Masukเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ คนใกล้ตัวรุกหนักริอยากข้ามเส้นเป็นผัว นี่ก็คือนิยามความสัมพันธ์หลังจากกลับมาเจอกันอีกครั้งของเพื่อนรักเพื่อนแท้ ป้อมปราบเฝ้ามองผู้หญิงแสนดีคนหนึ่งด้วยแววตาซ่อนเร้นความรู้สึกมานานเกือบยี่สิบปี แอบชอบเธอ แอบหึงหวงเธอเงียบๆ และอยากให้เธอมีความสุขกว่าใคร ทุกครั้งที่เมลลินเล่าอย่างตื่นเต้นว่าชมชอบไอ้หนุ่มคนไหน เวลาที่ขอคำปรึกษาเรื่องผู้ชายพวกนั้นกับเขา สิ่งหนึ่งที่อยากบอกเพื่อนสาวใจจะขาดคือ ไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่ต้องไปชอบใคร ไม่ต้องแบ่งสายตาไปให้คนอื่น เขาต้องการเป็นผู้ชายคนเดียวที่เธอรัก หน่วงเหนี่ยวเธอไว้ด้วยค่ำคืนยาวนานอันแสนหวาน และเมื่อสวรรค์หยิบยื่นโอกาสที่ไม่คาดฝันมาให้ ต่อจากนี้ก็เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ มันจะไม่จบแค่วันไนท์สแตนด์แน่นอน
Lihat lebih banyakฤดูหนาวท้องฟ้าขมุกขมัว เมฆสีขาวขุ่นดั่งหมอกควันกระจายปกคลุมเป็นริ้วหยุดนิ่งอยู่กับที่
นับจากวันนี้ไปอีกห้าเดือนก็จะถึงพิธีจบการศึกษา ทว่าโต๊ะนักเรียนว่างเปล่าทางด้านหลังสุด ยังคงไม่ปรากฏเงาของใครบางคนอีกเช่นเคย แม้แต่คุณครูที่ปรึกษาซึ่งใส่ใจถามไถ่สารทุกข์สุขของนักเรียนในชั้นอยู่เสมอ เวลานี้ก็ข้ามการขานชื่อที่ไม่เคยตอบกลับไป ราวกับยิ่งผ่านไปนาน การมีตัวตนอยู่ของเขายิ่งลดน้อยลง
ออดพักเที่ยงดังกังวานก้องไปทั่วอาณาบริเวณ นักเรียนชายกรูกันออกจากห้องเหมือนมดแตกรัง ส่วนนักเรียนหญิงบางกลุ่มหยิบแป้งกระป๋องยี่ห้อยอดนิยมออกมาผัดหน้าคุมความมันระหว่างวัน แต้มลิปสติกสีสันสดใสเสร็จค่อยทยอยพากันลงไป
“เมลลิน”
เจ้าของชื่อหมุนศีรษะหันไปตามเสียงเรียก ใบหน้าจิ้มลิ้มรับกับจมูกปลายเชิดทรงสวย เสริมให้อิริยาบถเหม่อลอยเมื่อครู่น่าชมราวกับนางเอกมิวสิกวิดีโอ
ในห้องเหลือเธอนั่งอยู่คนเดียว ไม่ใช่เพราะต้องแต่งหน้าทาแป้งเหมือนกับเพื่อนนักเรียนคนอื่น เพียงแต่เมื่อเข้าสู่ภวังค์ครุ่นคิดเกี่ยวกับเจ้าของโต๊ะที่ว่างเปล่าทีไร ก็มักจะปลงไม่ตกจนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวทุกที
เมลลินถอนหายใจยาวค่อยจัดการพับเก็บหนังสือลงไปซุกไว้ใต้โต๊ะ จากนั้นเดินไปหาเด็กสาวหน้าตาน่ารักและเด็กหนุ่มส่วนสูงชะลูดท่วมศีรษะเธอ
