LOGINก้อย...
เป็นเวลานานที่ฉันนั่งๆนอนๆบนโซฟาในห้องนั้นเพราะยังไม่เช้าสักที ใบหน้านิ่งๆของคนที่กำลังจดจ่ออยู่กับกองเอกสารทำให้ฉันหงุดหงิดเป็นอย่างมากเพราะเขาไม่พูดไม่คุยอะไรกับฉันอีกเลย แล้วฉันก็อึดอัดมากด้วย
จนกระทั่งเวลาผ่านไปสักพักฉันก็เริ่มได้ยินเสียงคนข้างนอกพูดคุยกัน ฟังๆแล้วเหมือนจะเป็นเสียงหมอหรือพยาบาลที่กำลังเข้ากะมาแลกเปลี่ยนเวรกันเพราะถามไถ่แต่เรื่องคนไข้และเรื่องเข้ากะออกกะ แสดงว่าเช้าแล้วน่ะสิฉันจะได้ออกไปจากห้องของตาหมอนี่สักที
พรึ่บ!!
" จะห่มไว้หรือจะสวมเลยก็ได้ตอนเดินออกไปข้างนอกนมจะได้ไม่ไปชี้หน้าใครเข้า "
" พี่!! "
ฉันส่งสายตาดุๆไปให้คนตรงหน้าที่กำลังถอดเสื้อกราวน์สีขาวมาห่มตัวฉันเอาไว้แล้วเขาก็หันมาส่งสายตาให้ฉันเดินตามออกไปโดยที่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา อะไรของเขานะเดี๋ยวก็พูดมากเดี๋ยวก็กวนประสาทเดี๋ยวก็เงียบๆ
เขาบอกว่ากว่าจะดูอาการแม่เสร็จก็อีกนาน แล้วหลังจากดูอาการแม่เสร็จบรรดานักศึกษาแพทย์ก็จะนั่งกินข้าวเป็นเพื่อนแม่ไปด้วย ฉันก็ว่าทำไมแม่ดูดีขึ้นไม่เหงาเหมือนเมื่อก่อนเพราะแบบนี้นี่เอง
" เราจะไปไหนกันคะ "
ฉันที่เดินตามพี่เขามาเรื่อยๆก็เพิ่งนึกได้เลยถามขึ้น
" ไปหาอะไรกินกันครับ แล้วเดี๋ยวพี่แวะไปส่งเราเสร็จพี่ก็กลับไปนอนต่อ "
ฉันพยักหน้าให้เบาๆก่อนจะก้าวขึ้นรถตามไป ดีหน่อยที่วันนี้เป็นวันหยุดฉันก็เลยไม่ต้องไปทำงาน จะได้นอนเปื่อยอยู่บ้านให้สะใจไปเลย
" พี่จะแวะร้านข้าวข้างหน้าเราว่าไง กินได้มั้ยหรือต้องเป็นร้านหรู "
คนข้างๆหันมาถาม นี่เขาเห็นฉันเป็นคนยังไงเนี่ยติดหรูงั้นหรอ ฉันน่ะกินที่ไหนก็ได้ทั้งนั้นแหละ
" ที่ไหนก็ได้ค่ะ "
" น่ารักแบบนี้ค่อยน่าเลี้ยงหน่อย "
คนข้างๆบ่นพรึมพรำเบาๆแต่ฉันได้ยินนะ
" พี่จะเลี้ยงข้าวฉันหรอ "
ฉันถามพลางทำตาลุกวาว ถ้าเป็นของฟรีล่ะก็นังก้อยคนนี้ไม่เกี่ยงเจ้าค่ะ
" ใช่ แต่ถ้าอยากให้เลี้ยงทั้งชีวิตเลยก็ได้นะ "
หืม... คนข้างๆพูดยิ้มๆแต่สายตากลับมองไปที่ถนนต่อ
