Mag-log inเจียงเฟยเย่วกำลังหลับไปก็รู้สึกมีไอร้อนมาอยู่ข้างๆ ซิ่วซิ่วนอนอยู่ข้างล่างไม่ใช่หรือ ยายกระต่ายน้อยจะขึ้นมาบนเตียงนางทำไม ร่างบางที่หันหลังกำลังจะหันกลับมาอยู่ๆวงแขนแข็งแรงก็กอดเอวบางนางเอาไว้ เจียงเฟยเย่วดีดผึงทันที เมื่อสายตาเห็นชัดว่าเป็นใครก็หันไปคว้าหมอนมาทุ่มอย่างเอาเป็นเอาตาย
"เว่ยจื่อชวน ไอ้คนโรคจิตท่านทำอะไรเนี่ย"
"นอนกับเจ้าไง หมอนข้างเจ้าเอาไปหมดข้าเลยกอดเจ้าแทน"
"โว้ย...แล้วซิ่วซิ่วล่ะนางไปไหน"
"ข้าไล่ไปนอนห้องอาไช่แล้ว อ๊า..เอียอ้าเอ้าอำอาไอ( อ๊า เมียข้าเจ้าทำอะไร)"
เจียงเฟยเย่วจับปากเขาฉีก เว่ยจื่อชวนต้องจับมือนางออก คนตัวเล็กโมโหจนพูดไม่ออกทั้งทุบทั้งหยิกจนชายหนุ่มลายไปทั้งตัวเหลือแต่ใบหน้าที่นางไม่ทำ
" ถ้าไม่ใช่ว่าหน้าตาดีนะแม่จะข่วนให้เลือดอาบเลยเชียว ไอ้คนเลวนอกจากหนังหน้าที่พอดูได้แล้วนอกนั้นล้วนไม่มีดีสักอย่าง ซิ่วซิ่วเป็นสาวยังไม่ออกเรือนให้นางไปนอนห้องบุรุษ ชื่อเสียงนางจะยังรักษาไว้ได้ไหมห๊า ไอ้แก่ไม่มีหัวคิด"
เว่ยจื่อชวนอึ้งไปชั่วขณะ เขาเพิ่งจะยี่สิบห้าเองนะ ถูกเมียเรียกไอ้แก่นี่เจ็บกว่านางหยิกเป็นร้อยเท่า เจ็บกว่าถูกกระบี่แทงเสียอีก แต่คนตัวโตยังคงตีมึน
"อาไช่ไม่ทำอะไรนางหรอก เจ้านั่นสามสิบห้าแล้วยังไม่เคยหวั่นไหวกับสตรีสักนิด ป่านนี้อาจกำลังนั่งเช็ดกระบี่อยู่ก็ได้ เขาเกลียดสตรียิ่งกว่าข้าเสียอีก"
"หวังเสี่ยวไช่เป็นรูปปั้นหินหรือไง ถอยไป!! ข้าจะไปตามสาวใช้ข้า ถ้าคนของท่านแตะซิ่วซิ่วละก็ข้าจะจับตอนให้เป็นขันทีทั้งนายทั้งบ่าวเลย"
เว่ยจื่อชวนจำใจต้องสงบศึก เขารู้ว่านางร้ายกาจ แต่ไม่คิดว่าจะร้ายกาจเช่นนี้ ร่างบางถอยห่างจากเขาก่อนจะกระชับผ้าห่มมาคลุมร่างแล้วเอ่ยเสียงเข้ม
"ข้ากับซิ่วซิ่วไม่ใช่เฉินโหรวโหรวแม่ดอกบัวขาวของท่าน อยากหาสตรีมารยาไปหาที่จวนเฉินโน่น"
"โหรวโหรวนางเกี่ยวอะไรด้วย"
"โหรวโหรว อ๊วกแหวะ แค่ชื่อก็รู้แล้วว่าตอแหล ในซีรีส์อีนางตัวดีที่น่าตบด้วยรองเท้าส่วนมากก็ชื่อนี่แหละ ส่วนไอ้ผัวเลวมักเป็นอ๋อง แม่ทัพ แล้วก็ราชครูโง่ๆ"
