EP7.ออกงานการกุศล
สามวันผ่านไป
มาเรียมเดินทางมาเยี่ยมมีมี่ด้วยตัวเอง วันนี้อัญญากับมานัสก็อยู่บ้านด้วย สองสามีภรรยากลับบ้านมาตั้งแต่สองวันที่แล้ว ทั้งสองคนขี้นไปเคลียร์เรื่องบ้านที่เพิ่งประกาศขายได้ถึงเชียงใหม่ พอเสร็จเรียบร้อยก็รีบกลับลงมาเลย เพราะเป็นห่วงลูกสาวเพียงคนเดียวที่ข้อเท้ายังไม่หายดี
“หนูมีมี่ลูก ข้อเท้าเป็นยังไงบ้างจ๊ะ หายดีแล้วหรือยัง” ทันทีที่หลานสาวเดินเข้ามาในห้องรับแขก มาเรียมก็รีบถามไถ่ออกไปอย่างเป็นห่วง ถึงแม้จะโทรมาถามทุกวันแล้วก็เถอะ
“ดีขึ้นแล้วค่ะคุณป้า แค่รู้สึกขัดๆเวลาเดินนิดเดียวเองค่ะ พรุ่งนี้ก็น่าจะหายแล้ว” มีมี่ตอบกลับก่อนจะเดินมานั่งข้างมารดาของตัวเอง
“โล่งอกไปที หนูจำได้ไหมลูกว่าพรุ่งนี้ป้าชวนเอาไว้ว่าอยากให้หนูไปออกงานคู่กับพี่มาร์คน่ะ”
งานที่ว่าคืองานประมูลการกุศล เงินที่ได้ทั้งหมดจากการประมูลจะถูกนำไปสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมตามความเหมาะสม งานนี้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และหนึ่งในผู้จัดก็คือมาเรียมนั่นเอง เนื่องจากนางเป็นผู้ก่อสร้าง Must Hospital จึงเป็นตัวหลักในการจัดการทุกอย่างในงาน
ซึ่งมาเรียมคิดว่าน่าจะเป็นการดี หากมาร์โคกับคู่หมั้นอย่างเอมิกาจะได้ไปออกงานด้วยกันเพื่อให้สังคมรับรู้ว่าทั้งสองกำลังคบหาดูใจกันอยู่ ช่วงนี้นักข่าวสนใจข่าวคราวของตระกูลมัสเป็นพิเศษเสียด้วย หลังจากที่มาติเนสตัดสินใจเผยตัวตนของตัวเองและน้องๆ งานหมั้นของพี่ใหญ่ที่ถูกจัดขึ้นก่อนหน้านี้ทำให้สังคมกำลังจับตามองครอบครัวของนางมากๆ
หญิงสูงวัยไม่อยากให้ว่าที่ลูกสะใภ้คนที่สองต้องน้อยหน้าคนอื่น หากทั้งสองไปโผล่ที่งานในคืนนี้ ผู้หญิงทั้งหลายที่อยากจะเข้ามาหาลูกชายของนางจะได้ล่าถอยไปบ้าง ข่าวล่าสุดที่มาเรียมรู้มา…นั่นก็คือความลับของลูกชาย ความสัมพันธ์ลับๆกับคุณหมอในโรงพยาบาล ถึงแม้ว่านางจะไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นมานานแค่ไหนแล้ว แต่…นางก็อยากจะตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม
“จำได้ค่ะคุณป้า มี่ไปไหวค่ะ” ถึงไม่ไหวเธอก็จะไปเพราะเธออยากเจอหน้าเขาเหลือเกิน ไม่ได้เจอมาหลายวันแล้วรู้สึกคิดถึงมากๆ ส่งไลน์ไปเท่าไหร่เขาก็ตอบกลับมาแค่ ‘อืม’
“แน่ใจนะลูก ไม่ได้ฝืนนะ” อัญญาหันมาถามลูกสาวเพราะเป็นกังวล
“แน่ใจค่ะแม่ ข้อเท้ามี่ไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย ดูสิคะวันนี้แทบจะหายบวมหมดแล้ว” มีมี่วางข้อเท้ายื่นมาข้างหน้าก่อนจะชี้มันให้อัญญาและมาเรียมดู ซึ่งเธอก็ใกล้จะหายแล้วจริงๆ
