مشاركة

บทที่ 10

last update تاريخ النشر: 2025-10-21 14:57:20

บรรยากาศภายในโต๊ะอาหารของวันนี้ผ่านพ้นไปด้วยดี ทุกคนต่างอิ่มเอมไปกับอาหารที่ดูจะอร่อยกว่าทุกวันโดยเฉพาะราเมศและกรกนก

“ริศา เราไปเดินเล่นย่อยอาหารในสวนกันไหม” ไอริสเอ่ยชวนริศาหลังจากที่ทานมื้อเย็นกันจนอิ่มหมดแล้ว

“ไปค่ะ ริศาชอบไปเดินเล่นในสวนเหมือนกัน”

“งั้นดีเลย พี่จะชวนไปดูกุหลาบที่พี่ปลูกไว้” ว่าแล้วทั้งสองว่าที่สะใภ้ของบ้านก็เดินพากันไปยังสวนหลังบ้านที่มีต้นไม้ดอกไม้สวยงามเต็มไปหมด โดยที่รามกับเตมินทร์พออิ่มแล้วก็เดินกลับเข้าไปที่ห้องนั่งเล่นห้องประจำของพวกเขาเพื่อหาแอลกอฮอล์ดื่มต่อ จะเหลือแค่ราเมศกรกนกและเรียวตะที่ยังคงนั่งพูดคุยกันถึงเรื่องงานแต่งงานที่จะมาถึง

ด้านราม…

พรึบ!

รามทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างแรงด้วยความรู้สึกเหนื่อยที่ต้องทำอะไรขัดใจตัวเองอยู่ตลอดเวลาในระหว่างที่นั่งร่วมวงทานอาหาร

“หึ! ไง เอาซะเนียนเลยนะ แต่ก็ดี พ่อแม่หน้าตาสดชื่นดี แต่จะดีมากถ้าแกไม่ได้แค่แกล้งทำเพราะฉันก็นึกห่วงๆถึงจิตใจเพื่อนของฉันเหมือนกัน” เตมินทร์เปิดประเด็นพูดในขณะที่มือก็รินเหล้ายี่ห้อโปรดลงใส่แก้วให้พี่ชายด้วย ที่เขาพูดไปนั้นมันออกมาจากใจ เพราะถึงเขาจะอยากให้พ่อกับแม่รู้สึกดียังไงแต่จิตใจของริศาก็สำคัญมากเหมือนกัน

“ทำไมแกไม่คิดชอบริศาจริงๆบ้างว่ะ มันก็ออกจะสวยขนาดนั้น”

“แล้วทำไมแกไม่ชอบเอง” รามย้อนถาม

“บ้า ฉันโตมาด้วยกัน ถ้าจะชอบคงชอบไปนานแล้ว”

“ฉันก็เหมือนกัน”

“ทำอะไรกันอยู่คะหนุ่มๆ โอ๊ะ! ดื่มกันอีกแล้วเหรอ?” ในขณะที่สองพี่น้องกำลังพูดคุยถึงเรื่องของริศอยู่ กรกนกที่หายโกรธรามแล้วก็เดินเข้ามาหาลูกๆเหมือนเช่นเคย แต่ก็ต้องชะงักไปกับแก้วเหล้าทั้งสองใบที่วางอยู่

“นิดหน่อยครับ ย่อยอาหาร” เตมินทร์บอกยิ้มๆ

“วันนี้พาน้องมาด้วยนะราม เราไม่ควรดื่ม”

“ครับ” คนพี่วางแก้วลงอย่างว่าง่ายโดยไม่ขัดใจแม่

“แม่ดีใจนะที่รามเริ่มเปิดใจให้ริศาแล้ว” คนเป็นแม่พูดไปก็ยิ้มไปอย่างไม่รู้อะไรเลย เพราะเธอมัวแต่โฟกัสกับการเชียร์ให้รามรักกับริศาอยู่จนลืมไปว่ารามเองก็แอบรักไอริสมาหลายปี คงไม่ง่ายนักที่จะเปลี่ยนใจมารักกับริศาในเร็วๆนี้

“ถ้าแม่ชอบผมจะพามาบ่อยๆครับ”

