Share

บทที่ 8

last update Tanggal publikasi: 2025-10-21 14:51:00

“กินอะไรดีน้า” เสียงใสพึมพำกับตัวเองพลางมองร้านค้าร้านอาหารริมทางที่เคยนั่งกินอยู่ประจำ ด้วยว่าแถวที่เธออยู่นั้นมีหอพักสำหรับนักศึกษาอยู่เยอะทำให้ร้านรวงต่างๆก็เยอะหาซื้อหากินง่ายตามไปด้วย

“โอ๊ะ! มานีน้อยของพี่” และในขณะที่เธอกำลังเดินเลือกร้านที่จะเข้าไปซื้อของกินอยู่นั้น ก็มีลูกแมวน้อยตัวหนึ่งที่เธอเคยช่วยไว้จากการถูกหมาใหญ่ไล่กัดเดินเข้ามาคลอเคลียที่ขาขาว คนตัวเล็กจึงย่อตัวลงไปอุ้มเจ้าแมวน้อยขึ้นมาลูบขนเล่นอย่างเอ็นดูเป็นที่สุด

“ไง คิดถึงพี่เหรอ ช่วงนี้พี่ไม่ค่อยว่างมาเล่นด้วยเลย ไม่เจอกันแป๊บเดียวโตขึ้นเยอะเลยน้า” ริศายิ้มและพูดคุยเล่นกับเจ้าแมวน้อยราวกับว่ามันฟังเธอรู้เรื่อง ส่วนเจ้าแมวน้อยเองก็ออดอ้อนริศาด้วยการส่งเสียงโต้ตอบกลับไปอย่างเหมือนรู้ทุกอย่างที่คนตัวเล็กสื่อสาร

“สงสัยมันจะคิดถึงหนูจริงๆด้วยนะนั่น” เสียงป้าร้านกล้วยทอดที่เป็นคนรักแมวเหมือนกันเอ่ยบอกกับริศา และนี่ก็คือป้าคนที่คอยดูเจ้ามานีแมวน้อยน่ารักตัวนี้ไว้ให้เธอ เพราะว่าหอพักเธอไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์

“พอโตขึ้นแล้วขนก็นุ่มด้วยนะคะป้า” ริศาพูดไปก็ลูบขนนุ่มๆของแมวน้อยไปด้วย เธอจำได้ว่าตอนที่เจอมันวันแรกขนของมันยังไม่นุ่มขนาดนี้เลย

“นุ่มสิจ้ะ ก็กินแต่อาหารดีๆที่หนูคอยซื้อมาไว้ให้น่ะแหละ ขอบใจแทนเจ้ามานีมันด้วยนะลูก ถ้าหนูไม่คอยซื้ออาหารดีๆมาไว้ให้ ลำพังกำไรกล้วยทอดป้าแต่ละวันก็ไม่กล้าซื้อให้มันกินหรอก ไหนจะค่าหมอเดือนก่อนที่มันป่วยนั่นก็อีก”

“ไม่เป็นไรค่ะป้าหนูเต็มใจ เสียดายก็แต่ที่หอหนูไม่ให้เลี้ยงสัตว์ไม่งั้นก็คงได้ลูบขนนุ่มๆนี้ทุกวัน”

“ไม่เป็นไรนะอยากลูบอยากเล่นก็มาที่นี่ได้ตลอดป้าจะคอยดูแลมันให้”

“ขอบคุณนะคะป้า งั้นเดี๋ยวพี่ไปหาอะไรกินก่อนน้า ขากลับจะแวะเอาของเล่นมาให้” ริศาหันบอกกับแมวน้อยและวางมันลงบนโต๊ะที่อยู่ใกล้ๆร้านกล้วยทอด ก่อนจะเอื้อมมือไปขยี้ขนนุ่มอีกครั้งด้วยความหมั่นเขี้ยว หารู้ไม่ว่าการกระทำต่างๆทุกท่วงท่าของเธอนั้นอยู่ในสายตาของใครบางคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลและเขาก็มองเธออยู่ตลอดเวลา

“พะ…พี่ราม!” และเมื่อเธอหันมาเจอเข้ากับคนร่างสูงที่ยืนมองอยู่ ดวงตากลมสวยก็ต้องเบิกกว้างขึ้นทันทีอย่างไม่คิดมาก่อนว่าเขาจะมาอยู่ตรงนี้ได้

