Home / รักโบราณ / จอมนางบัลลังก์มังกร / บทที่ 02 หน้ากากนางพญา

Share

บทที่ 02 หน้ากากนางพญา

last update publish date: 2026-04-18 11:44:32

กาลเพลาผันเปลี่ยนไปถึงสิบห้าปี ในช่วงฤดูคิมหันต์ของปีนี้พืชผลออกดีนักแล เพราะแคว้นเยว่ไม่หนาวทั้งปีเช่นแคว้นมู่ที่อยู่เหนือแคว้นเยว่ขึ้นไปอีกหลายพันลี้ อีกทั้งแคว้นเยว่ติดทะเลทำให้ข้าขายสะดวกยิ่งนัก จึงมีแคว้นต่างๆ เข้ามารุกรานอยู่เป็นเนืองๆ โดยมีแคว้นที่เป็นศัตรูตัวสำคัญ คือแคว้นมู่ ที่ได้เมืองท่าของแคว้นเยว่ไปหลายเมืองตลอดสามปีที่ผ่านมา โดยผู้นำทัพมีตำแหน่งเป็นหวางเย่ ควบด้วยตำแหน่งต้าซื่อหม่า เขาเก่งกล้าชำนาญศึกหาตัวจับยากด้วยวัยสิบห้าปีแค่นี้เขากลับยึดแคว้นได้ทั้งสิ้นสามแคว้น และเผ่าอีกสิบสี่เผ่า ทำให้หลายแคว้นต้องยอมสวามิภักดิ์ ทำให้ต้าหวางแคว้นเยว่เริ่มหวั่นใจยิ่งนัก (ต้าซื่อหม่า แปลว่า เสนาบดี)

หญิงสาวใบหน้างดงามราวกับเทพธิดามาจุติในร่างของมนุษย์ นางมีใบหน้าเป็นวงกลมดุจพระจันทร์เต็มดวง หน้าผากกว้างได้รูป ดวงตากลมโต นัยน์ตาสีดำเป็นประกาย จมูกโด่งเป็นสัน แก้มทั้งสองข้างเป็นสีชมพูระเรื่อราวกับผลลูกท้อสุกพร้อมกิน ริมฝีปากเป็นกระจับสีกลีบบัวชมพูเหมือนมีใครมาทาเอาไว้ นางเป็นกงจู่พระองค์โตแห่งแคว้นเยว่ สกุลจ่างซุน ฟู่จวินนามว่าจางซุนเค่อ เหนียงชินมีนามว่าหวังอิง มีตำแหน่งเป็นหวางโฮ่ว

“ซุนลี่กงจู่ กงจู่ กงจู่เพคะ”

เสียงของเหล่านางกำนัลสาวประมาณห้าถึงหกคนตะโกนเรียกกงจู่ในอุทยานหลวง เพราะซุนลี่นั้นแอบหนีนางกำนัลออกมาเดินเล่นในอุทยานหลวงในยามเย็นพลบค่ำเช่นนี้ ทำให้เหล่านางกำนัลต่างเป็นห่วงนางยิ่งนัก (กงจู่ แปลว่า องค์หญิง)

“จ้างให้ข้าก็ไม่ออกหรอก” จ่างซุนลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาขบขัน แอบซ่อนตัวอยู่ตรงหลังพุ่มดอกโบตั๋นสีชมพูสดใสที่บานสะพรั่งเต็มต้น นางทอดสายตามองเหล่านางกำนัลภายใต้หน้ากากหน้าทองคำลักษณะครึ่งใบหน้า มีลายวิจิตรงดงามเป็นอย่างมาก

จ่างซุนลี่กับรู้สึกว่าเหมือนมีอะไรสะกิดอยู่ด้านหลัง แต่นางก็ไม่หันกลับไป มีเพียงพยักไหล่ด้วยความลำคานเท่านั้น

“อย่ามายุ่ง ข้าจะดูนางกำนัลวิ่งหาข้า จ้างให้ก็ไม่เจอ” จ่างซุนลี่เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงขบขัน ทอดสายตามองเหล่านางกำนัลที่วิ่งกันให้วุ่นวาย แต่มือนั้นก็ยังคงสะกิดไม่เลิก

“ลี่เอ๋อร์”