“จริงนะ อย่าโกหกแม่ล่ะ” ยิ่งคนเป็นลูกแสดงถึงการเริ่มมีใจให้อีกคนเท่าไหร่ กรกนกก็ยิ่งเริ่มฝังใจไปแล้วว่าเขาคงตัดใจจากไอริสได้จริงๆ ใบหน้าสวยของหญิงวัยกลางคนดูแจ่มใสอย่างเห็นได้ชัด ผิดกับลูกชายคนเล็กที่ลอบส่ายหน้าอยู่หลายครั้งจนพี่ชายต้องหันไปเขม็งตาเขียวใส่

“ต้นเดือนหน้าก็วันเกิดรามแล้วหนิลูก ปีนี้คิดจะจัดไหม”

“คงไม่จัดอะไรเหมือนเดิมครับ เข้ามากินข้าวกับแม่ก็พอ” รามบอกกลับไปอย่างนั้น เพราะวันเกิดตัวเองทุกปีก็ไม่เคยคิดจะจัดงานเลี้ยงอะไรอยู่แล้ว จะมีก็แค่นั่งสังสรรค์ในหมู่เพื่อนๆธรรมดาๆ

“ไม่ได้สิ ปีนี้ลูกต้องมีอะไรพิเศษบ้างนะ อย่างน้อยก็พาริศาไปเจอกับเพื่อนๆเราบ้างไปสังสรรค์กัน ให้น้องรู้สึกว่าเขาไม่ได้เป็นคนอื่นสำหรับราม”

“…”

“เชื่อแม่นะ หนูริศาน่ารักจะตาย เพื่อนๆต้องอิจฉาลูกแน่ๆ”

“ก็ได้ครับ” เขาตอบรับคำของแม่ไปอย่างว่าง่ายเช่นเดิม นั่นก็ยิ่งทำให้คนเป็นแม่ยิ้มแก้มปริเข้าไปใหญ่

ด้านริศา…

“พี่ไอริสเก่งจังค่ะ ริศาอยากปลูกให้ได้สวยๆแบบนี้บ้างจัง” เสียงใสเอ่ยชื่นชมดอกกุหลาบสีแดงสดที่อยู่ตรงหน้าพร้อมๆกับคนที่ปลูกมันขึ้นมาด้วย

“ต้องชมลุงคนสวนนะ เพราะพี่ก็แค่เอามันมาฝากเขาปลูกไว้เอง”

“อ๋อ งั้นเหรอคะ จะว่าไปกุหลาบแดงก็เหมาะกับพี่ไอริสดีนะคะเนี่ย”

“ทำไมเหรอ”

“ก็พี่ไอริสทั้งสวย ทั้งเปรี้ยวดูมีความมั่นใจอยู่ตลอดเวลา ดูมีอะไรให้ค้นหามีเสน่ห์เหมือนดอกกุหลาบสีแดงเลย”

“โอ้ย~ชมกันเกินไปแล้วเด็กคนนี้ ชมแบบนี้พี่ก็เขินแย่สิ” ไอริสยิ้มกริ่มนึกเอ็นดูกับอีกคนที่ช่างพูดช่างเจรจาเหมือนที่กรกนกพูดไว้ไม่มีผิด

“ริศาก็น่ารักเหมือนกันน้า”

“จริงเหรอคะ แกล้งชมกลับหรือเปล่าเนี่ย”

“พี่พูดจริง ริศาน่ะเป็นคนสวยนะ ลองมั่นใจในตัวเองมากๆสิ หรือไม่ก็ลองปรับการแต่งตัวดูใหม่ให้เฉี่ยวขึ้น รับรองว่ารามไม่หลุดมือไปไหนแน่”

“หือ? พี่รามชอบผู้หญิงเปรี้ยวๆอย่างนั่นเหรอคะ”

“…” อยู่ๆไอริสก็หยุดเงียบไปเพราะเพิ่งนึกได้ว่าเผลอพูดอะไรออกมา จริงๆแล้วเธอไม่ได้ตั้งใจที่จะให้ริศาหันมาเปลี่ยนตัวเองให้คล้ายกับเธอ แต่เป็นเพราะเธอรู้ว่ารามชอบผู้หญิงแบบไหนจึงคิดที่จะให้คนตัวเล็กลองปรับเปลี่ยนดู เพื่อที่จะมัดใจเพื่อนของเธอไว้ ไม่ได้มีเจตนาเปรียบเทียบตัวเองกับอีกคนแต่อย่างใด

“ว่าไงคะพี่ไอริส”

