Share

บทที่ 7

last update Tanggal publikasi: 2025-10-21 14:45:16

ริศาเงยหน้าขึ้นมองคนที่เอ่ยทักทาย เขาเป็นผู้ชายรูปร่างหน้าตาดีส่วนสูงพอๆกันกับราม ถัดไปอีกนิดก็เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆพอๆกับเธอแต่อาจจะสูงกว่านิดหน่อย เธอคุ้นๆหน้าผู้ชายคนนี้อยู่บ้างจึงพอเดาได้ว่าคงเป็นเพื่อนกันกับรามอีกคน

“พี่ชื่อเพทายครับเป็นเพื่อนของราม เราเคยเจอกันเมื่อหลายปีก่อนจำได้ไหม” คนมาใหม่แนะนำตัวพร้อมกับยิ้มให้

“สวัสดีค่ะ ริศาจำใครไม่ค่อยได้เลยค่ะแต่ก็คุ้นๆหน้าอยู่ ขอโทษนะคะ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ มันนานแล้วและเราก็ยังไม่เคยพูดคุยกันด้วย” เพทายยิ้มบอกอย่างไม่ได้ว่าอะไรก่อนจะหันไปพูดกับผู้หญิงอีกคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง

“เธออยู่เป็นเพื่อนน้องริศานี่แหละเดี๋ยวฉันมา” บอกกับผู้หญิงอีกคนเสร็จเพทายก็หันมายิ้มให้ริศาอีกครั้งและเดินไปหากลุ่มผู้ชายที่กำลังทำงานกันอยู่

“เราชื่อกอหญ้านะ ขอนั่งด้วยคน” ผู้หญิงที่มากับเพทายเอ่ยแนะนำตัวเองพลางขยับตัวเข้าไปนั่งที่โซฟาตัวที่ว่างอยู่

“เธอชื่อริศาเหรอ” น้ำเสียงหวานๆเอ่ยชวนริศาคุยพร้อมส่งยิ้มตาหยีอย่างเป็นมิตร

“ใช่จ้ะ เราชื่อริศา”

“เป็นแฟนคุณรามเหรอ”

“หือ? เอ่อ”

“ไม่ใช่แฟนสิ เขาเรียกคู่หมั้นเนาะ”

“เธอรู้ได้ไง”

“พอรู้มาบ้าง ฉันมาที่นี่เพื่อช่วยงานคุณเพทายบ่อยๆได้ยินเขาคุยกัน” พอเห็นริศาทำหน้างงๆกอหญ้าจึงรีบอธิบายพร้อมกับส่งยิ้มตาหยีน่ารักให้อีกครั้ง ทำให้ริศาต้องพลอยยิ้มตามไปด้วย

“อ๋อ แบบนั้นเอง แล้วเธอกับพี่เพทายเป็น…”

“ฉันเป็นเด็กที่ครอบครัวคุณเพทายรับอุปการะไว้น่ะ” อีกคนตอบอย่างไม่ต้องรอให้ริศาสงสัยอีก

“อื้ม! แล้วกอหญ้าอายุเท่าไหร่ เรียนที่ไหน”

“ฉันอายุ20 เรียนปี2มหาลัยS”

“อ้าว! มหาลัยเดียวกันเลย เธออยู่คณะอะไร”

“ฉันเรียนบริหาร แล้วเธอล่ะ”

“ฉันเรียนนิเทศ”

“ยินดีที่ได้รู้จักนะริศา”

“ยินดีเหมือนกัน กอหญ้า” ทั้งสองต่างแนะนำตัวเองและยิ้มให้กันอย่างดูเป็นมิตร ก่อนจะชวนกันคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปด้วยระหว่างนั่งรอคนทำงาน กระทั่งเวลาเลยผ่านไปนานหลายชั่วโมง ทางคนที่ให้รอก็คุยงานกันเสร็จ

“พวกมึงไปไหนกันต่อไหม” เสือถามเพื่อนทั้งสองหลังจากที่คร่ำเคร่งทำงานกันมาทั้งวันแล้ว

“วันนี้กูเข้าบ้าน” เพทายกล่าว

“แล้วมึงล่ะราม”

