EP8.จูบแรก
เอมิกาลากแขนเเกร่งเดินมายังโต๊ะที่ถูกคลุมไปด้วยผ้าสีขาวสะอาดลากยาวติดต่อกันหลายเมตร บนโต๊ะนั้นเต็มไปด้วยอาหารคำเล็กๆหลากหลายเมนู น่าตาน่ารับประทานเสียจนคนตัวเล็กอดใจไม่ไหว รีบหยิบขึ้นมาชิมทันที
“ขอบคุณ” น้ำเสียงทุ้มดังอยู่ข้างหู
เอมิกาจึงหันไปมอง หญิงสาวคลี่ยิ้มออกมาบางๆเมื่อเห็นว่าคู่หมั้นสุดหล่อของตัวเองกำลังจ้องมองเธออยู่ และเมื่อกี้….แทบจะเป็นครั้งแรกเลยมั้งที่เขาตั้งใจพูดดีๆกับเธอ
“อะไรนะคะ” หญิงสาวถามออกไป เพราะไม่รู้ว่าเขาอยากขอบคุณเธอเรื่องอะไร
“ที่พาออกมาจากตรงนั้น” เขาพูดเสียงเรียบ ซึ่งเอมิกาก็เข้าใจดีว่าเขาหมายถึงที่ไหน
“อ๋อ ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ มี่รู้ว่าพี่มาร์คไม่ชอบคนเยอะ” เธอตอบกลับก่อนจะหันไปสนใจกับอาหารตรงหน้าต่อ
“ลองทานนี่สิคะพี่มาร์คอร่อยมาก” เธอหยิบสลัดโรลที่บรรจุอยู่ในถ้วยสีใสพอดีคำมายื่นให้เขา ซึ่งครั้งนี้มาร์โคยอมรับมันไปแต่โดยดี ไม่คิดจะปฎิเสธความหวังดีจากร่างบางแต่อย่างใด
“อืม”
“เอ่อพี่มาร์คคะ” เธอหันมามองตาเขาก่อนจะทำท่าทีอึกอัก เหมือนอยากจะถามอะไรสักอย่างแต่ไม่กล้า
“มีอะไร”
“คือ…..ตอนนี้ไม่ทำงานแล้ว พี่มาร์คไม่สวมแหวนเหรอคะ” เธอสังเกตุเห็นตอนที่เขายื่นมือมารับของไปเมื่อครู่
“…..”
เมื่อโดนยิงคำถามนี้อีกครั้ง มาร์โคก็ชะงักนิ่ง เขาไม่รู้จะตอบเธอว่ายังไงดี ไม่ใช่ว่าไม่ลองหา แต่เขาหามันไม่เจอต่างหาก ไม่รู้ว่าเขาทำแหวนหมั้นหล่นหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ หากเธอไม่ทัก เขาก็คงไม่คิดที่จะสนใจมัน
“ฉันหาไม่เจอ”
“….” คราวนี้เป็นมีมี่เองที่นิ่งไป
หญิงสาวรู้สึกจุกขึ้นมาในอกอย่างช่วยไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเขาผิดที่ทำแหวนหาย แต่ว่า….ร่างบางแอบคิดไปเองว่าบางครั้ง การที่เขาทำแหวนหาย มันอาจเกิดจากการไม่ใส่ใจของคนตัวโต คือเขาไม่ได้อยากหมั้นกับเธอตั้งแต่แรก คงไม่แปลกหรอกที่เขาจะไม่รักษามัน
“อะ…อ๋อ….พี่มาร์คค่อยๆหาก็ได้ค่ะ เดี๋ยวก็คงเจอ งั้นเดี๋ยวมี่มานะคะ ขอไปเข้าห้องน้ำสักครู่ค่ะ”
หญิงสาวฝืนยิ้มให้เขาก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปทางด้านซ้ายมือ เพียงเเค่คิดว่าเขาไม่ได้เต็มใจหมั้น หลายๆอย่างก็ถาโถมเข้ามาในหัวใจของเธอจนรู้สึกอยากจะร้องไห้ คนตัวสูงได้แต่มองตามแผ่นหลังบางไปด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
ลึกๆในใจ…เขาก็แอบรู้สึกผิดกับเธอเหมือนกัน
ภายในห้องน้ำหญิง
เอมิกายกนิ้วนางข้างซ้ายของตัวเองขึ้นมามองด้วยแววตาไหววูบ นี่ก็หลายอาทิตย์แล้วนะ ที่เธอพยายามเข้าหาคนที่ตัวเองชอบ แต่ทำไมยิ่งเข้าใกล้มันก็ยิ่งเหมือนเขาห่างออกไป มีเเต่เธอคนเดียวสินะที่มีความสุขในเรื่องนี้
บางที…เธออาจจะดูเป็นคนเห็นแก่ตัวเกินไปที่คิดอยากหมั้นหมายกับเขา โดยที่เขาไม่ได้ยินยอม ยิ่งคิดเอมิกายิ่งรู้สึกผิด เธอตัดสินใจแล้วว่าถ้าหากท้ายที่สุดมาร์โคไม่อาจมองเห็นค่าความรักของเธอจริงๆ เธอคงจะเป็นฝ่ายขอยกเลิกงานหมั้นไปเอง
ร่างอรชรในชุดสีชมพูผูกคอน่ารักรีบสลัดความคิดลบๆออกไปจากสมองน้อยๆของตัวเอง ก่อนที่เธอจะตัดสินใจหมุนตัวเดินออกไปจากห้องน้ำหญิง แต่เดินออกไปได้ไม่กี่ก้าว…เธอก็เผลอไปชนเข้ากับไหล่แกร่งของใครอีกคน
ปึก!
