LOGINโดนตอกกลับด้วยแฟกต์คนรวยเข้าไป ใบเฟิร์นถึงกับสะอึก แต่ก็ยังทำหน้าเชิด
“ก็ได้ค่ะ! ไม่ทานก็ไม่เป็นไร ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ เลยยัยใบเฟิร์นเอ๊ย”
เธอทำท่าฮึดฮัด พูดจบก็ทำท่าจะยกถาดอาหารกลับออกไปจริงๆ
“เดี๋ยว!!” มือหนาเอื้อมมาจับขอบถาดไว้
“ฉันบอกเธอหรือยังว่าจะไม่ทานน่ะฮะ?”
“เอ้า! ก็เห็นบ่นเสียยืดยาวเลยนี่คะ”
“วางไว้เถอะ...” แทนไทถอนหายใจ ก่อนจะมองสำรวจอาหารในกล่อง
“ว่าแต่... เธอแบ่งอาหารในส่วนของเธอมาให้ฉันเยอะขนาดนี้ แล้วเธอจะทานอะไรล่ะคุณเลขา?”
“โหย ไม่ต้องห่วงเลขาคนนี้เลยค่ะบอส! ข้าวเหนียวส้มตำปูปลาร้ารถเข็นข้างบริษัท แซ่บอีหลีเด้อค่ะ!” เธอทำตาโตยกนิ้วโป้งคอนเฟิร์มความอร่อย แทนไทส่ายหน้าอย่างระอา
“ทำไมเธอไม่ไปทานอาหารดีๆ ในโรงอาหารพนักงาน หรือร้านอาหารข้างล่าง?”
“เลขาขี้เกียจเข้าคิวรอค่ะบอส คนเยอะยังกับแจกฟรี อีกอย่าง... วันนี้นึกอยากกินส้มตำปูปลาร้าแซ่บๆ เผ็ดๆ ให้ตาค้างด้วยค่ะ จะได้มีแรงมาปั่นงานให้บอสไงคะ”
“ระวังตัวไว้เถอะ ถ้ากินของพวกนั้นแล้วเธอท้องเสียจนทำงานไม่ได้ ฉันจะหักเงินเดือนเธอสามเท่าเลยคอยดู!” เจ้านายหนุ่มคาดโทษ
“หูยยย! หักสามเท่าเลยหรือคะบอส โหดร้ายที่สุด! แต่นานๆ กินที กระเพาะใบเฟิร์นแข็งแกร่งดั่งหินผา คงไม่เป็นไรร้อก!” ลากเสียงยาวอย่างกวนๆ
“รีบไปกินเถอะไป ยืนเถียงอยู่ได้ เดี๋ยวกลับมาค่อยมาเก็บถาดอาหาร...” พูดจบ แทนไทก็ล้วงกระเป๋าสตางค์ หยิบธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทออกมาหนึ่งใบแล้วยื่นให้ “เอ้านี่... ค่าส้มตำปูปลาร้าของเธอ ถือว่าแลกกับไก่กระเทียมกล่องนี้ก็แล้วกัน” ใบเฟิร์นมองแบงก์พันในมือเจ้านายตาโต
“พันนึงเลยเหรอคะ! โห... บอสให้ฉันจริงๆ หรือคะ?”
“หรือจะไม่เอา? งั้นฉันเก็บ”
“เอาค่ะเอาๆๆ!!” เธอรีบตะครุบดึงแบงก์พันจากมือเจ้านายหนุ่มมาอย่างไว
“จะเอาไปใส่กรอบทองแปะฝาบ้านไว้บูชาเลยแหละค่ะ ขอบคุณนะค้าบอสสส!”
