Masuk
" จะโยนแล้วนะคะ ทุกคนพร้อมมั้ย " เสียงเจ้าสาวที่กำลังยืนหันหลังอยู่เอ่ยถามเหล่าสาวๆในชุดราตรีที่ยืนรอรับช่อดอกไม้
" พร้อมแล้วค่าาา...โยนเลยๆๆ " เสียงปรบมือมาพร้อมกับเสียงเชียร์จากแขกในงาน
กรี๊ดดดดด...
ดอกไม้ช่อใหญ่ถูกโยนจากด้านบนของเวที เสียงร้องของเหล่าสาวๆที่มาร่วมเป็นสักขีพยานดังไปทั่วห้องแกรน์บอลรูมขนาดใหญ่ วันนี้เป็นวันแต่งงานของประธานใหญ่แห่งอัครากรุ๊ปคู่รักในตำนานที่กำลังถูกพูดถึงในสื่อต่างๆ ไม่ว่าใครที่ได้ยินเรื่องราวความรักของทั้งคู่ก็คงอดที่จะชื่นชมไม่ได้ ต่อให้มีอุปสรรคขนาดไหนหากแม้ใจยังผูกพันสิ่งใดๆเหล่านั้นก็ไม่อาจทำลายรักได้
“ เฮ้ยยยย “ หญิงสาวร่างเพรียวในชุดราตรีสีฟ้าร้องด้วยความตกใจแต่กระนั้นมือบางก็ยกขึ้นเพื่อรับสิ่งที่กำลังลอยมาหาตน เธอไม่ได้เข้าไปรวมกลุ่มกับสาวๆที่หน้าเวทีเพื่อแย่งดอกไม้ของเจ้าสาว แต่ปาลิตาที่มาเป็นแขกในงานพึ่งจะเดินกลับเข้ามาในงานเพราะไปเข้าห้องน้ำมาต่างหาก
พรึ่บ...ดอกไม้ช่อโตลอยเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเธอ ปาลิตานิ่งอึ้งยืนค้างเพราะไม่รู้จะต้องทำอย่างไรต่อไป สายตาหลายคู่จับจ้องมายังเธอ...หญิงสาวบางคนสะบัดหน้าใส่เพราะเธอไม่ได้เป็นเจ้าของช่อดอกไม้ที่อยู่ในมือของปาลิตาในตอนนี้ แต่ก็ยังโชคดีที่แขกในงานส่วนใหญ่ส่งยิ้มมาให้เธอ
การได้ช่อดอกไม้จากเจ้าสาวในงานแต่งเป็นเรื่องที่สาวๆทุกคนใฝ่ฝัน เพราะหากรับช่อดอกไม้ได้นั่นหมายถึงเจ้าสาวคนต่อไปจะเป็นเธอนั่นเอง
" ขอเชิญหญิงสาวผู้โชคดีที่รับช่อดอกไม้ได้เมื่อสักครู่ขึ้นมาบนเวทีสักหน่อยนะครับ เชิญครับ..เชิญเลยครับ " เสียงชายหนุ่มที่ทำหน้าที่พิธีกรฝ่ายชายเอ่ยขึ้น
เสียงเรียกจากด้านบนเวทีทำให้ปาลินหรือปาลิตารู้สึกตัว ไหนๆก็ไหนๆแล้วจะโยนทิ้งเสียก็คงไม่ได้ ในเมื่อสวรรค์อยากให้เธอได้ช่อดอกไม้ช่อนี้เธอก็คงจำต้องรับมันไว้ ร่างบางเดินขึ้นไปบนเวทีตามคำเชิญของพิธีกรที่เอ่ยเมื่อสักครู่ ระหว่างทางที่เดินไปมีเสียงแสดงความยินดีจากแขกโต๊ะอื่นๆ ดังแว่วมาทำให้เธอต้องส่งยิ้มให้คนเหล่านั้นไปด้วย