“ห๊ะ! เอ่อ ใช่จ้ะประมาณนั้น”

“ว้า! แย่จังที่ริศาเป็นคนละอย่างกับที่พี่เขาชอบเลย” ใบหน้าสวยหงิกงอลงเมื่อมองดูตัวเองแล้วไม่มีอะไรที่คู่หมั้นหนุ่มจะชื่นชอบได้เลย เธอรู้ว่าตัวเองเป็นคนสวยคนหนึ่ง แต่ก็ยังคงขาดความมั่นใจอยู่มาก

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ที่ริศาเป็นอยู่ก็น่ารักมากแล้ว”

“พี่ไอริสสนิทกับพี่รามมากไหมคะ” อยู่ๆริศาก็ถามขึ้นมาด้วยใบหน้าที่ดูจริงจังจนไอริสนึกแปลกใจ

“ก็…ก็ระดับนึงจ้ะ แต่ก็ไม่ได้สนิทมากถึงขนาดแบบพวกเพทายกับเสือเพราะมาเจอกันตอนเรียนอยู่มหมาลัยแล้ว และอีกอย่างพี่ก็เป็นผู้หญิงด้วย”

“แต่ก็พอรู้ว่าพี่รามชอบอะไรไม่ชอบอะไรใช่ไหมคะ”

“ทำไมถามแบบนั้นล่ะ”

“พอดีริศาอยากหาคนปรึกษาน่ะค่ะ จะคุยกับเตก็ชอบล้อ ริศาเขิน”

“ฮ่าๆ แบบนั้นเองเหรอ ได้สิ มีอะไรก็ถามพี่ได้เลยพี่พร้อมตอบ” ไอริสยิ้มชอบใจในความใสซื่อแต่ตรงไปตรงมาของอีกคน เธอพอจะดูออกว่าริศานั้นมีใจให้รามจริงๆไม่ใช่แค่หมั้นเพราะถูกบังคับ จึงไม่ติดใจเลยถ้าคนตรงหน้าจะขอคำปรึกษาอะไรจากเธอ เธอรอเวลานี้มานานแล้ว รอให้ใครสักคนมาทำให้ใจของรามเปลี่ยน เพื่อที่เธอจะได้เพื่อนคนเดิมกลับมา และริศานี่แหละที่จะเป็นคนคนนั้น เธอมั่นใจแบบนั้นจริงๆ…

หลังจากเดินชื่นชมสวนดอกไม้ของบ้านใหญ่จนพอใจแล้วก็ถึงเวลาที่ริศาและรามจะต้องกลับ กรกนกที่ยังคงอยากให้คนตัวเล็กอยู่พูดคุยกับตนก่อนก็อ้อนอยากให้ทั้งสองค้างที่บ้าน ทว่าวันรุ่งขึ้นริศานั้นมีเรียนในตอนเช้าจึงต้องปฏิเสธไป กรกนกก็จำใจต้องปล่อยให้ทั้งคู่กลับทั้งที่ยังอยากให้อยู่ก่อน

…หอพักริศา…

“ขอบคุณนะคะพี่ราม” ริศาหันบอกกับคนด้านข้างด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มหลังจากที่รามขับรถพาเธอมาส่งที่หน้าหอพัก วันนี้เธอรู้สึกดีมากจนทำให้ใบหน้าสวยหวานเปื้อนรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา

“…” รามจึงพยักหน้าตอบกลับด้วยท่าทีนิ่งเรียบเหมือนเช่นเคยแต่ไม่ได้เย็นชาเหมือนแต่ก่อน

“ขับรถกลับดีๆนะคะ” ริมฝีปากบางจึงยกยิ้มและกล่าวกับเขาอีกครั้งก่อนจะเปิดประตูรถและเดินเข้าหอพักตัวเองไปด้วยอารมณ์ที่สุขในใจอย่างบอกไม่ถูก ผิดกับรามที่พอเห็นเธอหายเข้าไปภายในอาคารแล้วจึงทอดถอนลมหายใจหนักๆออกมา ดวงตาคมจ้องมองไปที่นิ้วนางข้างซ้ายของตัวเองอย่างรู้สึกไม่ได้ยินดียินร้ายอะไรกับแหวนที่สวมใส่อยู่เลยสักนิด

พรึบ!

