แชร์

4

ผู้เขียน: Cassian Morrow
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-09 22:49:14

"คุณยูครับ!" ตำรวจหนุ่มวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาที่ห้องทำงานชั่วคราวของยูด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ หายใจไม่เป็นจังหวะ ตั้งแต่เช้า 

ยูยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้หยุดพักก่อน

"มีความคืบหน้าเรื่องคดีแล้วใช่ไหม?" ยูไถเก้าอี้ที่มีล้อเล็กๆ ของเขาผละออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานพลางควงปากกาด้ามสีดำไว้ในมือรอฟังสิ่งที่คิวจะบอก

"ผมคิดว่าผมรู้แล้วครับว่าใครเป็นเหยื่อสามรายก่อนหน้านี้" คิวพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มอย่างพอใจ

"ไหนลองเล่าสิ่งที่นายอดหลับอดนอนหามาได้สิ" ยูพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พลางหมุนเก้าอี้ที่นั่งไปมาพร้อมกับกดเปิดปิดปากกาซ้ำๆ

"ผมลองกลับไปค้นดูคดีฆ่าตัวตายในช่วงหนึ่งปีนี้อย่างที่คุณยูบอก ปรากฏว่าผมไปพบคดีที่มีความเชื่อมโยงกันที่ไม่ได้สังเกตมันมาก่อน" คิวยืนพูดพลางยื่นแฟ้มคดีเปิดหน้าที่มีภาพถ่ายในที่เกิดเหตุให้ยูดู "มีคดีที่สรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตายอยู่หลายคดีก็จริง แต่ผมมั่นใจว่าต้องเป็นสามคดีนี้แน่นอน"

"ทำไมนายมั่นใจขนาดนั้นล่ะ?" ยูยังไม่ละสายตาจากภาพถ่ายในแฟ้ม

"เพราะทั้งสามคดีนี้มีโมเดลจิ้งจอกสีน้ำเงินถูกวางไว้ในที่เกิดเหตุเหมือนกันกับที่เราเจอในคดีล่าสุด"

"แล้วนายมั่นใจได้ยังไงว่า จะไม่มีคดีอื่นอีกที่อาจจะถ่ายภาพที่เกิดเหตุแล้วไม่ติดโมเดลจิ้งจอกสีน้ำเงินมาด้วย" ยูรีบถามแทรกขึ้นมา

"เอ่อ...ตอนแรกผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกันครับ แต่ในคดีก่อนหน้านี้ทั้งสามคดี โมเดลถูกวางไว้ในจุดที่ยังไงเราก็ต้องถ่ายติดแน่ๆ แต่..." คิวเว้นจังหวะ "สิ่งที่ทำผมมั่นใจมากกว่านั้นคือ" คิวเงียบไปอีกครั้ง "คุณยูจะลองเดาดูไหมครับ?"

"อืม...ไม่ล่ะ" ยูปฏิเสธในทันที

"เพราะทุกคดีเกิดขึ้นในวันที่สิบห้าของเดือนครับ" คิวยิ้มกว้างอย่างภูมิใจและรอดูปฏิกิริยาของอีกฝ่าย แต่ยูกลับนิ่งเงียบ แค่พยักหน้าเบาๆ พลางหลับตาลง โยกเก้าอี้หนังที่เขานั่ง เหมือนกำลังฟังเพลงแล้วโยกตัวตามจังหวะดนตรี จนผ่านไปหลายนาที โดยที่คิวไม่ได้ขัด แค่ยืนนิ่งเงียบรอ จนผ่านไปพักใหญ่

"หมายความว่า...จะเกิดเหตุฆาตกรรมในวันที่สิบห้าของทุกเดือน โดยถูกจัดฉากว่าเป็นการฆ่าตัวตายอย่างนั้นสินะ" ยูพึมพำเบาๆ พลางยกมือขวาใช้นิ้วโป้งแตะที่คาง และวางนิ้วชี้ที่ริมฝีปากนั่งครุ่นคิดต่ออีกหลายนาที ก่อนจะหมุนเก้าอี้หันมาที่คิว "แล้วทำไมเพิ่งถึงมาบอกว่าตัวเองเป็นคนฆ่าทั้งสามคนก่อนนั้น เอาตอนนี้ล่ะ" ยูยังพึมพำกับตัวเอง “รายที่สี่” ก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามคิว "นายคิดว่าไงล่ะ?"