“ทำไมมาอยู่ตรงนี้ได้คะ”

“เดินตามเธอมา” รามตอบกลับเสียงเรียบเช่นเคย

“ทำไมพี่มาไวจังล่ะคะเหลืออีกตั้งหลายชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาที่พี่นัดไว้”

“ฉันมาทำธุระแถวนี้พอดี”

“งั้นเหรอคะแล้ว…เอ่อ”

“ฉันกลับไปคอนโดก่อนก็ได้ถ้าเธอยังไม่เสร็จธุระ” รามเอ่ยบอกพร้อมเตรียมจะหันตัวกลับเพื่อข้ามถนนไปที่รถของตัวเอง

“เดี๋ยวค่ะพี่ราม” ทว่าริศาก็รีบเรียกเขาไว้

“คอนโดพี่อยู่อีกทางเลยนะ ถ้าไม่รังเกลียดเรามาหาอะไรกินรองท้องกันก่อนดีไหมคะ แล้วค่อยไปบ้านพี่กัน” ริศาตัดสินใจเอ่ยชวนอีกคนไปด้วยความรู้สึกเกรงใจที่จะต้องขับรถกลับไปกลับมาเพื่อรับเธอ ทว่ารามก็ไม่พูดอะไรเอาแต่จ้องหน้าเธอนิ่ง ริศาจึงคิดว่าเขาคงจะไม่ชอบใจนักที่อยู่ๆเธอทำเป็นเหมือนสนิทและชวนเขาหาอะไรกินด้วยกัน

“เอ่อ…เอาตามที่พี่รามสะดวกก็ได้ค่ะ”

“ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร…ไปสิ” คนตัวสูงที่ยังคงมองหน้าเธออยู่เอ่ยบอกพร้อมพยักเพยิดหน้าให้เธอนำทางไป

“พี่รามทานอะไรมาหรือยังคะ แถวนี้มีแต่อาหารธรรมดาๆนะ พี่ทานได้ไหม” ริศาที่เดินนำรามไปตามทางและมองหาร้านที่จะนั่งกินไปด้วยเอ่ยถาม เธอเกรงว่าคนอย่างรามจะนั่งกินอาหารตามร้านธรรมดาๆอย่างนี้ไม่เป็นจึงไม่รู้ว่าจะเลือกร้านไหนพาเขาเข้าไปนั่งดี

“ฉันอยากกินร้านนั้น” แต่ผิดคาด รามกลับเป็นฝ่ายเลือกและชี้ไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟลูกชิ้นปลาที่อยู่ข้างหน้าเอง

“พี่รามทานได้แน่นะคะ” เธอถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง เพราะร้านที่เขาเลือกเป็นแค่ร้านธรรมดาๆเล็กๆ

“เธอเคยกินร้านนี้ไหมล่ะ?” เขาถามเธอกลับ

“เคยสิคะ ร้านแถวนี้ริศากินมาหมดแล้วแหละ”

“อืม ถ้าเธอเคยกินแล้วไม่ตาย ฉันก็กินได้เหมือนกัน” ว่าจบร่างสูงก็เป็นฝ่ายเดินนำเธอเข้าไปในร้านที่เลือกไว้เอง ก่อนจะมองๆดูเมนูใหญ่ๆที่ติดไว้ตามผนังและหันบอกกับเธอ

“ฉันเอาเส้นใหญ่เย็นตาโฟไม่ใส่กระเทียมเจียว ไปสั่งให้ด้วย” ว่าจบมือหนาก็ควักโทรศัพท์ตัวเองออกมาก่อนจะกดจิ้มๆเลื่อนๆไปตามประสา รอให้อีกคนเดินไปสั่งอาหารตามที่ตัวเองบอกไว้ ริศาจึงเดินไปจัดการตามที่คนตัวสูงบอกและไม่ลืมเดินไปหยิบน้ำดื่มขวดพลาสติกในตู้แช่มาให้ด้วย

กระทั่งก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟที่ตัวเองสั่งได้แล้วรามจึงหันมาจัดการกินมันไปด้วยความหน้าตาเฉยไม่ได้มีท่าทางกินยากกินเย็นอะไร จะมีก็แต่…