“วันนี้กูเข้าไปนอนคอนโด เดี๋ยวพรุ่งนี้มาแต่เช้าแล้วกัน”

“อ้าว! นี่กูต้องอยู่นี่คนเดียวเหรอเนี่ย เหงานะเว้ย” เพลย์บอยหนุ่มหน้าหล่อทำเป็นหน้าเซ็งทั้งที่รู้ว่าเพื่อนมีธุระออกไปที่อื่นกันอยู่แล้วแต่ก็แกล้งถาม

“ไม่ต้องมาทำบอกเหงาปกติมึงก็มีคนมาอยู่เป็นเพื่อนประจำอยู่แล้วไหมเสือ” เพทายรู้ทันก็ไม่วายพูดแซะเพื่อน

“หึ! เออๆ ไปทำธุระของพวกมึงเถอะ กูไปล่ะวันนี้เหนื่อยไม่มีอารมณ์หาใครมานอนเป็นเพื่อนหรอกว่ะ” ว่าแล้วเสือก็เดินแยกกลับห้องพักที่อยู่ภายในสนามแข่งนี้ของตัวเองไป โดยที่ก่อนไปก็ไม่ลืมหันไปยิ้มให้กับผู้หญิงทั้งสองที่นั่งอยู่ด้วยกัน

“งั้นกูก็ไปล่ะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน” เพทายบอกกับรามและเดินออกไปอีกคนโดยที่มีกอหญ้าเดินถือของที่ชายหนุ่มส่งให้ถือเดินตามไปติดๆเช่นกัน เหลือไว้แค่เพียงริศาที่ยังคงนั่งอยู่และรามที่ยืนมองเธอ… เขามองเธอนิ่งอยู่อย่างนั้นเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

“จะกลับไหม” กว่าจะมีคำพูดอะไรออกมาจากปากเขาได้เล่นเอาริศาทำตัวแทบจะไม่ถูกเพราะกลัวว่าเขาจะมองเธอเป็นภาระที่ต้องพากลับไปส่ง ทั้งที่ไม่ใช่คนพามา

“คะ…กะ กลับค่ะ”

“ก็ลุกสิ มัวนั่งทำอะไรอยู่”

รามเดินนำริศามาที่รถของตัวเองและพาเธอขับออกไปเพื่อจะไปส่งยังหอพัก ทว่าระหว่างทางที่ขับมาก็นึกอะไรขึ้นได้ วันนี้ทั้งวันเขาแทบจะไม่ได้ทานอะไรเลย

“จะกินอะไร” อยู่ๆเสียงเรียบก็เอ่ยถามขึ้นทำให้ริศาที่ได้ยินก็ทำหน้างุนงง

“คะ?”

“หูตึงหรือไง ฉันถามว่าจะกินอะไร” คนไม่ชอบพูดอะไรซ้ำๆทำหน้าหงุดหงิด

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวริศาไปทานที่หอพักทีเดียวค่ะ” ริศาบอกกลับไปด้วยความรู้สึกเกรงใจและยังเกร็งๆเวลาที่อยู่กับเขาสองคน รามจึงไม่ถามอะไรต่อแต่ก็ยังไม่ได้ขับไปส่งเธอที่หอพักอย่างที่เธอต้องการ

เอี๊ยด~~

เขากลับขับรถพาเธอเข้ามาจอดยังร้านอาหารเล็กๆที่หนึ่ง…

“ฉันหิว” รามเอ่ยเสียงเรียบไม่รอให้คนด้านข้างต้องสงสัย

“ลง” จากนั้นก็ออกคำสั่งก่อนจะเปิดประตูรถและเดินนำเธอเข้าไปในร้านอาหาร ริศาที่เห็นคนตัวสูงเดินจ้ำไปแล้วก็เดินตามไปติดๆด้วยเช่นกัน

