LOGINเมื่อเจียงเฟยเย่วกลับมาถึงจวนสกุลเว่ย นางก็ตรงดิ่งเข้าไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายทันที ร่างบางเอนกายพิงขอบอ่างพลางหลับตาพริ้มปล่อยให้อารมณ์ล่องลอย...หากนับรวมวันนี้ นางเพิ่งมาติดอยู่ในร่างนี้ได้เพียงห้าวันเท่านั้น
แรกเริ่มเดิมทีหญิงสาวรู้สึกว่าชีวิตในยุคโบราณนี่มันช่างน่าเบื่อหน่ายไร้รสชาติจะตายชัก! ทว่า... หลังจากผ่านพ้นวันนี้ไป นางมั่นใจเลยว่าชีวิตต่อจากนี้จะไม่มีคำว่าน่าเบื่ออีกต่อไป ในเมื่อมียายเอมี่เพื่อนรักทะลุมิติตามมาสร้างความปั่นป่วนด้วยกันอีกทั้งคน มีหรือพวกนางจะยอมอยู่เฉย ๆ ให้คนโบราณรังแก
เจียงเฟยเย่วลืมตาโพลงขึ้นมาพลันระเบิดเสียงหัวเราะก้องห้องน้ำ ก่อนจะตะโกนออกมาสุดเสียงด้วยความสะใจเต็มคราบ เพราะมั่นใจว่ายามนี้ไม่มีบ่าวใครไหนอยู่แถวนี้
"เวลคัมทูสู่ความบรรลัย... เอ๊ย ความบันเทิงนะเพคะฉินอ๋อง บอกเลยว่าพระองค์ทรงดวงดีสุ่มได้ ตัวซีเคร็ทของแท้ ระดับตำนานไปครองเลยล่ะ ฮ่า ๆ ๆ สะจัยวุ้ย จ่ายพรีเมี่ยมยังไม่ได้ของดีเท่านี้เลย ตัวบรรลัยของแท้เลยนะนั่น"
เว่ยจื่อห่าวที่เพิ่งมาถึงได้ยินนางหัวเราและเอ่ยว่าซีเคร็ทเขาก็นิ่วหน้า อะไรคือเวลคัม อะไรคือซีเคร็ท กล่อมสุ่มระดับพรีเมี่ยมคืออะไร ที่แน่ๆน่าจะหมายถึงพระชายาหยางหมิงจู่กับท่านอ๋องแน่ๆ เสียงหัวเราะเหมือนกำลังสะใจที่ใครบางคนเดือดร้อน
ร่างสูงก้าวเข้ามาในห้องน้ำ เรือนร่างนางเขาไม่ใช่ไม่เคยเห็น แต่คืนนั้นเขาโดนวางยา ส่วนที่ปรากฏแก่สายตายามนี้บรรยายไม่ถูกว่างดงามเพียงไหน ฝีเท้าแผ่วเบาแต่ก็พอให้สายลุยอย่างเจียงเฟยเย่วได้ยินนางจึงเอ่ยกลับไป
"ซิ่วซิ่วเตรียมข้าวของให้หน่อยพรุ่งนี้ข้าจะไปกระชากหนังหน้า เอ้ยความจอมปลอมท่านแม่แสนดี และจะเอาของบำรุงไปให้ท่านย่าด้วย"
".............."