ว่าจบ แม่เลขาจอมโก๊ะก็วิ่งปรู๊ดออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วราวกับกลัวเขาจะเปลี่ยนใจทวงเงินคืน แทนไทมองตามแผ่นหลังเล็กๆ ที่หายลับออกไปนอกประตู แล้วส่ายหน้ายิ้มๆ อย่างลืมตัว
“เฮ้อ... ยัยเลขาชั่วคราวของเรานี่ ดูท่าทางแล้วเซลล์สมองจะไม่ค่อยเต็มเต็งหรือเปล่าเนี่ย... แต่ก็เอาเถอะ ดีที่ยังทำงานเก่งและ... สร้างเสียงหัวเราะได้”
ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะตักข้าวหน้าไก่กระเทียมฝีมือ(ร้านตามสั่งปากซอย)ของเลขาเข้าปาก ช่างน่าแปลกที่อาหารธรรมดาๆ มื้อนี้ กลับอร่อยกว่าอาหารหรูหราราคาแพงที่เขากินอยู่ทุกวันเสียอีก.
ช่วงบ่ายของวันทำงานแรกผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่นผิดคาด แถมกระเพาะเหล็กกล้าของใบเฟิร์นก็ทำงานได้ดีเยี่ยม ส้มตำปูปลาร้าพริกสิบเม็ดไม่ได้ทำให้เธอต้องวิ่งเข้าออกห้องน้ำอย่างที่บอสหนุ่มปรามาสไว้แม้แต่น้อย หญิงสาวนั่งพิมพ์รายงานการประชุมและจัดตารางงานหน้าห้องอย่างขะมักเขม้น การทำงานของใบเฟิร์นถือว่าคล่องตัวและหัวไวมาก
เธอเรียนรู้งานจากแฟ้มเอกสารที่คุณสันต์ทิ้งไว้ให้ได้อย่างรวดเร็ว ส่วนแทนไทเองก็แอบสังเกตการทำงานของเลขาคนใหม่ผ่านกระจกใสในห้องทำงานอยู่เงียบๆ เขาชินกับการอยู่ท่ามกลางลูกน้องผู้ชาย ทั้งบอดี้การ์ดและเลขาล้วนเป็นชายอกสามศอก การมีผู้หญิงตัวเล็กๆ ท่าทางโก๊ะๆ มานั่งหน้าโต๊ะทำงาน มันทำให้บรรยากาศที่เคยตึงเครียดดูมีสีสันขึ้นมาอย่างประหลาด... จนบางทีเขาก็เผลอคิดว่าความบ้าบิ่นของเธอ มันทำให้เขาไม่ต้องคอยเก๊กขรึมตลอดเวลา
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงบ่ายแก่ๆ เสียงอินเตอร์คอมบนโต๊ะใบเฟิร์นก็ดังขึ้น
“คุณเลขา เข้ามาพบผมหน่อย”
“รับทราบค่ะบอส!”
ใบเฟิร์นคว้าไอแพด ก่อนจะเดินตัวปลิวเข้าไปในห้องทำงานของบอสทันที เธอส่งยิ้มการค้าไปให้เจ้านายหนุ่มที่กำลังเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังสีดำขลับ แววตาคมกริบของเขามองตรงมาที่เธอราวกับกำลังประเมินอะไรบางอย่าง
“บอสมีอะไรให้ฉันรับใช้คะ? หรือว่าหิวกาแฟอีกแล้ว?”
แทนไทส่ายหน้าเบาๆ “เปล่า... ผมแค่จะคุยเรื่องตำแหน่งของคุณ”
หัวใจของใบเฟิร์นหล่นวูบไปที่ตาตุ่ม ตายแล้ว! หรือว่าฉันทำอะไรผิดพลาด หรือบอสจับได้ว่าฉันแอบเอาเงินค่าส้มตำหนึ่งพันบาทไปพับเป็นรูปหัวใจใส่กระเป๋าสตางค์แล้ว เขาจะไล่ฉันกลับแผนกขายไหมเนี่ย!