" โอ้โห...ไม่ใช่แค่ดอกไม้สวยนะครับแต่หญิงสาวผู้โชคดีของเราก็สวยไม่แพ้เลย อย่างนี้ไม่รู้ว่าเธอจะมีเจ้าของรึยังนะครับ หนุ่มๆคนไหนอยากรู้ขอเสียงหน่อยครับ " สิ้นเสียงของพิธีกรฝ่ายชายเสียงปรบมือพร้อมกับเสียงโห่ร้องก็ดังขึ้นพร้อมๆกับที่ปาลินเดินมาหยุดอยู่ตรงกลางเวทีที่มีเจ้าบ่าวและเจ้าสาวยืนยิ้มอยู่
ยิ่งได้เห็นใกล้ๆปาลินยิ่งทึ่งในความสวยของเจ้าสาว ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะผ่านการศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้ามาถึงสองครั้ง...สวยจริงๆ มิน่าใครๆก็อิจฉาประธานใหญ่แห่งอัครากรุ๊ป
" เอาล่ะครับๆ ผมจะถามเธอให้ว่าสาวสวยที่ยืนอยู่ข้างผมตอนนี้เธอชื่ออะไร .... สวัสดีครับ " หลังจากพูดกับแขกเหรื่อในงานแล้วพิธีกรฝ่ายชายก็หันมาหาปาลินที่ยืนอยู่ข้างๆ
" สวัสดีค่ะ " หญิงสาวรับไมค์จากเจ้าหน้าฝ่ายเวทีแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
" ไม่ทราบว่าสาวสวยที่ยืนอยู่ตรงหน้าของผมตอนนี้ชื่ออะไรเหรอครับ "
" ขอบคุณนะคะ รู้สึกเป็นเกียรติจริงๆที่ได้รับคำชม ดิชั้นปาลิตา ค่ะ "
" คุณปาลิตา...แหมสวยแถมยังเสียงหวานไพเราะอีกต่างหาก รู้สึกยังไงบ้างครับที่เป็นคนได้รับช่อดอกไม้จากเจ้าสาววันนี้ "
" จะบอกว่ายังไงดีล่ะคะ...ก็คงต้องดีใจแน่นอนค่ะ แต่สำหรับคนโสดอย่างดิชั้นก็ไม่รู้อีกนานแค่ไหนนะคะที่จะได้เป็นเจ้าสาวกับเค้าบ้าง " จบคำพูดของปาลินเสียงโห่ร้องของหนุ่มๆในงานดังก็ขึ้น
" โอ้โหเธอชิงตอบก่อนที่ผมจะถามอีกนะครับทุกคน เธอโสดอยู่นะครับ งานนี้ใครอยากสมัครเชิญกรอกประวัติส่วนตัวไว้ได้เลยนะครับ ได้ใช่มั้ยครับคุณปาลิตา " พิธีกรหันมาถามปาลินที่ยืนยิ้มอยู่
" ยินดีค่ะ... แล้วก็ยินดีกับเจ้าบ่าวและเจ้าสาวด้วยนะคะ ดิชั้นเองก็หวังว่าสักวันตัวเองจะโชคดีมีความรักดีๆแบบคุณภาคินและคุณญาดาบ้างเหมือนกัน ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้งค่ะ " เพราะไม่อยากต้องยืนอยู่บนเวทีนานๆปาลิตาจึงรีบตัดบทสนทนาและเดินลงจากเวทีมาที่โต๊ะของตนทันที
อีกด้าน
" เมย์ " เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆ สายตาคมเพ่งมองหญิงสาวที่กำลังเดินขึ้นเวที เย่วเฟิ่งขมวดคิ้วเข้าหากัน...เขาแปลกใจว่าทำไมหญิงสาวคนนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ทั้งๆที่เธอ...