" อ้าวร้านปิดซะแล้วงั้นเราไปกินข้าวที่คอนโดพี่มั้ย อยู่ใกล้ๆเอง "
เหอะจะชวนฉันไปห้องล่ะสิฝันไปเถอะ
" ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวพี่ส่งฉันตรงป้ายรถเมล์ข้างหน้าก็ได้ฉันจะกลับบ้าน "
ฉันบอกเมื่อข้างหน้ามีป้ายรถเมล์อยู่
" จะเอานมแบนๆไปเบียดคนบนรถหรือไง ไม่อยากไปก็บอกพี่จะไปส่ง "
เอ๊ะ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนมฉันเล่า
" ถ้าพูดถึงนมฉันอีกทีฉันจะคิดว่าพี่เป็นหมอโรคจิตแล้วนะ "
ฉันมองด้วยสายตาคาดโทษ
" ครับๆ ขอโทษครับ "
คนข้างๆพูดยิ้มๆ ทำไมฉันรู้สึกว่าภายใต้ความสุภาพของเขามันมีความลามกซ่อนอยู่นะ
ไม่นานรถพี่เขาก็เลี้ยวเข้าซอยก่อนจะจอดที่หน้าบ้านของฉัน บ้านไม้สีขาวขนาดสองชั้นหลังไม่ใหญ่มากที่ฉันอาศัยอยู่กับแม่แค่สองคน มรดกชิ้นสุดท้ายที่พ่อทิ้งไว้ให้เราสองแม่ลูกก่อนที่ท่านจะจากไปนั่นเอง
" พี่จะตามฉันมาทำไมเนี่ย ขับรถกลับบ้านไปสิ "
ฉันหันไปโวยวายเมื่อหันกลับไปอีกทีพี่เขาก็เดินเข้ามาในบ้านฉันแล้ว เท้าเบาชะมัด
" มาส่งทั้งทีจะไม่เลี้ยงข้าวหน่อยหรอครับ "
เอ๊ะหมอเขานิสัยแบบนี้กันหรอกหรอทำบุญหวังผลเนี่ยนะ
" ทำเป็นแค่ไข่เจียวนะ "
ฉันตอบหน้ามุ่ย เลี้ยงก็ได้เห็นว่าเป็นหมอที่ดูแลแม่ฉันหรอกนะ
" พี่กินง่าย กินเรายังได้เลย "
" ห๊ะ "
ฉันหันกลับไปมองคนข้างหลังที่ตอนนี้เดินผ่านหน้าฉันไปพลางอมยิ้มไปด้วย เมื่อกี้เขาพูดว่าอะไรนะ
" ห้องน้ำชั้นล่างตรงนี้ใช้ได้ใช่มั้ยครับ พี่จะไปเอาเสื้อผ้าในรถมาเปลี่ยนด้วย ขออาบน้ำด้วยนะ "
คนหน้าด้านเดินออกจากห้องน้ำหลังจากที่ชะโงกหน้าเข้าไปดูแล้วเดินมาจิ้มแก้มฉันทีนึงก่อนจะเดินออกไป ไอ้หมอนี่มันจะหน้าด้านเกินไปแล้วนะ ฉันเป็นเจ้าของบ้านนะโว้ย!!
ไม่นานฉันก็ขึ้นไปอาบน้ำบนชั้นบนก่อนจะมาเจียวไข่ให้แขกที่ไม่ได้รับเชิญกินคนละใบ ดีนะที่ในตู้เย็นมีไข่สองใบพอดีจะได้ไม่ต้องแย่งกัน
" ขอบคุณมากนะครับไข่เจียวอร่อยมากเลย แต่คนเจียวน่าจะอร่อยกว่า "
ฉันหันไปถลึงตาใส่แขกหน้าด้านที่ยิ้มแป้นอยู่ตรงโต๊ะกินข้าวก่อนจะเข้าไปล้างจานในครัว
.