“พี่รามไม่ปรุงเหรอคะ” ริศาถามคนที่ใช้ตะเกียบคีบเส้นเข้าปากอย่างชำนาญแต่ไม่คิดแม้แต่จะตักเครื่องปรุงใส่ถ้วยสักนิด เธอพอรู้มาว่าเขาไม่กินรสจัดแต่ก็ไม่คิดว่าจะกินอะไรจืดๆขนาดนี้

“แค่ในน้ำซุปโซเดียมก็สูงอยู่แล้ว แล้วฉันก็ไม่ชอบกินหวานๆเผ็ดๆด้วย” ปากหนาขยับพูดบอกทั้งที่ยังคงเคี้ยวไปด้วย

“…” ริศาที่กินรสชาติคนละขั้วกับอีกคนก็เอาแต่มองนิ่ง

“กินรสจัดมันไม่ดี ใส่พริกอะไรเยอะขนาดนั้น” รามมองก๋วยเตี๋ยวในชามของริศาที่มีสีแดงเพราะพริกที่เธอใส่ลงไปแล้วก็ทำเป็นส่ายหน้า

“ริศาชอบกินแบบนี้ค่ะ”

“แก่ตัวไปจะลำบากเอา” คนตรงข้ามพูดจนเธอเกือบจะไม่กล้ากิน แต่ทว่าก็ไม่ได้เชื่อฟังอะไรยังคงกินตามใจในรสชาติของตัวเองไปอย่างเดิม กระทั่งทั้งสองจัดการก๋วยเตี๋ยวในชามตัวเองจนหมด ริศาจึงเตรียมที่จะนำเงินออกมาจ่าย

“ไม่ต้อง” แต่รามกลับชิงลุกจากโต๊ะและเดินไปจ่ายเองก่อน

“แค่นี้เองริศาจ่ายได้นะคะ เมื่อวานพี่ก็จ่ายให้ริศาแล้วแถมยังแพงกว่านี้ตั้งหลายเท่า”

“ฉันไม่ชอบให้ผู้หญิงจ่าย”

“เข้าใจแล้วค่ะ แล้วนี่พี่รามจะไปไหนต่อคะ หรือว่าจะขึ้นไปที่ห้องริศาก่อน”

“…”

“เอ่อ…ริศาไม่ได้หมายถึงว่า…เอ่อ…” คนที่รู้สึกเหมือนตัวเองพูดอะไรผิดไปเพราะเขาเอาแต่มองหน้าก็รีบหาคำพูดใหม่ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดมันยังไง ได้แต่อ้ำๆอึ้งๆ

“อะไรของเธอ?” รามหันมองคนตัวเล็กพร้อมเลิกคิ้วถาม

“ริศากลัวพี่คิดว่าริศาชอบชวนผู้ชายขึ้นห้องมั่ว”

“ไม่ต้องมาคิดแทนฉัน”

“ริศาแค่รู้สึกไม่ดีเวลามีใครมาเข้าใจริศาผิดๆค่ะ แค่วันนั้นที่เจอพี่ที่ร้านเหล้าริศาก็ไม่สบายใจแล้ว” เสียงหวานเอ่ยบอกพร้อมก้มหน้าหลุบตาลงอธิบายสิ่งที่ตัวเองรู้สึก รามที่มองอยู่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพียงแค่ยืนมองท่าทางพวกนั้นไปอย่างพลางคิดอะไรบางอย่าง

“ถ้าไม่ได้ทำอะไรก็ไม่จำเป็นจะต้องอธิบาย เพราะฉันก็บอกแล้วว่าไม่ได้ใส่ใจอะไรเธอขนาดนั้น” เขาบอกกับเธอแล้วจึงหันหน้าไปทางอื่น ริศาที่ได้ยินก็ได้แต่นิ่งนึกไปถึงวันที่เขาเจอเธอที่ร้านเหล้า

“ริศามางานวันเกิดเพื่อนค่ะ”

“จำเป็นที่ฉันต้องรู้เหรอ”

“ริศาแค่ไม่อยากให้พี่เข้าใจผิดค่ะ”

“ฉันไม่ได้ใส่ใจเธอขนาดนั้น”

“แล้วจะยืนบังหน้าร้านเขากันอีกนานไหม” เสียงเข้มเอ่ยถามทำให้ริศาที่มัวยืนเหม่ออยู่ได้สติ

“แล้วสรุปพี่รามจะ…”