จะเป็นไปได้ยังไง...เย่วเฟิ่งรำพึงรำพันกับตัวเอง แต่หากตอนนี้เขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหญิงสาวที่เขาเห็นอยู่ตอนนี้เป็นคนคนเดียวกับคนรักเก่าของเขา คนรักที่เขาเองเป็นคนเลือกที่จะทิ้งเธอมา สายตาคมมองร่างบางที่ยืนยิ้มอยู่บนเวที...เธอเปลี่ยนไปมาก ไม่ว่าจะเป็นบุคลิกท่าทางและไหนจะคำพูดอีก คำตอบที่เธอตอบพิธีกรบนเวทีช่างเฉือดเฉือนใจเขายิ่งนัก เธอโสด....ใช่...เธอก็ต้องโสดสิ ตอนนี้เธอกับเขาเลิกกันแล้ว
เย่วเฟิ่งนั่งมองหญิงสาวที่อยู่บนเวทีจนเธอเดินลงและไปนั่งที่โต๊ะของเธอที่อยู่อีกฝั่ง คิ้วหนาขมวดเข้าหากันด้วยความแปลกใจเพราะโต๊ะตัวที่เธอนั่งเป็นโต๊ะของแขกวีไอพีซึ่งผู้ที่จะได้นั่งโต๊ะที่อยู่ด้านหน้านี้ต้องเป็นญาติกับฝ่ายเจ้าบ่าวหรือฝ่ายเจ้าสาวเท่านั้น แต่เมธิญาไม่มีทางเป็นญาติกับคู่รักที่อยู่บนเวทีอย่างแน่นอนเพราะเธอเป็นเด็กกำพร้า
ตลอดชีวิตของเมธิญาเธอมีแค่น้าสาวและน้าของเธอก็ตายไปได้หลายปีแล้ว ... จะมีเหตุผลอย่างอื่นอีกมั้ยที่ทำให้เธอมานั่งอยู่ที่โต๊ะตัวนั้นได้
" สนใจเธอเหรอครับ " เสียงชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆเอ่ยถามทำให้เย่วเฟิ่งที่กำลังคิดถึงเรื่องของคนรักเก่าอยู่ได้สติ
" อึ้ม " เย่วเฟิ่งเผลอหลุดปากตอบพายัพลูกน้องคนสนิทของภาคินเจ้าบ่าวในวันนี้
" ไม่คิดก่อนสักหน่อยเหรอครับ หึหึ " พายัพเอียงตัวเข้ามาหาญาติผู้น้องของเจ้านายของตน
" นายกลายเป็นคนพูดมากตั้งแต่เมื่อไหร่กันพายัพ " เย่วเฟิ่งทำตาดุใส่คนนั่งข้างๆที่กำลังอมยิ้มอยู่
" นั่นคุณปาลิตาลูกสาวคนเดียวของคุณประภพพี่ชายของคุณพิมลค่ะ " พิมมาดาที่นั่งอยู่ข้างๆสามีเอ่ยขึ้น เธอเองก็สังเกตเช่นกันว่าเห็นเย่วเฟิ่งสนใจผู้หญิงที่รับดอกไม้ได้เป็นพิเศษ แต่ความจริงก็ไม่เฉพาะชายหนุ่มผู้นี้หรอกหนุ่มๆในงานเองก็ล้วนสนใจเธอ
" ลูกสาว ? " คำบอกกล่าวของพิมมาดายิ่งทำให้เย่วเฟิ่งแปลกใจ
" ค่ะ ลูกสาว...คุณปาลิตาคนนี้แต่ก่อนก็ไม่ได้มีหน้าตาแบบนี้หรอกนะคะ เธอพึ่งศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้ามาน่ะคะ " พิมมาดาขยายความเมื่อเห็นสีหน้าของสามีและญาติผู้น้องของเจ้านายใหญ่
" ศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้าอย่างนั้นเหรอ " เย่วเฟิ่งรู้สึกตกใจเมื่อได้ยินสิ่งที่พิมมาดาบอก
" แล้วพิมรู้ได้ยังไงว่าเธอศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้ามา " เสียงของสามีเอ่ยแทรกด้วยความอยากรู้
" ก็พิมเป็นคนติดต่อนัดหมายให้คุณประภพพ่อของเธอได้คุยกับหมอพาขวัญนี่ นี่เป็นครั้งแรกเลยมั้งคะที่เธอออกงานสังคมแบบนี้ ก่อนหน้านี้ไม่มีใครได้เห็นลูกสาวของท่านประภพหรอกค่ะเพราะเธอไม่ออกไปไหน "
" เมธิญา...ปาลิตาลูกสาวของคุณประภพอย่างนั้นเหรอ " เป็นอีกครั้งที่เย่วเฟิ่งเผลอเอ่ยชื่อของคนรักเก่าและหญิงสาวที่กำลังจ้องมองอยู่อย่างลืมตัว
คำบอกเล่าของเลขาญาติของผู้พี่อย่างภาคินทำให้เย่วเฟิ่งได้รู้ว่าตัวเองคิดผิด เธอไม่ใช่เมธิญาคนรักเก่าของเขา แต่หากเป็นใครอีกคนที่ศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้าเหมือนเมธิญาก็เท่านั้น
แต่เรื่องนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง ครอบครัวนี้ไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้าเมธิญามาก่อน หากเมธิญาเป็นดาราโด่งดังจนคนรู้จักไปทั่วก็ว่าไปอย่าง
ชายหนุ่มก้มมองนาฬิกาบนข้อมือของตนหลังจากนั้นเขาก็ลุกขึ้นและเดินออกจากโต๊ะไป เย่วเฟิ่งเดินออกจากห้องจัดเลี้ยงมาหยุดอยู่ที่มุมด้านหน้าของโรงแรมแกรนด์อัครา มือหนาล้วงเข้าหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อสูท
" ครับนาย " เสียงปลายสายตอบรับ
" อาเหลียงชั้นมีงานให้นายทำ "
....................................................................................