" เห้อ กินเสร็จแล้วก็กลับไปสักทีนะไอ้หมอโรคจิต หมอบ้าอะไรหน้าด้านชะมัด เฮ้ยพี่!! "
ฉันที่เพิ่งล้างจานเสร็จก็เดินบ่นๆหมอเจ้าของไข้แม่ออกมาตรงห้องนั่งเล่น แต่เสียงทีวีที่ดังขึ้นเองโดยที่ฉันไม่ได้เป็นคนเปิดทำให้ฉันต้องตกใจ ไอ้หมอคนนี้มันนั่งกินปลาเส้นฟิชโช่ที่ฉันซื้อมาติดบ้านไว้พลางนอนดูทีวีอย่างสบายใจเฉิบ มันจะมากไปแล้วนะ ไอ้หมอพี่ภาค!!
" พี่ทำบ้าอะไรเนี่ย "
ฉันโวยวายก่อนจะเดินเข้าไปแย่งปลาเส้นฟิชโช่ของฉันออกมาพลางกดปิดทีวี
" ก็พักผ่อนไงครับ นี่พี่เพิ่งออกเวรมานะขอพักที่นี่เลยแล้วกัน "
พูดจบก็หันหน้าเข้าโซฟาแล้วเงียบไปเลย
" พี่ก็กลับไปนอนบ้านพี่สิ "
ฉันว่าพลางเขย่าตัวพี่เขาแรงๆ
" ขอนอนที่นี่แค่แป๊บเดียวไม่ได้หรอครับ เดี๋ยวตอนบ่ายพี่ก็ต้องเข้าเวรต่อแล้ว "
" เวลาพักน้อยจัง "
ฉันเลิกยุ่งกับพี่เขาแล้วเดินไปนั่งลงบนโซฟาอีกตัวเพราะ...เห็นใจก็ได้อ่ะ
" ถึงเวลาพักพี่จะน้อยแต่ถ้ามีแฟนพี่ก็ดูแลได้เต็มร้อยเลยนะครับ "
แล้วทำไมฉันต้องหน้าแดงกับคนที่พลิกตัวนอนคว่ำแล้วเงยหน้ามามองฉันด้วยเล่า
เมื่อฉันเห็นว่าพี่เขาเงียบไปฉันก็เลยเดินออกมาทำงานบ้านบ้าง กองเสื้อผ้าที่ฉันสวมใส่ออกไปทำงานและใส่นอนยังคงตั้งเป็นกองตั้งแต่วันจันทร์พอรวมกันจนถึงวันนี้มันก็เยอะมาก ไหนจะจานชามที่ฉันกินแล้วแช่เอาไว้อีกดีหน่อยที่ล้างไปแล้ว ทีนี้ก็เหลือแค่ขัดห้องน้ำและกวาดบ้านปัดฝุ่นนิดหน่อย จะได้ดูเป็นบ้านสาวโสดขึ้นมาบ้าง อีกอย่างพี่เขาจะได้ไม่มองว่าฉันซกมกถึงความเป็นจริงแล้วฉันจะไม่ได้ซกมกแต่ขี้เกียจก็เถอะ
.