“ปกติแล้ว สันต์เขาเป็นเลขาฟูลไทม์ให้ผม เขาจะคอยจัดการทุกอย่างให้ผมตลอดเวลา” แทนไทเริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พอไม่มีเขาอยู่ ผมรู้สึกว่าระบบงานผมมันรวน หาโน่นหานี่ไม่ค่อยเจอ ผมเลยคิดว่า... คุณควรจะย้ายมารับหน้าที่เลขาฟูลไทม์ให้ผมอย่างเป็นทางการเหมือนที่สันต์ทำ” ดวงตากลมโตเบิกกว้าง
“ฟูลไทม์? หมายความว่าฉันต้องเป็นเลขาบอสยี่สิบสี่ชั่วโมงเลย มันจะดีเหรอคะ?”
“ใช่ และมันคงจะสะดวกทั้งคุณและผมด้วย เพราะบังเอิญว่า... เราพักอยู่ที่คอนโดเดียวกัน” เขากระตุกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นสีหน้าเหวอๆ ของเธอ
“โห... นี่มันใช้แรงงานเยี่ยงทาสชัดๆ เลยนะคะบอส!” ใบเฟิร์นเผลอหลุดปากบ่นอุบอิบตามสไตล์คนเก็บความรู้สึกไม่เก่ง
“ผมไม่ได้ใช้คุณฟรีๆ หรอกนะคุณใบ เพราะถ้าคุณตกลงรับตำแหน่งนี้... คุณจะได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัวจากที่คุณได้อยู่ตอนนี้”
“ห๊า!! หนึ่งเท่าตัว!!”
เสียงอุทานดังลั่นห้อง ตาที่โตอยู่แล้วเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมา ภาพหนี้คอนโดสามสิบปีที่เคยกดทับบ่าค่อยๆ มลายหายไปกลายเป็นภาพตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวเกาหลีและสกินแคร์เคาน์เตอร์แบรนด์ลอยเข้ามาแทนที่
“ยินดีรับใช้เจ้านายค่ะ! จะให้บุกน้ำลุยไฟที่ไหน เลขาคนนี้พร้อมเสมอ!”
เธอยืนตรงทำวันทยหัตถ์ราวกับทหารรับคำสั่ง แทนไทหลุดหัวเราะในลำคอเบาๆ กับท่าทางหน้าเงินอย่างเปิดเผยของเธอ
“รับปากเร็วไปนะคุณเลขา มันมีข้อแม้ด้วย”
“ข้อแม้อะไรคะ? ใบเฟิร์นรับได้หมดค่ะ!”
“ข้อแม้คือ... คุณห้ามปิดโทรศัพท์มือถือเด็ดขาด ต้องสแตนด์บาย 24 ชั่วโมง ไม่ว่าผมจะต้องเดินทางไปไหน ไปคุยงานด่วน ไปต่างจังหวัด หรือแม้แต่บินไปต่างประเทศ... คุณต้องไปกับผมทุกที่ ห้ามอิดออด”
ใบเฟิร์นทำท่าครุ่นคิดอยู่เสี้ยววินาที ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม
“อันนี้รับทราบแล้วค่ะ! แล้ว... เอ่อ... เวลาเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศเนี่ย มีเบี้ยเลี้ยงพิเศษในการเดินทางด้วยใช่ไหมคะ? พอดีคุณสันต์เคยกระซิบประเมินราคามาค่ะ” คำถามนั้นทำเอาบอสหนุ่มถึงกับส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