“จริงด้วย หายไวนะเนี้ย ถ้างั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ป้าจะให้พี่มาร์คเข้ามารับนะลูก หนูมีชุดหรือยังจ๊ะ”
“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณป้า มี่เช่าชุดจากร้านคุณฝันเรียบร้อยแล้วค่ะ” หญิงสาวตอบกลับอย่างอารมณ์ดี เพราะเจอชุดที่สวยถูกใจเข้ากับตัวเองมากๆ
“แบบนั้นก็โอเคจ้ะ”
“คุณหนูคะ มะปรางเอาผัดไทใส่กล่องให้เรียบร้อยแล้วค่ะ” สาวใช้เดินเอาข้าวกล่องมาให้เอมิกาตามคำสั่ง หลังจากที่เธอจัดมันใส่กล่องและเอาผ้าสีสวยมาห่อไว้จนเสร็จ ปกติเอมิกาจะทำเองทุกขั้นตอน แต่วันนี้ต้องวานให้มะปรางช่วย เพราะเธอรีบเข้ามาคุยกับคุณป้า
“ขอบคุณค่ะพี่มะปราง”
“โอ๊ะ…นั่นอาหารเที่ยงของพี่มาร์คหรือเปล่าลูก” มาเรียมเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม นางรู้อยู่แล้วว่ามีมี่นั้นทำอาหารไปส่งให้กับมาร์โคจริงๆ และนางก็ชอบความพยายามในการเข้าหาลูกชายของนางจากว่าที่ลูกสะใภ้มากๆ
“ใช่ค่ะคุณป้า ช่วงนี้มี่ให้ไรท์เดอร์ช่วยไปส่งข้าวให้พี่มาร์คทุกวันเลยค่ะ แหะๆ พอดีมี่ยังออกไปเองไม่ได้
“อย่างนี้นี่เอง น่าเอ็นดูเสียจริง งั้นวันนี้เอามาให้ป้าสิลูก เดี๋ยวป้าอาสาเอาข้าวไปส่งให้พี่เขาเองจ้า ป้ามีเรื่องจะไปคุยกับพี่มาร์คพอดี”
เอมิกายิ้มกว้างออกมาเมื่อได้ยินดังนั้น เธอยื่นกล่องข้าวให้เพื่อนสนิทของแม่ไปด้วยความยินดี
“ขอบคุณมากนะคะคุณป้า”
“ไม่เป็นไรจ้ะลูก ป้าต้องขอบคุณหนูต่างหากที่อุส่าห์ทำอาหารไปให้พี่เขาทานทุกวัน”
นางนึกขอบคุณเอมิกาอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าหลานสาวของนางจะเรียนหนักแค่ไหน ก็จะหาเวลาว่างใส่ใจคนที่ตัวเองชอบอยู่เสมอ เมื่อไหร่ตามาร์คจะมองเห็นความน่ารักของหนูมีมี่บ้าง คนเป็นแม่ได้แต่บ่นในใจ วันนี้นางจะไปกำชับลูกชายเกี่ยวกับเรื่องออกงานในวันพรุ่งนี้สักหน่อย
“มี่เต็มใจค่ะคุณป้า”
“เป็นไงเรียม…ลูกฉันคลั่งรักสุดๆ” อัญญาส่ายหัวให้กับลูกสาว นางบ่นทีเล่นทีจริง รู้สึกเอ็นดูไม่น้อยที่มีมี่มีความพยายามเรื่องคู่หมั้นมากเช่นนี้
@Must Hospital
รดารีบยืนขึ้นทำความเคารพผู้ก่อสร้างโรงพยาบาลทันทีที่มาเรียมปรากฎกายขึ้น ไม่มีใครไม่รู้จัก มาเรียม มัส มารดาของผอ อย่างมาร์โค มัส หรอก
“สวัสดีค่ะคุณผู้หญิง เดี๋ยวรดาไปแจ้ง ผอ ให้นะคะ”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันเข้าไปเลย” น้ำเสียงเด็ดขาดเอ่ยบอก รดาจึงพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะปล่อยให้มาเรียมเป็นคนเคาะประตูและเดินเข้าไปหาลูกชายด้วยตัวเอง
ปึก!
