของดร.ลู่ เฟิงจิ่งซินจะไม่เคยรับสายหรือส่งข้อความตอบกลับเธอเลย แต่จริง ๆ เธอก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจเธอเชื่อว่าพอเธอมีเวลาแล้ว เจอเฟิงจิ่งซินสักครั้ง ง้อเธอสักหน่อย ก็จะดีขึ้นเองแต่ตอนนี้...อีกด้านหนึ่งเฟิงจิ่งซินนิ่งเงียบตลอดทางกลับบ้านหลังจากทางครัวทำอาหารเย็นเสร็จ เธอลงไปกินข้าวที่ชั้นล่างอย่างเชื่อฟัง พอกินเสร็จก็ขึ้นไปทำธุระของตัวเองอี
หากยอมแพ้แล้ว พวกเขาไม่เพียงแต่จะไม่เหลืออะไรเลยเท่านั้น แถมยังต้องแบกรับภาระหนี้สินด้วยดังนั้น พวกเขาต้องจับเฟิงถิงเซินให้อยู่หมัดให้ได้ซุนเยว่ชิงมองหลินอู๋ “เสี่ยวอู๋ ทางถิงเซิน...”หลินอู๋ยังคงพูดคำนั้น “หนูรู้ค่ะ หนูจะติดต่อไปเอง”ซุนเยว่ชิงพยักหน้า ไม่ได้พูดอะไรอีกเธอคิดว่าตัวเองเก่งเรื่องรับมือผู้ชาย และเข้าใจความคิดของผู้ชายดี ทว่า...ต้องยอมรับเลยว่าตั้งแต่งานเลี้ยงของดร.ลู่จนถึงตอนนี้ ปฏิกิริยาต่าง ๆ ของเฟิงถิงเซินแทบจะอยู่เหนือความคาดหมายของเธอทั้งหมดแม้แต่เธอก็ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเดินไปทางไหนต่อ หลินอู๋ทานอาหารเช้าเสร็จก็ไปบริษัทแล้วตอนนี้ความคืบหน้าของงานที่ซวิ่นตู้ติดขัดอยู่บ่อยครั้ง เธอยุ่งมากจนแทบไม่ได้พัก ขณะที่เธอกำลังคุยกับคนอื่นเรื่องงาน ซุนลี่เหยาก็โทรศัพท์หาเธอ “พี่ พี่เขยไปทำงานต่างเมืองกลับมาแล้ว! เมื่อกี้เขาเพิ่งไปร่วมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของเฟิงซื่อ ฉันเห็นวิดีโอจากในงานเปิดตัวแล้ว”หลินอู๋ชะงักเล็กน้อย พูดว่า “ได้ ฉันเข้าใจแล้ว”หลังจากวางสาย หลินอู๋เข้าไปดูในอินเทอร์เน็ต พบว่าที่ซุนลี่เหยาพูดนั้นเป็นความจริงเฟิงถิงเซินนั่งอยู่ด้านล่างเวที กล้องแพน
เฟิงถิงเซิน “แน่ใจนะ? ไม่อยากเจอคุณแม่เหรอ?”เฟิงจิ่งซินเบือนหน้าหนี “ถ้าหนูอยากเจอจะติดต่อหาคุณแม่เองค่ะ ไม่ต้องให้คุณพ่อนัดหรอก”เฟิงถิงเซินได้ยินแบบนั้น ก็มองไปทางเธอ กำลังจะพูดอะไร โทรศัพท์ของเฟิงจิ่งซินก็ดังขึ้นมาเสียก่อนเป็นสายเรียกเข้าของหรงฉือเฟิงจิ่งซินดูหน้าจอ ผ่านไปไม่กี่วินาทีจึงจะกดรับสาย “คุณแม่”“จ้ะ แม่เอง” ที่ปลายสาย หรงฉือพูดว่า “อยากมาฉลองวันไหว้พระจันทร์กับแม่ไหม?”ตอนนี้เฟิงจิ่งซินไม่อยากใกล้ชิดกับหรงฉือเท่าไร เธอไม่รู้ว่าเฟิงจิ่งซินจะยอมกลับมาฉลองเทศกาลกับเธอที่บ้านตระกูลหรงหรือเปล่า แต่สิ่งที่ควรถามก็ต้องถามสักหน่อยเฟิงจิ่งซินลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพูดว่า “หนูไม่แน่ใจ อีกเดี๋ยวหนูลองถามคุณพ่อดู ถึงตอนนั้นค่อยบอกคุณแม่ได้ไหมคะ?”“ได้จ้ะ” หรงฉือพูดว่า “ถ้าแน่ใจแล้วก็บอกแม่”“ค่ะ หนูรู้แล้ว” เฟิงจิ่งซินพูดว่า “บ๊ายบายค่ะคุณแม่”“...บ๊ายบายจ้ะ”หลังจากที่หรงฉือพูดจบ เฟิงจิ่งซินก็วางสายไปภายในรถเงียบมาก บทสนทนาระหว่างเฟิงจิ่งซินกับหรงฉือ เฟิงถิงเซินแทบจะได้ยินทุกคำ เขาพูดว่า “พ่อแล้วแต่หนู”ความหมายคือไม่ว่าเธอจะไปฉลองกับหรงฉือ ฉลองกับเขา หรือว่าฉลองด้วย