“บอสก็หล่อที่สุดในโลกเหมือนกันค่ะ... คุณสามี” เธอกระซิบตอบพร้อมกับรอยยิ้มที่กว้างที่สุดในชีวิต ช่วงเวลาแห่งการกล่าวคำปฏิญาณและแลกแหวนดำเนินไปอย่างศักดิ์สิทธิ์และลึกซึ้งกินใจ เมื่อถึงคิวที่เจ้าบ่าวต้องกล่าวความในใจ แทนไทรับไมโครโฟนมาถือไว้ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองแขกผู้มีเกียรติ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าหวานของภรรยา“หลายคนอาจจะแปลกใจ ที่ผู้ชายบ้างานและเจ้าระเบียบอย่างผม ตัดสินใจสละโสดอย่างกะทันหัน...” แทนไทเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงทุ้มกังวาน “แต่ถ้าทุกคนได้รู้ว่า ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมคนนี้ เธอเข้ามาเปลี่ยนโลกที่เคยเงียบเหงาและเย็นชาของผมให้มีแต่เสียงหัวเราะ (และเสียงเถียงคำไม่ตกฟาก) ได้อย่างไร ทุกคนก็คงจะเข้าใจ... ใบเฟิร์นไม่ได้เป็นแค่เลขาที่รู้ใจผมที่สุด แต่เธอคือครึ่งหนึ่งของชีวิตที่ผมตามหามาตลอด ขอบคุณนะครับที่ยอมให้อภัยผู้ชายทึ่มๆ คนนี้ ขอบคุณที่เข้มแข็งเพื่อลูกแฝดของเรา ต่อจากนี้ไป... ผมขอปฏิญาณว่า จะเป็น ‘สามี 24 ชั่วโมง’ ที่คอยดูแล ปกป้อง และรักคุณเพียงคนเดียว ตราบลมหายใจสุดท้ายของชีวิตครับ”สมาคมหอยขมอย่างพี่มณี พี่สายใจ และรัตนา ที่นั่งอยู่โต๊ะด้านหน้า พากันกอดคอร้องไห้กระซิ
กำแพงน้ำแข็งถูกหลอมละลายลงด้วยอานุภาพของความรักและความจริงใจ ทั้งสองตระกองกอดกันร้องไห้เพื่อปลดปล่อยความเจ็บปวดทั้งหมดทิ้งไป ความเข้าใจที่กลับมาเชื่อมต่อกันอีกครั้ง ทำให้ช่องว่างที่เคยห่างเหินถูกเติมเต็มจนสนิทช่วงสายของวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในห้องพักผู้ป่วยกลับมาสดใสและอบอวลไปด้วยความรักอีกครั้ง ใบเฟิร์นสามารถทานอาหารได้มากขึ้นโดยมีสามีสุดที่รักคอยเอาอกเอาใจป้อนข้าวป้อนน้ำไม่ห่าง จนกระทั่งคุณหมอสูตินารีแพทย์เจ้าของไข้ เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับพยาบาลและเครื่องอัลตราซาวนด์แบบเคลื่อนที่“สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่ วันนี้สีหน้าดูสดใสขึ้นเยอะเลยนะครับ” คุณหมอยิ้มทักทาย “วันนี้เราจะมาตรวจอัลตราซาวนด์ดูความสมบูรณ์ของทารกในครรภ์กันอีกครั้งนะครับ เพื่อเช็กว่าภาวะแท้งคุกคามสงบลงร้อยเปอร์เซ็นต์หรือยัง” แทนไทจับมือภรรยาไว้แน่นด้วยความตื่นเต้นระคนกังวล ในขณะที่คุณหมอเริ่มทาเจลเย็นๆ ลงบนหน้าท้องแบนราบของใบเฟิร์น แล้วใช้หัวตรวจถูวนไปมาเบาๆ ภาพจากคลื่นความถี่สูงปรากฏขึ้นบนหน้าจอมอนิเตอร์ขาวดำ“อืม... ยอดเยี่ยมมากครับ ร่องรอยเลือดออกที่ปากมดลูกสมานตัวดีแล้ว ภาวะแท้งคุกคามหายไปแล้วครับ ทารกเกาะตัวแน่นหนาปล