ที่สุดเขาก็ถอดมันออกและเก็บมันยัดลงไปในลิ้นชักลับที่เดิมอย่างไม่แยแสและขับรถออกไปจากตรงนั้น…

หนึ่งเดือนต่อมา…

หลังจากวันที่รามพาริศาไปทานข้าวที่บ้านเขาก็ไม่ได้ติดต่อกับเธออีกเลย กระทั่งวันนี้ที่เขาส่งข้อความมา

ข้อความ

ราม : พรุ่งนี้วันเกิดฉัน เตรียมตัวไว้ตอนเย็นจะไปรับ

ทันทีที่ได้อ่านข้อความที่รามส่งมาริมฝีปากบางของริศาก็เอาแต่ยิ้มไม่ยอมหุบ เธอรู้ว่าพรุ่งนี้เป็นวันเกิดของเขาแต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะมาพาเธอไปไหน พอเขาส่งข้อความมาแบบนี้จึงทำให้เธอตื่นเต้นในหัวใจเป็นอย่างมาก มันจะเป็นปีแรกที่เธอได้อยู่กับเขาในวันสำคัญ แค่คิดเธอก็มีความสุขมากพอแล้ว ไม่อยากจะคิดเลยถ้าถึงเวลานั้นจริงๆหัวใจของเธอมันจะพองโตมากแค่ไหน ริศาคิดไปก็ยิ้มไปคนเดียวกระทั่ง…

“เป็นอะไรน่ะ ยิ้มคนเดียวอยู่ได้” แป้งร่ำที่นั่งอยู่ข้างๆอดไม่ได้ที่เอ่ยแซวเพื่อนเมื่อบังเอิญเหลือบตาไปเห็นในขณะที่ทั้งสองนั่งทานข้าวอยู่ในโรงอาหารคณะเรียนของตัวเอง

“เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร”

“อย่ามา ก็เห็นอยู่ว่ายิ้ม มีความรักเหรอ”

“บ้าน่า กินข้าวไปเลยแป้ง” คุณถูกแซวแกล้งกลบเกลื่อนอาการเขินด้วยการตักต้มจืดเต้าหู้ในถ้วยใส่ในจานข้าวให้เพื่อน ทว่าก็ยังตักผิดตักถูกจนก้อนเต้าหู้มันหล่นลงไปอยู่ข้างๆจาน

“หกหมดแล้วริศาจะเขินอะไรขนาดนั้น”

“ไม่ได้เขินสักหน่อย”

“จ้า ไม่เขินเลย หน้านั่นแดงไปหมดแล้วน่ะ”

“น้ำมาแล้วจ้า โอ๊ะ! ทำไมหน้าแดงงั้นอ่ะริศา ร้อนเหรอ” มะนาวที่เดินกลับมาจากซื้อน้ำให้ทุกคนเอ่ยถามขึ้นพลางมองใบหน้าเล็กที่ขึ้นสีแดงระเรื่อนั่นไม่หยุด

“นี่หน้าฉันแดงจริงๆงั้นเหรอ” ริศาที่ไม่คิดว่าความเขินของตัวเองมีมากขนาดนั้นก็รีบถามเพื่อนกลับ โดยที่เพื่อนๆทั้งสองก็พยักหน้าตอบกลับให้คำตอบเดียวกันว่า ใช่ หน้าเธอขึ้นเป็นสีแดงระเรื่อจริงๆ

“อากาศรง อากาศร้อนอะไรกันมะนาว ที่ริศาหน้าแดงก็น่าจะเป็นเพราะว่าเห็นอะไรในมือถือนั่นต่างหากล่ะ ฉันเห็นแอบยิ้มอยู่คนเดียวตั้งนาน” แป้งร่ำบอกพร้อมชี้ไปที่โทรศัพท์ในมือเพื่อน

“นี่เธอแอบดูรูปซิกแพคผู้ชายคนเดียวไม่แบ่งพวกฉันงั้นเหรอริศา”

“จะบ้าเหรอมะนาวใครจะไปดูรูปแบบนั้นกัน”

“แล้วที่ยัยแป้งบอกคือ?”