" เป็นเกียรติจริงๆครับที่ประธานจางและเจ้าสาวมาแจกการ์ดเชิญด้วยตัวเองแบบนี้ " ชายร่างท้วมเอ่ยพร้อมกับโค้งตัวแล้วรับสิ่งที่ชายหนุ่มยื่นให้" ต้องมาสิครับ...ยังไงฉางจิ้งก็เป็นพันธมิตรที่ดีและเป็นคู่ค้าที่ซื่อตรงมาตลอด ผมกับปาลิตาต้องมาด้วยตัวเองอยู่แล้ว "" แหม!! ... ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ยังไงๆฉางจิ้งก็ต้องให้ความสำคัญกับจางลี่มากกว่าบริษัทอื่นอยู่แล้ว อย่าว่าแต่ฉางจิ้งเลย...บริษัทไหนๆก็อยากร่วมธุกิจกับจางลี่ทั้งนั้นแหละครับ "" หึ...ขอบคุณครับ ยังไงผมคงจะคุยกับประธานฉางนานกว่านี้ไม่ได้แล้วนะครับ ผมกับเจ้าสาวจะต้องไปที่อื่นต่อน่ะครับ " พูดจบชายหนุ่มก็เอ่ยคำลาต่ออีกไม่กี่ประโยคจากนั้นเขาก็พาเธอตระเวนไปหาแขกคนสำคัญที่อื่นต่อหลังจากวันนั้น...วันที่เธอและเขาปรับความเข้าใจและทำกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์กันแล้ว ผู้เฒ่าจางจึงเอ่ยปากขอปาลิตามาเป็นหลานสะใภ้กับพ่อแม่ของเธอต่อหน้าขณะที่ทั้งหมดรับประทานอาหารร่วมกันเสร็จแล้ว ท่านให้เหตุผลว่า...หากจะรอนานกว่านี้ท่านก็เกรงร่างกายของตัวเองจะไม่ไหว และหากจะให้ท่านบินไปที่เมืองไทยด้วยตัวเองนั้นก็คงเป็นไปได้ยาก ... สังขารของคนแก่นั้นมีแต่จะเสื่อมทอยลงทุกวัน
คำว่า " รัก " สำหรับใครบางคนอาจไม่เพียงพอ...มนุษย์เรายังมีความใคร่ ความปรารถนาเข้ามาเติมเต็ม การได้ปลดปล่อยสิ่งๆนั้นกับคนที่เรารักอาจถือได้ว่าเป็นความสุขล้นยิ่งที่สุดแล้วสำหรับบางคู่...คนรักของเราอาจไม่ได้อยากนอกใจ แต่เพราะ...มันไม่สามารถไปให้ถึงจุดสุดยอด คนๆนั้นจึงต้องไขว่คว้าอย่าอายที่จะร้องขอ อย่าอายที่จะเปิดเผย เรื่องบนเตียงยังเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคู่ชีวิตทุกคู่ หากคุณชอบหรือไม่ชอบสิ่งไหนก็จงบอกคู่ของเราเพื่อที่เขาคนนั้นจะได้ปรับปรุงแก้ไขและเปลี่ยนแปลงหลังจากหญิงสาวปรนเปรอรักให้เขาด้วยปากของเธอแล้ว ชายหนุ่มก็ไม่รีรอเช่นกัน...เขาจัับเธอให้หันหน้าเข้าผนังพร้อมกับโน้มใบหน้าลงไปที่ต้นคอระหงด้านหลังของเธอ ริมฝีปากหนาจูบซับลงที่ลาดไหล่ มือใหญ่สอดเข้าที่ใต้รักแร้ไปเกาะกุมเต้าอวบสองลูกที่อยู่ด้านหน้า ผิวของเธอขาวเนียนผ่อง..ยิ่งได้ต้องแสงไฟสีเหลืองและมีหยดน้ำเป็นเม็ดเกาะเต็มไปทั่วยิ่งเร้าอารมณ์ของเขาให้พุ่งสูงขึ้นปาลิตาดูแลหุ่นของตัวเองได้ดีมาก ชายหนุ่มไล่สายตาลงไปตามแผ่นหลังบางผ่านเอวคอดกิ่วจนถึงแก้มก้นเต่งตึงด้านล่าง นี่ถ้ากลืนกินเธอได้ทั้งตัวเขาคงทำแล้ว ชายหนุ่มเลียริมฝีปากตัวเองแล้วค