พวกเขาทั้งสามเป็นเพื่อนกลุ่มก้อนเดียวกัน หากแต่อยู่กันคนละห้องด้วยเหตุผลบางอย่าง และแม้จะเป็นแบบนั้นก็ไม่ใช่ปัญหา พนัสกับฟองดาวไม่ได้ถือตัวว่าดีเลิศเช่นนักเรียนห้องคิงส่วนใหญ่ของโรงแห่งนี้ กลับปฏิบัติกับเมลลินดีจนใครต่อใครต่างก็อิจฉามิตรภาพแน่นเหนียวของพวกเขา
“มหาวิทยาลัยใกล้ปิดรอบโควต้าแล้วนะ อย่าบอกว่ายังไม่ยื่นเอกสารจนถึงตอนนี้ เมลคงไม่ได้รอเพื่อนคนนั้นอยู่หรอกใช่ไหม”
ฟองดาวถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกล้วนหาที่ทางไปต่อกันตั้งแต่เมื่อเทอมก่อน เกรดเฉลี่ยและผลงานสะสมด้านวิทยาศาสตร์ของเมลลินสามารถทำให้เธอชิงที่นั่งในรั้วมหาวิทยาลัยดังได้สบาย แต่จนป่านนี้คนยังไม่ยื่นใบสมัคร เก่งแค่ไหนก็มีสิทธิ์พลาดโอกาสดีๆ สูง
“เราจะยื่นอาทิตย์นี้แหละ” เมลลินตอบเสียงอ่อย ไม่สมกับนิสัยที่ตรงไปตรงมาของเธอ นั่นทำให้เพื่อนยิ่งร้อนรนแทน
“กับคนไม่สนใจอนาคตตัวเอง เมลเลิกให้ความสำคัญได้แล้ว สัญญาสิว่าจะยื่นใบสมัครภายในสัปดาห์นี้จริงๆ” พนัสวางมือลงบนไหล่ของเพื่อนสาวขอความชัดเจนอีกเสียง
สัมผัสจากฝ่ามือของเขาทำให้บริเวณไหล่ของเธออบอุ่น เมลลินสบตากับเด็กหนุ่มแวบหนึ่งจากนั้นรีบมองไปทางอื่นทันที สุดท้ายหาข้ออ้างมาบ่ายเบี่ยงไม่ได้จึงจำต้องพยักหน้าให้สัญญา ส่วนคนบางคน ไม่สมควรเสียเวลาเคี่ยวเข็ญจริงๆ
หลังออดคาบเรียนสุดท้ายดัง เมลลินปฏิเสธไปติวหนังสือกับเพื่อนแล้วนั่งรถรับส่งสองแถวของโรงเรียนตรงกลับบ้าน
เกือบจะถึงรั้วไม้แซมเครือตำลึงแดงปลั่งแนวยาว รถรับส่งคันเก่าชะลอเตรียมเบรก ทว่าล้อยังไม่หยุดหมุนดีเด็กสาวผมสลวยมัดโบว์กรมท่าก็กระโดดพรวดลงไป ร่างเพรียวบางโงนเงนหยุดทรงตัวบนถนนชั่วอึดใจหนึ่ง จากนั้นรีบสาวฝีเท้าฉับๆ ลัดเลาะผ่านสวนดอกไม้สีสันสดใสไปส่องหน้าต่างห้องของเพื่อนบ้าน
เมลลินอังมือป้องแสงแดดกวาดสายตาผ่านกระจกกั้นเข้าไปด้านใน ไล่ดูตั้งแต่เตียงนอนไปจนทั่วไม่เห็นเงาคนก็ก้าวขาข้ามรั้วสีขาวเตี้ยกลับไปยังเขตบ้านตัวเอง
เธอยัดกระเป๋าเรียนใส่ตะกร้าหน้ารถจักรยานแล้วปั่นไหลลงเนินลาดไป พอมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งก็ปล่อยคว่ำทิ้งไว้ เวลานี้เด็กสาวใจร้อนเกินกว่าจะสนเรื่องขี้ปะติ๋วแล้ว
“อยู่นี่จริงด้วย ทำไมวันนี้ไม่ไปเรียน ใบสมัครมหาวิทยาลัยล่ะ เอาให้กรอกรายละเอียดตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว เสร็จหรือยัง”
“เพื่อนหรือเมีย บ่นอยู่ได้” เด็กหนุ่มน้ำเสียงเบื่อหน่าย แสงแดดอ่อนรำไรตกกระทบผืนน้ำอาบลงบนตัวเขา คิ้วดกเข้มรับกับดวงตาประกายหม่นวาว บุคลิกโดยรวมดูไม่ยินดียินร้ายกับความเป็นไปใดๆ