ใบเฟิร์นเบิกตากว้าง สัญชาตญาณความหวาดระแวงทำให้เธอพยายามจะขยันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่ความเจ็บแปลบที่หน้าท้องก็แล่นริ้วขึ้นมาจนต้องนิ่วหน้า“อย่าเพิ่งขยับตัวแรงสิคะคุณใบเฟิร์น!” ไอริณร้องห้ามด้วยความตกใจ รีบปรี่เข้าไปช่วยประคองอย่างลืมตัว แต่ใบเฟิร์นกลับปัดมือของเธอออกอย่างเย็นชา“คุณมาทำไมคะคุณไอริณ? มาดูผลงานของตัวเองหรือคะ ว่าทำให้ฉันเกือบแท้งลูกได้สำเร็จแล้วหรือยัง?” น้ำเสียงของคนบนเตียงเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและต่อต้าน ไอริณชะงัก ชักมือกลับมาประสานไว้ที่หน้าตัก ดวงตาที่เคยแต่งแต้มอย่างสวยงามบัดนี้บวมช้ำและแดงก่ำราวกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง หญิงสาวผู้เพียบพร้อมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่ใบเฟิร์นไม่คาดคิด... ไอริณทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นห้องข้างเตียงผู้ป่วยทันที!“คุณไอริณ! คุณทำอะไรคะ ลุกขึ้นเถอะค่ะ!” ใบเฟิร์นตกใจกับภาพที่เห็น“อย่าเพิ่งห้ามฉันเลยค่ะคุณใบเฟิร์น ให้ฉันได้พูดความจริงทั้งหมดเถอะนะคะ” ไอริณสะอื้น น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักออกมา“ฉันมาที่นี่เพื่อขอโทษ... ขอโทษสำหรับความเห็นแก่ตัวและความขี้ขลาดของฉัน ที่เป็นต้นเหตุทำให้คุณกับลูกต้องมาเจอเรื่
“ญาติใจเย็นๆ ก่อนนะครับ” คุณหมอถอนหายใจยาว“สำหรับตัวคนไข้ ปลอดภัยแล้วครับ มีรอยแตกที่ศีรษะเย็บไปห้าเข็ม และมีรอยฟกช้ำตามร่างกาย โชคดีที่คาดเข็มขัดนิรภัยและถุงลมนิรภัยทำงานสมบูรณ์”หมอเว้นจังหวะ สีหน้าหนักใจขึ้น“แต่สำหรับทารกในครรภ์... คนไข้มีภาวะ ‘แท้งคุกคาม’ (Threatened Abortion) ครับ ปากมดลูกมีเลือดออกเนื่องจากแรงกระแทกอย่างรุนแรง ตอนนี้ทางเราได้ฉีดยากันแท้งและให้น้ำเกลือเพื่อระงับการบีบตัวของมดลูกแล้ว...”“หมอหมายความว่ายังไงครับ! ลูกผมยังอยู่ใช่ไหม!” แทนไทเสียงสั่น“ตอนนี้เด็กยังปลอดภัยครับ อัตราการเต้นของหัวใจยังปกติ แต่... หมอต้องขอเตือนอย่างจริงจังนะครับ ภาวะแท้งคุกคามในช่วงไตรมาสแรกอันตรายมาก หลังจากนี้คนไข้ต้องนอนพักฟื้นนิ่งๆ ห้ามขยับตัวแรง ห้ามเดินขึ้นลงบันได และที่สำคัญที่สุด...‘ห้ามมีความเครียดหรือกระทบกระเทือนทางจิตใจโดยเด็ดขาด’ ไม่อย่างนั้น ธรรมชาติอาจจะขับทารกออกมา และคุณจะเสียเด็กไปจริงๆ ครับ”คำวินิจฉัยของแพทย์เปรียบเสมือนค้อนปอนด์ทุบลงกลางใจของแทนไท ชายหนุ่มพิงผนังโรงพยาบาลอย่างหมดแรง ความโล่งใจที่ลูกและภรรยายังมีชีวิตอยู่ ถูกกลบด้วยความกลัวที่จะสูญเสียพวกเขาไปในอ