“ไปรอบนห้องเธอ ฉันขี้เกลียดขับรถ”

“งั้นก็ได้ค่ะ” ริศาพยักหน้ารับรู้และเดินนำรามไปยังหอพักของตัวเอง พาเขาขึ้นไปถึงบนห้องของเธอด้วยกัน ถึงมันจะรู้สึกเขินๆอย่างบอกไม่ถูกแต่ก็ดีกว่าให้เขาขับรถกลับไปกลับมา เธอไม่อยากทำตัวให้เป็นภาระมากกว่านี้แค่นี้เขาก็ไม่ชอบขี้หน้าเธอมากพอแล้ว

“แคบหน่อยนะคะ” พอประตูเปิดออกเธอก็บอกกับคนตัวสูงพร้อมกันนั้นก็เดินตรงไปที่โซฟาตัวเล็กสีชมพูเพื่อเก็บข้าวของที่วางไว้เกะกะให้เข้าที่ ส่วนรามก็กวาดสายตาสอดส่องไปเรื่อยยังห้องเล็กแต่เป็นระเบียบและสะอาดสะอ้านนั้นก่อนจะเดินไปนั่งลง และ…

“นั่นพี่รามจะทำอะไรคะ” เสียงหวานเอ่ยถามโทนเสียงเข้มเล็กน้อยเมื่ออยู่ๆรามที่นั่งลงแล้วก็ควักซองบุหรี่ขึ้นมาทำท่าจะจุดสูบโดยลืมไปว่านี่ไม่ใช่ห้องของตัวเอง

“โทษที ลืม…งั้นฉันไประเบียง?” เขามองหน้าบอกกับเธอแต่ไม่เชิงขออนุญาต เพราะพูดจบคนตัวสูงก็ลุกขึ้นจะเดินไปเลย

“สูบเยอะไม่ดีต่อร่างกายนะคะ ยิ่งกว่าทานอาหารรสจัดอีก แก่ตัวไปจะลำบากเอาค่ะ” ริศาย้อนคำพูดของเขาที่พูดกับเธอในร้านก๋วยเตี๋ยวกลับไปทำให้คู่หมั้นหนุ่มต้องหันหน้ากลับมามองเธออย่างเหมือนจะรำคาญปนหงุดหงิด

“อีกอย่างกลิ่นมันก็เหม็นด้วย” แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้นึกกลัวเขาแต่อย่างใด เพราะที่เธอพูดไปมันก็คือเรื่องจริง แถมห้องนี้มันก็เป็นห้องของเธอ เธอมีสิทธิ์ที่จะไม่ให้เขาสูบในนี้ได้

“งั้นฉันลงไปสูบข้างล่าง เอาคีย์การ์ดมา” รามเดินกลับมาที่กลางห้องและแบมือไปขอคีย์การ์ดจากเธอ ริศาจึงจำใจต้องส่งให้ เพราะอย่างน้อยๆถ้าเขายอมลงไปสูบด้านล่างมันก็ทำให้ห้องเธอปลอดภัยจากควันบุหรี่ไปด้วย

“อาบน้ำแต่งตัวให้มันเร็วๆล่ะ อย่าให้ฉันรอนาน” พูดจบร่างสูงก็เดินออกจากห้องไปโดยริศาที่มองตามไปจนประตูห้องปิดลงก็ถึงกับถอนหายใจออกมาเบาๆด้วยกลัวว่าคนตัวสูงจะเอาเรื่องกับเธอที่บังอาจยอกย้อนเขากลับไปแบบนั้น

“เฮ้อ~เตรียมตัวดีกว่า” แต่พอนึกได้ว่าคู่หมั้นหนุ่มบอกอะไรไว้ก่อนออกไป ร่างเล็กจึงขยับตัวรีบไปจัดแจงธุระของตัวเองในที่สุดเพื่อไม่ให้อีกคนรอนาน