" ทำอะไรครับหอมจัง "
เสียงทุ้มของคนที่เพิ่งตื่นนอนเอ่ยถามขณะที่กำลังเดินเข้ามาในครัว
" ทำข้าวกล่องให้พี่ไง เอาไว้ไปกินตอนเข้ากะเผื่อพี่หิว "
ฉันบอกแบบไม่ได้หันไปมองคนตัวสูงที่เดินมายืนอยู่ข้างๆ
" ใจดีจัง สนใจทำข้าวกล่องให้พี่ทุกวันเลยมั้ยเดี๋ยวจะบอกให้แม่มาขอตอนนี้เลย "
คนข้างๆพูดยิ้มๆจนฉันต้องถลึงตาใส่ ไอ้พี่หมอแอ๊บเป็นคนดีที่ไหนได้ก็กะล่อนชัดๆ
" ฉันไม่ได้ทำให้พี่ฟรีๆซะหน่อย วันนี้ฉันจะติดรถพี่ไปนอนเฝ้าแม่ต่างหาก "
ฉันตอบพลางเดินไปเปิดตู้เย็นหาผลไม้ที่แม่ชอบมาล้างต่อ สรุปว่าจะนอนเปื่อยยาวๆแล้วไปนอนเฝ้าแม่ตอนเย็นก็ไม่ได้นอนเฮ้อ ต้องมาเตรียมนั่นนี่หมดเวลาพอดี
" ไปตลาดมาหรอครับ ทำไมของเต็มตู้เลยล่ะ "
คนข้างๆถามต่อ
" โทรสั่งค่ะ ขี้เกียจออกไป "
ฉันหันไปตอบก่อนจะหันไปล้างแอปเปิ้ลต่อ แม่ฉันชอบกินน่ะโดยเฉพาะแอปเปิ้ลสีแดงๆเนี่ย
" การล้างแอปเปิ้ลให้สะอาดเราต้องนำผลแอปเปิ้ลไปแช่ในสารละลายเบกกิ้งโซดาหรือโซเดียมไบคาร์บอเนตเป็นเวลา 12 ถึง 15 นาที นะครับ เพราะในแอปเปิ้ลเดี๋ยวนี้จะมีแว้กซ์เคลือบเงาเอาไว้ "
คนข้างๆพูดพลางชะโงกหน้ามามองแอปเปิ้ลที่ฉันกำลังล้างอยู่ ฉันรู้หรอกน่าแต่ไม่อยากทำ
" ยุ่งยากอะพี่ กินมาตั้งแต่เด็กๆมันไม่เป็นอะไรหรอก "
ฉันหันไปยู่หน้าใส่ นี่เคยเห็นแต่พ่อของเพื่อนฉันที่เป็นหมอชอบพูดอะไรแบบนี้บ่อยๆ นี่คนข้างๆก็เป็นด้วยหรอเนี่ย พวกหมอนี่ยุ่งยากชะมัดโดยเฉพาะเรื่องของกิน
" งั้นเหยาะเกลือลงไปในน้ำแล้วน้องแช่ไว้สักสามสิบนาทีก็ได้ครับ ค่อยใช้ฟองน้ำถูเบาๆก็น่าจะทำให้แว๊กเจือจางได้ "
" พี่!! หยุดพูดได้แล้วน่า "
ฉันหันไปว่าเขาเสียงดุ ก็รู้แหละว่าเป็นหมอแล้วฉันก็รู้ด้วยว่าแอปเปิ้ลอะเดี๋ยวนี้มันมีแว้กซ์เคลือบเงาเพื่อให้สวยงามและขายดีขึ้นจะได้เป็นที่ต้องการของตลาดแต่!! เขาเยอะอะฉันไม่ชอบ!!
" ในทางวิทยาศาสตร์แว้กซ์ไม่มีอันตรายถ้าเรากินไปเพียงเล็กน้อย แต่ทุกวันนี้มีโรคประหลาดๆ มากขึ้นนะครับพี่อยากให้เราระวังไว้ แถมมันยังไปสะสมในตับในไตแล้วตอนนี้แม่น้องก็ป่วยอยู่... "
" ถ้าพี่ไม่หยุดพูดพี่ออกจากบ้านฉันไปเลยนะ "
ฉันหันไปยู่หน้าใส่พี่เขาอีกรอบพลางส่งสายตาดุๆไปให้ ฉันรู้แล้วว่ามันอันตราย ฉันเข้าใจในความหวังดีของเขาโอเค๊!!