"อะไรคือซีรีส์ อะไรคือตอแหล วาจาเจ้าช่างฟังไม่รู้เรื่อง แล้วที่บอกว่าข้าโง่เจ้าหมายความว่าอย่างไร"
เจียงเฟยเย่วมองหน้าเขาเอ่ยอย่างเบื่อหน่าย
"ตาแก่ ท่านบอกว่าข้าชอบฉินอ๋องวางแผนจะขึ้นเตียงเขา สุดท้ายเป็นท่านที่ซวย ขอถามสักคำข้าเพิ่งเห็นหน้าไอ้อ๋องปัญญาอ่อนนั่นก็วันนี้เอง ดุแล้วไม่เห็นจะน่าชอบพอตรงไหน ในหัวคงมีแต่คนดีๆที่ไหนไล่เมียไม่พอยังให้อดข้าวอดน้ำ คนสติดีๆไม่มีใครเขาทำกันหรอก ส่วนท่านข้าเจอท่านครั้งแรกก็ตอนที่ลืมตามาแล้วท่านนอนกอดข้าอยู่นั่นแหละ พูดก็พูดถ้าข้าไปนอนกับคนเชือดหมูยังฟังดูมีน้ำหนักกว่าอีก ข้ากับลุงชิวเจอกันประจำเวลาข้าไปซื้อเนื้อมาทำอาหารให้ท่านย่า เพ้ยๆๆ"
"เจ้าเอาข้าไปเปรียบกับคนเชือดหมูหรือ"
"ใช่ เขาดูฉลาดกว่าท่านเสียอีก เว่ยจื่อชวนไปพาซิ่วซิ่วน้อยของข้ากลับมาเดี๋ยวนี้นะ ท่านจะแก้แค้นที่นางตีท่านวันนี้หรือ บอกไว้ก่อนหากนางมีรอยข่วนหรือผมหลุดสักเส้นข้าจะปลงผมหวังเสี่ยวไช่ให้เป็นหลวงจีนเลยคอยดู"
ครื้นๆๆ เปรี้ยง ซู่ซ่าาา เสียงฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก เว่ยจื่อชวนเป่าปากเรียกองครักษ์มาก่อนจะสั่ง
"ไปบอกอาไช่ให้ดูแลยายตัวแสบเจียงซิ่วซิ่วให้ดี ให้ระวังไม้นวดแป้งนางด้วย ยายเด็กซิ่วซิ่วนั่นชอบเล่นทีเผลอ"
"ขอรับใต้เท้า"
เสียงองครักษ์ไปแล้วเจียงเฟยเย่วถลึงตาใส่เขา
"เจ้าคิดเจ้าแค้นไอ้แก่เอ๊ย กับเด็กก็ไม่เว้น"
"นอนเถอะ..ข้าจะมาบอกว่าพรุ่งนี้หลังจากประชุมเช้าเสร็จข้าจะตามไปจวนเจียง แค่หยอกเจ้านิดหน่อยโวยวายเสียยังกับใครมาเผาเรือน หมดอารมณ์จะล้อเจ้าเล่นแล้ว ถ้าหากไม่เพราะฝนตกหนักข้ากลับเรือนใหญ่แล้วน่ารำคาญยิ่งนัก"
เจียงเฟยเย่วลุกขึ้นทันทีที่เขาเอ่ยจบ นางก้าวลงจากเตียงก่อนจะเดินไปด้านนอก จากนั้นก็กลับมาพร้อมร่มกระดาษในมือสองอันแล้วส่งให้เขา
"นี่ไงข้ามีร่ม มีสองขนาดเล็กกับใหญ่ท่านจะเอาอันไหนเพื่อกลับเรือน"
เว่ยจื่อชวน"..............."