“อ๊ะ…ขอโทษค่ะ” เอมิการีบก้มหน้าขอโทษ เพราะความเซ่อซ่าของเธอทำให้ซุ่มซ่ามเดินไปชนนั่นนี่อยู่เรื่อย
“ไม่เป็นไรครับ”
“เอ๊ะ! คุณ?” เมื่อเงยหน้าขึ้นไปมองคนตรงหน้า ดวงตากลมโตก็ต้องแสดงสีหน้าตกใจออกมา
เธอจำได้ดีว่าผู้ชายคนนี้คือผู้ชายที่อาสากดลิฟท์รอเธอในวันนั้นและดูเหมือนธนาเองก็จะจำหญิงสาวได้ด้วยเหมือนกัน เพราะเขาส่งยิ้มบางๆกลับมาให้เธอ
“หวัดดี บังเอิญเจอกันอีกแล้วนะ”
“เอ่อ นั่นสิ ไม่ยักรู้ว่าเด็กมหาลัยจะมางานแบบนี้ด้วย” เอมิกาตอบกลับด้วยความแปลกใจ งานนี้จัดขึ้นมามีแต่แวดวงไฮโซทั้งนั้น ถ้าผู้ชายคนนี้มาที่นี่ได้ก็แปลว่า…เขาน่าจะรวยพอตัว
“หึ….เธอก็เด็กมหาลัยไม่ใช่เหรอ?” ธนาลอบยิ้มให้กับความไร้เดียงสาของอีกคน
“เเหะๆ จริงด้วย”
“ฉันชื่อธนา แล้วเธอชื่ออะไร” เพราะเขาบอกกับตัวเองเอาไว้ก่อนหน้านี้ ถ้าได้มีโอกาสเจอเธออีกครั้งเขาจะถามชื่อ
“เราชื่อมีมี่ แล้วธนาเรียนอยู่ปีไหนแล้วอะ” เธอชวนคุยตามฉบับคนอัธยาศัยดี
“ปีสี่แล้วเธอล่ะ”
“อ๋อ รุ่นพี่สินะ เราอยู่ปีสาม ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”
“เช่นกัน”
“งั้นมี่ขอตัวก่อนนะคะ” มีมี่พูดพร้อมกับบอกลาด้วยรอยยิ้ม
ธนาไม่ได้รั้งอะไรเธอเอาไว้ เขาทำเพียงมองตามเธอไปก่อนจะลอบยิ้มออกมาอย่างถูกใจกับความน่ารักสมวัยของเธอ
เมื่อมาถึงที่เดิมที่ตัวเองเคยยืนชิมอาหาร เอมิกาก็ต้องแปลกใจที่ไม่เห็นคู่หมั้นหนุ่มยืนรออยู่ที่เดิม
“สงสัยไปเข้าห้องน้ำมั้ง”
ในระหว่างนั้นเอมิกาก็หาอะไรดื่มไปเรื่อย หญิงสาวหยิบไวน์จากเด็กเสิร์ฟขึ้นมากระดกดื่มหวังให้ความปั่นป่วนในใจหดหายลงไปบ้าง โดยจำไม่ได้เลยว่าตัวเองดื่มหมดไปกี่แก้วแล้ว
จนกระทั่ง…มาร์โคเดินกลับเข้ามาในงาน เขาออกไปสูดอากาศข้างนอกมา เพราะไม่ชอบงานแบบนี้งานที่เต็มไปด้วยแสงไฟจ้าระหวั่นจนแสบตา ร่างสูงพยายามมองหาคู่หมั้นสาว เพราะเขาอยากจะชวนเธอกลับแล้ว เมื่อมองเห็นคนที่ตัวเองต้องการพบ มาร์โคก็รีบสาวเท้าเดินเข้าไปหาเธอทันที
“เอมิกา”
หญิงสาวหันควับมามองเจ้าของเสียงเข้มที่เอ่ยเรียกเธอ มาร์โครู้สึกตกใจเล็กน้อยที่เห็นร่างบางยืนถือแก้วแอลกอฮอล์ราคาแพง แถมเธอยังจ้องมองเขาด้วยสายตาที่หยาดเยิ้มเสียด้วย
เขาเผลอแป๊ปเดียว
เธอก็เมาเสียแล้ว
“พี่มาร์ค~” เธอเรียกชื่อเขากลับด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย
“กลับกันเถอะ”
“ค่ะ กลับเลยก็ได้” โชคดีที่เธอยังมีสติอยู่ ถึงได้ยอมกลับแต่โดยดี
ตอนนี้เอมิกายังไม่เมา เธอแค่รู้สึกมึนหัวนิดหน่อย อยากลับไปพักผ่อนที่ห้องนอนของตัวเองแล้วเหมือนกัน