“จะกินอะไรก็สั่ง” รามยื่นเมนูอาหารไปตรงหน้าริศา หญิงสาวจึงรับมาโดยที่ก็ไม่อยากขัดใจอีกคน เธอพอจะรู้ว่ารามเป็นคนยังไง เขาไม่ชอบพูดอะไรซ้ำๆหรือถามอะไรใครบ่อยๆ ในเมื่อเขาบอกว่าตัวเองหิวเธอก็จะนั่งกินเป็นเพื่อนเขาไปโดยไม่พูดอะไร จะว่าไปอีกนัยหนึ่งเธอก็รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกันที่จะได้นั่งกินข้าวกับเขาสองคน

ทั้งรามและริศานั่งทานอาหารกันไปโดยที่ไม่มีใครพูดหรือชวนคุยอะไรออกมา จนกระทั่งทั้งคู่ทานอิ่มแล้ว รามจึงได้ขับรถพาเธอมาส่งถึงหน้าหอพัก

“ขอบคุณนะคะที่มาส่งริศา” เธอหันบอกกับคนหน้านิ่งพลางจะเปิดประตูจะลงจากรถ

“เดี๋ยว” ทว่ารามก็เอื้อมมือคว้าแขนเล็กเธอไว้ ริศาจึงมองดูมือแกร่งที่จับเธอไว้อยู่นั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัวผิดปกติ

“คะ”

“พรุ่งนี้เธอว่างกี่โมง”

“พี่รามมีอะไรหรือเปล่าคะ”

“ฉันถามให้เธอตอบ ไม่ใช่ให้ถามกลับ” คนขี้หงุดหงิดยังคงชอบทำหน้าดุใส่เธอ

“พรุ่งนี้ริศาไม่มีเรียนค่ะ”

“งั้นตอนบ่ายฉันมารับ”

“…?…” คำพูดของเขาทำเอาใบหน้าสวยของเธองุนงงไปหมด ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่อยู่ๆเขาก็มาบอกกับเธอแบบนี้ทั้งที่ก่อนนั้น แม้แต่หน้าเธอเขายังไม่ค่อยอยากจะมอง

“ฉันจะมารับไปกินข้าวที่บ้าน”

“ทำไมอยู่ๆพี่…”

“ไม่ต้องถามมาก บ่ายสามพรุ่งนี้เตรียมตัวไว้แล้วกัน”

“ค่ะๆ” ริศาจำต้องพยักหน้าหงึกหงักทั้งที่ยังไม่เข้าใจคู่หมั้นหนุ่มของตัวเองแต่ก็ไม่อยากถามอะไรมาก

“แล้วก็เอาโทรศัพท์เธอมา”

“หือ?”

“งงอะไรของเธอ เอาโทรศัพท์เธอมาต่อไปนี้ฉันจะติดต่อกับเธอเอง ไม่ต้องรอให้แม่เธอหรือแม่ฉันนัดให้ แล้วก็ไม่ต้องถามอะไรต่อด้วยฉันขี้เกลียดอธิบาย”

“ค่ะ…เข้าใจแล้วค่ะ” ไม่รอให้อีกคนหงุดหงิดไปกว่านี้ริศาก็ควักมือถือที่อยู่ในกระเป๋าสะพายยื่นส่งให้ทันที เขาจึงรับไปกรอกเบอร์ติดต่อตัวเองลงไปแล้วกดโทรออก พอมีเสียงเรียกเข้าดังที่เครื่องของเขาก็กดวางสายและส่งกลับคืน

“พรุ่งนี้เดี๋ยวฉันโทรหา” เขาบอกกับเธอด้วยเสียงราบเรียบเหมือนเช่นเคยแต่สายตากลับกวาดมองเธอไปทั่วใบหน้าอย่างที่ไม่เคยมองมาก่อน ซึ่งปกติเขาแทบจะไม่อยากมองหน้าเธอเลยตั้งแต่แม่ของเขาจะให้หมั้นกัน พอหมั้นกันแล้วก็ยิ่งแล้วใหญ่แม้แต่จะคุยด้วยยังไม่อยากคุย

“ดูๆไปเธอก็…” รามยังคงจ้องมองที่ใบหน้าของเธอแต่ที่มากกว่านั้นคือเขาโน้มตัวเองลงมาใกล้เธอเรื่อยๆ จนทำให้ริศานั่งเกร็งตัวแข็งไปหมดไม่กล้าที่จะขยับแม้แต่นิดเดียว