"ซิ่วซิ่ว เอ๋..เสียงซิ่วซิ่วเข้ามาไม่ใช่หรือ"
เจียงเฟยเย่วเห็นสาวใช้ไม่ตอบจึงหันกลับมาดู สายตานางสบเข้ากับสายตาน้ำหมึกของเว่ยจื่อชวน คนตัวเล็กรีบงอเข่ามากอดป้องกันเรือนร่างเปล่าเปลือยก่อนจะกรีดร้องออกมา
"กรี๊ดดดด...ไอ้โรคจิต ไอ้ลามก ไอ้คนหื่นกาม ไอ้บ้า ออกไปนะ"
เว่ยจื่อชวนสาวเท้าเดินไปหานางที่ร้องแหกปากก็รู้สึกเจ็บที่ศีรษะ ซิ่วซิ่วมาจากไหนไม่รู้นางเอาไม้นวดแป้งฟาดเขาไม่นับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
"ไปให้พ้นเจ้าเป็นใคร กล้าดีอย่างไรมาเข้าห้องฮูหยินน้อย นี่แหละทุบให้ตายเลย"
ตุ๊บๆๆ เว่ยจื่อชวนคว้าหมับที่ท่อนไม้สายตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ ซิ่วซิ่วที่เห็นก็เข่าอ่อนทันทีนางไม่เอ่ยอันใด ส่วนเว่ยจื่อชวนหมดอารมณ์ที่จะมองหญิงงามเช่นกัน เขาสาวเท้าออกจากเรือนทันทีก่อนจะทิ้งท้าย
"พรุ่งนี้ข้าจะไปจวนเจียงกับเจ้าด้วย แต่จะตามไปทีหลัง ฮึ นายบ่าวพอกันสายตาตื้นเขินนัก เรือนหลักนี้นอกจากข้าใครจะกล้าเข้ามา น่าโบยให้ตาย"
เมื่อร่างสูงไปแล้วซิ่วซิ่วก็เอาเสื้อคลุมมาให้เจียงเฟยเย่ว หญิงสาวมองหน้ายายสาวใช้ตัวน้อยที่อมยิ้มก่อนจะเอ่ยเสียงเบา
"เจ้าจงใจหรือเด็กแสบ"
"ก็เขาชอบรังแกคุณหนูของข้านี่ ยามอยู่ต่อหน้าเขาท่านเป็นฮูหยินเจียง ยามอยู่กับข้าท่านคือคุณหนูที่รักข้าที่สุด"
"เจ้านี่นะ แต่ก็นับว่าวันนี้ทำดีแล้ว คิกๆๆๆ"
สองนายบ่าวหัวเราะให้กัน ซิ่วซิ่วยืนเช็ดผมให้คุณหนูของตนก่อนจะไปเตรียมของบำรุงที่จะนำให้เยี่ยมเหล่าไท่ไท่วันพรุ่งนี้ ซิ่วซิ่วกังวลคุณหนูของตนจะเสียเปรียบฮูหยินใหญ่อีก แต่คุณหนูบอกว่าอย่ากังวลนักเลย พรุ่งนี้ใครจะเสียเปรียบใครก็ยังไม่แน่
เจียงเฟยเย่วนอนหลับไปแล้ว ส่วนซิ่วซิ่วถูกใครบางคนหิ้วออกมา สาวน้อยลืมตางัวเงียก็ต้องตกใจ นางถูกท่านราชครูจ้องมองด้วยสายตาเย็นเยียบ คอเสื้อถูกหวังเสี่ยวไช่หิ้วจากด้านหลัง ซิ่วซิ่วอยู่ในสภาพห้อยต่องแต่ง เสียงเว่ยจื่อชวนเอ่ยกับนาง
"ข้าจะนอนกับเมีย เจ้าไปหานอนที่อื่น"
"อ๋า..จะให้บ่าวไปนอนที่ใดเจ้าคะ ตั้งแต่ฮูหยินแต่งเข้ามาก็มีห้องนี้ห้องเดียว"
"น่ารำคาญ อาไช่เอานางไปไว้ห้องเจ้า"
"แล้วข้าน้อยจะนอนที่ไหนขอรับ"