ทำไมเธอถึงโง่แบบนี้นะ? นิทานซินเดอเรลล่ามันไม่มีอยู่จริงหรอก มหาเศรษฐีอย่างเขาก็ต้องคู่กับผู้หญิงที่คู่ควรสิ เขาคงแค่เห่อลูกในท้อง แต่ลึกๆ แล้วเขาก็คงยังตัดสายสัมพันธ์กับผู้หญิงระดับเดียวกันไม่ขาด เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ใบเฟิร์นวิ่งกึ่งเดินตรงไปยังรถอีโคคาร์คันเก่าของตัวเองที่จอดหลบมุมอยู่ แทนไทสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้เธอขับรถคันนี้ตั้งแต่รู้ว่าตั้งครรภ์เพราะระบบความปลอดภัยมันไม่เทียบเท่ารถยุโรปของเขา แต่ในเวลานี้ เธอไม่สนอะไรอีกแล้ว เธอต้องการแค่หนี... หนีไปให้ไกลจากผู้ชายใจร้ายคนนั้น!มือเล็กรีบล้วงกุญแจออกมากดปลดล็อก กระชากประตูรถเปิดออกแล้วขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ เธอสตาร์ทเครื่องยนต์ เหยียบคันเร่งกระชากรถคันเล็กพุ่งทะยานออกจากช่องจอดด้วยความเร็วที่เกินกว่าปกติ เป็นจังหวะเดียวกับที่แทนไทวิ่งกระหืดกระหอบลงมาถึงลานจอดรถพอดี!“ใบเฟิร์น!! อย่าขับรถตอนที่กำลังอารมณ์เสียนะ! หยุดเดี๋ยวนี้!” ชายหนุ่มตะโกนสุดเสียง วิ่งตามท้ายรถของเธอไปอย่างไม่คิดชีวิต แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ไฟท้ายรถอีโคคาร์ลับหายไปทางทางออกสู่ถนนใหญ่ แทนไทสบถลั่น หันไปตวาดสั่งบอดี้การ์ดคู่ใจที่เพิ่งวิ่งตามลงมา“แมค! อลัน! เอารถ
ผมขอบใจในความหวังดีของคุณนะไอริณ แต่เครื่องประดับทุกชิ้นในงาน ผมสั่งทำพิเศษเตรียมไว้ให้ใบเฟิร์นเรียบร้อยแล้ว คงไม่ต้องรบกวนคุณหรอก” เขาปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย“ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว ผมขอตัวทำงานต่อ คุณกลับไปเถอะ แล้ววันหลังถ้าไม่มีนัดก็อย่าบุกเข้ามาในห้องทำงานของผมแบบนี้อีก ภรรยาผมกำลังท้อง เธอต้องการความสงบผมไม่อยากให้มีเรื่องอะไรมากระทบกระเทือนจิตใจเธอ” คำว่า ‘ภรรยาผม’ กระแทกใจไอริณจนหน้าชา แต่เสียงของมารดาที่ดังก้องอยู่ในหัวทำให้เธอต้องกัดฟันสู้ต่อ หญิงสาวแสร้งทำหน้าสลด น้ำตาคลอเบ้า“พี่แทนรังเกียจไอริณขนาดนั้นเลยเหรอคะ? ไอริณแค่อยากจะทำดีด้วย อยากจะชดเชยที่เคยทำให้พี่แทนอึดอัดใจ... โอ๊ย!”ทันใดนั้น ไอริณก็แกล้งทำเป็นข้อเท้าพลิก ร่างระหงเสียหลักเซถลาพุ่งเข้าหาชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ สัญชาตญาณของมนุษย์ทำให้แทนไทต้องรีบผุดลุกขึ้นแล้วยื่นมือออกไปรับร่างของเธอเอาไว้เพื่อไม่ให้ล้มหัวฟาดขอบโต๊ะ สองแขนของแทนไทรวบประคองเอวของไอริณเอาไว้ ในขณะที่สองมือของไอริณก็เกาะเกี่ยวอยู่ที่คอเสื้อสูทของเขา ใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงแค่คืบ ลมหายใจรินรดกันในท่าทางที่ล่อแหลมและแนบชิดที่สุด!“ป