“พะ…พี่ราม”

“ทำไมถึงยอมหมั้นกับฉัน” ปากหนาเอ่ยถามในขณะที่ยังคงขยับเข้ามาใกล้ๆจนปลายจมูกชิดกัน ลมหายใจอุ่นๆที่รินลดลงมายังใบหน้าสวยยิ่งทำให้คนตัวเล็กหัวใจเต้นแรงจนมันแทบจะกระเด็นหลุดออกมาเสียให้ได้

“…”

“ตอบ” เขายังคงเค้นเอาคำตอบ

“คือ…เอ่อ…เพราะป้ากนกมีพระคุณกับริศาค่ะ” เธอตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงสั่นๆเพราะความตื่นเต้นที่ถูกเขาเอาหน้าเข้ามาใกล้มากขนาดนี้ มันใกล้กว่าตอนที่อยู่ในร้านเหล้าวันนั้นเสียอีก

“ถ้าแค่นั้นแล้วทำไมต้องใจเต้นแรง” ชายหนุ่มยังคงเอ่ยถามในสิ่งที่อยากรู้คล้ายอยากจะต้อนให้เธอจนมุมเพื่ออะไรสักอย่าง

“เปล่านะคะ ริศาไม่ได้ใจเต้นแรงสักหน่อย”

“งั้นเหรอ แล้วนี่อะไร”

“พี่ราม!” เธอเผลอเรียกชื่ออีกคนเสียงดังด้วยความตกใจเพราะเขาเล่นเอามือตัวเองมาวางไว้ตรงอกข้างซ้ายของเธอ และด้วยความใหญ่ของมือหนาทำให้บางส่วนเฉียดโดนที่เนินอกนุ่ม ไม่เพียงแค่นั้นเขายังใช้มืออีกข้างตวัดโอบรอบเอวบางของเธอไว้อีกด้วย

“ปล่อยริศาก่อนค่ะพี่ราม” มือเล็กพยายามดันเขาให้ออกห่าง

“ทำไมล่ะ เป็นคู่หมั้นกันไม่ใช่เหรอ”

“ก็ใช่ค่ะ แต่…”

“มีแต่คนบอกให้ฉันลองเปิดใจให้เธอ”

“…”

“ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าเธอมีดีอะไร พวกนั้นถึงเชียร์เธอนัก”

“…”

“แต่ที่แน่ๆ ฉันก็ว่ากลิ่นตัวเธอก็หอมดี” รามใช้ปลายจมูกของตัวเองแตะลงที่แก้มนวลของเธอเบาๆ ทำให้คนตัวเล็กที่นั่งตัวสั่นอยู่ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจออกมาแรงๆ ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวราวกับว่ามีไข้ขึ้นสูง อาการวูบไปวูบมาคล้ายจะเป็นลมให้ได้ เธอต้องตายแน่ๆถ้าหากว่ายังถูกเขาแกล้งอยู่แบบนี้ แต่ก่อนที่เธอจะเป็นลมลงไปจริงๆนั้น…

“ลงไปได้แล้ว”

“คะ?” คนที่ถูกเหมือนกระชากความรู้สึกไปกระชากความรู้สึกมามึนงงไปหมด

“จะไม่ขึ้นห้องตัวเองไปหรือไง”

“อะ อ๋อค่ะ ไปแล้วค่ะ” ริศาพยายามควบคุมสติตัวเองที่เตลิดไปไกลพอสมควรให้กลับมาเข้าที่และรีบเปิดประตูรถลงไป คนตัวเล็กไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองเขาอีกครั้งเพราะกลัวว่าเขาจะเห็นหน้าแดงๆที่เขินอายของเธอ จึงรีบเร่งฝีเท้าเข้าไปในหอพักให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

“หึ!” รามที่นั่งมองท่าทางเหล่านั้นอยู่ในรถก็รู้สึกชอบใจอย่างบอกไม่ถูก ปกติเวลาเห็นเธอพูดคุยกับแม่เขาหรือคนในครอบครัวของเขา เขาเองก็จะรู้สึกว่าท่าทางเธอมันช่างติ๋มๆหงิ๋มๆจนหน้ารำคาญ แต่พอได้มาลองพูดคุยกับเธอแบบจริงจังดูบ้างมันก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้นในความรู้สึกของเขา จะมีหงุดหงิดบ้างก็ตรงที่เธอชอบให้เขาทวนคำพูดตัวเองบ่อยๆ