กล่องข้าวสีสันสดใสที่วางอยู่ตรงหน้าทำให้มาร์โคที่กำลังสนใจจอโน๊ตบุ๊คค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่เข้ามาใหม่ ร่างสูงชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ามารดาเป็นคนเอาข้าวกล่องของคู่หมั้นมาให้ด้วยตัวเอง
“แม่ไปหาหนูมีมี่มา ก็เลยอาสาเอาข้าวกล่องมาให้ลูกด้วย” นางอธิบายเมื่อเห็นสายตาของลูกชายเต็มไปด้วยคำถาม
“ครับ”
ครืด..
มาเรียมเลื่อนเก้าอี้ออกไปนั่ง นางไม่อยากยืนคุยเพราะอยากเห็นหน้าลูกชายชัดๆ ถึงแม้จะมีลูกตั้งสี่คน แต่ก็ไม่มีลูกคนไหนที่นางได้เจอหน้าทุกวันเลยสักคน คนเป็นแม่นั้นเหงายิ่งนัก บ้านหลังใหญ่ที่เคยมีเด็กๆวิ่งเล่นกัน พอเวลาผ่านไปทุกคนก็โตกันหมด เหลือแต่ความเงียบเหงาของสองสามีภรรยาที่เหลืออยู่ในบ้าน เพราะเหตุนี้มาเรียมจึงอยากมีหลาน แต่หลานแฝดของนางก็ดันไปอยู่เสียไกล ส่วนลูกชายคนโตก็ไม่รู้ว่าเร่งทำลูกไปถึงไหนแล้ว
“แม่มีอะไรจะคุยกับผมหรือเปล่า” เมื่อเห็นว่ามารดานั่งลงเขาจึงเอ่ยถาม
“พรุ่งนี้อย่าลืมงานการกุศลของแม่ ลูกต้องไปรับน้องไปด้วย”
“…..” มาร์โคนิ่งคิด เขาไม่ใช่คนชอบออกงานสังคมเท่าไหร่ ดูจากนิสัยส่วนตัวก็น่าจะรู้
“ขาเธอหายแล้วเหรอครับ” ถึงจะจำไม่ได้ว่าผ่านไปกี่วันแล้ว แต่เขาก็ยังพอจำได้ว่าข้อเท้าของคนตัวเล็กไม่น่าจะหายเร็วขนาดนั้น
“ไม่ต้องห่วงเลย แม่เช็คเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้น้องไปได้ร้อยเปอร์เซ็น”
ในเมื่อมารดายืนยันออกมาอย่างมั่นใจแล้ว เขาคงทำอะไรไม่ได้ นอกจากทำตามคำสั่งของแม่ เพราะหากเขาไม่ทำแม่จะต้องบ่นจนหูชาแน่ๆ ก็แค่ทำให้มันจบไปเท่านั้น
“ครับ”
เมื่อเห็นว่าลูกชายตั้งใจทำงานต่อ มาเรียมจึงไม่คิดจะอยู่กวน หญิงสูงวัยเดินออกมาจากห้องทำงานของลูกชายคนที่สองด้วยสีหน้าไม่สบายใจนิดๆ นิสัยของมาร์โคเป็นอะไรที่ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เขาเป็นคนเก็บตัว พูดน้อย เงียบขรึมออกแนวเย็นชาด้วยซ้ำไป ซึ่งแตกต่างจากลูกๆอีกสามคนของนางเป็นอย่างมาก
ซึ่งมาเรียมเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องแก้ปัญหานี้ยังไง เพราะมาร์โคมีนิสัยแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ ตอนนี้เอมิกาจึงเป็นความหวังเดียวของนาง หากเด็กสาวสามารถเอาหัวใจของมาร์โคมาครอบครองได้ นางหวังว่าจะได้เห็นลูกชายในมุมอื่นบ้าง
วันต่อมา
@บ้านเมธีวุฒิ