"ลมแรงร่มเอาไม่อยู่ นอนได้แล้วหรืออยากให้ข้าทำอย่างอื่น ข้าฝืนใจทำให้เจ้าได้นะแค่เจ้าร้องขอ"
"นี่ใต้เท้าเว่ย.......นอกจากร่มแล้ว ห้องข้ามีกระจกด้วยนะ ท่านจะส่องสักหน่อยไหมเผื่อจะหลงตัวเองน้อยลง"
เว่ยจื่อชวนเถียงนางไม่ออกสักคำเขาจึงหันหลังให้แล้วนอนทันที เจียงเฟยเย่วโมโหเขานางจึงไปเปิดตู้ขนที่นอนออกมาแล้วปูนอนตรงที่เดิมซิ่วซิ่ว ร่างสูงเห็นเมียไม่ขึ้นมาก็หันกลับไปดู นางห่อตัวเองด้วยผ้านวมถึงสามชั้นราวกับหนอนดักแด้ตัวอ้วน นี่เมียรังเกียจเขาเพียงนี้เชียว ผู้หญิงบ้า จากนั้นก็ฮึดฮัดนอนหลับไป ขึ้นไปปลุกนางมีหวังไม่ต้องนอน เขาได้ยืนหลับในท้องพระโรงแน่ๆ
จวนอ๋อง
หยางหมิงจูที่เพิ่งจะกวนไส้เผือกหวานเสร็จก็นวดแป้งเตรียมไว้พรุ่งนี้เช้า นางให้ชุ่ยชุ่ยไปซื้อแป้งได้มาสองชั่ง ไอ้คนแซ่มู่นี่ใจดำชะมัด ไม่ให้กินข้าวพอว่า ไม่ให้ออกไปข้างนอกพอเลย คิดว่ากำแพงแค่นี้จะกั้นแม่ได้เหรอ รอให้กำลังเจ๊ฟื้นก่อนเถอะ จวนอ๋องนี่ถ้าสงบสุขเกินไปจะจุดความบรรลัยเอ้ยความบันเทิงให้เอง
ร่างบางนั่งมองไปยังสายฝนที่กำลังโปรยปราย ชุ่ยชุ่ยหลับไปแล้ว หยางหมิงจูรู้สึกอึดอัดในอก เหมือนกับความรู้สึกร่างเดิมกำลังเรียกร้องบางอย่าง ปู่กับย่าของร่างนี้ยามฝนตกมักจะปวดตามแขนขาหรือเป็นเหน็บชา น่าจะมาจากการที่ไม่ได้กินดีอยู่ดี แต่ทั้งสองกลับเลี้ยงนางมาอย่างดี เด็กคนนี้คงคิดถึงและเป็นห่วงคนแก่ทั้งสองคน
หยางหมิงจูเริ่มวางแผนออกจากจวนอ๋องไปอยู่ที่นั่นแล้ว หยางหมิงไม่มีทางตามหานางและยิ่งไม่ให้มู่หรงเยี่ยนตามเจอด้วย เขากลัวว่าเรื่องที่เขากุขึ้นมาว่าตนเองเป็นลูกกำพร้า หาเงินเดินทางมาสอบเองจะถูกขุดคุ้ย เมื่อนั้นตำแหน่งก็รักษาไว้ไม่ได้ หัวบนบ่ายิ่งอาจจะรักษาไม่ได้เช่นกัน
"พรุ่งนี้มินนี่ไม่มา มะรืนออกไปข้างนอกดีกว่า มู่หรงเยี่ยนเข้าเฝ้าเช้าฉันมีเวลาเตร็ดเตร่ ใครกล้าขวางหึ ชื่อเสียงยายหยางหมิงจูแต่เดิมก็ไม่ใช่ว่าดีมากมาย เอามาใช้หน่อยไม่เป็นไรหรอก ในเมื่อนางเป็นคนร้ายกาจงั้นก็ร้ายให้มันสุดๆไปเลย เอมี่จ๋าเห็นใบหย่ารำไรๆแล้ว อืมม๊วฟ จุ๊บๆ อนาคตที่ดีรอเราอยู่ "