น้ำเสียงมีอำนาจเช่นนี้ ทำให้จ่างซุนลี่รู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที เพราะนางรู้ว่าน้ำเสียงที่เรียกชื่อของนางเป็นผู้ใด นางจึงหันกลับหลังช้าๆ มองใบหน้าของหญิงวัยกลางคนที่แต่งตัวด้วยผ้าไหมชั้นดีสีแดงสดลวดลายนกยูงสีทอง อีกทั้งยังมีเครื่องหัวมากชิ้น จ่างซุนลี่เผยยิ้มแบบใจดีสู้เสือ

“เหนียงชิน” ซุนลี่เอ่ยบอกและลุกขึ้นยืน พับแขนใช้มือเรียวทั้งสองข้างผสานกัน โดยใช้มือขวาทับมือซ้าย (เหนียงชิน แปลว่า แม่)

“พวกเจ้าไม่ต้องหากงจู่แล้ว กลับไปทำหน้าที่ของพวกเจ้าเถอะ” หวางโฮ่วเอ่ยบอกกับเหล่านางกำนัลที่กำลังหาซุนลี่อยู่

“เพคะ หวางโฮ่ว” นางกำนัลเอ่ยบอกหวางโฮ่ว ถวายบังคมอย่างนอบน้อมและก้าวเดินออกไปจากตรงนี้

“ข้าจะทำอย่างไงกับเจ้าดี ลี่เอ๋อร์” หวางโฮ่วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดุไม่จริงจัง อีกทั้งยังทอดสายตามองนางด้วยสายตาที่ดุ ซุนลี่เผยยิ้มกว้างและโอบกอดหวางโฮ่วทันที ให้หวางโฮ่วหายโกรธ และนางก็หายโกรธทุกครั้งที่ซุนลี่ทำเช่นนี้

“รักหม่อมฉันให้มากๆ ทำขนมกุ้ยฮัวให้หม่อมฉันกินเยอะๆ เพคะ” ซุนลี่เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงออดอ้อน แล้วถอนอ้อมกอดมองหวางโฮ่วด้วยรอยยิ้ม หวางโฮ่วอยากจะหัวเราะกับการอ้อนของนางยิ่งนัก แต่อยากปั้นหน้าดุเพื่อให้นางกลัว

“เหนียงชิน อย่าดุเม่ยเมยเลยพระเจ้าค่ะ นางพึงถึงวัยปักปิ่นเอง อย่าถือสานางเลยพระเจ้าค่ะ” ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหล่าเอ่ยบอกหลังจากถวายบังคมหวางโฮ่วแล้ว (เม่ยเมย แปลว่า น้องสาว / วัยปักปิ่น คือ เด็กสาวอายุสิบห้าปีเป็นต้นไป)

“ต้านเอ๋อร์ เจ้าและต้าหวางของพวกเจ้าให้ท้ายลี่เอ่อร์แบบนี้ นางถึงซนแบบนี้ เจ้าเลยวัยปักปิ่นมาสองเดือนแล้วนะ ลี่เอ่อร์แล้วเมื่อไหร่เจ้าจะถอดหน้ากากออกจากใบหน้าสักที รู้ไหมเหนียงชิน และฟู่จวินแทบจำใบหน้าที่แท้จริงของเจ้าไม่ได้แล้ว อีกไม่นานฟู่จวินของเจ้าคงให้เจ้าอภิเษกเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับแคว้นใดแคว้นหนึ่ง” หวางโฮ่วเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงริงจัง

“เหนียงชิน หม่อมฉันไม่อยากไปไหนจากเหนียงชิน ฟู่จวิน เกอเกอ หว่านของหม่อมฉัน และหม่อมฉันอยากใส่หน้ากากแบบนี้ตลอดไปด้วย หม่อมฉันจะได้อ่างต่อผู้คนได้ว่าใบหน้าของหม่อมฉันอัปลักษณ์ไม่น่ามอง ผู้คนที่มาสู่ขอหม่อมฉันจะได้ไม่มาสู่ขออีก” ซุนลี่เอ่ยบอกเช่นนี้

“ลี่เอ๋อร์เจ้ามันจริงๆ เลยนะ” หวางโฮ่วเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนใจกับนางยิ่งนัก