รถเก๋งคันหรูแล่นผ่านสวนหย่อมหน้าบ้านเข้ามาจอดบริเวณประตูไม้บานใหญ่ เอมิกาเมื่อได้ยินเสียงรถ หญิงสาวก็ดี๊ด๊า รีบเดินออกมาหาคนที่ขับรถเข้ามารับตัวเองด้วยรอยยิ้มเปื้อนสุข เธอไม่ได้เจอเขาตั้งหลายวัน จึงอดที่จะรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้
เมื่อเดินมาถึง เอมิกาก็พบเข้ากับเจ้าของใบหน้าเย็นชาที่กำลังนั่งรอเธออยู่ในรถ หญิงสาวไม่รอช้า รีบเปิดประตูและขยับขึ้นไปนั่งฝั่งตรงข้ามคนขับทันที
“สวัสดีค่ะพี่มาร์ค” หญิงสาวยิ้มให้เขาจนตาหยี มาร์โคหันมามองใบหน้าสวยที่ถูกแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางค์เพียงเสี้ยววิเท่านั้น หลังจากนั้นเขาก็ตั้งหน้าตั้งตาขับรถอย่างเดียว
“อืม”
ในระหว่างทางเอมิกาเลือกที่จะสงบปากสงบคำเพราะเธอกลัวเขารำคาญ หากเธอเผลอแสดงความเป็นตัวเองออกไปจนหมด หญิงสาวได้แต่ลอบนั่งมองใบหน้าหล่อๆแล้วยิ้มออกมาราวกับคนบ้า
“ขาหายแล้ว?” ที่เขาต้องถามเพราะเห็นว่าคนตัวเล็กเลือกใส่ส้นสูงมา เขาไม่อยากให้เธอไปขาแพลงในงานอีกรอบ เพราะคนที่ลำบาก มันคือเขาเองไม่ใช่ใครที่ไหน
“หายแล้วค่ะพี่มาร์ค มี่ทานยาตามที่พี่มาร์คสั่งทุกวันเลยนะคะ”
เมื่อเห็นว่าเธอทำท่าทางมีความสุขยิ่งนัก มาร์โคก็ไม่ได้ซักไซร้ถามอะไรต่อ เพราะมันไม่ใช่นิสัยของเขา ถ้าเธอยืนยันก็คงแปลว่าหายแล้วจริงๆ
@งานการกุศล
สองหนุ่มสาวควงแขนกันเข้ามาภายในงานที่จัดขึ้นมาอย่างใหญ่โตด้วยท่าทางที่แตกต่างกันยิ่งนัก เอมิกาเผยยิ้มสดใสตลอดเวลา ผิดกับคนข้างกายที่แสดงความเบื่อหน่ายออกมาทางสายตาอย่างปิดไม่มิด
มาเรียมเมื่อเห็นว่าเด็กทั้งสองเดินทางมาถึงแล้วนางก็รีบไปลากตัวทั้งคู่ให้มาร่วมวงสนทนาของตัวเองด้วย เพราะอยากจะแนะนำว่าที่ลูกสะใภ้ให้กับใครหลายๆคนรู้จัก
“นี่ไงคะว่าที่ลูกสะใภ้ของดิฉัน”
เพราะก่อนหน้านี้ทุกคนกำลังคุยถึงเรื่องนี้อยู่แล้ว มาเรียมจึงกลับมาสานต่อได้ไม่ยาก
“ตายจริง…น่ารักจริงๆด้วยค่ะคุณเรียม”
“นั่นสิคะ เหมาะสมกับลูกชายมากเลย”
ท่ามกลางเสียงฮือฮาของเหล่าคนรวย มาร์โคได้แต่ยืนทำสายตาเย็นชาไม่หยุดพัก เอมิกาที่เห็นว่าคู่หมั้นของตัวเองเริ่มแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาแบบไม่คิดปกปิด หญิงสาวจึงรีบขออนุญาตคุณป้า พาพี่เขาออกมาหาอะไรทานอีกฝั่งแทน
“คุณป้าขาา มี่หิวแล้ว เดี๋ยวมี่ให้พี่มาร์คพาไปหาอะไรทานก่อนนะคะ” เธอใช้น้ำเสียงหวานหยดย้อยบอกผู้เป็นป้า มาร์โคได้แต่ลอบมองหน้าเด็กสาวเงียบๆ เขารู้ว่าเธอดูออกว่าเขากำลังรำคาญ
“ได้จ้าลูก ตามสบายเลยนะ”
“ดูน้องดีๆล่ะตามาร์ค”