“มะ…ไม่มีอะไรหรอก กินข้าวกันเถอะ” คนถูกเพื่อนจับผิดทำทีเป็นเปลี่ยนเรื่องหันมาสนใจข้าวในจานของตัวเองและตักมันเข้าปากต่อ แต่ก็ยังไม่วายถูกสายตาสองคู่ของเพื่อนสองคนมองเอาอย่างคาดคั้น

“…” ส่งผลให้ริศากลืนข้าวแทบจะไม่ลงต้องหันไปยิ้มแห้งๆและถอนหายใจ

“เฮ้อ~บอกก็ได้” ที่สุดคนตัวเล็กของกลุ่มก็จำต้องเล่าถึงที่มาที่ทำให้ตัวเองนั่งอมยิ้มอยู่คนเดียวให้เพื่อนฟัง และพอเพื่อนทั้งสองได้รู้เหตุผลก็พากันยิ้มชอบใจ ถึงพวกเธอจะไม่เคยเห็นหน้าคู่หมั้นของเพื่อนเลยแต่เวลาที่ริศาเอ่ยถึงผู้ชายคนนั้นทีไรก็มักจะมีรอยยิ้มเขินๆออกมาให้เห็นทุกที และถึงริศาจะต้องหมั้นเพราะผู้ใหญ่จัดการให้แต่มะนาวและแป้งร่ำก็รู้สึกได้ว่า ที่ริศายอมหมั้นด้วยมันไม่ใช่แค่การถูกบังคับ

“เรื่องแค่นี้เองไม่เห็นต้องปิดพวกฉันเลย” แป้งร่ำกล่าวยิ้มๆ

“นั่นสิ ไม่ใช่เรื่องน่าอายสักหน่อย” มะนาวจึงเสริม

“ฉันกลัวพวกเธอล้อฉันนี่”

“ฮ่าๆ พวกฉันไม่ล้อก็ได้ ว่าแต่จะไปวันเกิดเขาเตรียมตัวหรือยัง”

“เอ่อ…ยังเลย เธอช่วยฉันหน่อยสิมะนาว”

“หือ? ยังไง?”

“…” ริศามองหน้าเพื่อนทั้งสองยิ้มๆพลางนึกไปถึงคำที่ไอริสพูดกับเธอเมื่อครั้งที่ได้ไปเจอกันที่บ้านของราม

“ริศาน่ะเป็นคนสวยนะ ลองมั่นใจในตัวเองมากๆสิ หรือไม่ก็ลองปรับการแต่งตัวดูใหม่ให้เฉี่ยวขึ้น รับรองว่ารามไม่หลุดมือไปไหนแน่”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 97

    “งานแต่งของเราเธออยากจัดที่ไหน แบบไหนที่เธอชอบ” รามยอมละริมฝีปากจากการคลอเคลียออกมาเอ่ยถาม “อืม…” คนถูกถามจึงทำท่านึกคิด ถึงเธอจะเคยวาดฝันถึงงานแต่งของตัวเองบ่อยครั้ง ทว่าแต่ละครั้งก็ช่างต่างออกไปตามแต่จินตนาการในตอนนั้น จะจัดที่โรงแรม ริมทะเลหรือว่าสวนดอกไม้อะไรก็แล้วแต่ ขอแค่เจ้าบ่าวเป็นเขาค

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 96

    “สัด กูช้ำในตายก่อนได้แต่งเมียพอดี” รามหัวเราะเสียงฉุนไม่ได้ถือสาเพื่อนที่เล่นแรงแต่อย่างใด “คืนนี้ต้องฉลองหน่อยไหม เพื่อนจะมีเมียเป็นตัวเป็นตนทั้งที” น้ำเสียงกระดี๊กระด๊าที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวเพลย์บอยหนุ่มอย่างเสือเอ่ยขึ้น ทว่าในเวลาต่อมาก็ต้องถูกเสียงราบเรียบรู้ทันของเพทายพูดขัด “ไม่ต้

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 95

    บัดนี้หน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณข้างสนามจับภาพใบหน้าของหญิงสาวไว้ที่เดียว ริศาเริ่มรู้ตัวแล้วว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น หัวใจดวงน้อยที่เต้นเป็นปกติเหมือนกับคนธรรมดาทั่วไปในตอนแรกก็พลันเปลี่ยนเป็นเต้นโครมครามยิ่งกว่าจังหวะสามช่าหน้ารถแห่ การปรากฏตัวของนักร้องชื่อดังที่เธอชื่นชอบอาจจะทำให้เ