หวางโฮ่วคิดต่ออีกว่าจะมีชายใดอยากแต่งงานกับนาง เพราะนางเหมือนม้าพยศเช่นนี้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทพิเศษ 2 บนกำแพงเมือง

    โคมไฟหลายร้อยหลายพันดวงล่องลอยเต็มท้องนภาในเมืองหลวงและเมืองใกล้เคียง ในเทศกาลซ่างหยวน ภายในเมืองหลวงผู้คนมากมายเดินเที่ยวเล่นกันอย่างสนุกสนาน เด็กน้อยชายหญิงถือโคมไฟกระดาษ ผู้คนพากันทายปริศนาที่อยู่บนโคมไฟ เรียกว่า ไชเติงหมี อีกทั้งยังมีการเล่นงิ้วในหอโรงน้ำชา หอคณิกาช่างครึกครื้นยิ่งนัก เหล่าหญิงสาวแรงรุ่นที่ยังไม่ได้แต่งงาน จับจองที่หัวสะพาน เพื่อโยนลูกบอลแพรปักลวดลายงดงามที่พวกนางได้ทำขึ้นมาเอง นำลูกแพรมาโยนเสี่ยงทายหนุ่มที่หมายปอง หากชายหนุ่มคนใดที่ได้รับลูกแพรของนางผู้นั้น หมายความว่านางได้เลือกชายผู้นั้นแล้วเยว่หัวจับมือซุนลี่ก้าวเดินบนกำแพงเมืองทางทิศตะวันออก เป็นประตูก่อนเข้าเมือง ซุนลี่หยุดมองผู้คนมากมายในค่ำคืนนี้ เพราะว่าวันนี้เป็นวันขึ้นปีใหม่ โคมไฟมากมายลอยขึ้นบนท้องฟ้า เด็กๆ วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน ทำให้ซุนลี่หวนนึกถึงวันแรกที่นางได้พบเจอเยว่หัวในเมืองหลวงแคว้นเยว่ ครั้งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นให้นางและเขาได้พบพาน ตลอดเพลาหลายสิบปีที่ผ่านมา เยว่หัวยังคนรักและเอ็นดูไม่เสื่อมคลาย“เจ้าคิดสิ่งใดอยู่หรือ” เยว่หัวเอ่ยถามนาง ขณะที่นางหยุดเดินมองลงไปเบื้องล่างของกำแพงเมือง“ก่อนท

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทพิเศษ 1 มงกุฎดอกไม้

    เจาจวินและเยี่ยหลินนั่งจัดดอกไม้ในหมิงเยว่กงเช่นทุกวัน เช่นเดียวกับเหล่าข้าหลวงที่ช่วยกันจัดดอกไม้ เพื่อไปไหว้พระพุทธองค์ที่วัดหลวงใกล้พระราชวัง บางครั้งซุนลี่ก็ออกไปเอง บางทีก็ให้เหล่านางกำนัลไปแทน วันนี้กลับแปลกไปกว่าทุกวัน ซุนลี่จัดดอกไม้เสร็จสิ้น นางก็นั่งทำมงกุฎดอกไม้ โดยนำเถาวัลย์มามันรวมกันสี่เส้นประดับด้วยดอกกล้วยไม้ทั้งสีแดง สีชมพู สีขาว และสีส้ม ทำให้ดูแปลกตายิ่งนัก เพราะพวกเขาไม่เคยเห็นว่าซุนลี่ทำมงกุฎดอกไม้มาก่อน“หวางโฮ่ว พระนางทำอะไรหรือพระเจ้าค่ะ” ฟางเหอเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้“พวกเจ้าว่าข้าทำมงกุฎดอกไม้ออกมาสวยหรือไม่” ซุนลี่เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม“สวยดีเพคะ ว่าแต่จะทำให้ต้าหวางหรือเพคะ” เจาจวินเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม ซุนลี่มีท่าทีเขินอายทันทีและเผยรอยยิ้มด้วยเช่นกัน“รู้ดี” เยี่ยหลินเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม มองไปทางเจาจวินเหมือนพูดแทนความในใจของซุนลี่ ทำให้ซุนลี่หัวเราะออกมาทันที“หวางโฮ่วอย่าหัวเราะเสียงดังเพคะ ไม่งามเพคะ” เจาจวินเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“อึบ...ไม่หัวเราะแล้ว พูดถึงสมัยก่อน ครั้งที่ข้าเป็นกงจู่แคว้นเยว่ ข้าได้ทำมงกุฎดอกไม้ให้ฟู่จวินในงานวันเกิดทุกปี พร้อมกับของขวัญ ข้ามาอ