รามนั่งมองริศาอยู่ในรถสักพักจนกระทั่งคนตัวเล็กเดินหายเข้าไปในหอพักแล้วนั้น เขาจึงได้ขับรถกลับออกไป

ห้องพักริศา…

ตึกตัก~ ตึกตัก~

เสียงหัวใจดวงน้อยๆของคนตัวเล็กยังคงเต้นดังโครมครามอยู่ไม่หายแม้ว่าจะขึ้นมาถึงบนห้องได้สักพักแล้วก็ตาม เธอไม่อาจหยุดนึกถึงช่วงวินาทีนั้นที่เขาใช้ปลายจมูกแตะลงบนแก้มเธอได้เลย ถึงมันจะไม่ใช่การหอมแก้มแบบสูดดมแต่ทว่ามันก็ทำให้คนที่ถูกทำแบบนั้นขนลุกไปได้ทั้งตัว ยิ่งเธอที่มีใจให้เขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย ยิ่งนึกถึง…ก็ยิ่งใจสั่น

“ทำบ้าอะไรของพี่เขาเนี่ย” ริมฝีปากเรียวบางบ่นพึมพำกับตัวเองพลางเอามือจับแก้มลูบไปมาอดไม่ได้ที่จะยิ้มให้กับความรู้สึกมีความสุขแปลกๆในตอนนี้

“พอๆริศา คิดอะไรไปไกลเกินแล้วนะ” แต่ก็ยังไม่วายห้ามปรามความคิดหลงตัวเองไว้ ตอนนี้เธออาจจะมีความสุข แต่ใครจะไปรู้ที่เขาทำในวันนี้อาจจะแค่อยากแกล้งเธอเล่นๆก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นแล้วเธอจะต้องเผื่อใจเอาไว้บ้างเป็นดีที่สุด เธอไม่อยากหน้าแตกทีหลังเพราะคิดไปเองว่าเขานั้นก็มีใจให้…

คิดได้มาถึงตรงนี้คนตัวเล็กก็จำต้องสลัดทุกความรู้สึกออกไปและเตรียมตัวพาตัวเองเข้านอน…

สายๆวันต่อมา…

“อื้มม~” ริศาลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสายๆของอีกวันด้วยใบหน้าที่งัวเงียยังรู้สึกเพลียไม่หาย เมื่อคืนกว่าเธอจะข่มตาให้นอนหลับได้ก็ปาเข้าไปเกือบตีสอง แต่พอนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เธอมีนัดกับใคร ร่างเล็กก็รีบดีดตัวขึ้นจากที่นอนและปรี่เดินเข้าไปยังตู้เสื้อผ้าของตัวเองทันที

“ได้ใส่แล้วสินะ” ชุดเดรสสีชมพูน่ารักที่เธอซื้อมาไว้ในตู้เมื่อเดือนที่แล้วถูกหยิบเอามาทาบขึ้นกับตัว ใบหน้าสวยยิ้มให้กระจกก่อนจะหันซ้ายหันขวาอย่างชอบใจในความสีหวานของชุดซึ่งเป็นสีที่เธอชอบมากที่สุด

ริศามองดูนาฬิกาก็เห็นว่าเพิ่งจะสิบโมงเช้าแต่รามนัดกับเธอไว้ตอนบ่ายสามเพราะฉะนั้นก็ยังเหลือเวลาอีกหลายชั่วโมงจึงตัดสินใจว่าจะลงไปหาอะไรกินก่อนแล้วค่อยขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว จากนั้นร่างเล็กจึงเข้าไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำก่อนจะออกมาใส่ชุดสบายๆเพื่อลงไปหาอะไรกินแถวๆหอพักของเธอ

อีกด้าน…

รถสปอร์ตคันหรูของรามเลี้ยวเข้ามาจอดภายในหอพักของริศาหลังจากที่เขาเสร็จจากการทำธุระแถวนี้พอดี ด้วยความที่ขี้เกลียดย้อนกลับไปที่คอนโดตัวเองเขาจึงได้ขับรถมาเรื่อยๆกระทั่งมาถึงยังหอพักของคนตัวเล็ก

กรึก! กรึก!

ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะที่พวงมาลัยรถพลางใช้ความคิดว่าจะโทรขึ้นไปหาเธอให้รีบแต่งตัวแล้วตรงไปที่บ้านของเขาเลยดีหรือไม่ หรือว่าเขาควรจะไปที่อื่นก่อนดีแล้วค่อยกลับมารับเธออีกทีเมื่อถึงเวลา…แต่ในขณะที่เขากำลังใช้ความคิดตัดสินใจอยู่นั้น สายตาคมก็เหลือบไปเห็นกับร่างเล็กของใครบางคนที่ดูคุ้นตากำลังเดินออกมาจากตัวหอพัก

ริศาที่อยู่ในชุดอยู่บ้านธรรมดากางเกงขาสั้นกับเสื้อตัวใหญ่โอเวอร์ไซส์ถึงจะดูไม่มีอะไร ทว่าความขาวออร่าบวกกับหน้าตาที่ดูสวยหวานของเธอนั้น ทำให้คนหน้านิ่งที่นั่งอยู่ในรถอดไม่ได้ที่จะหันมองตาม กระทั่งเธอเดินข้ามถนนไปยังอีกฝั่งหนึ่งเขาจึงได้ตัดสินใจลงจากรถและเดินตามเธอไป…อย่างที่ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าจะเดินตามไปทำไม…

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 97

    “งานแต่งของเราเธออยากจัดที่ไหน แบบไหนที่เธอชอบ” รามยอมละริมฝีปากจากการคลอเคลียออกมาเอ่ยถาม “อืม…” คนถูกถามจึงทำท่านึกคิด ถึงเธอจะเคยวาดฝันถึงงานแต่งของตัวเองบ่อยครั้ง ทว่าแต่ละครั้งก็ช่างต่างออกไปตามแต่จินตนาการในตอนนั้น จะจัดที่โรงแรม ริมทะเลหรือว่าสวนดอกไม้อะไรก็แล้วแต่ ขอแค่เจ้าบ่าวเป็นเขาค

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 96

    “สัด กูช้ำในตายก่อนได้แต่งเมียพอดี” รามหัวเราะเสียงฉุนไม่ได้ถือสาเพื่อนที่เล่นแรงแต่อย่างใด “คืนนี้ต้องฉลองหน่อยไหม เพื่อนจะมีเมียเป็นตัวเป็นตนทั้งที” น้ำเสียงกระดี๊กระด๊าที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวเพลย์บอยหนุ่มอย่างเสือเอ่ยขึ้น ทว่าในเวลาต่อมาก็ต้องถูกเสียงราบเรียบรู้ทันของเพทายพูดขัด “ไม่ต้

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 95

    บัดนี้หน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณข้างสนามจับภาพใบหน้าของหญิงสาวไว้ที่เดียว ริศาเริ่มรู้ตัวแล้วว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น หัวใจดวงน้อยที่เต้นเป็นปกติเหมือนกับคนธรรมดาทั่วไปในตอนแรกก็พลันเปลี่ยนเป็นเต้นโครมครามยิ่งกว่าจังหวะสามช่าหน้ารถแห่ การปรากฏตัวของนักร้องชื่อดังที่เธอชื่นชอบอาจจะทำให้เ

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 94

    “งานนี้ถ้าสำเร็จมึงต้องตบรางวัลใหญ่ให้เมียกูแล้วนะราม” มือหนาตบเข้าที่บ่าเพื่อนแรงๆอย่างให้กำลังใจ เพทายมั่นใจในความฉลาดไม่แพ้ใครของคนรักของตัวเองยิ่งกว่าอะไรเสียอีก “กูก็หวังให้เป็นแบบนั้น หวังว่าเมียมึงจะเดาใจเมียกูถูก” “เอาน่า มันก็ไม่ได้มีอะไรเสียหายนี่ ยังไงริศาก็รักมึงอยู่แล้วจะกลัว