ก่อนหน้าที่เจียงเฟยเย่วจะกลับ หยางหมิงจูตกลงกับเจียงเฟยเย่วว่าจะส่งข่าวผ่านกำแพงจวน นางจะเขียนจดหมายปีนขึ้นไปซ่อนไว้บนกิ่งหลิว เจียงเฟยเย่วเองก็เห็นด้วย แบบนี้ก็ไม่มีใครรู้แล้วว่าพวกนางติดต่อกัน นางมองไปยังตำหนักหลักของจวนอ๋อง ดูยิ่งใหญ่น่าเกรงขามแต่กลับไม่ชวนให้อยากอยู่สักนิด จากนั้นจึงเข้านอน ที่นี่ถึงจะเป็นเรือนร้างแต่ก็เป็นของจวนอ๋องจึงไม่ได้ผุพังจนอยู่อาศัยไม่ได้
ด้านนอกมีเสียงบรรเลงดนตรีงานมงคลดังมาแว่วๆ ส่วนในห้องหยางหมิงจูกำลังเวียนหัวอาเจียน หมอหลวงมาตรวจให้แล้วปรากฏว่านางกำลังตั้งครรภ์ได้เกือบสองเดือนแล้ว ท่านย่าของนางกำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าให้หลานสาว เจียงเฟยเย่วที่มาดูแลเพื่อนรักก็นำน้ำบ๊วยมาให้ ท่านย่าจางเอ่ยขอบคุณนางเบาๆ"ขอบคุณฮูหยินน้อยมากเจ้าค่ะ หลานย่าดื่มสักหน่อยเถอะ"หยางหมิงจูพยายามลุกโดยมีเจียงเฟยเย่วประคอง นางตอบกลับหญิงชราด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"ท่านย่าอย่าได้เอ่ยเช่นนี้ บุญคุณที่ท่านกับท่านปู่และชาวบ้านเหอหนานมีต่อข้ากับน้องสาวนั้นยิ่งใหญ่ ได้ดูแลพระชายาไม่ถือว่าเป็นเรื่องรบกวนอันใดเจ้าค่ะ"หยางหมิงจูดื่มน้ำบ๊วยเรียบร้อยก็ลงไปนอนต่อก่อนจะเอ่ย"ท่านย่า หลานไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ""ใช่แล้วเจ้าค่ะ ท่านย่าออกไปดูชุ่ยชุ่ยเถอะเจ้าค่ะ ยามนี้เจ้าสาวอยู่ห้องหอลำพังคงกำลังตกใจไม่น้อย ทางนี้มีข้ากับซิ่วซิ่วอยู่อย่ากังวลเลยเจ้าค่ะ""เช่นนั้นย่าฝากนางด้วยนะเจ้าคะฮูหยินน้อย""ได้เจ้าค่ะ ข้ากับนางเป็นสหายกันมาสองปีแล้วท่านวางใจได้"ท่านย่าจางออกไปอยู่เป็นเพื่อนช่ยุช่ย เจียงเฟยเย่วให้ซิ่วซิ่วออกไปเอาน้ำร้อนมาเติมก่อนจะเอ่ยกับเพื่อ
หลังกลับมาจากเหอหนานได้เดือนกว่าสองเพื่อนรักยังไม่มีโอกาสได้พบหน้ากันเลยนอกจากส่งจดหมาย วันนี้เจียงเฟยเย่วมาหาเพื่อบอกกล่าวเรื่องที่พี่ชายจะแต่งงานกับเฉินโหรวโหรว ส่วนเจียงเฟยซินจะแต่งานกับเฉินหลงเทียน สองสาวเปิดไหที่เอามาจกาชนบทก่อนที่หยางหมิงจูจะสั่งให้ชุ่ยชุ่ยก่อไฟ"เจ๊มี่ ไม่ต้องต้มก็ได้ไม่ใชเหรอ""ต้มดีกว่า ยุคนี้ไม่มีโรคพยาบาลดีๆ การแพทย์ไม่ก้าวหน้าถ้าขี้แตกจขึ้นมาถึงตายนะมึง""เอาเถอะทำอะไรก็ทำ แค่ฝีมือแกข้าวเปล่าก็อร่อย""ต๊าย แม่คนปากหวาน บ้านทำโรงงานน้ำตาลเหรอย่ะหล่อน"หยางหมิงจูต้มปลาร้าที่เพื่อนรักอยากกินแต่มาต้มที่เรือนเล็กแทนเพราะกลัวกลิ่นจะไปทำให้ทั้งจวนตาเหลือก หยางหมิงจูเลือกใช้กระทะเหล็กเพราะล้างออกได้ หากใช้หม้อดินเผาแล้วกลิ่นเข้าไปติดเพราะมันสามารถดูดซับได้จะเสียหม้อไป เมื่อเดือดจนไม่เหลือเนื้อปลาร้าแล้วก็เททิ้งเอาก้างออกก่อนจะต้มต่อให้น้ำงวดลง จากนั้นพักให้เย็น เจียงเฟยเย่วขูดหัวผักกาดเป็นเส้นฝอย ถึงจะไม่มีมะละกอแต่หัวผักกาดก็แก้ขัดได้ อาจมีกลิ่นแปลกๆนิดหน่อยเท่านั้น พริกเป็นพริกแห้งที่เตรียมมาจากเหอหนานที่ปลุกเอง มะนาวของที่นี่ลูก
หยางหมิงจูล้างหน้าเรียบร้อยก็ไปยังเรือนรับรองเพื่อพบหน้าพ่อแม่สามี ทั้งสองพระองค์กำลังพูดคุยกับชายชราคนหนึ่ง น้ำเสียงดัดจริตเล็กน้อย ฟังก็รู้ว่าเป็นขันที หยางหมิงจูเดินเข้าไปทำความเคารพทั้งสองพระองค์ จากนั้นแม่สามีจึงแนะนำนาง"จูเอ๋อร์ นี่คือเจิ้งกงกง เป็นคนสนิทของไทเฮา พระนางให้เจิ้งกงกงมาส่งข่าวว่าอยากเจอคู่แฝดน่ะ""เพคะเสด็จแม่ ยินดีที่ได้พบใต้เท้าเจิ้งลำบากท่านแล้ว""พระชายาให้เกียรติเกินไปแล้วพ่ะย่ะฮ้า กระหม่อมเป็นเพียงบ่าวคนหนึ่ง""ใต้เท้าเจิ้งอย่าเกรงใจเลย"เมื่อเอ่ยกับขันทีชราเรียบร้อยก็หันไปถามแม่สามีของตน"ว่าแต่เสด็จแม่จะทรงเข้าวังเมื่อไหร่หรือเพคะ""พรุ่งนี้แล้วกัน ไปสักปลายยามเฉินแดดยังไม่ร้อน""เพคะ ชุ่ยชุ่ยอย่าให้ใต้เท้าเจิ้งคอแห้งเล่า"ชุ่ยชุ่ยสอดตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงให้กับชายชรา เจิ้งกงกงสัมผัสได้ว่าพระชายาคนนี้อนาคตย่อมรุ่งเรือง ทั้งใจกว้าและรู้ความ เขายิ้มรับไมตรีของนางก่อนจะขอตัว"ขอบพระทัยพระเมตตาพระชายาทั้งสอง กระหม่อมทูลลาท่านอ๋อง ทูลลาพระชายาพ่ะย่ะฮ้า"หยางหมิงจูพยักหน้า ส่วนขันทีชราก็ขอตัวกลับวังทันที เนื่องจากเย็นแล้วหากประตูวังปิดจะ
วันรุ่งขึ้นยามเฉินบรรดาองครักษ์และสาวใช้ช่วยกันขนของขึ้นรถม้า รถม้ากว่าสิบคันจอดเรียงรายหวังเสี่ยวไช่ให้คนของตนที่สาขาเหอหยวนมาช่วยดูแลเจียงซิ่วซิ่วกับแฝดสาม ส่วนเจียงเฟยหรงนั้นรถม้าของเขาสั่งทำพิเศษเพราะต้องไม่ให้แม่ลูกอ่อนโดนลมขณะอยู่เดือน ทางด้านหยางหมิงจูอุ้มคู่แฝดเดินไปหาท่านปู่ท่านย่าและผู้อาวุโสสกุลหยางเพื่อกล่าวอำลา นัยน์ตาของท่านย่าแดงก่ำ นางเฝ้าคิดถึงหลานสาวตลอดเวลา ไม่คิดว่าพอกับมาอยู่ด้วยกันแล้วยังต้องจากกันอีก หยางหมิงจูส่งลูกให้กับท่านย่าสามและท่านย่าสี่ก่อนจะปลอบใจท่านย่าของตนเอง"ท่านย่า...