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทที่ 92 กามราคะ [NC25+] - (จบบริบูรณ์)

    และกงจู่คนสุดท้ายของเยว่หัวและจ่างซุนลี่มีนามว่ามู่หรูอวี้ นางเป็นเด็กสาวร่าเริงชอบอยู่กับตำราท่องเที่ยว และรักสวยรักงามเช่นเดียวกับซุนลี่ อีกทั้งนางยังเป็นสาวแรกรุ่นวัยปักปิ่น เหล่าหวางเย่แคว้นเยว่ บุตรชายเผ่าต่างๆ และบรรดาบุตรขุนนางต่างอยากมาสู่ขอหรูอวี้ไปเป็นฟูเหริน แต่ทว่าบรรดาชายหนุ่มเหล่านั้นไม่ต้องใจหรูอวี้เมื่อสามวันก่อนเยว่หัวจัดการให้หรูอวี้มั่นหมายกับหม่าฉี บุตรของแม่ทัพหม่าเฉิน ซึ่งเขาสอบจอหงวนอันดับหนึ่งเมื่อห้าปีก่อน มีตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองฉางเจิ้น ซึ่งอยู่ชายแดนระหว่างแคว้นเยว่และแคว้นมู่ และเป็นเมืองหน้าด่าน เขาสามารถปราบโจรปล้นสะดมชาวบ้านได้อย่างราบคาบ เขายังมีความยุติธรรมมีการไต่สวนผู้กระทำความผิดให้กับชาวบ้านอย่างเป็นธรรม และเป็นที่รักของชาวเมือง เยว่หัวพึงพอใจในผลงานของเขา จึงเรียกเขาเข้าเมืองหลวงให้กินตำแหน่งเจ้ากรมอาญา อีกทั้งเขายังไม่เคยมีฟูเหริน เยว่หัวจึงทาบทามหม่าเฉินผู้เป็นเตี่ยของเขาให้มั่นหมายกับหรูอวี้กงจู่ครั้งที่หรูอวี้ได้พบเจอหม่าฉีทำให้นางรู้สึกหวั่นไหวเป็นครั้งแรก ด้วยเกียรติศักดิ์ของเขาเป็นที่เลื่องลือจนถึงเมืองหลวง และเขายังเป็นชายหนุ่มที่รูปงามยิ

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทที่ 91 สงครามสองแคว้น

    แสงแดดสาดส่องทั่วใต้หล้า เยว่หัวลืมตาขึ้นช้าๆ ปรับสายตาให้มองเห็นแจ่มชัดขึ้น ความเจ็บปวดได้หายไปหัวธนูก็หลุดออกมาที่ข้างตน รอยแผลกลับไม่ปรากฏ มีเพียงรอยเลือดเท่านั้นที่มี เขาจึงทบทวนเรื่องราวเมื่อวันวานเมื่อออกไปลาดตระเวน เขาเห็นต้าหวางแคว้นอัน สู้กันสองคนจนถึงเนินเขา ไม่มีผู้ใดตามมาทัน จิ้นเหอโดนเขาจ้วงแทง และบาดเจ็บสาหัสไม่ใช่น้อย มีทหารกลุ่มหนึ่งพาจิ้นเหอล่าถอย ทหารคนหนึ่งใช้ธนูยิงใส่เขาบาดเจ็บสาหัส เขาเองที่ใช้กระบี่โยนไปปักที่หัวใจของนักแม่นธนู แล้วเขาเองเดินไปเรื่อยๆ จนมาหน้าผาหิน และทรุดลงด้วยความเจ็บปวดหักหัวธนูออก ไม่นานซุนลี่ก็ตามมาเจอแต่บัดนี้เขากลับมานอนในกระโจมกว้าง ไม่รู้ว่ากลับมาได้อย่างไร คิดต่ออีกว่านางคงลากเขากลับมา หรือไม่ทหารก็พบเจอพวกเราทั้งสองคน แต่ทว่าเขากลับไม่เห็นซุนลี่ เขาจึงลุกขึ้นกวาดสายตามองหานาง แต่หาไม่พบ“ลี่เอ๋อร์” หลงหลานมู่มองไปโดยรอบห้องกลับไม่เห็นนาง เขาจึงลุกขึ้นจากตั่งเตียงไปหน้ากระโจม“ต้าหวาง...” จื่อฮั่วเอ่ยบอกด้วยความดีใจ ในตอนนี้เสียงของผู้ใดกลับไม่ได้ยินมีเพียงเสียงฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ดวงหทัยร้อนรุ่มดุจเปลวไฟสุมยิ่งนัก“ลี่เอ๋อร์อยู่ไหน”