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 94

    “งานนี้ถ้าสำเร็จมึงต้องตบรางวัลใหญ่ให้เมียกูแล้วนะราม” มือหนาตบเข้าที่บ่าเพื่อนแรงๆอย่างให้กำลังใจ เพทายมั่นใจในความฉลาดไม่แพ้ใครของคนรักของตัวเองยิ่งกว่าอะไรเสียอีก “กูก็หวังให้เป็นแบบนั้น หวังว่าเมียมึงจะเดาใจเมียกูถูก” “เอาน่า มันก็ไม่ได้มีอะไรเสียหายนี่ ยังไงริศาก็รักมึงอยู่แล้วจะกลัว

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 93

    2ปีต่อมา… “อื๊อ~” เสียงร้องประท้วงในลำคอเล็กถูกเปล่งออกมา พร้อมกับมือบางที่พยายามดันแผ่นอกกว้างของคนเอาแต่ใจออกไป นานกว่าหลายนาทีแล้วที่เขาตะกละตะกลามระดมจูบและดูดดึงกลีบปากของเธอไม่หยุด ทั้งที่ตอนแรกชวนเธอเข้ามานั่งในรถคันใหม่ที่จะนำลงแข่งเพื่อลองเครื่อง ทว่าลงสนามมาได้ไม่เท่าไหร่เขากลับจอ

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 92

    “ก็รู้ว่านานๆที แต่เราก็ต้องดูกำลังตัวเองด้วย ดื่มก็ใช่ว่าจะเก่งอยู่แล้ว ยังไปทำตามไอริสมันอีก” ทำเป็นส่งเสียงดุใส่ ทว่าจริงๆก็นึกเอ็นดูคนตัวเล็กที่กำลังกอดโถสวมแน่นเพราะความมึนเมาอยู่ไม่น้อย ตอนแรกคงคิดได้ใจที่พวกเพื่อนเขาให้ท้ายด้วยการให้ดื่มเยอะๆและไม่ต้องกลัวว่าเขาจะดุ แต่หารู้ไม่ว่าตัวเองกำลังโ

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 77

    “กลับกันเถอะ นี่ก็ดึกมากแล้ว” “อืม” มะนาวที่เมามากแต่ยังคงมีสติถูกริศาประครองเดินไปยังรถของเตมินทร์ที่ขับมาจอดรออยู่ และพอทั้งสองเดินไปถึงรถ “เมาขนาดนั้นเลย?” ดวงตาคมเอาแต่จ้องมองแฟนสาวที่ยืนแทบจะไม่ตรงอย่างดูไม่ชอบใจนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้ว่าหรือบ่นอะไรไปมากกว่านั้น เตมินทร์ทำแค่เพียงเดินเข้า

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 64

    @หอพักริศา… “ขอบคุณนะคะที่มาส่ง แล้วก็…ขอบคุณที่เข้าไปช่วยริศาไว้” “แค่นั้นเหรอ” “คะ?” เจ้าของใบหน้าสะสวยหันไปมองคนด้านข้างอย่างอยากจะถามว่าต้องการอะไรจากเธออีก “ริศา” และเขาก็หันมามองหน้าเธอเช่นกันก่อนจะเอ่ยเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “กลับมาเป็นคู่หมั้นฉันได้ไหม” “…”

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 62

    หลายวันต่อมา… “คุณน้าคะ วันนี้ป้าไม่มาขายกล้วยทอดเหรอคะ” เสียงใสของริศาเอ่ยถามกับเจ้าของร้านข้าวมันไก่ที่อยู่ข้างๆกันกับร้านกล้วยทอดที่เธอแวะมาหาประจำทว่าวันนี้มาแต่ดันไม่เจอ “ยายใจแกป่วยเข้าโรงพยายาบาลหยุดขายมาหลายวันแล้วหนู” “อ้าว! เป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ” คนตัวเล็กรีบถามกลับด้วยความ

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 61

    “ขอโทษครับ” ซึ่งรามเองก็ยอมรับผิด แต่ถึงเขาจะดื่มมาจนใบหน้าขาวๆขึ้นเป็นสีแดงเขาก็รู้ตัวดีว่าไหวหรือไม่ไหว และถ้ารู้ตัวว่าไม่ไหวจริงๆเขาก็คงจะไม่ขับมา “แล้วตกลงมีเรื่องอะไรจะคุยกับแม่ถึงได้มาในสภาพแบบนี้” กรกนกมองหน้าถามลูกชายจริงจัง ซึ่งรามก็เงียบไปอยู่พักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจเอ่ยบางอย่างออกมา

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status