" อ่า ขอโทษครับ "
คนข้างๆพูดเสียงอ่อยทำเอาฉันรู้สึกผิดไปด้วยให้ตายสิหงอยเป็นหมาน้อยโดนดุเลย
" ฉันมีวิธีที่ดีกว่านั้น "
ฉันหันไปบอกพลางทำสีหน้าให้อ่อนลงเพราะรู้สึกผิด
" ครับ? "
คนข้างๆเอียงคอสงสัย
" ฉันจะปลอกเปลือกก่อนกินโอเคมั้ย "
" อ่อครับ วิธีนี้ดีกว่าจริงๆด้วย "
คนข้างๆยิ้มบางๆพลางเกาหัวแก้เขินไปด้วย ก็ใช่น่ะสิดีกว่ามากๆ
" อะ พี่ช่วยเช็ดให้ด้วยแล้วก็เก็บลงกล่องนี้นะ ฉันจะไปอาบน้ำแล้วก็เตรียมของให้แม่เพิ่ม "
ฉันวางถาดแอปเปิ้ลที่ล้างเสร็จแล้วไว้ตรงหน้าพี่เขาก่อนจะยื่นกล่องกระดาษสำหรับเช็ดผักผลไม้ให้แล้วเดินออกมา ฉันก็รู้แหละว่าเขาเป็นหมอก็ต้องเคร่งเรื่องพวกนี้แต่บางทีวิธีของหมอมันก็ยุ่งยากไปนะ แค่กินแอปเปิ้ลล้างเสร็จก็ปลอกเลยก็ได้มั้ง
ชีต้าร์...ผ่านมาหลายสัปดาห์แล้วที่เราสามคนพ่อแม่ลูกใช้ชีวิตแบบครอบครัว ซึ่งทุกอย่างนั้นผ่านไปได้ด้วยดีจะมีก็แค่ช่วงนี้แหละที่ไทเกอร์เริ่มเบื่อพ่อของเขาแล้ว ไทเกอร์เลิกเห่อพ่อของเขาแล้วล่ะน่าขำจริงๆ" แม่ต้าร์ฮะทำไมคุณหม่ำๆของไทเกอร์กลายเป็นแบบนี้ได้ล่ะฮะ "เสียงลูกชายตัวน้อยที่เดินตามฉันต้อยๆออกมาจากห้องแต่งตัวถามขึ้น ก็ตอนที่ฉันเข้าไปแต่งตัวด้านในแล้วลูกชายตัวน้อยๆของฉันก็ตามไปด้วยเหมือนทุกครั้งแล้วด้วยความขี้สงสัยและช่างสังเกตุเจ้าดวงตากลมๆของลูกชายตัวน้อยก็ดันไปสะดุดเข้ากับรอยแดงสีกุหลาบที่คนเป็นพ่อนั้นทำเอาไว้เต็มเนินอกของฉันน่ะสิ" ตอนนี้คุณหม่ำๆกำลังป่วยอยู่ครับก็กลายเลยเป็นแบบนี้ "ฉันกลายเป็นคุณแม่ขี้โกหกนับตั้งแต่นั้นมาแล้วก็คิดว่าต่อไปฉันก็คงต้องโกหกไทเกอร์แบบนี้ไปอีกนานจนกว่าคนเป็นพ่อจะเลิกหื่นใส่ฉัน" โธ่ทำไมป่วยคุณหม่ำๆถึงป่วยได้ล่ะฮะวันนี้ไทเกอร์จะจุ๊บคุณหม่ำๆซะหน
ชีต้าร์...เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์วันนี้คุณพ่อคุณแม่ของพี่ทิวนั้นมารับไทเกอร์กับคุณหนูธามแต่เช้าเพื่อไปเที่ยวในกรุงเทพรวมทั้งพ่อฉันกับคุณคุณก็ไปกันด้วย ทำให้วันนี้มีแค่ฉันกับพี่ทิวอยู่เฝ้าบ้านกันสองคน แน่นอนว่าฉันนั้นไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรเพราะฉันมีอะไรให้ทำอีกเยอะแยะแต่คนที่ตื่นเต้นจนนั่งไม่ติดนี่สิคือพี่ทิวต่างหาก" พี่ทิวเป็นอะไรคะนั่งยิ้มอยู่ได้ "ฉันหันไปมองคนที่นั่งยิ้มอยู่โซฟาหน้าทีวีเหมือนคนบ้า