Masukกำลังจะซึ้งอยู่แล้วเชียว พอเขาพูดติดตลก เมลลินพลันหัวเราะร่วน “หนีไปบวชเลยเหรอ น่าเห็นใจอยู่นะแบบนั้น”ป้อมปราบกอดเธอแน่นราวกับยืนยันว่าจะทำจริงๆ “พรุ่งนี้ชกเสร็จจะมาเอาคำตอบ คืนนี้คิดก่อน ถ้าไม่แต่งก็จะหาวัดบวชตลอดชีวิต เมลน่าจะรู้ว่าปราบคำไหนคำนั้น”คำขู่นี้ได้ผลทีเดียว เพราะมันทำให้เมลลินคิดทั้งคืนทั้งวัน เธอไม่ใช่ว่ากลัวป้อมปราบจะบวชพระ แต่กำลังใคร่ครวญว่าจะทำยังไงให้ตัวเองมีคุณสมบัติที่ดีพอ เก่งพอจะเป็นอีกครึ่งชีวิตของเขาได้ “เฮ้อ!มีผัวสักคนนี่มันไม่ง่ายเลย”ขั้นแรกเธอต้องคว้ารางวัลระดับเพชรมาให้ได้ สร้างชื่อเสียงในจุดนี้ก่อน จากนั้นค่อยๆ เติบโต สะสมเงินไว้ ถึงเวลาแต่งงานจะได้ไม่ต้องให้เขาน้อยหน้าใครวางแผนได้ดังนั้นเมลลินก็ท่องข้อมูลสำคัญที่จะนำไปพรีเซนต์เต็มที่ และเมื่ออยู่ต่อหน้ากรรมการ ด้วยความมุ่งมั่นที่เต็มหัวใจจึงกล่าวได้ไหลลื่นไม่สะดุด ฉะฉานน่าฟังเสียจนเพื่อนๆ แอบตะลึงใครจะไปคิดล่ะว่าเมลลินจะดีดได้ขนาดนี้ แทบจะเชิญกรรมการมาร่วมลงทุนด้วยกันอยู่แล้ว“ฉันไปก่อนนะ มีธุระสำคัญ พวกแกกลับโรงแรมไปก่อนเลย” เมลลินบอกลาเพื่อนแล้ววิ่งออกจากฮอลล์ประชุมใหญ่ไปขึ้นรถที่ด้านนอก ถ้าตอนนี้
พอคนรักหยิบยื่นข้อเสนอมาให้เอง ป้อมปราบพลันเสียอาการหน้าร้อนวูบ เบื้องล่างจากที่หยอกเธอเล่นๆ ว่าแข็งแล้ว คราวนี้กลายเป็นว่าตื่นผงกหัวตั้งขึ้นมาจริงๆ เขาสบตากับแฟนสาวคนสวย จูบไปที่ริมฝีปากของเธออย่างอ่อนโยน“เดี๋ยวเมลจะเหนื่อย ไว้แข่งเสร็จค่อยจัดแมทช์ใหญ่กันจนเช้าเลยดีไหม”นี่เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่เขาข่มใจปฏิเสธเรื่องนี้ เมลลินที่ร่างกายตึงเครียดจึงผ่อนคลายลง ทว่าต้นขาถูกบางอย่างที่แข็งร้อนถูไถผ่านก็จำต้องเหลือบมองคนให้แน่ใจอีกครั้งป้อมปราบดูฝืนทนและอดกลั้นมาก พอเขาเกิดอารมณ์ก็ต้องระบายออกมาถึงจะจบ ให้อยู่แบบนี้จนอ่อนตัว เห็นทีว่าคนหนุ่มแน่นเลือดร้อนจะทรมานเธอเองก็เข้าใจเขา จึงเมินเฉยหัวหูที่แดงก่ำแล้วเป็นฝ่ายพลิกไปอยู่ข้างบน ล้วงมือลงไป ปลดเข็มขัดหนังชั้นดีออก คลายปราการกีดขวางจนท่อนเนื้อใหญ่ยาวเปิดเผยออกมา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกแต่ก็ยังเคอะเขินเมลลินวางมือลงไป เพียงสัมผัสเบาๆ ทำเอาชายหนุ่มสะดุ้งตัวเกร็ง สีหน้ายิ่งเว้าวอนอ่อนเชื่อม“จูบด้วยได้ไหม” ป้อมปราบเรียกร้อง เขาชอบจูบแฟนที่สุด ปากของเธอหวานละมุน ถ้าได้เพลิดเพลินไปพร้อมกับมือน้อยนุ่มนิ่มก็คงจะวิเศษทีเดียวเมลลินตามใจ ทำการเอนเข้า