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 93

    2ปีต่อมา… “อื๊อ~” เสียงร้องประท้วงในลำคอเล็กถูกเปล่งออกมา พร้อมกับมือบางที่พยายามดันแผ่นอกกว้างของคนเอาแต่ใจออกไป นานกว่าหลายนาทีแล้วที่เขาตะกละตะกลามระดมจูบและดูดดึงกลีบปากของเธอไม่หยุด ทั้งที่ตอนแรกชวนเธอเข้ามานั่งในรถคันใหม่ที่จะนำลงแข่งเพื่อลองเครื่อง ทว่าลงสนามมาได้ไม่เท่าไหร่เขากลับจอ

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 92

    “ก็รู้ว่านานๆที แต่เราก็ต้องดูกำลังตัวเองด้วย ดื่มก็ใช่ว่าจะเก่งอยู่แล้ว ยังไปทำตามไอริสมันอีก” ทำเป็นส่งเสียงดุใส่ ทว่าจริงๆก็นึกเอ็นดูคนตัวเล็กที่กำลังกอดโถสวมแน่นเพราะความมึนเมาอยู่ไม่น้อย ตอนแรกคงคิดได้ใจที่พวกเพื่อนเขาให้ท้ายด้วยการให้ดื่มเยอะๆและไม่ต้องกลัวว่าเขาจะดุ แต่หารู้ไม่ว่าตัวเองกำลังโ

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 47

    ด้านริศา… ดวงตากลมนั่งเหม่อมองคลื่นน้ำทะเลใสๆที่ซัดเข้าหาหาดทรายสีขาวอย่างรู้สึกเพลินตา หลายๆวันที่ผ่านมาอาการเจ็บปวดที่หัวใจของเธอมันก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นบ้างแต่ก็เพียงแค่เล็กน้อย เธอไม่อยากจมอยู่กับความคิดฟุ้งซ่านหรือการคิดถึงใครคนนั้นอยู่ตลอดเวลาจึงได้พาตัวเองมาพักใจอยู่ที่บ้านพักริมทะเลแห่งหนึ่

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 44

    กระทั่งเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ถูกเขาดึงกระชากออกไปไม่เหลือสักชิ้น… “อ๊ะ! อื้อ!” ไม่นานความแข็งขึงที่เขาตั้งใจจับนำมาจ่อไว้ก็ถูกดันเข้ามาจนสุดแรง ส่งผลให้ร่างเล็กที่นอนนิ่งอยู่เผลอสะดุ้งสุดตัวไปด้วยความเจ็บร้าวเพราะไม่มีอารมณ์ร่วมหรือน้ำหล่อลื่นใดๆหลั่งออกมาได้เพียงพอ สองมือเล็กเอาแต่กำผ้าปูที่น

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 43

    ร่างเล็กถูกมือแกร่งกระชากให้เดินตามเขาเข้ามาภายในห้องพักห้องเดิมก่อนจะเหวี่ยงเธอลงที่โซฟามุมห้องอย่างแรงโดยที่ไม่สนใจเลยว่าเธอจะเจ็บหรือไม่ ครั้นพอเธอจะลุกขึ้นก็กลับถูกมือแกร่งข้างเดิมกดให้นั่งลงไปใหม่อีกครั้ง “อ๊ะ!” “ทำอะไรทำไมไม่บอกฉันก่อน” รามตวาดเสียงเข้มใส่คนที่นั่งอยู่บนโซฟาด้วยท่าที

  • คู่หมั้นร้าย ไม่อยากจะรัก   บทที่ 42

    “พี่รามคะ!” แต่ดูเหมือนบาปกรรมเล็กๆที่เขาทำไว้จะไล่ตามมาทัน เมื่อถูกเสียงหวานคุ้นเคยที่ไม่ได้ยินมาหลายวันลอยมากระทบหู พร้อมกับร่างเล็กที่เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขาและผู้หญิงอีกคน “ริศา พี่กำลังถามถึงเรากับรามอยู่พอดีเลย” “สวัสดีค่ะ พี่ไอริส” ริศายกสองมือขึ้นไหว้สาวรุ่นพี่เหมือนเช่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status