Mag-log inเมื่อเพื่อนรักสองคนดันรถคว่ำแล้วตุยจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคู่ซี้กลายมาเป็นเมียอ๋องเย็นชากับราชครูเฮงซวย "เจ้าคือเจียงเฟยเย่ว" "เพคะ... เป็นหม่อมฉันเอง" "เหตุใด... ข้าถึงได้รู้สึกคุ้นเคยเจ้านัก" "หม่อมฉันคงหน้าโหลมั้งเพคะ" คำตอบกวนประสาทนั้นทำเอาหยางหมิงจูสะอึก นางเด้งตัวลุกพรวดขยับมานั่งคุกเข่าจ้องหน้าเจียงเฟยเย่วตาเขม็ง ก่อนจะเอ่ยบางอย่างขึ้นมาเสียงสั่น "ผู้ใหญ่หาผ้าใหม่..." ทว่ายังไม่ทันที่นางจะต่อประโยคให้จบ เจียงเฟยเย่วก็โพล่งสวนขึ้นมา "ไข่หนึ่งใบสามบาทห้าสิบ!" เอมี่ในร่างหยางหมิงจูอยากเช็คให้ชัวร์ว่าคนตรงหน้าคือคนที่เธอกำลังคิดว่าใช่แน่ๆ จึงเอ่ยต่อ "ไฮ แอม เอมี่ แอม ฟอร์ม ไทยแลนด์ วอท ยัวร์ แหนม" เจียงเฟยเย่วอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน ตอบกลับไปน้ำเสียงตื่นเต้น "แอม มินนี่ แอมฟอร์มไชน่า และไม่กินแหนมเพราะมันเปรี้ยว" เจียงเฟยเย่วเงยหน้าสบตากับคนที่คุกเขาอยู่ หยางหมิงจูน้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม ทันใดนั้นทั้งสองสาวก็ระเบิดเสียงกรี๊ดลั่นพร้อมกัน "ฮัลโหลสาว!! นั่นแกใช่ไหมเพื่อน! ฮือ ๆ ๆ ๆ ฉันคิดถึงแกจะบ้าตายอยู่แล้ว!"
view moreบรื้นนนนนน เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มท้องถนน เอมี่สาวไทยใจเกินร้อยกับมินนี่สาวจีนเพื่อนเลิฟที่เรียนมาด้วยกันเพราะเอมี่ไปเรียนที่จีนตั้งแต่จบมัธยมต้น ตอนนี้ทั้งสองเป็นวิศกรของบริษัทรถยนต์แบรนด์ดังแบรนหนึ่ง วันนี้ทั้งคู่ต้องมาทดสอบสมรรถนะของรถรุ่นใหม่ที่จะออกสู่ตลาด
เอมี่เป็นคนขับส่วนมินนี่นั่งข้างๆ ขับผ่านโค้งแรกก็ไม่มีอะไร ผ่านไปหลายๆโค้งก็ไม่มีปัญหากระทั่งโค้งหักศอกสุดท้าย อยู่ๆยางรถยนต์ที่ให้กองเรียงเพื่อเป็นบังเกอร์กลับมีล้อหนึ่งกระเด็นกลิ้งลงมากลางทาง ถึงจะเป็นสนามทดสอบแต่ก็ขับมา120ทำให้เอมี่หักหลบ แต่บริเวณที่หักหลบกลับไม่ใช่ล้อรถยนต์ที่เรียงไว้แต่มันคือแท่งปูน มินนี่ร้องเตือนเสียงดัง
"เฮ้ย เอมี่ระวัง"
"ไม่ทันแล้วเพื่อน อ๊ายยย"
"กรี๊ดดดด"
เอี๊ยดดดด!!! โครม!!! เสียงเบรกจนล้อฟรีกระทั่งเสียงโครมดังตามมา ไฟลุกท่วมรถเจ้าหน้าที่สนามและฝ่ายป้องกันภัยรีบเข้ามาพร้อมถังดับเพลิงแต่ไม่ทันจะถึงรถเกิดระเบิดขึ้นก่อน บึ้ม!! ลูกไฟขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าและมีเสียงระเบิดตามมาอีกสามสี่ครั้ง ทุกคนต่างส่ายหน้าและถอนหายใจ ดูแล้วทั้งคู่คงไม่รอด ยางรถยนต์หลุดมาขวางถนนได้ยังไง แล้วนี่เป็นการถ่ายทอดสดการทดสอบรถรุ่นนี้ด้วย เรื่องนี้ต้องพิสูจน์เพื่อให้ความเป็นธรรมกับวิศวกรของบริษัทเพิ่งจากไป ความเสียหายมันมากกว่าเรื่องหุ้น เพราะตกสองคนนั้นคือหัวกะทิที่กว่าจะปั้นขึ้นมาได้ไม่ง่ายเลย
ตูม!!! แรงระเบิดมหาศาลพรากสติและความเจ็บปวดไปในเสี้ยววินาที...ในความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง จิตวิญญาณของสองวิศวกรสาวคู่หูอย่างเอมี่ และ มินนี่ ลอยคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน ไม่มีเหลือแล้วทั้งเสียงเครื่องยนต์ที่เคยหลงใหล หรือเปลวไฟที่แผดเผา มีเพียงสายใยความผูกพันของเพื่อนแท้ที่ดึงรั้งจิตของทั้งคู่ให้ยังเกาะเกี่ยวกันไว้แน่น
"มินนี่เธออยู่ไหน"
เสียงสะท้อนในความทรงจำของกรีดร้อง
"ฉันอยู่นี่... เราตายแล้วใช่ไหม?"