ด้านล่าง…

“ฟู่ว~…” ร่างสูงยืนพ่นควันบุหรี่สีขาวคลุ้งอยู่ที่ด้านล่างของหอพักซึ่งมีที่จัดไว้ให้คนที่สูบโดยเฉพาะ สายตาคมกวาดมองไปรอบๆสังเกตสิ่งต่างๆไปเรื่อย โดยส่วนตัวเขาเองแม้เมื่อก่อนจะเคยเรียนอยู่ในรั้วมหาลัยแต่ก็ไม่เคยได้อยู่ในหอพักที่ออกจะแออัดเช่นนี้ นั่นก็เป็นเพราะฐานะทางบ้านค่อนข้างดีพ่อแม่ซื้อคอนโดหรูให้อยู่ตั้งแม่มัธยมปลาย อยากได้อะไรก็ได้ซึ่งผิดจากริศาที่เป็นคู่หมั้นของตัวเองโดยสิ้นเชิง

เขาจำได้ว่าเคยได้ยินแม่ของเขาพูดกับแม่ของริศา ว่าจะให้เธอเข้าไปอยู่ในคอนโดอีกห้องหนึ่งที่แม่ซื้อไว้ซึ่งตอนนั้นเธอเข้ามหาลัยปีหนึ่งพอดีและกำลังจะหมั้นกับเขา แต่ไปยังไงมายังไงหญิงสาวถึงเลือกที่จะมาอยู่ที่นี่ได้ก็ไม่รู้ และเขาเองก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะหลังจากหมั้นแล้วเขาก็แทบจะไม่อยากเห็นหน้าเธออีกเลย จะมีก็แต่แวะมารับตอนที่ถูกแม่เขาบังคับให้พาเธอไปที่บ้านเท่านั้น ซึ่งมันก็ไม่บ่อยนักแทบจะนับครั้งได้

และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขามารับเธอเองโดยที่แม่ไม่ต้องบอกหรือบังคับ…แต่แน่นอนว่ามันไม่ใช่เพราะเขาอยากมา…

“ฟู่ว~~”

“ใช่พี่รามจริงๆด้วย”

ในขณะที่คนตัวสูงกำลังพ่นควันบุหรี่ทอดอารมณ์ไปเรื่อยอยู่นั้น ก็ได้มีหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่งเดินเข้ามาเอ่ยทักพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูดีใจปนยั่วยวนอยู่ในที…

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 97

    “งานแต่งของเราเธออยากจัดที่ไหน แบบไหนที่เธอชอบ” รามยอมละริมฝีปากจากการคลอเคลียออกมาเอ่ยถาม “อืม…” คนถูกถามจึงทำท่านึกคิด ถึงเธอจะเคยวาดฝันถึงงานแต่งของตัวเองบ่อยครั้ง ทว่าแต่ละครั้งก็ช่างต่างออกไปตามแต่จินตนาการในตอนนั้น จะจัดที่โรงแรม ริมทะเลหรือว่าสวนดอกไม้อะไรก็แล้วแต่ ขอแค่เจ้าบ่าวเป็นเขาค

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 96

    “สัด กูช้ำในตายก่อนได้แต่งเมียพอดี” รามหัวเราะเสียงฉุนไม่ได้ถือสาเพื่อนที่เล่นแรงแต่อย่างใด “คืนนี้ต้องฉลองหน่อยไหม เพื่อนจะมีเมียเป็นตัวเป็นตนทั้งที” น้ำเสียงกระดี๊กระด๊าที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวเพลย์บอยหนุ่มอย่างเสือเอ่ยขึ้น ทว่าในเวลาต่อมาก็ต้องถูกเสียงราบเรียบรู้ทันของเพทายพูดขัด “ไม่ต้

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 95

    บัดนี้หน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณข้างสนามจับภาพใบหน้าของหญิงสาวไว้ที่เดียว ริศาเริ่มรู้ตัวแล้วว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น หัวใจดวงน้อยที่เต้นเป็นปกติเหมือนกับคนธรรมดาทั่วไปในตอนแรกก็พลันเปลี่ยนเป็นเต้นโครมครามยิ่งกว่าจังหวะสามช่าหน้ารถแห่ การปรากฏตัวของนักร้องชื่อดังที่เธอชื่นชอบอาจจะทำให้เ

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 94

    “งานนี้ถ้าสำเร็จมึงต้องตบรางวัลใหญ่ให้เมียกูแล้วนะราม” มือหนาตบเข้าที่บ่าเพื่อนแรงๆอย่างให้กำลังใจ เพทายมั่นใจในความฉลาดไม่แพ้ใครของคนรักของตัวเองยิ่งกว่าอะไรเสียอีก “กูก็หวังให้เป็นแบบนั้น หวังว่าเมียมึงจะเดาใจเมียกูถูก” “เอาน่า มันก็ไม่ได้มีอะไรเสียหายนี่ ยังไงริศาก็รักมึงอยู่แล้วจะกลัว