รอให้คู่แฝดโตสักสองขวบหลานสัญญาว่าจะกลับมาหาท่านเจ้าค่ะ""กลับไปอยู่ทางนั้นดูแลตัวเองดีๆ อยู่ทางนั้นหลานตัวคนเดียวไม่มีครอบครัวหนุนหลัง หากเจอคนรังแกจนอยู่ไม่ไหวเหอหนานยังต้องรับหลานกับลูกๆเสมอนะ"ท่านปู่ใหญ่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงชัดเจนกังวาน เขาไม่ได้เพียงแค่พูดให้หลานสาวเท่านั้นแต่เขายังเอ่ยให้มู่หรงเยี่ยนได้ยินอีกด้วย ต่อให้เป็นท่านอ๋องหากรังแกหลานสาวของเขา เขาก้พร้อมจะประมือเช่นกัน หยางหมิงจูกอดเอวท่านปู่ใหญ่ก่อนจะพยักหน้าตอบกลับ"หลานจะจำไว้เจ้าค่ะ ไม
เจียงเฟยเย่วมองหน้าพี่ชาย เจียงเฟยหรงพยักหน้าน้อยๆหลังจากมื้อค่ำนางจึงรับรู้ว่าฮั่วหย่งฉีมิได้ถูกส่งมาดัดนิสัยแต่เพราะพลั้งมือสังหารน้องชายแม่เลี้ยงที่มายั่วยุเขา ตอนนั้นเขาเพิ่งจะสิบสองย่างสิบสามเท่านั้นก็ตัดหัวคนแล้ว ไทเฮาทรงเมตตาให้ชินอ๋องรับมาอยู่ด้วยหากให้อยู่สกุลฮั่วต่อไปอาจสังหารกระทั่งแม่เลี้ยงและลูกๆของนางจนตัวเขาเองเสียอนาคตได้ เมื่อได้รับรู้เรื่องอดีตของฮัวหย่งฉีเจียงเฟยเย่วที่คันปากอยากกระจายข่าวก็เอ่ยกับคนที่กำลังนอนเอนหลังบนเตียงหยอกล้อกับบุตรชาย"ตาเฒ่าข้าอยากไปหาพระชายาสักหน่อยพอดีมีเรื่องจะเม้าท์เอ๊ยมีเรื่องจะทูลพระนาง เกรงว่าไม่ไปตอนนี้จะลืมได้""เรียกสามีดีๆหน่อยทูนหัว มิเช่นนั้นจะไม่อนุญาตนะ"เจียงเฟยเย่วเดินไปหาก่อนจะจุ๊บแก้มเขาแล้วเอ่ย"ท่านพี่...ข้าไปหาพระชายาได้หรือไม่เจ้าคะ"อี๋..เลี่ยนว่ะ เมื่อบ่นในใจเรียบร้อยก็ยิ้มหวานรอคำตอบ เว่ยจื่อชวนพยักหน้ากลับไป"ไม่รู้ท่านอ๋องประทับอยู่ด้วยหรือไม่ เจ้าไปกับซินซิก็เถอะสองคนพี่น้องจะได้ดูแลกัน"เจียงเฟยเย่วกลอกตามองบนหลายล้านรอบ แค่เปิดประตูหลังบ้านก็เข้ารั้วบ้านสกุลหยางแล้ว พี่ชายข้าปลูกบ้านเพื่อข้าเช
หยางหมิงจูและท่านย่าของนางพาพระชายาหานไปหาคู่แฝด คนติดตามอีกว่าสามสิบคนต่างก็หาที่พัก ชินอ๋องยังทรงเป็นคนที่ทรงงานตลอดเวลา ทันทีที่เห็นตลาดหน้าหมู่บ้านคึกคักก็ทรงไปสำรวจทันที และยิ่งมีความยินดีเมื่อได้เห็นพืชพรรณเขียวชอุ่มทั้งที่หิมะเพิ่งจะละลาย ชาวบ้านที่นี่มีวิธีปลูกพืชพรรณที่ดี ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่อดอยากกันเลยสักนิดร่างสูงควบม้าเข้ามาในหมู่บ้าน เมื่อมาถึงก็เห็นคนคุ้นเคยกำลังนั่งคุยกับชาวบ้านอีกทั้งยังมีการดื่มสุราที่ชาวบ้านหมักเองด้วย