ร่างบางเดินตามคนตัวโตออกมายังลานจอดรถเงียบๆ ไม่มีใครเอื้อนเอ่ยอะไรออกมา ในขณะที่ร่างเล็กกำลังเริ่มรู้สึกสับสน ว่าเธอควรจะสู้ต่อไปดีไหม ขนาดแหวนหมั้นเขายังไม่สนใจจะเก็บรักษา แล้วนับประสาอะไรกับความรู้สึกของเธอ
ใช้เวลาเพียงชั่วโมงกว่าๆรถคันหรูก็แล่นเข้ามาจอดในรั้วบ้านของหญิงสาวอย่างปลอดภัย เอมิกาปลดเข็มขัดสีดำสนิทออกจากร่างก่อนจะหันไปมองคู่หมั้นของตัวเองด้วยแววตาที่แปลกไป
“พี่มาร์คเคยชอบมี่บ้างไหมคะ” นี่เธอคิดอะไรอยู่ เธอจะถามสิ่งที่รู้คำตอบอยู่แล้วออกไปทำไมกัน
“….” เงียบ เขาคิดว่าเพราะเธอเมาจึงถามอะไรแบบนั้นออกมา ทั้งๆที่การกระทำของเขานั้นชัดเจนทุกอย่าง เธอเองก็ควรจะรู้ไม่ใช่หรือ
พรึบ!
จุ๊บ!
“ธะ…เธอทำบ้าอะไร!” น้ำเสียงเข้มสบถออกมาอย่างตกใจ
เขาไม่คิดว่าเอมิกาจะเขย่งตัวขึ้นมาจู่โจมเข้าด้วยจูบ…ถึงมันจะเป็นแค่การประทับปากของเธอมาบนปากของเขาก็เถอะ…แต่เขาไม่ได้ยินยอมให้เธอทำแบบนั้น
“จูบแรกของมี่…มี่ยกให้พี่มาร์คค่ะ” เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์บวกอารมณ์สวิง ถึงทำให้มีมี่กล้าทำอะไรที่บ้าบิ่นแบบนั้นออกไป
ซึ่งดูเหมือน…เขาจะไม่พอใจเป็นอย่างมาก
“หยุดทำแบบนี้เถอะมีมี่ เธอก็รู้ว่าฉันไม่ได้คิดอะไรกับเธอ”
อึก….
เจ็บกว่าที่คิดแหะ
เอมิกาหันไปส่งยิ้มบางๆให้เขา เธอรู้ดีว่าเขาไม่เคยชอบเธอเลย มีแต่เธอเท่านั้นที่ชอบเขาอยู่ฝ่ายเดียว ถึงแม้ว่าจะพยายามให้กำลังใจตัวเองอยู่บ่อยๆแต่บางครั้ง เธอก็เหนื่อยที่จะต้องหลอกตัวเอง
“มี่ขอโทษค่ะ มี่คงดื่มมากไปหน่อย”
“….” มาร์โคไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรออกมาให้กับสถานการณ์ที่น่าอึดอัดเช่นนี้
“มี่ขอตัวก่อนนะคะ พี่มาร์คขับรถกลับดีๆ ไว้พรุ่งนี้มี่จะทำข้าวเที่ยงไปให้นะคะ” หญิงสาวส่งยิ้มหวานให้เขาก่อนจะเดินลงรถไปด้วยหัวใจบอบช้ำ
เธอยังเจ็บไม่สุดเลย จะให้ยอมแพ้ไปง่ายๆแบบนี้มันคงน่าเสียดายแย่ เอาเป็นว่า…เธอจะตื๊อเขาจนกว่าตัวเองจะพอใจ หากวันไหนที่เหนื่อยมากๆแล้ว เธอก็คงจะเป็นฝ่ายถอยไปเอง
ลับหลังร่างบางไปแล้ว มาร์โคก็ถอนหายใจออกมาอย่างหนัก หากเป็นกับคนอื่นเขาคงว่าออกไปรุนแรงกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่เธอคือมีมี่…ลูกสาวของเพื่อนแม่ แม่เขารักเธอมากเขารู้ดี หากเขาทำให้เธอเสียใจเรื่องราวมันอาจจะวุ่นวายไปมากกว่าเดิมก็ได้
“เฮ้อ…เมื่อไหร่เธอจะยอมแพ้” คนโง่เง่าเอ่ยถามตัวเอง เพราะเขาไม่เคยสักเกตุเลยว่าตอนนี้คนตัวเล็กเริ่มเข้ามามีอิทธิพลกับเขามากขึ้น
เขาไม่ได้รำคาญเธอมากเหมือนเมื่อก่อนและเริ่มรู้สึกชินชาที่มีผู้หญิงคนนี้เข้ามาวนเวียนอยู่ในชีวิต