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทที่ 90 เรื่องที่บอกไม่ได้

    “เจ้าว่าอย่างไร เม่ยเมยข้าตายแล้วหรือ ใครสังหารนาง”จิ้นเหอต้าหวางแห่งแคว้นอัน ลุกขึ้นจากที่ประทับด้วยความตกใจและโกรธกริ้ว หลังได้ยินข่าวว่าเหมิงอวี้หรือจิ้นเหยาหยางตายไปทำให้เขานั่งบัลลังก์แทบไม่ติด อีกทั้งจิ้นเหอได้เป็นต้าหวางแค่สองเดือน หลังจากต้าหวางพระองค์ก่อนสวรรคตโดยไม่ทราบสาเหตุ“มู่เยว่หัวต้าหวางเป็นคนประหารกงจู่” ไป๋เซี่ยเอ่ยบอกด้วยเช่นนี้“มู่เยว่หัว...เยว่หัว...ข้าจะเอาเลือดของเจ้ามาสังเวยเม่ยเมยของข้าให้จนได้”เดินทางเรือของกองทัพมู่เนิ่นนานถึงเจ็ดวันต่อด้วยการเดินเท้าไปยังเมืองหลวงของแคว้นอัน จ่างซุนลี่ขี่ม้าคู่กับเยว่หัว เพราะนางไม่ยอมขึ้นรถม้า ตลอดหลายวันมาที่ผ่านป่าเขาและทะเลทรายทุรกันดารเพื่อเป้าหมายเดียวคือ ยึดแคว้นอันให้เป็นส่วนหนึ่งกับแคว้นมู่ โดยจุดประสงค์หลัก เพื่อบุกเบิกถางที่ให้กับราษฎรแคว้นมู่ได้มีที่ทำกินในอนาคต และรวมสามแคว้นเป็นหนึ่งเดียวเยว่หัวมองหญิงสาวที่เหม่อมองพระจันทร์เพียงลำพัง โดยมีฟางเหอ เยี่ยหลิน และเจาจวินยืนอยู่ห่างนางเพียงนิดเดียวหลังจากเขาคุยเรื่องการศึกกับเหล่าแม่ทัพและนายกอง ไปหานางที่กระโจมหลวงกลับไม่พบทำให้ว้าวุ่นใจให้ทหารออกตามหา จนมาเ