"ยังไม่มีคำตอบนี้เหมือนกันครับ แต่ผมคิดเล่นๆ ว่ามันอาจจะไม่มีอะไรซับซ้อน ก็แค่ฆาตกรคนหนึ่งที่อยากโชว์ว่าตัวเองเก่ง สามารถทำการฆาตกรรมอำพรางโดยที่ไม่มีใครสงสัยเลยสักนิด และตอนนี้ก็อยากเย้ยหยันความสามารถเราก็แค่นั้นมั้งครับ" คิวพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบต่างจากทุกครั้ง

"ที่นายพูดก็มีเหตุผล แต่ฉันว่า...ดูจากรูปคดีที่ตอนนี้เรายังหาหลักฐานอะไรไม่ได้เลย คนร้ายคงมีความตั้งใจอะไรสักอย่างหรืออยากจะบอกอะไรอยู่ก็ได้"

"บอกอะไรอย่างนั้นเหรอครับ?"

"ไม่รู้สิ แต่ดูจากหลักฐานแวดล้อมแล้ว คนร้ายคงมีการวางแผนทุกอย่างเป็นอย่างดี และมั่นใจว่า...คงจะไม่พบอะไรที่เป็นประโยชน์กับเราพอให้สาวถึงตัวมันได้แน่"

"น้ำเสียงคุณยูเหมือนกำลังชื่นชมคนร้ายอยู่เลยนะครับ"

"เปล่าหรอก แค่รู้สึกว่าคดีนี้มันทำให้ฉัน…" ยูเหยียดยิ้มพร้อมเอนหลังลงพนักพิงเก้าอี้ "เอ่อ! มีผลลายนิ้วมือ หรือผลชันสูตรมาบ้างหรือยัง?"

"อ้อ! ที่จริงผมจะมาบอกเรื่องนี้คุณยูด้วยครับ ผลลายนิ้วมือบนโมเดลไม่ได้มีแค่ของผู้ตายอย่างที่คิดไว้ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าเจ้าของลายนิ้วมือคือใคร ส่วนอื่นๆ ของห้องไม่พบลายนิ้วมือบุคคลอื่นนอกจากเจ้าของห้องเอง ส่วนผลชันสูตรน่าจะใช้เวลาอีกหน่อยครับ"

"งั้นก็...อย่างที่คิดไว้เลยสินะ ฆาตกรจงใจทิ้งเศษขนมปังให้เราเดินตาม มีทางเดียวที่เราจะรู้ก็คงต้องเดินตามเกมของมันไปก่อน แล้วค่อยมาดูกันอีกทีว่ามันมีอะไรกันแน่"

"มันจะดีเหรอครับ ที่เราให้คนร้ายคอยคุมเกมเราแบบนี้น่ะ"

"เอาน่ายังไงเราก็ยังไม่มีเบาะแสอื่นอยู่แล้วนี่ แล้วนายก็บอกเองว่ามันลงมือทุกวันที่สิบห้า" ยูลุกจากเก้าอี้ก่อนวางมือบนไหล่คิวเบาๆ "หากาแฟเข้มๆ สักแก้วดื่มดีกว่าเผื่อคิดอะไรออก" ยูหันกลับมาเรียกคิวที่ยังยืนงง "มาสิเดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง"