" เรื่องมากทั้งคู่ นอนด้วยกันเลยไป วุ่นวายผัวเมียเขาจะทำเรื่องสำคัญ"
ด้านนอกมีเสียงบรรเลงดนตรีงานมงคลดังมาแว่วๆ ส่วนในห้องหยางหมิงจูกำลังเวียนหัวอาเจียน หมอหลวงมาตรวจให้แล้วปรากฏว่านางกำลังตั้งครรภ์ได้เกือบสองเดือนแล้ว ท่านย่าของนางกำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าให้หลานสาว เจียงเฟยเย่วที่มาดูแลเพื่อนรักก็นำน้ำบ๊วยมาให้ ท่านย่าจางเอ่ยขอบคุณนางเบาๆ"ขอบคุณฮูหยินน้อยมากเจ้าค่ะ หลานย่าดื่มสักหน่อยเถอะ"หยางหมิงจูพยายามลุกโดยมีเจียงเฟยเย่วประคอง นางตอบกลับหญิงชราด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"ท่านย่าอย่าได้เอ่ยเช่นนี้ บุญคุณที่ท่านกับท่านปู่และชาวบ้านเหอหนานมีต่อข้ากับน้องสาวนั้นยิ่งใหญ่ ได้ดูแลพระชายาไม่ถือว่าเป็นเรื่องรบกวนอันใดเจ้าค่ะ"หยางหมิงจูดื่มน้ำบ๊วยเรียบร้อยก็ลงไปนอนต่อก่อนจะเอ่ย"ท่านย่า หลานไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ""ใช่แล้วเจ้าค่ะ ท่านย่าออกไปดูชุ่ยชุ่ยเถอะเจ้าค่ะ ยามนี้เจ้าสาวอยู่ห้องหอลำพังคงกำลังตกใจไม่น้อย ทางนี้มีข้ากับซิ่วซิ่วอยู่อย่ากังวลเลยเจ้าค่ะ""เช่นนั้นย่าฝากนางด้วยนะเจ้าคะฮูหยินน้อย""ได้เจ้าค่ะ ข้ากับนางเป็นสหายกันมาสองปีแล้วท่านวางใจได้"ท่านย่าจางออกไปอยู่เป็นเพื่อนช่ยุช่ย เจียงเฟยเย่วให้ซิ่วซิ่วออกไปเอาน้ำร้อนมาเติมก่อนจะเอ่ยกับเพื่อ
หลังกลับมาจากเหอหนานได้เดือนกว่าสองเพื่อนรักยังไม่มีโอกาสได้พบหน้ากันเลยนอกจากส่งจดหมาย วันนี้เจียงเฟยเย่วมาหาเพื่อบอกกล่าวเรื่องที่พี่ชายจะแต่งงานกับเฉินโหรวโหรว ส่วนเจียงเฟยซินจะแต่งานกับเฉินหลงเทียน สองสาวเปิดไหที่เอามาจกาชนบทก่อนที่หยางหมิงจูจะสั่งให้ชุ่ยชุ่ยก่อไฟ"เจ๊มี่ ไม่ต้องต้มก็ได้ไม่ใชเหรอ""ต้มดีกว่า ยุคนี้ไม่มีโรคพยาบาลดีๆ การแพทย์ไม่ก้าวหน้าถ้าขี้แตกจขึ้นมาถึงตายนะมึง""เอาเถอะทำอะไรก็ทำ แค่ฝีมือแกข้าวเปล่าก็อร่อย""ต๊าย แม่คนปากหวาน บ้านทำโรงงานน้ำตาลเหรอย่ะหล่อน"หยางหมิงจูต้มปลาร้าที่เพื่อนรักอยากกินแต่มาต้มที่เรือนเล็กแทนเพราะกลัวกลิ่นจะไปทำให้ทั้งจวนตาเหลือก หยางหมิงจูเลือกใช้กระทะเหล็กเพราะล้างออกได้ หากใช้หม้อดินเผาแล้วกลิ่นเข้าไปติดเพราะมันสามารถดูดซับได้จะเสียหม้อไป เมื่อเดือดจนไม่เหลือเนื้อปลาร้าแล้วก็เททิ้งเอาก้างออกก่อนจะต้มต่อให้น้ำงวดลง จากนั้นพักให้เย็น เจียงเฟยเย่วขูดหัวผักกาดเป็นเส้นฝอย ถึงจะไม่มีมะละกอแต่หัวผักกาดก็แก้ขัดได้ อาจมีกลิ่นแปลกๆนิดหน่อยเท่านั้น พริกเป็นพริกแห้งที่เตรียมมาจากเหอหนานที่ปลุกเอง มะนาวของที่นี่ลูก