แต่ก่อนที่ความกลัวจะกัดกิน ความรู้สึกหน่วงหนักอย่างประหลาดก็ดึงรั้งจิตของทั้งสองดิ่งวูบลง
แคว้นเจียงหนาน
"ฮือๆๆพระชายาท่านทรงฟื้นสิเพคะ อย่าทรงล้อเล่นกับบ่าวเช่นนี้เลยฮือๆๆ"
"ร้องให้ตายนางก็ไม่ฟื้นขึ้นมาหรอก สตรีอสรพิษจิตใจช่างอำมหิตยิ่งนัก ในเมื่อนางชอบราชครูเว่ยเพียงนั้นจะมาแต่งงานกับท่านอ๋องทำไม ไปตบตีกับฮูหยินของเขาจนตกน้ำตกท่า จมน้ำตายก็สมควรแล้ว"
"หุบปากนะ..เจ้าก็แค่บ่าวคนหนึ่งอวดดีอย่างไรกล้าแช่งพระชายากัน"
"เพ้ย พระชายาที่ตอนนี้กลายเป็นเพียงศพเย็นนะหรือ ตอนยังไม่ตายท่านอ๋องยังไม่ชายตามอง ถึงกับวางยาสามีตนเองเพื่อได้ร่วมหลับนอน น่ารังเกียจยิ่งนัก"
ชุ่ยชุ่ยกำมือแน่นลุกไปเพื่อจะสั่งสองบ่าวที่อวดดีแต่ทว่าท่านอ๋องกลับเดินเข้ามาเสียก่อน เสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้น
"ทำไม จะลงมือกับบ่าวจวนข้าหรือ นายเป็นเช่นไรบ่าวเป็นเช่นนั้นเสียจริงๆนะ"
ชุ่ยชุ่ยคุกเข่าลง ฉินอ๋องทรงพระทัยร้ายนัก พระชายานอนสลบตั้งแต่ขึ้นจากน้ำมาสามวันแล้วเพิ่งจะเสด็จมา เสียงเขาเอ่ยอีกครั้ง
"ถ้าฟื้นก็ไล่ไปอยู่เรือนหลัง ถ้าตายก็เอาเสื่อฟางห่อไปโยนทิ้งเสีย มิต้องจัดงานไว้อาลัยให้สิ้นเปลือง"
มู่หรงเยี่ยนเอ่ยจบก็มีเสียงไอดังมาจากร่างที่สลบมาแล้วสามวัน
"แค่ก แค่ก แค่ก โอ๊ย มินนี่อยู่ไหนอ่ะส่งเสียงหน่อย อืมกลิ่นธูปมาจากไหนเนี่ย คลุ้งขนาดนี้จุดดับกลิ่นศพหรือไงวะ"
พรวด!! สาวใช้และคนงานต่างถอยหนีทันที นี่มันผีหลอกหรือ มิใช่พระชายาตายแล้วหรือ มู่หรงเยียนเห็นว่านางรู้สึกตัวจึงสาวเท้ามา เมื่อเดินมาถึงก็คว้าข้อมือเล็กกระชากเข้าหาตัวเอ่ยเสียงแข็ง
"เจ้ายังไม่ตายเสแสร้งให้คนมาดูใจทำไม"
บัดนี้ ณ ลานเรือนหลังยามนี้คงเหลือเพียงสตรีสี่คน หยางหมิงจูหันไปสั่งคนของตนเอง“ชุ่ยชุ่ย...เอาเผือกที่ลอกเปลือกแล้วไปบดให้ละเอียด ข้ามีธุระจะเจรจากับเว่ยฮูหยินตามลำพัง""ซิ่วซิ่ว... เจ้าก็ไปช่วยนางทำงานเล็กๆ น้อยเถอะข้ามีเรื่องสำคัญต้องพูดคุยกับพระชายา"เจียงเฟยเย่วสั่งสำทับอีกคน สองสาวใช้รับคำสั่ง แม้จะไม่ถูกชะตากันเพราะเรื่องของเจ้านาย ทว่ายามนี้จำใจต้องพากันเดินออกไปช่วยกันทำงาน ครั้นเมื่อลับตาคน