หากแต่พอฟังเด็กสาววัยใสเท้าสะเอวโก่งคอตะเบ็งเสียงบ่นซ้ำๆ ดวงตานิ่งเฉยคู่นั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นแฝงกลิ่นอายอ่อนโยน ท่าทียังคงรำคาญคล้ายไม่สนเธอ ทว่ามุมปากกดลงเป็นรอยยิ้มจางๆ รู้สึกดีใจที่จนป่านนี้แล้วยัยเต่าน้อยก็ไม่เคยล้มเลิกจะตะล่อมกล่อมให้เขาไปเรียนเมืองกรุงด้วย
เมลลินหย่อนตัวนั่งปุ๊กลงบนก้อนหินใหญ่ข้างเด็กหนุ่ม อารมณ์ขุ่นข้องทั้งหลายมลายสิ้น น้ำเสียงแข็งกระด้างปรับเปลี่ยนเป็นนุ่มหูน่าฟัง
“ก็สมควรบ่นปะ…ใบสมัครกรอกเสร็จยังจะไปส่งให้ อย่าขาดเรียนอีกไม่งั้นครูจะไม่ให้สอบ”
กำลังจะซึ้งอยู่แล้วเชียว พอเขาพูดติดตลก เมลลินพลันหัวเราะร่วน “หนีไปบวชเลยเหรอ น่าเห็นใจอยู่นะแบบนั้น”ป้อมปราบกอดเธอแน่นราวกับยืนยันว่าจะทำจริงๆ “พรุ่งนี้ชกเสร็จจะมาเอาคำตอบ คืนนี้คิดก่อน ถ้าไม่แต่งก็จะหาวัดบวชตลอดชีวิต เมลน่าจะรู้ว่าปราบคำไหนคำนั้น”คำขู่นี้ได้ผลทีเดียว เพราะมันทำให้เมลลินคิดทั้งคืนทั้งวัน เธอไม่ใช่ว่ากลัวป้อมปราบจะบวชพระ แต่กำลังใคร่ครวญว่าจะทำยังไงให้ตัวเองมีคุณสมบัติที่ดีพอ เก่งพอจะเป็นอีกครึ่งชีวิตของเขาได้ “เฮ้อ!มีผัวสักคนนี่มันไม่ง่ายเลย”ขั้นแรกเธอต้องคว้ารางวัลระดับเพชรมาให้ได้ สร้างชื่อเสียงในจุดนี้ก่อน จากนั้นค่อยๆ เติบโต สะสมเงินไว้ ถึงเวลาแต่งงานจะได้ไม่ต้องให้เขาน้อยหน้าใครวางแผนได้ดังนั้นเมลลินก็ท่องข้อมูลสำคัญที่จะนำไปพรีเซนต์เต็มที่ และเมื่ออยู่ต่อหน้ากรรมการ ด้วยความมุ่งมั่นที่เต็มหัวใจจึงกล่าวได้ไหลลื่นไม่สะดุด ฉะฉานน่าฟังเสียจนเพื่อนๆ แอบตะลึงใครจะไปคิดล่ะว่าเมลลินจะดีดได้ขนาดนี้ แทบจะเชิญกรรมการมาร่วมลงทุนด้วยกันอยู่แล้ว“ฉันไปก่อนนะ มีธุระสำคัญ พวกแกกลับโรงแรมไปก่อนเลย” เมลลินบอกลาเพื่อนแล้ววิ่งออกจากฮอลล์ประชุมใหญ่ไปขึ้นรถที่ด้านนอก ถ้าตอนนี้
พอคนรักหยิบยื่นข้อเสนอมาให้เอง ป้อมปราบพลันเสียอาการหน้าร้อนวูบ เบื้องล่างจากที่หยอกเธอเล่นๆ ว่าแข็งแล้ว คราวนี้กลายเป็นว่าตื่นผงกหัวตั้งขึ้นมาจริงๆ เขาสบตากับแฟนสาวคนสวย จูบไปที่ริมฝีปากของเธออย่างอ่อนโยน“เดี๋ยวเมลจะเหนื่อย ไว้แข่งเสร็จค่อยจัดแมทช์ใหญ่กันจนเช้าเลยดีไหม”นี่เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่เขาข่มใจปฏิเสธเรื่องนี้ เมลลินที่ร่างกายตึงเครียดจึงผ่อนคลายลง ทว่าต้นขาถูกบางอย่างที่แข็งร้อนถูไถผ่านก็จำต้องเหลือบมองคนให้แน่ใจอีกครั้งป้อมปราบดูฝืนทนและอดกลั้นมาก