คำถามนี้เป็นของเจตน์ พวกเขาเคยเจรจาขอทุนกับทางเคย์ออสก็จริง และได้ลูกสูบมาประกอบเครื่องยนต์ด้วย ทว่าหากเกิดข้อผิดพลาดทางนักศึกษากับมหาวิทยาลัยต้องรับผิดชอบสิ ระดับผู้จัดการไม่เคยต้องลงมาสะสางเรื่องพวกนี้เอง“ลืมไปแล้วหรือไงว่าใครเป็นคนช่วยขอทุนให้พวกเรา” เมลลินกล่าวยิ้มๆ ถ้าแม้แต่ขอทุนยังช่วยเอามาให้ได้ แน่นอนว่าต้องเส้นใหญ่มากพอตัวมีปัญญาจนคนระดับสูงยังใส่ใจมาช่วยเหลือ นอกจากป้อมปราบขาใหญ่จะมีใครได้อีก“ลูกพี่สุดยอดว่ะ เอาจริงแค่โมเดลที่โดนถีบพังราคาไม่เยอะหรอก แต่พอกดดันโดยบอกไปว่าความเสียหายยี่สิบกว่าล้านประกอบกับเป็นเรื่องขโมยความลับ ยังมีผู้จัดการเคย์ออสมาเสริมความน่าเชื่อถือด้วยตัวเอง เป็นใครโดนขู่แบบนี้ก็ต้องกลัวหัวหดแหละ หนีไม่ได้ ทางเดียวคือสารภาพ กูไม่เห็นใจนะ อาจารย์วสันต์สมควรโดรล่ะ” ภรันยกนิ้วชื่นชมคุยกันได้แป้บเดียวก็ต้องไปเชื่อมชิ้นส่วนทำโมเดลรถต่อ ตลอดสามวันนี้กินนอนที่ช็อปยานยนต์ เพราะว่าหามรุ่งหามค่ำจวนกระชั้นชิดการแข่งใกล้เข้ามาพวกเราจึงประกอบงานกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้สมาชิกทีมทุกคนบินเฟิร์สคลาสนั่งสบายไปแข่งรอบสุดท้ายที่ประเทศญี่ปุ่น งบส่วนนี้ป้อมปราบเป็นคนสนับส
ที่ปรึกษาของทีมเมลลินได้ยินจึงได้หันไปช่วยชี้แจง “ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะคะ โมเดลที่พังไปได้กำลังจะได้รับการเซ็นสัญญากับบริษัทรถยนต์เคย์ออสแล้ว เรียกว่านั่นกำลังจะเป็นทรัพย์สินของทางบริษัทส่วนหนึ่ง เป็นงานวิจัยที่นักศึกษากำลังช่วยกันพัฒนา อยู่ภายใต้ความคุ้มครองและร่วมมือกันกับทางมหาวิทยาลัยด้วย พอมันพังมหาวิทยาลัยต้องตรวจสอบเพื่อหาคำตอบไปอธิบายให้ได้ ไม่งั้นใครจะรับผิดชอบล่ะคะ”“อะไรนะ!