" ขอโทษนะค้าาา...ขอโทษที่ทำให้คุณแม่เป็นห่วง " พูดจบร่างเล็กก็สอดมือเข้าที่ใต้แขนของผู้เป็นแม่ หญิงสาวกอดที่เอวของท่านแล้วเกยคางวางไว้บนไหล่...เป็นใครเค้าก็ต้องโกรธกันทั้งนั้นนั่นแหละ ก็เธอเล่นละครซะเนียนเชียวหลังจากลู่จื่อเหลียงพาหวางลีไปทำแผลที่โรงพยาบาลประธานใหญ่จางลี่ก็พาเธอเดินกลับมาที่โรงพยาบาลของต้าลั่ว ตลอดเส้นทางที่เดินผ่าน...มีสายตาหลายคู่จับจ้องมอง ปาลิตารู้แล้วว่าเธอกำลังเป็นที่สนใจของผู้คนเพราะลูกน้องที่มาเยี่ยมในวันแรกๆของการเข้ารักษาตัวเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้ฟังทั้งหมดแล้ว" หึ...น่าตีจริงๆเลยนะยัยหนู นี่ถ้าหนูยังเป็นเด็กตัวเล็กๆนะ แม่จะจับมาตีก้นให้ลายเลย พ่อกับแม่รึก็เป็นห่วงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ แล้วไหนจะคนอื่นๆอีก ทุกคนเค้าเป็นห่วงหนูกันหมดเลยนะ " คุณกรองแก้วทำตาค้อนใส่แล้วเอ่ยกับลูกสาว" ขอโทษนะคะ ขอโทษทุกคนเลย หนูรู้ค่ะว่าทุกคนเป็นห่วง...แต่มันจำเป็นจริงๆค่ะ หนูแค่อยากคุยกับหัวหน้าหวางก่อน เค้าอาจจะกลับตัวกลับใจได้ ความจริงเค้าไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ถ้าเค้าเป็นอะไรไปแม่เค้าที่อยู่เมืองไทยคงเสียใจมากเลยนะคะ " หญิงสาวเอ่ยพลางทำตาละห้อยเรียกคะเเนนความสงสาร หวางลีเคยเล่า
" ฝีมือไม่เบาเลยนะครับ " ประธานใหญ่ของต้าลั่วกรุ๊ปเอ่ย ตอนนี้เขากำลังอยู่ในห้องพักผู้ป่วยกับผู้เฒ่าจางอยู่...ทั้งคู่กำลังมองไปยังหน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้องที่มีภาพของหญิงสาวกำลังต่อสู้กับคนร้ายอยู่" อึ้ม...เค้าสอนของเค้ามาตั้งแต่เด็กน่ะ เธอเก่งหลายอย่างนะ...ทั้งบู๊เตะต่อย ทั้งการใช้อาวุธต่างๆ ไม่แพ้ผู้ชายเลยล่ะ " ผู้เฒ่าจางหัวเราะเบาๆ ลั่วหยางหมิงมองดูคนที่นอนป่วยอยู่บนเตียงยิ้มอย่างมีความสุข" ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าเธอเป็นคนรักของอาเย่ว "" ไม่มีใครรู้หรอก ผมเองก็พึ่งจะรู้ก่อนหน้าคุณเมื่อไม่นานมานี่เอง ... เค้าเรียนด้วยกันที่อเมริกาตั้งแต่เด็กน่ะ " ผู้เฒ่าจางว่า...ท่านไม่ได้โกหกลั่วหยางหมิงแต่อย่างใด ไม่รู้ก็คือไม่รู้...ที่ไม่รู้เพราะสมัยที่หลานชายคนนี้เรียนอยู่ท่านก็ให้อิสระเต็มที่ เย่วเฟิ่งสามารถใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการได้...ท่านไม่ได้บังคับ ไม่ได้ส่งคนติดตาม เพียงแค่โทรมาถามข่าวคราวเป็นระยะๆก็เท่านั้นดังนั้นคนในตระกูลจางจึงไม่มีใครรู้เรื่องของเมธิญาเลย" เรียนที่อเมริกาเหรอครับ แต่ในประวัติแล้วเธอเป็นทายาทของพฤกษาบดีไม่ใช่เหรอครับ " ลั่วหยางหมิงเอ่ยถามด้วยความส