หยางหมิงจูล้างหน้าเรียบร้อยก็ไปยังเรือนรับรองเพื่อพบหน้าพ่อแม่สามี ทั้งสองพระองค์กำลังพูดคุยกับชายชราคนหนึ่ง น้ำเสียงดัดจริตเล็กน้อย ฟังก็รู้ว่าเป็นขันที หยางหมิงจูเดินเข้าไปทำความเคารพทั้งสองพระองค์ จากนั้นแม่สามีจึงแนะนำนาง"จูเอ๋อร์ นี่คือเจิ้งกงกง เป็นคนสนิทของไทเฮา พระนางให้เจิ้งกงกงมาส่งข่าวว่าอยากเจอคู่แฝดน่ะ""เพคะเสด็จแม่ ยินดีที่ได้พบใต้เท้าเจิ้งลำบากท่านแล้ว""พระชายาให้เกียรติเกินไปแล้วพ่ะย่ะฮ้า กระหม่อมเป็นเพียงบ่าวคนหนึ่ง""ใต้เท้าเจิ้งอย่าเกรงใจเลย"เมื่อเอ่ยกับขันทีชราเรียบร้อยก็หันไปถามแม่สามีของตน"ว่าแต่เสด็จแม่จะทรงเข้าวังเมื่อไหร่หรือเพคะ""พรุ่งนี้แล้วกัน ไปสักปลายยามเฉินแดดยังไม่ร้อน""เพคะ ชุ่ยชุ่ยอย่าให้ใต้เท้าเจิ้งคอแห้งเล่า"ชุ่ยชุ่ยสอดตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงให้กับชายชรา เจิ้งกงกงสัมผัสได้ว่าพระชายาคนนี้อนาคตย่อมรุ่งเรือง ทั้งใจกว้าและรู้ความ เขายิ้มรับไมตรีของนางก่อนจะขอตัว"ขอบพระทัยพระเมตตาพระชายาทั้งสอง กระหม่อมทูลลาท่านอ๋อง ทูลลาพระชายาพ่ะย่ะฮ้า"หยางหมิงจูพยักหน้า ส่วนขันทีชราก็ขอตัวกลับวังทันที เนื่องจากเย็นแล้วหากประตูวังปิดจะ
วันรุ่งขึ้นยามเฉินบรรดาองครักษ์และสาวใช้ช่วยกันขนของขึ้นรถม้า รถม้ากว่าสิบคันจอดเรียงรายหวังเสี่ยวไช่ให้คนของตนที่สาขาเหอหยวนมาช่วยดูแลเจียงซิ่วซิ่วกับแฝดสาม ส่วนเจียงเฟยหรงนั้นรถม้าของเขาสั่งทำพิเศษเพราะต้องไม่ให้แม่ลูกอ่อนโดนลมขณะอยู่เดือน ทางด้านหยางหมิงจูอุ้มคู่แฝดเดินไปหาท่านปู่ท่านย่าและผู้อาวุโสสกุลหยางเพื่อกล่าวอำลา นัยน์ตาของท่านย่าแดงก่ำ นางเฝ้าคิดถึงหลานสาวตลอดเวลา ไม่คิดว่าพอกับมาอยู่ด้วยกันแล้วยังต้องจากกันอีก หยางหมิงจูส่งลูกให้กับท่านย่าสามและท่านย่าสี่ก่อนจะปลอบใจท่านย่าของตนเอง"ท่านย่า...