พอเขาเกิดอารมณ์ก็ต้องระบายออกมาถึงจะจบ ให้อยู่แบบนี้จนอ่อนตัว เห็นทีว่าคนหนุ่มแน่นเลือดร้อนจะทรมานเธอเองก็เข้าใจเขา จึงเมินเฉยหัวหูที่แดงก่ำแล้วเป็นฝ่ายพลิกไปอยู่ข้างบน ล้วงมือลงไป ปลดเข็มขัดหนังชั้นดีออก คลายปราการกีดขวางจนท่อนเนื้อใหญ่ยาวเปิดเผยออกมา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกแต่ก็ยังเคอะเขินเมลลินวางมือลงไป เพียงสัมผัสเบาๆ ทำเอาชายหนุ่มสะดุ้งตัวเกร็ง สีหน้ายิ่งเว้าวอนอ่อนเชื่อม“จูบด้วยได้ไหม” ป้อมปราบเรียกร้อง เขาชอบจูบแฟนที่สุด ปากของเธอหวานละมุน ถ้าได้เพลิดเพลินไปพร้อมกับมือน้อยนุ่มนิ่มก็คงจะวิเศษทีเดียวเมลลินตามใจ ทำการเอนเข้า
คำถามนี้เป็นของเจตน์ พวกเขาเคยเจรจาขอทุนกับทางเคย์ออสก็จริง และได้ลูกสูบมาประกอบเครื่องยนต์ด้วย ทว่าหากเกิดข้อผิดพลาดทางนักศึกษากับมหาวิทยาลัยต้องรับผิดชอบสิ ระดับผู้จัดการไม่เคยต้องลงมาสะสางเรื่องพวกนี้เอง“ลืมไปแล้วหรือไงว่าใครเป็นคนช่วยขอทุนให้พวกเรา” เมลลินกล่าวยิ้มๆ ถ้าแม้แต่ขอทุนยังช่วยเอามาให้ได้ แน่นอนว่าต้องเส้นใหญ่มากพอตัวมีปัญญาจนคนระดับสูงยังใส่ใจมาช่วยเหลือ นอกจากป้อมปราบขาใหญ่จะมีใครได้อีก“ลูกพี่สุดยอดว่ะ เอาจริงแค่โมเดลที่โดนถีบพังราคาไม่เยอะหรอก แต่พอกดดันโดยบอกไปว่าความเสียหายยี่สิบกว่าล้านประกอบกับเป็นเรื่องขโมยความลับ ยังมีผู้จัดการเคย์ออสมาเสริมความน่าเชื่อถือด้วยตัวเอง เป็นใครโดนขู่แบบนี้ก็ต้องกลัวหัวหดแหละ หนีไม่ได้ ทางเดียวคือสารภาพ กูไม่เห็นใจนะ อาจารย์วสันต์สมควรโดรล่ะ” ภรันยกนิ้วชื่นชมคุยกันได้แป้บเดียวก็ต้องไปเชื่อมชิ้นส่วนทำโมเดลรถต่อ ตลอดสามวันนี้กินนอนที่ช็อปยานยนต์ เพราะว่าหามรุ่งหามค่ำจวนกระชั้นชิดการแข่งใกล้เข้ามาพวกเราจึงประกอบงานกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้สมาชิกทีมทุกคนบินเฟิร์สคลาสนั่งสบายไปแข่งรอบสุดท้ายที่ประเทศญี่ปุ่น งบส่วนนี้ป้อมปราบเป็นคนสนับส
ที่ปรึกษาของทีมเมลลินได้ยินจึงได้หันไปช่วยชี้แจง “ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะคะ โมเดลที่พังไปได้กำลังจะได้รับการเซ็นสัญญากับบริษัทรถยนต์เคย์ออสแล้ว เรียกว่านั่นกำลังจะเป็นทรัพย์สินของทางบริษัทส่วนหนึ่ง เป็นงานวิจัยที่นักศึกษากำลังช่วยกันพัฒนา อยู่ภายใต้ความคุ้มครองและร่วมมือกันกับทางมหาวิทยาลัยด้วย พอมันพังมหาวิทยาลัยต้องตรวจสอบเพื่อหาคำตอบไปอธิบายให้ได้ ไม่งั้นใครจะรับผิดชอบล่ะคะ”“อะไรนะ!