ทั้งคู่เดินเข้ามานั่งร้านกาแฟริมถนนที่หน้าสำนักงาน หลังจากสั่งกาแฟเรียบร้อย ยูเดินนำมานั่งที่โต๊ะโดยเลือกที่นั่งติดถนน ลูกค้าที่ร้านไม่ได้เยอะมากเมื่อเทียบกับจำนวนโต๊ะ แต่ก็มีคนเข้าออกไม่ขาด ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ในสำนักงานตำรวจ และพนักงานบริษัทที่อยู่ในละแวกนี้ แต่ในย่านใจกลางตัวเมืองแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีร้านกาแฟ หรือคาเฟ่ผุดขึ้นมาให้เดินเข้าเยอะจนเลือกไม่ถูก ลูกค้าทั่วๆ ไปที่ไม่ได้มาทำธุระหรือติดต่องานราชการ เลยไม่ค่อยมีเข้ามาให้เห็นสักเท่าไหร่ อีกอย่าง...การที่มีตำรวจเดินเข้าออกตลอดเวลา คงไม่ใช่สถานที่จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายสักเท่าไหร่ และไม่นานหลังจากทั้งสองคนนั่งลงบนเก้าอี้สีขาวของคาเฟ่ ขณะที่ยังไม่ได้เริ่มพูดคุยกัน พนักงานสาวรูปร่างเล็กหน้าตาน่ารักก็นำกาแฟมาเสิร์ฟที่โต๊ะพร้อมรอยยิ้ม ก่อนยูและคิวจะกล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้มกลับ

"ฉันลืมถามนายเลยว่านายดื่มกาแฟแบบไหน"

"ไม่เป็นไรครับ" คิวรีบพูดขึ้นขณะที่กำลังยกแก้วกาแฟจรดริมฝีปาก "ผมไม่ค่อยพิถีพิถันกับกาแฟเท่าไหร่ จริงๆ จะเรียกว่าผมไม่มีศิลปะในการดื่มกาแฟน่าจะถูกกว่า ผมลองแบบนั้นทีแบบนี้ที แต่ก็ยังหาแบบที่ชอบไม่ได้" คิววางแก้วลงบนโต๊ะหลังดื่มไปสองอึก พลางเอียงศีรษะครุ่นคิด "แล้วแก้วนี้คือ..." เขาลากเสียงยาว

"เอสเพรสโซ่เย็นหวานยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์น่ะ"

"เอสเพรสโซ่..." คิวยกกาแฟขึ้นจิบพร้อมกับพูดทวน "อือ...ดีเลยครับ ปกติผมแค่สั่งๆ ไป ส่วนใหญ่ก็ตามๆ คนอื่น ยิ่งระดับความหวานยิ่งแล้วใหญ่ ผมไม่ได้สนใจด้วยซ้ำ" หลังพูดจบเขาก็หัวเราะออกมาแบบเขินๆ

"ก็...ไม่เห็นเป็นไรนี่ ฉันว่าสมเป็นนายดี"

"เอ๊ะ! ทำไมว่าอย่างนั้นล่ะครับ?"

"นายดูมองโลกในแง่ดี แล้วก็ตื่นเต้นเวลาได้เรียนรู้และลองอะไรใหม่ๆ ตลอด ฉันว่าแบบนี้ก็ดีแล้ว"

คิวเอียงคอพร้อมกับครางในลำคอคิดตามคำพูดของยู "ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะเรียกแบบนั้นได้หรือเปล่านะ" เขาได้แต่หัวเราะเบาๆ ขณะใบหน้ายังแสดงออกชัดเจนว่าเขาสลัดคำถามกับตัวเองออกจากสมองไม่ได้

"เออ..."

"แปบหนึ่งนะ" ยูยกมือขึ้นห้ามหลังได้ยินเสียงเตือนอีเมลเข้า หลังจากเปิดอ่านเขาเหยียดยิ้มที่มุมปากทิ้งความสงสัยให้คิว ที่ได้แต่นั่งขมวดคิ้วจ้องมาที่ยูอย่างไม่ละสายตา "ไปหาเบาะแสกันเถอะ"

"เอ๊ะ! เบาะแสที่ไหนเหรอครับ?"

"เอาน่า ไปถึงแล้วนายก็จะรู้เองนั่นแหละ แต่ขับรถนายนะ" ยูหัวเราะอย่างสบายใจพร้อมเดินนำออกจากร้าน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน   58