ตอนนี้ฉันทำงานบ้านอะไรเสร็จหมดแล้วจะมีก็แค่อาบน้ำอีกครั้งเพราะฝุ่นที่ฉันทำความสะอาดบ้านน่ะเลอะตามเนื้อตัวไปหมดไหนจะหยากไย่ที่ฉันไปจัดการมานี่อีกเต็มหัวฉันหมดเลย" ถามก็ไม่ตอบ งั้นต้าร์ไปอาบน้ำก่อนนะคะเริ่มคันเนื้อคันตัวแล้วอะ "ฉันบอกคนบ้าที่ยังคงนั่งยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่ก่อนจะเดินไปจัดการตัวเองในห้องน้ำ พี่เขาเป็นแปลกๆนะวันนี้ก๊อก ก๊อก ก๊อก" ต้าร์เปิดประต
ชีต้าร์...เมื่อคืนการนอนหลับแบบครอบครัวที่ไทเกอร์อยากจะนอนเหมือนกับเด็กคนอื่นๆมาตลอดนั้นผ่านไปด้วยดี ฉันตื่นนอนตอนเช้ามาก็ต้องพบว่าสองพ่อลูกนั้นนอนกอดกันกลมไม่สนใจฉันเลยจากที่ไล่กันไปนอนที่อื่นแท้ๆกลับกลายเป็นว่าตอนนี้นอนไม่ห่างกันเลยทั้งสองคนด้วยความกลัวว่าจะรบกวนการนอนของสองพ่อลูกฉันจึงไม่ได้ปลุกใครให้ตื่นและพยายามลุกจากเตียงให้เบาที่สุด ปกติไทเกอร์กับฉันเราจะตื่นพร้อมกันโดยไม่ต้องปลุก มันกลายเป็นนิสัยของไทเกอร์ไปแล้วที่ชอบตื่นขึ้นมาตอนเช้าๆพร้อมกับฉันแต่ดูเหมือนว่าวันนี้คนตัวเล็กจะตื่นสายซะแล้วสิ พอเห็นคนตัวเล็กที่นอนซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของคนตัวใหญ่กว่ากำลังนอนหลับแบบไม่มีทีท่าว่าจะตื่นฉันก็แอบหยิบโทรศัพท์มือถือมากดถ่ายรูปไว้ซะเลย น่ารักจริงๆ" ไทเกอร์มาหม่ำๆก่อนครับเดี๋ยวค่อยเล่นต่อ "เสียงคนเป็นพ่อบอกลูกชายตัวน้อยที่ตอนนี้กำลังเห่อของเล่นชิ้นใหม่ที่คุณตา คุณปู่ คุณย่าแข่งกันซื้อมาให้ แน่นอนล่ะว่าเมื่อก่อนแค่พ่อฉันคนเดียวไทเ
ชีต้าร์...หลังจากที่พ่อกับพี่ทิวเจอกันครั้งนั้นฉันก็ต้องไปตามพวกคุณคุณมาช่วยกันห้ามทัพไม่อย่างงั้นพ่อฉันคงจะตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งว่าฆ่าลูกเขยตัวเองแน่ๆ ถึงพ่อฉันจะรู้ว่าเรื่องระหว่างฉันกับพี่เขามันเป็นแค่อุบัติเหตุและฉันเป็นฝ่ายเริ่มก่อนแต่พ่อก็ยังคงเถียงกลับอยู่ดีว่าพี่ทิวมีส่วนผิด เพราะพี่ทิวมีสติดีทุกอย่างแต่ไม่ระงับอารมณ์ของตัวเองจนปล่อยให้เรื่องมันบานปลายในที่สุดฉันจึงตัดสินใจอธิบายให้ลูกชายตัวน้อยของฉันฟังว่า ' ฆ่า ' ความหมายคืออะไร เท่านั้นแหละไทเกอร์ถึงกับร้องไห้โฮ แน่นอนว่ามันอาจจะโหดร้ายไปหน่อยที่ลูกชายตัวน้อยๆของฉันต้องมารับรู้อะไรแบบนี้แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้พ่อฉันคงไม่ล้มเลิกความคิดง่ายๆมีแค่ไทเกอร์คนเดียวเท่านั้นที่จะหยุดทุกอย่างได้เหตุการณ์ในวันนั้นผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วแต่ไทเกอร์ก็ยังไม่ยอมคุยกับพ่อของฉันนั่นก็คือคุณตาของเขา ไทเกอร์เอาแต่พูดว่า ' คุณตาใจร้าย ' 'คุณตาใจร้าย ' ซ้ำๆจนพ่อฉันถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับเป็นอาทิตย์ กว่า
ชีต้าร์...สองสามวันมาแล้วหลังจากที่ครอบครัวของพี่ทิวกลับไปแต่พี่ทิวเองไม่ยอมกลับเพราะอ้างเรื่องจะดูแลไทเกอร์ช่วยฉัน ส่วนเรื่องของฉันกับพี่ทิวทางครอบครัวพี่ทิวตกลงกันว่าหลังจากที่พ่อของฉันมาฆ่าพี่ทิวตามที่ไทเกอร์บอกแล้วถึงจะคุยเรื่องของฉันกับพี่ทิวต่อไทเกอร์เองช่วงเสาร์อาทิตย์คุณพ่อคุณแม่พี่ทิวบอกกับฉันว่าพวกท่านจะแวะมาหาเพราะพวกท่านไม่ได้ไปออกงานหรือประชุมที่ไหน เอาเป็นว่าทุกอย่างระหว่างฉัน ไทเกอร์กับครอบครัวพี่ทิวเราผ่านไปได้ด้วยดีแต่พ่อของฉันกับพี่ทิวนี่สิฉันเดาไม่ออกเลยว่าจะถ้าเจอกันแล้วจะเป็นยังไง" ต้าร์ เมื่อไหร่เราจะได้นอนด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูกสักที พี่อยากนอนกับไทเกอร์บ้าง "คนที่เดินตามหลังฉันมาพูดขึ้น พี่เขาพูดแบบนี้กับฉันทุกวันและทุกครั้งก็จะจบลงด้วยคำตอบของฉันที่ว่ารอเคลียร์เรื่องของเราให้มันจบก่อน แต่พี่เขาก็ยังคงถามแบบนี้อีกทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าคำตอบของฉันคืออะไร" คำตอบของต้าร์ก็เหมือนกั
ทิว..." ไทเกอร์อยู่ที่นี่เองหรอครับ ทำอะไรอยู่เอ่ย "เสียงหวานๆของคนมาใหม่ทำให้ผมรีบหันไปมองด้วยความมดีใจ ทั้งๆที่เพิ่งเจอกันเมื่อคืนแท้ๆแต่กลับรู้สึกเหมือนเพิ่งได้เจอกัน คิดถึงมากขนาดนี้ผมจะปล่อยเธอไปง่ายๆได้ยังไง" ไทเกอร์กินขนมอยู่ฮะ ไทเกอร์พาพ่อทิวมาบ้านเราด้วยฮะ "คนตัวเล็กที่กำลังล้วงขนมในถุงมากินพูดกับแม่พลางฉีกยิ้มให้ก่อนจะหันไปดูดนิ้วตัวเองที่มีเศษขนมติดอยู่อย่างเอร็ดอร่อยๆ" ขอบคุณนะคะที่มาอยู่เป็นเพื่อนไทเกอร์ พี่ทิวกลับเลยก็ได้ค่ะเดี๋ยวต้าร์ดูไทเกอร์เอง "คนมาใหม่เดินเข้ามาด้านในพร้อมกับเปิดปากไล่ผมทันที อะไรวะเมื่อคืนไม่เห็นพูดแบบนี้เลยนี่" ความจำสั้นหรือไงเมื่อคืนตกลงกันแล้วนี่นา "ผมพูดขึ้น" ก็พี่ทิวแต่งตัวเหมือนจะไปไหนนี่คะ ถ้ามีธุระพี่ทิวก็ไปจัดการเถอะค่ะเดี๋ยวต้าร์จะดูแลไทเกอร์เอง