" ช่วยเอายานั้นกลับมาฉีดให้ชั้นหน่อย ครั้งนี้มันอาจจะได้ผล อย่าลืม!!! ห้ามบอกใครเด็ดขาด " หลังจากพิมพ์ข้อความเสร็จแล้วปาลิตาก็กดส่งทันที หญิงสาวหอบหายใจแรงขึ้นเมื่อความเจ็บปวดแล่นพาดผ่าน นานนับหลายนาทีกว่าที่เธอจะหายจากอาการนี้ หญิงสาวนึกถึงคืนวันที่ถูกจับตัวไปและคนรักของเธอไปช่วยไว้ได้ทันคืนนั้นพอเขาพาเธอมาที่โรงพยาบาลและคุณหมอตรวจอาการของเธอเสร็จเรียบร้อย อาเย่วก็เดินตามคุณหมอไปคุยที่ห้องอีกห้องหนึ่ง หญิงสาวรู้ดีว่าขาของเธออาจจะใช้การไม่ได้อีกต่อไป ... เพราะในตอนนั้นมันไม่มีความรู้สึกอะไรเลย ปาลิตานึกถึงตอนที่ตัวเองอยู่ในถ้ำกับหัวหน้าหวางสองต่อสองหลังจากที่พ่อของเขาแยกตัวเดินไปหาใครอีกคนหวางลีควานหาผ้ามาปิดปากของเธอไว้ไม่ให้ส่งเสียงให้คุณไป่หลิงได้ยิน จังหวะนั้นหญิงสาวสังเกตเห็นห่อผ้าที่ผูกติดกับเอวของคนร้ายที่จับตัวเธอมาอยู่ ... หวางลีคอยจับเช็คดูห่อผ้านั้นตลอดเวลา ปาลิตาใช้จังหวะที่หวางลีกำลังผูกผ้าปิดปากเอาหัวของตัวเองกระแทกไปด้านหลังโขกกับใบหน้าของเขาเข้าอย่างจัง หญิงสาวไม่รอช้าเธอตวัดแขนของตัวเองจับลำแขนแกร่งให้โน้มมาด้านหน้าและใช้นิ้วมือจิ้มกระแทกลงที่ท้ายทอยของเขาพอดีร่าง
แชะ!!! ....ภาพประธานใหญ่แห่งจางลี่กรุ๊ปกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าหญิงสาวคนหนึ่งถูกบันทึกเก็บไว้ในโทรศัพท์อีกหลายเครื่อง ภาพเหล่านั้นถูกแชร์ออกสื่อโซเชียลอย่างรวดเร็ว คำค้นหาที่ร้อนแรงจึงเป็นประวัติของหญิงสาวที่ประธานใหญ่คุกเข่าให้ในขณะที่ภาพของตัวเองกำลังถูกเผยแพร่ออกไป...ประธานใหญ่แห่งจางลี่ก็กำลังดูแลคนรักสาวอยู่เช่นกัน หลังจากเข็นรถเข็นของปาลิตากลับมาที่ห้องพักพ่อแม่ของเธอก็ขอตัวไปพักผ่อนที่โรงแรมที่อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาล ส่วนประธานใหญ่อัคราก็เดินทางไปที่บ้านตระกูลจางเพื่อสืบหาตัวคนร้ายที่หายตัวไป...ภาคินรู้ว่าเย่วเฟิ่งเป็นห่วงคนรักมากแค่ไหนดังนั้นหากเขาอาสาเข้ามาช่วยดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อยต่างๆให้ ... น้องชายของเขาก็จะได้หมดห่วงกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง" เอาอะไรอีกมั้ย เดี๋ยวชั้นปอกให้อีก " ชายหนุ่มเอ่ยถามคนรัก ตอนนี้เขากำลังปอกแอปเปิ้ลใส่จานให้คนรักอยู่" อยากได้มะม่วงอ่ะ " ริมฝีปากบางที่กำลังเคี้ยวแอปเปิ้ลอยู่เอ่ย" โอเคครับคนสวย " เย่วเฟิ่งเอ่ยพร้อมทั้งยิ้มให้ปาลิตา เขาหันไปหยิบลูกมะม่วงที่วางอยู่บนโต๊ะมาปอกเปลือกและหั่นเป็นชิ้นๆใส่จานให้คนรัก" อื้ออออ...อร่อยอ่ะ สักชิ