รอให้คู่แฝดโตสักสองขวบหลานสัญญาว่าจะกลับมาหาท่านเจ้าค่ะ""กลับไปอยู่ทางนั้นดูแลตัวเองดีๆ อยู่ทางนั้นหลานตัวคนเดียวไม่มีครอบครัวหนุนหลัง หากเจอคนรังแกจนอยู่ไม่ไหวเหอหนานยังต้องรับหลานกับลูกๆเสมอนะ"ท่านปู่ใหญ่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงชัดเจนกังวาน เขาไม่ได้เพียงแค่พูดให้หลานสาวเท่านั้นแต่เขายังเอ่ยให้มู่หรงเยี่ยนได้ยินอีกด้วย ต่อให้เป็นท่านอ๋องหากรังแกหลานสาวของเขา เขาก้พร้อมจะประมือเช่นกัน หยางหมิงจูกอดเอวท่านปู่ใหญ่ก่อนจะพยักหน้าตอบกลับ"หลานจะจำไว้เจ้าค่ะ ไม
เจียงเฟยเย่วมองหน้าพี่ชาย เจียงเฟยหรงพยักหน้าน้อยๆหลังจากมื้อค่ำนางจึงรับรู้ว่าฮั่วหย่งฉีมิได้ถูกส่งมาดัดนิสัยแต่เพราะพลั้งมือสังหารน้องชายแม่เลี้ยงที่มายั่วยุเขา ตอนนั้นเขาเพิ่งจะสิบสองย่างสิบสามเท่านั้นก็ตัดหัวคนแล้ว ไทเฮาทรงเมตตาให้ชินอ๋องรับมาอยู่ด้วยหากให้อยู่สกุลฮั่วต่อไปอาจสังหารกระทั่งแม่เลี้ยงและลูกๆของนางจนตัวเขาเองเสียอนาคตได้ เมื่อได้รับรู้เรื่องอดีตของฮัวหย่งฉีเจียงเฟยเย่วที่คันปากอยากกระจายข่าวก็เอ่ยกับคนที่กำลังนอนเอนหลังบนเตียงหยอกล้อกับบุตรชาย"ตาเฒ่าข้าอยากไปหาพระชายาสักหน่อยพอดีมีเรื่องจะเม้าท์เอ๊ยมีเรื่องจะทูลพระนาง เกรงว่าไม่ไปตอนนี้จะลืมได้""เรียกสามีดีๆหน่อยทูนหัว มิเช่นนั้นจะไม่อนุญาตนะ"เจียงเฟยเย่วเดินไปหาก่อนจะจุ๊บแก้มเขาแล้วเอ่ย"ท่านพี่...ข้าไปหาพระชายาได้หรือไม่เจ้าคะ"อี๋..เลี่ยนว่ะ เมื่อบ่นในใจเรียบร้อยก็ยิ้มหวานรอคำตอบ เว่ยจื่อชวนพยักหน้ากลับไป"ไม่รู้ท่านอ๋องประทับอยู่ด้วยหรือไม่ เจ้าไปกับซินซิก็เถอะสองคนพี่น้องจะได้ดูแลกัน"เจียงเฟยเย่วกลอกตามองบนหลายล้านรอบ แค่เปิดประตูหลังบ้านก็เข้ารั้วบ้านสกุลหยางแล้ว พี่ชายข้าปลูกบ้านเพื่อข้าเช
หยางหมิงจูและท่านย่าของนางพาพระชายาหานไปหาคู่แฝด คนติดตามอีกว่าสามสิบคนต่างก็หาที่พัก ชินอ๋องยังทรงเป็นคนที่ทรงงานตลอดเวลา ทันทีที่เห็นตลาดหน้าหมู่บ้านคึกคักก็ทรงไปสำรวจทันที และยิ่งมีความยินดีเมื่อได้เห็นพืชพรรณเขียวชอุ่มทั้งที่หิมะเพิ่งจะละลาย ชาวบ้านที่นี่มีวิธีปลูกพืชพรรณที่ดี ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่อดอยากกันเลยสักนิดร่างสูงควบม้าเข้ามาในหมู่บ้าน เมื่อมาถึงก็เห็นคนคุ้นเคยกำลังนั่งคุยกับชาวบ้านอีกทั้งยังมีการดื่มสุราที่ชาวบ้านหมักเองด้วย มู่หรงเยี่ยนลงจากหลังม้าเดินไปหาเขา เว่ยจื่อชวนเอง ฮั่วหย่งฉีและหวังเสี่ยวไช่เองก็เดินตามไปเช่นกัน มู่หรงเยี่ยนทำความเคารพคนแรก"ถวายพระพรเสด็จพ่อ ทรงเดินทางราบรื่นหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ""อืม ก็ดี""กระหม่อมเว่ยจื่อชวนถวายพระพรชินอ๋องพ่ะย่ะค่ะ""ราชครูเว่ย ท่านก็มาตามเมียเช่นกันหรือ"เว่ยจื่อชวนหน้าแดงออกอาการเขินอาย หวังเสี่ยวไช่และฮั่วหย่งฉีเองก็ทำความเคารพคนสูงศักดิ์เช่นกันก่อนที่ชินอ๋องจะเอ่ยกับคนหนุ่ม"เจ้าจะแต่งงานกับนางจริงๆหรือ ย่าเล็กของเจ้าอยากถามความตั้งใจ"ฮั่วหย่งฉีมองใบหน้าเสด็จลุงซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของบิดาตนก่อ
จวนสกุลเว่ยเสียงอื้ออึงในเรือนทำเอามินนี่นอนอุดหูอยู่ในห้องถึงกับต้องลุกขึ้นมา เธอตื่นมาในร่างนี้ได้สองวันแล้ว จากความทรงจำยายนี่ตบตีกับผู้หญิงคนหนึ่งเหมือนจะมีตำแหน่งเป็นพระชายาอ๋องคนหนึ่ง ทั้งสองคนตีกันจนตกน้ำตกท่า เดิมหยางหมิงจูคนนั้นต้องแต่งกับเว่ยจื่อชวนราชครูเย็นชาคนนี้ แต่ไม่รู้ท
เอมี่พยายามหยีตาก่อนจะปรับโฟกัส ทำไมมีแต่คนสวมชุดจีนถ่ายละครเหรอ ไม่สิเธออยู่ในสนามทดสอบรถและกำลังไลฟ์สดไปด้วย ก่อนจะหันซ้ายหันขวาหาเพื่อนสาว "มินนี่อยู่ไหนอ่ะ แค่กๆๆ เฮ้ย...ทำไมฉันพูดภาษาจีนล่ะ เดี๋ยวนะ"สายตามองไปรอบๆ ยกมือตัวเองขึ้นมาดู เอมี่ลุกไปหาที่ส่องดูตนเอง กระทั่งชักเอากระบี่
บรื้นนนนนน เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มท้องถนน เอมี่สาวไทยใจเกินร้อยกับมินนี่สาวจีนเพื่อนเลิฟที่เรียนมาด้วยกันเพราะเอมี่ไปเรียนที่จีนตั้งแต่จบมัธยมต้น ตอนนี้ทั้งสองเป็นวิศกรของบริษัทรถยนต์แบรนด์ดังแบรนหนึ่ง วันนี้ทั้งคู่ต้องมาทดสอบสมรรถนะของรถรุ่นใหม่ที่จะออกสู่ตลาดเอมี่เป็นคนขับส่วนมินนี่นั่งข้
เจียงเฟยเย่วกำลังหลับไปก็รู้สึกมีไอร้อนมาอยู่ข้างๆ ซิ่วซิ่วนอนอยู่ข้างล่างไม่ใช่หรือ ยายกระต่ายน้อยจะขึ้นมาบนเตียงนางทำไม ร่างบางที่หันหลังกำลังจะหันกลับมาอยู่ๆวงแขนแข็งแรงก็กอดเอวบางนางเอาไว้ เจียงเฟยเย่วดีดผึงทันที เมื่อสายตาเห็นชัดว่าเป็นใครก็หันไปคว้าหมอนมาทุ่มอย่างเอาเป็นเอาตาย"เว่ยจื่อ