มู่หรงเยี่ยนลงจากหลังม้าเดินไปหาเขา เว่ยจื่อชวนเอง ฮั่วหย่งฉีและหวังเสี่ยวไช่เองก็เดินตามไปเช่นกัน มู่หรงเยี่ยนทำความเคารพคนแรก"ถวายพระพรเสด็จพ่อ ทรงเดินทางราบรื่นหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ""อืม ก็ดี""กระหม่อมเว่ยจื่อชวนถวายพระพรชินอ๋องพ่ะย่ะค่ะ""ราชครูเว่ย ท่านก็มาตามเมียเช่นกันหรือ"เว่ยจื่อชวนหน้าแดงออกอาการเขินอาย หวังเสี่ยวไช่และฮั่วหย่งฉีเองก็ทำความเคารพคนสูงศักดิ์เช่นกันก่อนที่ชินอ๋องจะเอ่ยกับคนหนุ่ม"เจ้าจะแต่งงานกับนางจริงๆหรือ ย่าเล็กของเจ้าอยากถามความตั้งใจ"ฮั่วหย่งฉีมองใบหน้าเสด็จลุงซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของบิดาตนก่อ
ร่างสูงสาวเท้าเข้าไปในเรือนทิ้งซิ่วซิ่วเอาไว้กับองครักษ์ของตน หวังเสี่ยวไช่ที่ปกติไม่เคยสนใจสตรีก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ส่วนซิ่วซิ่วที่กำลังถูกหิ้วก็เอ่ยออกมา เพราะนางถูกคอเสื้อรัดลำคอเอาไว้"ท่าน...จะให้ข้าขาดใจตายหรือไง แค่กๆๆ""อ้อ แม่นางน้อยซิ่วซิ่วข้าขออภัยด้วย"หวังเสี่ยวไช่ปล่อยคอเสื้อทันที
เมื่อเจียงเฟยเย่วกลับมาถึงจวนสกุลเว่ย นางก็ตรงดิ่งเข้าไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายทันที ร่างบางเอนกายพิงขอบอ่างพลางหลับตาพริ้มปล่อยให้อารมณ์ล่องลอย...หากนับรวมวันนี้ นางเพิ่งมาติดอยู่ในร่างนี้ได้เพียงห้าวันเท่านั้น แรกเริ่มเดิมทีหญิงสาวรู้สึกว่าชีวิตในยุคโบราณนี่มันช่างน่าเบื่อหน่ายไร้รสชาติจะตายชัก! ท
บัดนี้ ณ ลานเรือนหลังยามนี้คงเหลือเพียงสตรีสี่คน หยางหมิงจูหันไปสั่งคนของตนเอง“ชุ่ยชุ่ย...เอาเผือกที่ลอกเปลือกแล้วไปบดให้ละเอียด ข้ามีธุระจะเจรจากับเว่ยฮูหยินตามลำพัง""ซิ่วซิ่ว... เจ้าก็ไปช่วยนางทำงานเล็กๆ น้อยเถอะข้ามีเรื่องสำคัญต้องพูดคุยกับพระชายา"เจียงเฟยเย่วสั่งสำทับอีกคน สองสาวใช้รับคำสั่ง
เจียงเฟยเย่วมองหน้าเขาก่อนจะนึกได้ว่ายายนี่ชอบฉินอ๋องคนนี้ แต่ในความทรงจำยายนี่ไม่เคยเจอหน้าฉินอ๋องมาก่อนแล้วจะชอบได้อย่างไร ดูเหมือนข่าวลือคุณหนูใหญ่เจียงคลั่งไคล้ฉินอ๋องคงมีคนจงใจปล่อยข่าวสินะ จากนั้นก็ยิ้มแล้วทำความเคารพแบบซีรีส์ตั้งที่เคยดู"หม่อมฉันถวายพระพรฉินอ๋องเพคะ""เว่ยฮูหยินตามสบาย ว่าแ