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทที่ 89 หวานแสบไส้

    “จ่างซุนหวางโฮ่วรับราชโองการ”เสียงของจื่อฮั่วเอ่ยบอกซุนลี่ ขณะที่เขาถือราชโองการ ทอดสายตามองซุนลี่ที่นั่งลงคุกเข่าพร้อมกับเหล่าข้าหลวงในหมิงเยว่กง“ข้ามู่เยว่หัว ขอคืนตำแหน่งและฐานันดรศักดิ์ให้กับจ่างซุนลี่หวางโฮ่วกลับมาเป็นประมุขฝ่ายใน มอบมุกราตรีหนึ่งชิ้น มอบผ้าแพรแปดหีบ เครื่องประดับแปดหีบ จบราชโองการ” จื่อฮั่วเอ่ยบอกจบ มอบพระราชโองการส่งให้ซุนลี่ ซุนลี่รับพระราชโองการ ซุนลี่ส่งพระราชโองการให้เจาจวิน เจาจวินรับไว้ ซุนลี่รับตราประทับหงส์ ตราประทับของหวางโฮ่ว ซุนลี่ส่งให้เยี่ยหลินรับไว้“กระหม่อมยินดีด้วยพระเจ้าค่ะ” จื่อฮั่วเอ่ยบอกและถวายบังคมด้วยรอยยิ้ม“อาซือเซี่ยฟูเหริน ซินเหมยเหริน หลิวซีจือ ว่านเหลียงเหริน และเซียวฉางสื่อรับราชโองการ”จื่อฮั่วเอ่ยบอกเช่นนี้ เหล่าผิงเฟยและเหล่านางกำนัลต่างนั่งลงคุกเข่ามือเรียวขวาทับซ้าย“ข้ามู่เยว่หัว ต้าหวางแห่งแคว้นมู่ ข้าขอปลดปล่อยนางสนมทั้งห้าตำหนัก อันได้แก่ อาซือเซี่ยฟูเหริน ซินเหมยเหริน หลิวซีจือ ว่านเหลียงเหริน เซียวฉางสื่อ และผิงเฟยทั้งสามพัน กลับไปอยู่บ้านเกิดให้ชีวิตของตนเองในบั้นปลายชีวิต ข้าขอมอบสิ่งของให้พวกเจ้านั้นก็คือ เงินร้อยชั

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทที่ 49 ซุนลี่ยืนหนึ่ง [NC25+]

    “หวางโฮ่วจะเสด็จไหมพระเจ้าค่ะ”เว่ยหรงกระซิบที่ข้างหูเยว่หัวที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ด้านข้างเว้นว่างไว้ให้ซุนลี่ได้นั่ง ด้านข้างเยื้องลงไปฝั่งซ้ายมีอาซือเซี่ยหลินหลังนั่งอยู่ก่อนแล้ว ถัดไปจากนั้นคือขุนนางที่มาจากเผ่าซีเยี่ย ส่วนขุนนางของแคว้นมู่อยู่ด้านข้างเขา“ข้าคิดว่ามา” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่ว

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทที่ 42 ไม่ต้องกังวล

    หกเดือนต่อมาซุนลี่ได้รับข่าวอยู่เนืองๆ ว่าเยว่หัวเข้าตีเมืองใดบ้าง อีกทั้งเขาเหยียบเมืองหรือแคว้นใด นางก็ได้ยินว่าเขาชนะด้วยกันทั้งสิ้น ถือจะมีทหารบาดเจ็บล้มตายไปบ้างถือว่าไม่มากนัก อาจเป็นเพราะเหล่าทหารมีกำลังใจจากต้าหวางที่นำทัพด้วยตัวเอง“หวางโฮ่ว ต้าหวางเข้าตีเมืองหนาน เมืองหลิน เมืองซ่ง เป็นเม

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทที่ 30 ไฝที่กลีบร่อง [NC25+]

    “ท่านไม่ต้องกลัวพวกเขาหรอก เขาเป็นคนของข้า” ซุนลี่เอ่ยบอกเถ้าแก่เนี้ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แล้วหันมาสนใจปิ่นปักผม ทำจากเงินทั้งอัน ตรงปลายของปิ่นปักผมเป็นรูปแกะสลักผีเสื้อสีชมพู อีกทั้งยังมีสายเงินยาวลงมาเป็นห่วงเล็กยาวถึงหกเส้น ปลายของสายเงินเป็นลูกกลมทำมาจากหยกขาว“ราคาเท่าไหร่” ซุนลี่เอ่ยถาม“ข้าเ

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทที่ 20 เบาๆ หน่อย

    จ่างซุนลี่สวมใส่เสื้อผาวสีขาวเป็นตัวแรก เสื้อสีเทาเป็นตัวที่สอง ใส่เสื้อสีม่วงหม่นเป็นตัวที่สาม และเสื้อคลุมทำมาจากผ้าไหมสีม่วงลายกล้วยไม้ ขอบตรงคอเสื้อเป็นขนสุนัขจิ้งจอกขาว เครื่องหัวของนางเป็นปิ่นหยกขาวหลายชิ้นอยู่บนหัวมันเกล้าต่ำ และต่างหูยาวทำจากหยกขาวราวกับหยดน้ำแซมด้วยเครื่องทองนางก้าวเดินออ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status