หยางหมิงจูก็เดินนำเจียงเฟยเย่วเข้ามาในเรือนนอน ร่างระหงทรุดกายลงนั่งบนตั่งเตียงก่อนจะเปิดประเด็น"เจ้าคือเจียงเฟยเย่ว""เพคะ... เป็นหม่อมฉันเอง""เหตุใด... ข้าถึงได้รู้สึกคุ้นเคยเจ้านัก""หม่อมฉันคงหน้าโหลมั้งเพคะ"คำตอบกวนประสาทนั้นทำเอาหยางหมิงจูสะอึก นางเด้งตัวลุกพรวดขยับมานั่งคุกเข่าจ้องหน้าเจียงเฟยเย่วตาเขม็ง ก่อนจะเอ่ยบางอย่างขึ้นมาเสียงสั่น"ผู้ใหญ่หาผ้าใหม่..."ทว่ายังไม่ทันที่นางจะต่อประโยคให้จบ เจียงเฟยเย่วก็โพล่งสวนขึ้นมา"ไข่หนึ่งใบสามบาทห้าสิบ!"เอมี่ในร่างหยางหมิงจูอยากเช็คให้ชัวร์ว่าคนตรงหน้าคือคนที่เธอกำลังคิดว่าใช่แน่ๆ จึงเอ่ยต่อ"ไฮ แอม เอมี่ แอม ฟอร์ม ไทยแลนด์ วอท ยัวร์
เจียงเฟยเย่วมองหน้าเขาก่อนจะนึกได้ว่ายายนี่ชอบฉินอ๋องคนนี้ แต่ในความทรงจำยายนี่ไม่เคยเจอหน้าฉินอ๋องมาก่อนแล้วจะชอบได้อย่างไร ดูเหมือนข่าวลือคุณหนูใหญ่เจียงคลั่งไคล้ฉินอ๋องคงมีคนจงใจปล่อยข่าวสินะ จากนั้นก็ยิ้มแล้วทำความเคารพแบบซีรีส์ตั้งที่เคยดู"หม่อมฉันถวายพระพรฉินอ๋องเพคะ""เว่ยฮูหยินตามสบาย ว่าแต่ราชครูเว่ยมีธุระสำคัญหารือกับเราหรือ""หามิได้พ่ะย่ะค่ะ..ฮูหยินของกระหม่อมสำนึกในความผิดที่นางก่อขึ้นจึงอยากมาขอพระราชทานอภัยโทษจากท่านอ๋องกับพระชายาพ่ะย่ะค่ะ"มู่หรงเยี่ยนพยักหน้าให้อย่างเข้าใจก่อนจะเอ่ยเรียบๆ"หยางหมิงจูเองก็มิใช่ว่าไร้ความผิด เอาล่ะท่านพาฮูหยินท่านตามข้ามาเถอะ นางพักผ่อนอยู่เรือนหลังน่ะ"เว่ยจื่อชวนเดินตามมู่หรงเยี่ยนไป เจียงเฟยเย่วเอ่ยพึมพำกับตัวเอง"สำนึกในความผิดบรรพบุรุษเจ้าสิ คนเขานั่งอยู่ดีๆ ก็มีใครไม่รู้มาผลักข้าก็แค่ตกใจเผลอคว้ามือนางที่อยู่ใกล้ๆ ลงไปด้วย เอาตาข้างไหนมองว่าไปตบตีกันจนตกน้ำ คนหนึ่งเป็นแม่ทัพอีกคนเป็นราชครู โง่ขนาดนี้ได้ตำแหน่งมาได้ยังไง ง่อยปวกเปียกยังกับไก่ป่วยเป็นไข้หวัดนก"ทั้งสองคนหันไปมองหน้ากัน มู่หรงเยี่ยนรู้สึกว่าคำพูดของฮูหยินเว่ยจื่อชวน