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 93

    2ปีต่อมา… “อื๊อ~” เสียงร้องประท้วงในลำคอเล็กถูกเปล่งออกมา พร้อมกับมือบางที่พยายามดันแผ่นอกกว้างของคนเอาแต่ใจออกไป นานกว่าหลายนาทีแล้วที่เขาตะกละตะกลามระดมจูบและดูดดึงกลีบปากของเธอไม่หยุด ทั้งที่ตอนแรกชวนเธอเข้ามานั่งในรถคันใหม่ที่จะนำลงแข่งเพื่อลองเครื่อง ทว่าลงสนามมาได้ไม่เท่าไหร่เขากลับจอ

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 92

    “ก็รู้ว่านานๆที แต่เราก็ต้องดูกำลังตัวเองด้วย ดื่มก็ใช่ว่าจะเก่งอยู่แล้ว ยังไปทำตามไอริสมันอีก” ทำเป็นส่งเสียงดุใส่ ทว่าจริงๆก็นึกเอ็นดูคนตัวเล็กที่กำลังกอดโถสวมแน่นเพราะความมึนเมาอยู่ไม่น้อย ตอนแรกคงคิดได้ใจที่พวกเพื่อนเขาให้ท้ายด้วยการให้ดื่มเยอะๆและไม่ต้องกลัวว่าเขาจะดุ แต่หารู้ไม่ว่าตัวเองกำลังโ

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 53

    “ไม่ได้ค่ะ มันอันตราย” “เอสเธอร์อยากขับบรื้นๆด้วย” เด็กน้อยที่อยู่ในชุดคล้ายนักแข่งรถสำหรับเด็กทำท่าทางและเสียงออดอ้อนใส่อาเธอร์ไม่หยุด “ลูกสาวพี่อาเธอร์น่ะ” พอร์ชที่เห็นริศามีสีหน้างุนงงสงสัยอยู่เลยกระซิบบอก “น่ารักดีนะ” ริศามองสองพ่อลูกที่ยังคงถกเถียงกันอยู่ในบางเรื่องด้วยความรู้สึก

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 52

    สามวันต่อมา@สนามแข่งรถของอาเธอร์… ริศาขับรถตัวเองมาถึงสนามแข่งใหม่ตามพี่พอร์ชส่งโลเคชั่นให้ ซึ่งความจริงแล้วเขาจะขับไปรับเธอให้มาด้วยกันด้วยซ้ำแต่เธอดันมีเรียนที่มหาลัยก่อนจึงเลือกที่จะขับรถมาเองสะดวกกว่า เผื่อว่าอยากกลับเร็วก็จะได้กลับเองด้วย “ฟู่ว!” คนตัวเล็กรู้สึกเกร็งอย่างบอกไม่ถูกเมื่อ

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 51

    “มานีน้อย อ้วนขึ้นเยอะเลย กินเก่งใช่ไหมเนี่ย” เสียงสดใสของริศากำลังพูดคุยหยอกล้ออยู่กับเจ้าแมวน้อยตัวเดิมที่ฝากป้าร้านกล้วยทอดเลี้ยงไว้ ช่วงนี้เธอมักจะแวะเวียนมาหามาเล่นกับมันอยู่บ่อยๆเหมือนเช่นเคย นั่นก็เป็นเพราะเธอได้ย้ายกลับมาอยู่แถวเดิมที่เคยอยู่แต่คนละหอพักกันกับครั้งที่แล้วที่เคยอาศัยพัก

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 49

    “ปีสามวันแรกก็โดนยกคลาสซะงั้น ไอ้เราก็อุตส่าห์มาแต่เช้า ดูสิเนี่ยแต่งหน้ามาอย่างสวยเลยเห็นว่าอาจารย์หล่อหรอกนะ” เสียงมะนาวบ่นอุบอยู่คนเดียวในระหว่างที่ทั้งสามเดินออกมาจากตึกคณะเพื่อมานั่งที่โต๊ะหินอ่อนตัวประจำของพวกเธอ “น้อยๆหน่อยเหอะได้ข่าวว่าเพิ่งมีแฟนไม่ใช่หรือไง” แป้งร่ำจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status