    “ไม่ได้เจอคุณยูเป็นเดือนเลยนะครับ” คิวเอ่ยทักก่อนลุกขยับโต๊ะเล็กน้อย ในบาร์แจ๊ซที่กลายเป็นร้านประจำของพวกเขาเวลานัดเจอกัน หลังจากคดี ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน ปิดลง ทั้งสองคนก็ยังไม่ได้เจอกันอีกเลย แม้แต่โทรหาหรือส่งข้อความเองก็ตาม“ฉันก็เพิ่งว่างวันนี้แหละ มีงานเอกสารให้ทำเยอะเลย” ยูกระดกเครื่องดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว ราวกับน้ำเปล่า“ยังไม่ได้กลับมาทำคดีอีกเหรอครับ?” คิวเทเครื่องดื่มสีเหลืองทองลงในแก้วของยูจนครึ่งแก้ว“เขายังไม่อนุญาตให้ฉันทำคดีเลย ตั้งแต่ขัดคำสั่งไปช่วยนายเรื่องคดีนั่นแหละ” ยูดื่มจนหมดแก้วอีกครั้ง“คุณยูสั่งน้ำเปล่าแทนไหมครับ?” ทั้งสองคนหัวเราะพร้อมกัน “ว่าแต่…ทำไมเขาถึงรู้เรื่องที่คุณยูช่วยผมทำคดีล่ะครับ”“ไม่รู้เหมือนกัน แล้วฉันก็ไม่ได้ใส่ใจด้วย ถือว่าได้พักผ่อนแล้วกัน อีกอย่างช่วงนี้ก็ไม่มีคดีน่าสนใจด้วย ฉันไม่เก็บเอามาคิดหรอก” ยูหยุดเทเหล้าให้ตัวเอง “ว่าแต่…นายได้ข่าวผู้กองเนทบ้างไหม?”“ไม่เลยครับ แต่ผมเพิ่งรู้มาอย่างหนึ่งเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ไม่รู้จริงหรือเปล่านะครับ แต่เหตุผลที่เขาสั่งให้เราหยุดทำคดี เพราะคนร้ายคือผู้กองเนท มีข่าวว่าเหยื่อคนนั้นรอด และเป็นคนชี้ตัวว

  • ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน   57

    เสียงโลหะเสียดสีกับกระจกดังก้องอยู่ในห้องอันดำมืด กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อคละคลุ้ง ผสมกับกลิ่นเหล็กอ่อนๆ ที่ฉันคุ้นเคยดี แสงนีออนส่องกระทบกับพื้นผิวสเตนเลสของเครื่องมือที่จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ความสมบูรณ์แบบของทุกอย่างทำให้ชายในชุดหมีสีขาวสำหรับป้องกันเชื้อโรคทางการแพทย์แสยะยิ้มอย่างพอใจ "รู้สึกอะไรไหม?" เขาเอียงศีรษะเล็กน้อย มองดูร่างที่ถูกตรึงอยู่บนโต๊ะชันสูตร พันธนาการแน่นหนาจนแม้แต่กล้ามเนื้อก็แทบจะกระตุกไม่ได้ ดวงตาของเขาสั่นไหว แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ริมฝีปากขยับเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ร่างกายของเขาไม่ตอบสนอง ชายในชุดหมียิ้ม ยาของเขาได้ผลอย่างที่คิด อัมพาตโดยสมบูรณ์ แต่ความเจ็บปวด? ยังอยู่ครบทุกส่วน เขาเอื้อมมือไปแตะใบหน้าของเหยื่อ ลูบไล้เบาๆ ก่อนใช้นิ้วโป้งเกลี่ยไปตามขอบเปลือกตาที่ถูกกรีดออก เผยให้เห็นดวงตาสีแดงก่ำที่ไม่มีทางปิดลงได้อีกต่อไป "อย่ากลัวเลย" เขากระซิบ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอ่อนโยนแต่เย็นยะเยือก "ฉันแค่อยากให้แกเห็นตัวเองชัดๆ" เขาเหลือบมองกระจกเหนือเตียง นั่นคือสิ่งที่ฉันออกแบบขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อให้แกได้เห็นตัวเอง ในทุกวินาที ทุกความเปลี่ยนแปลง ทุกร่องร

  • ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน   56

    “ผมเสียใจกับเรื่องภรรยา และลูกสาวของคุณด้วยนะครับ ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณ ถ้ามีใครทำอะไรกับครอบครัว หรือคนที่ผมรัก ผมเอง…ก็คงทำทุกอย่าง เพื่อให้มันได้ชดใช้อย่างที่มันควรได้รับ”ยูนั่งอยู่ข้างเตียงห้องพักฟื้นของโรงพยาบาลเอกชน ภายในห้องเงียบสนิทจนได้ยินเสียงลมหายใจจากร่างบนเตียงที่นอนแน่นิ่ง แสงไฟบนเพดานส่องกระทบผ้าปูสีขาวสะอาดตา หน้าต่างปิดสนิท แต่ลมจากเครื่องปรับอากาศยังพัดผ่านเบาๆ ทำให้ผ้าม่านสีขาววูบไหวไปมา เสียงของเหลวจากขวดเหนือหัวเตียงดังเป็นจังหวะ ติ๊ก… ติ๊ก…เมื่อมันหยดลงจากขวด เครื่องวัดสัญญาณชีพที่ยังมีจังหวะสม่ำเสมอ หมอแจ้งว่า คนไข้ปลอดภัยแล้ว แต่ยังไม่ได้สติ คงเพราะเสียเลือดมาก เลยต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่“ผมไม่ได้มาในฐานะนักสืบ หรือทีมสืบสวน เพราะหน้าที่นั้นของผมมันจบลงแล้ว ผมมาในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง…ผมคิดว่านะ” ยูพูดเสียงเรียบ ก่อนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง“ผมดูวิดีโอเหตุการณ์ในวันนั้นเกือบยี่สิบรอบได้ นึกไม่ออกเลยว่าตลอดห้าปีมานี้ คุณดูซ้ำไปซ้ำมากี่ร้อยกี่พันครั้ง และผมก็คง…ไม่กล้าพอที่จะทำได้แบบคุณ”ร่างบนเตียงยังคงนอนนิ่ง ราวกับจมลึกลงไปในห้วงความฝัน ยูสูดลมหายใจลึกก่อนจะพูดต่อ

  • ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน   55

    คิวกวาดสายตาไปรอบห้อง แฟลชมือถือส่องกระทบตุ๊กตาตัวเล็กที่นั่งเรียงรายอยู่บนชั้นไม้ติดผนัง ตุ๊กตาทุกตัวสะอาดราวกับไม่เคยมีใครสัมผัสมาก่อน ดวงตาวาวของพวกมันสะท้อนแสงไฟจากมือถือไหววูบวาบราวกับกำลังจ้องกลับมาหาคิว เขาขยับตัวถอยหลังออกมาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว“ผมเริ่มไม่ค่อยชอบตุ๊กตาพวกนี้แล้วสิ” คิวฝืนกลืนน้ำลายลงคอ มือที่ถือสมาร์ตโฟนแน่น เริ่มมีเหงื่อชื้นขึ้นมา และยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ เขาสะดุ้ง! เพราะเสียงมือถือดังขึ้น มันเป็นเสียงแจ้งเตือนว่าสายถูกตัดไป พอเขาดูหน้าจอของมือถือตัวเอง ก็พบว่าสัญญาณไม่มี “คงเพราะไฟดับนี่ล่ะมั้ง” เขาตัดสินใจบันทึกเป็นวิดีโอไว้แทน ถ้ามีสัญญาณค่อยส่งให้ยูอีกทีของตกแต่งภายในห้องแตกต่างจากห้องที่ผ่านมา เพราะความสดใสและสีสันของห้องนี้ สามารถมองออกได้ทันที ว่าเจ้าของห้องคงเป็นผู้หญิง และขนาดของเตียงที่ไม่ได้ใหญ่มาก ทำให้คิวมองว่าเธอน่าจะอายุไม่เกินสิบขวบ และยิ่งเปิดดูด้านในตู้เสื้อผ้าที่จัดเข้าชิดผนังอีกด้าน ยิ่งยืนยันชัดว่าการสันนิษฐานของเขาถูกต้อง เสื้อผ้าในตู้มีคุณภาพดี ส่วนใหญ่ยังมีป้ายราคาแขวนอยู่ ซึ่งราคาค่อนข้างสูงไม่ต่างจากตู้เสื้อผ้าของอีกห้อง จ

  • ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน   54

    ฝนเริ่มกระหน่ำลงมาแรงขึ้น เสียงประตูม้วนเหล็กกระทบกระจกด้านหน้าอาคารเสียงดัง ปัง! ปัง!คล้ายมันกำลังพยายามพังกระจกด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด ตำรวจสายตรวจหนุ่มวิ่งฝ่าสายฝนกลับเข้ามา หลังจากไปสอบถามเพื่อนบ้านเผื่อมีใครจะได้ยินหรือเห็นอะไรที่พอจะเป็นประโยชน์กับคดีได้บ้าง ซึ่งคิวก็ค่อนข้างมั่นใจว่าต้องได้อยู่แล้ว เพราะจากสภาพแวดล้อมของสถานที่เกิดเหตุพังยับเยินจากการต่อสู้ขนาดนี้ แม้เพื่อนบ้านจะอยู่ไกลออกไปห้าร้อยเมตรก็ต้องได้ยิน“ไม่มีใครได้ยินอะไร หรือเห็นอะไรผิดปกติเลยครับ!” ตำรวจหนุ่มรายงานอย่างหนักแน่น ยืนตัวตรงเหมือนพวกตำรวจที่เคร่งระเบียบวินัย แม้ว่าเสื้อผ้าเขาจะเปียกชุ่มไปทั้งตัวคิวกัดริมฝีปากล่างอย่างแรงพร้อมย่นจมูก เพราะรู้สึกไม่เชื่อว่ามันจะเป็นไปได้ ที่ใครจะไม่เห็นหรือได้ยินอะไรเลย“ผมว่า…อาจเพราะเสียงฝนหรือเปล่าครับ เลยไม่มีใครสนใจเท่าไหร่” ตำรวจสายตรวจหนุ่มออกความเห็น ซึ่งคิวก็ไม่ได้แย้งอะไร แม้เขาจะมั่นใจว่าเสียงฝนไม่ได้ดังมากพอจะกลบเสียงความวุ่นวายขนาดนี้ได้“เอาเถอะ! เอาไว้รอทีมพิสูจน์หลักฐานมาก่อนแล้วกันค่อยว่าอีกที ฝนตกแบบนี้อาจจะช้าหน่อย ยังไงผมฝากคุณรออยู่ตรงนี้แล้วกัน ผมข

  • ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน   53

    เมื่อคิวได้ฟังข้อสันนิษฐานจากยู ในช่วงบ่ายของวันที่สิบห้า คือวันที่พวกเขายังเชื่อว่าการฆาตกรรมต่อเนื่องยังไม่จบ และอาจจะยังมีใครที่เป็นเป้าหมายอยู่อีกก็ได้ คิวรีบขับรถซีวิคสีดำเก่าๆ ของเขาฝ่าสายฝน ที่ปกคลุมด้วยความมืดทั่วท้องฟ้าไม่ต่างจากเวลากลางคืน จนเขาต้องเปิดไฟหน้ารถส่องสว่าง และลดความเร็วลงเหลือเพียงหกสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงตั้งแต่กลางดึกเมื่อคืนคิวเองก็ยังวุ่นอยู่กับที่เกิดเหตุไฟไหม้ แม้ว่ายูจะโทรมาพูดถึงข้อสันนิษฐานที่ได้จากมือถือของเหยื่อตั้งแต่ตีห้า และเขาเองก็ยังอยากตามคดีนี้ให้ถึงที่สุดก็ตาม แต่ถ้าขัดคำสั่งหัวหน้าคนใหม่ แล้วเข้าไปยุ่งกับคดีนี้อีก แม้แต่อำนาจที่มีของพ่อเขาเอง ก็คงจะช่วยรักษาอาชีพเขาอีกครั้งไม่ได้เสียงไซเรนดังแหวกอากาศแซงรถของคิวที่ขะลอความเร็วพร้อมกับชิดไหล่ทาง ไปด้วยความเร่งรีบ จนกระทั่งสองนาทีต่อมา คิวก็ตามรถตำรวจคันนั้นทัน แต่เมื่อคิวจอดรถริมถนนต่อท้ายรถตำรวจที่แซงเขาเมื่อครู่ คิวก็เริ่มรู้สึกหวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูก เพราะสถานที่ที่ตำรวจและรถพยาบาลจอดอยู่ คือสถานที่เดียวกันกับปลายทางที่เขาจะมา “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันอีกวะ!” คิวสบถ ก่อนรีบเปิดประตูรถสาวเท้า

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status