ปลายยามเว่ย เจียงเฟยเย่วได้รับข้อความจากสาวใช้ส่งตรงมาจากจวนสกุลเจียง ว่าพรุ่งนี้เจียงฮูหยินมีคำสั่งให้นางกลับบ้านเดิมด่วนเพื่อพูดคุยธุระสำคัญ ครั้นเมื่อคนส่งสารจากจวนเจียงคล้อยหลังไป ซิ่วซิ่ว ก็ยืนหน้างอ เอ่ยปากอย่างไม่พอใจทันที"ให้ฮูหยินน้อยกลับไปบ้านเดิมงั้นหรือ หึ คุณหนูรองคงต้องการจะแย่งชิงอะไรจากท่านอีกกระมังเจ้าคะ ไหนว่าองค์ชายใหญ่มีใจให้นางอย่างไรเล่า แต่บ่าวเห็นนางคอยจ้องมองท่านเขยตาเป็นมันทุกครั้ง ครั้งนี้คิดจะอาศัยมือของฮูหยินมาแย่งสามีพี่สาวอีกหรืออย่างไร"เจียงเฟยเย่วยกมือขึ้นขยับปิ่นปักผมเบา ๆ ท่าทางไม่ได้ทุกข์ร้อน ยามว่างนางพยายามทบทวนความทรงจำเพื่อหาตัวการที่ลากร่างเดิมไปสู่สถานการณ์ร่วมเตียงกับเว่ยจื่อชวนในงานชมบุปผาของพระชายาชินอ๋อง บัดนี้นางมีคำตอบในใจแนบชิดแล้ว ก่อนจะเอ่ยกับสาวใช้เสียงเรียบ"ต่อให้มารดาของข้าอยากได้ลูกเขยคนโตไปประเคนให้ลูกสาวคนรอง ก็ต้องดูว่าเว่ยจื่อชวนเขาจะทนความสะอิดสะเอียนในการใช้ผู้หญิงร่วมกับพี่น้องร่วมสายเลือดได้หรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ ... หากเขารับได้ข้าจะขอหย่าทันที ต่อให้เขาไม่ยอมหย่าข้าก็ไม่อยู่ แค่ต้องใช้สามีร่วมกับคนอื่นก็ขยะแขยงจะแย่แล้ว
จวนสกุลเว่ยหลังจากปีนลงมาจากต้นไม้ เจียงเฟยเย่ว ก็ตรงดิ่งไปยังห้องครัวทันที ในใจยังคงนึกถึงภาพสตรีที่สบตากันเมื่อครู่... นางรู้สึกคุ้นเคยกับหยางหมิงจูคนนั้นอย่างประหลาด ช่างเถอะ! กะอีแค่ไปเจอหน้าสักครั้งจะกลัวอะไร อย่างมากหากพูดไม่เข้าหูก็ตบกันอีกรอบ ตบมาตบกลับไม่โกง ตัวแม่จะแคร์เพื่อ! ชายาอ๋องแล้วอย่างไร? ไอ้คนแซ่เว่ยนี่ก็อีกคน ต้องหาทางหย่าขาดจากกันให้ได้ เมืองหลวงเฮงซวยนี่มันน่าอยู่ตรงไหนกัน ศิวิไลซ์ตรงไหนกันเมื่อนางมาถึงห้องครัว บ่าวไพร่ต่างพากันกระโดดหลบไปอีกทางด้วยความหวาดกลัว ด้วยว่าฮูหยินน้อยคนนี้จิตใจชั่วร้ายชอบทุบตีด่าทอยิ่งนัก ทว่าเจียงเฟยเย่วหาได้สนใจสายตาใคร นางลงมือนวดแป้งเพื่อทำขนมเปี๊ยะทันที พลางสั่งให้ ซิ่วซิ่ว ไปหาซื้อถั่วเหลืองมากวนทำไส้ นางอยากทำขนมชนิดนี้เพราะว่ามันคือของโปรดของ 'เอมี่' เพื่อนรักในชาติก่อนของนาง ยามนี้คิดถึงเพื่อนเหลือเกิน จึงอยากทำออกมาเพื่อคลายความเหงาเจียงเฟยเย่วอบขนมไปหลายเตาจนส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ กระทั่งกลิ่นหอมหวานนั้นลอยข้ามกำแพงไปยังจวนอ๋องข้าง ๆ ... ทำเอาหยางหมิงจูที่กำลังนอนหลับอยู่ ถึงกับนอนฝันหวานว่าตัวเองกำ


















Rebyu