เซ็นสัญญากับทางเคย์ออสเหรอ ทำไมผมไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน” เคย์ออสคือสามยักษ์ใหญ่แห่งวงการยานยนต์ในประเทศ จะมาทำสัญญากับพวกนักศึกษาหัวขี้เลื้อยพวกนี้ มันตลกเกินไปแล้ว เขาไม่เชื่อหรอก“อาจารย์วสันต์อยากดูร่างสัญญาเหรอคะ คนที่มาคนนั้นเป็นผู้จัดการใหญ่ของบริษัท อาจารย์ไปถามเธอได้นะคะ”อาจารย์วสันต์มัวแต่กลัดกลุ้มหาทางติดสินบนตำรวจ จึงมองไม่เห็นว่าวันนี้มีคนคุ้นตาคนหนึ่งมาคุยกับทางหัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมยานยนต์ด้วยและพวกเขาก็พึ่งทราบเดี๋ยวนี้ว่ากลุ่มของเมลลินได้มีการเจรจาเบื้องต้นเกี่ยวกับโมเดลรถชิ้นนี้ไปแล้ว ด้วยเพราะได้รับเงินทุนสนับสนุน ทรัพย์สินจึงเป็นส่วนร่วมระหว่างทั้งสองฝ่าย อาจารย์ที่ปรึกษาดำเนินการผ่
มันทะแม่งๆ พอคิดว่าเป็นคนอื่นที่นึกอยากทำลายของในช็อปนักศึกษาก็ไม่น่าใช่ นอกจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ใครจะอุตริพิเรนทร์ขนาดนั้น เมลลินมีลางสังหรณ์และความสงสัยประการแรกจึงไปที่ช็อปฝั่งของพนัสเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจ อีกทีมกำลังดูโมเดลใหม่ที่อาจารย์ให้มาลองทำพอดี และไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไปยุ่ง เธอจึงได้แต่รอคุยกับพนัสอยู่ข้างนอกเขายังคงแสดงความใจกว้าง ไม่ได้กลัวว่าเมลลินจะแอบสืบข้อมูลก็เอาให้ดูเลยว่าอาจารย์ให้โมเดลแบบไหนมา หลังเรื่องฟองดาวผ่านไป น้อยมากที่จะได้คุยกันเช่นนี้ ถ้าพอช่วยได้เขาก็อยากช่วย พนัสกำลังคิดจะหยั่งเชิงลองถามว่าหญิงสาวเป็นยังไงบ้าง แต่เมลลินกลับเงยหน้าขึ้นถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง“นี่พีกำลังจะทำเครื่องยนต์ 400 กว่าแรงม้าเหรอ เหมือนเมลจะจำได้ว่าพีออกแบบรถสปอร์ต ไม่ใช่รถแข่ง”แค่อะไหล่ก็สามารถเดาได้คร่าวว่าความเร็วจะออกมาถึงระดับไหน รถสปอร์ตไม่ต้องใช่ความเร็วระดับนี้ แต่นี่ ดูแล้วมันคือของสำหรับรถแข่งชัดๆ พนัสดูตามที่เมลลินทักท้วง จากนั้นก็พบว่าเป็นอะไหล่ของพวกรถแข่งจริงๆ แต่อาจารย์เป็นที่ปรึกษาและชอบโมเดลนี้ เขาจึงต้องหาทางปรับแก้ เปลี่ยนรถสปอร์ตให้กลายเป็นรถแข่งในห้าวันนี้
เดม่อนเป็นคนที่น่ากลัวพอๆ กับเจ้านายของเขา แต่ป้อมปราบก็ไม่ลังเลที่จะตอบโต้ ใครก็มาบอกว่าแฟนเขาไม่สวยไม่ได้ ต่อให้ต้องโดนตื๊บก็ไม่มีทางเปลี่ยนคำพูด เดม่อนจึงหัวเราะฮึๆ“มึงหลงจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว ถึงขั้นพามาเรียนรู้งานที่นี่ ชีวิตยังอีกยาว จะจบกับคนนี้เหรอ”ป้อมปราบยังอายุไม่มาก ยังเล่นสนุกได้เรื่อยๆ อีกหลายปี ตัดสินใจมีแฟนเร็วจะไม่เสียดายความโสดเหรอ“ชีวิตอีกยาว