เซ็นสัญญากับทางเคย์ออสเหรอ ทำไมผมไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน” เคย์ออสคือสามยักษ์ใหญ่แห่งวงการยานยนต์ในประเทศ จะมาทำสัญญากับพวกนักศึกษาหัวขี้เลื้อยพวกนี้ มันตลกเกินไปแล้ว เขาไม่เชื่อหรอก“อาจารย์วสันต์อยากดูร่างสัญญาเหรอคะ คนที่มาคนนั้นเป็นผู้จัดการใหญ่ของบริษัท อาจารย์ไปถามเธอได้นะคะ”อาจารย์วสันต์มัวแต่กลัดกลุ้มหาทางติดสินบนตำรวจ จึงมองไม่เห็นว่าวันนี้มีคนคุ้นตาคนหนึ่งมาคุยกับทางหัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมยานยนต์ด้วยและพวกเขาก็พึ่งทราบเดี๋ยวนี้ว่ากลุ่มของเมลลินได้มีการเจรจาเบื้องต้นเกี่ยวกับโมเดลรถชิ้นนี้ไปแล้ว ด้วยเพราะได้รับเงินทุนสนับสนุน ทรัพย์สินจึงเป็นส่วนร่วมระหว่างทั้งสองฝ่าย อาจารย์ที่ปรึกษาดำเนินการผ่
ใบหน้าหล่อเหลาขยับเข้ามา แววตาใสแจ๋วเหมือนลูกหมาน้อยจับจ้องอยู่ที่ปลายจมูกมน “ยังไง”“ก็อย่างเช่นห้ามแตะเนื้อต้องตัวกันเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น หรือแม้แต่ลับหลังอยู่กันสองคน ถ้าไม่ใช่ตกลงพร้อมใจว่าจะทำเรื่องนั้น ก็ห้ามเข้ามาใกล้มากเกินไป”“เยอะจัง จำไม่ได้อ่ะ” ชายหนุ่มซุกใบหน้าถูไถต้นแขนของเธอ กล่าวด้
คนโดนถามยืนยันแน่วแน่ แต่แววตาจับผิดของฟองดาวกลับแสดงออกว่าไม่เชื่อ เมลลินโกหกชัดๆ ถ้าไม่ได้คบกันจะกอดจูบกันปานจะกลืนกินขนาดนั้นได้เหรอ หรือมีเหตุผลอื่นถึงไม่เต็มใจเล่าให้ฟัง เมื่อก่อนพวกเราสนิทกันมากกว่านี้นี่ คงไม่ใช่ว่ายังไม่หายโกรธเรื่องพนัสหรอกนะถ้าเป็นเช่นนั้นจริง คำถามคือเธอผิดเหรอ ผิดที่ผู
“เมลอาบน้ำแล้ว มันเหม็นเหงื่อ อย่ามากอดได้ไหม แล้วมือจับตรงไหนน่ะ จึ๊!ปล่อยเดี๋ยวนี้เลย”ชายหนุ่มปฏิเสธโดยการบีบขยำเนื้อบริเวณก้นเธอแรงขึ้น พอมีการขัดขืนก็ชักจะตื่นเต้นกว่าเดิม จึงระดมริมฝีปากหยักขบจูบลงบนใบหน้านวลเนียน ลิ้มรสหอมหวานของแม่สาวคนสวยอย่างค่อนข้างจะดิบเถื่อน ไม่ยอมให้คนในอ้อมกอดหลบหนี
ไม่ใช่เพียงอนุรักษ์ที่ใคร่รู้ อีกสามคนที่เหลือก็หูผึ่งขึ้นมา ข้อสอบไม่ทำแล้ว เรื่องชาวบ้านโดยเฉพาะปัญหาเบาะแว้งน่าสนุกกว่ามากเมลลินวางหนังสือลงบนโต๊ะดังปึง! ดึงดูดสายตาของเพื่อนทันที เธออุตส่าห์ไม่เล่นตามการยั่วยุของป้อมปราบ แต่ก็ทนไม่ไหวคล้ายกินปูนร้อนท้อง กลัวว่าคนบ้านี่จะทะลึ่งเล่าขึ้นมาจริงๆ“





![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)