แต่ถ้ารอจนอายุมากกว่านี้แล้วผมไม่ได้อยู่กับเมลลิน ผมก็ไม่เอาหรอก ผมรักคนนี้ นี่แม่ของลูกนะครับ ไว้แต่งกันแล้ว ผมเชิญเฮียล่วงหน้าเลย”“คิดให้ดีแล้วกัน เลี้ยงลูกไม่ง่ายนะเว้ย ที่บ้านกูกินกันเก่งมาก อ้วนทุกคน”“เด็กๆ อ้วนหน่อยไม่เป็นไรหรอกเฮีย เดี๋ยวพอผมมีบ้าง จะเลี้ยงให้กลายเป็นหนอนด้วงเลย ให้เมียคลอดสักสามคน”เมลลินที่อยู่ใต้ท้องรถไม่ไกลนัก “…”เธอได้ยินช่วงท้ายที่ป้อมปราบกับพี่ชายผมสีเงินเถียงกัน ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่าจะมีลูกแล้ว ใครจะมีกับเขา แล้วยังเลี้ยงให้อ้วนปล้องเป็นหนอนด้วงอีก ให้ตายเถอะ…วันเวลาครึ่งเดือนไม่นานอย่างที่คิด พริบตาเดียวการแข่งขันก็กระชั้นเข้ามา เหลืออยู่แค่ห้าวันก่อนเดินทาง ในช็อปซ่อมที่มีแต่กลิ่นน้ำมันเครื่อ
พวกเพื่อนต่างเสนอทางเลือกให้หญิงสาวรุ่นน้องกันอย่างแข็งขัน ตื่นตัวประหนึ่งกลัวนางฟ้าคนสวยต้องมัวหมองเพราะคราบน้ำมัน เมลลินที่ยืนฟังอยู่ด้านข้างสีหน้าเรียบเฉย แต่ในใจลุกร้อน เธอไม่อิจฉาความทะนุถนอมที่เพื่อนปฏิบัติกับพะเพยสักนิด แต่ไม่ชอบที่เวลาจะพูดหรือทำอะไร มักยกตัวอย่างเอาเธอไปเปรียบเทียบเสมอถึก
ชายหนุ่มสั่งเด็กเอาเหล้ามาดื่มแก้หงุดหงิด เดิมเขาควรงดแอลกอฮอล์เพราะอยู่ในช่วงแข่งชกมวย แต่หากให้กลับไปนอนทั้งที่สมองมีแต่ถ้อยคำพวกนั้นของเมลลิน ก็คงนอนไม่หลับ ได้ปั่นป่วนจนอกแตกตายแน่“คงยังไม่ลืมไอ้รักแรกนั่นใช่ไหม หรือวางแผนจะคบไอ้หน้าละอ่อนนั่นต่อ” เขาล่ะ เขาอยู่ส่วนไหนในสายตาเธอ ป้อมปราบไม่ยิน
เขารบกวนเธอจนติดนิสัย ไม่ดูหน่อยว่าเวลานี้ถ้าได้หลับแล้วถูกปลุกมีแต่จะอารมณ์เสีย คงใจดียอมให้เหมือนทุกครั้งอยู่หรอก ป้อมปราบโดนดุแค่นี้ มีหรือจะสะท้าน หนังหน้าของเขาหนากว่าเมลลินสิบเท่า ไม่อย่างนั้นคงเคี่ยวเข็ญเธอบนเตียงไม่ได้ตั้งหลายครั้ง“ทำไมวันนี้ต้องพูดว่าจะคบกับคนอื่น รู้เปล่าว่าหวง”หญิงสาวล
ฝ่ามือหนาผิวหนังกระด้างกุมมือของเมลลิน ดึงตัวเธอมาอยู่ในอ้อมแขน จากนั้นจูบลงไป“อื้อ!” คนโดนจูบกะทันหันผลักไหล่ชายหนุ่มตัวใหญ่ ใบหน้าซึมกะทือเปลี่ยนเป็นลนลาน “ลืมข้อตกลงแล้วหรือไง”ป้อมปราบทำทีเป็นนึกก่อนจะจูบลงไปอีก เมลลินต้องหดคอหลบ แต่ไม่ยอมยังไงสุดท้ายก็โดนอยู่ดีจึงได้แต่ยืนทื่อให้เขาทำ จนสาสมแ







